[End] ระบบสัตว์เลี้ยงอันดับหนึ่งในใต้หล้า [Yaoi] (สนพ.บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 65 : โลก 7 Part 1 อัพ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,863
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,688 ครั้ง
    19 ก.พ. 63

โลก 7 : มังกรและองค์ชายที่ถูกลืม

Part : 1

________


 


 

ก้อนระบบกระโดดดึ๋งอยู่บนหัวโฮสต์ของมันซึ่งกำลังนอนคว่ำเอาหน้าซุกปุยเมฆแสนนุ่มนิ่ม พยายามตะโกนโหวกเหวกโวยวายข้างหู แต่ตัวขี้เกียจที่กำลังนอนหลับอุตุก็ไม่มีท่าทีจะลุกขึ้นมารับฟังภารกิจถัดไป ระบบน้อยอ้าปากงับเส้นผมสีดำสนิทด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะทิ้งตัวลงบนแผ่นหลังของคนที่นอนอยู่อย่างหมดแรง


 


 

[จะเล่นอย่างนี้ใช่มั้ยครับโฮสต์ งั้นก็ไปมันทั้งแบบนี้นี่แหละ!]


 


 

"..."


 


 

[...]


 


 

"ว้ากกกกกกก!!!! พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกด้วย จะตกแล้วๆ!"


 


 

เสียงคำรามดังสนั่นไปทั่วผืนฝ้า ราวกับว่าพิภพเบื้องบนจะถล่มลงลงมา ร่างมหึมาที่ประกอบด้วยเกล็ดสีขาวเนียนดุจหยกเนื้อดี กำลังตะเกียกตะกายลงสู่พื้นเบื้องล่าง ในใจก่นด่าสาปแช่งบรรพบุรุษของระบบไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน


 


 

[โอ้ย! โฮสต์ครับ หยุดตะเกียกตะกายเป็นงูโดนน้ำร้อนลวกได้แล้ว คุณมีปีกอยู่คู่หนึ่งบนหลังเพราะบินได้ไงครับ อย่าโง่ เรียกสติแล้วร่อนลงพื้นได้แล้วครับ]


 


 

ร่างนั้นจึงกระพือปีกร่อนลงจอดบนพื้นด้วยท่วงท่าสง่างาม เสมือนเมื่อสักครู่นี้ไม่ได้แสดงกิริยาเหมือนงูโดนน้ำร้อนลวกอยู่กลางอากาศ


 


 

กรงเล็บขนาดใหญ่ที่วางอยู่บนพื้นดินถูกยกขึ้นมาใกล้ใบหน้า เจ้าของร่างกำแล้วคลายออกอย่างไม่แน่ใจ


 


 

"นี่ฉัน...คงไม่ได้เป็นนกหรอกใช่มั้ย..."


 


 

_____


 


 

ย้อนกลับไปยังยุคที่โลกเพิ่งถือกำเนิด ผืนแผ่นดินกว้างไกลและอุดมสมบูรณ์ ทว่าไร้ซึ่งผู้คน ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่จะทรงอำนาจไปกว่าเผ่าพันธุ์ "มังกร"


 


 

นานมาแล้วที่เบื้องบนได้สร้างสิ่งมีชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจนี้ขึ้น ทว่าโลกเช่นนี้ ช่างแลดูน่าเบื่อและไร้ซึ่งความน่าสนใจ พระผู้เป็นเจ้าจึงสร้างอีกหนึ่งเผ่าพันธุ์ขึ้นมา โลหิตสีทองอร่ามหยดลงจากปลายนิ้ว ตกลงมาบนพื้นโลก ถือกำเนิดเป็น "มนุษย์" สิ่งมีชีวิตที่ถือว่าตนเองเป็นสัตว์ประเสริฐ ยืนอยู่เหนือเผ่าพันธุ์อื่นทุกหมู่เหล่า เพราะสืบเชื้อสายมาจากพระผู้เป็นเจ้า


 


 

พวกมนุษย์เริ่มเหิมเกริม คิดที่จะครอบครองทุกสิ่งที่อยู่บนดินแดนนี้ ก่อสงครามล้างเผ่าพันธุ์กับมังกรอย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางความสูญเสียมากมายที่เกิดขึ้น ชัยชนะก็ยังตกเป็นของเผ่าพันธุ์ที่หยิ่งทนงในศักดิ์ศรี ทว่ากลับไม่โลภและไร้หัวคิดเฉกเช่นมนุษย์...อย่างมังกร


 


 

เบื้องบนเห็นว่าผลออกมาเป็นดังนี้ก็เริ่มร้อนใจ มนุษย์คงจะสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ในอีกไม่ช้า และวัฏจักรน่าเบื่อก็จะหมุนวนกลับมา


 


 

พระผู้เป็นเจ้าจึงเสด็จลงมาตัดสิน ประทานพรว่าเผ่ามังกรจะยังเป็นเผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังมากที่สุดเช่นเดิม ได้ยินดังนั้นกลุ่มแกนนำของมนุษย์ที่ยังเหลือรอดจึงไม่พอใจ พระองค์จึงตรัสต่อว่า


 


 

"มังกรจะเป็นผู้แข่งแกร่งที่สุด แต่เมื่อใดที่ทายาทของราชวงศ์ถือกำเนิดมา พันธะสัญญาจะเกิดขึ้น ผูกมัดเหล่าทายาทกับมังกรหนึ่งตนในฐานะสัตว์เทพอัญเชิญ เจ้าอยู่ข้าอยู่ ข้าตายเจ้าก็หาไม่..."


 


 

จากนั้นจึงแต่งตั้งผู้นำฝ่ายมนุษย์ขึ้นคนหนึ่งเพื่อเป็นต้นราชวงศ์ ฝ่ายมังกรแม้จะรังเกียจมนุษย์มากเพียงใด แต่ก็ไม่อาจต่อต้านบัญชาของพระผู้เป็นเจ้า แม้พวกมันจะไม่อยากลดตัวลงไปรับใช้พวกมนุษย์ก็ตามที


 


 

นับตั้งแต่ตอนนั้น วันเวลาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนนับหมื่นปี ทุกคนคงจะคิดว่าสิ่งที่เล่าขานกันมานั้นอาจจะเป็นแค่นิทาน หากไม่ติดที่ว่า พวกเขายังคงเห็นมังกรตัวเป็นๆในงานพิธีอัญเชิญทุกปีที่ทายาทของราชวงศ์มีพระชนมายุครบ 10 หนาว


 


 

[เรื่องมันก็ประมาณนี้ครับโฮสต์]


 


 

"...แล้วนายก็ส่งฉันมาในร่างมังกร"


 


 

[เยส!]


 


 

"มังกรที่อายุนับหมื่นปี"


 


 

[ถูกต้องครับ!]


 


 

"ขอชัดๆอีกครั้งนะระบบว่าเป้าหมายของฉันในโลกนี้อายุเท่าไหร่...?"


 


 

[10 ขวบครับโฮสต์~~ วัยกำลังกรุบกริบน่าเคี้ยวพอดี~~]


 


 

อา...พล็อตเลี้ยงต้อยก็มา คุกเปิดรอฉันที่ปลายทางอยู่รำไรแล้วล่ะ


 


 

[ที่สำคัญคือโลกนี้โฮสต์ได้รับสิทธิในการตั้งชื่อตัวเองด้วยนะครับ! มิหนำซ้ำยังไม่ต้องรอสกิลกลายร่าง เพราะเผ่าพันธุ์ของคุณในตอนนี้สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ทุกเมื่อที่ต้องการ! ]


 

โอ้...นี่มัน นี่มันเยี่ยมมาก! ฉันรักนายระบบ ระบบแม่จงเจริญ เผ่ามังกรจงเจริญ!!


 


 

หางที่อุดมไปด้วยเกล็ดอันแข็งแรงฟาดลงบนพื้นด้วยอาการยินดี พร้อมด้วยปีกคู่งามบนหลังที่ออกแรงกระพือจนเศษใบไม้ใบหญ้าปลิวว่อน


 

กระรอกตัวหนึ่งสะดุ้งกลิ้งตกลงมาจากต้นไม้ เจ้ามังกรจึงยื่นกรงเล็บไปเขี่ยแล้วยกขึ้นไปไว้บนกิ่งไม้ดังเดิม ก่อนที่ตนเองจะกลับมาอยู่ในอาการสงบเสงี่ยม


 


 

เผ่ามังกรกับมนุษย์ถูกแยกกันจนเกือบจะสมบูรณ์ มังกรทั้งหมดอาศัยอยู่ในหุบเขามังกรที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไม่ต่างจากแคว้นๆหนึ่ง ผืนแผ่นดินนี้แบ่งเป็นสามอาณาเขต ทางทิศเหนือเป็นอาณาเขตของแคว้นฮุ่ยหมิง ส่วนทางทิศใต้เป็นอาณาเขตแคว้นช่างเปา


 


 

โดยมีหุบเขามังกรตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างเขตเชื่อมต่อ ทั้งสองแคว้นล้วนเป็นเชื้อสายสืบทอดจากผู้ที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นต้นราชวงศ์จากพระผู้เป็นเจ้า บริเวณรอบหุ้มเขาถูกกั้นไว้ด้วยอาคมชนิดหนึ่ง ทำให้มนุษย์ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมังกรได้ เช่นเดียวกับเผ่าพันธุ์มังกรที่ไม่สามารถออกมาวุ่นวายกับมนุษย์ได้


 


 

หากมองในอีกมุมหนึ่ง มันก็ไม่ต่างจากการกักขังเผ่ามังกรไว้ แต่เดิมทีมังกรทั้งหลายก็ไม่ได้มีจิตใจคิดอยากยุ่งเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ ที่ในสายตาของพวกมันก็ไม่ต่างจากสัตว์เดียรัจฉานที่พยายามยกยอตนเองว่าสูงส่งกว่าใคร ทั้งที่การกระทำก็ไม่ได้ดีไปกว่าพวกสัตว์ที่ไม่มีสามัญสำนึก

 

แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่ก็ยังมีมังกรบางส่วนที่โดนชะตาลิขิตให้ต้องกลายเป็นสัตว์เทพอัญเชิญของคนในราชวงศ์โดยความไม่ยินยอม ทว่าก็ไม่สามารถขัดบัญชาจากเบื้องบนที่มีมาอย่างช้านาน


 


 

_________


 


 

มังกรสีขาวขนาดย่อส่วนนอนลอยคออยู่ในสระน้ำขนาดใหญ่ กระพือปีกเพื่อเคลื่อนไหวไปมาบนผิวน้ำ ซึ่งก้อนระบบลงความเห็นว่าเป็นท่านอนที่ปัญญาอ่อนมาก และอย่าได้คิดไปแสดงกิริยาแบบนี้ให้ใครเห็นเป็นเด็ดขาด เพราะสถานะร่างมังกรของผมในตอนนี้ยิ่งใหญ่ไม่ใช่เล่น


 


 

มังกรธาตุแสงที่มีฐานะเป็นราชาปกครองเหล่ามังกรในหุบเขา ภูเขาลูกใหญ่ที่สุดตั้งอยู่ตรงใจกลางของหุบเขามังกรคือบ้านของผมในตอนนี้ รอบด้านเต็มไปด้วยธรรมชาติที่หาชมได้ยาก


 


 

ก้อนระบบบอกผมว่า ผมต้องนอนอืดอยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึงวันพิธีอัญเชิญสัตว์เทพ


 


 

"แล้วถ้าฉันไม่ได้รับเลือกล่ะ"


 


 

[ก็นอนรออยู่นี่จนกว่าจะตายให้มันพ้นๆไปไงครับ]


 


 

"..."


 


 

__________


 


 

แคว้นช่างเปาในยามนี้ คนในพระราชวังกำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมงานพิธีอัญเชิญสัตว์เทพ เหล่าองค์ชายน้อยที่มีพระชนมายุครบ 10 หนาว บางคนกำลังตื่นเต้นยินดี ส่วนบางคนก็วิตกกังวลว่าตนจะได้มังกรที่แข็งแกร่งหรือไม่ เพราะหากสามารถอัญเชิญมังกรที่มีพลังอำนาจสูงส่งออกมาได้ ก็จะทำให้เข้าใกล้บัลลังก์ได้มากขึ้น


 


 

เหล่าขุนนางล้วนมีจิตใจเอนเอียงไปหาองค์ชายที่มีอำนาจอยู่ในมือ พวกเขาล้วนเลือกฝ่ายที่จะทำให้ตนเจริญก้าวหน้าได้มากที่สุด


 


 

จากบรรดาองค์ชายทั้งหมดที่จะเข้าร่วมพิธีในปีนี้ มีเพียงหนึ่งเดียวที่เก็บตัวสงบเงียบอยู่ในตำหนัก องค์ชายน้อยที่ร่างกายอ่อนแอและไร้ซึ่งมารดาคอยปกป้องอุ้มชู


 


 

เด็กชายนั่งมองชุดพิธีการสีน้ำเงินเข้มขลิบดำที่วางอยู่ตรงปลายเตียงอย่างสงบ ชุดที่ได้รับการตัดเย็บอย่างปราณีตด้วยการทอแบบพิเศษ ซึ่งผู้ที่จะใส่ได้มีเพียงคนในราชวงศ์ ช่างแต่งต่างจากชุดตัวเก่า สีซีด ที่เขาใส่อยู่ทุกวันเหลือเกิน


 


 

บุตรชายที่ไม่ได้รับการเหลียวแล เพราะมีมารดาเป็นเพียงสนมขั้นผินที่ไม่มีใครคอยหนุนหลัง


 


 

หลังจากโดนพิษของวังหลังเล่นงาน นางก็จากไปในวันที่องค์ชายน้อยประสูติ ส่วนบุตรที่คลอดมานั้นก็ร่างกายไม่แข็งแรง เจ็บป่วยอยู่บ่อยครั้ง มีเพียงอดีตนางกำนัลข้างกายพระสนมที่คอยเลี้ยงดูองค์ชายน้อยมาจนปัจจุบัน ซึ่งนางเองก็เพิ่งเสียชีวิตลงเมื่อไม่นานมานี้


 


 

'ช่างซิ่นหลิง' จึงใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวโดยสมบูรณ์ แม้แต่บิดาตัวเองก็ไม่มีโอกาสได้เห็นหน้า


 


 

เมื่อฮ่องเต้ทำพิธีบวงสรวงและกล่าวเปิดงานเสร็จสิ้น ขันทีข้างกายก็ทำหน้าที่ในการขานชื่อองค์ชายแต่ละคนให้ออกมายืนหน้าลานอัญเชิญ บริเวณรอบข้างรายล้อมไปด้วยเหล่าสนม ขุนนางและผู้ติดตาม


 


 

องค์ชายน้อยในชุดสีน้ำเงินขลิบดำนั่งอยู่บนที่นั่งซึ่งจัดไว้โดยเฉพาะสำหรับผู้เข้าร่วมอัญเชิญสัตว์เทพในวันนี้ สายตารังเกียจและดูถูกเหยียดหยามถูกส่งออกมาจากองค์ชายหลายคนอย่างโจ่งแจ้ง ช่างซิ่นหลิงเลือกที่จะหลุบตาต่ำและพยายามไม่สนใจสายตาที่มองมา


 


 

ไหล่บอบบางทั้งสองข้างลู่ลงเล็กน้อย มือเล็กกำแน่นอยู่บนตักเพื่อสะกดความเจ็บปวดภายในใจ


 


 

เด็กชายที่ออกไปเป็นคนแรกเดินกลับมานั่งที่เดิมด้วยใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มอันเย่อหยิ่ง เมื่อตนเองสามารถอัญเชิญมังกรธาตุดินออกมาได้


 


 

และรายชื่อสุดท้ายก็ถูกขานเรียก ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา องค์ชายที่ไม่สามารถอัญเชิญมังกรออกมาได้นั้นยังไม่มีการบันทึกไว้ แต่แค่ไม่เคยเกิด ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิดขึ้น เสียงซุบซิบดังขึ้นระงมเมื่อองค์ชายที่ได้รับการขนานนามว่าอ่อนแอขี้โรคเดินออกไปเบื้องหน้าลานอัญเชิญ


 


 

ร่างที่เล็กกว่าเด็กชายในวัยเดียวกันดูบอบบางจนแทบจะโอนเอนตามแรงลม


 


 

มือขาวซีดยื่นไปรับมีดที่ถูกส่งมาให้โดยขันทีผู้หนึ่ง ปลายมีดที่ควรจะเฉือนลงเบาๆที่ปลายนิ้ว กลับถูกเจ้าของร่างกรีดลงกลางฝ่ามือตัวเอง ปล่อยให้หยาดของเหลวสีแดงฉานหยดลงบนรอยอักขระที่สลักไว้บนพื้น ใบหน้าขาวซีดอมโรคไม่ปรากฏร่องรอยของความเจ็บปวดใดๆ แม้ผู้คนจะมองว่าองค์ชายคนนี้เป็นบ้าไปแล้วก็ตาม


 


 

เวลาผ่านไปจนเลยช่วงที่มังกรจะปรากฏตัว ทว่าลานอัญเชิญก็ยังอยู่ในความเงียบสงบ แตกต่างจากรอบข้ามที่เริ่มมีเสียงซุบซิบนินทาดังหลุดออกมาเข้าหู


 


 

องค์ชายตัวน้อยปิดเปลือกตาลงเหมือนกำลังซึบซับบรรยากาศของความผิดหวัง ในขณะที่กำลังจะหมุนตัวจากมา แสงจากใจกลางของอักขระบนลานก็เปล่งแสงจ้าออกมาจนทุกคนต้องหลบตาไปทางอื่น


 


 

ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับสู่ภาวะปกติ เหลือเพียงร่างสูงใหญ่ของมังกรตัวสีขาวดุจหยกเนื้องามที่ยืนสยายปีกอย่างสง่างามอยู่กลางลานอัญเชิญ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน


 


 

"ให้ตายเถอะระบบ ซีนเปิดตัวฉันอลังการเป็นบ้า นายว่างั้นป้ะ"


 


 

[...]


 


 

ช่างซิ่นหลิงเหมือนโดนสะกดให้ยืนแข็งอยู่กับที่ ในยามที่ได้สบตากับนัยน์ตาคู่ใหญ่สีทองอร่ามทรงพลัง เช่นเดียวกับผู้คนรอบข้าง ไม่เว้นแม้แต่องค์จักรพรรดิที่ต่างลืมวิธีหายใจไปชั่วครู่


 


 

มังกรธาตุแสงผู้เป็นราชาที่อยู่เหนือเหล่ามังกรทั้งมวล กำลังปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าพวกเขาแล้วในตอนนี้


 


 

แสงสว่างเช่นเดิมส่องประกายอีกครั้ง ก่อนที่มังกรตัวใหญ่จะหายไป เหลือไว้เพียงบุรษที่มีผมสีขาวดุจหยกไม่ต่างจากผิวกาย บนหน้าผากยังมีเขาที่เป็นกิ่งงอกออกมาจากโคนผมอยู่คู่หนึ่ง ยิ่งคนผู้นี้สวมชุดขาวขลิบทอง ยิ่งชวนให้ผู้คนบังเกิดความรู้สึกคล้ายเป็นสิ่งสูงส่งที่ไม่อาจจับต้องและทำให้แปดเปื้อน


 


 

ยามที่ดวงตาสีทองคู่นั้นกวาดมองไปทั่วลานพิธี ก่อนจะหยุดลงตรงใบหน้าของเด็กชายที่อัญเชิญตนเองออกมา ก็ทำเอาผู้คนแทบจะหยุดหายใจด้วยความกดดันอีกครา


 


 

ร่างสีขาวพิสุทธิ์คุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าช่างซิ่นหลิง กำไลหยกสีขาวรูปร่างคล้ายมังกรขดตัวเป็นวงถูกสวมลงบนข้อมือเล็กอย่างนุ่มนวล ชายหนุ่มขยับใบหน้าขึ้นมาสบตากับองค์ชายน้อย แล้วเผยรอยยิ้มอ่อนโยน


 


 

"ข้า 'จวินหลง' รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้คู่กับท่าน องค์ชาย"


 


 

[อ่ะ บอกไม่อยากติดคุก แต่เปิดมาเมิงก็เต๊าะเด็กเลยนะครับ...]


 


 

_______


 


 

งานเฉลิมฉลองสามวันสามคืนจะถูกจัดขึ้นหลังจากนี้อีกหนึ่งวัน ขณะนี้ผู้คนทั่วเมืองหลวงยังคงร่ำลือเรื่องขององค์ชายสิบและราชามังกรธาตุแสงที่ทรงอำนาจยิ่งว่าผู้ใด แม้กระทั่งมังกรธาตุไฟขององค์จักรพรรดิก็ไม่สามารถเทียบเคียงได้


 


 

เหล่าขุนนางทั้งหลายเริ่มแสดงท่าทีสนอกสนใจองค์ชายขี้โรคคนนี้ จนทำให้มีองค์ชายบางส่วนที่เริ่มไม่พอใจ วิตกกังวล และอิจฉาริษยา


 


 

น้องชายคนสุดท้องผู้นั้น เดิมทีก็ไม่ได้มีปากเสียงหรืออำนาจอันใดในวังหลวงแห่งนี้ ไม่มีแม้แต่มารดาคอยคุ้มกะลาหัว แต่บัดนี้กลับกลายเป็นที่จดจำของผู้คนเพราะสามารถอัญเชิญราชามังกรที่ทรงอำนาจที่สุดออกมาได้


 


 

พวกเขาจึงไม่อาจมองข้ามน้องชายที่ไร้ตัวตนผู้นี้ได้อีกต่อไป


 


 

มังกรที่ถูกอัญเชิญออกมานั้น ส่วนใหญ่จะกลับไปอาศัยในหุบเขามังกรตามปกติ จะออกมาก็ต่อเมื่อโดนคู่พันธะสัญญาเรียกหาเท่านั้น ของที่ใช้เป็นสิ่งเชื่อต่อระหว่างทั้งสองคือกำไลหยกที่มังกรจะเป็นฝ่ายมอบให้กับผู้อัญเชิญของตนเอง


 


 

แต่มังกรที่คอยติดตามคู่พันธะของตนเองอยู่ในเมืองมนุษย์ก็มีเช่นกัน


 


 

จวินหลงเดินเคียงคู่กับองค์ชายช่างซิ่นหลิงไปยังตำหนักที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากผู้คน เดินมาได้ครึ่งทาง มังกรในร่างมนุษย์ก็เหลือบไปมองคนข้างกายที่เริ่มจะมีอาการเหนื่อยล้าปรากฏให้เห็น จึงเอ่ยขออนุญาตเบาๆ แล้วช้อนตัวอีกคนเข้ามาในอ้อมแขน เหาะไปบนหลังคาเพียงครู่เดียวก็ไปถึงจุดหมาย


 


 

มือเล็กกำอกเสื้อของคนโตกว่าแน่น เงยหน้าขึ้นมองปลายคางเรียวสวย ก่อนจะหลุบตาลงเงียบๆ แล้วซุกใบหน้าลงในอ้อมอกที่อุ่นสบาย


 


 

องค์ชายน้อยถูกปล่อยให้กลับมายืนบนพื้น ผมหันซ้ายหันขวาหานางกำนัลในตำหนักที่ต้องออกมาต้อนรับองค์ชาย เมื่อเห็นว่ามีเพียงหญิงสาวสองนางเท่านั้นที่คุกเข่าทำความเคารพอยู่เบื้องหน้า


 


 

ช่างซิ่นหลิงลู่ไหล่ลงเล็กน้อย ยื่นมือไปกุมชายแขนเสื้อสีขาวของอีกคน ก่อนจะตอบออกไปเสียงเบาหวิว


 


 

"ตำหนักข้ามีนางกำนัลเพียงสองคน และทหารยามอีกสามคนเท่านั้น"


 


 

"..."


 


 

โอเค นี่มันเกินกว่าที่ผมคนนี้จะรับได้ ไอ้ฮ่องเต้หน้าเหม็นนั่นกล้าทำแบบนี้กับเด็กน้อยที่แสนจะไร้เดียงสาและอ่อนแออย่างนั้นเหรอ!


 


 

ผมและช่างซิ่นหลิงเดินเข้าไปในตำหนักโดยมีนางกำนัลอีกสองคนเดิมตามหลังมาอย่างเกร็งๆ ตลอดทางเด็กน้อยยื่นมือเล็กๆมากุมชายเสื้อผมไว้ไม่ปล่อย เหมือนกลัวผมจะหาย


 


 

ภาพนี้ทำเอาคนคุกฝึกหัดอย่างผมถึงกับใจละลาย แทบจะอุ้มองค์ชายน้อยขึ้นมาโอ๋แล้วจูบหน้าผากแรงๆสักสามที


 


 

โธ่ เด็กน้อยที่น่าสงสาร


 


 

[คุณไม่กลัวคุกแล้วเหรอครับโฮสต์]


 


 

คุกที่ไหนมันจะยัดราชามังกรตัวบักเอ้กเข้าไปได้ล่ะ ไร้สาระน่าระบบ


 


 

[...]


 


 

เนื่องจากกว่างานพิธีจะเสร็จก็ใกล้จะค่ำเต็มที เมื่อกลับมาถึงตำหนัก นางกำนัลจึงตั้งโต๊ะเสวยไว้รอแล้ว


 


 

จวินหลงกวาดสายตามองอาหารบนโต๊ะ ก่นจะกันไปมองเด็กน้อยที่นั่งก้มหน้างุด เอานิ้วเขี่ยโต๊ะอยู่ข้างๆก็พาลให้ปวดใจเหลือเกิน ฝ่ามือเรียวโบกผ่านเพียงคราเดียว อาหารบนโต๊ะก็กลับกลายเป็นเครื่องเสวยชั้นเลิศในทันใด


 


 

ผมคีบอาหารบนโต๊ะใส่จานเสี่ยวหลิงตัวน้อยจนแทบจะล้นออกมา เจ้าตัวจึงเอ่ยให้ผมหยุดด้วยท่าทีเกรงอกเกรงใจ ผมจึงหันมาคีบใส่จานตัวเองบ้าง ไม่ลืมสำทับอีกสองสามประโยคว่าเด็กๆต้องทานเยอะๆ จะได้โตไวๆ


 


 

มังกรทั้งหลายล้วนอิ่มทิพย์ แต่ด้วยความตะกละที่ฝังแน่นอยู่ในจิตสำนึก ผมจึงสวาปามอาหารเบื้องหน้าเข้าไปจนเต็มกระเพาะ


 


 

หลังจากนั่งให้อาหารย่อยอีกหนึ่งก้านธูป นางกำนัลก็มาตามองค์ชายน้อยไปอาบน้ำ ส่วนจวินหลงก็นอนอืดอยู่บนตั่งไม้ในห้องบรรทมของช่างซิ่นหลิ่ง โดยมีก้อนระบบตะโกนโหวกเหวกอยู่ข้างหัวให้สำรวมกิริยา


 


 

[โฮสต์! ราชามังกรไม่มีวันนอนแคะจมูกแบบนั้น หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะครับ!]


 


 

______


 

ช่างซิ่นหลิงแต่งตัวอยู่หลังฉากกั้นโดยมีนางกำนัลคอยช่วยเหลือ จากนั้นองค์ชายน้อยในชุดสีฟ้าอ่อนสำหรับใส่นอนก็นั่งหลังตรงให้นางกำนัลช่วยสางผมให้อยู่หน้าคันฉ่อง ก่อนที่พวกนางจะขอตัวออกไปเมื่อเสร็จหน้าที่ จนผมอดที่จะส่งสัยไม่ได้


 


 

"พวกนางไม่ต้องนอนเฝ้าเจ้างั้นเหรอ"


 


 

"ไม่หรอกขอรับ..."


 


 

ดวงตาสีดำกลมโตหลุบมองพื้น เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ในขณะที่ริมฝีปากพยายามส่งยิ้มให้กับรสชามังกร


 


 

เด็กชายทิ้งตัวลงนอนบนเตียง โดยมีจวินหลงที่ดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดให้ถึงลำคอ


 


 

ฝ่ามือขาวผ่องลูบศีรษะเล็กอย่างอ่อนโยน


 


 

"ข้าต้องไปแล้ว หลับฝันดีนะซิ่นหลิง"


 


 

"ดะ เดี๋ยว"


 


 

"...?"


 


 

ในขณะที่กำลังจะลุกออกไป ชายชุดสีขาวก็ถูกคว้าไว้อีกครั้ง องค์ชายน้อยเม้มปากด้วยความประหม่า ในแววตาปรากฏร่องรอยของความอ้อนวอนและไม่แน่ใจ


 


 

"ท่าน...นอนกับข้าได้หรือเปล่า?"


 


 

นรกนี่มันน่ากลัวหรือเปล่า ศีลธรรมในใจฉันถูกกระทืบทิ้งอีกรอบแล้วล่ะระบบ...


 


 

[...]


 


 

_________


 

ละครหลังม่าน


 

จวินหลง : พุทธ...โธ...ยุบหนอ พองหนอ


 

ระบบ : ยึดมั่นในอุดมการณ์หน่อยสิครับโฮสต์ #จวินหลงไม่กินเด็ก


 

จวินหลง : ...


 

ช่างซิ่นหลง : นอนกับข้า...นะ //เอียงคอ


 

สุขสันต์วันเด็ก! คิ้กค้ากกกกกกกก ฝากแม่ๆเอ็นดูเสี่ยวหลิงด้วยนะเจ้าคะ #จวินหลงไม่กินเด็ก #นรกก็แค่ชื่อน้ำพริก #ระบบสัตว์เลี้ยง


 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.688K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18,735 ความคิดเห็น

  1. #18476 Alljae (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 11:17
    กรุบกริบๆๆ
    #18,476
    0
  2. #18401 pinpinioe (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 17:42
    เปิดมาคือเกลียดพระเจ้าเลยอะโคตรลำเอียง อินมาก555
    #18,401
    0
  3. #18011 nattacha_qq (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 15:50
    ชอบโลกนี้อ่ะ แกว้กกกกๆๆๆๆๆๆ
    #18,011
    0
  4. #17883 I AM LADY ONE (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 13:33
    ขำระบบ
    #17,883
    0
  5. #17829 RealThxnB (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 22:23
    ท่องไว้ คุกสำหรับพี่ก็แค่คุกกี้เท่านั้นแหละ
    #17,829
    0
  6. #17785 After_TeaTime (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 18:00

    นี่มันโชตะ!!! ฉันรักโลกนี้! จะกลัวคุกทำไมตราบใดที่คุณตัวใหญ่กว่าคุก555555

    #17,785
    0
  7. #17741 วิ้ปปิ้งครีม (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 20:15
    คุกก็เป็นแค่คุกกี้เท่านั้นแหละ
    #17,741
    0
  8. #17435 biewl2 (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 19:05
    หน้าอกนุ่มนิ่มไหมคะพ่อ
    #17,435
    0
  9. #17406 hinahimeeee (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 22:01
    พระเจ้าลำเอียงเข้าข้างมยุษย์มากไปมั้ย?
    #17,406
    0
  10. #17360 sukanyaza (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:17
    คุกก็แค่ชื่อขนม คุกกี้!!!!! เสี่ยงทาย
    #17,360
    0
  11. #17312 Cmpm (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:15
    คุกๆ แค่กๆ
    #17,312
    0
  12. #17238 trp1021 (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:38
    โลกนี้คือสุดยอดจริง แค่เปิดตัวก็อลังการแล้ว ศัตรูคนไหนก็ไม่ใหญ่เท่าฮ่องเต้ที่มีมังกรไฟแล้วล่ะ รายนั้นไม่น่าจะชอบใจกับการเสียหน้าให้กับเด็ก10ขวบ
    #17,238
    0
  13. #17221 Yok Poog (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 18:36
    ไม่กินเด็ก แต่โดนเด็กกินได้เนอะ
    #17,221
    0
  14. #17216 susu@dcvc (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 11:56
    ชอบบบบบบบบบบ โลกต่อๆไปขอร่างเท่อีกได้มั้ยอ่ะ ชอบความเทพจริงๆเลย 55555555555
    #17,216
    0
  15. #17205 04140606 (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 19:45
    โดนเด็กกิน 555
    #17,205
    0
  16. #17189 Love SinB (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 09:56
    หูยยย โลกนี้คือสุดจริงค้าบบบ
    #17,189
    0
  17. #17182 มักเน่ฟรุ้งฟริ้ง (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 03:26
    แกเอ๊ยยยย เสี่ยงคุกมาก พรากผู้เยาว์
    #17,182
    0
  18. #17170 ภูตเงา [Doppelganger] (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 10:14

    คุกมันเล็กกก ยัดมังกรเข้าไปไม่ได้จริงจริ๊ง~~#จวินหลงไม่กินเด็ก(แต่โดนเด็กกิน55555)

    #17,170
    0
  19. #17164 pa2809 (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 01:09

    # จวินหลงไม่กินเด็ก แต่ถ้าเด็กโตมาก็กินจวินหลงได้ใช่ไหม
    #17,164
    0
  20. #17161 Musumeji (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 21:28
    สงสัยต้องขยายคุกให้มังกรยัดเข้าไปได้
    #17,161
    0
  21. #17160 Aimarea (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 21:10

    สมกับที่เป็นวันเด็ก!!!

    ชอบน้องระบบคนแซะจัง5555

    //วันเด็กชาวบ้านเค้าไปเที่ยวแต่เราไปสอบฮรุก~~~
    #17,160
    0
  22. #17158 star3421 (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 19:46
    ชอบเมะเด็ก (แอ๊บใสด้วย)
    #17,158
    0
  23. #17156 KatKyn (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 19:39
    สมกับวันเด็กจริงๆ555
    ปล.ระวังติดคุกนะจวินหลงหึๆ
    #17,156
    0
  24. #17148 ราดีนซิส ลีอา (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 17:41
    ท่องไว้นะ คุกคุกคุกคุก
    #17,148
    0
  25. #17141 ในวันที่ฝนตก (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 15:45
    จวินหลงไม่กินเด็กหรอก เพราะเด็กจะกินแทน555555
    #17,141
    0