รักขนานใจ

ตอนที่ 6 : ตอนที่ ๕ สร้างความร้าวฉาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 505
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    6 ส.ค. 57

 








                 


ตอนที่ 5 สร้างความร้าวฉาน  


                                  “นี่คุณ ตามฉันมาทำไม?”

                   ณัฐปรียาเอ่ยถามเมื่อเห็นนายฝรั่งคนนั้นลงรถเมล์ตามเธอมาที่อพาร์ทเมนต์ที่เธอพักอยู่

                             “ก็ผมอยากตอบแทนบุญคุณที่คุณช่วยผมไว้นี่ครับ

                             “ไม่เป็นไรแค่นี้เองเรื่องเล็กน่า คุณกลับไปเถอะ

                             “เดี๋ยวซิครับ ขอโอกาสให้ผมได้ตอบแทนความมีน้ำใจของคุณบ้างสิ

                             “ฉันไม่ได้ช่วยเพราะหวังอะไรหรอกน่า ไม่ต้องมาตอบแทนฉันหรอก คุณมีธุระที่ไหนก็กลับไปเถอะ

                   เธอบอกเขาอย่างระอานิดๆ ทำให้นาธานหน้าม่อยลงไปทันที เขายืนหน้าจ๋อยคอตกอยู่ตรงหน้าเธอ จนณัฐปรียาอดคิดไม่ได้ว่านี่เธอเล่นแรงไปไหมกะอีแค่เขาขอเป็นเพื่อนด้วยเท่านี้ คิดได้ดังนั้นเธอจึงบอกเขาใหม่ว่า

                             “โอเคๆ ฉันรับคุณเป็นเพื่อนก็ได้ คราวนี้กลับไปได้รึยัง?”

                   นาธานมีสีหน้าสดชื่นขึ้นในทันตา ก่อนถามเธอต่อว่า

                             “งั้นคุณช่วยบอกชื่อสั้นๆให้ผมรู้ทีได้ไหม นัด นัดอะไรน่ะมันยาวไป ผมจำไม่ไหว?”

                   ณัฐปรียามองเขาอย่างรู้ทัน แต่ไหนๆเธอก็ตกปากรับคำจะรับเอาหมอนี่มาเป็นเพื่อนแล้วก็ต้องว่าไปตามนั้นแหละ

                             “ฉันชื่อแหนมนะ

                             “โอ๊ะ โอ่ ชื่ออะไรนะ แนม...แน้ม

                             “เปล่าย่ะ แหนม นายรู้จักไหม แหนมน่ะ

                   นาธานส่ายหน้าดิกทันที เป็นเหตุให้ณัฐปรียาต้องลงทุนอธิบายความหมายของชื่อตนเองให้คนตรงหน้าเข้าใจ ว่าแหนมที่ว่ามันคืออะไร จนเขาเข้าใจในที่สุด แต่ก็ไม่วายท้วงขึ้นมาอีกว่า

                             “ทำไมชื่อคุณแปลกจัง

                             “ไม่รู้สิ สงสัยตอนท้องฉัน แม่เขาชอบกินแหนมมั้ง

                   คำตอบของเธอเรียกเสียงหัวเราะได้จากทั้งเขาและเธอทันที  จากนั้นไมตรีเล็กๆก็ได้ก่อตัวขึ้น ด้วยความที่เป็นคนนิสัยคล้ายๆกันของทั้งคู่นั่นเอง โดยเฉพาะการมีอารมณ์ขันกับเรื่องราวต่างๆ และการเป็นคนง่ายๆของทั้งคู่ ทำให้มิตรภาพงอกงามขึ้นมาเรื่อยๆ จนเกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน สามารถพูดคุยปรึกษาเรื่องราวต่างๆอย่างเข้าอกเข้าใจกัน และไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยครั้งขึ้น  จนกลายเป็นความสนิทสนมในที่สุด และณัฐปรียาก็ได้ทำงานที่บริษัทแห่งใหม่โดยมีนาธานเป็นคนแนะนำให้เธอไปสมัครงาน และได้รับบรรจุเข้าทำงานโดยไม่ยากเย็นเลย

                   เย็นนี้นาธานแวะมารับเธอไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันเหมือนอย่างเคย โดยเขาบอกว่าเขาได้รับเงินโบนัสพิเศษมาจากที่ทำโปรเจคต์สำเร็จ เขาจึงอยากมาฉลองความสำเร็จกับเธอ

                             “งานคุณเป็นยังไงบ้าง?”

                   นาธานเอ่ยถามขึ้นขณะที่นั่งรออาหารที่สั่งจากบริกรแล้ว ในขณะที่ณัฐปรียามองบรรยากาศของร้านหรูที่เขาพามาอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก

                             “ก็ดีค่ะ เจ้านายฉันใจดีมากเลย ขอบคุณคุณมากนะ  ที่ช่วยแนะนำงานดีๆให้

                   เธอเล่าอย่างคุ้นเคย ขณะที่เหลือบมองเมนูอาหารที่นาธานพึ่งสั่งไปทั้งหมด และสมองของเธอก็กำลังบวกลบคูณหารค่าอาหารทั้งหมดด้วยใจที่ไม่เป็นสุขนัก ทำไมวันนี้เขาต้องพามาทานอาหารร้านหรูหราแบบนี้ด้วยนะ

                             “ฉันไม่เข้าใจ ว่าทำไมคุณต้องพาฉันมาที่ร้านหรูๆแบบนี้ด้วย ฉันไม่ล้างจานช่วยคุณนะ

                   นาธานหันมาส่งยิ้มก่อนเล่นไปตามเกมของเธอว่า

                             “ผมรับรองไม่ให้คุณล้างจานแน่ๆ ผมรับผิดชอบทั้งร้านไหวน่า แต่คุณช่วยเช็ดตอนล้างเสร็จทีนะ

                   คำพูดติดตลกของเขาสร้างเสียงหัวเราะเล็กๆขึ้นระหว่างคนทั้งคู่ ตั้งแต่คบกันมาเขาขยันสร้างแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับเธอแทบจะทุกครั้งที่พบกัน ทำให้เธอรู้สึกว่าการอยู่ใกล้กับเขาไม่น่าอึดอัดเลยแม้แต่น้อย ขณะที่ทั้งคู่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรสอยู่นั้น สายตาของนาธานก็หันไปประสานสายตาเข้ากับอัญชัญอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนที่เขาจะรีบเมินหลบสายตาของคู่ค้าคนสำคัญอย่างมีพิรุธ

                   ตอนแรกอัญชัญก็ไม่ได้คิดจะใส่ใจนักกับท่าทีของนาธานที่ทำเหมือนไม่เห็นเขา แต่พอเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของนาธานจึงทำให้เขาแปลกใจ ก่อนจะหันมามองที่คู่ควงของนาธานอย่างคุ้นตาอย่างไรพิกล ในขณะที่เพื่อนๆของเขาเองก็หันมาเจอนาธานและอดวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ ส่วนอัญชัญก็ทำเป็นไม่ใส่ใจนาธาน  แต่หันไปมองรอบๆร้านอย่างสนใจบรรยากาศที่แสนจะคุ้นเคยของพวกเขามากกว่า

                                      “เฮ้ย เอ นั่นคุณนาธานรึเปล่าว่ะ?”

                   เสียงนายเจนเอ่ยเปิดประเด็น  เมื่อหันไปมองคนรู้จักที่เหมือนพยายามหลบหน้าพวกเขาอยู่

                                      “ไหนๆ เออ ใช่คุณนาธานจริงๆนี่หว่า เอ๊ะ ผู้หญิงคนนั้นดูคุ้นๆยังไงไม่รู้ว่ะ แกว่าไหมแม็ค

                   นายเอเอ่ยหาเสียงสนับสนุนจากนายแม็คทันที ก่อนที่ทั้งสี่คนจะเพ่งไปที่บุคคลทั้งสองที่พวกเขาสนใจ

                                      “ฉันนึกออกแล้ว ก็เด็กคนที่กอดกันกลมในผับนายพีวันนั้นไง ที่นายชัญมันจ้องจนตาจะทะลุนั่นแหละ  แต่เอ๊ะ  ทำไมวันนี้มากับคุณนาธานได้ล่ะวะ?”

                   เสียงของนายแม็คทำให้คนที่ไม่คิดจะสนใจเรื่องอื่นใดอย่างอัญชัญ ต้องหันกลับไปที่โต๊ะเจ้าปัญหาตัวเก่านั้นทันที  และชั่วแวบที่สาวคนนั้นหันด้านข้างมาให้เห็น อัญชัญก็แทบจะลมใส่ทันควันเมื่อจำได้ในทันที  ว่าสาวคนนี้ก็คือณัฐปรียานั่นเอง  แล้วเขาก็ลุกขึ้นจากวงเพื่อนๆอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จนทำเอาเพื่อนๆมองอย่างแปลกใจที่เห็นอัญชัญแสดงท่าทีแปลกๆอีกแล้ว

                   ในขณะที่อัญชัญตั้งใจเดินเข้าไปหาคนทั้งคู่อย่างเร็ว เพื่อต้องการดูหน้าให้ชัดๆว่าเขาไม่ได้ตาฝาดไป  ที่เห็นเธอควงคู่มากับนักธุรกิจคนสำคัญของวงการโฆษณา และเมื่อนาธานเห็นเขาเดินเข้ามาหา ก็แทบจะมุดเก้าอี้หลบเขาเพราะยังไม่อยากให้ณัฐปรียารู้ความจริงทั้งหมดนั่นเอง เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาเธอไม่เคยใส่ใจจะถามว่าเขาเป็นใคร และจริงใจเปิดเผยกับเขาแทบจะทุกเรื่อง ทำให้นาธานไม่อยากเสียคนดีๆอย่างเธอไป ถ้าเธอจับได้ว่าเขาปิดบังอะไรเธอเอาไว้  และรู้ว่าฐานะของทั้งคู่แตกต่างกันเพียงไร

                                      “ว่าไงครับคุณนาธาน เจอกันจนได้นะฮะ

                   อัญชัญแกล้งทักเสียงยินดี ทั้งๆที่ในใจเดือดปุดๆ เมื่อเห็นด้วยตาชัดๆว่าเป็นคนที่เขาไม่อยากให้ไปไหนมาไหนกับผู้ชายคนไหนทั้งนั้นในโลกใบนี้  กำลังนั่งเชิดหน้ายิ้มร่าหัวเราะเฮฮากับนาธานอย่างมีความสุขเสียจริงๆ  ณัฐปรียาหันขวับมามองเจ้าของเสียงคุ้นหูทันที ก่อนจะมองอัญชัญอย่างตกตะลึงที่เขารู้จักกับเพื่อนของเธอ

                                      “ครับ คุณอัญชัญมาทานอาหารที่นี่เหมือนกันเหรอฮะ?”

                   นาธานถามขณะที่เหงื่อตกไปด้วย เมื่อเห็นแววตาคำถามอย่างไม่พอใจจากคนที่นั่งตรงข้ามเขาในตอนนี้  เธออยากรู้นักว่าทำไมเพื่อนของเธอถึงได้รู้จักกับเศรษฐีสื่อสิ่งพิมพ์ได้อย่างสนิทสนมด้วย

                                      “ครับ ผมมาที่นี่ประจำ ว่าแต่จะไม่แนะนำให้รู้จักคุณผู้หญิงหน่อยเหรอฮะ?”

                   เขาแกล้งทำเป็นไม่รู้จักเธอทันที ดูสิว่าหมอนี่จะแนะนำเธอว่ายังไง ณัฐปรียามองเขาอย่างแปลกใจว่าจะมาไม้ไหนกันแน่ แต่ช่างเถอะ  เธอเองก็ไม่อยากแสดงตัวว่าเคยรู้จักคนใจยักษ์แบบเขานักหรอก

                                      “อ๋อ แหนมครับ นี่คุณอัญชัญประธานบริษัทธนะโชคครับ คุณอัญชัญครับ  นี่ แหนมเพื่อนสนิทผมเองครับ

                                      “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ผมกับคุณนาธานทำธุรกิจร่วมกันมานาน แต่ไม่เคยเห็นคุณแหนมมาก่อนเลย

                             ณัฐปรียาไม่ได้ตอบคำถามของคนที่ถามแบบมีนัยยะอย่างเขา ส่วนอัญชัญก็รู้สึกไม่พอใจยิ่งขึ้น  เมื่อนาธานเอ่ยแนะนำเธออย่างสนิทสนมแบบนั้น ประจวบเหมาะกับที่โทรศัพท์มือถือของนาธานดังขึ้น เขาจึงเอ่ยขอตัวไปคุยธุระปล่อยให้ณัฐปรียานั่งรอที่โต๊ะอาหารคนเดียว อัญชัญจึงถือโอกาสทรุดลงนั่งตรงข้ามเธอทันทีโดยไม่รอคำเชื้อเชิญใดๆ

                                      “ใครเขาเชิญคุณไม่ทราบ

                                      “ไม่ต้องมีใครเชิญหรอก ฉันเชิญตัวเองได้

                             ถ้อยคำที่ห่างเหินของทั้งคู่ ทำให้ใจทั้งสองดวงต่างถูกเชือดเฉือนไม่แพ้กัน แต่ต่างฝ่ายต่างเก็บความรู้สึกไว้ และเชิดหน้ามองกันอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ไม่ยอมลดราวาศอกให้อีกฝ่ายแม้แต่น้อย

                                      “ไม่ได้เจอกันตั้งนาน เดี๋ยวนี้รสนิยมดีขึ้นมากแล้วนี่

                             เขาเริ่มประโยคถากถางให้คนตรงหน้าเจ็บใจเล่นทันที ณัฐปรียาแม้จะไม่พอใจแต่ก็แสร้งทำเก็บอาการไว้  ไม่ให้เขาได้ใจว่ายั่วเธอสำเร็จ จึงลอยหน้าตอบเขาว่า

                                       “มันเรื่องของฉัน คุณไม่เกี่ยว

                                      “ก็ไม่อยากเกี่ยวหรอกนะ ถ้าบังเอิญคนที่เธอจ้องจะจับเขาน่ะ ฉันจะไม่รู้จักซะก่อน เก่งนี่ที่เปลี่ยนจากพนักงานต๊อกต๋อยมาเป็นประธานบริษัทโฆษณาได้

                             เขาเยาะเธอเสียงหยันลึกบาดความรู้สึกคนฟังชอบกล ณัฐปรียาที่ทะแม่งๆหูตั้งแต่เขาเดินมาหานาธานในตอนแรกแล้ว ยิ่งรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเธอเองกำลังอยู่ในวังวนของเกมที่เขาจงใจแกล้งปั่นหัวเธอเล่นอยู่อย่างสนุกสนาน ทำให้เธอหน้าตึงขึ้นมาบ้าง

                                      “ใครประธานบริษัทโฆษณาที่ว่า?”

                             อัญชัญกอดอก ก่อนจะใช้สายตาเวทนาดูแคลนมองเธออย่างสงสารกระนั้น ที่ช่างโง่เง่าเต่าตุ่นไม่รู้จักคนที่มาด้วยแม้แต่น้อย

                                      “ก็จะใคร คนที่เธอควงอยู่นี่ไง อย่าบอกนะว่าเธอไม่รู้จักนาธาน พริสเวลล์ เจ้านายเก่าของตัวเอง

                                      “คุณ........

                             เธออุทานตาโตอย่างประหลาดใจ และดวงตาฉายแววไม่พอใจขึ้นมาทันที เมื่อเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าโดนคนเป็นเพื่อนที่คบกันมาช่วงระยะเวลาหนึ่งหลอกเอา เธอเกลียดการโกหกหลอกลวงเป็นที่สุด ข้อนั้นอัญชัญรู้ดี จึงใช้จุดนี้มาสกัดความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ทันที สีหน้าและแววตาไม่พอใจของเธอทำให้อัญชัญพึงพอใจอยู่เงียบๆในอก ที่เขาสามารถทำให้คนทั้งคู่มีเรื่องกินแหนงแคลงใจต่อกันได้

                             จังหวะนั้น นาธานก็เดินกลับมาที่โต๊ะพอดี ณัฐปรียาจึงเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาว่า

                                      “ขอโทษด้วยนะคะ ฉันมีธุระด่วนต้องรีบกลับ ขอตัวก่อน

                             พูดจบเธอก็ลุกขึ้นเดินหนีออกจากที่ตรงนั้นทันที รู้สึกทั้งโมโหและเกลียดตัวเองอย่างที่สุด  ที่โง่ให้คนอื่นหลอกให้หัวหมุนอยู่ได้มาตั้งนานสองนาน เธอจึงรีบผลุนผลันหนีจากตรงนั้นไปทันที  นาธานที่ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาจึงทำหน้างงๆหันไปถามอัญชัญที่นั่งอยู่กับเธอว่า

                                      “เกิดอะไรขึ้นครับ คุณอัญชัญทำไมแหนมเขาถึงรีบกลับล่ะ

                             อัญชัญได้แต่ตีหน้าซื่อตาใส ส่ายศรีษะแสดงเจตนารมณ์แทน ในขณะที่แววตาและอารมณ์ของเขากลับระรี้ระริกอย่างสาสมใจ  ที่สามารถทำให้ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่คลอนแคลนลงไปได้

                                      “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ คุณอัญชัญ

                                      “เชิญตามสบายครับ

                             อัญชัญบอกก่อนจะมองตามหลังนาธาน ที่รีบตามณัฐปรียาออกไปด้วยใจที่ร้อนรนและกระวนกระวาย ไม่รู้ว่าจะทำฉันท์ใดให้เธอยอมเข้าใจเขาได้ พอคล้อยหลังนาธาน บริกรก็ออกมาถามหาเจ้าของโต๊ะ  อัญชัญจึงรับเป็นคนเคลียร์ทุกอย่างให้เองอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะเดินหน้าบานกลับไปที่โต๊ะอย่างมีความสุขที่ทุกอย่างมันง่ายดายเสียเหลือเกิน กับการยุแยงให้คนผิดใจกันเท่านี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาลงมือทำเรื่องบ้าๆแบบนี้ แต่ก็นับว่ามันประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อทีเดียว

                                      “แกเป็นบ้าอะไรวะ ชัญ ไปรับเช็คบิลล์แทนคุณนาธานเขาทำไม

                             นายเอทักขึ้นงงๆ โดยมีนายเจนเสริมทัพว่า

                                      “นั่นดิ กินก็ไม่ได้กิน เสือกไปจ่ายเงินแทนเขาอีก ปกตินักธุรกิจแบบแกไม่ยอมเสียเปรียบใครง่ายๆนี่หว่า

                             นายพีที่พอมองสถานการณ์ออกบ้างจึงอดบอกเพื่อนคนอื่นๆไม่ได้ว่า

                                      “แกรู้ได้ไง ว่าเจ้าชัญมันจะเสียเปรียบ บางทีฉันว่ามันอาจจะทำไปเพราะมีผลประโยชน์แอบแฝงก็ได้ จริงไหมวะชัญ

                                      “ช่างหัวฉันเถอะน่า มาๆ มาฉลองกันวันนี้ฉันเลี้ยงพวกแกเอง

                             อัญชัญเปลี่ยนบทสนทนาทันที เมื่อรู้สึกตัวแล้วว่ากำลังมีใครหลายคนเดาทางเขาถูกเสียแล้ว

                                      “แกจะฉลองเนื่องในโอกาสอะไรวะชัญ

                             นายแม็คเอ่ยถามอย่างสงสัย ที่จู่ๆนายอัญชัญก็เกิดใจดีผิดหูผิดตาขึ้นมาได้ แต่เจ้าตัวกลับไม่ตอบ เขาเพียงอมยิ้มส่งให้เพื่อนๆอย่างอารมณ์ดี  ก่อนจะรินเหล้าแจกเพื่อนๆแทนคำตอบ เพื่อนๆจึงเลิกใส่ใจกับเรื่องที่พึ่งผ่านไป หันมาสนใจกับสุราและอาหารตรงหน้าแทน

                             งานนี้อัญชัญถือว่าตัวเองคุ้มแสนคุ้ม ที่ลงทุนจ่ายค่าอาหารค่าเหล้าไม่มาก แต่สามารถยิงนกได้ตั้งหลายตัวแบบนี้ คราวนี้เขาจะรอดูสิว่าจะมีผู้ชายหน้าไหนกล้ามาเข้าใกล้เธอได้อีก สำหรับเขาแล้วเธอคือผู้หญิงต้องห้าม และเขาก็ห้ามผู้ชายทุกคนในโลกนี้เข้าใกล้เธอด้วยเช่นกัน แม้แต่นาธานก็ไม่ได้รับข้อยกเว้นนั้นแม้แต่น้อย

   คิดจะต่อกรกับคนอย่างอัญชัญ....รอไปอีกสิบปีเลยไป๊ นาธาน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

80 ความคิดเห็น

  1. #12 พชรเมขลา (@5180010455) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2557 / 12:05
    นาธานสู้ๆ เชียร์ให้ชนะใจหนูแหนม แทนพ่อคนปากจัด ชอบกระแนะกระแหน อิอิ
    #12
    0
  2. #1 saluk (@saluk) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2557 / 17:49
    สนุกดีค่ะ น่าติดตาม
    #1
    0