'Disney Fanfiction' Beauty & the Beast โฉมงามกับเจ้าชายอสูร

ตอนที่ 1 : Beauty & the Beast: How Could She be the One?__{1}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 270
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    21 พ.ย. 61




{How Could She be the One?}

-She’s a peasant girl! How could she be the one? How could she ever learn to love a beast?-

_______________________________________


credit:: http://gawston.tumblr.com/post/160010776368/it-is-love-we-must-hold-onto-never-easy-but-we




1


เสียงปิดประตูลูกกรงดังสนั่นทั้งหอคอยด้วยมือเล็กของเด็กสาวชาวบ้านในชุดปอนๆ สีน้ำเงินที่ผลักชายแก่ผู้เป็นพ่อออกไป ดวงตาสีฟ้ากระจ่างของเขามองเด็กสาวที่อยู่ในห้องขังแทนพ่อตัวเองอย่างประหลาดใจกับการกระทำนั้น ดวงตาสีน้ำตาลของเธอเองก็จ้องตอบเขามาอย่างเด็ดเดี่ยว


            เธออยู่แทนเขา?” เขาเอ่ยถามเธอ


            “เขาเป็นพ่อฉัน


เขามันโง่!” เขาเอ่ยด่าชายที่นอนล้มอยู่กับพื้นสกปรก ก่อนจะหันไปสบตาสีน้ำตาลของเธออีกครั้ง เธอก็ไม่ต่างกัน!”


กรงเล็บอสูรคว้าคอเสื้อชายชราเอาไว้แล้วออกแรงดึงร่างของเขาลงไปตามบันไดวนในหอคอยเพื่อจะได้ส่งชายคนนี้กลับไปยังหมู่บ้านของเขา เขาไม่สนใจเสียงของเด็กสาวที่ตะโกนห้ามเขาไม่ให้ทำอะไรพ่อเธอ กับเสียงของชายชราที่ตะโกนสัญญากับลูกสาวจะว่าตนจะกลับมาพาเธออกไปให้ได้


เอาสิ! จะมาอีกก็เชิญ อยากรู้นักว่าจะทำอะไรได้มากแค่ไหน เด็กนั่นก็อีกคน อวดดี! เธอก็แค่ลูกของหัวขโมยคนหนึ่งเท่านั้น เชิญอยู่ในคุกนั่นตามสบาย เขาจะรอวันที่เธอร้องไห้ ขอให้เขาเมตตาปล่อยเธอไป!


เมื่อ ส่งผู้บุกรุกกลับไปแล้ว เขาก็ไม่คิดจะสนใจไปดูเด็กนั่นอีก อสูรตรงกลับปีกตะวันตกของตน เดินผ่านห้องโอ่อ่าตรงไปยังโถแก้วกุหลาบต้องมนตร์ที่ผู้วิเศษทิ้งเอาไว้ให้ เขารู้ว่ามันไร้ประโยชน์ที่เอาแต่มองกุหลาบโง่ๆ นี่มาหลายปีโดยไม่ได้ทำอะไรที่จะแก้ไขทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะเขาได้เลย มันช่วยไม่ได้เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ไม่มีผู้หญิงคนไหนเลยปรากฏตัวที่ปราสาทนี้ นอกจากเด็กคนนั้น


ดวงตาสีฟ้าเข้มของเขามองกองกลีบกุหลาบแห้งเหี้ยวอยู่ที่พื้นโต๊ะหินอ่อนที่ใช้วางดอกกุหลาบสีแดงดั่งเลือดเอาไว้ ดูจากจำนวนของมัน และปราสาทที่ผุพังไปหลายส่วนก็รู้ได้ว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว

 



เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น เขาผลักประตูเข้าไปในห้องรับประทานอาหารหลัก เดินตามโต๊ะอาหารตัวยาวหรูหราไปยังหัวโต๊ะที่ประจำของเขา พลันสายตาของเขาก็มองเห็นอาหารอีกชุดที่หัวโต๊ะมุมตรงข้ามกับเขา


ของเด็กคนนั้นเหรอ?


อสูรส่งเสียงคำรามในคอก่อนจะกวาดจานชานอาหารทุกอย่างลงไปจากโต๊ะทิ้ง!


ลูมิแยร์!!” เขาแผดเสียงเรียกคนที่มั่นใจได้ว่าต้องเป็นต้นคิดของเรื่องเหลวไหลนี่! เท่ากับเชิงเทียนคนรับใช้ของเขาปล่อยเด็กนั่นออกมาแล้วงั้นสิ?


แย่แล้ว!” เสียงแหบของค็อกส์เวิร์ธ หัวหน้าพ่อบ้านของทั้งปราสาทร้องลั่นเมื่อได้ยินเสียงของเขา


โอเค เพื่อน ฉัน... ฉันคุยเอง


อสูรผลักบานประตูห้องครัวใหญ่ที่ข้ารับใช้แทบทั้งหมดที่ถูกสาปเช่นเดียวกับเขาอยู่ชุมนุมกันที่นี่ เขามองเชิงเทียนทองเหลืองลวดลายเป็นเอกลักษณ์ที่ยืนอยู่บนโต๊ะกลางห้อง เจ้าจัดอาหารให้เธอ!”


เอ่อ... กระหม่อมคิดว่าพระองค์อยากมีเพื่อนร่วมทานมื้อค่ำด้วยลูมิแยร์พยายามอธิบายเสียงอ่อน


นายท่าน! ขอบอกเลยว่าเรื่องทั้งหมดนี่ข้าไม่เห็นด้วยเลยซักนิดเดียว จัดเตรียมอาหาร ออกแบบชุดราตรี ให้ห้องนอนเธอที่ปีกตึกตะวันออกนาฬิกาตัวป้อมชิงแก้ตัวอย่างเต็มที่ อสูรหันไปมองทั้งคู่ก่อนย้อนถามอย่างไม่อยากเชื่อ


เจ้าให้ห้องนอนเธองั้นเหรอ!?”


ที่กระหม่อมอยากจะพูดก็คือ ถ้าเด็กสาวคนนั้นคือคนที่ใช่ล่ะขอรับ คนที่จะมาล้างคำสาปให้กับนายท่านเชิงเทียนไม่แก้ตัวกลับเสนอความคิดของตัวเองเพื่อจะช่วยเขาแก้คำสาป นายท่านควรท่านมื้อค่ำพร้อมกับหว่านเสน่ห์ใส่เธอ


นี่เป็นเรื่องเหลวไหลที่สุดที่ข้าเคยได้ยินเลย! หว่านเสน่ห์กับนักโทษ!”


แต่นายท่านน่าจะลองดูหน่อยลูมิแยร์อ้อนวอน เวลาผ่านไป ความเป็นมนุษย์ของเราเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ


อสูรสะท้อนใจกับคำพูดของลูมิแยร์ อดเห็นด้วยกับข้ารับใช้และเพื่อนคนนี้ของเขาไม่ได้ ทั้งอาการข้อน๊อตของลูมิแยร์ ฟันเฟืองนาฬิกาของค็อกส์เวิร์ธ อาการเจ็บฟันหรือคีย์เปียโนของมาเอสโตรคาเดนซ่า และอาการหลับลึกที่ตื่นยากขึ้นทุกทีของมาดามกาเดอรอล์บ ทำให้อสูรรู้สึกผิดกับข้ารับใช้ที่อยู่กับเขามาตั้งแต่เกิดมากขึ้น เขากลัวเหลือเกินว่าหากกลีบสุดท้ายของดอกกุหลาบร่วงลงเมื่อไหร่ เขาจะต้องเสียลูมิแยร์ และทุกๆ คนในปราสาทไปตลอดกาล


แล้วชิปอีกเล่า... อสูรมองไปยังถ้วยน้ำชาขอบบิ่นตัวเล็กๆนั่น เด็กชายกระโดดตัวเองไปอิงกับกาน้ำชาผู้เป็นแม่อย่างเศร้าสร้อย ชิปเป็นอีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้เขาอยากแก้คำสาปให้ได้ ตอนที่ผู้วิเศษมาเยือนปราสาทในคืนนั้น ชิปยังเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ อยู่เลย ถ้าหากอสูรทำไม่สำเร็จ ชิปจะไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตเป็นเด็กธรรมดาอีกตลอดกาล


แต่ว่า ความคิดของลูมิแยร์มันเหลวไหล!


เธอเป็นลูกสาวของหัวขโมยนะ! คิดว่าเธอจะเป็นคนแบบไหนกันล่ะ!”


นายท่านตัดสินลูกสาวจากพ่อของเธอไม่ได้ ใช่ไหมเจ้าคะ!” มิสซิสพอตต์แย้งเจ้านายของนางและเขารู้ดีว่ากาน้ำชากระเบื้องไม่ได้หมายถึงแค่เด็กสาวคนนั้นอย่างเดียว แต่นางกำลังพูดถึงเขาเช่นเดียวกัน...



 

ปัง! ปัง! ปัง!


มือใหญ่ทุบประตูสีฟ้าไข่กาประดับลายสีทองอ้อนช้อยที่พวกลูมิแยร์นำเขามายังห้องนอนของเด็กสาวนั่น... วินาทีที่ก้าวเข้ามาในตึกตะวันออกนี้ เขาคิดถึงแม่ที่จากไปของเขาขึ้นมา ปีกตึกตะวันออกเป็นตึกที่แม่ของเขาเคยอาศัยอยู่ก่อนที่จะแม่จะจากไปรักษาตัวที่ปราสาททางตอนใต้ของฝรั่งเศสและจากไปในที่สุด


พวกคนรับใช้ของเขาคิดยังไงถึงเลือกห้องนี้ให้นักโทษกัน!


เธอต้องมากินข้าวกับฉัน นั่นถือเป็นคำสั่ง


ใจเย็นๆ เถอะเจ้าค่ะมิสซิสพอตต์ว่าอย่างใจเย็น เธอเพิ่งจะสูญเสียพ่อและอิสรภาพไปในแค่วันเดียว


ใช่ แม่หนูน้อย ตัวเล็ก อาจจะอยู่ในนั้นแล้วกลัวจนแทบตายแล้วลูมิแยร์ผสมโรงไปกับกาน้ำชาด้วย


เอาเข้าไป... อสูรกรอกตาอย่างสุดจะทนก่อนเรียกเด็กสาวอีกครั้งแต่ครั้งนี้เขาเปลี่ยนจากทุบไปเป็นเคาะแทน


...รอเดี๋ยวนะไม่น่าเชื่อว่าครั้งนี้เธอจะตอบรับเสียงเคาะ


เห็นไหมเธอมาแล้ว!” ลูมิแยร์ดีใจมาก เอาล่ะ! ทีนี้จำไว้ว่าท่านต้องอ่อนโยนมากๆเชิงเทียนแนะนำอย่างผู้เชี่ยวชาญ


สุภาพมิสซิสพอตต์สมทบแนะนำต่อจากลูมิแยร์โดยมีชิปยิ้มอยู่ข้างๆ บนรถเข็น


ที่ปัดฝุ่นขนนกสีขาวหรือก็คือพลูเม็ทลอยตัวมาข้างกาน้ำชา อื้ม! มีเสน่ห์!”


ปากหวาน!” นาฬิกาตัวป้อมก็ไม่เว้น


แล้วพอเธอเปิดประตูออกมา นายท่านก็ยิ้มให้เธอเป็นประกายอบอุ่นอสูรมองลูมิแยร์อย่างไม่อยากเชื่อ แต่เชิงเทียนก็ไม่สนใจสีหน้าของเจ้านายตัวเอง เขายังคงคะยั้นคะยอต่อไป ไหนๆ ยิ้มอบอุ่นหน่อยซิ!”


เขาเองก็ช่างบ้าจี้เหลือเกินที่ไปทำตามคำบอกของเพื่อนเก่าคนนี้ อสูรแยกเขี้ยวยิ้มให้ดีที่สุดเท่าที่เหมาะกับคำว่าอบอุ่นของลูมิแยร์ แต่ดูเหมือนมันจะแย่มากเพราะทุกคนถึงกับถอยหลังหนี เขาจึงหุบยิ้มอย่างไม่ชอบใจ


ลูมิแยร์บ้าหรือไง! ยิ้มอบอุ่นบ้าอะไรกัน เขาไม่ใช่เจ้าชายคนเดิมอีกต่อไปแล้ว เจ้าชายที่เชี่ยวชาญการยิ้มเป็นประกายอบอุ่นคนนั้นเพื่อหว่านเสน่ห์หญิงสาวมากมายหายไปนานแล้ว เหลือก็แต่อสูรอัปลักษณ์ตัวนี้เท่านั้น!


เธอจะไปกินข้าวกับฉันไหมเขาพยายามทำให้เสียงของเขาดูดีที่สุดแล้วแต่มันดูโง่เง่าเสียเหลือเกิน แต่ที่ยังชวนเธอต่อเพราะเห็นว่าเธอบอกให้เขารอ


คุณขังฉันเป็นนักโทษแล้วตอนนี้มาชวนฉันทานมื้อค่ำด้วย คุณบ้าหรือเปล่า!” เสียงของเธอดังตอบมาอย่างมีอารมณ์


อสูรชะงักค้างกับคำตอบแบบนั้น


อะไร! นี่เธอ.... เด็กนั่น! ปฏิเสธเขาเหรอ?


ปัง! ปัง! ปัง!


เขาโกรธจนทุบประตูอย่างแรงจนพวกลูมิแยร์พากันถอยหลังพลางบอกให้เขาใจเย็น แต่เขาหรือจะสนใจฟัง


ฉันบอกให้มากินมื้อค่ำกับฉันไง!!” อสูรแผดเสียงตะโกนอย่างเอาแต่ใจ


และฉันบอกคุณว่าไม่!” เด็กนั่นก็ไม่ยอมลงให้เขา ยิ่งทำให้เขาโมโหมากกว่าเดิมที่ไม่ได้ดั่งใจฉันยอมอดตายซะยังจะดีกว่า!”


งั้นก็เชิญเลย!” อสูรไม่ขัดกับความอวดดีนั่น จะได้อดตายไปซะ!” เขาหันหลังใส่ประตูบานนั้นก่อนจะตะคอกใส่บรรดาข้ารับใช้ทั้งหลายที่ดูเหตุการณ์อยู่


ถ้าเธอไม่ยอมกินกับฉัน ก็ไม่ต้องกินตลอดไป!” เชิญอดตายไปซะเถอะ! “โง่เอ๊ย!” เขาสบถออกมาด้วยความโกรธสุดขีด


ใช่! โง่มาก เขาเองที่โง่ไปคล้อยตามขอเสนอของลูมิแยร์ โง่ที่ไปชวนเด็กนักโทษนั่นทานมื้อค่ำ


อุ้งมือผลักบานประตูห้องนอนของเขาที่ปีกตึกตะวันตก เดินรี่ไปยังโต๊ะหินอ่อนที่กุหลาบสีแดงวางอยู่ อุ้งมือกรงเล็บแหลมคมนามไปบนความโค้งใสกระจ่างของครอบแก้วเจียระไนชั้นดี มืออีกข้างของเขาคว้ากระจกวิเศษ หนึ่งในของขวัญจากผู้เวิศขึ้นมา ให้ข้าเห็นเธอ


ฉับพลันจากภาพอสูรน่าเกลียดก็เปลี่ยนไปเป็นใบหน้าของเด็กสาวคนนั้น หวาดกลัวและโศกเศร้ากับห้องนอนหรูหราที่เปรียบเสมือนกรงขังชั้นดีของเธอ ร่างเล็กนั่งอยู่บนพื้นเป็นมันสะอาด เธอชันเข่าใต้กระโปรงสีน้ำเงินขึ้นมากอดราวกับการทำเช่นนั้นจะปกป้องตัวเธอได้จากสถานการณ์ตอนนี้ ภาพนั้นทำให้อสูรนิ่งงันไป จริงอย่างที่ลูมิแยร์ว่า ภายใต้น้ำเสียงแข็งกร้าวที่เถียงเขา ภายใต้ความกล้าหาญที่เธอแสดงออกแต่ในใจเธอก็มีความกลัวเล็กๆ ซ่อนอยู่ และเธอไม่ยอมให้ใครได้เห็น


ภาพในกระจกเปลี่ยนกลับมาสะท้อนใบหน้าอัปลักษณ์ของเขาอีกครั้ง อสูรที่จับเธอขังเอาไว้เป็นนักโทษ เขาไม่อยากมองใบหน้าของตัวเองเวลานี้จึงวางกระจกลงที่เดิมพร้อมกับที่กลีบกุหลาบร่วงมาอีกหนึ่งกลีบ ทันทีที่มันตกไปรวมกับเพื่อนของมันที่ร่วงลงไปก่อนหน้ามาหลายปี สีแดงสดของมันก็ถูกความแห้งเหี่ยวกลืนกินไปไม่เหลือความสวยงามอีกแล้ว เสียงกำแพง อิฐ และหินอ่อนของปราสาทเขาพังทลายลงมาในเวลาไล่เลี่ยกัน เป็นสัญญาณให้ข้ารับใช้และตัวเขารู้ว่าเวลาหมดไปอีกแล้ว และคำสาปยังไม่ถอน และอาจจะไม่มีวันได้ถอนอีกตลอดกาลหากเขาไม่เรียนรู้ที่จะรักใครซักคนและได้รับความรักตอบแทนมา


___________________________________


TALK: เรื่องแรกมาแล้วค่ะ HOW COULD SHE BE THE ONE? เป็นเรื่องที่เขียนจากมุมมองของอสูร เริ่มจากที่เขาได้เจอกับเบลล์เป็นครั้งแรก ท่ามกลางแรงเชียร์คะยั้นคะยอของเหล่าปัญญาชนก้นครัวทั้งหลายที่ต่างหวังและเชื่อว่าเธอคนนี้แหละคือคนที่ใช่ แต่ความไม่ลงรอยกันตั้งแต่แรกเจอทำให้เขาสงสัยกับตัวเองว่าสาวชาวบ้านอย่างเธอจะเป็นคนๆ นั้นได้อย่างไร ฝากฟิคนี้กันไว้ด้วยนะคะ :D

 


            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #5 ??? (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 21:41

    อธิบายได้ดีมากคับ สื่ออารมณ์ได้เหมือนในหนังเลย ชอบๆ

    #5
    0
  2. #3 2862546 (@2862546) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 20:35
    ชอบจังค่ะ..มาต่อน่ะค่ะ...รอค้าาา
    #3
    0