[TWICE] Sunrise (NaMi) (นายอนxมินะ)

ตอนที่ 1 : Chapter1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    23 ก.ค. 62

                 เสียงตะโกนผู้จัดร้านที่คอยบ่นพนักงานว่าชักช้าดังขึ้นไม่หยุดหย่อน ทว่าคำก่นด่าเหล่านั้นไม่ได้ส่งมาหานายอนอย่างแน่นอน เธอมั่นใจว่าทำงานเร็ว มือไม้ไวและคล่องแคล่วกว่าพนักงานทุกคน ณ ร้านChicky-King ร้านอาหารจานด่วนชื่อดังของชุมชน จำหน่ายไก่ทอดและแฮมเบอร์เกอร์รสชาติดีแถมราคาถูกกว่าร้านไหนๆในย่านนี้ จึงมีลูกค้าแน่นขนัดทุกวัน

     นายอนฉีดน้ำยาทำความสะอาดลงบนโต๊ะแล้วจัดการเช็ดคราบมันออกให้หมดจด เมื่อเช็ดเสร็จก็เริ่มบิดผ้าไม้ถูพื้นให้หมาด ออกแรงถูพื้นที่มีแต่รอยเท้า รอยคราบเหนียวเหนอะจากซอสและน้ำอัดลม จัดการเทขยะลงใส่ในถังใหญ่ กลับเข้าร้าน ล้างมือให้สะอาด แล้วตรงไปยังห้องเก็บของเพื่อเอากระเป๋าในล็อคเกอร์

     ดาจอง เด็กสาววัยรุ่นผู้เป็นพนักงานพาร์ทไทม์เดินเข้ามาหาและถามเสียงใส

     “ลุงจองโมถูกลอตเตอรี่นะรู้ยัง เลี้ยงเนื้อด้วย แวะไปบาร์ไหม”

     “ไม่ล่ะ ฝากกินแทนละกัน"

     บาร์ที่ว่านั้นชื่อ ‘เชบี’..บาร์ของพีดัม หญิงวัย40ผู้เป็นผู้มีพระคุณของนายอน บาร์นี้เป็นที่นิยมของเหล่าคนทุนทรัพย์น้อย วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ทุกคนรวมตัวกัน แต่นายอนขอผ่าน จริงๆช่วงหลังเธอก็ไม่ค่อยได้โผล่ไปแล้ว เพราะทำงานพิเศษเพิ่มอีกงานในช่วงเช้า จึงต้องรีบกลับบ้านไปนอนเอาแรง


     นายอนยืนพักขาล้วงกระเป๋ากางเกงท่ามกลางท้องฟ้ามืดสนิทขณะรอรถเมล์สายสุดท้ายของวัน  ผู้คนยังคงสัญจรกันหนาตา คงเพราะอยู่ในย่านร้านอาหารและร้านเหล้า ก้าวลงจากรถเมล์ ขากลับบ้านซึ่งต้องผ่านร้านสะดวกซื้อ เห็นกลุ่มวัยรุ่นยืนกินขนมปังไส้จาจังมยอนซึ่งกำลังฮิตในขณะนี้ 

     ความหิวโหยพุ่งพล่าน รีบหยิบกระเป๋าสตางค์ออกเปิดดู มีเพียงเศษเงินติดกระเป๋าเพราะอยู่ในช่วงกลางเดือน ว่าตามกิจวัตรมื้อดึกแล้ว เธอมักกลับบ้านไปกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่วันนี้เห็นทีจะอดใจไม่ไหว


     หญิงสาวในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวพอดีตัวเข้าคู่กับกางเกงยีนส์ขาม้าเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ ตรงไปยังชั้นวางขนมปัง เหลือบซ้ายมองขวาด้วยหางตา จากนั้นรีบคว้าซองขนมปังยัดใส่กระเป๋า

     ทว่าหนนี้มันกลับไม่เร็วพอ มือของเธอถูกมือของใครบางคนรั้งไว้แน่น ค้างเติ่งอยู่ที่ปากกระเป๋า นายอนหันขวับ สบตากับใครคนหนึ่งแล้วสมองก็ประมวลผลทันทีว่าเคยเห็นผู้หญิงหน้าตาแบบนี้มาก่อน 


  นายอนกระชากมือตนออกจากการเกาะกุม วางซองขนมปังไว้ที่เดิมและรีบเดินออกจากร้าน หญิงสาวผู้นั้นรีบวิ่งตามและคว้าแขนไว้หมับอีกครั้ง 

               “พี่นายอนใช่ไหมคะ”                คนถูกทักสะบัดมือนั้นออกอีกครั้ง แล้วหรี่ตามอง                “ฉัน..คนที่เคยไปทะเลกับพี่..เมื่อนานแล้ว จำได้ไหมคะ”                นายอนมองสาวตรงหน้า สำเนียงการพูดไม่ใช่คนเกาหลีโดยกำเนิด ดวงตาทรงคล้ายเม็ดอัลมอนด์ มีไฝหลายตำแหน่งบนใบหน้า ริมฝีปากอมชมพูระเรื่อที่กำลังยิ้มอยู่นั้นช่างรับกับใบหน้าเรียวยาวได้รูป


     นึกออกแล้ว เด็กญี่ปุ่นคนนั้น.. เธอคิดในใจ และหลังจากนั้นความทรงจำในอดีตก็หวนย้อนกลับมาให้นึกถึงคลื่นลมฝั่งทะเล แสงแดดเจิดจ้าและหาดทรายขาว


“ขอบคุณนะคะที่ตอนนั้นดีกับฉัน” เสียงหวานของมินะเรียกสติเธอกลับมา “ขอบคุณจริงๆค่ะ” เอ่ยแล้วยืนตัวตรงพลางก้มหัวโค้งคำนับอยู่หลายที

“งั้นเลี้ยงข้าวหน่อยสิ ตอบแทนที่เคยช่วยเธอไง” 

มินะเลิกคิ้ว ประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ทำตามคำขอนั้นโดยดี ก้าวเดินตามหลังรุ่นพี่ไปยังร้านคงกุกซูซึ่งเปิด24ชม. คล้ายเป็นร้านประจำของคนในชุมชน เพราะมีลูกค้าหลายโต๊ะแม้จะดึกแล้ว

นายอนตะโกนสั่งก๋วยเตี๋ยวทันทีไม่รอถามไถ่จากเจ้ามือ มินะไม่สั่งอะไรเพราะกินข้าวมาแล้ว ที่ออกมาเดินเล่นแถวร้านสะดวกซื้อในยามค่ำคืน เพราะนอนไม่หลับ ยังไม่ชินกับบ้านใหม่

ซึ่งไม่คาดคิดเลยว่าจะได้เจอคนที่อยากเจอมาตลอด..


ดีใจแต่อึดอัดชอบกล เพราะนายอนดูแปลกไปจากความทรงจำล่าสุด 

แววตาคู่นั้นช่างเย็นชา สีหน้าว่างเปล่า ทั้งน้ำเสียงยังแข็งกระด้าง ทว่ารูปลักษณ์ภายนอกยังเหมือนเดิม ดวงตากลมโต แก้มทั้งสองยังยุ้ยให้หยิกเล่นได้ ริมฝีปากล่างอวบอิ่ม สันจมูกโด่งและแน่นอนว่าฟันคู่หน้ายังเป็นกระต่ายเช่นเดิม

นอกจากอึดอัดแล้ว ยังเกิดประหม่าอีก เมื่อเห็นว่านายอนกำลังจ้องมาด้วยสายตาพินิจเชิงสำรวจ ตรวจสอบทุกซอกทุกมุม

มินะรีบหลบตา ไม่กล้ามองออกไปตรงๆ ได้แต่หันซ้ายหันขวาสลับไปมา บ้างก็ก้มลงมองมือตนเอง 

“ไม่เคยเห็นเธอแถวนี้เลย”

ทว่าคำถามนั้นทำให้มินะต้องเงยมองคนพูด ซึ่งพอได้สบดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นแล้ว ใจเต้นอย่างที่คาดไว้จริงๆ 

เธอกระแอมแก้เขินและตอบออกไปเสียงเบา “ฉันเพิ่งย้ายมาค่ะ ได้งานที่นี่”

การสนทนาจบเพียงเท่านั้นเมื่ออาหารถูกนำมาเสิร์ฟ นายอนใช้ตะเกียบคีบเส้นเข้าปากทันที ไม่รอเป่าให้หายร้อน กินเร็วคล้ายไม่ได้เคี้ยว แม่สาวญี่ปุ่นตรงหน้าไม่สามารถดึงดูดความสนใจจากคนหิวโหยได้อีก  


     นายอนยกแก้วน้ำชาขึ้นดื่มหลังซดก๋วยเตี๋ยวหมดเกลี้ยง เอ่ยชวนเจ้าภาพมื้อนี้กลับบ้าน มินะรุดไปจ่ายเงินให้ จากนั้นก็เดินไปหานายอนที่ยืนรออยู่หน้าร้าน

“ก่อนหน้านี้ฉันเห็นนะคะว่าพี่ทำอะไร” มินะเอ่ยเสียงเบา ถึงจะกล้าๆกลัวๆแต่ก็อดไม่ได้ที่จะบอกออกไป 

นายอนยักไหล่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ทำทุกครั้งที่ไม่มีเงินซื้อและไม่เคยถูกจับได้ เพียงแต่หนนี้คาหนังคาเขาราวกับว่ามินะยืนจ้องอยู่ก่อนแล้ว

“อย่าทำอีกนะคะ มันผิดกฎหมาย อยากได้ของต้องใช้เงินแลกเปลี่ยน ถ้าไม่จ่ายเงิน ยังไงก็ไม่ใช่ของๆเรา”

หัวขโมยตวัดสายตาขึ้นมอง ประโยคนั้นสะกิดเข้าที่ใจแต่แสร้งทำเมิน

“งั้นซื้อให้หน่อยสิ” นายอนเสยผมแล้วยืนล้วงกระเป๋ารอคำตอบ

มินะงุนงง แต่ก็ทำตามคำขออีกครั้ง เดินไปกับนายอนจนถึงหน้าร้านสะดวกซื้อร้านเดิมที่ได้เจอกัน ทั้งสองเข้าไปด้านใน มินะนึกว่าหล่อนจะซื้อขนมปัง ผลลัพธ์กลับกลายเป็นเบียร์กระป๋องไปเสียอย่างนั้น

นายอนออกมานั่งบนเก้าอี้พลาสติกหน้าร้าน เปิดเบียร์ยกขึ้นดื่ม ก่อนจะยื่นอีกกระป๋องให้มินะ แต่อีกฝ่ายปฏิเสธ

“ทำไง เอามาเผื่อแล้ว”

“พี่กินเลยค่ะ” มินะว่าแล้วก็นั่งเอามือประสานกันด้านหน้าและบีบไปมาเพราะทำตัวไม่ถูก แอบชำเลืองมองคนข้างกายซึ่งกำลังนั่งไขว่ห้าง มือขวายกขึ้นเสยผมอีกแล้ว ส่วนมือซ้ายก็จับกระป๋องเบียร์วางไว้บนหน้าขา 

เหม่อมองดาวพลางชมแสงจันทร์ยามค่ำคืนในฤดูร้อน กับคนที่เหมือนจะรู้จัก แต่ก็ไม่รู้จัก


“เธอชื่ออะไรนะ” 

“มินะค่ะ เมียวอิ มินะ”

จริงๆจำชื่อนี้ได้เพียงแต่ถามเพื่อให้แน่ใจเท่านั้น นายอนยิ้มมุมปากแล้วยกเบียร์ขึ้นดื่ม

“แต่ไม่นึก ว่าจะได้เจอกันอีก”

มินะอมยิ้ม ดวงตาหยีเป็นสระอิ มือทั้งสองบีบเข้าหากัน สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดและเอ่ยออกไป “ดีใจที่ได้เจอพี่นะคะ” 

  เสียงที่เปล่งออกมานั้นเบาเกินไปและแทบจะอื้ออึงในลำคอ นายอนจึงไม่ได้ยินเลยเข้าใจไปว่ามินะนิ่งเงียบไม่พูดต่อแล้ว เธอกระดกเบียร์ขึ้นดื่มอีกครั้งและเอ่ยขอตัวกลับ มินะมองตามไปจนสุดสายตา เสียใจเล็กน้อยที่ถูกเมิน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยมีความทรงจำร่วมกันแท้ๆ


นายอนไขประตูเข้าบ้านตนเอง เป็นบ้านเช่าซึ่งตั้งอยู่สุดซอย ก่อนจะถึงตัวบ้านด้านใน เธอปลูกดอกไม้หลายชนิดจนเต็มพื้นที่ด้านหน้าแทบจะไม่มีทางเดินเข้า เพราะชอบสีสันอันหลากหลายและกลิ่นหอมของพวกมัน ช่วยให้สมองปลอดโปร่งและเพิ่มความสดชื่นให้ชีวิต

“เป็นไงบ้างวันนี้” ฮีจิน ผู้เป็นยายแท้ๆของนายอยเอ่ยทัก 

“ยังไม่นอนอีกหรอ”

นายอนส่ายหัวเอือมระอากับคนแก่หัวรั้น แล้วถอดกระเป๋าวางลงบนพื้นและเก็บเบียร์ใส่ในตู้เย็น เมื่อเห็นน้ำเมาพวกนี้แล้วก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเพิ่งเจอใครมา

“เมื่อกี้เจอคนๆหนึ่ง เขาจำหนูได้ด้วย”

“ใครกัน”

“เด็กญี่ปุ่น..ที่พูดเกาหลีได้แล้ว” นายอนยืนนิ่งเหม่อลอยขณะนึกถึงสาวผมม้าหน้าหวานคนนั้น

“ใครน่ะ ยายรู้จักไหม” 

หลานสาวส่ายหน้าแล้วเดินไปหาฮีจินที่นั่งอยู่บนรถเข็น เข็นพาเข้าห้องนอนเพราะยายขาพิการทั้งสองข้าง เหตุเกิดเมื่อ6ปีก่อน..


ตอนนั้นมันเป็นช่วงชีวิตที่เลวร้ายที่สุด.. พ่อของเธอโดนเพื่อนสนิทโกงเงินและทิ้งหนี้ไว้ ส่งผลให้บริษัทล้มละลาย สิ้นเนื้อประดาตัว นายอนจำต้องลาออกจากโรงเรียน 

พ่อได้งานใหม่ เงินเดือนไม่พอใช้จ่ายสำหรับคนสามคน ชีวิตที่เคยสุขสบายสำหรับเด็กที่เกิดมาในชนชั้นกลางอย่างนายอนต้องตกต่ำ อดมื้อกินมื้อ ไม่ได้เรียนหนังสือ ไม่มีของเล่น แม่จึงต้องออกไปทำงานอีกแรงเพื่อจะได้ส่งลูกเรียนต่อ และเมื่อพ่อแม่ทำงานเลยไม่มีเวลาว่าง ยายจึงมาดูแลหลานแทน

ความโชคร้ายยังไม่สิ้นสุด แม่ถูกคนเมาขับรถชนตายแต่คนขับกลับไม่ได้รับโทษใดๆเพราะเป็นลูกเศรษฐี พ่อต้องยืมเงินจากเพื่อนสมัยเรียนคนหนึ่ง เพื่อจ้างทนายขึ้นศาลฟ้องร้องเอาผิดคนเลวให้ได้ แต่ไม่สัมฤทธิ์ผล และแม่ตายไปอย่างไร้ค่า.. 

พ่ออดหลับอดนอนเพื่อหาเงินใช้หนี้ เอาบ้านไปจำนอง นายอนลาออกจากโรงเรียนอีกครั้งและเริ่มทำงานพิเศษตอนอายุ17 อย่างไรเงินที่ได้มาก็ไม่มากพอจะไถ่หนี้ทั้งหมดเพื่อเป็นอิสระ 

เพื่อนพ่อทำร้ายพ่อจนหมดสติ เลือดไหลนองเต็มพื้นห้อง นายอนเข้าไปช่วยจึงโดนกระทืบเละ ส่วนยายรีบเอาตัวบังไว้เมื่อเห็นว่ามันกำลังจะเอาเก้าอี้ฟาดใส่หลาน ทำให้ขายายทั้งสองข้างหัก นายอนคว้ามีดในครัวแทงเจ้าหนี้คนนั้นอย่างไม่ลังเล


สัญชาตญาณมันบอกว่าหากใครทำร้ายคนที่เธอรัก คนนั้นมันต้องตาย ตายเท่านั้นถึงจะสาสม


ใช่ มันตายและพ่อเธอก็ตายด้วย.. ส่วนยาย..ยังอยู่ แต่ขาพิการ เดินไม่ได้ตลอดชีวิต

ส่วนเธอต้องเข้าสถานพินิจเพื่อควบคุมความประพฤติ สิ่งที่เธอทำถือเป็นการป้องกันตัว เพราะคนร้ายทำเกินกว่าเหตุทำให้ผู้อื่นต้องเสียชีวิตและพิการ


สู้กับโชคชะตา เหนื่อยแต่ต้องกัดฟันทนเพราะมีหนี้ นายอนทำงานถึง3ที่ ช่วงเช้าตรู่รับจ๊อบขายแซนวิชที่บริเวณหน้าชานชลารถไฟใต้ดิน ขายหมดเร็วภายในครึ่งชั่วโมงเนื่องจากมีผู้คนผ่านไปมาหนาแน่นในช่วงเวลาเร่งด่วนก่อนเข้างาน เมื่อขายเสร็จจะนำเงินไปให้เจ้าของร้านและเมื่อได้ส่วนแบ่งเรียบร้อยเธอก็ขึ้นรถเมล์ไปทำงานที่2ต่อ



“พี่นายอน” 

เสียงร้องทักดังจากด้านหลัง คนถูกเรียกหันกลับไปมอง พบผู้หญิงผมหน้าม้าสีดำขลับ มัดรวบผมที่เหลือเป็นหางม้าต่ำ เด็กญี่ปุ่นคนนี้อีกแล้วรึ

“พี่ทำงานที่นี่หรอคะ ฉันก็ทำที่นี่ค่ะ”

นายอนสังเกตจากการแต่งตัวของมินะ เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินกับกระโปรงทรงสอบยาวเหนือเข่า ชุดแบบนี้เป็นพนักงานประจำแผนกใดแผนกหนึ่งอย่างแน่นอน ส่วนตัวเธอนั้นเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ ผู้มีหน้าที่คัดแยกเอกสารและจดหมายถ่ายเอกสาร เดินเรื่องและส่งเอกสารไปยังแปนกอื่นๆและสถานที่ต่างๆนอกสำนักงานรวมถึงงานทั่วไปจิปาถะด้วย

“ทำงานวันแรกหรอ”

“ใช่ค่ะ”

นายอนไม่ถามต่อ หันหลังกลับแล้วรีบเดินเข้าลิฟท์ มินะสาวเท้าตามไปติดๆ และวินาทีต่อมาพนักงานคนอื่นต่างกรูกันเข้ามาภายในลิฟท์ ร่างมินะถูกดันเข้าไปด้านในสุด 

เธอเอ่ยขอโทษเมื่อตนเองแนบชิดติดกับนายอนซึ่งกำลังยืนนิ่งหลับตาอยู่ นึกอยากถอยห่างเพราะใกล้มากเกินไป ใบหน้าห่างกันเพียงแค่คืบจึงต้องเอียงเบี่ยงหลบ มันชิดใกล้เสียจนได้กลิ่นน้ำหอมจากร่างรุ่นพี่สาว

“เธอต้องมาเช้ากว่านี้อีกสัก10นาที ถ้าไม่อยากโดนเบียด” นายอนกระซิบข้างหู

ลมหายใจจากเสียงกระซิบรดต้นคอทำเอาคนฟังวาบหวาม มินะเผลอกัดริมฝีปากล่าง ไม่กล้าหันกลับไปหาคนพูด กลัวปลายจมูกของตนจะชนกับริมฝีปากอิ่มนั้นเข้า


เมื่อผู้คนบางส่วนทยอยออกจากลิฟท์ มินะจึงได้โอกาสถอยห่างออกมา เธอแอบเหลือบมองนายอนซึ่งยังคงหลับตาอยู่เช่นเดิม แต่เปลี่ยนท่าเป็นยืนกอดอกเอนหลังพิงผนังแล้ว

อยากคุยด้วย แต่พอเห็นท่าทางอ่อนเพลียแล้ว มองอยู่เงียบๆดีกว่า

ลิฟท์มาถึงที่หมาย มินะออกจากลิฟท์ เงยหน้ามองหาป้ายบอกทางไปยังแผนกบัญชี จากนั้นเดินเลี้ยวขวาและผลักประตูเข้าไป เสียงตะโกนก็ดังขึ้น

“เด็กใหม่มาแล้ว!” 

มินะยิ้มเขินและเผลอถอยหลังเมื่อคนอื่นๆในแผนกทั้งหญิงและชายต่างกรูเข้ามาหาและล้อมรอบตัวเธอราวกับเป็นดารา ทุกคนต่างแย่งถามคำถามกับผู้มาใหม่ มินะไม่ตอบคำถามกับใครสักคน เลือกโค้งคำนับอย่างนอบน้อมและเอ่ยแนะนำตัว 

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเมียวอิ มินะ จะตั้งใจทำงานให้เต็มที่ ขอฝากเนื้อฝากตัวกับทุกคนด้วยนะคะ” 

น้องใหม่ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี จากที่กังวลมาตลอดทั้งคืนในการทำงานวันแรกกับคนอื่นๆจะเป็นอย่างไรก็บรรเทาลง ไม่เครียดมากแล้ว เอาล่ะ เริ่มต้นทำงานได้



“พี่นายอน กระดาษA3อยู่ตรงไหน” จงฮุน ชายร่างสูงผอมถามขึ้น ณ มุมห้องซึ่งเป็นจุดถ่ายเอกสาร 

มินะหันขวับทันใดเมื่อได้ยินคำว่านายอน


พี่เขาทำงานในห้องเดียวกับเราหรือนี่ เข้ามาตอนไหน ตอนที่ออกจากลิฟท์พร้อมกันหรือตอนที่เราเข้าไปพบหัวหน้าแผนกกันนะ

 

นายอนซึ่งกำลังยืนถ่ายเอกสารอยู่นั้น ใช้เท้าขวาเขี่ยเปิดลิ้นชักทางขวาด้านล่างซึ่งกระดาษA3ถูกเก็บไว้แล้วพยักเพยิดแทนคำบอก

“เฮ้ย ใช้เท้าเลยหรอ” จงฮุนตะโกน

“มือไม่ว่างน่ะ”

จงฮุนจึงเตะฝาลิ้นชักกลับเข้าที่เดิมด้วยความโมโห ทุกคนสะดุ้งตัวโยนและต่างลุกขึ้นดูสถานการณ์ นายอนไม่สะทกสะท้านยังคงยืนถ่ายสำเนาจากหนังสือต่อ

“ไหนพี่ลองทำอีกที ลองเปิดอีกทีดิ๊!”

“นายก็รู้แล้วนิว่ากระดาษอยู่ตรงไหน” นายอนเอ่ยด้วยเสียงปกติ จากนั้นหยิบกระดาษที่ถ่ายสำเนาเสร็จแล้วทั้งหมดมาตอกกับโต๊ะเพื่อให้ขอบเท่ากัน จัดการใส่แฟ้มและเขียนป้ายกำกับหัวข้อไว้

“น่ารำคาญจริง” จงฮุนเอ่ยกระแทกเสียงทิ้งท้ายและเดินกลับไปที่โต๊ะซึ่งอยู่ถัดจากมินะ “ใช้เท้าเปิดได้ยังไง ถึงจะแก่กว่าฉันก็เหอะ”

“เขาคงรีบ ไม่ทันฉุกคิดน่ะ” ลูน่า สาวแว่นเอ่ยพลางลูบไหล่เพื่อนให้ใจเย็นลง

“ไม่อยากเห็นหน้าบูดบึ้งกวนส้นตีนนั่นแล้ว”

“เอาน่า พาร์ทไทม์อยู่ไม่นานหรอก” ลูน่าบอกและชวนเพื่อนคุยเรื่องอื่นต่อ

มินะหันไปมองนายอนผ่านกระจกใสซึ่งกำลังยืนเสยผมและขยับปากคล้ายนับจำนวนอะไรบางอย่าง รูปลักษณ์ภายนอกยังคล้ายเดิม ทว่านิสัยและท่าทางกลับเปลี่ยนไปราวกับคนละคน


แล้วเราที่เป็นคนพูดน้อยเป็นทุนเดิม พอเขามีท่าทีเป็นแบบนี้ ยิ่งไม่กล้าชวนคุยเลย


นายอนรู้สึกเหมือนตนกำลังถูกจับจ้อง จึงเงยหน้าขึ้น เลยได้สบตากับมินะ

ทั้งคู่มองกันผ่านกระจกกั้น ไม่มีใครละสายตา คล้ายมีแรงดึงดูด ต่อเชื่อมพวกเธอเข้าหากัน


ยิ่งมองสบตา ก็ยิ่งรู้สึกคล้ายมีพายุโหมที่ทำเอาร่างกายทุกส่วนเรรวนปั่นป่วน 

ความรู้สึกแสนแปลกที่เกิดขึ้นนี้คืออะไร

ต่างถามตนเอง ทว่ากลับไร้ซึ่งคำตอบ


-------------------------------------------------------------


[TALK]
ฟิคเรื่องแรกในชีวิต ._.
#นามิ ใครชิปโพนี้ ติดตามกันนะคะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้ด้วยน้าา
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

22 ความคิดเห็น

  1. #7 ++Black_Hell++ (@blackhell) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 00:40

    คุณไรท์คะT______T ก่อนอื่นเลยอยากขอบคุณมากๆที่เลือกแต่งพี่นายอนโพนี้ค่ะ จะร้องไห้ เราเริ้บพี่นายอนโพนี้มาก หาอ่านยากในไทยด้วยค่ะ แง ซึ้งใจมากเลย

    ชีวิตพี่นายอนดราม่ามากกกกกก เจอแต่เรื่องร้ายๆเลยกลายเป็นคนแข็งๆไปเลย กลัวแทนมินะค่ะ55555 แสดงว่านายอนสมัยก่อนน่าจะสดใสๆไรงี้หน่อยมั้ยนะ

    #7
    1
    • #7-1 Dalibong (@khunkwankwang) (จากตอนที่ 1)
      30 สิงหาคม 2562 / 16:53
      ขอบคุณที่มาเม้นนะคะ ดีใจที่มีเริ้บโพนี้ คือไม่ค่อยมีให้อ่านจิง เลยลองแต่งสนองความขี้ชิป555
      #7-1