'Disney Fanfiction' Beauty & the Beast โฉมงามกับเจ้าชายอสูร

ตอนที่ 2 : Beauty & the Beast: How Could She be the One?__{2}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    21 พ.ย. 61




{How Could She be the One?}

-She’s a peasant girl! How could she be the one? How could she ever learn to love a beast?-


_________________________________


Related image


xxx




2


            คืนนั้นเขาเลือกที่จะเก็บตัวอยู่ในห้องจมปลักอยู่กับอารมณ์หม่นหมองของตัวเอง อีกอย่างก็คือเขาไม่อยากไปขัดจังหวะอะไรก็ตามที่บรรดาคนรับใช้กำลังสนุกอยู่ที่ห้องครัวด้านล่าง เพราะเขาไม่ชอบที่ต้องมารู้ว่าตัวเองคือสาเหตุที่ทำให้สถานการณ์ต่างๆ กร่อยลงอย่างไม่มีสาเหตุ... ไม่หรอก อันที่จริงสาเหตุคือพวกนั้นกลัวเขาต่างหาก มันเข้าใจง่ายจะตายไป เพราะแบบนี้เขาถึงไม่คุยเล่น ไม่สุงสิง ใช้เวลาอยู่กับตัวเองเท่าที่จะทำได้เสมอ


            คืนนี้ทำไมในครัวถึงเสียงดังอย่างนี้นะ พวกนั้นทำอะไร ร้องเพลงเหรอ?!


            เฮอะ! บางทีเด็กนั่นคงยอมแพ้ คลานซมซานไปขออะไรกินในครัวแล้ว พวกคนรับใช้เขาก็คงจะร้องเพลงสร้างความบันเทิง เอาใจแขกอย่างเต็มที่เลยสิท่า ไม่แปลกใจหรอก ก็เด็กนั่นถือเป็นความหวังหนึ่งเดียวของพวกเขาที่จะมาล้างคำสาปน่ะสิ


            อสูรคำรามเบาๆ ในลำคอก่อนจะกระโจนออกไปยังระเบียง จิกกรงเล็บแหลมคมไต่ไปบนหอคอยของปราสาทเพื่อหาที่สงบและไกลจากเสียงดนตรีข้างล่าง เขาต้องการอยู่เงียบๆ และใช้ความคิด


            ดวงตาสีฟ้าทอดมองไปยังอาณาเขตกว้างใหญ่ของปราสาทที่ถูกแช่แข็งเอาไว้ในฤดูหนาวตลอดปี ตลอดเกือบสิบปีที่จมอยู่กับสภาพของอสูรกาย เขาเริ่มชาชินที่จะอยู่กับสภาพนี้ให้ได้ แต่ตอนนี้ เหมือนโชคชะตาไม่ยอมให้เขาจมปลักอีกแล้ว


หรือเด็กคนนั้นจะใช่คนที่มาล้างคำสาปจริงๆ...


            เนิ่นนานที่นั่งอยู่ในความเงียบงัน เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่านี่เป็นเวลาอะไรแล้วแต่ฉับพลันเขาก็ได้ยินเสียงประตูและเสียงฝีเท้าเบาๆ ของใครบางคนเข้ามา ที่ปีกตึกตะวันตกของเขา!


            มันก็มีได้แค่คนเดียวที่มีเสียงฝีเท้าของมนุษย์ เด็กคนนั้นไงเล่า!


            อสูรกระโจนไปหลบอยู่บนคบคาของระเบียงด้านนอก ก่อนจะจับตามองว่าเธอคิดจะทำอะไรกันแน่


            แม่เด็กนั่นมองทุกอย่างรอบตัวอย่างสนใจใคร่รู้ไม่ว่าจะกองข้าวของที่เสียหายจากน้ำมือของเจ้าของห้องหรือรูปวาดของเขากับพ่อและแม่ที่ถูกเขาทำลายทิ้งเมื่อนานมาแล้ว


            แต่อสูรก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไปเมื่อร่างเล็กเดินเข้าไปใกล้กับครอบแก้วของกุหลาบวิเศษของเขา! ร่างใหญ่โตเร่งกระโจนวูบลงไปขวางก่อนเด็กนั่นจะเปิดครอบแก้วแตะต้องกุหลาบเปราะบางที่มีกลีบเหลืออยู่อีกไม่กี่กลีบเข้า!


            เธอมาทำอะไรที่นี่!” อสูรคำรามถามออกไป


เธอจะทำอะไรกับมัน!!”  เขาโผไปเบื้องหน้าที่ครอบแก้ว ใช้ความใหญ่โตของร่างกายบังกุหลาบวิเศษเอาไว้ ถ้าช้ากว่านี้ ถ้าเด็กนั่นแตะมันแค่นิ้วเดียว เขาไม่มีทางรู้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง เธออาจจะเร่งให้คำสาปเดินหน้าเร็วขึ้น หรืออาจทำให้พวกเขาตายกันหมดก็ได้


            เธอรู้ตัวไหมว่าเธอทำอะไรลงไป เธออาจทำให้พวกเราตาย! ออกไป ออกไป!” เขาวาดมือที่เต็มไปด้วยกรงเล็บออกทำให้ร่างเล็กจ้อยนั่นเซล้มลงไปกับพื้น เด็กสาวร้องออกมาอย่างตื่นตระหนกก่อนจะล้มลุกคลุกคลานวิ่งหนีออกไปอย่างไม่คิดชีวิตและหายลับตาเขาไปเช่นเดียวกับความหวังอันริบหรี่ที่ค่อยๆ หลุดลอยไป



           

            นายท่าน รีบตามเธอไปเร็วเข้า หมาป่า!” มิสซิสพอตต์และรถเข็นน้ำชาประจำกายเคลื่อนตัวเข้ามาหาเขาที่วิ่งออกมาตามบันไดวนจากปีกตึกตะวันตก


            อสูรคำรามในลำคอก่อนจะโผทะยานออกจากปราสาท สู่พายุหิมะหนาวเหน็บ ตามเสียงฝีเท้าและรอยเท้าของม้าเข้าไปในป่าที่มีหมาป่าหิวโซฝูงหนึ่งออกล่าเหยื่ออยู่ตลอดปี ด้วยความเร็วอย่างน่าอัศจรรย์ของเขา ทำให้อสูรตามเบลล์ไปได้ทันเวลา เขากระโจนเข้าไปทำร้ายหมาป่าที่กำลังจะกระโจนกัดกระชากลำคอเล็กของหล่อนอย่างไม่พูดพร่ำทำเพลง หัวใจที่เต้นแรงด้วยเป็นห่วงชีวิตของเด็กสาวจับใจขับเคลื่อนให้สัญชาตญาณสัตว์ร้ายของเขาทำงานรุนแรงและรวดเร็วยิ่งขึ้น เขากางกรงเล็บตะกุยไปที่หน้าของหมาป่าที่รุมกระโจนเข้าใส่เขา เขาแยกเขี้ยวฝังความคมลงไปเพื่อทำลายเนื้อหนังของพวกมัน ความเจ็บปวดจากรอยเขี้ยวทำให้พวกมันไม่สามารถลุกขึ้นมาทำอันตรายใครๆ ได้อีก แต่กระนั้น เขาที่คุมตัวเองไม่ให้ความเป็นสัตว์ป่าเข้าครอบงำมาตลอดหลายปี ไม่เคยได้ใช้ร่างกายต่อสู้ ก็ยังพลาดท่า โดนฝังเขี้ยวและโดนตะกุยเนื้อจนหลุดไปหลายแผล โดยเฉพาะที่หลังและไหล่ของเขา มันถูกตัวจ่าฝูงฝากรอยแผลฉกรรจ์เอาไว้อย่างน่าสยดสยอง แต่กระนั้นเขาก็ชนะ! ด้วยการจับร่างของจ่าฝูงเหวี่ยงไปกระแทกกับก้อนหินขนาดใหญ่เสียงดังผลัก ก่อนจะคำรามข่มขวัญดังก้องป่าจนหมาป่าที่น่าหวาดเกรงต่างครางหงิงอย่างขลาดกลัว ก่อนจะพาพวกที่ยังมีชีวิตรอดหลบหนีกลับเข้าไปในป่าลึกตามเดิม


            อสูรหนุ่มหอบตัวโยน ก่อนจะหันไปหาเด็กสาวที่ยืนตัวสั่นแข็งค้างอยู่กับม้าสีขาวของเธอ ฉับพลันนั้นเองที่เขารู้สึกว่าร่างกายเจ็บปวดและสั่นเทิ้มอย่างเหนื่อยอ่อน ดวงตาเริ่มมองภาพเบื้องหน้าไม่ชัดเจนอีกต่อไป สิ่งสุดท้ายที่เขาเห็นก่อนจะล้มลงไปคือเด็กสาวที่หันหลังหนีเขาอย่างเย็นชา แล้วทั้งโลกของเขาก็มืดสนิทเมื่อร่างสูงใหญ่มหึมาล้มลงไปบนหิมะเย็นเฉียบ


            จบซะที -- เด็กนั่นจะหนีไปก็ช่าง ถ้าเขาตายเสียที่นี่ก็ดีไป บางทีนังแม่มดนั่นอาจจะเห็นใจพวกข้ารับใช้ของเขาบ้าง หล่อนอาจจะช่วยให้พวกเขาได้กลับเป็นมนุษย์หลังจากหล่อนพบว่าเขาตายอย่างน่าสมเพชกลางป่านี้


            แต่แล้วอสูรกลับไม่รู้สึกหนาวอีก เขารู้สึกอุ่นขึ้นเล็กน้อยเมื่อมีอะไรบางอย่างคลุมตัวเขาเอาไว้ เขาปรือตาขึ้นมองดวงตาสีน้ำตาลเข้มงดงามของเบลล์ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม เธอกระซิบกับเขาว่า คุณต้องช่วยฉันนะ คุณต้องลุกขึ้นยืน


            ณ ขณะนั้นเขาไม่เข้าใจว่าหล่อนจะทำอะไร


            เธอควรจะหนีไปสิ! อิสระอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว ขอแค่เธอขี่ม้าควบผ่านป่านี้ไปได้ เธอก็จะได้กลับไปอยู่กับพ่อของเธออย่างที่ตั้งใจ แต่เธอหันกลับมาช่วยเขา...


            “คุณพอลุกไหวไหม ฉันพยุงคุณคนเดียวไม่ได้เธอว่าพลางพยายามจะดันให้เขาลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล


            เขาไม่ต้องการลุก เขาเหนื่อยเกินกว่าจะขยับตัวด้วยซ้ำ แต่เหมือนเบลล์จะไม่รู้ใจเขาตอนนี้ มือเล็กเอาแต่ดึงแขนเขาอย่างโง่งม ทำให้เขาแค่นเสียงคำรามออกมาจากลำคออย่างรำคาญหนึ่งทีจากนั้นจึงกัดฟันค่อยๆ ยันร่างกายใหญ่โตให้ลุกขึ้น เสียงร้องราวกับสัตว์หลุดรอดผ่านริมฝีปากของเขาอย่างห้ามไม่ได้เพราะทุกการขยับนั้นยิ่งย้ำความเจ็บปวดของทุกๆ บาดแผลให้ยิ่งเลวร้ายขึ้นไปอีก


            รีบขึ้นม้านะ ฉันจะ—รีบพาคุณกลับปราสาท


การขึ้นม้านั้นยากยิ่งกว่าลุกขึ้นยืนเสียอีก ยังไม่นับเจ้าม้าสีขาวของหล่อนที่ดูแตกตื่นไม่น้อยยามนายของมันพาอสูรเข้าไปใกล้ แต่เมื่อทุกอย่างดูจะเข้าที่เข้าทาง เบลล์ก็ดูจะพอใจกับการจัดการอันทุลักทุเลตรงหน้าไม่น้อย มือเล็กกระตุกสายบังเหียนของฟิลิปเบาๆ


ไปเถอะฟิลิป




TBC


21.11.2018









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #4 ??? (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 21:39

    ชอบอ่ะ อยากอ่านต่อนะ รอๆ

    #4
    0