[TWICE] Sunrise (NaMi) (นายอนxมินะ)

ตอนที่ 5 : Chapter 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 69
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    1 ส.ค. 62

มินะวิ่งกลับบ้าน ต้องวิ่งแล้ว หัวใจมันติดปีกบินจนไม่สามารถเดินปกติได้อีก วิ่งด้วยหัวใจลิงโลด เบิกบานราวดอกทานตะวันยามเช้า  

เธอรีบอาบน้ำ นั่งบรรจงแต่งหน้าแม้จะเป็นเพียงนัดไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตกับนายอนก็ตาม หลังจากหน้าและผมสวยพร้อมก็มาถึงคิวการเลือกชุด เธอยืนขมวดคิ้วกอดอกหน้าตู้เสื้อผ้าอยู่นานสองนาน ก่อนจะหยิบชุดเดรสตัวที่มั่นใจว่าสวยที่สุดในตู้ออกมาสวมใส่ 


ทั้งคู่นัดเจอกันที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตประจำชุมชน มินะเข้าไปภายใน เห็นนายอนยืนรออยู่ก่อนแล้วซึ่งหันมามาสบตาพอดี สาวผมม้าจึงส่งยิ้มให้แต่ไกล ขัดเขินเล็กน้อยในทุกฝีเก้าขณะเดินไปหารุ่นพี่ 

          ไม่รู้ว่าตื่นเต้นอะไร ก็แค่เขามาซื้อของเป็นเพื่อน ไม่ได้มาเดทเสียหน่อย

 

          “จริงๆวันนี้พี่ได้หยุดพักแท้ๆ”

          “เดินซื้อของก็ไม่ได้เหนื่อยเท่าไหร่” นายอนยิ้มบางแล้วชะโงกหน้าอ่านข้อความบนกระดาษโน้ตในมือมินะ “ไหนดูซิ ซื้ออะไรบ้าง”

          คนน้องเขยิบเข้าใกล้จนไหล่ชนกัน “หลายอย่างเลยค่ะ

          “งั้นเริ่มจากขนมก่อนละกัน”

          นายอนอาสาเข็นรถเข็นให้ เดินตามหลังมินะต้อยๆ ราวกับเป็นพ่อบ้านคอยตามภรรยาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ขณะช็อปปิ้ง


          ไม่มีท่าทีเกรงใจหรืออึดอัดระหว่างกัน คล้ายกับมาเดินซื้อของด้วยกันมาบ่อยครั้งเสียอย่างนั้น 


          “อันนี้อร่อย” นายอนชี้ไปที่ห่อสีแดงขนาดเล็ก มันเป็นเยลลี่รสผลไม้

          “ฉันก็ชอบ”

          “หนึบๆ หวานๆ”

มินะยิ้มรับเห็นด้วย แล้วหยิบมาสองห่อ ซื้อเผื่อคนข้างๆด้วย

          คนชอบเหมือนกัน ก็ต้องกินด้วยกัน

หลังจากนั้น ตลอดทาง นายอนก็กลายเป็นคนพูดเก่งขึ้นมา ทั้งยังเกิดความอยากรู้เรื่องราวต่างๆของชีวิตมินะไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะชอบกินอะไร ชอบไปไหน ชอบทำอะไร ชอบสีอะไร ถามนั่นนี่สารพัดจนแทบไม่ได้ซื้อของกันเท่าไหร่นัก เดินวนไปวนมาถามตอบกันราวกับโลกนี้เหลือเพียงสองคน

           

          “เธอรู้ไหม..”

          “ไม่รู้”

นายอนหลุดหัวเราะ “เดี๋ยว ยังพูดไม่จบเลย”

มินะฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะพยักเพยิดให้อีกฝ่ายได้พูดต่อให้จบ

          ลืมแล้ว”

          “เพิ่งเมื่อกี้เองนะคะ” น้องปิดปากหัวเราะเบาๆ

          “เธอนั่นแหละ ทำลืม” นายอนยู่ปากใส่แล้วเดินหนีเพื่อซ่อนใบหน้าเคอะเขิน

 ซึ่งทำเอามินะงุนงง แค่แกล้งหยอกแค่นี้ถึงกับลืมได้อย่างไร

เหตุที่สมองนายอนเสื่อมในพริบตานั่นเป็นเพราะ รอยยิ้มหวานเปิดโลก ดวงตาหยีเป็นสระอิและแก้มนวลกลมๆนั่นแหละ 

          น่ารักเกินไป..


 

นายอนเดินกลับมาหา ยืนกอดอกหลบหลังชั้นวาง แอบมองมินะกำลังง่วนอ่านฉลากเทียบเคียงสินค้าสองอย่าง พอเห็นท่าทางตั้งอกตั้งใจ คนพี่จึงค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ แล้วจ๊ะเอ๋เสียงดัง

มินะสะดุ้งตัวโยน หัวใจตกไปตาตุ่ม ของในมือแทบร่วงหล่นบนพื้น เธอหันไปค้อนใส่

          “ตกใจหมดเลย!”

นายอนหัวเราะชอบใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิกแก้มทั้งสองอย่างหมั่นเขี้ยว 

มินะมุ่ยหน้า งอนเข็นรถหนี นายอนวิ่งตามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ง้อด้วยการอาสาบริการให้เช่นเดิม


          “ปกติเธอทำกับข้าวกินเองไหม”

          “ทำมื้อเช้าค่ะ มื้อเย็นก็เป็นบางที” คนน้องเหลือบไปเห็นซองเส้นบะหมี่บนชั้นวางพอดี จึงเอ่ยต่อ “อยากกินยากิโซบะไหมคะ”

          “จะทำให้หรอ”

คนน้องพยักหน้า

          “ใจดีอีกแล้ว” นายอนขยับไปใกล้ ใบหน้าห่างกันแค่เพียงคืบ จากนั้นใช้นิ้วจิ้มไปที่ปลายจมูกเชิดรั้นนั้น “น่ารักอีกแล้วด้วย”

          “ยังไม่ได้ทำให้เลย..”

          “แค่ยืนเฉยๆก็น่ารักแล้ว”

มินะเม้มปากแน่นเพื่อกลั้นยิ้ม ไม่ยอมสบดวงตาสีน้ำตาลเข้มนั้นอีก เมินเฉยฟันกระต่ายคู่นั้นด้วย เธอรีบเฉไฉเปลี่ยนเรื่องคุย

เพราะการถูกมองด้วยแววตากรุ้มกริ่ม ไหนจะความปากหวานพวกนี้อีก.. จั๊กจี้หัวใจเหลือทน

 

 

นายอนตื่นเต้นเล็กน้อยที่ได้มาเหยียบบ้านมินะ ก้าวเดินตามพลางมองรอบตัว ห้องโถงส่วนกลางเรียบง่ายและสะอาดตา ผนังและเพดานเป็นสีขาว ปูพื้นห้องด้วยไม้ โซฟาเดี่ยวสีเทาตั้งอยู่หน้าโทรทัศน์ ข้าวของจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทางด้านซ้ายเป็นห้องครัวขนาดเล็กและโต๊ะกินข้าวลายไม้เช่นเดิม ส่วนด้านขวาเป็นห้องนอนซึ่งภายในก็คงตกแต่งด้วยสไตล์ไม่ต่างกัน

 

ภายในครัว นายอนยืนโน้มตัวเท้าคางมองมินะที่กำลังมีสมาธิจดจ่อกับการหั่นกะหล่ำปลีและแครอทบนเคาน์เตอร์เล็กๆด้านหน้าเตาแก๊ส เธอเอื้อมมือออกไปจับผมมินะที่ปรกข้างแก้มขึ้นทัดหูให้ มันบดบังใบหน้าหวาน

          “ไม่ให้ช่วยจริงๆหรอ”

มินะส่ายหน้า แล้วจัดการหั่นหอมหัวใหญ่เป็นแว่นๆ แล้วเริ่มปรุงส่วนผสมของซอสยากิโซบะด้วยความตั้งใจ

 

          “จ้องกันแบบนี้ มันจะยิ่งช้านะคะ” มินะประหม่าทุกการกระทำหนักขึ้นเรื่อยๆเพราะนายอนไม่มายืนข้างๆแล้ว เปลี่ยนเป็นลากเก้าอี้มานั่งฝั่งตรงข้ามและจ้องไม่วางตา

          “แล้วให้ทำอะไร”

          “ดูทีวีไหมคะ”

          “ขอดูเธอไม่ได้หรอ” น้ำเสียงอันออดอ้อนกับแววตาประกายวิบวับนั้น แม่ครัวใจอ่อน ยอมให้เสียไม่ได้อีกครั้ง

 

แม่ครัวคนสวยเลิกสนใจสายตาช่างสำรวจนั่น หันไปตั้งกระทะ เปิดไฟกลาง ใส่น้ำมัน นำหมูลงไปผัดให้พอสุก แล้วต่อด้วยผักทั้งหลาย ผัดให้พอสลด ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย จากนั้นใส่เส้นยากิโซบะลงไป เติมน้ำเปล่า ใช้ตะเกียบคีบผัดให้เข้าที่ แล้วจึงเทซอสที่เตรียมไว้ลงผัดให้เข้ากัน

 

มินะจ้องริมฝีปากอวบอิ่มของรุ่นพี่ นั่งลุ้นกับคำพูดหลังจากชิมคำแรก เธอรู้เต็มอกว่ายากิโซบะจานนี้รสชาติสมบูรณ์แบบแน่นอนเพราะทำมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็กังวลอยู่ดี 

ใช่ พอเรามีความรู้สึกพิเศษให้ใคร ความคาดหวังกับคนนั้นก็จะมากขึ้น

          “อร่อยจัง”

          แม่ครัวยิ้มกว้างแก้มแตก “งั้นต้องกินให้หมดเลยนะคะ”

นายอนผงกหัวพลางหัวเราะร่า ขณะกินไป ก็แอบช้อนตามองเจ้าของบ้านเป็นระยะๆ อาหารก็อร่อยแหละ แต่ดันไปสนใจคนตรงหน้ามากกว่า

 

          “อยู่คนเดียว เหงาไหม” สาวฟันกระต่ายเอ่ยถามขึ้นแก้เขิน หลังจากถูกจับได้ว่าแอบเหล่มองอยู่

          “ก็มีบ้างค่ะ แต่เกมส์ช่วยได้เยอะ แล้วก็มีลูน่ากับจงฮุนด้วย พวกเขาคุยเก่ง”

          “ถ้ายังเหงา ก็ลองไปบาร์เชบีดู”

          “ฉันไม่ดื่ม”

          “ก็ไม่ได้ให้ไปกินเหล้า ไปนั่งคุยเล่น คนที่นั่นคุยสนุกดี ไปร้องเพลงก็ได้”

มินะรับคำ ก่อนจะเท้าศอกกับโต๊ะพร้อมกับทิ้งศีรษะลงบนฝ่ามือตัวเองขณะจ้องมองแก้มยุ้ยของนายอน

          “แล้วพี่ล่ะ ไม่เหงาหรอ”

          “ทำงานจนไม่มีเวลาเหงา”

เจ้าของบ้านหรี่ตามองคนตอบ เห็นแววตาสั่นไหวนั่นแล้วรู้เลยว่าเป็นความเท็จ

          “ไม่จริง”

          “อ่านใจได้หรอ”

คนน้องแลบลิ้นใส่ “รู้น่า ว่าเหงา”

 

นายอนเผลอกัดริมฝีปากล่างตนเอง สายตาเลื่อนไปมองลิ้นมินะที่แลบออกมาอีกครั้ง ท่าทางน่ารักนั่นเหมือนจะเย้าแหย่กันให้หมั่นเขี้ยว เหมือนจะหยอกล้อให้หมั่นไส้ และเหมือนจะตั้งใจทำให้หัวใจเต้น

 

          “งั้นถ้าเหงา.. โทรหาเธอได้ไหม”

          “ค่ะ.. ได้ค่ะ”

          “แล้วถ้ายังเหงาอยู่ มาหาเธอได้ไหม”

          ......


มินะรีบหันหน้าหนีและผุดลุกไปเข้าห้องน้ำ คำถามที่สองนี่ตอบออกไปไมได้จริงๆ เขินสายตาวิบวับแสนเจ้าเล่ห์นั้นจนเสียงหายไปจากลำคอแล้ว


          ไม่คุ้นชินบรรยากาศวูบวาบแบบนี้เลย
          จริงๆมันก็เป็นคำถามธรรมดา มั้ง... ไม่รู้แหละ คิดไปไกลแล้ว คิดไปแล้วว่า มีใจให้


----------------------------------------------------------------------------------
ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

ลูกๆได้รางวัลงานMGMAด้วย ปลื้มปริ่ม แดซังๆ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

23 ความคิดเห็น

  1. #11 ++Black_Hell++ (@blackhell) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 01:19

    ยัยพี่ก็เต๊าะไม่หยุดเลยนะคะ โอ้ย เขินค่ะ แงงงงงง /)_____(\ ฟีลกู๊ดมั่ก

    #11
    0
  2. #4 Phakoe (@Phakoe) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 06:42

    ชอบมักๆเลยค้ะ นามิที่คู่ควร????

    #4
    1
    • #4-1 Dalibong (@khunkwankwang) (จากตอนที่ 5)
      13 สิงหาคม 2562 / 16:08
      คู่ควรกับคำว่าโพไม่แมสค่ะ55555555
      #4-1
  3. #3 MangTo2422 (@molbang2422) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 23:55
    แบบนี้เขาเรียกจีบแล้วนะคะ มาบอกยืนเฉยๆก็น่ารักแล้วอะไรกัน//ทุบ เขินมากค่ะ5555555555 รอตอนต่อไปอยู่เสมอนะคะสู้ๆค่ะ
    #3
    0