[TWICE] Sunrise (NaMi) (นายอนxมินะ)

ตอนที่ 8 : Chapter 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    13 ส.ค. 62

                เรากลับมาคุยกันเหมือนเดิมนะ..


เจอเสียงออดอ้อนและท่าทางหงอยของนายอนเข้าให้ คนถูกง้อถึงกับไปไม่เป็น ไหนจะมือที่ถูกกุมไว้แนบแน่นและยังถูกนิ้วโป้งของพี่เขาถูไปมาบนหลังมืออีก ยิ่งทำใจอ่อนยวบ ไม่แข็งขืนอย่างที่ตั้งใจไว้สักนิด

ทว่าไม่ทันได้ตอบโต้หรือตอบรับอะไร เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นขัด มินะจึงขอตัวไปรับ

 

               พ่อมาหาหนูหรอมินะถามเสียงหลง จะมาทำไมไม่บอกก่อนเลย

สีหน้าลูกสาวฉายแววไม่พอใจ  หยุดนิ่งฟังคนปลายสายได้สักพักก็แหวขึ้นมาอีก

               ห๊ะ ใกล้ถึงแล้วด้วย

เธอขึ้นเสียงได้ไม่กี่หน สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการตอบตกลงและยินยอมตามระเบียบ


               จะไปรับพ่อหรอ ให้พี่ไปเป็นเพื่อนนะ

               มินะมองคนยืนยิ้มหวานโชว์ฟันกระต่าย แววตาและใบหน้าช่างอ้อนวอน เห็นแล้วปฏิเสธไม่ลงจึงยอมตกลงให้ไปที่สถานีรถไฟด้วยกัน

 

สองสาวนั่งรอที่ชานชลาไม่ถึงห้านาที ชายร่างสูงโปร่งเดินเคียงคู่มากับสาวหน้าสวยเฉี่ยว ทั้งคู่มาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบเล็ก พวกเขาโบกมือทักทายและรีบสาวเท้ามาหา โทชิโอะยิ้มหวานและดึงตัวลูกสาวมากอด

               พ่อคิดถึงมากเลย

               หนูก็คิดถึงมินะกอดตอบ

               กินข้าวอิ่มนอนหลับดีใช่ไหม

ลูกสาวพยักหน้ารับ ผละออกเล็กน้อยแล้วหันไปแนะนำนายอนให้พ่อและจีกึมรู้จัก จกานั้นแนะนำพ่อและแม่เลี้ยงให้รุ่นพี่ได้รู้จักชื่อแซ่ 

นายอนก้มหัวเคารพพลางส่งยิ้ม ก่อนจะสำรวจผู้อาวุโสทั้งสอง โทชิโอะเป็นผู้ชายหน้าตาสะอาดเกลี้ยงเกลา ตัดผมสั้นรองทรง สวมแว่นตา เสื้อผ้าสีโทนสุภาพและมีท่าทางใจดี ส่วนจีกึมนั้นกลับต่างออกไป ดูทะมัดทะแมง แต่งหน้าจัด เรือนผมสีน้ำตาลโทนสว่าง เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เป็นแนววัยรุ่นกว่าวัยจริง พวกเขาแตกต่างแต่ก็ดูลงตัว


ทั้งสี่ขึ้นรถแท็กซี่เพราะผู้ปกครองมีกระเป๋ามาด้วย หากขึ้นรถเมล์อาจจะไม่สะดวกนัก โทชิโอะนั่งด้านหน้าคู่คนขับ สามสาวนั่งด้านหลังโดยมินะนั่งตรงกลาง เอนเอียงไปทางนายอนมากหน่อย เพราะไม่อยากใกล้ชิดกับแม่เลี้ยง จนไหล่ตัวเองเกยอยู่บนไหล่พี่เขา ซึ่งหากนั่งตักได้ ก็นั่งไปแล้ว


               ทำงานเป็นยังไงบ้าง ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม เจ้านายไม่ดุใช่ไหมผู้เป็นพ่อถามเสียงใส

               ไม่ค่ะ งานก็หนักอยู่ แต่หนูชอบ

               ได้ยินแบบนี้แล้วค่อยยังชั่วโทชิโอะเอ่ยแล้วหันไปหามินะพลางยิ้มกว้างจนตาหยี ลูกสาวเองก็ยิ้มตอบ

               ดีแล้ว ยังนึกเป็นห่วงอยู่ว่าจะอยู่ไม่ได้ แล้วร้องไห้รีบตีตั๋วกลับบ้านแทบไม่ทันจีกึมเสริม

มินะสงบสติอารมณ์ไม่ให้ตนหงุดหงิดกับคำพูดของแม่เลี้ยง จากนั้นพยายามชวนพ่อคุยต่อเรื่องสัพเพเหระไปทั่ว ไม่ปล่อยให้จีกึมได้แทรกอีก

 


ไม่นานนักก็มาถึงจุดหมาย นายอนขอตัวกลับเพื่อให้ครอบครัวได้อยู่ด้วยกัน มินะไขกุญแจเปิดบ้าน นำกระเป๋าไปเก็บด้านใน จากนั้นออกไปกินข้าวเย็นด้วยกัน  ตลอดมื้ออาหาร มินะพยายามหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับจีกึม พอฝั่งนู้นถามมา เธอตอบเพียงสั้นๆ ไม่ขยายความต่อ สนใจแต่พ่อเท่านั้น 

นอกจากนี้ยังต้องแบ่งเวลามาส่องแชทนายอนอีก เพราะพิมพ์ทักขอไปนอนค้างที่บ้านด้วยตั้งหลายนาทีแล้ว พี่เขายังไม่ตอบกลับมาสักที เน็ตหมดหรือไร

 

และเมื่อโทชิโอะรู้ว่าลูกสาวจะไปค้างที่อื่น อารมณ์ดีอันสดใสของคุณพ่อต้องดับสลายลง เขาเดินทางมาถึงที่นี่เพื่อจะอยู่กับลูกแท้ๆ ไหงมินะหนีไปเสียอย่างนั้น จะเกลียดขี้หน้าจีกึมจนไม่สนใจพ่อแล้วใช่ไหม

สองพ่อลูกจึงมีปากเสียงกัน ทว่ามินะตั้งใจแน่วแน่แล้ว เธอยอมให้พ่อโมโหใส่ยังดีเสียกว่าเห็นหน้าแม่เลี้ยงตลอดทั้งคืนไปจนถึงเช้าวันใหม่ ทนไม่ได้จริงๆ

 

 

มินะกดกริ่งเรียก สักพักนายอนออกมาเปิดประตูให้ ทั้งสองสบตากัน ความรู้สึกเคอะเขินก่อตัวขึ้นจนต้องเสมองไปอีกทาง คนน้องเอ่ยขอบคุณอีกครั้งและเดินตามเจ้าของบ้านเข้าไปภายใน นายอนพาไปห้องน้ำ บอกให้ทำตัวตามสบาย เสมือนอยู่บ้านตัวเอง ก่อนจะขอตัวพาฮีจินเข้านอน


ผู้อาศัยอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จก็ย่องเข้าห้องนอน ไม่พบนายอนอยู่ภายใน จึงไม่กล้านอนก่อน ได้แต่นั่งขัดสมาธิเล่นเกมส์รออยู่ปลายเตียง เล่นเพลินจนไม่รู้ตัวว่าเจ้าของบ้านกำลังนั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง มารู้สึกตัวก็ตอนที่ต้นแขนถูกสัมผัส


               พี่จะไม่ทำอะไรแบบนั้นอีกแล้วว่าแล้วก็โน้มศีรษะลงซบหลังมินะและขยับตัวเข้าไปใกล้ ก่อนจะขยับหน้าผากถูขึ้นถูลงกับแผ่นหลังไปมาคล้ายลูกแมวน้อยขี้อ้อน ร่างทั้งร่างของมินะเกร็งคล้ายรูปปั้นหิน เคยใกล้ชิดกันแล้วก็จริง แต่หนนี้นั้นเกิดจากความตั้งใจ

               “ดีกันนะ นายอนขยับตัวเข้าไปใกล้มากขึ้นพลางแนบแก้มตนเองกับท้ายทอยมินะ

               พี่ไม่ใช่หรอคะที่โกรธ

               “ไม่ได้โกรธแล้ว เข้าใจที่เธอพูดแล้ว”

               “อืม..ฉันก็ไม่ได้โกรธ”

นายอนยิ้มกว้างแล้วเลื่อนมือไปโอบกอดเอวมินะไว้อย่างถือวิสาสะ คนน้องรู้สึกวาบหวามในหัวใจแต่ยอมให้กอดแต่โดยดีเช่นเดิม

 

               ขอบคุณนะที่เธอเป็นห่วงเสียงของนายอนสดใสขึ้นพร้อมกับกอดเอวบางนั้นแน่นขึ้น เลื่อนใบหน้าตนเองให้อยู่ในระดับเดียวกับแก้มนวลนั้น แล้วขโมยหอมแก้มฟอดใหญ่

คนน้องเอียงหน้าหนี  ขวยเขินจนหูแดง นายอนเห็นปฏิกิริยาแล้วก็หมั่นเขี้ยวปนเอ็นดู จึงหอมแก้มไปอีกรอบ


มินะทำเสียงขู่ฟ่อกลบเกลื่อนความเคอะเขิน ก่อนจะจับมือนายอนที่กำลังกอดเอวตนอยู่ออกและขยับตัวหันหลังกลับเพื่อมองหน้ารุ่นพี่ เอื้อมมืออกไปกุมมือเรียวยาวคู่นั้นไว้

               ฉันไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับพี่ แค่เป็นห่วงเลยจุ้นจ้านไปแบบวันนั้น จริงๆแล้วฉันไม่ควรตัดสินใครจากมาตรฐานตัวเอง


คนพี่ส่ายหน้า ไม่เห็นด้วยกับคำว่าจุ้นจ้าน จริงอยู่ว่าตอนแรกนายอนรู้สึกเหมือนโดนก้าวก่ายชีวิต เลยหงุดหงิด โมโหและรำคาญ แต่พอกลับไปทบทวนจึงได้รู้ว่าสิ่งที่มินะพูดเป็นความปรารถนาดีทั้งนั้น


นายอนโน้มตัวโอบกอดมินะ หลับตาและซุกใบหน้ากับไหล่บางนั้น และเมื่อมินะกอดตอบ เธอกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นราวกับหาที่พึ่งพิงใจ

 

เมื่อซึมซับความอบอุ่นจนล้นอก นายอนผละออกจากอ้อมกอดนั้น นิ้วเรียวก็สัมผัสคางคนน้องและดันขึ้นให้สบตากับตน              

สองสายตาประสานกันใกล้ ใกล้เสียจนมองเห็นทุกอย่างที่ฉายชัดในดวงตา ไม่ว่าจะเป็นความขัดเขิน ไหวหวั่นและเย้ายวน

มือเรียวยาวของนายอนประคองใบหน้ามินะ จ้องมองเข้าไปในดวงตากลมคู่นั้นแล้วเลื่อนลงมองริมฝีปาก ก่อนจะเอียงโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆของกันและกัน

นายอนช้อนตามองมินะอีกครั้ง เมื่อไม่ปรากฏท่าทีปฏิเสธ จึงประทับริมฝีปากตนเองลงไป


สัมผัสอุ่นวาบหวาม ร่างกายเสียวซ่าน สมองขาวโพรนและใจเต้นระส่ำ จังหวะของริมฝีปากซึ่งประกบกันอยู่นั้นเร็วขึ้นตามสัญชาตญาณแห่งความต้องการ

ริมฝีปากบดเบียดกลืนเป็นเนื้อเดียว ลิ้นร้อนเกี่ยวพันรัดรึง เสียงหอบถี่ดังขึ้นสลับกับเสียงดูดเม้ม จังหวะรสจูบเร่งเร้าในบางทีและเนิบนาบในบางครา ตักตวงความหวานละมุนของกันและกัน สติหลุดล่องลอยในอากาศ

ไฟสวาทก่อตัวหนักขึ้นและกำลังจะปะทุ ทว่าเสียงเรียกเข้าเพลงการ์ตูนญี่ปุ่นจากโทรศัพท์ของมินะดังขึ้นขัด ไฟจึงดับวูบ

 

มินะดันตัวนายอนให้ออกห่างเพราะอีกฝ่ายคล้ายไม่แยแสกับสิ่งรบกวนใดๆ ยังคงบรรเลงรสจูบต่อ ตัวเธอก็ไม่ได้อยากหยุดนักหรอกแต่เพราะเสียงริงโทนนี้คือสายจากพ่อบังเกิดเกล้า จะไม่รับก็ไม่ได้ ซึ่งคุณพ่อช่างโทรหาลูกสาวในเวลาที่เหมาะเหม็งจริงเชียว

เธอกดรับสาย ก่อนเดินออกไปคุยนอกบ้านเพราะฟังจากน้ำเสียงพ่อแล้วท่าทางยังโกรธอยู่ คงต้องเคลียร์กันอีกยาว

โทชิโอะยังคงโวยวายสารพัดด้วยคำบ่นเดิมๆ ทั้งยังบังคับให้กลับบ้าน ลูกสาวยืนกรานเสียงแข็งว่าไม่ไป พร้อมบอกเหตุผลไปตรงๆเลยว่าไม่อยากอยู่กับจีกึม นั่นยิ่งทำให้คนเป็นพ่อหัวเสียหนัก เถียงกันไปมาลากยาวนานตามคาดจริงๆ

 

ซึ่งเมื่อกลับมา เจ้าของห้องหลับไปแล้ว ไฟสวาทปรารถนาเมื่อครู่คงไม่เกิดขึ้นหรือได้สานต่ออีก 

มินะปิดไฟในห้องและย่องขึ้นเตียงให้เบาที่สุด ค่อยๆขยับกายเข้าไปใกล้ทีละนิด จนตนเองสามารถหนุนไหล่รุ่นพี่ได้ จากนั้นตีเนียนโอบกอดรอบเอวนั้นไว้

นายอนขยับตัวเล็กน้อยเพราะคล้ายมีบางอย่างมีรบกวน แต่ไม่ถึงตื่นลืมตาราวกับคุ้นเคยกับสัมผัสนี้ เธอเลื่อนกายเข้าหาความนุ่มนิ่ม กระชับโอบรอบอ้อมกอดให้แนบแน่นขึ้น จากนั้นความอบอุ่นก็นำพาคนทั้งคู่เข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกัน


-------------------------------------------

ขอบคุณรีดเดอร์ ไอแฟนซียู 

นี่ลงตอนต่อไปด้วยค่ะ ตามอ่านต่อได้ค่าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

22 ความคิดเห็น

  1. #14 ++Black_Hell++ (@blackhell) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 01:36

    คุณพ่ออะ โทรมาไม่รู้เวล่ำเวลา หนอยยยย แต่ก็ดีละ เดี๋ยวเลยเถิด ยังไม่มีสถานะให้กันเลยนะคะ ถึงการกระทำทุกอย่างจะชัดเจนไปหมดล้าว ง้าก เขิน

    #14
    0