Adensia of Magician พรแห่งเวทย์ทั้ง 7 ภาค ผู้มาเยือนจากซานน์ดีน

ตอนที่ 11 : Chapter 10 : อย่าคิดว่าความลับใดๆ จะคงอยู่ได้ในโลกนานนัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 722
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    24 ต.ค. 59


Chapter 10 : อย่าคิดว่าความลับใดๆ จะคงอยู่ได้ในโลกนานนัก 


"ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าคุณตายไปแล้วครั้งหนึ่งสินะครับ" เวเจนิสฟังเรื่องทั้งหมดอย่างตั้งใจ พร้อมพยักหน้ารับเป็นระยะ เขาถามผมหลังจากที่เล่าจบ

"ใช่" ผมพยักหน้า

"รู้สึกยังไงบ้างครับ" เวเจนิสยิ้ม ผมคิ้วกระตุกทันที หมอนี่คิดจะแหย่ผมเล่นอีกแล้ว

"ลองดูมั้ย เอามีดมาสักเล่มหนึ่งสิ ฉันจะช่วยแทงให้ ถึงตอนนั้นนายก็คงไม่ต้องถามฉันแล้ว!" ผมตอบพร้อมถลึงตาใส่ ถามมาได้รู้สึกยังไง มันก็ต้องเจ็บแหงอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ!

"ผมแค่ล้อเล่นนิดหน่อยเอง ฮ่าๆๆ" ชายหนุ่มผมน้ำเงินหัวเราะ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นยอมแพ้ "โอเคครับๆ ไม่เล่นแล้วก็ได้"

ถ้ายังเล่นอยู่ฉันอัดนายคว่ำแน่! ผมคิดในใจก่อนจะกระแอมเพื่อสงบสติอารมณ์

"แล้วคุณอยากให้ผมช่วยอะไรล่ะ" เวเจนิสถามพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

"ฉันอยากให้นายช่วยหาคน" ผมพูดอย่างลำบากใจ เอาจริงๆ ถึงจะบอกว่าช่วยหาคน แต่คนที่จะให้หาผมยังไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใคร...

"ใครล่ะครับ" เวเจนิสเลิกคิ้ว เขาคงสงสัยว่าผมรู้จักใครคนอื่นนอกจากตัวเองที่อยู่เอเดนเซียด้วยหรือ

"...คือ" ผมอึกอัก ให้ตาย! ทำไมผมถึงไม่วิเคราะห์เรื่องนี้ให้ดีๆ ก่อนนะ...

"ซิลเลียนครับ" เสียงเล็กๆ ของเด็กชายดังขึ้นในหัวโดยที่ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก้มหน้าลงไปมองเจ้าตัวขนปุยในอ้อมแขนก็เห็นว่าเขาตื่นแล้ว

"ซิลเลียน?" อยู่ๆ เวเจนิสก็โพล่งออกมา ผมเงยหน้าหันไปมองเขาทันที จำได้ว่าตัวเองยังไม่หลุดปากพูดสิ่งที่เมธานกล่าวออกไป

"นายได้ยินเสียงเมธานแล้วหรือ" ผมถาม เมธานที่อยู่ในอ้อมแขนกระโดดลงไปยืนบนพื้น วงเวทย์สีทองปรากฏก่อนที่เจ้าหมาจะคืนร่างเดิม

เวเจนิสเผยสีหน้าตกตะลึงออกมาให้เห็นเพียงเสี้ยววินาที แต่นั่นกลับไม่รอดพ้นไปจากสายตาของผม หึๆ อึ้งไปเลยล่ะสิ

"นี่ร่างจริงของเมธานน่ะ" ผมอธิบายให้อีกฝ่ายฟัง เวเจนิสเหยียดยิ้มออกมาอย่างสนอกสนใจทันที

"เมื่อกี้เสียงของเขาหรือครับ เสียงเหมือนเด็กผช." เวเจนิสถาม ผมพยักหน้ารับแล้วหันไปมองเมธานอย่างไม่เข้าใจว่าอยู่ๆ ทำไมเจ้าตัวถึงเปลี่ยนร่างกลับมาแบบนี้ "เขาพูดว่าซิลเลียนสินะครับ ...'ซิลเลียน' เทพแห่งเงาน่ะหรือ"

"ไม่รู้" ผมส่ายหน้า ไม่รู้เหมือนกันว่าใช่ซิลเลียนคนนั้นหรือเปล่า

"รอสักครู่ครับ" เมธานพูดขึ้นพร้อมวงเวทย์สีทองที่ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อแสงของวงเวทย์หายไปผมก็พบว่าเมธานหายไปด้วยเช่นกัน เหลือเพียง...เด็กชายคนหนึ่งเท่านั้น

ร่างของเด็กชายสูงเท่าเอวของผมเท่านั้น ใบหน้าเล็กๆ นั่นดูน่ารักน่ากอด ผมสั้นคลอเคลียต้นคอสีขาวกระจ่างปลิวไปตามแรงลม ดวงตากลมโตสีฟ้าไร้เดียงสา เสื้อผ้าเป็นชุดคลุมสีขาวตัวยาว ที่คอเสื้อเป็นพู่ขนสีขาวล้อมรอบคอจนมิด

ผมมองอย่างตกตะลึง เด็กชายตัวน้อยมองสำรวจตัวเองไปมา เขาเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ก่อนจะค่อยๆ ย่างเท้าช้าๆ ด้วยท่าทางที่ดูไม่ชินนักมาทางผม

หรือว่าจะเป็นเมธาน?

"เมธานหรือ?" ผมถามออกไป เด็กชายคนนั้นก็พยักหน้าพร้อมยิ้มสวยให้ผม "นายมีร่างมนุษย์ด้วยเหรอเนี่ย ฮะๆ"

แถมยังเด็กขนาดนี้อีกต่างหาก

เมธานยิ้มให้ผมอย่างน่ารักน่าชัง เขากระตุกชายเสื้อผมแล้วอ้าแขนเหมือนอยากให้อุ้ม ผมไม่ขัดยกตัวอีกฝ่ายขึ้นอุ้มไว้ในอ้อมแขนทันที

ผมไม่เคยเห็นเด็กผช.ที่ไหนน่ารักขนาดนี้มาก่อน! ถึงวิน่าและริน่าจะน่ารักก็จริงแต่พวกเธอกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง...

"ทำไมอยู่ๆ ถึงเปลี่ยนมาร่างนี้ล่ะ" ผมถามพร้อมใช้นิ้วจิ้มแก้มขาวเนียนของเจ้าหมาที่ไม่ใช่หมาแล้วอย่างทนไม่ไหว

นิ่มสุดๆ เลยขอบอก!

"อ่า..." เมธานลากเสียงยาว เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่ค่อยชินกับร่างนี้เท่าไหร่นัก ผ่านไปหลายวินาทีเมธานถึงพูดออกมาได้ "มันเปลืองพลังถ้าผมต้องพูดให้มนุษย์ได้ยินด้วย เลนินเพิ่งบอกเวทย์นี่ให้ผมตอนที่เรากำลังจะเข้าประตูผ่านทางมา"

หมายถึงตอนที่สองคนนี้ซุบซิบบางอย่างกันสินะ "แล้วที่บอกว่า 'ซิลเลียน' ล่ะ"

"เลนินบอกผมไว้เหมือนกัน" สรุปว่าเจ้าหมานี่รวมหัวกับเทพีคนนั้นหลอกผมสินะ ผมจัดการเขกหัวเมธานไปทีหนึ่ง แต่ไม่แรงนักหรอก...

"ทำไมไม่บอกฉัน" ผมต่อว่าด้วยน้ำเสียงแสร้งตัดพ้อน้อยใจและผิดหวัง

"ผมขอโทษครับ" เมธานโถมตัวมากอดรอบคอผมอย่างหวาดกลัว "เลนินบอกว่ายังไม่ให้บอกคุณจนกว่าคุณจะตามหาเขาอย่างจริงจัง หลังจากนี้ผมจะบอกเดลทุกเรื่องเลย อย่าทิ้งผมนะ"

ผมได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะออกมาก่อนยื่นมือไปขยี้ผมสีขาวนุ่มอย่างหมั่นเขี้ยว ดูเหมือนผมจะแกล้งเขาแรงไปหน่อย ผมกอดร่างเล็กอย่างช้าๆ ลูบหลังเขาเบาๆ "ฉันพูดตอนไหนว่าจะทิ้งนาย ฮึ! ไม่ต้องกลัวฉันจะอยู่ข้างๆ นาย"

เมธานก็คงรู้สึกเสียใจมากที่ปิดบังผม ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ตกใจกลัวประโยคสั้นๆ ที่ผมพูดออกไปขนาดนี้ ...เจ้าหมาน้อยนี่เห็นผมสำคัญมากขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ย

ผมปลอบเจ้าหมาน้อยไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงกระแอมขัดจังหวะ "เอาล่ะครับ คุณเดลลิน สรุปแล้วคุณจะเล่าเรื่อง 'จริง' ให้ผมฟังได้หรือเปล่าครับ ทั้งเลนิน ทั้งซิลเลียน คุณคงไม่คิดจะหลอกผมว่าเป็นคนชื่อเหมือนหรอกใช่มั้ย"

ผมลืมสนิทเลยว่าไม่ได้เตี๋ยมกับเมธานเรื่องเลนินไว้... ในเมื่อเจ้าหมาหลุดปากออกมามีหรือเวเจนิสที่ยืนฟังอยู่จะไม่สังเกต...

ผมมองรอยยิ้มของเวเจนิสที่แฝงความขุ่นเคืองไว้อยู่จางๆ พาลรู้สึกผิดขึ้นมา ผมถอนหายใจออกมา "ฉันขอโทษ เรื่องพวกนี้ฉันไม่รู้ควรจะเล่าดีหรือเปล่า นายคิดถูกแล้ว เลนินที่ว่าคือเทพแห่งแสง ฉันจะเล่าเรื่องจริงทั้งหมดให้นายฟัง..."

           ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้เวเจนิสฟังอีกครั้ง แน่นอนว่าครบถ้วนกระบวนความไม่มีข้ามแต่อย่างใด เวเจนิสที่เดินไปก็ฟังผมไปด้วยวิเคราะห์เรื่องราวอย่างจริงจัง เขาคงกลัวว่าผมจะโกหกอีกล่ะมั้ง

           เอาเถอะ ผมก็แย่จริงๆ นั่นแหละที่หลอกเขา เฮ้อ...

           "เรื่องก็เป็นอย่างนี้แหละ ฉันขอโทษที่ปิดบัง" ผมกล่าวออกมาจากใจจริง รู้สึกกลัวอยู่ไม่น้อย อันที่จริงเวเจนิสก็ยังรักษาใบหน้าประดับรอยยิ้มของตัวเองได้อยู่เสมอนั่นแหละ ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ค่อยจะทำให้บรรยากาศเบาลงเลย

           "คุณทำให้ตัวเองเสียเครดิตโดยใช่เหตุนะครับ" เวเจนิสพูด ผมไม่รู้ว่านี่คือคำเตือนหรือคำต่อว่ากันแน่ สีหน้าเวเจนิสอ่านยากจะตาย ตั้งแต่เมื่อกี้เขาก็ไม่หุบยิ้มลงเลย "คุณคิดว่าผมเป็นใครกันล่ะครับ... นั่นสินะ ยังไงคุณก็คงไม่รู้"

           "หมายความว่ายังไง" ผมขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าเวเจนิสต้องการจะสื่ออะไรกันแน่

           "เอาเป็นว่าในฐานะที่ผมสนใจเรื่องของคุณ ผมจะยกโทษให้คุณก็ได้ครับ ฮ่าๆ แต่คุณต้องรู้ไว้ว่าผมไม่ค่อยจะชอบคนโกหกเสียเท่าไหร่" เวเจนิสพูดน้ำเสียงเจือปนความข่มขู่อย่างน่าประหลาด "ผมหวังว่าคุณจะไม่โกหกผมอีก"

           "ก็ได้ๆ ถ้าไม่ 'จำเป็น' จริงๆ ฉันจะไม่โกหก" ผมตอบกลับไปอย่างไม่ยอมเล็กน้อย เพราะที่ผมโกหกเวเจนิสก็เพราะเห็นว่าอาจจำเป็นเท่านั้น

           ผมได้ยินเสียงเวเจนิสแค่นหัวเราะในลำคอ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะหายเคืองผมเมื่อไหร่ ถึงจะพูดว่าให้อภัยแต่ดูเหมือนอารมณ์ของเขาก็ยังไม่ลงเลย

           "ผมจะช่วยคุณตามหาซิลเลียน ฟังจากที่ท่านเลนินพูดเขาคงจะอยู่ที่นี่" เวเจนิสอธิบาย "คุณทำให้ผมได้เปิดโลกมากทีเดียว ฮ่าๆ วิน่าและริน่าเป็นตำนานรร.ของเรามานานแล้ว นานๆ ทีถึงงจะมีคนพบเห็น พวกเธอจะออกมาแกล้งนักเรียนนิสัยเสียบ่อยๆ จากที่ผมได้ยินมา"

           "ดูจากนิสัยพวกเธอแล้วก็เป็นไปได้" ผมยักไหล่ พวกเธอเจ้าเล่ห์จะตายไป แถมยังขี้เล่นขนาดนั้น

           "ว่าไปแล้ว... เราต้องรีบแล้วล่ะครับ เราเหลืออีกสิบนาที" เวเจนิสหยิบนาฬิกาออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วบอก

           "หมายความว่ายังไง"

           "ผอ.เรียกผมคุณจำได้มั้ย แต่ผมต้องกลับเข้ามาร่วมพิธีต่อในอีก 10 นาที" เวเจนิสอธิบาย เขาเก็บนาฬิกาแล้วเข้ามาจับไหล่ผม "เอาล่ะครับ จบการพูดคุยเพียงเท่านี้ก่อน"

           "เราจะไปยังไงให้ทัน" ผมกระชับตัวเมธานที่พอแปลงเป็นร่างคนก็หลับไปให้อุ้มถนัดขึ้น "เราเดินมายังไม่ถึงครึ่งทางที่จะไปหอพักข้างหน้าเลยด้วยซ้ำ"

           "ก็ทำอย่างนี้ไงครับ" เวเจนิสตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาแอบร่ายเวทย์ แต่เมื่อรู้สึกตัวผมก็พบว่าวงเวทย์สีทองปรากฏอยู่ใต้เท้าเรา ผมเบิกตา หันไปมองหน้าเวเจนิส เขายิ้มให้ผม "คุณอาจเวียนหัวสักหน่อย"

           "หมายความว่า--" ยังไงไม่ทันออกจากปากผม แสงสีทองก็กลืนเราเข้าไป ผมไม่รู้ว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้นแต่ผมรู้สึกเหมือนโดนเหวี่ยงไปมาจนคลื่นไส้ ไม่รู้ว่าด้านไหนบนล่างจนแทบยืนไม่อยู่ ดีที่เวเจนิสจับผมไว้

           หลังจากผ่านไปไม่กี่วินาทีแสงเจิดจ้าก็หายไป ผมรู้สึกเหมือนจะอ้วกออกมา เวียนหัวรุนแรงจนต้องไปเกาะคนข้างๆ ไว้พร้อมกันนั้นก็ต้องไม่ปล่อยร่างเด็กชายในอ้อมแขนไปด้วย นี่เรียกว่า "เวียนหัวสักหน่อย" ไม่ได้แล้ว! "โคตร" เวียนหัวต่างหาก!

           ผมลืมตาพบว่าด้านหน้าคือประตูลวดลายหัวกระโหลกที่ถูกเถากุหลายพันอยู่ ประตูบานคู่เปิดออกโดยที่ไม่มีใครสัมผัสมันเลย ผมสะดุ้งโหยงด้วยความที่ยังเวียนหัวไม่หาย

           "มาช้านะเวเจนิส ฉันเรียกนายเมื่อสิบนาทีที่แล้วถ้าจำไม่ผิด" ร่างชายในห้องที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเอ่ยทัก ใบหน้าของเขาเกยอยู่บนโต๊ะแสดงความเกียจคร้าน ผมสีม่วงอมแดงสยายไปตามแผ่นหลังคู้งอ ดวงตาสีแดงสดหรี่มองมาทางประตูอย่างไม่สบอารมณ์ "อ้อ... แล้วก็นั่น..."

           คนๆ นี้ช่างดูไร้สง่าราศรีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลย

           "ขออภัยครับผอ." เวเจนิสยิ้มเขาพาผมเดินเข้ามาในห้อง ที่นี่กว้างพอสมควรทีเดียว ห้องตกแต่งเป็นโทนขาวดำ ด้านซ้ายขวามีผ้าม่านสีเทาปิดไว้ แต่มีแสงลอดเข้ามาเล็กน้อย ถ้าจะให้เดาผมคิดว่าทั้งสองด้านคงเป็นระเบียง เราเดินเข้าไปนั่งบนชุดโซฟาหนังสีดำที่อยู่หน้าโต๊ะทำงานผอ. ผมถือโอกาสวางตัวเมธานลงนอนบนโซฟา

           คนๆ นี้คือผอ.จริงๆ ผมไม่อยากจะเชื่อเลย เขาดูเป็นคนที่ไม่น่าจะทำหน้าที่นี้รอดเลยสักนิด แถมยังผิดจากที่ผมคิดไว้มากโข เขายังดูหนุ่มแน่นอยู่เลย

           "ไม่เป็นไร นายพา 'แขก' ของฉันมาด้วยพอดี ขอบใจมาก" ผอ.เหยียดตัวขึ้นบิดไปมาอย่างเกียจคร้าน สายตาเสมองไปทางกองเอกสาร เขาเผยสายตารังเกียจพวกมันออกมาอย่างสุดซึ้งทีเดียว

           เดี๋ยวนะ 'แขก' เหรอ?

           ผมหันไปมองหน้าเวเจนิสที่นั่งไขว่ห้างอยู่ด้านข้างอย่างชิวๆ ฝ่ายหลังก็เลื่อนสายตามามองผมเหมือนกัน

           "แขกเหรอครับ" เวเจนิสเอ่ยปากถาม คนที่เวเจนิสพามาคือผมอย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าการที่มีคนรู้ถึงการมีอยู่ของผมที่นี่นั้นมีไม่มาก และถึงกับบอกว่าเป็นแขกนี่...

           "คิดเอาเองเถอะ ฉันรู้ว่านายต้องรู้" ผอ.หาวหวอดก่อนจะลุกจากเก้าอี้เดินมาที่โซฟาเดี่ยว ข้างๆ ผม "เป็นไง เกมของลูกสาวฉันสนุกมั้ย"

           ชัดเลย! แค่ประโยคนี้ก็ชัดแล้วสำหรับข้อสงสัยของเวเจนิส เขาคือ ซิลเลียน!

           "มิสเตอร์ซิลเวอร์ คุณทำให้ผมประหลาดใจจัง" เวเจนิสหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ผมรู้สึกได้ว่าผอ.กับนักเรียนคนนี้สนิทกันไม่น้อย "ไม่นึกว่าคุณจะเป็นเทพแห่งเงาคนนั้น"

           ผมเห็นซิลเลียนที่พิงตัวไปกับโซฟายักไหล่ก่อนจะพูดประโยคที่เหมือนรู้กันดีอยู่แล้ว "เอาเถอะ ที่ฉันเรียกนายมานายคงรู้หน้าที่ดีนะ"

           "คุณเป็นผอ.คุณจะไม่ร่วมงานอีกแล้วเหรอ" เวเจนิสตอบ เขายิ้มเจ้าเล่ห์ ประโยคเมื่อครู่เหมือนจะถามเล่นๆ มากกว่าจริงจัง

           "เดลลิน" ซิลเลียนไม่ตอบเวเจนิสแต่หันมาเรียกผมแทน

           "ครับ"

           "ฉันเหมือนผอ.โรงเรียนมั้ย"

           "ไม่" ผมตอบไปตรงๆ โดยไม่ต้องคิด พอเทพแห่งเงาได้ยินแทนที่จะโกรธกลับยกยิ้มแล้วหันหน้ากลับไปหาเวเจนิส

           "นายได้ยินมั้ย ฮ่าๆๆ ฉันไม่เหมือนผอ.สักนิด ออกไปก็มีแต่จะเสียชื่อเสียงรร. เปล่าๆ แม้แต่ลูกชายฉันยังแทบไม่ต้องคิด" ซิลเลียนหัวเราะลั่น

           แหม... ดูเหมือนผมจะได้พ่อมาอีกคนแล้ว

           "เหอะๆ" ผมแค่นหัวเราะออกมา

           เวเจนิสไม่ได้ตอบ เขายิ้มก่อนจะลุกขึ้นยืน "ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวสักครู่"

           ซิลเลียนพยักหน้า เวเจนิสเดินไปที่ประตูด้านขวาโต๊ะทำงานก่อนจะหายเข้าไป

           "เขาดูไม่ตกใจเลยนะที่รู้ว่าคุณคือซิลเลียน" ผมโพล่งออกมา ซิลเลียนยักไหล่ให้ผมแล้วหาวหวอดก่อนจะตอบ

           "เขาทำงานกับฉันมาหลายปี ฉลาดเหลือล้น เขาคงสังเกตเห็นอะไรหลายๆ อย่างอยู่บ้าง" ผมพยักหน้ารับ เข้าใจขึ้นมาทันที ที่ผมรู้สึกว่าสองคนนี้สนิทกันก็เพราะแบบนี้นี่เอง ซิลเลียนเองก็เป็นคนที่ดูไม่อะไรกับฐานะตัวเองเท่าไหร่นักด้วย จะสนิทกันก็ไม่แปลก

           "ว่าแต่งานที่คุณให้เขาทำนี่คือ?" นี่คืออีกสิ่งที่ผมสงสัย เมื่อกี้พวกเขาคุยกันเข้าใจ แต่ผมไม่รู้เรื่องด้วย

           "ปกติพอรร.มีงานอะไรผอ.ก็ต้องออกงานใช่มั้ย แต่ฉันไม่ค่อยแฮปปี้ที่จะออกจากห้องทำงานเท่าไหร่นัก" ซิลเลียนเหลือบสายตารังเกียจไปมองกองเอกสารบนโต๊ะทำงาน "ฉันเลยให้เขาปลอมตัวออกไปแทน"

           แบบนี้ก็ได้เหรอ...

           "ผมจะรอดูวันที่รร.นี้เจ้งแล้วกัน" ผอ.แบบนี้รร. มันจะรอดได้สักกี่น้ำกันเชียว!

           ซิลเลียนเพียงยิ้มมุมปากเป็นคำตอบมาให้ผม เขาจะสื่อว่า 'ไม่มีวัน' รึเปล่านะ

            "อ้อ... ใช่ๆ เดลลิน นายก็ต้องเข้าเรียนที่นี่ด้วย" อยู่ๆ ซิลเลียนก็กระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งดีๆ หลังจากเหยียดกายบนโซฟาอยู่นาน

"เหรอครับ" ผมตอบไปด้วยไม่ได้ใส่ใจนัก ผมแน่ใจตั้งแต่ตอนที่มาถึงที่นี่แล้ว เลนินยังบอกว่าให้ผมมาเรียนรู้อะไรที่นี่ด้วย มันไม่แปลกหรอกที่เรื่องจะกลายเป็นแบบนี้

"อืม... เดี๋ยวเรื่องเอกสารฉันจะจัดการให้ทั้งหมดเอง" ผมพยักหน้ารับ ซิลเลียนลุกจากโซฟาก่อนเดินกลับไปเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานเหมือนเดิม "ว่าแต่นายใช้เวทย์ธาตุไหนไปเมื่อครั้งล่าสุด"

"ผมใช้ไปครั้งเดียว ...น่าจะธาตุไฟล่ะมั้ง" จำได้ว่าตอนที่ร่ายเวทย์ ผมใช้เวทย์ไฟเป็นแกนส่วนที่เหลือก็เสริมด้วยแสงและลม

"โอเค งั้นฉันจะขึ้นทะเบียนว่านายเป็นผู้ใช้พรแห่งไฟแล้วกัน" ซิลเลียนหยิบปากกาขนนกแล้วเขียนบางอย่างลงในกระดาษ เขาถามผมต่อโดยที่ยังไม่เงยหน้า "แล้วได้แสดงพลังของเผ่าพันธุ์ไหนออกมาแล้วบ้าง"

"คุณหมายความว่ายังไง" ผมงงเป็นไก่ตาแตก

"ก็หมายความแบบนั้นแหละ ทำหน้าแบบนี้เลนินคงไม่ได้บอกอะไรนายเลยสินะ..." ซิลเลียนเงยหน้าขึ้นมองผม เขากำลังคิดบางอย่างไม่นานก็ยิ้มออกมา "โอเค ถ้างั้นไม่รู้ต่อไปนั่นแหละ"

อ้าวเฮ้ย!? หมายความว่ายังไง บอกกันก่อนสิฟะ

"คุณหมายถึงอะไร นี่ไม่คิดจะอธิบายให้ผมฟังเลยเหรอ?" ผมถามออกไปแบบงุนงง รู้สึกผอ.คนนี้จะพูดเองเออเองกันไปใหญ่แล้ว

ซิลเลียนเพียงยกมือปัดคำถามของผมทิ้งขณะที่ยังเขียนยุกยิกต่อไป อันตัวผมก็รู้สึกจนปัญญาจะซักฟอกเหลือเกิน

"เดี๋ยวสักวันนายก็รู้เอง" อีกฝ่ายวางปากกาขนนกลง "แค่นี้ก็เรียนร้อย"

"อืม" เอาที่คุณสบายใจ ผมกรอกตาอย่างสุดจะเอือมแล้วเอนตัวไปพิงโซฟา

แกร้ง!

เสียงบางอย่างตกกระทบโต๊ะกระจกสีดำตรงหน้า ผมเหลือบตาไปมองก็พอว่ามีปลอกคอสีดำติดจี้เป็นอัญมณีสี่เหลี่ยมสีแดงวางอยู่ ซิลเลียนนั่งเท้าคาง มือของเขายังค้างอยู่ในท่าโยน "เอาไปสิ"

"ให้เมธานเหรอครับ" ผมหยิบปลอกคอขึ้นมาส่องดูอัญมณีสีแดงสดอย่างสนใจ

ของจริงหรือเปล่าเนี่ย...

"เปล่า ฉันให้นาย" ซิลเลียนตอบ เขาใช้นิ้วชี้มาทางปลอกคอแล้วค่อยชี้มาทางคอผม "ใส่ซะ"

"หา?" ผมก้มมองปลอกคออย่างงุนงง ร้อยวันพันปีไม่เคยใส่เครื่องประดับสักครั้ง แถมปลอกคอ... ไม่ใช่สไตล์ผมเลย

"อย่าเรื่องมากพ่อลูกชาย ใส่เข้าไป มันจะคอยควบคุมพลังของนาย" ซิลเลียนสั่ง เขายกมือปิดปากหาวหวอด

"ควบคุม? พลังผมมีอะไรให้ต้องควบคุม" ผมยังถามอย่างไม่เข้าใจ

"นายรู้มั้ย มนุษย์คนหนึ่งจะได้พรจากพวกฉันคนใดคนหนึ่งแค่หนึ่งคน แต่นาย..." ซิลเลียนยังคงเท้าคางชี้นิ้วมาทางผม "นายไม่ได้มีแค่หนึ่ง"

"หมายความว่า..."

"นายมีพรที่พวกฉันทุกคนมอบให้" ซิลเลียนต่อคำของผมอย่างเกียจคร้าน ผมได้ฟังก็นิ่งไป ก่อนจะค่อยๆ เบิกตาค้างอย่างตกใจโดยไม่รู้ตัว ซิลเลียนเห็นปฏิกิริยาผมก็ยิ้มแล้วเอ่ยต่อ "ฉันได้ยินจากริน่ากับวิน่ามาว่านายใช้เวทย์พายุเพลิงได้ด้วยตัวคนเดียว"

"ไม่ใช่ว่าผู้ใช้พรแห่งไฟปกติก็ใช้ได้หรอกเหรอ" ผมแย้งกลับไป ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อซิลเลียนแต่ผมไม่ค่อยอยากจะยอมรับนัก การถือครองพลังมากมายมันไม่ได้น่าสนุกสำหรับผมเลย

"ใช้ได้มันก็ใช้ได้อยู่ แต่ที่นี่ไม่มีใครใช้เวทย์ผสานธาตุแบบนั้นได้ด้วยตัวคนเดียว นายเข้าใจมั้ย" ซิเลียนอธิบายอย่างชิวๆ ราวกับเรากำลังคุยเรื่องลมฟ้าอากาศ "หนังสือที่สองคนนั้นให้นายมาเมื่อก่อนไม่มีใครใช้เวทย์ในนั้นได้ด้วยซ้ำ"

ผมหยิบหนังสือที่ถูกพูดถึงขึ้นมาดู ตอนนี้ยังไม่ครบชั่วโมงเวทมนต์ของเมธานยังไม่หายไปผมจึงยังอ่านมันได้อยู่ "ถ้าอย่างนั้นที่คุณบอกว่าควบคุมพลังก็คือให้ผมใช้ได้แค่พรธาตุไฟเหรอ"

จากที่ได้ยินเมื่อกี้เขาบอกว่าจะขึ้นทะเบียนอะไรสักอย่างให้ผมเป็นผู้ใช้เวทย์ธาตุไฟ

"ก็ฉลาดนี่" คำพูดถากถางพอออกจากปากซิลเลียนที่ดูไร้ความน่านับถือช่างฟังดูไร้น้ำหนักและไม่ทำให้ผมรู้สึกเจ็บ

ผมก็คิดว่าตัวเองก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอก เหอะๆ

ผมใส่ปลอกคออย่างจนใจ ก่อนจะนั่งรอเวเจนิสโดยไร้บทสนทนาต่อ ซิลเลียนเองก็หันไปเคลียร์เอกสารบนโต๊ะต่อด้วยสีหน้าเหม็นเบื่อ

ไม่ถึงนาทีหลังจากนั้นประตูด้านขวาโต๊ะทำงานก็เปิดออก เวเจนิสก้าวออกมาพร้อมชุดใหม่ ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงกับชุดดี อืม...ด้านในเป็นเสื้อเชิร์ตขาว ส่วนด้านนอกสวมทับด้วยเสื้อกั๊กสีเทาขอบดำที่ยาวลงมาจนถึงเข่า กางเกงสีดำตัวยาวทับด้วยรองเท้าบูทลวดลายตระการตา บนไหล่คลุมด้วยผ้าคลุมยาวสีดำเมี่ยม มีอัญมณีสี่เหลี่ยมสีดำฝังอยู่บนเข็มกลัดสีทอง เวเจนิสปล่อยผมยาวของตัวเองอยู่แผ่นหลังโดยไม่ได้รวบมัด มือทั้งสองข้างกำลังง่วนอยู่กับถุงมือสีขาวบริสุทธ์

ชุดนี้เสริมความดูดีให้เวเจนิสขึ้นไปหลายส่วนทีเดียว

เวเจนิสเดินมานั่งที่โซฟาเหมือนเดิม เขายิ้มให้ซิลเลียน ส่วนเทพแห่งเงาก็วางปากกาขนนกในมือลง เขากลับมาอยู่ในท่านั่งเท้าคางแล้วพึมพำร่ายเวทย์ด้วยใบหน้าเบื่อหน่าย พอร่ายเสร็จวงเวทย์ ก็ปรากฏขึ้นบนมืออีกฝ่าย ควันสีดำผุดออกมาเรื่อยๆ และช้าๆ ซิลเลียนเป่ามันเหมือนเปล่าฝุ่น ควันก็ลอยไปทางเวเจนิส ผมมองชายหนุ่มผมสีน้ำเงินค่อยๆ ถูกควันปกคลุมไปทั่วร่าง

ไม่นานนักหมอกควันก็จางหายไป

คนที่นั่งอยู่บนโซฟาข้างๆ ผมเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ผมหันไปมองหน้าซิลเลียนแล้วหันกลับมามองเวเจนิส

สถานการณ์ตอนนี้กลายเป็นว่ามีซิลเลียน 2 คนไปแล้ว...

ความแตกต่างอันน่าขำที่ผมเห็นชัดที่สุดคือถึงแม้ว่าทั้งสองคนหน้าตาจะเหมือนกันชนิดแม้แต่ปลายเส้นผมยังไม่ต่าง แต่เวเจนิสกลับมีออร่าและดูน่านับถือกว่าตัวจริงเป็นสิบๆ เท่า

"ผมว่าความไร้ราศรีของคุณมันผิดปกติไปหน่อยนะครับ" ผมไปยิ้มแหยให้ซิลเลียนที่มองผลงานของตัวเองก็พยักหน้ารับอย่างพอใจ

"ฉันเป็นเงา จะเด่นสู่แสงได้ยังไง" ซิลเลียนยักไหล่ เขาเอาคางเกยโต๊ะก่อนจะสะบัดมือไล่ผมกับเวเจนิส "ไปเลยไป อีกสองนาทีงานจะเริ่มแล้ว"

"ถ้าอย่างนั้นเราขอตัว" เวเจนิสยืนขึ้น ผมช้อนตัวเมธานมาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะลุกขึ้นตาม เราโค้งให้ซิลเลียนพอเป็นพิธีก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้อง

ทว่ายังไม่ทันออกจากประตูก็ถูกเสียงของชายด้านหลังรั้งไว้เสียก่อน "เออใช่! เวเจนิสเอานี่ไปด้วย"

ซิลเลียนโยนกระดาษที่ถูกพับไว้อย่างเรียบร้อยมาให้เวเจนิส ฝ่ายหลังรับไว้แล้วเงยหน้ามองผอ.เจ้าปัญหา "อะไรครับเนี่ย"

"แผนสอบเข้าของเดลลิน ช่วยประกาศให้ 'ทุกคน' ฟังในช่วงพิธีด้วยแล้วกัน" ซิลเลียนยิ้มเผล่ก่อนจะก้มหน้าก้มตาดูเอกสารต่อ

"นี่ต้องสอบด้วยเหรอ..." ผมโอดครวญ แล้วหันไปดูกระดาษในมือเวเจนิส อยากขอเขาแง้มดูสักนิดพอเป็นแนวทาง

"กระดาษจะไม่มีตัวหนังสือจนกว่าจะถึงเวลา" ซิลเลียนเอ่ยอย่างรู้ทันก่อนจะเอ่ยปากไล่อีกรอบ "เหลือเวลาอีก 1 นาที"

ผมกับเวเจนิสเดินออกจากประตูหลังจากฟังเวลาที่เหลืออยู่ เมื่อออกมาแล้วกระตูก็ปิดไล่หลัง เวเจนิสทำท่าจะใช้เวทย์ที่เหมือนเทเลพอตอีกครั้ง...

"ไม่เอา!!" ผมรีบแย้งสุดชีวิต ความรู้สึกเวียนหัวคลื่นไส้เมื่อไม่นานมานี้ยังเด่นชัดอยู่เลย แต่ดูเหมือนเวเจนิสจะไม่ยอมง่ายๆ เท่าไหร่...

"เดี๋ยวก็ชินครับ มาเถอะ" เวเจนิสยิ้มเจ้าเล่ห์ ใบหน้าของซิลเลียนฉายแววสนุก ผมเบี่ยงตัวหลบมือของอีกฝ่ายสุดชีวิต แต่เพราะอุ้มเมธานอยู่จึงขยับไม่สะดวกเลยถูกอีกฝ่ายจับได้

ผมมองหน้าเวเจนิสในคราบซิลเลียนด้วยใบหน้าอ้อนวอน เวเจนิสยิ้มพรายกลับมาให้ผม มุมปากผมกระตุกทันที

ไม่นานนักวงเวทย์ก็ปรากฏขึ้นใต้เท้าเรา ผมหน้าซีดเผือด แสงเจิดจ้ากลืนกินเราในเวลาต่อมา

"ม่ายยย!!!" ผมร้องออกมาดังลั่น เสียงโหนหวนของผมจึงถูกทิ้งไว้ก้องทางเดินก่อนที่เราจะหายไปจากตรงนั้น...

----------------------

ทุกคนอย่าทำตัวเป็นนักอ่านเงานะ ไรท์เหงา กระซิกๆ อยากบอกไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เม้นเลย ดีไม่ดีก็เม้นมา ไรท์ต้องการแรงกระตุ้น แหะๆ

จบไปอีกตอนแล้ว ฮ่าๆ เมื่อวานทุกคนมาเม้นเยอะเลยดีใจ /lwl\ เป็นกำลังใจได้ดีมากเลย รักทุกคนน <3

ปล.อัพเดทรูปเมธานที่หน้าแรกแล้วน้าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

450 ความคิดเห็น

  1. #441 มายเนมอีส... (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 23:57
    สั่งซื้อเมธานได้ที่ไหนคะ จะเอามานอนกอดทั้งคืนเรยยยย แอ๊ก!!//โดนถีบ
    #441
    0
  2. #350 Fktay (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 / 20:34
    น่ารักจางงงงชอบ อยากได้เมธาน
    #350
    1
    • #350-1 KisegiJi(จากตอนที่ 11)
      2 ธันวาคม 2559 / 05:24
      หุหุ น่ารักใช่ม้าา แต่ให้ไม่ได่นะ
      #350-1
  3. #300 ก็แค่คน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 20:18
    มีความเคะ

    #มโน
    #300
    1
    • #300-1 KisegiJi(จากตอนที่ 11)
      27 พฤศจิกายน 2559 / 21:26
      ...orz//ทรุดแปป
      #300-1
  4. #269 G.U.M.M.Y (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 20:34
    เดลน่าร๊ากกกกก
    #269
    1
    • #269-1 KisegiJi(จากตอนที่ 11)
      23 พฤศจิกายน 2559 / 20:01
      แน่นอนนน #ผิด
      #269-1
  5. #127 the beginnen (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 16:56
    อ่านเพลินเลย รู้สึกจะสลับซับซ้อนดีจัง
    #127
    1
    • #127-1 KisegiJi(จากตอนที่ 11)
      29 ตุลาคม 2559 / 18:15
      ถ้าชอบก็ติดตามกันไปนานๆ นะคะ ฮุฮุ
      #127-1
  6. #87 SW ติ่งไง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 12:43
    ว้าววว เดลลินจะเข้าเรียนแล้ว จะเป็นไงน้าา รอนะคะ
    #87
    1
    • #87-1 KisegiJi(จากตอนที่ 11)
      22 ตุลาคม 2559 / 17:33
      มาอัพให้แล้วนะคะ <3
      #87-1
  7. #85 คิสึกิ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 23:22
    มาต่อเร็วๆนะคะ
    #85
    1
    • #85-1 KisegiJi(จากตอนที่ 11)
      22 ตุลาคม 2559 / 00:21
      โอเคค่าา <3
      #85-1
  8. #84 pimzaza12 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 21:39
    ต่อๆๆๆๆ
    #84
    1
    • #84-1 KisegiJi(จากตอนที่ 11)
      22 ตุลาคม 2559 / 00:20
      โอเคฮับ! >∆<
      #84-1
  9. #83 Silver Fish (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 20:00
    อยากได้ยาวยาวววววววววว
    #83
    1
    • #83-1 KisegiJi(จากตอนที่ 11)
      21 ตุลาคม 2559 / 20:06
      จะพยายามเพิ่มความยาวให้นะคะ <3 ระดับอัพวันต่อวันไม่ง่ายจริงๆ ค่ะ งือออ /lwl\
      #83-1
  10. #82 วลัยพร แสงคำ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 19:40
    สนุกมากค่ะ ติดตามอยู่แม้บางครั้งจะเป็นเงาบางครั้ง
    #82
    1
    • #82-1 KisegiJi(จากตอนที่ 11)
      21 ตุลาคม 2559 / 19:57
      ขอบคุณมากน้อออ °w° \\
      #82-1
  11. #81 Moon (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 19:31
    สนุกมากค่ะ ชอบๆๆ
    #81
    1
    • #81-1 KisegiJi(จากตอนที่ 11)
      21 ตุลาคม 2559 / 19:55
      แฮ่ๆ. ขอบคุณมากค่ะ
      #81-1
  12. #80 Anønymøus (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 19:25
    อยากเห็นหน้าซิลเลียนแฮะ ส่วนเมธานก็น่ารักแบบที่คิดไว้ไม่ผิด
    อ่านจนถึงตอนล่าสุดแล้ว อยากบอกเลยว่าเนื้อเรื่องนี่วางไม่ลงจริงๆ ค่ะ
    รอตอนต่อไปนะ ขอเป็นกำลังใจให้ด้วยอีกคนนน
    #80
    1
    • #80-1 KisegiJi(จากตอนที่ 11)
      21 ตุลาคม 2559 / 19:55
      ขอบคุณค่าาา เขิลจัง /lwl\
      #80-1
  13. #78 MoMosai (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 19:08
    นิยายของไรท์เสมือนกัญชา เสพไปเสพมา..ติดงอมเเงม
    #78
    1
    • #78-1 KisegiJi(จากตอนที่ 11)
      21 ตุลาคม 2559 / 19:53
      ไรท์ขออนุญาตลั่นนะคะ 555555555555
      #78-1
  14. #76 กวิ้นเองว์ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 19:03
    ลูกชายยยย งุ้ยยย
    #76
    1
    • #76-1 KisegiJi(จากตอนที่ 11)
      21 ตุลาคม 2559 / 19:51
      งุ้ยย...
      #76-1
  15. #74 zujune2000 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 18:56
    ซิลเลียนนี่เจ้าเล่ห์ชะมัด ชอบบบ
    #74
    1
    • #74-1 KisegiJi(จากตอนที่ 11)
      21 ตุลาคม 2559 / 19:49
      ซิลเลียนขี้เกียจออกนะคะ +0+
      #74-1
  16. #72 CODE (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 18:46
    เราตามอยู่นะ 555 สนุกค่ะ
    #72
    1
    • #72-1 KisegiJi(จากตอนที่ 11)
      21 ตุลาคม 2559 / 19:46
      ดีใจ แหะๆ l/////l
      #72-1
  17. #69 Kronos-Hades (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 07:06
    เป็นกำลังใจให้ค่ะสนุกมากๆๆๆๆๆๆๆ
    #69
    1
    • #69-1 KisegiJi(จากตอนที่ 11)
      21 ตุลาคม 2559 / 08:47
      ขอบคุณมากๆ ค่ะ +0+
      #69-1
  18. #68 Moon (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 19:25
    ขอบคุณค่ะ สู้ๆนะค่ะ
    #68
    1
    • #68-1 KisegiJi(จากตอนที่ 11)
      21 ตุลาคม 2559 / 08:48
      จ้าาา ขอบคุณน้ออ
      #68-1