[TWICE] Sunrise (NaMi) (นายอนxมินะ)

ตอนที่ 7 : Chapter 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    6 ส.ค. 62

ตลอดทั้งสัปดาห์หลังจากมีปากเสียง ทั้งสองไม่มีปฏิสัมพันธ์ใดๆต่อกันไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เจอกันที่ออฟฟิศก็พยายามหลบเลี่ยง ราวกับโจรหลีกหนีตำรวจ

เต็มไปด้วยความอึดอัด ทว่าพวกเธอพร้อมจะอยู่กับมันมากกว่าสะสางปัญหา


นายอนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเคืองหรือเปล่า เพราะคำพูดล่าสุด ถึงจะดูเอือมระอาแต่ไม่มีท่าทีขุ่นเคือง จึงเดาไม่ออกนัก แล้วก็ไม่กล้าถามออกไปด้วย เกิดขี้ขลาดขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

ผิดกับมินะที่มั่นใจเต็มร้อยว่ารุ่นพี่ชอบหน้าเธอแล้วอย่างแน่นอน ก็เล่นตวาดเสียงดังเสียขนาดนั้น ไม่โกรธก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร

และด้วยงานที่เยอะท่วมหัวในช่วงสิ้นเดือน จึงไม่ได้นึกถึงเรื่องนายอนทุกขณะแล้ว บางทีก็ลืมไปเลย


เธอต้องกลับบ้านดึก นอนน้อยและตื่นเช้าลากสังขารไปสำนักงานทุกวัน และวันนี้ก็ดูท่าจะไม่ไหว เกิดอาการปวดหัวหนักอึ้ง ร่างกายอ่อนเพลีย ข้าวที่กินเข้าไปก็ดูจะไม่ย่อย และที่หนักสุดเห็นจะเป็นดวงตากระตุกถี่

 

หญิงสาวเดินเท้าออกจากบ้านยามค่ำคืนไปร้านขายยา แต่แล้วเกิดเห็นภาพซ้อน พื้นถนนลอยยกตัวขึ้น ร้านขายยาตรงหน้าก็ละลานตาราวกับมีเป็นสิบๆร้าน ขามินะอ่อนแรงคล้ายจะล้มแต่มือของใครบางคนคว้าตัวไว้ได้ทัน

 

นายอนมองคนในอ้อมกอด เห็นคิ้วขมวด ตาปรือและจมูกแดงก็รู้เลยว่าไม่สบาย

ห้านาทีก่อนหน้านี้ เธอเห็นใครบางคนในชุดเสื้อฮู้ดคุ้นตา กำลังเดินเอื่อยเฉื่อยไร้เรี่ยวแรงราวกับล่องลอยได้ จึงหยุดมองเพราะดูทรงแล้วไม่ปกติ จึงรีบเข้าไปหา และก็เดาถูกจริงๆ

           “ไม่สบายใช่ไหมเนี่ย” นายอนถามเสียงเข้ม

          “หายโกรธแล้วหรอ”

          “ไม่ได้โกรธ”

ได้ยินแล้วรีบส่ายหน้าแรงคล้ายไม่เชื่อ

          “จริงๆ ไม่ได้โกรธ”

มินะฟึดฟัดใส่พลางขืนตัวหนีจากอ้อมกอด แต่หลังจากนั้นภาพก็ตัดวูบ..

 


ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองล้มลง นายอนต้องแบกขึ้นหลังอย่างทุลักทุเล วิ่งไปที่ริมถนน เพื่อโบกแท็กซี่ไปโรงพยาบาล แผนกฉุกฉินวินิจฉัยว่าเป็นเพราะพักผ่อนน้อย และควรพักรักษาตัวสักคืน

               

มินะถูกย้ายมาอยู่ห้องพักรวม นอนไม่ได้สติกับน้ำเกลือที่กำลังไหลเวียนเข้าไปในร่างกาย

 

นายอนนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ข้างเตียง มองใบหน้าคนป่วยอยู่หลายนาที ก่อนจะยกมือซ้ายตนเองขึ้นวางบนเตียง..วางใกล้มือบอบบางนั้น เหลือบมองหน้าไร้เลือดฝาดอีกครั้ง แล้วประโยคหนึ่งที่ยังคงติดในสมองก็ดังขึ้นมาในหัว

 

          “ตั้งแต่ตอนขโมยของแล้วที่ท่าทางของพี่ไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่ามันผิด ตอนนี้ก็เหมือนกัน

 

           รู้แล้วว่าผิดนายอนพึมพำ ค่อยๆขยับมือตนเองเข้าไปใกล้มากขึ้น เลื่อนไปจนหลังมือแนบชิดติดกัน แผ่วเบา..

 

          “หายเร็วๆนะ มินะ”

 

 

 

เสียงพูดคุยดังจอแจของคนไข้และญาติๆปลุกให้มินะตื่นขึ้นจากการหลับใหลยาวนานถึงสิบชั่วโมง สดชื่นราวกับเกิดใหม่ เธอบิดขี้เกียจพร้อมกับยิ้มรับแสงแดดยามสาย

           ตื่นแล้วหรอจ๊ะ” 

เสียงของใครบางคนที่ไม่คุ้นหูดังขึ้นข้างตัว มินะสะดุ้งและหันขวับ พบพีดัมกำลังส่งยิ้มมาให้


          นายอนบอกให้เจ๊มาอยู่เป็นเพื่อนน่ะ แล้วก็ลาป่วยให้แล้วนะ

ได้ยินชื่อนั้นหัวใจกระตุกถี่ เมื่อคืนเหมือนจะเจอกัน เอ๊ะ หรือว่าไม่เจอ ไม่ๆ เจอสิ ไม่งั้นพี่เขาจะบอกให้พีดัมมาอยู่กับเราได้ไง

เขาไหว้วานคนอื่นให้มาอยู่เป็นเพื่อน.. เพราะเป็นห่วง..ใช่ไหม ใช่ไหมนะ

 

          กินข้าวเถอะ น่าจะหิวแล้วแหละพีดัมไม่ยอมให้คนป่วยกินอาหารของโรงพยาบาล คิดเอาเองว่าไม่อร่อย ก่อนจะบังคับให้กินข้าวและขนมที่หล่อนซื้อมาแทน ซึ่งอร่อยทุกอย่างอย่างที่โม้ไว้จริงๆ

 

มินะหายเหงาและอุ่นใจที่ไม่ได้นอนแอดมิทลำพัง เพราะพีดัมเป็นคนพูดเก่ง หาเรื่องชวนคุยได้ตลอด

 เธอรับหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดีตามนิสัย แต่ก็มีอารมณ์ร่วมตามกับทุกหัวข้อสนทนา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องตลกขบขันของลูกค้าที่บาร์ และเมื่อพีดัมพักดื่มน้ำ เธอจึงได้เป็นฝ่ายพูดบ้าง

 

          พี่รู้ไหมคะ ว่าพี่นายอนทำอะไรบ้าง

          มันไม่ค่อยเล่าให้ฟังเท่าไหร่ รู้แค่ว่าชีวิตมันยุ่งมากพีดัมหรี่ตามองคนบนเตียง เพราะคำถามดูมีลับลมคมใน

          ทำไม ไปรู้อะไรมาหรอ

มินะส่ายหน้า แสร้งทำเฉย แต่พีดัมมองออกว่ามีบางอย่างคาใจ อีกฝ่ายถึงได้ถามออกมาอย่างห้ามไม่อยู่


          มนุษย์เราทำผิดได้เสมอ ทำผิดก็ต้องรับผิดชอบกับการกระทำนั้น โดนลงโทษอะไรก็ว่าไป ถ้าทำผิดแล้วไม่ปรับปรุงตัว ก็อย่าได้ไปยุ่งกับเขาอีก แต่ถ้าสำนึก ก็ควรให้โอกาสนะ เขาจะได้มีแรงฮึด แก้ไขตัวเอง

 

มินะนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง คล้ายไม่สนใจนัก แต่หูได้ยินทุกคำ ก่อนจะขอตัวพักผ่อนอีกรอบก่อนออกจากโรงพยาบาลบ่ายนี้ จริงๆไม่ได้ง่วงหรอก แต่ไม่อยากถูกพีดัมจับได้ ว่ากำแพงในใจที่ตนตั้งไว้กำลังสั่นคลอน

 

 

 

วันหยุดสุดสัปดาห์วนมาถึงมนุษย์เงินเดือนให้ได้นอนตื่นสายและพักผ่อน ช่วงบ่ายที่แดดยังร้อนเปรี้ยง มินะเลือกนอนกลิ้งเล่นเกมส์อยู่บนเตียง เป็นการพักผ่อนอย่างแท้จริง

เสียงกริ่งดังขึ้นหน้าบ้าน มินะขมวดคิ้วเพราะกำลังเล่นเพลิน เลยต้องพักไว้และออกไปส่องดูว่าใครมาหากันในวันหยุดแบบนี้ ซึ่งไม่คิดเลยว่าจะเป็น นายอน..


มินะยืนนิ่งหน้าประตูรั้ว ไม่ทักทายใดๆเพราะทำตัวไม่ถูก งุนงงกับการปรากฎตัวของแขกที่ไม่คาดคิดว่าจะมาหาถึงที่

 

รู้ได้อย่างไรว่าบ้านเราอยู่ไหน สงสัยแอบถามพีดัมมาแหง

 

          มีเรื่องจะคุยด้วย ขอเข้าไปได้ไหมนายอนเอ่ยด้วยเสียงที่พยายามจะไม่สั่น..ด้วยใบหน้าที่ปั้นให้ปกติที่สุด..

เหตุที่มาหาถึงบ้าน เพราะเมื่อวานแอบไปปรึกษาพีดัมกลายๆ แต่อีกฝ่ายเหมือนรู้ทันซะงั้น แถมยังคะยั้นคะยอให้มาง้อถึงบ้านด้วย

               

          ไปขอโทษเลย เขาจะโกรธจะเกลียดก็ช่างปะไร อย่างน้อยก็ได้พูดด้วย ถึงสุดท้ายต้องเถียงกันก็เหอะ ได้เห็นเขาตอบโต้เรา มันดีกว่าเขาเฉยใส่นะ แกอยากอึดอัดแบบนี้ไปตลอดหรอ”

 

เพราะประโยคนี้ของพีดัม ถึงได้มายืนยิ้มแห้งอยู่แบบนี้อย่างไรเล่า

 

 

มินะเปิดประตู เหล่ตามองผู้มาใหม่ ซึ่งกำลังค่อยๆก้าวเข้ามาใกล้ หน้าตาเว้าวอนเหมือนกระต่ายน้อยมาขอหิวข้าว

 

          “ขอถอนคำพูดที่บอกไม่ให้เธอมายุ่ง”

 

เจ้าของบ้านยืนรับฟังนิ่ง ไม่แสดงอาการใดๆ เหลือบมองอีกหน พอได้เห็นดวงตาใสแป๋วแสนวิงวอน แก้มกลมๆกับริมฝีปากอิ่มที่ห่อเข้าหากันแล้วต้องรีบหันหนี กลัวจะเผลอเอื้อมมือออกไปหยิกให้หายหมั่นเขี้ยว 

 

          “เธอยังไม่ได้มีใครใช่ไหมมินะ”

 

จะมีได้ไง เพิ่งผ่านไปได้อาทิตย์เดียว 

 

          พี่รู้ตัวแล้วว่าทำผิด ทำเรื่องไม่ดี พี่ขอโทษนะที่พูดจาไม่ดีด้วย หายโกรธพี่นะ

 

มินะสะดุดกับสรรพนามใหม่ที่นายอนใช้เรียกแทนตัวเอง พี่

 

              ตึก.. ตัก... ตึก.. ตัก.. 

              ชอบจัง คำว่าพี่เนี่ย



------------------------------------------------

ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคน แล้วเจอกันตอนใหม่จ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

22 ความคิดเห็น

  1. #13 ++Black_Hell++ (@blackhell) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 01:29

    เออ มันต้องแบบนี้ค่ะพี่นายอน สำนึกแล้วจริงๆนะคะ อย่าทำอีกล่ะ

    #13
    0
  2. #5 MangTo2422 (@molbang2422) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 18:49
    ตอนมาง้อแต่ละครั้งคือหงอมาก ยิ้มแห้งมาก ตอนพูดล่ะไม่คิดเบื่อจริงพวกปากร้าย ขอบคุณนะคะอัพสองตอนรวดเลย
    #5
    0