Adensia of Magician พรแห่งเวทย์ทั้ง 7 ภาค ผู้มาเยือนจากซานน์ดีน

ตอนที่ 12 : Chapter 11 : นั่งอยู่เฉยๆ ใครว่าจะกลายเป็นลาสบอสไม่ได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 750
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    26 ต.ค. 59


Chapter 11 : นั่งอยู่เฉยๆ ใครว่าจะกลาายเป็นลาสบอสไม่ได้

ผมอยากจะ ...อ้วก
"บ้าเอ้-- อุแหวะ!" ผมพร่ำด่าไอ้คนใจร้ายข้างๆ ที่กำลังลูบหลังให้อย่างใจเย็น แขนทั้งสองข้างของผมกอดชักโครกปานเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันนานหลายปี
เวเจนิสก็ยังอุตส่าห์เทเลพอตมาโผล่ที่ห้องน้ำให้ผมอย่างรู้ใจ ตอนมาถึงผมแทบจะโยนเมธานใส่อีกฝ่ายแล้ววิ่งเข้ามาสวัสดีชักโครกเพื่อนยากในไม่กี่วินาทีด้วยซ้ำ
โคตรเวียนหัวเลยให้ตายเถอะ ถ้าเป็นไปได้ผมจะไม่มีวันใช้เวทย์เทเลพอตนั่นอีก!
"ฮ่าๆ อย่ามัวแต่ด่าผมเลยครับ ทำธุระคุณให้เสร็จเถอะเราจะได้ไปกัน" เวเจนิสฉีกยิ้มขณะพูด ผมไม่มีอารมณ์จะตอบโต้เขาด้วยซ้ำ ได้แต่ทำธุระของตัวเองให้รีบเสร็จๆ ไปตามที่หมอนี่บอกเท่านั้น
"ออกไปรอข้างนอกนู้น!" ผมตะโกนไล่คนข้างๆ อย่างหัวเสีย ยันตัวลุกขึ้นจากพื้นแล้วจัดการเศษซากที่ลอยตุ๊บป่องอยู่ในชักโครกให้เรียบร้อย ประคองตัวเองไม่ให้ล้มดีแล้วจึงค่อยออกจากห้องน้ำเดินไปที่อ่างล้างมืออย่างทุลักทุเล
เวเจนิสเดินออกมายืนมองผมที่กำลังล้างมือล้างหน้าอยู่ ในอ้อมแขนเขาคือเมธานที่ยังหลับไม่ยอมตื่นเสียที แน่นอนว่าผมก็ไม่คิดจะปลุกเขาอีกเช่นเคย คงไม่ต้องบอกเหตุผลนะ
พอล้างหน้าแล้วผมก็หายเวียนหัวขึ้นมานิดหน่อย จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาช้าๆ พยายามปัดอารมณ์ขุ่นเคืองเวเจนิสทิ้งไป ยังไงเสียที่เขาใช้เวทย์นั่นก็เพราะเราไม่มีเวลาแล้ว
"เรียบร้อยแล้ว ไปกันเถอะ" ผมกล่าวหลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว
"ถ้าอย่างนั้นไปกันเถอะครับ" เวเจนิสเดินนำออกไป ผมพบว่าห้องน้ำนี่อยู่ไม่ไกลจากอาคารพิธีนัก เดินตามทางเดินไปอีกหน่อยก็พบประตูสีเทาแล้ว
"ว่าแต่นายหายไปแบบนี้แล้วตำแหน่งประธานอะไรนั่นจะไม่เป็นไรเหรอ" ผมถามเวเจนิสออกไปขณะที่เขากำลังจะยื่นมือไปเปิดประตู เวเจนิสชะงักไปก่อนจะหันมาตอบผม
"ไม่เป็นไรครับ เพราะผมก็มีตัวแทนเหมือนกัน" เวเจนิสยิ้มก่อนหันไปผลักบานประตูสีเทาที่ก่อนหน้านี้ตอนเตรียมเวทย์สร้างมิติอะไรสักอย่างไม่มีใครเปิดเข้ามา
ที่แท้ก็เป็นประตูของผอ.นี่เอง
พอประตูเปิดออกเสียงพูดคุยของคนจำนวนมากก็ดังขึ้นมาทันที ผมมองประตูอย่างชื่นชมความสามารถในการเก็บเสียงของมันจากใจจริงก่อนที่เวเจนิสในคราบซิลเลียนเดินนำเข้าไปด้านในทันที
ทุกเสียงฟังดูแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด สายตาคนจำนวนมากพุ่งตรงมาที่จุดๆ เดียว ตัวผมและซิลเลียนปลอมเดินขึ้นบันไดด้านข้างประตูเพื่อขึ้นไปบนระเบียงด้านบน
เวเจนิสเดินนำตรงไปที่ชุดโซฟาอย่างเคยชินโดยมีผมตามมาติดๆ ดูจากท่าทางของเวเจนิสแล้วเจ้าตัวคงผ่านประสบการณ์การปลอมเป็นผอ.ไม่น้อยทีเดียว
จะต่างกันก็คงเพราะมีผมติดสอยให้ตามมา บวกกับร่างเด็กน้อยในอ้อมแขนของซิลเลียนปลอมแล้วก็เรียกสายตาแปลกใจจากคนรอบข้างไม่ใช่น้อยทีเดียว
ผมมองไปรอบๆ ระเบียงที่อยู่ตามผนังทุกชั้น พบว่าเก้าอี้ทุกตัวบนระเบียงตอนนี้ถูกจับจองโดยคนจำนวนมาก โดยทุกคนที่อยู่บนระเบียงจะใส่เสื้อคลุมสีเทาทั้งหมด มีตั้งแต่คนหนุ่มสาวไปจนถึงผู้มีอายุ
ในเมื่อที่นี่เป็นรร.ผมเดาว่าพวกเขาคืออาจารย์ของที่นี่ไม่ผิดแน่
เมื่อผมกับเวเจนิสนั่งลงบนโซฟาพิธีกรที่อยู่บนเวทีด้านล่างก็เริ่มงานของตัวเอง
"อะแฮ่ม! ทุกคนโปรดอยู่ในความสงบ" เสียงร่าเริงของชายคนหนึ่งดังก้องไปทั่วโถงกว้าง เพราะที่ที่ผมอยู่เป็นระเบียงที่อยู่ด้านบนเวทีพอดีจึงไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ทว่าเมื่อสิ้นคำของชายคนนั้นเสียงทั้งหมดก็เงียบลง ผมเห็นคน
จำนวนมากยืนเรียงแถวอยู่ด้านล่างบนพื้นพรมของแต่ละธาตุ คงเป็นนักเรียนใหม่ของที่นี่
พวกเขาใสชุดเครื่องแบบสีดำแบบที่ผมเห็นเวเจนิสและพวกโอรอนใส่ไว้ด้านในเสื้อคลุม ถ้าไม่ใช่ว่าเห็นพื้นพรมผมคงแยกไม่ออกว่าใครอยู่ธาตุไหนกันแน่
ที่สำคัญที่สุด สายตาของนักเรียนด้านล่างมองขึ้นมาทางเวเจนิสกันแทบทุกคน พวกเขาบางคนก็มีซุบซิบกันบ้าง นักเรียนชายมีสายตาท้าทายอย่างเห็นได้ชัด แต่นักเรียนหญิงบางคนนี่ผมเห็นสายตาพวกเธอ...ใกล้จะมีรูปหัวใจโผล่มาให้เห็นด้วยตาเปล่าได้แล้วจริงๆ
ดูท่าผอ.คนนี้จะฮอตไม่ใช่เล่น...
"เคารพผู้อำนวยการ..." พิธีกรพูดจบทุกคนที่นี่ก็ลุกพรวดขึ้นทำความเคารพ ผมอึ้งกิน พอหันไปมองเวเจนิสก็เห็นว่าเขากำลังนั่งอย่างสง่าผ่าเผยอยู่ ดูแล้วอย่างกับเทพบุตรไม่มีผิด ช่างน่านับถือเสียนี่กระไร
แต่ผมตอนนี้โคตรรู้สึกอยู่ผิดที่ผิดทางสุดๆ นี่ผมมานั่งอะไรอยู่ข้างๆ ผอ.ที่ทุกคนนับถือกันเนี่ย...
พอทำความเคารพเสร็จทุกคนก็นั่งลง อ้อ... ยกเว้นเหล่านักเรียนใหม่ที่ยังคงยืนต่อไป
"เอาล่ะครับ ยินดีต้อนรับรุ่นน้องทั้งหลายที่ฝ่าฟันการสอบเข้าอันแสนโหดหินของซิลเลเลียเข้ามาได้ วันนี้พวกเธอทุกคนอาจจะเห็นในใบกำหนดการแล้วว่าวันนี้เป็นการปฐมนิเทศบวกรับน้องนอกรอบ" พิธีกรร่ายยาวด้วยน้ำเสียงสุดจะร่าเริงสดใส แต่ผมเห็นสีหน้ารุ่นน้องทั้งหลายล้วนซีดเผือดไปทันที
"พวกเขาเป็นอะไรน่ะ สีหน้าไม่ดีเลย" ผมกระซิบถามคุณผอ. ด้านข้างอย่างสงสัย
"คงคิดถึงข้อสอบของรร.กันกระมังครับ หึๆ" เวเจนิสตอบพร้อมรอยยิ้มสง่างามอันแสนหลอกลวง
"โหดขนาดนั้นเชียว..." โอ้พระเจ้า ได้ข่าวว่าผมก็ต้องสอบด้วย
"แผนการสอบของมิสเตอร์ซิลเวอร์ไม่มีปีไหนที่ไม่เป็นที่ฮือฮาหรอกครับ" เวเจนิสกระซิบตอบ ผมนึกใบหน้ายิ้มเจ้าเล่ห์ภายใต้ใบหน้าเทพบุตรของเขาได้เลยทีเดียว
ดูท่าการสอบของผมคงหินไม่แพ้กันเป็นแน่แท้ แม้จะแอบสงสัยว่าข้อสอบแบบไหนถึงได้เป็นที่ฮือฮาขนาดนั้นแต่พิธีกรด้านล่างก็ขัดขึ้นเสียก่อน
"ฉันเป็นรุ่นพี่ของพวกเธอ ชื่อโอรอน แน่นอนว่าฉันรับหน้าที่เป็นพิธีกรในวันนี้" รุ่นพี่หนุ่มแนะนำตัวเรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆ ได้ไม่น้อย
ที่แท้พิธีกรสุดแข็งขันก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เหอะๆ
"ในส่วนของระเบียบฉันจะไม่พูดให้มากความนะ โอเค? แต่พวกเธอต้องไปอ่านเอาในหนังสือคู่มือที่แจกให้" โอรอนอธิบายโดยมีเสียงร้อง เย้! อย่างยินดีดังมาจากเหล่าเด็กใหม่ทั้งหลายเป็นระยะ ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปขนาดไหรเหล่านักเรียนก็ยังไม่แฮปปี้กับการนั่งฟังเรื่องน่าเบื่อยาวยืดเป็นชั่วโมงอยู่นั่นเอง "จบในส่วนของการปฐมนิเทศ"
นี่มันจบง่ายๆ แบบนี้เลยเรอะ!?
"เอาล่ะ เงียบ!" โอรอนปรามหลังจากเสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง "ต่อไปจะเป็นการคัดเลือกหัวหน้าหอกับการคัดเลือกนักเรียนพิเศษ"
ทุกคนเงียบไปทันที บรรยากาศเริ่มกดดันอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าทุกคนด้านล่างล้วนหลากหลาย บางคนตื่นเต้น บางคนเคร่งเครียด และบางคน...หวาดกลัว
อีเว้นนี้ถึงผมจะไม่รู้รายละเอียดแต่น่าจะสำคัญมากทีเดียว
"การคัดเลือกในปีนี้ใช้รูปแบบการเก็บแต้ม" เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้โอรอนไม่ได้สนใจจะห้ามปราม "พวกเธอต้องเอาชนะปีศาจและมอนสเตอร์เพื่อเก็บคะแนน จะมีตั้งแต่แรงค์ E-SS แน่นอนว่าคะแนนก็จะต่างกันด้วย"
"แล้วถ้ากำจัดนักเรียนคนอื่นจะได้คะแนนมั้ยครับ!!" เสียงนักเรียนชายคนหนึ่งตะโกนถามอย่างนึกสนุก
"แน่นอน" โอรอนตอบ "นักเรียนคนอื่นๆ ถือว่าอยู่ในแรงค์ A"
"เยส!"
"ยะฮู้วว~"
"เยี่ยม!"
เสียงตอบรับอย่างดีใจดังมาเป็นระยะ นักเรียนบางคนเริ่มหน้าซีดเผือด
"แรงค์ E มีค่า 50 แต้ม, 
แรงค์ D 100 แต้ม, 
แรงค์ C 200 แต้ม, 
แรงค์ B 400 แต้ม, 
แรงค์ A 800 แต้ม, 
แรงค์ S 2000 แต้ม
และแรงค์ SS 10000 แต้ม" โอรอนแจกแจง นักเรียนที่พอได้ยินความต่างของคะแนนระหว่างแรงค์ก็เริ่มตั้งกลุ่มร่วมด้วยช่วยกันทันที นับว่าเป็นแผนที่ฉลาดทีเดียว "พวกเธอมีเวลาในการล่าแค่ 1 วันเท่านั้น 10 คนแรกของแต่ละสาขาจะได้เป็นนักเรียนพิเศษ และอันดับหนึ่งของแต่ละสาขาจะได้เป็นหัวหน้าหอ"

"1 วันเหรอ ไม่ใช่แค่ล่าแต้มแต่ต้องอยู่รอดในหนึ่งวัน" ผมพึมพำอย่างสนใจ

"ต่อไปจะเป็นการกล่าวของผู้อำนวยการครับ" เมื่อโอรอนพูดจบก็มีเสียงโฮ่จากนักเรียนชายเป็นจำนวนมาก ผิดกับนักเรียนหญิงที่มองขึ้นมาตาเป็นมัน

"ส่งเมธานมา" ผมพูดเสียงเบากับเวเจนิส ตั้งแต่ออกจากห้องน้ำหมอนี่ก็อุ้มเมธานไว้ไม่ปล่อยเลย

"โอ้... ขอโทษทีครับ" เวเจนิสส่งเมธานมาทางผมที่รอรับอยู่แล้วก่อนจะลุกขึ้นยืน

ทุกเสียงเงียบลงไปทันที ผมเห็นเวเจนิสร่ายเวทย์อะไรสักอย่าง ไม่นานก็หยุดแล้วเริ่มพูดด้วยเสียงดังกังวาลก้องไปทั่ว

"สวัสดีนักเรียนใหม่ทุกคน ฉันขอแสดงความยินดีที่สอบสอบเข้ามาได้ ฉันหวังว่าพวกเธอจะมีความสุขกับช่วงเวลาสามปีที่อยู่ที่นี่นะ" เวเจนิสในคราบซิลเลียนกล่าว เขายิ้มพรายจนสาวๆ ด้านล่างร่วงไปหลายราย "สำหรับเกมในครั้งนี้ก็ขอให้ทุกคนสนุกแล้วกัน ฉันจะคอยดู"

เวเจนิสทำท่าจะจบเพียงแค่นั้นแต่กระดาษที่ซิลเลียนมอบให้เขากลับลอยออกมาจากกระเป๋าแล้วกางออก เวเจนิสกวาดสายตาอ่านเพียงชั่วครู่ เขาขมวดคิ้วแล้วเผยยิ้มออกมา

"แล้วก็จะมีกติกาพิเศษในเกมนี้" เวเจนิสเหลือบมองผมแวบหนึ่ง "จะมีแรงค์ SSS 1 คนเพิ่มขึ้นมา โดยคะแนนอยู่ที่ 100,000 แต้ม"

เสียงฮือฮาดังก้องขึ้นมาอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่ากติกาพิเศษนี่ได้รับความสนใจสูง

"ขออนุญาตค่ะผอ." นักเรียนหญิงคนหนึ่งยกมือขึ้น

"เชิญครับ" เวเจนิสยิ้มแล้วตอบ

"แรงค์ SSS เป็นเผ่าพันธุ์ไหนคะ" ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยคำถามของหญิงสาว แน่นอนว่าถ้ารู้ก่อนพวกเขาจะได้จัดการถูก

"เรื่องนั้นฉันบอกไม่ได้ แต่..." เวเจนิสผายมือมาทางผมอย่างสง่างาม "คนคนนี้จะทำการสอบเข้านอกรอบ และเขาคือแรงค์ SSS คนนั้น"

เสียงฮือฮาดังออกมาอีกรอบ ใครล่ะจะไปคิดว่าตัวทำแต้มระดับสูงสุดจะเป็นแค่คนที่สอบเข้านอกรอบ

ส่วนผมก็ได้แต่นั่งอึ้งกับสถานะใหม่ของตัวเองต่อไป ให้ตายเถอะซิลเลียน... การสอบจะยากเกินไปแล้ว

"หากเขาถูกพวกคุณกำจัดจนเสียแต้ม เขาก็ถือว่าสอบไม่ผ่าน" เวเจนิสอธิบายต่อ

ทุกคนด้านล่างมองมาที่ผมด้วยสีหน้าเห็นใจ ตัดสินกันไปเรียบร้อยแล้วว่าผมคงไม่สามารถผ่านการสอบครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน

อ่า... ให้ตายเถอะเจ้าพวกนี้นี่!

"ถ้าได้รับบาดเจ็บขึ้นมาจะทำยังไงล่ะคะ" เสียงนักเรียนหญิงอีกคนร้องถามด้วยความหวาดกลัว

"ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ต่อให้โดยโจมตีถึงตายพวกเธอก็ไม่เป็นไร แค่ต้องออกจากเกมเท่านั้น" เวเจนิสอธิบายเสียงเรียบ ผมจพอะเข้าใจอยู่นิดหน่อยเกี่ยวกับเวทย์มิติมายา เพราะเคยเจอมากับตัวแล้วตอนเล่นเกมกับวิน่าและริน่า ทว่าเอาจริงๆ ผมก็ไม่ได้แผลมาจากเกมนั้นด้วยซ้ำเลยไม่รู้จริงๆ ว่าพอจบเกมแล้วมันจะเป็นยังไง

"ยอมแพ้ไม่ได้เหรอคะ..." เสียงหญิงสาวใกล้จะร้องไห้เต็มที

"ไม่ได้หรอก" เวเจนิสยิ้มปลอบใจ ผมเห็นใบหน้าหวาดกลัวของเธอคนนั้นแล้วก็อดสงสารไม่ได้

เวเจนิสนายมันใจร้ายชะมัด!

"แล้วถ้ากำจัดกันเป็นทีมจะได้แต้มยังไงครับ" ชายหนุ่มคนหนึ่งถามขึ้น ข้างๆ เขามีเพื่อนคอยพยักหน้ารับให้ คงเป็นเพื่อนแก๊งเดียวกัน

"คะแนนจะหารตามความเหมาะสมของการร่วมมือ อาจารย์ทุกคนจะคอยเฝ้าดูพวกเธอจากที่นี่" เวเจนิสตอบอย่างราบรื่นไม่มีติดขัด

"ผอ.ค่ะ แล้วสนามคัดเลือกอยู่ที่ไหนคะ" นักเรียนคนหนึ่งถามขึ้นอีก แต่เวเจนิสไม่ตอบ เขาเดินกลับมานั่งลงบนโซฟาเหมือนเดินแล้วใช้นิ้วชี้ลงไปข้างล่างพร้อมยิ้มอ่อน

นักเรียนทุกคนก้มมองพื้นทันที

"อะแฮ่ม! อยู่... ใต้เท้าพวกเธอไง" สิ้นเสียงโอรอนพื้นพรมก็กลายเป็นความว่างเปล่า นักเรียนทุกคนร่วงลงไปในความมืดพร้อมเสียงร้องลั่นอย่างตกใจดังระงม

พื้นพรมคือประตูที่เชื่อมเข้าไปสู่มิติมายานั่นเอง

หลังจากนั้นอาจารย์ทุกคนก็หยิบเข็มกลัดประดับอัญมณีบนผ้าคลุมขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่ของตัวเอง ผมเห็นพวกเขาร่ายเวทย์แล้วแสงจากเข็มกลัดก็ฉายให้เห็นภาพสถานการณ์แต่ละพื้นที่

"นี่ฉันต้องไปด้วยใช่มั้ย" ผมหันไปถามเวเจนิสที่กำลังปลดเข็มกลัดเช่นกัน

เฮ้อ... ถ้าผมลงไปจะไม่ตายหยังเขียดเอาเหรอ

"ใช่ครับ คุณกระโดดลงไปจากบนนี้ก็ได้นะครับ" เวเจนิสตอบอย่างใจเย็น เขาร่ายเวทย์แล้วอัญมณีก็ฉายแสงออกมาเป็นภาพห้องโถงเหมือนในพระราชวังที่ผมเห็นบ่อยๆ ในหนัง

"โดด? ฉันจะไม่ขาหักก่อนเรอะ" ผมเบ้ปากแล้วเดินไปขอบของระเบียงแล้วมองลงไปข้างล่าง

"ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวคุณก็ไปโผล่ที่ที่ควรเอง" เวเจนิสอธิบาย "ผมจะคอยดูคุณอยู่นี่แหละครับ"

"ฉันขออะไรหน่อยได้มั้ย" ผมหันไปหาเวเจนิสก่อนนึกอะไรที่พอจะช่วยให้รอดขึ้นมาได้

"ครับ?" เวเจนิสเงยหน้าจากภาพโถงสีดำอันว่างเปล่า

"นายพอจะมีหนังสือพวกเวทย์ธาตุไฟมั้ย" อย่างน้อยมันคงพอช่วยอะไรผมได้แหละ จะใช้เวทย์ผสานก็ไม่ได้เพราะผมโดยปลอกคอนี่ควบคุมพลังไว้อยู่

"สักครู่นะครับ" เวเจนิสกล่าวก่อนจะหันไปด้านหลัง "มิสเตอร์ฟีเรียล ผมขอยืมหนังสือบทร่ายเวทย์ไฟของคุณหน่อยได้มั้ย"

เฟเรียสคือผู้ชายร่างไม่บางไม่หนา ใบหน้าเรียบนิ่งประดับด้วยแว่นตาข้างเดียว ผมของเขามีสีแดงเพลิง ดวงตามีสีน้ำตาลน่าหลงไหล เขาเป็นชายที่กำลังย่างเข้าวัยกลางคนที่ยังมีเสน่ห์เหลือเฟือทีเดียว

เฟเรียสเงยหน้าขึ้นจากภาพที่ฉายออกมาจากอัญมณีก่อนจะลุกขึ้นเดินมาทางโซฟาแล้วยืนหนังสือเล่มหนึ่งให้เวเจนิสโดยไม่พูดอะไรสักคำ หลังจากนั้นเขาก็เดินกลับไปนั่งทำหน้าที่ต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เวเจนิสโยนหนังสือปกสีแดงไม่หนานักมาให้ผม แล้วเอ่ยปากเป็นเชิงไล่ "ไปเถอะครับ ตอนนี้เหล่านักเรียนทั้งหลายพร้อมจะเก็บแต้มแล้วนะครับ"

"รู้แล้วน่า ไปล่ะ" ผมโบกหนังสือทั้งสองเล่มในมือเป็นเชิงบอกลาแล้วกระชับร่างเมธานที่ยังหลับอยู่ก่อนก้าวกระโดดลงจากระเบียงทิ้งดิ่งสู่ความมืดเบื่องล่าง

พอผ่านเข้าสู่ความมืดเมธานก็ตื่นขึ้นมาทันที เจ้าหมาน้อยหันซ้ายหันขวาอย่างตกใจ

"ไม่ต้องตกใจฉันอยู่นี่" ผมตบหลังเมธานเบาๆ เมื่อเจ้าหมาได้ยินก็หันมากอดรอบคอผมทันที

"ที่นี่ที่ไหนเดล ผมรู้สึกว่าเรากำลังอยู่ในมิติของใครสักคน" เมธานถามขึ้นด้วยน้ำเสียงระแวดระวัง

"มิติของพวกคนที่นายเจอก่อนหลับนั่นแหละ ไม่ต้องห่วง เราจะมาเล่นเกมกัน หึหึ" ผมอธิบายอย่างนึกสนุก ถ้าเมธานตื่นแล้วต่อให้มากันเป็นร้อยก็ยากจะถึงตัวผม

"เกมอีกแล้วเหรอ" เมธานถามด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ผมยังไม่ทันตอบอยู่ๆ ก็รู้สึกได้ว่าตัวเองเหยียบพื้นทั้งที่เมื่อกี้ยังรู้สึกเหมือนตกจากที่สูงอยู่แท้ๆ

พรึบ!

อยู่ๆ รอบตัวก็สว่างขึ้น ผมหลับตาโดยสัญชาตญาณก่อนจะค่อยๆ ลืมขึ้นอีกครั้งอย่างช้าๆ

ผมเห็นโถงขนาดใหญ่อยู่ตรงหน้า แสงไฟเมื่อครู่มาจากคบเพลิงที่อยู่ตามเสาหินด้านข้าง ตั้งแต่พื้นถึงผนังถึงเพดานเป็นหินสีดำไปหมด มีพรมสีแดงทอดยาวมาจากประตูบานยักษ์ที่อยู่ด้านตรงข้าม ตรงที่ผมอยู่ถูกยกสูงขึ้นมาและด้านหลังผมคือบัลลังก์หินสีดำเมี่ยม ดูรวมๆ แล้วอย่างกับอยู่ในปราสาทจอมมาร

ดูเหมือนเกมนี้จะมีสตอรี่ด้วยนะเนี่ย เหอะๆ

ผมจำใจนั่งลงบนบัลลังก์ในที่สุด ตัดสินใจอยู่เฉยๆ เพื่อรอเวลาให้หมดไป ส่วนเมธานที่พอไม่มีมนุษย์คนอื่นก็เปลี่ยนร่างกลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้วกระโดดขึ้นมานอนบนตักผมอย่างสบายใจ

ผมพิงตัวลงไปแนบกับหินแข็งๆ ด้านหลังแล้วขยับมือไปลูบขนเมธาน ส่วนอีกมือก็วางหนังสือไว้ข้างๆ

ลูบขนเจ้าหมาไปมาแล้วก็ชักเบื่อ ผมหยิบหนังสือเวทย์ไฟขึ้นมาอ่านอย่างจนใจ ไม่ได้คาดหวังความสนุกจากมันหรอก แค่หาเวทย์ที่พอจะใช้การได้ไว้รับมือเผื่อมีแขกก็เท่านั้น

สิบนาที... ยี่สิบนาที... สามสิบนาที... หนึ่งชั่วโมง ไปๆมาๆ ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหน ผมยังนั่งอยู่ในท่าเดิมและจดจ่ออยู่กับหนังสือที่ผ่านไปหน้าแล้วหน้าเล่าโดยมีเมธานที่หลับไปอีกรอบนอนอยู่บนตัก

เสียงรบกวนหนึ่งเดียวในห้องมีเพียงเสียงของเปลวไฟที่กำลังกลืนกินไม้อยู่เท่านั้น

ว่าไปแล้วพวกนักเรียนนั่นทำไมถึงไม่มาหาผมนะ เห็นหลายคนทำหน้าเหมือนหมายหัวผมเสียขนาดนั้น แต่พอมาถึงที่นี่ก็เงียบพอสมควรเลย ผมควรจะดีใจ แต่มันช่าง...น่าเบื่อ

เอาเถอะ ...ผมไม่ใช่พวกชอบวิ่งใส่ปัญหาเสียด้วย จะมาไม่มาก็แล้วแต่ก็แล้วกัน

อ่านไปอ่านมาผมก็เริ่มง่วงจึงตัดสินใจปิดหนังสือแล้ววางลงข้างๆ อีกเล่ม

"เฮ้อ..." ผมถอนหายใจด้วความเบื่อหน่าย ยกข้อศอกวางลงบนที่วางแขนของบัลลังก์ก่อนใช้มือเท้าคาง ตอนนี้สภาพผมเหมือนซิลเลียนชะมัด

"คิกๆ ดูเบื่อจังนะเจ้าคะ" เสียงหัวเราะดังขึ้น กลุ่มก้อนควันสีม่วงดำจำนวนมากลอยออกมาจากความมืด ร่างคุ้นเคยของเด็กหญิงสองคนค่อยๆ ปรากฏออกมาด้านล่างพื้นยก

จะเป็นใครไปได้นอกจากริน่าและวิน่า พวกเธอย่อตัวทำความเคารพอย่างงดงามก่อนจะลอยมาเกาะข้างๆ บัลลังก์ทั้งสองด้านซ้ายขวา

"พวกเธอมาทำอะไรที่นี่" ผมถามเสียงเรียบจากนั้นจึงยกมือปิดปากหาว สายตามองตรงไปที่ประตูไม้หนึ่งเดียวอย่างเลื่อนลอย

"ข้าเห็นท่านเบื่อก็เลยมาเล่นด้วย" ริน่ากับวิน่าพูดขึ้นพร้อมกัน พวกเธอลอยมานั่งตรงพื้นต่างระดับข้างๆ บัลลังก์ผม ผมเห็นริน่าปลดเข็มกลัดอัญมณีคุ้นตาขึ้นมาชูแล้วโบกไปมาตรงหน้าผม "มาดูสถานการณ์ข้างนอกกันเถอะเจ้าค่ะ"

ริน่ากับวิน่าจับมือกันแล้วพึมพำร่ายเวทย์ เข็มกลัดก็ฉายแสงออกมาเป็นภาพเหมือนกล้องวงจรปิดจำนวนมาก ภาพที่ถูกฉายออกมาไม่ใช่แค่สถานที่เดียว แต่ถ้าผมคิดไม่ผิดไปนี่ครอบคลุมนักเรียนทุกคนเลยด้วยซ้ำ!

"พวกเธอนี่สุดยอดเลยนะ" ผมอดชมไม่ได้ ขนาดอาจารย์ที่อยู่ข้างนอกพวกเขายังดูได้กันแค่คนละที่เอง

"มิติของเจ้าเด็กพวกนั้นใช้มิติของพวกข้าเป็นแกน พวกข้าสามารถเข้าถึงได้ทุกส่วนนั่นแหละเจ้าค่ะ คิกๆ" ริน่าอธิบาย เธอหันไปตีมือกับวิน่าพลางหัวเราะคิกคัก

"ดูนี่สิเจ้าคะ กลุ่มนี้น่าสนใจทีเดียวนะเจ้าคะ" วิน่าหันไปลากภาพของกลุ่มๆ หนึ่งมา เป็นการรวมตัวของคนแค่สี่คน หญิงสอง ชายสอง ผู้ชายสองคนกำลังถือดาบต่อสู้กับฝูงหมาป่าที่ตัวใหญ่กว่าปกติสองเท่า ผู้หญิงหนึ่งคนคอยยิงธนูสนับสนุนอยู่ด้านหลัง ส่วนอีกคนยืนถือหนังสือร่ายเวทย์ พวกเขาเหมือนจะถ่วงเวลาให้คนที่ใช้เวทย์ "คิกๆ พวกเขาประยุกต์พรมาเสริมการใช้อาวุธเป็นด้วยล่ะ"

"หมายความว่ายังไง" ผมถามออกไปราวกับวิน่ากำลังพูดภาษาต่างดาว

"ก็นั่นไงเจ้าคะ สองคนที่ถือดาบอยู่เป็นผู้ใช้พรแห่งดินทั้งคู่ แต่พวกเขากลับไม่ใช้เวทย์โดยตรงแต่ดึงพลังจากแผ่นดินมาเสริมความแข็งแกร่งของตัวเองแทน" วิน่าอธิบายพร้อมชี้นิ้วไปที่ชายผมดำและน้ำตาลที่อยู่แนวหน้า

"ส่วนผู้หญิงคนนั้นเป็นเผ่าพันธุ์ธาตุไม้เจ้าค่ะ" ริน่าชี้ไปที่ผู้หญิงผมสีน้ำตาลทองที่กำลังกระหน่ำยิงลูกศรธนูอย่างบ้าคลั่ง

"เผ่าพันธุ์? เธอไม่ใช่มนุษย์เหรอ" ผมถามออกไปอย่างงุนงงกับการเรียกที่ต่างออกไปจากสองคนแรก

"เธอเป็นเอลฟ์เจ้าค่ะ นานๆ ทีรร.ของเราก็จะมีโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนมาบ้าง" ริน่ากล่าว "ปกติแล้วเอลฟ์ก็ประยุกต์นู่นนี่เป็นปกติอยู่แล้ว คนนี้ก็พื้นๆ ข้ามไป"

ผมมองริน่าปัดภาพคนกลุ่มนั้นกลับไปที่เดิมอย่างไม่ใยดีแล้วลากภาพของคนๆ หนึ่งมาขยายอยู่ด้านหน้า ความรู้สึกของผมที่กำลังมองภาพพวกเขาสู้จนใกล้จะถึงจุดสำคัญคือ ...ขาดตอน

"หมอนี่ลุยเดี่ยวด้วยนะเจ้าคะ แถมคะแนนตอนนี้กลับยังนำโด่งผู้ใช้พรคนอื่นๆ อีกต่างหาก" ริน่าเสริม

ผมมองชายหนุ่มผมทองใบหน้าหยิ่งยโสสู้อยู่กับงูยักษ์ตัวเท่าเสาบ้านอย่างสนใจ แต่เอาจริงๆ หมอนี่ไม่ได้สู้หรอก เขาแค่สั่งอะไรสักอย่างซึ่งผมไม่ได้ยินอยู่รอบนอกโดยมีภูตที่มีร่างกายโปร่งแสงตนหนึ่งคอยรับคำสั่ง

"อี้! เจ้าเด็กเหลือขอไม่ยอมทำอะไรให้แต่แกรนเดลออกหน้าแบบนี้ไม่น่าสนใจแล้ว!" ริน่าผู้เป็นคนลากภาพมาร้องขึ้นอย่างรังเกียจก่อนจะปัดภาพออกไปเสียเอง

เหอะๆ เอาที่พวกเธอสบายใจเถอะ

"ริน่า วิน่าช่วยบอกจุดแข็งกับจุดอ่อนของผู้ใช้พรแต่ละธาตุให้หน่อยสิ" ผมขอร้องขึ้นก่อนที่วิน่าจะลากจอภาพจอใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง พวกเธอหยุดสนใจภาพที่เคลื่อนไหวจำนวนมากเหล่านั้น ริน่ากับวิน่าเงยหน้ามองผมแล้วเอนตัวพิงฐานบัลลังก์

"เอ... โดยปกติแล้วจะเรียกจุดแข็งก็ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ เพราะว่าพรที่แต่ละคนได้รับ แม้จะมาจากเทพองค์เดียวกันแต่ก็ใช่ว่าจะมีพลังเท่ากัน" วิน่าพูดพร้อมลูบคางเล็กๆ ของตัวเอง

"ส่วนจุดอ่อนมันก็แล้วแต่คนเจ้าค่ะ" ริน่าเสริม ผมฟังแล้วก็พยักหน้ารับ แบบนี้ก็เท่าเทียมดีเหมือนกัน หากพลังพรแต่ละพรแพ้พรอื่นๆ ไปเรื่อยๆ นั่นก็ถือว่าเสียเปรียบจนเกินไป...

"ส่วนถ้าจะให้อธิบายรูปแบบของพลังล่ะก็ จะแบ่งเป็นดังนี้ค่ะ..." ริน่าและวิน่าค่อยๆ แจกแจงรูปแบบของพลังแต่ละธาตุอย่างคร่าวๆ

ผู้ใช้พรแห่งดิน ส่วนใหญ่แล้วจะมีความอึดบวกถึก มีพลังที่ควบคุมแผ่นดิน แต่ก็อย่าคิดว่าจะยิ่งใหญ่ขนาดพลิกโลกไปเป็นกิโลเมตร เพราะถ้าทำได้ถึงขนาดนั้นเอเดนเซียคงวินาศสันตะโรกันไปหมด ...วิน่าแอบเสริมว่าบางทีก็มีคนที่ได้รับพลังเยอะจนทำได้ขนาดนั้นเหมือนกัน

ผู้ใช้พรแห่งน้ำ ส่วนใหญ่ก็มีพลังควบคุมน้ำ แน่นอนว่าไม่ได้ยิ่งใหญ่เช่นกัน วิน่าและริน่าแอบกระซิบอีกว่าผู้ใช้พรน้ำหาได้ยากมาก ถ้าจะให้พูดล่ะก็เด็กร้อยคนจะมีแค่คนเดียวด้วยซ้ำ พอผมถามว่าเพราะอะไรริน่าและวิน่ากลับหัวเราะคิกคักไม่ยอมตอบเสียอย่างนั้น

ผู้ใช้พรแห่งลม ควบคุมลมได้ พวกเขาจะมีความปราดเปรียวสูงและอย่าได้ดูถูกความเร็วของพวกเขาเด็ดขาด ทว่าแม้ความเร็วของพวกเธอจะดูถูกไม่ได้แต่ก็ยังแพ้ความเร็วของผู้ใช้พรแห่งแสงอยู่นั่นเอง

ผู้ใช้พรแห่งไฟ ควบคุมไฟได้ เด่นๆ พวกผู้ใช้พรแห่งไฟจะเป็นพวกเลือดร้อนและกล้าจนเรียกได้ว่ามุทะลุ ไฟเป็นอะไรที่เรียบง่ายมากวิน่าและวิน่าแทบไม่ต้องอธิบายอะไรมากมาย

ผู้ใช้พรแห่งไม้ มีความสามารถในการควบคุมพืช แต่ต้องอาศัยปัจจัยที่จำเป็นสำหรับพืชปกติด้วย ใช่ว่าจะอยากให้โตก็โตได้ ผู้ใช้พรแห่งไม้ส่วนใหญ่จะเป็นมิตร วิน่าลากภาพผู้ใช้พรแห่งไม้ตามที่ต่างๆ มาให้ผมดู ทุกคนล้วนแต่คอยป้องกันการโจมตีอยู่ทั้งสิ้น

ผู้ใช้พรแห่งแสง มีพลังในการเยียวยา คนที่ได้พรนี้ส่วนใหญ่จะฉลาดปราดเปรื่องตามแบบฉบับของเลนิน แน่นอนว่าความสามารถยังมีคุณสมบัติของแสงเพิ่มมาด้วย

ผมตกใจตอนที่ฟัง เวเจนิสเองก็เป็นผู้ใช้พรแห่งแสง ผมไม่นึกว่าเขาจะมีพลังในการเยียวยา พอโพล่งออกไปริน่ากับวิน่าก็ตอบเหมือนรู้จักเวเจนิส พวกเธอบอกว่า เวเจนิสเป็นคนที่มีพลังมาก แถมยังฉลาดกว่าใคร พลังที่เขาดึงออกมาใช้จึงไม่เหมือนคนอื่น เพราะมีพลังมากย่อมมีทางเลือกมา พอฟังถึงตรงนี้ผมก็อดคิดไม่ได้ว่าเวเจนิสนี่ต้องเป็นลูกรักของเลนินแน่ๆ

ผู้ใช้พรแห่งเงา มีความสามารถในการลวงตา หมอกควันจากเวทย์ของพวกเขาจะเปลี่ยนทุกอย่างที่เคยเป็นให้เป็นอย่างอื่น แน่นอนว่าเป็นการลวงตา ถ้ามีพลังเยอะจะยิ่งน่ากลัว อ้อ! ผู้ใช้พรแห่งเงาจะสร้างมิติได้มีประสิทธิภาพกว่าผู้ใช้พรธาตุอื่นๆ ด้วย แต่ผู้ใช้พรแห่งแสงก็ทำลายมิติของพวกเขาได้ง่ายเช่นกัน

เรื่องจุดอ่อน พวกเธอบอกว่าจะให้พูดให้ชัดเจนยากเพราะแต่ละคนได้รับพลังไม่เท่ากันบวกกับมีการนำมาใช้ต่างกัน ต้องดูสถานการณ์เอาเอง

เรื่องเวทมนต์ซับซ้อนกว่าที่ผมคิดมากทีเดียว นั่งพูดกันทั้งวันคงไม่หมดแน่นอน ในขณะที่ผมกำลังวางแผนหาเรื่องคุยแก้เบื่อ ประตูบานใหญ่ปลายสุดโถงก็เปิดขึ้น

แขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มแรกมาเยือนแล้ว


------------------------------------
ก่อนอื่นต้องขอโทษทุกคนด้วยนะคะ ตอนนี้ขอประกาศว่าวันจันทร์-ศุกร์ไรท์จะอัพราวๆ หนึ่งทุ่ม 
เนื่องจากเหตุผลหลายประการดังนี้ 1.ตอนนี้เป็นช่วงเปิดเทอมแล้ว 2.หลังเลิกเรียนไรท์ต้องติวหนังสือให้เพื่อน 3.บ้านไรท์อยู่ไกลเลยกว่าจะถึงบ้านก็ปาไปเกือบทุ่ม
ด้วยเหตุฉะนี้แลจึงทำให้ต้องเลื่อนเวลา แต่เสาร์-อาทิตย์ก็คงอัพราว 5 โมงเย็นเช่นเดิม
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

450 ความคิดเห็น

  1. #105 walaisaeng (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 20:36
    ค้างอ่ะมาต่อให้เร็วๆนะคะรออยู่
    #105
    1
    • #105-1 kidochigi(จากตอนที่ 12)
      26 ตุลาคม 2559 / 05:36
      โอเคจ้าา
      #105-1
  2. #104 BlackGodIce (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 20:18
    พร้อมเสมอ มาต่อเลยครัช ไรท์จิน
    #104
    1
    • #104-1 kidochigi(จากตอนที่ 12)
      25 ตุลาคม 2559 / 20:38
      เจอกันพรุ่งนี้นะครัช
      #104-1
  3. #103 gam20122541 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 20:13
    สนุกค่ะมาต่อเร็วๆน้าาา
    #103
    1
    • #103-1 kidochigi(จากตอนที่ 12)
      25 ตุลาคม 2559 / 20:37
      โอเคจ้าา <3
      #103-1
  4. #102 agonizingpain (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 20:02
    เอาแล้วไงเดล นั่งชิวไม่ได้แล้ว ต้องต้อนรับแขก 555
    #102
    1
    • #102-1 kidochigi(จากตอนที่ 12)
      25 ตุลาคม 2559 / 20:09
      เดล:พร้อมเสมอครับ หึหึ
      #102-1
  5. #101 Kronos-Hades (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 19:52
    เป็นกำลังใจให้ค่ะสู้ๆสนุกมาก
    #101
    1
    • #101-1 kidochigi(จากตอนที่ 12)
      25 ตุลาคม 2559 / 20:02
      ขอบคุณค่ะ owo
      #101-1
  6. #100 gam20122541 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 19:01
    มาต่อเร็วๆน้าาา
    #100
    1
    • #100-1 kidochigi(จากตอนที่ 12)
      25 ตุลาคม 2559 / 19:02
      จ้าาา <3
      #100-1
  7. #98 walaisaeng (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 20:37
    สู้ๆนะคะไรท์ พวกนักเรียนคงจอดที่เมธานแล้วมาไม่ถึงเดลหรอก
    #98
    1
    • #98-1 kidochigi(จากตอนที่ 12)
      25 ตุลาคม 2559 / 18:58
      หุหุ...ช่างรู้ใจเมธานดีจริง
      #98-1
  8. #97 Kronos-Hades (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 19:53
    เป็นกำลังใจให้ค่ะสนุกมากสู้ๆ
    #97
    1
    • #97-1 kidochigi(จากตอนที่ 12)
      25 ตุลาคม 2559 / 18:59
      ขอบคุณจ้าา
      #97-1
  9. #96 agonizingpain (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 18:35
    ลาสบอส ลาสบอสจริงๆ o_o
    #96
    1
    • #96-1 kidochigi(จากตอนที่ 12)
      25 ตุลาคม 2559 / 18:58
      ลาสบอสก็คือลาสบอส. หุหุๆ
      #96-1
  10. #95 kikkik1 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 17:46
    อื้อหืม ความลาสบอสนี้
    #95
    2
    • #95-1 kidochigi(จากตอนที่ 12)
      24 ตุลาคม 2559 / 18:03
      หุหุ จอมมารของเราจะโดนปรามหรือไม่ โปรดติดตาม~
      #95-1
    • #95-2 may305(จากตอนที่ 12)
      24 ตุลาคม 2559 / 19:28
      แค่มินิบอสก็จอดแล้ว
      เมธาน>>ใครฮะมินิบอส (นายไง)
      #95-2
  11. #93 gam20122541 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 17:07
    ดูท่าจะยากน่าดูนาา
    มาต่อเร็วๆนาาา
    #93
    1
    • #93-1 kidochigi(จากตอนที่ 12)
      24 ตุลาคม 2559 / 17:30
      มาต่อแล้วนะจ๊ะ
      #93-1
  12. #92 qazaumuom (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 22:10
    เดลคงไม่ใช่sss 5555
    #92
    1
    • #92-1 kidochigi(จากตอนที่ 12)
      24 ตุลาคม 2559 / 05:33
      ไรท์ไม่สามารถสปอยล์ได้ ;;;-;;;;
      #92-1
  13. #91 juso kung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 20:31
    มาต่อไวๆน้า
    #91
    1
    • #91-1 kidochigi(จากตอนที่ 12)
      24 ตุลาคม 2559 / 05:34
      เจอกันประมาณ 5 โมงเย็นน้าา
      #91-1
  14. #90 agonizingpain (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 19:39
    งานนี้เดลจะมาโหดรึเปล่า 555
    #90
    1
    • #90-1 kidochigi(จากตอนที่ 12)
      23 ตุลาคม 2559 / 20:16
      สปอยล์ไม่ได้ บอกได้แค่ว่ามีเฮแน่ค่ะ หึหึ
      #90-1
  15. #89 walaisaeng (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 19:24
    ไรท์จ๋าอัพทีเดียว 100% เลยไม่ได้หรอคนอ่านเค้าค้างกันน้าาาา
    #89
    1
    • #89-1 kidochigi(จากตอนที่ 12)
      23 ตุลาคม 2559 / 19:31
      ไรท์ขอโทษน้าาา ไรท์แต่งไม่ทันง่ะ ฮือออ ;;3;;
      ถ้าค้างรออ่าน 3 วันตอนหนึ่งรวดเดียวก็ได้นะ
      #89-1
  16. #88 mikuHatsune (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 18:32
    มีลางสังหรเกี่ยวกับชึ่อตอน
    #88
    1
    • #88-1 kidochigi(จากตอนที่ 12)
      23 ตุลาคม 2559 / 19:32
      ลางสังหรท่านช่างดีจริงๆ หุหุ
      #88-1