พระจันทร์กลางวัน (Midday Moon)

ตอนที่ 1 : 80%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    10 ต.ค. 63

 

 

ตอนที่ 1

 

 

“แต่งงาน! ผมไม่ขำนะพ่อ เล่นซ่อนกล้องอะไรกันหรือเปล่า ไหน! ทีมงานอยู่ไหน รายการอะไรเนี่ย!” ฐานิตมองไปรอบๆตัว มองซ้ายมองขวา สอดสายตาหากล้องบันทึกภาพตามที่ตนว่า แล้วมองกลับมาที่บิดาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

“ฉันก็ไม่ขำ นี่แกคิดว่าฉับรับจ็อบเป็นตลกคาเฟ่หรือไง ที่แกได้ยินน่ะ ถูกต้องแล้ว”

“แต่ผมยังใช้ชีวิตโสดไม่คุ้มเลยนะพ่อ จะรีบไปทำไมกัน” ฐานิตเหวเสียงหลง คิ้วขมวดมุ่น ไม่เข้าใจในความประสงค์ของคนเป็นบิดา

“ปีนี้แกก็ 34 แล้ว แกจะให้ฉันตายก่อนได้เห็นแกมีเมีย มีลูกหรือยังไง ไม่รู้ล่ะ ฉันทนเห็นข่าวเม้ามอยแกทุกวันๆไม่ไหวแล้ว! ความน่าเชื่อถือของบริษัทที่คุณปู่สร้างมากับมือ จะมาป่นปี้เพราะแกไม่ได้”

“แม่ก็เห็นด้วยนะ ตาธัน อายุอานามเราก็ไม่ใช่เด็กๆแล้ว ควรจะสร้างครอบครัวเป็นตัวเป็นตนได้แล้วนะลูก เพื่อนๆก็เอาแต่ถามแม่ ว่าเมื่อไหร่จะมีหลานเล็กๆมาให้ชื่นชมเสียที นี่หลานคุณหญิงสมรกำลังจะขึ้นชั้นประถมแล้วนะคะคุณ กำลังน่ารัก น่าเอ็นดูเชียว” คุณหญิงนฤนารถช่วยเสริมทัพกับสามี เกลี่ยกล่อมลูกชายคนโตให้คล้อยตามในสิ่งที่ท่านทั้งสองต้องการ

“โธ่ แม่ครับ แต่งงานนะครับ ไม่ได้สั่งกับข้าว จะได้โทรไปสั่งรอ 20 นาทีแล้วได้เลย ผมยังไม่เคยคุยเรื่องนี้กับคนของผมเลยสักที”

“คนของผม เหอะ! ใช้คำเสียดูดี น้องกิ๊บ เชอร์รี่ น้องวาย สาวๆในสต็อกของแกน่ะหรือ ฉันไม่เอาด้วยหรอก ฉันอยากได้ลูกสะใภ้ ไม่ใช่โคโยตี้” คุณทัตต์ว่าเสียงเขียว เมื่อนึกถึงบรรดาสาวๆที่มีข่าวลงหนังสือพิมพ์ซุบซิบไฮโซที่เป็นข่าวกับลูกชายคนโตของตน ไม่เว้นแต่ละวัน แต่ละคนมีแต่งามไส้ เอ้ย งามหน้าด้วยกันทั้งนั้น 

“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงจ้ะ แม่ได้คนที่เหมาะจะมาเป็นสะใภ้คนโตของเราแล้ว และธันก็รู้จักเขาพอสมควร…” คุณหญิงนฤนารถยิ้มกริ่ม

“ใครกันครับแม่”

“ก็หนูวี ผู้จัดการฝ่ายโฆษณาจากเดอ ลอฟไงจ้ะ”

“ห้ะ! แม่ล้อผมเล่นหรือเปล่าครับ ผมไม่แต่ง!”

“ถึงแกจะบริหารงานเก่งแค่ไหน แต่ภาพลักษณ์แกมันไม่มีอะไรให้น่าเชื่อถือเลย แล้วฉันจะไว้ใจให้แกเป็นประธานบริษัทได้ยังไง ไม่รู้ล่ะ ถ้าแกไม่แต่งงานกับคนที่ฉันเลือกให้ ฉันจะตัดแกออกจากกองมรดก แล้วยกให้คนอื่นซะ!” คุณทัตต์กล่าวถือเป็นคำขาด แล้วลุกเดินขึ้นไปยังขั้นบนทันทีโดยไม่รอคำตอบจากลูกชาย

“พ่อกับแม่ไม่ได้มาถามความเห็นลูก แต่เป็นสิ่งที่ลูกต้องทำจ้ะ อาทิตย์หน้ามีนัดวัดตัวตัดชุด เคลียร์ตัวเองให้ว่างด้วยนะจ้ะ…ว่าที่เจ้าบ่าว”  

คุณหญิงนฤนารถยิ้มเย็นพร้อมตบบ่าเป็นกำลังใจให้ลูกชายของตนสองที แล้วเดินจากไปแบบสวยๆ 

“แม่ครับ!...แม่! โธ่ เว้ย! อะไรวะเนี่ย”

 

 

 

ย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน

 

ปัง!

“มโนอะไรอยู่ค้า หญิงวี ข้าวน่ะจะกินไหม ถ้าไม่กิน ฉันขอนะ” เสียงวางจานอาหารจากลิลลี่หรือปริญ เพื่อนสาวสตรีเหล็ก ของวัณนรีเรียกสติของหญิงสาวให้ตื่นจากห้วงความคิด พร้อมยื่นมือมายื้อหมายจะคว้าจานสลัดของสาวเจ้าไปเป็นของตนเอง

 

“โอ๊ย ตกใจหมดเลยลิลลี่ แล้วนี่กะจะกินให้หมดทั้งสองจานเลยใช่ไหม ไหนบอกคุมอาหารอยู่ไง”

“ก็ของแกมันน่ากิน เปลี่ยนกับของฉันไหม อ่ะ นี่ข้าวมันไก่ของโปรดแก”

“ไม่! ฉันจะผอม! ฉันจะต้องลดน้ำหนัก! ฉันต้องออกกำลังกาย! ฉันจะอ้วนไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว! แกอย่ามาทำลายความตั้งใจของฉันนะ ลิลลี่!”

“โถ……โถ มุ่งมั่นตั้งใจมากแม่ นี่ประโยคบอกเล่าหรือข่าวลือคะ ไม่เห็นจะทำได้สักที ฉันว่าเปลี่ยนจากออกกำลังกาย ไปวิ่งตามผู้ชาย ก็ได้เหงื่อเหมือนกัน ฉันว่าอันหลังน่าสนใจกว่าเยอะเลย”

“เอ๊ะ นี่แกไม่เชื่อฉันหรือ นี่ฉันเพื่อนแกนะ ฉันว่าเย็นนี้ฉันจะไปฟิตเนท”

“เพื่อนนี่แหละค่ะ ถึงรู้ดีกว่าใคร ถ้าคนมันจะอ้วน หายใจเฉยๆก็อ้วนค่ะสาว อย่าหาทำ”

“โอ๊ย นี่ก็ให้กำลังใจกันหน่อยไม่ได้หรือยังไง เป็นคนยังไงของเขา”

“เป็นคนสวยค่ะ ถึงไม่ใช่คนดี แต่มีน้ำมันพรายนะค้า ลองไหมคะสักขวด” ลิลลี่ว่า พร้อมหยิบขวดพริกน้ำปลาบนโต๊ะมาพูดสโลแกน  สวมบทนางฝ่ายขายทำเป็นเสนอสินค้าให้กับเพื่อนสาว

“บ้าน่า น้ำมันพรง น้ำมันพรายอะไร ว่าไปโน่น”

“แหม…เจ้าแม่สายมูอย่างแก ไม่ต้องมาทำเป็นแอ๊บใสใสเลยน้ะจ้ะ ทุกคนรู้ โลกรู้ และฉันรู้ว่าแกมันมูเตลูขนาดไหน”

“ฮ่าๆ แกนี่มันเพื่อนฉันจริงๆ แสนรู้นะเนี่ย”

“คนค่า ไม่ใช่หมา มาแสนรงแสนรู้ เดี๋ยวทุบเข้าให้!” 

ลิลลี่ยกกำปันขึ้นระดับศีรษะทำท่าจะประทุษร้ายเพื่อนสาวตัวดี แต่หางตาเหลือบไปเห็นผู้จัดการรุ่นพี่เดินเคียงคู่มากับชายหนุ่มท่าทางดูดี ผิวขาวสว่าง ยิ่งยามต้องแสงอาทิตย์สาดส่องผ่านช่องกระจกกระทบ ยิ่งทำให้นึกถึงเทวดาลงมาจุติจากสรวงสวรรค์ในละครหลังข่าวที่ผู้เป็นมารดาของเขาชอบดูตอนหัวค่ำ เลยชะงักมือไว้แล้วเรียกให้เพื่อนสาวมองไปยังทิศทางที่เขาเดินมาแต่ไกล

 

“โน่น บรรยากาศอันขาวใสของแกมาโน่นแล้ว”

“จริงหรือ! อยู่ตรงไหน!”

“สิบห้านาฬิกาค่ะแม่ มากับคุณอิศเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือขาวมาก ขาวบักโพดบักโพ บักโมบักแตง!”

 

วัณนรีรีบนำโทรศัพท์มือถือมาเปลี่ยนเป็นระบบถ่ายภาพด้านหน้า ให้สะท้อนกลับเป็นภาพของชายหนุ่มที่ยืนของเยื้องๆอยู่ด้านหลังของตน 

 

“อุ๊ย! อยู่ๆก็อยากเซลฟี่ ลิลลี่ มานั่งฝั่งนี้เร็ว แสงกำลังสวยเลย” หญิงสาวเรียกให้เพื่อนย้ายฝั่งมานั่งข้างกัน ทำท่าที่เป็นถ่ายรูปตนเองกับเพื่อน แต่แท้ที่จริงแล้วนั้น กล้องกำลังบันทึกภาพของคนที่กำลังเดินหน้ายุ่งมากับรุ่นพี่ของเธอต่างหาก

 

“จ้ะ แสงสวยกับผีน่ะสิ ย้อนแสงส่องหน้าดำขนาดนี้ ราหูเรียกพี่แล้วค่ะ” สองตาตี่ได้แต่กรอกขึ้นบน คนระอากับความพยายาม ในการถ่ายรูปผู้ชายของเพื่อน แต่กลัวเขารู้ตัว ลิลลี่ได้แต่บ่นพึมพำ แต่ก็ยอมเล่นไปตามบทที่เพื่อนส่งมา

 

“อ่ะ ยิ้มจ้า…ขยิบตาอีกนิดเพื่อความปัง แชะ! อยู่ๆบรรยากาศดีขึ้นมา อยู่ๆข้าวมันไก่ก็น่ากิ๊น น่ากิน หูยยย ดูสิ วิวขาวเชียว” เมื่อถ่ายรูป ที่มีใครบางคนติดมาด้วยในรูปจนพอใจ หญิงสาวก็ได้เรียกเพื่อนรักให้ดูผลงานความเนียนในการแอบถ่ายนี้ของเธอจนไม่รู้ว่ามีใคร เดินมาหยุดข้างโต๊ะรับประทานอาหารของพวกเธอเสียแล้ว

 

 

“อ้าว! วี มาทานข้าวหรือ  ไง…ลิลลี่” อิศระหรือพี่อิศ ผู้จัดการทั่วไปบริษัท เลอ ลอฟ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ที่สองสาวทำงานอยู่ เอ่ยทักขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ทำเอาสองสาวสะดุ้งตกใจ เมื่อถูกทักทายโดยไม่ทันตั้งตัว จนเกือบกดปิดโทรศัพท์ไม่ทัน รีบยกมือขึ้นไหว้อัตโนมัติพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

 

 

“อ้าว พี่อิศ สวัสดีค่ะ มาทานข้าวเที่ยงค่ะพี่ พี่อิศทานอะไรหรือยังคะ หน้ายุ่งเชียว”

“ยังเลย พี่ว่าจะมาทานที่นี่แหละไวดี ช่วงนี้งานฝั่งโน่นมีปัญหาเยอะมากเลย ถ้าอย่างนั้น พี่กับเพื่อนขอนั่งด้วยคนนะ… ไอ้ธัน เข้าไปนั่งข้างในไป เดี๋ยวฉันไปเอาข้าวมาให้” ว่าจบอิศระก็จัดแจงให้เพื่อนของตนนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาว แล้วเดินจากไปทันทีโดยไม่รอคำตอบตกลง เหมือนเพียงแค่ขออนุญาตเป็นพิธีเพียงเท่านั้น

 

หญิงสาวยังคงงงกับความหุนหันของผู้จัดการรุ่นพี่ของตน พอตั้งสติได้ ชายในฝันของเธอก็ได้ทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของเธอเสียแล้ว เขาคือ คุณธัน ฐานิษ นิธินันทไพศาล ผู้ชายที่แอบชอบ เธอทำได้เพียงแค่กล่าวทักทายด้วยน้ำเสียง ที่พยายามทำให้เป็นปกติ ข่มความตื่นเต้นในการเผชิญหน้าโดยไม่ทันตั้งตัวไว้ภายใต้ใบหน้าอมยิ้มนิดๆพอดูสุภาพตามแบบฉบับของเธอ

 

“เอ่อ…ค่ะ พี่ธันสวัสดีค่ะ”

“สวัสดีจ้ะ รบกวนด้วยนะวี แล้วก็น้อง…”

“ลิลลี่ค่ะ”

“ครับ ลิลลี่” ฐานิษเอ่ยทักทายวัณนรีด้วยรอยยิ้มเย็นๆอย่างเป็นกันเอง ด้วยความที่เคยพบปะพูดคุยด้วยบ่อยครั้ง ตั้งแต่ตอนที่ตนเป็นเพียงพนักงานคนหนึ่ง ที่มาติดต่องานกับบริษัทของอิศระ จนกระทั่งได้เป็นเพื่อนสนิทกัน ตอนนี้ก็หลายปีผ่านมาแล้ว 

“สบายดีนะเรา ไม่ได้เจอนานเลย”

“สบายดีค่ะ พี่ธันสบายดีนะคะ”

“ก็เรื่อยๆจ้ะ ช่วงนี้งานยุ่งนิดหน่อย” วัณนรีเอ่ยทักทายทำลายบรรยากาศบนโต๊ะอาหาร ด้วยกลัวว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะอึดอัด เพื่อนตัวดีก็เอาแต่ก้มหน้ากิน สะกิดก็แล้ว แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับใดใด พอดีกับที่อิศระเดินกลับมาพร้อมอาหารสำหรับเขาและฐานิษ

 

“อ่ะ นี่ของแก รีบกินเข้า ฝ่ายมีเดียโทรมาเร่งแล้ว ไม่รู้จะอะไรกันนักกันหนา ฉันล่ะปวดหัวจริงๆ”

“เอาน่า บ่นเป็นคนแก่ไปได้” อิศระบ่นอุบกับฐานิษด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย

 

“เกิดอะไรขึ้นหรือคะพี่อิศ”

“ก็ทีมมีเดียน่ะสิ พร้อมใจกันถอนตัวกันยกทีม ระบบทุกอย่างเลยต้องวางแผนงานกันใหม่ พี่เลยต้องลงมาคุมงานเองนี่ไง”

“แย่จัง แล้วแบบนี้จะส่งงานลูกค้าทันไหมคะ วีได้ยินมาว่า โปรเจคนี้เป็นงานออนแอร์ไปทั่วเอเชียด้วย”

“ก็นั่นน่ะสิ พี่ก็เสียวๆอยู่ ว่ามันจะไม่ทัน พี่เลยขอสถานที่ของไอ้ธันมาถ่ายทำนี่แหละ เออ วี พี่รบกวนให้วีมาเป็นประชาสัมพันธ์ให้โปรเจคนี้หน่อยนะ พี่แจ้งให้ผู้ช่วยเคลียร์งานให้แล้ว บ่ายนี้เข้าประชุมพร้อมพี่เลย”

“เอ่อ พี่อิศคะ แต่ว่าวี…”

“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ช่วยพี่เถอะนะ พลีส พี่ไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆว่ะ หัวหมุนไปหมดแล้ว” 

“ก็ได้ค่ะพี่อิศ แต่วีขอให้ลิลลี่เป็นผู้ช่วยวีนะคะ”

“ได้สิ”

“แหมมม…นี่พี่อิศจะไม่ถามความสมัครใจลิลลี่หน่อยหรือคะ” นั่งฟังอยู่ครู่ใหญ่ พอมีชื่อตัวเองลิลลี่จึงมีโอกาสได้พูด ทำท่าจีบปากจีบคอดัดเสียงให้ลีบเล็กลง แบบที่ตนเองคิดว่าน่ารักเหมือนสาวสดใสวัยขบเผาะ ขอความเห็นใจจากรุ่นพี่ให้ถามความเห็นตนกับเรื่องนี้บ้าง อย่างคนเง้างอน 

“แล้วได้ไหมล่ะคะคนสวย” อิศระว่าเสียงอ่อน

“ว้าย ปากหวาน คนหล่อขอมาขนาดนี้ คนสวยแบบลิลลี่ก็ใจร้ายไม่ลงหรอกค่ะ”

“โอเค ดีล แม่สาวน้อย ขอบใจเราทั้งสองคนมาก”

“ยินดีค่ะ” 

“งั้นรีบทาน แล้วเราไปประชุมกัน”

“ค่า”

สองสาวตอบเสียงประสาน วัณนรียิ้มบางให้อิศระแต่เบนสายตาส่องผ่านไปยังฐานิษ ที่มองอยู่ตลอดการสนทนานี้ด้วย

 

 

 

 

 

บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท เต็มไปด้วยละอองของความตึงเครียด เนื่องด้วยวาระของการประชุมในวันนี้ คือแผนการนำเสนอโฆษณาของบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่จะใช้ในการออนแอร์ไปทั่วแถบเอเชีย สถานการณ์จะไม่เป็นเช่นนี้เลย ถ้าฝ่ายมัลติมีเดียมือฉมังของบริษัท ไม่ทำการประท้วงหัวหน้าฝ่าย โดยการถอนตัวกันยกทีม อิศระ ผู้มีตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปจึงต้องดึงตัวทีมงานฝ่ายต่าง ๆ จัดทำแผนงานขึ้นมาใหม่เพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ 

อิศระกดปิดจอโปรเจ็คเตอร์ขนาดใหญ่ ท่ามกลางท่าทีเหนื่อยล้าของผู้เข้าประชุมร่วมสิบคน กับการประชุมที่กินเวลาลากยาวกว่า 3 ชั่วโมง ออกคำสั่งการให้แต่ละคน กระจายไปตามความถนัดของบุคคล

“โอเค ถ้าอย่างนั้น สรุปแผนงานตามนี้เลยนะครับ คุณวัณนรี เดี๋ยวคุณไปตรวจสอบความเรียบร้อยของสถานที่ถ่ายทำ ผมขอรายละเอียดทั้งหมดภายในวันศุกร์นี้ ทันนะครับ?”

“ค่ะ คุณอิศ” วัณรีตอบรับด้วยสีหน้ามุ่งมั่น อิศระยิ้มบางๆระคนเอ็นดู แล้วจึงหันไปสั่งการทาง บุรินทร์ หรือพี่เบย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายคอสตูมในลำดับถัดไป

“ส่วนคุณเบย์ ส่งรายละเอียดเรื่องคอสตูม ช่างแต่งหน้า ทำผมให้ผมเย็นนี้นะครับ”

“รับทราบค่า เจ้านาย” 

“โอเค ปิดประชุม ขอบคุณทุกคนมาก แยกย้ายได้”

“เอ้อ…ไอ้ธัน แกจะเข้าหน้างานเลยไหม ฝากวีไปด้วยสิ”

“ได้สิ จะเข้าไปตรวจงานพอดี”

“โอเค ดีล เจอกันนะวี พี่ไปก่อนนะ”

หลังจากสั่งการทุกคนเรียบร้อย อิศระหันมาฝากฝังวัณนรีกับฐานิษ ผู้ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนสนิทและผู้อำนวยการสถานที่ ในการถ่ายทำโฆษณาในครั้งนี้ และกล่าวคำร่ำลาทันที โดยไม่สอบถามความเห็นจากวัณนรีสักนิด ว่าสะดวกหรือไม่ ที่จะต้องไปสำรวจและตรวจความเรียบร้อยของงาน พร้อมกับชายหนุ่มที่เธอแอบหลงรัก

“เอ่อ…พี่อิศคะ คือ…”

“บาย..ยยย ไป! ลิลลี่ เดี๋ยวพี่ไปส่ง” อิศระโบกมือบ้ายบายให้วัณนรีด้วยท่าทีทะเล้น พร้อมรีบดึงแขนลิลลี่ให้ไปกับตนด้วย

“ว๊าย! พี่อิศ ลิลลี่เป็นสาวเป็นนาง มาฉุดกระชากกันแบบนี้ได้ยังไงกัน มันผิดผี ให้แม่มาขอเลยนะคะ” ลิลลี่รั้งแขนตนเองไว้ พร้อมกับทำท่าที่ตระหนกตกใจ ปานหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ ไม่เคยมีชายใดมาแตะต้องกาย

“หรือจะกลับเอง?” อิศระตั้งคำถามด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย

“โอ๊ย ล้อเล่นค่า จะโหดไปถึงไหนคะ พ่อคู้นนน” 

สตรีเหล็กว่าเสียงใสเชิงหยอกล้อกับชายหนุ่มรุ่นพี่ที่หันหลังเดินออกไปก่อน ยังไม่วายส่งเสียงแจ๋นๆ เย้ยเพื่อนสาวคนสนิทด้วยน้ำเสียงระริกระรี้ พร้อมสะบัดผมยาวสลวยในจินตนาการ ขยิบตาหนึ่งทีเพิ่มความน่าหมั่นไส้ โบกมือลาแล้วรีบวิ่งตามอิศระไปยังทางออกทันที

“ฉันไปก่อนนะวี พอดีผู้ชายจะไปส่ง ฮิฮิ”

 

 

“หื้ม! แฮ่นขนาด แฮ่นบ่มีไผเกิน สะลิดดกนัก!” วัณนรีทำได้เพียงก่นด่าเพื่อนสนิทตัวดีที่ทำท่าทางน่าหมั่นไส้ ด้วยน้ำเสียงพึมพำ จะดีใจอะไรขนาดนั้น เขาแค่มีน้ำใจ เขาไม่ได้มีใจค่ะ กระเทย สติ! ได้แค่คิดในใจแล้วก็ขำกับความล้นผู้ล้นคนของเพื่อนตัวเอง

“น้องวีพูดว่าอะไรนะจ้ะ พี่ได้ยินไม่ถนัด” ฐานิษถามด้วยความสงสัย 

“อ๋อ ไม่มีอะไรค่ะ เราไปกันเลยไหมคะ”

“จ้ะ งั้นไปรถพี่นะ”

“ค่ะ” 

 

 

 

 

80%

โปรดติดตามตอนต่อไป คอมเม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน้าา เก๊าสัญญาว่าจะตอบกลับทุกคนเยย กิกิ

มีอะไรผิดพลาดตรงไหน รบกวน ป็อก! ดึงสติเราด้วยเด้อ

 

กำลังใจดี ก็มีเเรงมาอัพเรื่อยๆโลยยยย<3

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Meebell (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 22:37

    อยากให้ไรท์มาบ่อยๆๆ

    #1
    0