Adensia of Magician พรแห่งเวทย์ทั้ง 7 ภาค ผู้มาเยือนจากซานน์ดีน

ตอนที่ 10 : Chapter 9 : อย่าคิดว่าคนที่เคยแพ้ให้คุณจะอ่อนแอ เพราะพวกเขาอาจเป็นลาสบอสที่คุณคาดไม่ถึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 744
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    20 ต.ค. 59


Chapter 9 : อย่าคิดว่าคนที่เคยแพ้ให้คุณจะอ่อนแอ เพราะพวกเขาอาจเป็นลาสบอสที่คุณคาดไม่ถึง


ผมเดินตามเวเจนิสไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงพื้นพรมสีทองซึ่งมีพวกของเขายืนรออยู่แล้ว ชายหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำเงินหันหน้ามามองผมแล้วจึงเอ่ยแนะนำเพื่อนของตัวเอง
"คุณเดลลิน นี่คือทีมสภาแห่งสาขาผู้รับพรแห่งแสง" เวเจนิสผายมือไปทางชายสามหญิงหนึ่งที่ยืนรอเขาอยู่
สภา? ดูเหมือนเวเจนิสจะเป็นคนใหญ่คนโตไม่ใช่น้อยในที่นี่ แล้วเขายังถูกชายผมแดงเรียกว่า 'ประธาน' ซะด้วย
ชายหนุ่มผมสีแดงที่ผมเห็นเมื่อสักครู่โบกมือพร้อมยิ้มส่งมาให้อย่างร่าเริงแต่ติดกวนโอ้ยนิดนึง "ไง ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่อโอรอน"
"ฉันเดลลิน ยินดีเช่นกัน" ผมพยักหน้ารับแล้วส่งยิ้มตอบ ผมไม่คิดจะบอกชื่อเต็มเพราะอีกฝ่ายก็ไม่ได้บอก แต่โอรอนคงรู้แล้วล่ะมั้ง เวเจนิสเพิ่งเรียกชื่อเต็มผมไปเมื่อไม่นานมานี้ด้วย
"วี้ว! ร้ายกาจ!" ชวนหนุ่มผมแดงผิวปากแล้วแซวผมไปไม่ทันไรก็โดนชายหนุ่มสวมแว่นผิวคล้ำถองศอกเข้าสีข้างจนตัวงอ
แล้วที่ว่าร้ายกาจนี่หมายความถึงอะไรอีกล่ะ
"อย่าสนใจหมอนี่เลย ฉันชื่อ เครต้า ยินดีที่ได้รู้จัก มีอะไรก็ถามได้นะ" เครต้าเป็นชายร่างบาง ผมสีดำคลับและดวงตาสีเดียวกัน บนจมูกโด่งเป็นสันของเขามีแว่นกรอบสี่เหลี่ยมสีม่วงประดับอยู่ ผิวคล้ำสม่ำเสมอน่ามอง เขาสูงพอๆ กับโอรอนแต่เพราะร่างบางๆ นั้นทำให้ถ้ามองผ่านๆ จะเห็นว่าเครต้าตัวเล็กกว่าความเป็นจริง
"เช่นกัน" ผมยิ้มเป็นมิตรให้เครต้า เพราะมองๆ แล้วน่าคบกว่าคนเจ้าเล่ห์ที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆ เป็นไหนๆ
"โฮ่... ศัตรูตัวฉกาจเลยนะเนี่ย" เสียงพึมพำของหญิงสาวร่างเรียวด้านข้างเรียกความสนใจของผมให้หันไปมอง คำว่าสาวงามคงต้องมอบให้เจ้าหล่อนอย่างไม่ต้องคิดให้มากความ ใบหน้าเรียวสวย ปากบางสีชมพูธรรมชาติน่าจูบ ดวงตาสีฟ้าใสกระจ่าง สุดท้ายคือเส้นผมสีทองที่ถูกรวบมัดแบบลวกๆ
เห็นได้ชัดว่าสาวเจ้าไม่ได้ชอบดูแลตัวเองเท่าไหร่นักแต่สวรรค์ก็ช่างบรรดาลให้ความงดงามยังคงประดับคู่กับตัวเธอ
"แน่ะๆ กระพริบตาด้วยนะ ถึงนายจะมอง เชสก้าตัวเป็นพรุนนายก็ไม่ได้แอ้มเธอหรอก" โอรอนเดินมาทำท่าจะตบไหล่ผมแต่โดนเมธานขู่แฮ่ใส่ก็สะดุ้งแล้วมายืนอยู่ข้างๆ แทน ผมหัวเราะเหอะๆ ใสเขาก่อนจะเอ่ยถาม
"ทำไมล่ะ?" ตราบใดที่เธอยังเป็นมนุษย์มันก็ต้องมีโอกาสสักนิดล่ะน่า... "หรือเธอมีแฟนแล้ว?"
โอรอนมองหน้าเชสก้าแล้วยิ้มแฉ่งถอยฉาดไปยืนเยื้องอยู่ด้านหลัง "นายถามเธอเอาเองแล้วกัน"
"ฉัน เชสก้า ยินดีที่ได้รู้จัก" เชสก้ายิ้มหวานที่ทำให้ผมรู้สึกจะละลาย ถ้าไม่ใช่ว่ามีประโยคข้างหลังตามมาผมคงหลงรักเธอเข้าไปจริงๆ..."ฉันหวังว่าจะเป็นเพื่อนกับนายได้นะ อ้อแล้วก็ ฉันเป็น 'เลสเบียน' สายเลือดบริสุทธิ์ เพราะงั้นอย่าคิดจะจีบฉันเชียวล่ะ"
"อ่า... โลกมันเปลี่ยนไปแล้วสินะ" ผมพึมพำเสียงเบา แอบคอตกนิดหน่อย พอคิดเรื่องจะจีบสาวขึ้นมาแต่ฝ่ายตรงข้ามดันเป็นสาวงามผู้ในใจมีแต่ดอกลิลลี่บานสะพรั่งไปเสียอย่างนั้น
ผมพับเก็บเรื่องรักๆ ใคร่ๆ กลับเข้ากรุไปทันที แล้วหันมาสนใจปัจจุบันแทน
ชีวิตวัยหนุ่มยังอีกยาวไกล!
"โลกไม่ได้เปลี่ยนแต่เป็นการเปลี่ยนโลกต่างหากล่ะครับ" เวเจนิสเอ่ยแก้คำพูดของผม เขาเดินมายืนอยู่ข้างๆ ผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ "อย่าเพิ่งคิดจีบสาวเลยครับ คุณหาสถานะของตัวเองตอนนี้มห้เจอก่อนดีกว่า"
"นั่นสินะ" ผมตอบกลับก่อนจะมองไปที่ชายหนุ่มคนสุดท้าย เขาไม่ได้เอ่ยอะไร ไม่ได้แนะนำตัว แต่กลับหันหลังเดินไปที่ปลายสุดของพื้นพรมแล้วหันมาถลึงตาใส่เรา
"หมอนั่นชื่อ ฮาวาล เอาล่ะๆ ช่วยถอยออกจากตรงนี้หน่อยนะ" โอรอนพูดพร้อมกับดันๆ หลังผมให้เดินออกจากพื้นพรมไปอยู่หน้าเวที "พิธีรับน้องจะเริ่มแล้ว เราไม่รู้หรอกนะว่านายเป็นใครมาจากไหน แถมประธานก็ยังไม่ยอมอธิบาย เพราะงั้นก็ยืนดูเฉยๆ ไปแล้วกัน"
"พิธีรับน้อง?" ผมถามเมื่อมาหยุดยืนอยู่นอกพื้นพรม และโอรอนกำลังจะหันหลังไปยืนประจำที่ ผมเห็นคนอื่นๆ ยืนอยู่ตามขอบของพรมรอเขาอยู่แล้ว เวเจนิสก็ยืนอยู่ด้วย
"นายพูดอย่างกับไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหนอย่างนั้นแหละ" โอรอนยิ้มแฉ่ง เขาไม่ได้ตอบผมแต่รีบวิ่งไปยืนอยู่ขอบพรมเหมือนคนอื่นๆ ด้วยทนสายตาดุๆ ของฮาวาลที่ทิ่มหลังเป็นระยะไม่ไหว
"ที่นี่คือสถาบันเวทมนต์ชั้นนำของทวีปโพรอา โรงเรียนของเหล่าจอมเวทย์ 'ซิลเลเลีย' ครับ" เวเจนิสที่ยืนอยู่บนขอบพรมใกล้ๆ ผมตอบแทน เขารู้ว่าผมไม่รู้เรื่องอะไรที่นี่สักอย่างจึงช่วยอธิบายให้ "วันนี้เป็นวันเปิดปีการศึกษาใหม่น่ะครับ คุณคงเข้าใจนะ"
สรุปก็คือเป็นวันเปิดการศึกษาใหม่ แน่นอนว่าก็ต้องมีการรับน้อง แล้วพวกเวเจนิสก็กำลังเตรียมพิธีอย่างนั้นสินะ
จริงๆ ถึงเวเจนิสจะดูเจ้าเล่ห์ขนาดไหนเขาก็เป็นคนดีใช้ได้เลย แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของอีกฝ่ายทำให้ผมรู้สึกว่าทุกการกระทำของเขามีอะไรมากมายแฝงอยู่เสมอเท่านั้นเอง
ผมพยักหน้ารับ เวเจนิสจึงหันหน้าไปด้านพื้นพรม พอเขาพยักหน้าคนทั้งสี่ก็พยักหน้ารับแล้วเริ่มร่ายเวทย์
           ผมยืนมองอยู่ห่างๆ ก็เห็นกลุ่มอื่นๆ ที่เข้ามาทางประตูสีต่างๆ ก็ยืนอยู่ตามขอบพรมของสีตัวเองเช่นกัน บางกลุ่มดูเหมือนจะเริ่มร่ายเวทย์ไปก่อนแล้ว แต่บางกลุ่มก็ยังคุยเล่นกันอยู่ก็มี

ทำไมผมถึงรู้ได้ว่าคนไหนมาจากประตูไหนน่ะเหรอ ง่ายมาก เพราะเสื้อคลุมตัวยาวที่พวกเขาใส่อยู่ก็ชัดเจนพอแล้วล่ะ อย่างกลุ่มของเวเจนิสทุกคนใส่เสื้อคลุมตัวยาวสีทองกันหมด อ้อ... ยกเว้นเวเจนิสที่ใส่สีเงินเดินเฉิดฉายอยู่คนเดียว ส่วนกลุ่มอื่นๆ ก็ใส่สีแตกต่างกันไปตามสีประตูนั่นแหละ

จะว่าไปประตูสีเทาก็ไม่ได้มีใครเปิดเข้ามา พื้นที่ด้านหน้าแทนที่จะเป็นพรมก็มีเวทีตั้งอยู่แทน ...ช่างเถอะ ไม่จำเป็นต้องสนใจเสียหน่อย

ผมหันกลับมามองการร่ายเวทย์ของแต่ล่ะสี ตอนนี้ทุกคนประจำที่ของตัวเองหมดแล้ว เสียงพึมพำเวทย์ดังงึมงำไม่ได้ศัพท์

กลุ่มที่เริ่มก่อนตัววงเวทย์ก็ค่อยๆ วาดตัวช้าๆ ออกมาเป็นรูปร่างบนพื้นพรม เส้นสายแต่ละเส้นไล่ของมาจากผู้ร่ายเวทย์แต่ละคนบรรจบกันไปมา ผมมองตามอย่างทึ่งๆ ความสวยงามของวงเวทย์ที่วิ่งต่อกันไปมาช่างเรียกความสนใจได้ดีเสียนี่กระไร

"เมธาน" ผมเรียกเจ้าหมาในอ้อมแขนที่กำลังมองวงเวทย์อยู่เหมือนกัน "นายรู้มั้ยว่าเวทย์ที่พวกเขาใช้เป็นเวทย์อะไร"

"ทั้งหมดเป็นเวทย์สร้างมิติมายาครับ" เมธานตอบ เขาอ้าปากหาวจนเห็นเขี้ยว

"แบบที่ริน่ากับวิน่าทำน่ะเหรอ"

"ใช่ครับ แต่ของมนุษย์พวกนี้เล็กกว่าหลายขุมเชียวล่ะครับ" เสียงเจ้าหมาเริ่มงัวเงียเต็มที ดูท่าเขาใกล้จะหลับเต็มทน

เล็กกว่าหลายขุมเชียวเหรอ... สองคนนั้นดูท่าจะเป็นลาสบอสกว่าที่เห็นนะเนี่ย

กลุ่มคนที่ใส่ชุดสีเขียวคือกลุ่มที่ผมเห็นว่าเป็นกลุ่มที่เริ่มร่ายเวทย์ก่อนใครเพื่อน วงเวทย์ของพวกเขาเสร็จสมบูรณ์แล้ว ผมเห็นพวกเขาถอนหายใจออกมาพร้อมๆ กัน มีคนนึงทรุดลงไปนอนแนบกับพื้น คนอื่นๆ ต่างตกใจรีบวิ่งเข้าไปดูส่วนผมก็ได้แต่ยืนมองอย่างนั้น

"ผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรน่ะ" ผมถามเมธานอย่างงงวย เพื่อนคนหนึ่งของเธอช่วยกันอุ้มเธอออกไปจากประตูแล้วหายไปไหนก็ไม่รู้ ส่วนวงเวทย์ก็เริ่มค่อยๆ จางหายไปเหลือเพียงพรมสีเขียวเข้มว่างเปล่าเช่นเดิม

"พลังเวทย์ของเธอไม่พอน่ะครับ มนุษย์ไม่ได้มีพลังเวทย์มากมายมหาศาลอะไรขนาดนั้น ดูเหมือนเธอคนนั้นจะมีน้อยกว่าปกติเสียด้วยซ้ำ" เมธานอธิบาย "การที่มนุษย์คิดจะสร้างมิติต้องใช้กำลังหลายคนอย่างที่เห็น พลังเวทย์ที่ต้องใช้ก็ต้องมากกว่าปกติด้วย"

"นายรู้หลายเรื่องดีจังนะ ไปฟังจากเลนินมางั้นเหรอ" ผมก้มหน้ามองเจ้าหมาแล้วขยับตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความเมื่อยขา ผมวางตัวเมธานลงบนตักแล้วใช้มือลูบขนอย่างสบายมือ

"เปล่าครับ เรื่องวงเวทย์หรือเรื่องเวทมนต์น่ะในเผ่าพันธุ์ของผมมีหนังสือพวกนี้เยอะแยะจะตายไป" เมธานกล่าวพร้อมขยับตัวจัดท่านอนบนตักผมแล้วหลับตาพริ้มราวกับพร้อมจะตกเข้าสู่ห้วงนิทรา

"แบบเล่มนี้นะเหรอ" ผมโบกหนังสือในมือไปมาช้าๆ แต่แม้เมธานจะยังหลับตาอยู่เขาก็ยังรู้ว่าหนังสือเล่มนั้นคือเล่มไหน ยังไงผมก็มีหนังสืออยู่เล่มเดียวล่ะนะ เหอะๆ

"ครับแบบนั้นแหละ ก็แค่คล้ายกันน่ะครับ แต่ปกติก็มีชื่อผู้แต่ง มีที่พิมพ์หรืออะไรแบบนั้นอยู่นะครับ เล่มนี้ออกจะแปลกไปหน่อย องค์ประกอบของหนังสือที่ควรจะมีก็ดันไม่มีใช่มั้ยล่ะครับ" เจ้าหมาอธิบายแล้วหาวเป็นครั้งที่ร้อยแปดของวัน ผมลูบหัวเขาอย่างเอ็นดู

"ขอบใจที่พยายามตอบนะ หลับเถอะ" ผมก้มหน้ายิ้มให้โดยลืมไปว่าเมธานหลับตาอยู่ คงไม่เห็นรอยยิ้มของผม แต่ผมก็ยังยิ้มอยู่ดี

"ระวังตัวด้วยนะครับ ผมจะรีบตื่น..." ปลายเสียงหายไปอย่างช้าๆ ลมหายใจของเมธานสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเจ้าตัวหลับไปเรียบร้อยแล้ว ผมเงยหน้ามองกลุ่มของเวเจนิสที่ยังคงร่ายเวทย์อย่างต่อเนื่อง วงเวทย์สีทองของพวกเขาใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว

นั่งมองไปก็คิดไปด้วยว่าควรจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้เวเจนิสฟังดีมั้ย (มีแต่เขาเท่านั้นที่รู้ว่าผมไม่ใช่คนของที่นี่) จะเล่าทั้งหมดก็ไม่เสียหายต่อผมหรอก แต่เรื่องของเลนินหรือป่านิรันดร์นี่ผมไม่รู้จะเล่าดีมั้ย ผมไม่ได้ถามเทพีแสงคนนั้นเสียด้วยว่าควรจะเก็บเป็นความลับหรือเปล่า แถม 'เขา' ที่เธอพูดถึงผมก็ยังหาไม่เจอ...

เอาเป็นว่าข้ามเรื่องป่าหรือเรื่องพวกนั้นไปแล้วกัน หา 'เขา' คนนั้นเจอเมื่อไหร่ค่อยตัดสินใจเรื่องเล่าทั้งหมดอีกที

ผมได้ข้อสรุปของตัวเองพร้อมกับที่วงเวทย์ของเหล่าสภาสาขาพรแห่งแสงเสร็จสมบูรณ์ ผมเห็นโอรอนทรุดตัวลงไปนอนแผ่บนพื้น ส่วนฮาวาลก็เดินเหยียบข้ามตัวเขาในเวลาตัวมา...

"โอ้ยยย! ไอ้คุณฮาวาลนายจะเหยียบฉันทำไมเนี่ย!?" โอรอนร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดโดยที่ผู้ก่อเหตุไม่ได้หันมาสนใจสักนิด

"เวเจนิส เราเหลือเวลาอีก 20 นาทีในการพัก เมื่อสักครู่ 'แกรนเดล' ของฉันฝากมาบอกนายว่าผอ. เรียก" ฮาวาลรายงานกับเวเจนิสโดยมีโอรอนทำหน้างอนั่งลูบท้องปอยๆ อย่างไม่กล้าเอาเรื่องอยู่ด้านหลัง

"ขอบคุณมากครับ" เวเจนิสตอบกลับก่อนหันมองลูกทีมที่เหลือ "ทุกคนพักได้ครับ อีก 20 นาทีให้มาเตรียมตัวที่นี่ด้วย"

ผมเดินตามเวเจนิสออกจากห้องโถง แล้วเห็นความกว้างของสถานที่ที่ทำให้ผมเข้าใจเลยทีเดียวว่าทำไมเขาถึงต้องรีบขนาดนั้น ทางเดินปูด้วยหินทอดยาวออกไป สายตาของผมเห็นอาคารแห่งหนึ่งตั้งอยู่ลิบๆ แน่นอนว่าต้องไกลมาก

ที่อยู่ระหว่างทางเดินหินเป็นแปลงดอกไม้หลายชนิดส่งกลิ่นหอมโชยออกมาให้ชวนเคลิ้ม ผมเห็นฝูงผีเสื้อบินวนตอมดอกไม้เหล่านั้นอยู่ละลานตา

มองไปมองมาก็ชวนให้นึกว่าเป็นสวนสวรรค์เลยทีเดียว

"อาคารตรงนั้นน่ะหรือ" ผมชี้ไปทางอาคารที่อยู่ปลายสายตา มันดู...จะอยู่ไกลไม่ใช่น้อยเลยจริงๆ

เวเจนิสหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินผมพูด เขารีบพูดแก้ในทันที "เปล่าครับ ตรงนั้นเป็นหอพักของ ผู้ใช้พรแห่งแสงต่างหากล่ะครับ เรายังไม่ออกจากเขตที่พักเลยนะ"

"หา!? ต้องไปไกลกว่านั้นอีกเหรอ!" ผมโอดครวญออกมา รู้สึกว่าตัวเองจะขาลากในอนาคตไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แน่ๆ

"ฮ่าๆ มาสิครับ ผมมีอะไรจะถามคุณเยอะเลยด้วย ค่อยๆ เดินไปกัน" เวเจนิสออกเดินนำไปก่อน ถึงแม้จะพูดว่าค่อยๆ เดินก็เถอะแต่เขาก็ยังเดินเร็วขนาดที่ผมต้องวิ่งตามเหมือนเดิม...

"นายที่ไม่คิดจะเดินช้าๆเลยหรือยังไงฟะ ฉันอุ้มเมธานอยู่ด้วยนะเฟ้ย ช้าหน่อยๆ" ผมตะโกนไล่หลังเวเจนิส

เขานี่ไม่สนใจคนอื่นบ้างเลยนะ ให้ตายเถอะ

เวเจนิสหันมามองผมอย่างแปลกใจ เขาทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้แล้วหยุดยืนรอ ผมรีบวิ่งตามไปตีเสมออีกฝ่ายทันที

"จะว่าไปคุณเนี่ย นิสัยน่ารักกว่าที่ผมคิดไว้อีกนะครับ หึหึ" อยู่ๆ เวเจนิสก็โพล่งออกมาหลังจากผมเดินมาถึงข้างๆ เขาแล้ว

ผมหันขวับไปมองอีกฝ่ายทันที "นายหมายความว่าไง"

"ก็แหม ผมเห็นคุณคุยกับหมาตัวนี้ตั้งหลายครั้ง" เวเจนิสยิ้มเจ้าเล่ห์ ผมมองเขาตาขวางทันทีเมื่อได้ยินเหตุผล "หรือว่าเขาจะเป็น 'แกรนเดล' ของคุณ?"

"นายไม่ได้ยินเสียงเมธานเรอะ? ว่าแต่เกรนเดลนี่อะไร" ผมเลิกคิ้ว เสียงของเมธานทุกครั้งจะดังขึ้นในหัว ถ้าคนอื่นจะไม่ได้ยินมันก็ไม่แปลกสินะ แต่ว่าขนาดฟริเอน่ายังได้ยินเลย หรือถ้าเจ้าตัวไม่เจาะจงคนอื่นก็จะไม่ได้ยินอย่างนั้นหรือ

ส่วนแกรนเดล... ผมได้ยินฮาวาลพูดกับเวเจนิสแล้วมีคำนี้ออกมาเหมือนกัน

"ไม่ครับ ผมได้ยินแต่เสียงคุณคุยอยู่คนแค่เดียว" เวเจนิสตอบ "ส่วน 'แกรนเดล' เป็นชื่อเรียกสิ่งมีชีวิตที่เป็นคู่สัญญากับเราจอมเวทย์ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเผ่าพันธุ์ภูต"

เหมือนกับสัตว์อัญเชิญอะไรแบบนั้นสินะ "ทำไมต้องเป็นภูตล่ะ"

ในเอเดนเซียดูจะมีเผ่าพันธ์อื่นที่ไม่ใช่มนุษย์เยอะแยะจะตายไป

"เผ่าพันธุ์อื่นน่ะถือตัวและมีทิฐิสูง ไม่ง่ายหรอกนะครับที่จะทำให้พวกเขายอมมาทำสัญญาด้วยได้" เวเจนิสอธิบาย

"แล้วนายมีแกรนเดลมั้ย" ผมถาม ความอยากรู้อยากเห็นทำให้รู้สึกตื่นเต้น

"มีสิครับ" เวเจนิสตอบ เขาหันมายิ้มเข้าเล่ห์ใส่ผม รู้สึกสังหรใจไม่ดีแปลก "แต่ถ้าคุณอยากเห็นก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน"

"อะไรอีกล่ะ" ผมกรอกตาขึนมองท้องฟ้า

"หลังจากจบงานนี้แวะเปิดฟิลด์กับผมสิครับ" เวเจนิสยิ้ม ผมฉีกยิ้มตอบให้เขาแล้วตอบอย่างหนักแน่น ผมยังจำได้ถึงคุณสมบัติของฟิลด์ ถ้าโกหกเสียงผมจะหายไป!

"ไม่!" ผมไม่อยากเสี่ยงโดนหมอนี่ล้วงข้อมูล มีหลายเรื่องที่ผมไม่รู้ควรจะบอกดีมั้ย เรื่องแกรนเดลจะยังไงก็ช่าง

"น่าเสียดายจัง" เวเจนิสยักไหล่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังค้างอยู่บนใบหน้า

"ว่าไปแล้วนายรู้จักเผ่าพันธุ์ของหมอนี่ไหม" ผมชูตัวเมธานที่ยังหลับปุ๋ยขึ้นให้เวเจนิสดู ถึงแม้ร่างเล็กของเมธานจะเหมือนหมาป่าผสมจิ้งจอกน้อยลงจนเหมือนหมาขนาดไหนแต่ก็น่าจะพอดูออกบ้าง

"แปลกดีนะครับ เหมือนหมาป่าผสมจิ้งจอกเลย" เวเจนิสลูบคางขณะมองเมธานไปด้วย

"โอเค นายไม่รู้แหละดีแล้ว" ผมเอาตัวเมธานมาประคองในอ้อมแขนเหมือนเดิม เร่งฝีเท้าเดินนำอีกฝ่ายไป

"อย่าทำอยากรู้แล้วจากไปแบบนี้สิครับ" เวเจนิสเดินชิวแปปเดียวก็ตามผมทัน ผมกรอกตาแล้วนึกอะไรออกจึงหันไปยิ้มเยาะใส่เขา

" 'หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง' ยังไงล่ะ" ผมตอบกลับไปด้วยคำที่เคยโดนอีกฝ่ายพูดใส่เมื่อครั้งแรกที่มาถึงเอเดนเซีย แอบรู้สึกสะใจนิดๆ ที่ได้เอาคืนบ้าง

"พูดอย่างนี้ทำเอาผมอยากเปิดฟิลด์อย่างจริงจังเลยนะครับเนี่ย" เวเจนิวยิ้มแล้วหัวเราะออกมา

"ช่างเรื่องเมธานไปก่อน ฉันมีเรื่องต้องเล่าให้นายฟัง และต้องขอให้นายช่วย" ผมตัดบท ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียบเรียงเรื่องที่จะพูด

หลังจากนั้นผมก็เล่าเรื่องที่ผมตายแล้วมาโผล่ที่เอเดนเซียให้อีกฝ่ายฟัง แต่ตัดเรื่องที่เกี่ยวกับเทพีแห่งแสงหรือที่เกี่ยวข้องกับป่านิรันดร์ออกไปจนหมด ตัดแต่งเรื่องนิดหน่อยเพื่อให้อีกฝ่ายไม่สงสัยจนเกินไป ผมเล่าเรื่องที่ได้เจอกับวิน่าและริน่าในประตูผ่านทางที่มาสู่โถงนั้น จนถึงตอนที่ได้เห็นเวเจนิสเดินเข้ามา

ผมข้ามเรื่องจริงไปหลายส่วนทีเดียว บอกอีกฝ่ายว่าตัวเองตื่นขึ้นมาเจอเมธาน เจอประตู ไม่มีทางเลือกเลยเข้ามา แล้วเจอริน่าวิน่า สุดท้ายก็มาเจออีกฝ่าย เรียกได้ว่าเล่าข้ามจนหมดอรรถรสกันเลยทีเดียว

------------------------------
จบไปอีกตอนแล้ววว เย้!  ว่าไปแล้วเราก็อยากมาแกรนเดลน่ารักๆ สักตัวบ้างน้า...
มีเรื่องจะแจ้ง... คือ... คือ... ตอนนี้ไรท์กำลังลงแดงนิยายเรื่องหนึ่งอยากหนัก!! (บอกเฉยๆ ไม่มีไร 5555555)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

450 ความคิดเห็น

  1. #226 MoePuncH (@kuronekokuroneko) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 17:12
    ทำไมชมว่า(นิสัย)น่ารักอ้า~~หุๆ ไม่ใช่เเค่นิสัยอย่างเดียวใช่ม้า
    #226
    1
    • #226-1 KisegiJi (@kidochigi) (จากตอนที่ 10)
      16 พฤศจิกายน 2559 / 21:49
      อุฮุๆๆ//หัวเราะอย่างมีเลศนัย
      #226-1
  2. #67 วลัยพร แสงคำ (@walaisaeng) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 20:08
    สู้ๆค่ะ สนุกมาก
    #67
    1
    • #67-1 KisegiJi (@kidochigi) (จากตอนที่ 10)
      19 ตุลาคม 2559 / 20:12
      ขอบคุณค่ะ <3
      #67-1
  3. #66 Kronos-Hades (@Kronos-Hades) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 20:02
    สนุกค่ะ เป็นกำลังใจมห้สู้ๆน้าาาา
    #66
    1
    • #66-1 KisegiJi (@kidochigi) (จากตอนที่ 10)
      19 ตุลาคม 2559 / 20:13
      ขอบคุณน้าา
      #66-1
  4. #65 คิสึกิ (@gam20122541) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 20:00
    สนุกค่าาาา มาต่อเร็วๆน้าาา
    #65
    1
    • #65-1 KisegiJi (@kidochigi) (จากตอนที่ 10)
      20 ตุลาคม 2559 / 13:18
      โอเคจ้า <3
      #65-1
  5. #64 คิสึกิ (@gam20122541) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 22:06
    มาต่อเร็วๆเน้อออ
    #64
    1
    • #64-1 KisegiJi (@kidochigi) (จากตอนที่ 10)
      19 ตุลาคม 2559 / 10:33
      โอเคเน้อออ
      #64-1
  6. #63 วลัยพร แสงคำ (@walaisaeng) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 19:59
    ขอบคุณค่ะ สนุกมากเลย
    #63
    1
    • #63-1 KisegiJi (@kidochigi) (จากตอนที่ 10)
      18 ตุลาคม 2559 / 20:08
      ไม่เป็นไรน้อออ ถ้าสนุกก็ติดตามกันไปนานๆ นะ <3
      #63-1
  7. #62 Kronos-Hades (@Kronos-Hades) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 17:53
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ สนุกมาก
    #62
    1
    • #62-1 KisegiJi (@kidochigi) (จากตอนที่ 10)
      18 ตุลาคม 2559 / 20:09
      ขอบคุณจ้าา <3
      #62-1
  8. #61 คิสึกิ (@gam20122541) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 21:30
    มาต่อเร็วๆนะคะ
    #61
    1
    • #61-1 KisegiJi (@kidochigi) (จากตอนที่ 10)
      17 ตุลาคม 2559 / 21:48
      โอเคครับผม
      #61-1
  9. #60 Kronos-Hades (@Kronos-Hades) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 19:18
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆ
    #60
    1
    • #60-1 KisegiJi (@kidochigi) (จากตอนที่ 10)
      17 ตุลาคม 2559 / 21:47
      ขอบคุณค่ะ จะพยายามเน้อ
      #60-1
  10. #59 Lujetta (@Lujetta) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 18:41
    มาต่อเร็วๆนะคะ
    #59
    1
    • #59-1 KisegiJi (@kidochigi) (จากตอนที่ 10)
      17 ตุลาคม 2559 / 19:00
      รับทราบครับ!
      #59-1