[END] THE 1ST ANGEL 'KILLER' #เมียพี่หมอคิล [YAOI 18+] [BL]

ตอนที่ 23 : THE 1ST ANGEL ตอนที่ 20 [Rewrite 100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 222 ครั้ง
    21 ก.พ. 62

 

 

  


THE 1st ANGEL

20


                  คิลเลอร์ก็แค่แฟนที่ต้นน้ำจำไม่ได้


                แต่ทำไมคนที่จำไม่ได้อย่างเขาจะต้องยอมให้อีกฝ่ายมาใกล้ชิขนาดนี้ด้วยเนี่ย!


                “ไปนั่งไกลๆบ้างก็ได้นะ บ้านผมไม่ได้แคบขนาดนั้น” ต้นน้ำว่าพลางขยับตัวออกห่างจากคนตัวโตจนตัวเองแทบจะตกโซฟาอยู่แล้วแต่อีกคนก็ยังไม่วายจะขยับตามมาชิดอีก พอจะหันไปด่าก็ต้องเจอกับใบหน้าหล่อๆที่ยิ้มระรื่นอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวจนน่าหมันไส้


                เห็นแล้วอยากจะข่วนให้หน้าบากซะจริงๆ คนอะไรด้านชะมัด!!


                “เขยิบไปขนาดนั้นไม่กลัวตกรึไงครับ”


                ยัง... ยังมีหน้ามาถาม!


                “ไม่อยากให้ผมตกพี่ก็ควรจะขยับออกไปห่างๆนะไม่ใช่มานั่งยิ้มหน้าตายแบบนี้เนี่ย”


                “ไม่เอาอ่ะ อีกอย่างพี่ไม่ปล่อยให้เราตกหรอกหรือจะเปลี่ยนมานั่งตักพี่แทนดีไหมคะ”


                “ไอ้พี่คิลเลอร์!” ดวงตากลมถลึงมองคนกวนประสาทข้างกายดุๆพร้อมกับลุกขึ้นหนีไปนั่งที่โซฟาอีกตัวแทนแต่คนตัวโตก็ทำท่าจะลุกตามมาอีก ถ้าไม่ติดว่าต้นน้ำยกนิ้วขึ้นชี้อีกคนไว้ก่อนพร้อมกับส่งสายตามองอย่างจริงจังเป็นเชิงว่า ถ้าไม่อยากตายก็อย่าตามมา เท่านั้นแหละคิลเลอร์ถึงได้ยอมนั่งลงที่เดิมของตัวเองด้วยสีหน้าเสียดายนิดๆ


                ต้นน้ำลอบถอนหายใจออกมาเบาๆที่อีกฝ่ายยอมนั่งลงที่เดิมเพราะไม่อย่างนั้นเขาคงได้ไล่ตะเพิดคิลเลอร์ออกจากบ้านจริงๆ ก็ไม่ใช่ว่ารังเกียจแต่มันไม่ชินนี่ ถึงแม้จะรู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันอยู่ในสถานะไหนแต่ตอนนี้เขายังจำอะไรไม่ได้ยังไงมันก็ไม่ชินอยู่ดีถ้าเป็นสาวๆก็ว่าไปอย่าง(?)


ความตั้งใจก่อนหน้านี้ที่คิดว่าจะพูดตัดความสัมพันธ์กับคิลเลอร์เป็นอันต้องล้มเลิกไปอย่างไม่มีกำหนดเพราะขนาดแค่จะไล่อีกฝ่ายออกจากบ้านเจ้าตัวยังไม่สนใจทำหูทวนลมเลยแล้วนับประสาอะไรกับบอกเลิก เชื่อสิถ้าบอกไปคิลเลอร์ก็ไม่ยอมอยู่ดีหรือบางทีอาจจะเป็นเพราะลึกๆในใจของต้นน้ำเองที่สั่งไม่ให้ทำแบบนั้น


                “ทะเลาะอะไรกันอีกล่ะเราสองคน ทีเมื่อก่อนล่ะหวานกันจนน่าหมันไส้เชียว” เสียงหวานๆของมารดาที่เอ่ยขึ้นพร้อมกับเจ้าของเสียงที่ถือจานผลไม้ออกมาวางที่โต๊ะทำให้ต้นน้ำต้องหูกระดิก


                เดี๋ยวนะ นี่เขายังเป็นคนอยู่ใช่ไหม???


                “ก็นั่นมันเมื่อก่อนนี่ครับแม่ ต้นอยากนอนพักแล้วห้ามให้คนอื่นขึ้นไปกวนต้นนะแม่” คนตัวเล็กว่าพลางปรายตามองคิลเลอร์ในตอนที่พูดคำว่าคนอื่น


                สำหรับต้นน้ำแล้วเขาก็พูดไปโดยไม่คิดอะไรแต่สำหรับคนฟังอย่างคิลเลอร์มันมีผลต่อหัวใจแกร่งไม่น้อย แม้ริมฝีปากหยักจะยังแย้มยิ้มอยู่ไม่จางก็เถอะ หากต้นน้ำสังเกตสักนิดจะเห็นถึงประกายความวูบไหวในดวงตาคมคู่นั้น มันก็เป็นธรรมดาที่จะรู้สึกหน่วงเล็กๆในใจเมื่อตัวเองถูกมองว่าเป็นคนอื่นในสายตาของคนที่รัก คิลเลอร์เข้าใจว่าต้นน้ำไม่ได้หมายความอย่างที่พูดหรอกเพียงแต่มันก็อดที่จะน้อยใจไม่ได้...


                คนเราต่อให้มีแข็งแกร่งดังหินผาแค่ไหนแต่ก็ย่อมมีมุมอ่อนแอเช่นกัน


                “งั้นผมกลับก่อนนะครับคุณน้า พักผ่อนๆเยอะๆนะครับต้นน้ำแล้วพี่จะมาเยี่ยมใหม่นะ” พูดจบร่างสูงก็ลุกขึ้นพรวดแล้วเดินออกจากบ้านของคนรักไปทันทีโดยที่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งที่มองตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปด้วยความรู้สึกผิด


                คิลเลอร์ก็แค่ขอกลับไปตั้งหลักและอยากเว้นระยะห่างให้ต้นน้ำได้ปรับตัวเพราะกลัวว่าคนตัวเล็กจะรำคาญตัวเองซะก่อนที่รุกเข้าใส่อย่างเดียว ในขณะเดียวกันต้นน้ำกำลังเข้าใจไปว่าที่คิลเลอร์ออกไปแบบนั้นเพราะกำลังโกรธที่ตัวเองพูดว่าอีกฝ่ายเป็นคนอื่น


                สองคนสองความคิดแต่สิ่งหนึ่งที่มีเหมือนกันก็คงจะเป็นความรู้สึกเล็กๆที่เรียกว่ารัก


                “ไงล่ะเราไม่ต้องมาทำหน้าหงอยเลย พูดไม่คิดเลยนะต้นน้ำ”


                “แม่อ่ะ... ก็ช่างประไรแค่นี้รับไม่ได้ก็ช่างสิจะได้เลิกๆกันไปเลย”


                “ปากดีไปเถอะเรา ถ้าพี่เขาไปขึ้นมาจริงๆอย่ามาร้องไห้ทีหลังก็แล้วกัน” คนเป็นแม่ว่าพลางส่ายหัวกับความดื้อรั้นปากร้ายของลูกชายเบาๆก่อนจะเดินหายกลับเข้าไปในครัวอีกครั้งทิ้งให้ต้นน้ำได้อยู่คนเดียวเหมือนที่เจ้าตัวร่ำร้อง


                คนอะไรใจเซาะชะมัด...


                ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันนิดๆก่อนที่ร่างเล็กจะหมุนตัวเดินขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเองแทน งานนี้สรุปว่าผลไม้ที่คุณแม่คนสวยเอามาให้ก็ต้องกลายเป็นหมันไปโดยปริยาย


                เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้องนอนสิ่งแรกที่ต้นน้ำเห็นก็คือกรอบรูปสีขาวอันหนึ่งที่เขาแน่ใจว่าก่อนหน้านี้มันไม่เคยมีอยู่ สองเท้าเล็กก้าวตรงไปที่กรอบรูปนั้นแทบไม่ต้องคิดมือเรียวหยิบมันขึ้นมาดูก็พบว่ามันเป็นมันเป็นรูปคู่ที่น่าจะถ่ายจากโทรศัพท์มือถือมากกว่ากล้อง


                ผู้ชายสองคนที่ฉีกยิ้มกว้างให้กับกล้อง แววตาที่สะท้อนออกมาจากรูปดูก็รู้ว่าทั้งคู่มีความสุขมากแค่ไหน ใบหน้าหล่อเหลาของคนด้านซ้ายมือนั่นก็คือคิลเลอร์และคนด้านซ้ายนั่นก็คือตัวต้นน้ำเอง เอวบางถูกโอบกระชับโดยมือหนาของคิลเลอร์และที่สำคัญในภาพนั้นต้นน้ำเห็นว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่บนตักของอีกคนอยู่ชัดๆ


                บ้าจริงนี่เขาทำตัวแบบนี้หรอเนี่ย... แรดจริง!


                ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามกรอบหน้าของคนด้านซ้ายในรูปแผ่วเบาก่อนที่จะหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว อยู่ๆก็เหมือนกับมีภาพเหตุการณ์มากมายไหลเข้ามาในหัวจนร่างเล็กเซไปเล็กน้อยเพราะรู้สึกปวดหัวขึ้นมา มือเรียววางกรอบรูปนั่นลงที่เดิมก่อนจะนั่งลงกับเตียงนอนหลังเก่า


           “เพื่อนกูบอกให้หลบทำไมมึงไม่หลบไม่รู้หรอว่ายืนบังเฟรมกล้องพวกกู”


“พอดีคุยโทรศัพท์อยู่เลยไม่ได้ยิน”


“ตอนนี้เลิกคุยแล้วมึงก็หลบไปดิพวกกูจะได้ทำงานต่อ”


“พูดขอร้องดีๆไม่เป็น?”


“ก็เพื่อนกูพูดดีๆแล้วมึงหลบไหมล่ะสัส คิดว่าเป็นรุ่นพี่แล้วจะทำตัวเหี้ยๆใส่รุ่นน้องยังไงก็ได้หรอวะ”


“ในเมื่อรุ่นน้องมันปากหมากูจำเป็นต้องดีด้วย?”


“มึงว่ากูปากหมาหรอ!


“คุยกับมึงให้กูด่าหมาที่ไหน”


“มึงจะเอาไงห๊ะ ไม่เห็นหรอว่ากี่ชีวิตต้องรอมึงกูไม่มีเวลามาเถียงกับมึงทั้งวันนะไอ้พี่เหี้ย”


“ดูท่ามึงจะไม่รู้จักกูสินะ”


“โอ๊ย เจ็บนะสัส ทำไมกูต้องรู้จักมึงด้วยไม่ใช่ญาติกูซะหน่อย”


“ปล่อยกูนะสัส!


“หึหึ น่าสนใจนะมึงน่ะ”


“สนใจเหี้ยไรกูบอกให้ปล่อยไงไอ้พี่เหี้ย!


“โอ๊ย! สัสจะปล่อยทำไมไม่บอก”


“ก็มึงบอกให้ปล่อยอ่อ กูชื่อคิลเลอร์ จำไว้ให้ดีล่ะเบ้บ”


นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 นายนฤบดินทร์  เดชานุวัฒน์ ชื่อจริงของคิลเลอร์ ต้นน้ำจำได้และถ้าจำไม่ผิดนั่นน่าจะเป็นวันแรกและครั้งแรกที่เขาได้เจอกับผู้ชายที่ชื่อคิลเลอร์ แล้วคราวนี้ก็เหมือนกับภาพเหตุการณ์ต่างๆที่เกี่ยวกับคิลเลอร์จะไหลเวียนเข้ามาในหัวของต้นน้ำไม่หยุด มันชัดเจนกว่าทุกครั้งโดยที่ต้นน้ำไม่ต้องพยายามนึกเลยด้วยซ้ำราวกับว่าเขากำลังกลับเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง


ไม่ว่าจะเป็นตอนที่คิลเลอร์เอ่ยบอกชอบครั้งแรกหรือตอนที่ทะเลาะกันเรื่องงานหมั้นของคิลเลอร์หรือแม้แต่เหตุการณ์สุดท้ายที่เขามีปากเสียงกับคิลเลอร์ในไนท์คลับจนกระทั่งประสบอุบัติเหตุ... ต้นน้ำจำมันได้หมดแล้วจำได้แล้วว่าตัวเองรักคิลเลอร์มากแค่ไหนและคิลเลอร์รักเขามากแค่ไหน


“จำได้แล้ว...” เสียงหวานเอ่ยบอกกับตัวเองแผ่วเบาก่อนจะระบายยิ้มกว้างออกมาแต่ก็ต้องหุบยิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้าหงอยๆของคนรักที่เดินออกไปจากบ้านก่อนหน้านี้ จะโทษใครได้ก็เขามันปากดีเอง ถามว่ารู้สึกผิดไหมตอนที่จำไม่ได้ก็รู้สึกผิดอยู่นิดๆแต่พอตอนนี้จำได้กลับยิ่งรู้สึกผิดมากกว่าเดิมอีก


หรือเขาควรจะไปง้อคิลเลอร์ดีนะ?


ใจเย็นน่าต้นน้ำยังไงเดี๋ยวพี่คิลก็ต้องกลับมาหาอยู่ดี


ต้นน้ำได้แต่คิดไปมาอย่างสับสนว่าตัวเองจะเอายังไงดีจะไปบอกคิลเลอร์ดีไหมว่าตัวเองจำได้แล้วหรือจะรอให้คิลเลอร์มาหาดี ในขณะที่สมองกับตีกันไปมาอยู่ๆเสียงของมารดาที่พูทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนหน้านี้ก็ลอยแว่วเข้ามาในหัวอีกครั้ง


             “ปากดีไปเถอะเรา ถ้าพี่เขาไปขึ้นมาจริงๆอย่างร้องไห้ทีหลังก็แล้วกัน”


            บ้าน่า...คิดมากไปแล้วต้นน้ำ


แต่ว่าไหนๆก็มาขนาดนี้แล้วขอแกล้งอีกสักหน่อยแล้วกัน


และความคิดชั่วร้ายก็เกิดขึ้นมาในเสี้ยววินาทีแถมยังดูเหมือนมันจะชนะความคิดอื่นๆขาดลอยเสียด้วย ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มมุมเล็กๆอย่างนึกสนุกกับความคิดของตัวเอง ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรสักหน่อยแค่อยากแกล้งทดสอบใจแฟนนิดๆหน่อยเองนะ!




แสงไฟหลากสีสาดส่องไปมาสลับปรับเปลี่ยนตามบีทของเพลงที่เปิดดังกระหึ่มไปทั่วทั้งไนต์คลับ ผู้คนมากมายต่างขยับโยกย้ายร่างกายไปตามจังหวะของดนตรีแม้เรือนร่างจะเบียดสีกันหากแต่ใครเลยจะสนกัน ในสถานที่แบบนี้ก็มีแต่คนที่มาหาความสนุกด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นความสุขทางใจหรือทางกายก็ตามหรือบางคนก็อาจจะมาเพื่อพักผ่อนหย่อนใจคลายเครียดเช่นเดียวกับร่างเล็กที่นั่งจิบมาร์ตินี่อยู่บริเวณบาร์เครื่องดื่ม


ก็ไม่รู้ว่าลมอะไรหอบให้ต้นน้ำต้องพาตัวเองมาถึงที่นี่ ก็แค่รู้สึกเบื่อ การอยู่บ้านเฉยๆมันไม่ใช่สไตล์ของเขาสักเท่าไร ตอนแรกก็กะว่าจะรอใครบางคนที่บอกว่าจะมาเยี่ยมใหม่แต่รอจนถึงหัวค่ำแล้วก็ยังคงไร้วี่แววของคนพูดสุดท้ายเขาก็เลยมานั่งอยู่ไนต์คลับแห่งนี้นี่แหละ


ผู้หญิงที่นั่งข้างๆขานี่น่ารักดีแหะ


ต้นน้ำคิดในใจพลางยิ้มและพอดีกับที่หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆหันมามองตัวเองเจ้าตัวเลยขยิบตาให้หนึ่งทีพร้อมกับยกแก้วไปขึ้นเล็กน้อยเป็นเหมือนการทักทายเจ้าหล่อนก่อนที่จะส่งเครื่องดื่มในแก้วนั้นเข้าปากตัวเอง มือเรียวยกแก้วมาร์ตินีขึ้นจิบแก้วแล้วแก้วเล่าจนเริ่มรู้สึกมึนเจ้าตัวถึงได้ยอมวางมือจากสุรานั้น


ร่างเล็กลุกจากบาร์เครื่องดื่มแล้วพยุงร่างของตัวเองเดินโซซัดโซเซไปยังห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาโดยที่ไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองตัวเองอยู่ตั้งแต่ที่ก้าวเข้ามาในไนต์คลับแห่งนี้


ไม่ได้เมาสักหน่อยก็แค่มึนๆเท่านั้นเอง


ในขณะเดียวกันนั้นในมุมหนึ่งของไนท์คลับกลับมีสายตาคมๆของใครบางคนมองมายังร่างเล็กวาวโรจน์ ใครบางคนที่ต้นน้ำพึ่งใช้วาจาร้ายกาจไปด้วยในตอนเช้า


มือหนากำแก้วเหล้าสีอำพันในมือแน่นก่อนที่จะยกมันกระดื่มรวดเดียวหมดแก้ว แม้ภายใต้ใบหน้าหล่อคมนั้นจะดูเรียบนิ่งแค่ไหนแต่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่เลย ในดวงตาคมนั้นมีประกายไฟแห่งโทสะแฝงอยู่จนคนรอบข้างที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วยรู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่ไม่ปกติของคิลเลอร์


“เฮ้ย เฮียจะไปไหนวะ” ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีควันบุหรี่เอ่ยถามขึ้นทันทีที่เห็นคนเป็นพี่ลุกขึ้นพรวดพลาดหลังจากที่ดื่มกระดกเหล้าดีกรีแรงลงคอไปหมดแก้ว


“ลากเมียกลับบ้าน”


“เอ่อ... ไงก็ใจเย็นๆนะเฮียน้องมันตัวนิดเดียวเอง”


“เออ” คิลเลอร์เพียงรับคำสั้นๆก่อนจะก้าวฉับลงไปจากชั้นวีไอพี เพทายได้แต่มองตามหลังชายหนุ่มรุ่นพี่ไปพลางนึกเป็นห่วงคนตัวเล็กหน้าตาจิ้มลิ้มที่จะต้องเผชิญหน้ากับคิลเลอร์ในคืนนี้


ถ้าถามว่าโกรธไหมที่เห็นคนรักของตัวเองที่ควรจะนอนพักผ่อนอยู่ในบ้านมานั่งดื่มเหล้าเป็นเป้าสายตาให้คนอื่นมองอยู่ในสถานเริงรมย์แบบนี้ทั้งที่พึ่งจะออกจากโรงพยาบาลมาแท้ๆ คิลเลอร์ก็คงต้องตอบตามตรงเลยว่าโกรธมากแต่เหนือความโกรธนั้นก็คือความเป็นห่วง


มันน่าจับตีก้นซะให้เข็ด!


ความจริงเขาคิดว่าวันนี้จะปล่อยให้ต้นน้ำได้อยู่กับตัวเองได้พักผ่อนให้เต็มที่ก่อนแล้วพรุ่งนี้เขาจะไปเยี่ยมคนตัวเล็กที่บ้านในตอนเช้า ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอเมียตัวเองมานั่งดื่ม นึกขอบคุณเพทายจริงๆที่ชวนเขาออกมาดื่มคลายเครียดในค่ำคืนนี้ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่รู้ว่าเมียตัวเองแสบแค่ไหน


อะไรที่ว่าแสบน่ะหรอ?


ก็ไอ้การที่ต้นน้ำส่งสายตาต่อกระซิกให้กับผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆนั่นไงล่ะ หึ


คิดไว้ว่าจะใจเย็นแท้ๆแต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกอยากจะจับต้นน้ำมากดให้จมเตียงซะจริง จะได้รู้ว่าตัวเองมีเจ้าของแล้วและไม่ควรริอาจคิดไปเล่นหูเล่นตากับผู้หญิงที่ไหนอีก นี่ยังดีที่เป็นผู้หญิงถ้าเป็นผู้ชายล่ะก็เขาคงไม่ทำใจเย็นนั่งนิ่งมองต้นน้ำอยู่ได้ตั้งนานสองนานขนาดนี้หรอก


สองขายาวก้าวจ้ำอ้าวตามร่างเล็กไปติดๆจนถึงหน้าห้องน้ำและคิลเลอร์ก็ไม่รอช้าที่จะเดินตามต้นน้ำเข้าไปด้านในพร้อมกับดึงประตูปิดเข้ามาด้วย แน่นอนว่าเขากด ล็อกมันจากด้านในเพื่อให้ใครเข้ามรบกวน ดูเหมือนคืนนี้โชคจะเข้าข้างเขานะเพราะในห้องน้ำแห่งนี้มีเพียงเขากับกับต้นน้ำสองคนเท่านั้น


แกร็ก!


เสียงล็อกของลูกปิดประตูที่ดังขึ้นจากประตูทางเข้าใหญ่ของห้องน้ำทำให้ต้นน้ำที่กำลังจะล้างหน้าต้องชะงักและหันไปมอง ดวงตากลมเบิกกว้างระคนตกใจที่เห็นว่าคิลเลอร์อยู่ตรงบานประตูนั้น ที่สำคัญใบหน้าคมที่มักจะมีรอยยิ้มประดับอยู่ในตอนนี้กลับเรียบนิ่งซะจนน่ากลัวแปลกๆ


ฉิบหายแล้วไงกู...


คล้ายกับว่าต้นน้ำกำลังได้ยินเสียงสัญญาณอันตรายร้องเตือนขึ้นมาในหัว นัยน์ตาหวานสอดส่องมองหาทางหนีทีไล่แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวังเพราะทางออกมันมีแค่ทางเดียวก็คือประตูที่อยู่ด้านหลังคิลเลอร์ แน่นอนว่าเขาคงไม่สามารถฝ่าออกไปได้ง่ายๆ ท่าทางงานนี้เขาคงจะหนีไม่พ้นซะแล้วสิ


“ไงครับคนป่วย ไหนว่าอยากพักผ่อนไงแล้วทำไมถึงมาโผล่ที่ไนท์คลับแบบนี้ล่ะน้องต้นน้ำ” คำทักทายบวกกับคำถามเสียงเย็นเฉียบของคิลเลอร์ทำให้ต้นน้ำต้องเผลอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ในขณะเดียวกันคิลเลอร์ก็ขยับก้าวเข้ามาหาต้นน้ำอย่างไม่รีบร้อน


“ก็หายแล้วเลยออกมาเที่ยวไง...” ต้นน้ำพยายามตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ปกติที่สุดแต่มันก็ฟังดูไม่ปกติอยู่ดี ทั้งที่ความจริงการที่เขาออกมาเที่ยวมันก็ไม่ได้ผิดอะไรแต่ทำไมนะพอเห็นคิลเลอร์มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าแบบนี้เขาถึงรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเด็กนิสัยไม่ดีที่แอบหนีเที่ยวยังไงอย่างงั้น


“หรอ... ดีเนอะบอกพี่ว่าอยากพักผ่อนแต่พอตกดึกก็ออกมาเที่ยว หึ ดีจริงๆ” สิ้นประโยคนั้นคิลเลอร์ก็ก้าวพรวดเข้ามาประชิดตัวต้นน้ำในเวลาแค่ไม่ถึงนาทีไม่ทิ้งโอกาสให้คนตัวเล็กได้หนีเลยแม้แต่น้อย


“เฮ้ย!” คนตัวเล็กหลุดร้องออกมาเสียงดังเมื่อถูกดันไปจนชิดกับผนังของห้องน้ำด้านหนึ่งโดยมีท่อนแขนแกร่งกั้นล็อกตัวไว้ทั้งสองข้างไม่ให้หนี


ใบหน้าคมขยับเลื่อนเข้ามาใกล้กับใบหน้าเรียวของคนในอาณัติทีละนิดๆก่อนจะหยุดนิ่งเมื่อปลายจมูกของพวกเขาแตะกันเบาๆ ดวงตาคมกริบจ้องมองสบกับนัยน์ตาหวานนิ่งไม่ไหวติ่ง ทั้งที่มีเสียงเพลงดังลอดเข้ามาถึงในนี้แต่ต้นน้ำกลับรู้สึกว่าในห้องน้ำแห่งนี้มันช่างเงียบจนน่าอึดอัดเสียจริง


เงียบจนได้ยินลมหายใจของคนตรงหน้า...


และในจังหวะที่คิลเลอร์ขยับใบหน้าเลื่อนเข้ามาใกล้มากขึ้นอีกต้นน้ำก็เป็นฝ่ายชิงหันหน้าหนีไปอีกทาง ทำให้ตอนนี้ใบหน้าของคิลเลอร์แทบจะซุกอยู่กับต้นตอขาวๆแทน กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆจากร่างเล็กที่ลอยมาแตะปลายจมูกทำให้เลอร์นึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกคราทั้งที่ในตอนแรกมันลดลงไปแล้วแท้ๆ


“ไหนบอกทีสิ ว่าเมียหนีเที่ยวแบบนี้พี่ควรทำยังไงดี?” น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่กระซิบถามอยู่ข้างหูกับลมหายใจอุ่นที่รดหลั่นอยู่เหนือผิวเนื้อทำให้ต้นน้ำต้องขนลุกซู่ขึ้นมาแต่เจ้าตัวก็ยังพยายามที่เถียงออกไปจนได้


“ใครเมียพี่ อย่ามามั่ว! ก็บอกแล้วไงว่าผมจำพี่ไม่ได้!!


ซะเมื่อไรล่ะ...


เมื่อหาทางรอดไม่ได้งั้นต้นน้ำขอสวมบทบาทของคนความจำเสื่อมไปก่อนละกันเพราะมันคงเป็นตุผลเดียวที่พอจะทำให้ตัวเองรอดพ้นความผิดได้ในตอนนี้ ถึงจะไม่รอดแต่ก็อาจจะไม่ผิดมากเท่าไร(มั้ง) แต่ดูเหมือนต้นน้ำจะคิดผิดเพราะอารมณ์ของคิลเลอร์ในตอนนี้ยังไงต้นน้ำก็ผิดเต็มประตู ยิ่งการที่ได้ยินคนรักตอบกลับมาว่าจำตัวเองไม่ได้ก็ยิ่งแล้วใหญ่


“ดี ถ้าจำไม่ได้งั้นพี่จะสร้างความทรงจำให้ใหม่ เตรียมตัวมีผัวอีกครั้งได้เลยที่รัก หึ!


“ไม่นะพี่คิล! เฮ้ย จะพาผมไปไหน!!


คนตัวเล็กร้องโวยวายขึ้นเมื่ออยู่ๆก็ถูกอุ้มพาดบ่าออกไปจากห้องน้ำโดยไม่ทันตั้งตัว หัวใจดวงน้อยเต้นถี่รัวอย่างคนกลัวความผิดแต่ก็ไม่เท่ากับกลัวคิลเลอร์หรอก น้ำเสียงเฉียบขาดเมื่อสักครู่นี้บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าคราวนี้คิลเลอร์ไม่ได้พูดเล่น มือเล็กรัวทุบลงบนแผ่นหลังกว้างของคนรักไม่ยั้งแรงแต่ก็ไม่ได้ทำให้คิลเลอร์รู้สึกสะทกสะท้ายสักเท่าไร


แรงเท่ามดแบบนั้นไม่ระคายเคืองผิวเขาหรอก หึ


คิลเลอร์เพียงยกยิ้มร้ายออกมาเท่านั้นก่อนจะเดินตรงไปทางออกหลังร้านสู่ลานจอดรถ เสียงโวยวายของต้นน้ำยังคงดังขึ้นไม่หยุดแต่ก็ไม่มีใครสนใจ ก็นะแค่เห็นว่าคนอุ้มมาเป็นคิลเลอร์ก็ไม่มีใครอยากยุ่งด้วยแล้ว แน่สิในเมื่อคิลเลอร์เองก็เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของไนต์คลับนี้ คงไม่มีใครอยากมีเรื่องกับเจ้าของไนต์คลับนักหรอก น่าเสียดายที่ต้นน้ำไม่เคยรู้เลยว่าไนต์คลับที่เที่ยวประจำของตัวเองเป็นหนึ่งในธุรกิจเล็กๆของคนรักไม่อย่างนั้นต้นน้ำคงไม่มาเหยียบที่นี่เป็นแน่


ร่างเล็กถูกยัดเข้าไปในรถคันหรูอย่างรวดเร็วและคิลเลอร์ก็เร็วพอที่จะขึ้นมาประจำที่แล้วสตาร์ทรถขับออกไปทันทีอย่างรวดเร็วเพื่อให้ต้นน้ำได้หนีทัน ความเร็วที่เกินกว่ากฎหมายบังคับไม่ได้ทำต้นน้ำรู้สึกหวั่นเกรงเท่ากับคนขับข้างกายเลยสักนิด หลังจากที่โวยวายแล้วไม่เป็นผลต้นน้ำก็ได้แต่นั่งนิ่งมาตลอดทางในหัวก็คิดหาทางรอดของตัวเองต่อไปโดยที่ไม่รู้เลยว่าภายใต้ความเงียบขรึมของใบหน้าคมนั้น คิลเลอร์กำลังนึกขบขันตัวเองแค่ไหน


เอาไงดีวะ หรือจะบอกความจริงไปดีว่าจำได้แล้ว?


ไม่ได้นะ! ถ้าพี่คิลรู้ต้องโกรธมากกว่าเดิมแน่ๆ!!


ต้นน้ำยังคงคิดไม่ตกและเพราะมัวแต่จมกับความคิดของตัวเองเลยไม่ทันได้สังเกตว่ารถกำลังเลี้ยวเข้ามาจอดในคอนโดของคิลเลอร์จนกระทั่งรถจอดสนิทนั่นแหละเจ้าตัวถึงได้รู้สึกตัว เมื่อจอดรถเข้าที่เรียบร้อยแล้วคิลเลอร์ก็ลงจากรถเดินอ้อมไปอีกฝั่งและเปิดประตูออกทันที ท่อนแขนแกร่งวางพาดเหนือขอบประตูรถไว้ในขณะที่สายตาก็จ้องใบหน้าคนตัวเล็กที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนรถ


“ไง จะลงจากรถแล้วเดินขึ้นห้องไปกับพี่ดีๆหรือจะให้พี่อุ้มไปครับ” ประโยคเรียบๆที่เอ่ยถามมานั้นไม่ได้ทำให้ต้นน้ำรู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด ถ้าไม่ยอมเดินไปดีๆยังไงคิลเลอร์ก็ต้องหาทางพาเขาขึ้นไปบนห้องจนได้นั่นแหละ มาถึงขนาดนี้แล้วเขาคงหมดทางรอดแล้วจริงๆ


เอาวะ... เป็นไงเป็นกัน!!


“พี่ก็หลบดิ ผมจะลงนี่ไง”


“ดี พูดง่ายๆพี่จะได้ไม่ต้องเหนื่อย”


สุดท้ายต้นน้ำก็ทำได้เพียงแค่ลงจากรถและเดินตามคิลเลอร์เข้ามาในคอนโดเท่านั้นทั้งที่ในใจอยากจะเปลี่ยนทางวิ่งหนีอีกคนไปซะแต่เหมือนร่างกายจะไม่ยอมตามใจเขาเลยน่ะสิ


ต้นน้ำพยายามเดินให้ช้าที่สุดเพื่อที่จะได้ยืดเวลาออกไปแต่แล้วยังไงเพราะสุดท้ายปลายทางก็คือห้องของคิลเลอร์ไม่เปลี่ยนแปลง ริมฝีปากอิ่มขบเม้มกันแน่นอย่างลังเลเมื่อเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูห้อง จะหันหลังกลับก็ไม่ได้เพราะคิลเลอร์ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเรียกได้ว่าประกบตัวต้นน้ำไว้กันหนีเลยล่ะ


เอาน่าได้ต้นกล้าๆหน่อยสิวะ!


มือเรียวยื่นไปกดรหัสเปิดประตูตรงหน้าพร้อมกับพาตัวเองเดินเข้าไปภายในห้องด้วยความเคยชินโดยมีคิลเลอร์เดินตามเข้ามาติดๆพร้อมกับล็อกห้องเสร็จสรรพ แค่เสียงล็อกประตูเบาๆก็ทำให้ต้นน้ำสะดุ้งได้ในเวลานี้ อาการตกใจเล็กๆนั้นไม่อาจรอดพ้นสายตาของคิลเลอร์ไปได้และเพราะต้นน้ำไม่กล้าพอที่จะหันไปมองคนตัวโตที่อยู่ข้างหลังต้นน้ำเลยพลาดที่จะเห็นรอยยิ้มขบขันของฝ่าย


แน่นอนว่าคิลเลอร์ยังไม่หายโกรธหรอกแต่ก็ไม่ได้โกรธเท่าตอนแรกเท่าไรนัก แค่เห็นคนตัวเล็กสงบนิ่งขนาดนี้เขาก็ใจอ่อนไปกว่าครึ่งแล้วแต่ที่มากกว่าความโกรธก็คือความอยากแกล้งเนี่ยแหละ


อยากดื้อดีนักก็ต้องโดนซะบ้าง


“ไงครับ เข้ามาในนี้แล้วจำอะไรขึ้นมาได้บ้างไหมหื้ม...” เสียงทุ้มนุ่มติดแหบนิดๆที่ดังขึ้นอยู่ข้างหูทำให้ต้นน้ำต้องหดคอหนีและหมุนตัวหันหลับไปเผชิญหน้ากับคิลเลอร์และตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย


“จะ..จำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นแหละ!” คำตอบที่ฟังดูไม่หนักแน่นเท่าที่ควรทำให้คิลเลอร์ต้องใช้สายตามองสำรวจคนตัวเล็กตรงหน้าอย่างจับผิดแต่ยังไม่ทันไรต้นน้ำก็หลบตาคิลเลอร์ไปก่อนนั่นยิ่งทำให้คิลเลอร์เริ่มเอะใจขึ้นมา


ความจริงคิลเลอร์เองก็รู้สึกแปลกๆอยู่เหมือนกันเขายังจำแววตาสั่นๆของต้นน้ำเมื่อตอนค่ำที่เห็นเขาในห้องน้ำได้ดี มันดูตกใจและเกรงกลัวอยู่ลึกๆแถมยังหลบตาเขาบ่อยครั้ง ไหนจะตอนที่เดินเข้ามาในคอนโดต้นน้ำยังเป็นคนเดินนำเขาเข้ามาจนถึงหน้าห้องโดยที่เขาไม่ได้บอกสักคำว่าห้องเขาคือห้องไหน ถ้าต้นน้ำจำไม่ได้แล้วรู้ได้อย่างไรว่าห้องนี้คือห้องของเขา ยิ่งไอ้รหัสหน้าห้องที่คนตัวเล็กดมันโดยไม่หันมาถามเจ้าของห้องอย่างเขาเลยสักแอะเนี่ย


ท่าทางงานนี้น้องต้นน้ำของเขาจะมีคดีเพิ่มซะแล้วสิ...


“หรอครับ สักนิดก็จำไม่ได้หรอ?” คิลเลอร์แกล้งถามคาดคั้นออกไปพร้อมมองคนตัวเล็กอย่างกดดัน


“กะ..ก็ใช่น่ะสิ เอ๊ะ พี่นี่ยังไงก็ต้นบอกแล้วไงว่าจำไม่ได้ก็คือไม่ได้ดิ!!” ต้นน้ำแสร้งหงุดหงิดขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนอาการของตัวเอง แต่ดูเหมือนต้นน้ำจะลืมตัวไปหน่อยถึงได้เผลอใช้สรรพนามแทนตัวเองด้วยชื่อออกไปและนั่นก็ทำให้คิลเลอร์ยิ่งมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองคิดขึ้นมาทันที


“อืม..ครับต้นจำไม่ได้เลยเนอะ แต่เราก็เก่งเนอะเดินนำพี่มาได้ถึงห้องทั้งที่พี่ไม่ได้บอกสักคำว่าห้องพี่คือห้องไหนแถมรู้รหัสด้วยนะ หึหึ”


เหี้ยแล้วไง...


ต้นน้ำแทบอยากจะตบปากตัวเองแรงๆและหายตัวออกไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอดเมื่อได้ยินคิลเลอร์พูดแบบนั้น ใจก็นึกอยากจะทึ่งหัวตัวเองแรงๆสักทีที่มัวแต่คิดฟุ้งซ่านจนเผลอทำตัวผิดสังเกตออกไปแบบนั้น ดูจากสายตาของคิลเลอร์แล้วต้นน้ำคิดว่าคิลเลอร์ต้องรู้แล้วแน่ๆว่าเขาจำได้แล้ว


“ไงครับคนเก่ง เงียบเลยนะหื้ม”


“ปะ..เปล่าเงียบนะ ก็ตอนนั้นผมก็เดาๆเอาไง อีกอย่างผมเดินผิดทางพามาผิดห้องพี่ก็ต้องบอกแล้วดิไม่เห็นจะมีอะไรเลย!” คนตัวเล็กยังคงพยายามที่จะเถียงต่อไปหน้าตาเฉยหรือภาษาบ้านๆก็เรียกว่าแถนั่นแหละ


“เรายังยืนยันใช่ไหมว่าจำพี่ไม่ได้” คิลเลอร์ถามย้ำออกมาอีกครั้งพลางขยับก้าวเข้าไปหาคนตัวเล็กทีละก้าวมองมองสบกับนัยน์ตาสวยไม่ยอมละ ต้นน้ำเองก็ถอยหลังหนีไปเรื่อยๆเช่นกันจนกระทั่งขาเรียวชนกันโซฟาตัวเก่งในห้องนั่งเล่นทำให้รู้ว่าตัวเองหมดทางหนีแล้ว


ก็แล้วทำไมจะต้องมองจ้องขนาดนี้ด้วยวะ...


“หมดทางหนีแล้วนะครับต้นน้ำ ว่าไงหื้ม”


“ก็บอกว่าจำไม่ได้ไง... แล้วจะยื่นหน้ามาทำไมเนี่ย”


“ในเมื่อเรายืนยันแบบนั้นงั้นพี่ก็คงต้องขอรื้อฟื้นความทรงจำเราสักหน่อยแล้วล่ะต้นน้ำ” คิลเลอร์เอ่ยเสียงเย็นทำเอาคนฟังต้องใจกระตุกวูบ


ตุบ!


“เฮ้ย พี่คิล!!” และต้นน้ำก็ต้องร้องขึ้นด้วยความตกใจเมื่ออยู่ๆก็ถูกคิลเลอร์ผลักให้ลงไปนอนราบกับโซฟาตัวยาวแถมเจ้าตัวยังตามมาคร่อมทับเหนือร่างอย่างรวดเร็วอีกต่างหาก ต้นน้ำรีบยกแขนขึ้นมาดันอกกว้างเอาไว้ก่อนแต่ก็ทำได้แค่นั้นเพราะไม่สามารถจะขยับดิ้นหนีไปไหนได้เลยเมื่อคิลเลอร์เล่นใช้ขาล็อกขาเขาเอาไว้แบบนั้นแถมตัวก็ต่างกันขนาดนี้ดิ้นไปก็มีแต่จะเปลืองแรง


“ว่าไงครับหื้ม เด็กดื้อ” ไม่ใช่เพียงถามเปล่าแต่ใบหน้าคมยังขยับเลื่อนลงมาหาใบหน้าเรียวของคนใต้ร่าง ริมฝีปากทั้งสองแทบจะชนกันอีกต่างหากจนต้นน้ำไม่กล้าที่จะขยับตัว หัวใจดวงน้อยเต้นถี่รัวเหมือนกับคนไปวิ่งมาสักสิบรอบ ความกลัวอะไรพวกนั้นมันแทบไม่เหลือแล้วแต่กลายเป็นความขัดเขินมากซะกว่าที่เข้ามาแทนที่เมื่อต้องมาใกล้ชิดกับคิลเลอร์แบบนี้


ฮื้ออ มองขนาดนี้ก็กินเขาไปเลยไหมล่ะ!!


ตอนนี้ต้นน้ำแน่ใจแล้วว่าคิลเลอร์ต้องรู้แล้วแน่ๆและถ้ารู้แล้วยังทำแบบนี้มันแกล้งกันชัดๆ ถึงมันจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องใกล้ชิดกันแบบนี้แต่ต้นน้ำก็ไม่ชินกับสถานการณ์แบบนี้เลยสักนิด ยิ่งลมหายใจอุ่นๆที่ลดหลั่นกันก็ยิ่งทำให้คนตัวเล็กรู้สึกประหม่าขึ้นมาจนต้องเผลอกัดปากตัวเอง


คิลเลอร์รู้ดีว่าต้นน้ำแพ้สายตาของตัวเองและรู้ดีว่าทำอย่างไรถึงจะปราบเด็กดื้อคนนี้ได้ ยิ่งเห็นสายตาตื่นๆของต้นน้ำคิลเลอร์ก็ยิ่งอยากจะแกล้งให้มากขึ้นไปอีก ยิ่งมากัดปากแบบนี้มันน่านัก!


“ออกไปเที่ยวทั้งที่พึ่งออกจากโรงพยาบาลแล้วยังดื่มซะจนกลิ่นเหล้าฟุ้งไปหมดแบบนี้คิดว่าตัวเองทำถูกไหมนี่ยังไม่รวมที่เราไปส่งสายตาให้ผู้หญิงอีกนะต้นน้ำ พี่ควรจะทำยังไงกับเราดีนะหื้อ...”


“ก็กินไปนิดเดียวเอง...”


“แล้วที่โกหกพี่ว่าจำไม่ได้ล่ะแล้วก็อย่างเถียงนะว่าไมได้โกหกแล้วก็ไม่ต้องมาบอกเลยว่ายังจำไมได้ สายตาเรามันโกหกพี่ไม่ได้หรอกนะต้นน้ำ สนุกไหมครับที่แกล้งพี่แบบนี้” ต้นน้ำที่กำลังจะอ้าปากเถียงก็ต้องปิดปากเงียบลงทันที น้ำเสียงเข้มๆของคนรักกับสายตาดุๆที่มองมาทำให้ต้อนน้ำรู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะเถียงหรือพูดแถอะไรได้อีก


คิลเลอร์ไม่ได้น่ากลัวหรอกเพียงแต่ต้นน้ำกำลังรู้สึกผิด...


“ต้นขอโทษ... ต้นไม่ได้ตั้งใจนะก็พึ่งจำได้เมื่อตอนเย็นเอง...”


“แต่ก่อนหน้านี้ตะโกนใส่หน้าพี่ปาวๆว่าจำไม่ได้ รู้ไหมว่าพี่เจ็บ”


ถึงจะไมได้โกรธอะไรมากแต่มันก็อดไม่ได้ที่จะดุคนตัวเล็กแสนดื้อในเมื่อคิลเลอร์เองก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่มีหัวใจ มีความรู้สึก การที่คนรักมาตะโกนใส่ปาวๆว่าจำไม่ได้มันไม่ได้น่าภิรมย์นักหรอกและก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้สึกอะไร


“....”


ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นอย่างพูดไม่ออกนัยน์ตาสวยฉายแววสั่นเล็กๆกรอบตาเริ่มมีหยาดน้ำใสไหลคลอจนแพขนตายาวเริ่มจะเปียกชื้น ความรู้สึกผิดกำลังถาโถมเข้าใส่ต้นน้ำอย่างแรงที่ทำให้อะไรโดยไม่คิดรวมถึงพูดอะไรออกไปโดยไม่คิดอีกด้วย


ทั้งที่คิลเลอร์รักเขามากขนาดนี้แต่เขากลับทำร้ายอีกฝ่ายได้ลงคอถึงแม้จะเพราะความคิดน้อยของตัวเองก็เถอะแต่มันก็ไม่ควรเลยจริงๆ


“เฮ้ย ร้องไห้ทำไมเนี่ยพี่ควรร้องมากกว่าไหมล่ะ” คิลเลอร์ว่าออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเมื่อเห็นน้ำตาเม็ดเล็กกำลังไหลลงมาจากดวงตาคู่สวยของคนรัก


แค่น้ำตาหยดเดียวก็ทำเอาหัวใจแกร่งอ่อนยวบ


“ฮึก..ต้นขอโทษ..ฮือ..ขอโทษที่ทำให้พี่เจ็บ..ฮึก..ฮือออ” พอโดนทักก็กลายเป็นว่าต้นน้ำยิ่งร้องหนักกว่าเดิมจนน้ำตาไหลนองเต็มหน้าซะอย่างนั้น


“รู้ว่าผิดก็อย่าทำอีก ไม่เอาไม่ร้องนะครับนะ” คิลเลอร์พูดเสียงนุ่มแล้วเลื่อนมือไปเช็ดน้ำตาบนใบหน้าเนียนออกให้ ความรู้สึกโกรธ ความน้อยใจอะไรก่อนหน้านี้หายไปแทบจะหมดสิ้นเพียงแค่เห็นน้ำตาของคนใต้ร่างเท่านั้น


“ฮืออ...ต้นขอโทษนะ..ฮึก..จะไม่ทำแล้ว...”


“ครับพี่เชื่อแต่ตอนนี้หยุดร้องก่อนนะครับคนดี”


“ก็มันไหลเอง..ฮึก..” ต้นน้ำบอกเสียงสะอื้น ไม่ใช่ว่าไม่อยากหยุดร้องแต่เขาหยุดไม่ได้ยิ่งพยายามหยุดเหมือนกับน้ำตาก็ยิ่งไหลจนตอนนี้ใบหน้าเนียนเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา ทั้งตาทั้งจมูกแดงก่ำอย่างน่าสงสารจนคิลเลอร์นึกโทษตัวเองที่ทำให้ต้นน้ำร้องไห้ออกมา


“พี่ไม่ชอบเห็นเราร้องไห้เลยให้ตายสิ”


“ฮึก..ก็ไม่ได้อยากระ..อื้ออ!!” เสียงเล็กที่กำลังจะพูดขึ้นต้องหายกลับเข้าไปในลำคอตามเดิมเมื่อริมฝีปากหยักเคลื่อนมาทาบทับเรียวปากสวยอย่างกะทันหัน


ความอบอุ่นถูกถ่ายทอดส่งผ่านรสจูบแสนหวานที่คิลเลอร์เป็นมอบให้ทำให้ต้นน้ำเริ่มหยุดร้องไห้ทีละนิดๆ จูบที่ไม่ได้มีการล่วงล้ำแต่เป็นเพียงจูบเพื่อปลอบประโลมคนตัวเล็กเท่านั้น นานกว่าหลายนาทีที่ริมฝีปากหยักยังคงขบเม้มเคล้าคลึงกลีบปากนุ่มนิ่มของต้นน้ำอยู่อย่างนั้นจนหยาดน้ำใสเหือดแห้งไปคิลเลอร์ถึงได้ถอนริมฝีปากออกมา


สองสายตาต่างมองสบประสานกันอย่างสื่อความหมายในขณะที่มือหนาเลื่อนไปลูบแก้มใสแผ่วเบาอย่างอ่อนโยนก่อนที่ริมฝีปากหยักจะขยับไปป้อนจุมพิตหนักๆบนกลีบปากนุ่มอีกครั้งแล้วผละออกมาอย่างอ้อยอิ่ง


“พี่รักต้นน้ำนะคะ”


“ต้นน้ำก็รักพี่คิล...”


เสียงใสๆที่ตอบกลับมาอ้อมแอ้มกับแก้มใสที่ขึ้นสีระเรื่อเพราะความเขินอายทำให้คนฟังต้องยิ้มกว้างที่สุดในรอบหลายวันที่ผ่านมา ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะขยับเข้าไปป้อนจูบหวานๆให้คนตัวเล็กอีกครั้งและอีกครั้ง จูบที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกรักมันช่างหอมหวานและน่าหลงใหลจนต่างฝ่ายต่างบดเบียดริมฝีปากเข้าหากันครั้งแล้วครั้งเล่า ปล่อยให้ร่างกายทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจที่โหยหากันและกันให้ทุกสิ่งเป็นไปตามธรรมชาติโดยมีความรักเป็นเครื่องนำทาง เพียงแค่คำว่ารักมันก็มากเพียงพอแล้วมันไม่จำเป็นจะต้องมีคำอธิบายใดๆให้มากความอีกเพราะแค่นั้นมันก็เป็นเหตุผลที่เพียงพอแล้วสำหรับการให้อภัยคนที่เรารัก



Talk 3 : 10/12/16 22.10

สวัสดีค่ะมาอัพต่อแล้วว ขอโทษที่หายไปหลายวันค่ะ

พอดีไรท์ไปทำงานแล้วก็ต้องไปทำธุระที่หมาวิทยาลัยทั้งที่เก่าที่ใหม่เลยวุ่นวาย

สำหรับตอนนี้ก็ไม่มีอะไรมากเนอะเขาดีกันแล้วววว

อีกไม่กี่ตอนก็จะจบแล้วขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ รักรีดจ้าา

Talk 2 : 04/12/16 21.20

มาต่อแล้ววววว  กรี๊ดดด พี่คิลจะพาน้องไปไหนนนน

เอาล่ะสิต้นน้ำคนดีของเราหนีเที่ยวอีกแล้ววว  น่าจับตีจริงๆ อิอิ

ต้นน้ำจะบอกความจริงไหมนะเอ๊ะ หรือยังไง เดากันไปก่อนนะคะ 5555  แต่ที่แน่ๆ พี่คิลเลอร์เอาจริง!!

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามน้าา ไรท์จะรีบมาต่อให้จ้าา

ขอแรงใจรีดเดอร์ช่วยทำแบบสอบถามเรื่องรวมเล่มให้ไรท์ทีนะคะ พลีสสส

https://docs.google.com/forms/d/1aRsHVUBfWCWs5EDKpfkU6pyMWOtdivIRe7rnNSOr31s/


Talk 1 : 03/12/16 17.00

มาอัพแล้วจ้าาาา  อาจจะดูงงๆเนอะ หลายคนอาจจะคิดว่าทำไมจำได้ง่ายจังอะไรงี้

แต่ไรท์ไม่อยากให้เนื้อเรื่องมันยืดเลยไม่รู้จะให้น้องลืมนานๆทำไม 5555

ต้นน้ำของเราก็ยังคงไว้ซึ่งความแสบเต็มแม็กมารอลุ้นกันไปว่าน้องจะแกล้งอะไรคิลเลอร์ หึหึ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามจ้าแล้วจะรีบมาอัพน้าา

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 222 ครั้ง

817 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 กันยายน 2561 / 21:56
    รู้ตัวว่าปดไม่เนียนก็ลงเรียนใหม่นะลูกนะ 5555555555
    #639
    0
  2. #608 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 20:45
    จะโกหกเค้าสุดท้ายก้อไปไม่รอดนะต้นน้ำ
    #608
    0
  3. #519 Mistyblack (@Mistyblack) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:24
    เป็นญาติกับ "จอห์น เอช วัตสัน" รึเปล่าเนี่ยพี่คิล
    ปล.ตอนแรกจะเอาเป็น "เชอล็อต โฮมส์" แต่เนื่องจากพี่คิลเป็นหมอ
    เลยเอาวัตสันแทน
    #519
    0
  4. #410 PangPoong (@PangPoong) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 13:04
    มีความขี้แกล้งพอกันเลย 55555
    #410
    0
  5. #251 J-gon (@J-gon) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 10:51
    กระดูกมันคนละเบ๊อร์! 555 หลอกใครไม่หลอก
    #251
    0
  6. #250 Ashe~ (@HubbleSH) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 01:46
    พี่คิลนี่ก็เเกล้งน้องนะ5555
    #250
    0
  7. #247 aomnovel (@aomnovel) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 22:54
    น่าร้ากกกอ่ะ
    #247
    0
  8. #244 yongjaeye (@yongjaeye) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 17:21
    ตายยยแน่ต้นน้ำ คริคริ
    #244
    0
  9. #242 noowiwie (@wiwie-nmk21) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 22:49
    พี่คิลจะพาน้องไปแบบนี้ไม่ได้นะ !!! ><
    #242
    0
  10. #241 yeolbjin (@yeolbjin) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 22:46
    ค่างอ่ะ ต่อๆๆๆๆค่าาา
    #241
    0
  11. #240 TtWow (@ttoffy) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 22:11
    แกจะพาน้องไปไหนนนน
    #240
    0
  12. #236 passterjb (@JJBOM) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 22:02
    นี่ว่าต้องม่าแน่ๆ แกล้งพี่คิล ระวังพี่แกงอนน้าา
    #236
    0
  13. #231 noowiwie (@wiwie-nmk21) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 18:02
    โถ่ ควรให้พี่คิลเลอร์งอนนานๆ สงสารพี่คิลล
    #231
    0