รักขนานใจ

ตอนที่ 18 : ตอนที่ ๑๖ จำเลย(ไม่)รัก ภาคสอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 297
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 มิ.ย. 57




 
  เราจะทำยังไงต่อไปดีน้า......   

ตอนที่ 16  จำเลย...ไม่รัก ภาคสอง  

 

ณัฐปรียาวิ่งเข้ามาในป่าที่เด็กหญิงเตือนเอาไว้ว่ามันอันตรายเพียงใด แต่ที่เธอคิดตอนนี้คือ ไม่มีที่ไหนจะปลอดภัยสำหรับเธออีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ที่เกาะเธอก็ยังตกเป็นเชลยของเขาอยู่ดี หรือว่าบางทีในป่าที่เด็กหญิงว่าอันตรายอาจจะปลอดภัยมากกว่าสำหรับเธอก็ได้ หญิงสาววิ่งอย่างไม่คิดชีวิต เธอวิ่งแล้วก็วิ่ง ไม่ยอมหยุดพักเลย จนสุดท้ายเธอก็ได้สติว่า เธอกำลังวิ่งวนอยู่ ณ จุดๆเดิมกลับไปกลับมานานหลายนาทีแล้ว

                   “โฮ่ง ๆ  บรูวส์.......... โฮ่งๆ บรูวส์...............

และแล้วก็มีเสียงของหมาป่า ที่หอนขึ้นมาอย่างโหยหวน ทำให้เท้าของเธอชะงักกึกลงทันที ตั้งแต่เธอวิ่งเข้ามาหลบภายใต้ชายคาป่าใหญ่แห่งนี้  ที่มีต้นไม้ใหญ่รกครึ้มปกคลุมทั่วสารทิศ ก็ไม่มีแสงของดวงอาทิตย์ลอดผ่านมาได้แม้แต่น้อย  ตอนนี้เธอไม่อาจรู้ทิศเหนือทิศใต้หรือแม้แต่เวลาได้เลยว่าตอนนี้มันกี่โมงกี่ยามกันแล้ว  อะไรก็ไม่น่าตกใจกลัวเท่าเสียงหอนของเจ้าหมาป่านั่นอีกแล้ว  มันทั้งโหยหวนและสั่นประสาททุกครั้งที่ได้ยินเสียงหอนอันเย็นยะเยือกของมัน   ณัฐปรียาขนลุกชันทั่วสรรพางค์ทันทีเมื่อได้ยินเสียงของมัน และคำเตือนของปลาดาวก็แว่วขึ้นมาในมโนสำนึกอีกครั้ง

          ‘คุณแหนมห้ามเดินไปทางป่าตรงนั้นนะคะ พ่อกับแม่ปลาดาวบอกว่า มันเป็นป่าอาถรรพ์ถ้าใครหลงเข้าไปจะไม่มีวันได้กลับออกมาค่ะ

ตอนนี้เธอคงกำลังหลงทางอยู่ในป่านี้ใช่ไหม แล้วเธอจะออกไปได้ยังไงล่ะทีนี้  หญิงสาวกระถดตัวมาแอบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ทันที เมื่อสำนึกได้ว่าตอนนี้ไม่รู้เลยว่าเธอจะจัดการยังไงกับชีวิตของตัวเองดี ขณะที่เธอกำลังวิตกกับสถานการณ์ตรงหน้าอยู่นั้น  ทันใดนั้นเสียงของเจ้าหมาป่าก็ดังขึ้นมาอีกจนได้  และเหมือนจะดังใกล้เข้ามาทุกๆทีแล้ว ณัฐปรียาลืมตัวด้วยความหวาดกลัวสุดชีวิต   เธอจึงตัดสินใจปีนขึ้นต้นไม้ใหญ่โดยเร็ว และไปนั่งค้างอยู่บนกิ่งไม้นั่นเอง

                   “พ่อจ๋า  แม่จ๋า ช่วยแหนมด้วย ฮือๆ  แหนมกลัวจัง พ่อจ๋า แม่จ๋า ฮือ.... นายอัญชัญบ้า มาช่วยฉันที ฉันกลัวตายในป่าบ้าๆนี่นะ เป็นเพราะนายคนเดียวที่จับฉันมา ฉันเลยต้องมาตายอยู่ที่นี่ ฮือ... ถ้าตายไปฉันจะตามไปหักคอนายให้มาอยู่เป็นเพื่อนฉันที่นี่แหละ ฮือ...

หญิงสาวหลับหูหลับตาพร่ำรำพรรณกับตัวเอง จึงไม่เห็นว่าด้านล่างนั้นอัญชัญกับลูกน้องได้ออกมาตามหาเธอหลังจากที่ปลาดาวไปเอาน้ำกลับมา และพบว่าเธอหายตัวไปเสียแล้ว ลูกน้องของเขาที่มีหน้าที่เฝ้าเธอตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงจึงรายงานให้เขารู้ว่าเธอวิ่งหายเข้าไปในป่านั่นเอง  เขาจึงรีบตามลูกน้องมาตามหาเธออีกแรง และตอนนี้ก็มาหยุดพักเหนื่อยที่ใต้ต้นไม้ที่เธอแอบอยู่นั่นเอง

อัญชัญกำลังจะเอ่ยตำหนิลูกน้องที่ปล่อยให้เธอคลาดสายตา แต่พอเงยขึ้นไปเห็นตัวต้นเรื่องนั่งร้องไห้อยู่บนกิ่งไม้เขาจึงปล่อยหัวเราะออกมาทันที ทำเอาลูกน้องเขางงไปตามๆกัน

                   “นายเป็นอะไรไปครับ รึว่าโกรธจนเสียสติแล้วครับ นาย

อัญชัญไม่ตอบแต่ชี้มือไปที่ยอดไม้แทน ลูกน้องทั้งสามคนจึงแหงนหน้าขึ้นไปมองตามนิ้วของนาย และเห็นคนที่พวกเขากำลังตามหาตัวอยู่บนต้นไม้นั่นเอง

                   “นี่ จะลงมาไหม หรือว่าจะนอนค้างอยู่บนนั้นน่ะ ลงมาสิ

อัญชัญตะโกนเรียกเธอทันที ณัฐปรียาสะดุ้งตกใจทันทีเมื่อได้ยินเสียงของคนที่เธอเพิ่งแช่งชักหักกระดูกอยู่ในใจ แม้จะดีใจที่เจอเขาแต่ก็ยังอดวางฟอร์มไม่ได้อยู่ดี

                   “ไม่ ฉันจะไม่ลงไปหรอก ลงไปให้นายขังฉันอีกหรือไงกัน ฉันไม่ลง ได้ยินไหม

                   “งั้นก็ดี ถ้าคุณไม่ลงมา พวกผมก็จะกลับล่ะ เชิญคุณพักตามสบายอยู่บนต้นไม้เถอะ ระวังเจ้าหมาป่าที่หอนอยู่ด้วยนะ มันกำลังใกล้เข้ามาแล้ว

                   “อีโธ่ อย่ามาอำกันหน่อยเลย ฉันกลัวที่ไหนกันล่ะ หมาตัวนั้นน่ะ

                   “ถ้าคุณไม่กลัวก็ดี งั้นเรากลับกันเถอะ ไป

ลูกน้องสบตาคนเป็นนายอย่างไม่เข้าใจ ทีเมื่อกี้โมโหแทบตายที่คนของเขาปล่อยเธอให้คลาดสายตา แต่พอมาเจอแล้วกลับทำเป็นไม่แยแสเสียอย่างนั้นแหละ นี่เจ้านายกำลังจะทำอะไรกันแน่นะ  แต่ลูกน้องก็จำต้องหมุนตัวกลับเป็นเพื่อนนายอยู่ดีไม่กล้าขัดคำสั่งแม้แต่น้อย

                   “นี่ เดี๋ยวก่อนสิ อย่าพึ่งไป อยู่คุยกันก่อน

เธอตะโกนร้องเรียกหาพรรคพวกเอาไว้ทันที แต่พวกนั้นกลับไม่หยุดเลยสักคน เธอจึงรีบไถลตัวเองลงมาจากต้นไม้โดยไว  ก่อนจะรีบจ้ำอ้าวตามคนพวกนั้นออกมาเมื่อเสียงของเจ้าหมาป่าตัวนั้นยังดังไล่หลังมาเรื่อยๆแบบนั้น

เธอวิ่งตามหลังคนทั้งกลุ่มมาจนทันพวกนั้นที่หน้าชายหาดนั่นเอง ก่อนที่เธอจะถลามายืนกางแขนกางขาขวางทางเขาเอาไว้

                   “ฉันบอกให้อยู่คุยกันก่อนไง หูแตกรึไงถึงไม่ได้ยินน่ะ หะ....

ลูกน้องมองเจ้านายอย่างแปลกใจ ที่เอาแต่ยืนกอดอกมองผู้หญิงตรงหน้าแสดงกิริยาไม่สุภาพเข้าใส่อย่างไม่ใส่ใจนัก  ถ้าเป็นปกติคนอย่างอัญชัญ  ธนะโชคคงไม่ยืนนิ่งอย่างนี้แน่

                   “ถ้าอยากจะคุยกัน ก็น่าจะพูดกันดีๆสิ  ไม่ใช่ตะเบ็งเสียงใส่อยู่อย่างนี้

                   “ฉันจำเป็นต้องพูดกับโจรที่จับฉันมาดีๆรึไง ถ้าเป็นพ่อแม่นายโดนจับมา นายจะพูดดีๆกับโจรอยู่ไหม ฉันถามทีสิ

                   “มันจะมากไปแล้วนะแหนม อย่าดึงพ่อแม่ผมมายุ่งด้วย ถ้าจะด่าจะว่า  ก็ว่าผมคนเดียวพวกท่านไม่เกี่ยว

ณัฐปรียาสะอึกอึ้งทันที เพราะความปากไวของเธอแท้ๆที่ชอบหาเรื่องอยู่ได้ จริงของตานี่นั่นแหละพวกท่านไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย คนผิดก็มีแค่นายหน้าทนตรงหน้าคนนี้คนเดียว

                   “งั้นคุณก็บอกมาสิ คุณจับฉันมาทำไม

                   “ก็ไม่มีอะไรมาก ผมเห็นว่าคุณทำงานหนักมามากพอแล้ว ก็เลยพาคุณมาพักผ่อนสมองแค่นั้น

เขาตอบเสียงราบเรียบ แต่แววตาคู่คมที่เต้นระริกนั่นเตือนสติคนตรงหน้าได้ดี ว่าเขาไม่ได้คิดอย่างที่พูดแม้แต่น้อย นี่เขากำลังจะมาไม้ไหนกับเธออีกกันแน่ เธอจึงมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ

                   “ต่อให้อมพระมาทั้งวัดฉันก็ไม่เชื่อน้ำมนต์คุณหรอก บอกมาดีๆคุณเป็นบ้าอะไรถึงทำแบบนี้

                   “ก็ไม่ได้บ้าอะไรนี่ แค่ไม่อยากเสียคุณไปให้ใครเท่านั้นเอง

                   “คุณมีสิทธิ์อะไรมาคิดแบบนั้น คุณเป็นพี่ชายต่างพ่อกับฉันนะ คุณจะจับฉันมาขังเหมือนในละครหรือไง

                   “คุณนี่มันอินจัดกับละครจริงๆนะ กำลังคิดว่าตัวเองเป็นนางเอกคนไหนอยู่ล่ะ คิดว่าตัวเองเป็นโสรยาอยู่หรือไง ผมจะได้สวมบทนายหัวหฤทธิ์ให้

ณัฐปรียาหน้าแดงเถือกทันที ทั้งโมโหและทั้งอายที่ถูกเขาจับได้อีกแล้ว ทำไมอีตานี่ต้องรู้ทันเธอไปเสียหมดด้วยนะ แต่เมินเสียเถอะ คนอย่างเธอไม่มีวันยอมแพ้เขาง่ายๆหรอก

                   “โสรยาบ้าบอน่ะสิ ถ้าคุณไม่ได้จับฉันมาขังจริงก็ปล่อยฉันกลับไปสิ

                   “ได้ ผมปล่อยคุณไปแน่ แต่ต้องรอเวลาก่อนนะ

                   “รอเวลาบ้าบออะไร ฉันมีพ่อมีแม่ มีงานที่ต้องทำนะ ไม่ได้เกิดมาเป็นลูกเศรษฐีอย่างคุณ จะได้ไม่ต้องทำอะไร ว่างจัดจนหาเรื่องมาแกล้งชาวบ้านแบบนี้น่ะ

แต่อัญชัญขี้เกียจเถียงเสียแล้ว เขาจึงเดินหลีกเธอออกไปอีกข้างแทน  ณัฐปรียาหันขวับมองตามหลังเขาไปทันที

                   “นี่ หยุดนะ ฉันบอกให้หยุดไง นี่.........

แต่เขาก็ยังเฉยอยู่เช่นเดิม  ณัฐปรียาจึงสติแตกอีกครั้งเมื่อโกรธจัดที่เขาทำเป็นไม่ใส่ใจเธอแบบนั้น  หญิงสาวมองหาอาวุธใกล้ตัวทันที  ก่อนจะพบว่ามีก้อนหินขนาดพอเหมาะมือวางอยู่ใกล้ๆกับปลายเท้าของเธอ  ไวเท่าความคิดเมื่อมือบางของเธอคว้าก้อนหินขึ้นมาถือเอาไว้ทันที

                   “นี่นายอัญชัญ ฉันบอกให้หยุดคุยกันก่อนไง

เธอตะโกนร้องอีกครั้ง  แต่เมื่อเขาไม่ยอมหันมาเสียทีเธอจึงตัดสินใจเขวี้ยงก้อนหินก้อนนั้นไปที่หัวของเขาทันที จังหวะนั้นอัญชัญก็หันกลับมาพอดี เขาเห็นก้อนหินพุ่งออกมาจากมือของเธอแล้ว แต่เขาไม่คิดจะหลบแม้แต่น้อย เขายืนรอก้อนหินพุ่งเข้าใส่อย่างใจเย็นอยู่ตรงนั้นเอง

                   “พลั่ก....”  “โอ๊ย.....

ณัฐปรียามองภาพก้อนหินจากมือตัวเองพุ่งเข้าใส่เป้าหมายอย่างตกใจ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอจริงๆที่ไม่พลาดเป้า  ถ้าเป็นทุกครั้งเธอไม่มีวันขว้างโดนอะไรแน่ๆแม้แต่มีช้างมาอยู่ตรงหน้า คนอย่างเธอไม่เคยขว้างอะไรแม่นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว  แต่ครั้งนี้เป้าหมายไม่ยอมขยับหลบแม้แต่น้อย  ทำให้เธอกลายเป็นนักกีฬาขว้างแม่นเป็นครั้งแรกในชีวิต

ภาพคิ้วซ้ายของเขาที่แตกเพราะโดนหินก้อนนั้นกระทบจนเป็นแผลยาว  แล้วเลือดสีแดงเข้มเหมือนน้ำเฮลบลูบอยในหนังไม่มีผิด  ก็ไหลย้อยตกลงมาอาบที่แก้มของเขาทันควัน เขาปล่อยให้มันไหลและไม่คิดจะเช็ดออกแม้แต่น้อย  ณัฐปรียาได้แต่มองภาพตรงหน้าอย่างหวาดหวั่นในอกอย่างประหลาด แต่เธอก็จำต้องเชิดหน้าถือดีต่อไป

                   “นี่คุณเกลียดผมขนาดนี้ เชียวเหรอแหนม  ผมทำผิดมากใช่ไหมที่ทำแบบนี้  คราวหลังคุณอย่าใช้ก้อนหินเลย  เอามีดมาแทงผมให้ตายต่อหน้าคุณเลยดีกว่า

เขาอดตัดพ้อเธอไม่ได้  ทำไมเธอถึงไม่ยอมเข้าใจและรับรู้บ้างเลยว่า ที่เขาทำไปทั้งหมดเพราะอะไรกันแน่ เขามีเหตุผลกลใดถึงได้ทำเรื่องที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตสุภาพบุรุษของเขาแบบนี้  ถ้าเพราะมันจะไม่ใช่เพื่อเธอเท่านั้น  แต่เธอไม่ยอมรับรู้อะไรบ้างเลย เอาแต่โกรธเกลียดและชิงชังเขาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

อัญชัญคิดจะยืนจ้องเธออยู่อย่างนั้นเพื่อให้เธอได้สำนึกในสิ่งที่ทำลงไปบ้าง  แต่เขาก็เกิดรู้สึกหน้ามืดขึ้นมาในทันที เมื่อเลือดยังไหลไม่ยอมหยุดอยู่อย่างนั้น  ลูกน้องเขาจึงกรูกันมาหามลูกพี่กลับไปปฐมพยาบาลทันที   ในขณะที่ณัฐปรียาได้แต่มองตามอย่างเป็นห่วงแต่ก็ไม่กล้าตามหลังคนพวกนั้นไป   หญิงสาวได้แต่

มองมือของตัวเองอย่างสำนึกผิด ถึงเขาจะทำร้ายเธอแค่ไหนแต่เธอก็เจ็บไม่ต่างกัน  เมื่อเห็นเขาต้องมา

เจ็บตัวเพราะเธอแบบนั้น   แต่คนอย่างเธอไม่มีทางยอมรับกับคนที่ทำร้ายตัวเองก่อนได้หรอกว่าเป็นคน

ผิดเอง   ในเมื่อเขาก็มีมาดที่ต้องรักษา  เธอเองก็ต้องมีฟอร์มที่ต้องดูแลเหมือนกัน
  คิดได้ดังนั้นเธอจึงหมุน

ตัวกลับไปตั้งหลักที่กระท่อมของตัวเองทันที






***ฉันความจำสั้น ไม่เคยจำถ้อยคำที่เธอเคยตัดพ้อยังไง
ไม่เคยจะจำที่เธอนั้นทำให้ร่ำร้องจะเป็นจะตาย
ฉันจำไม่ได้ ที่ยังทนโง่งมมากมายก็เพราะฉัน
มันรักเธอเพียงคนเดียว

อาจจะดูไม่ดีนัก ที่ตัวฉันเป็นอย่างนี้
อาจจะดูไม่เข้าที ที่ยอมให้เธอทำร้าย
แต่ถ้าลองมาเป็นฉัน มีแค่เพียงหนึ่งเหตุผลที่ง่ายดาย
คือรักเธอ เกินกว่าใจของตัวเอง

ฉันความจำเสื่อม ไม่เคยจำเรื่องวันที่เรานั้นไม่เข้าใจ
ไม่เคยจะคิดว่าเราสองคนนั้นต้องแยกกันไป เข้ากันไม่ได้
มีแต่ความทรงจำสุดท้ายก็คือฉัน
มันรักเธอเพียงคนเดียว***


เครดิต เพลง ผู้ป่วยความจำเสื่อม  ของพี่เป้  วงมายด์นะคะ

ตอนนี้พี่ชัญกำลังอินกับเพลงนี้เจง....เจง.....

ไม่ต้องหาหรอกเหตุผลที่มากมาย

แค่รักเธอ......มากกว่าใครเท่านั้นเอง

 

 



   หรือว่าเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้วจริงๆ


 ไอ้ผิดก็ผิดอยู่หรอกนะ  แต่ใครใช้ให้เอาหัวมารับก้อนหินเองล่ะ

 

ป.ล. บอกแล้วไงคะ  พี่ชัญไม่ได้โหดเลยสักกะติ๊ด....  คนนี้ต่างหากที่โหดตัวจริง.... น้องแหนมจ๋า อย่ารุนแรงกับพี่ชัญมากนะจ๊ะ  นึกเสียว่าสงสารแฟนพี่ชัญอย่างฉ้านที่เถอะนะ.... ตอนหน้าจะโหดไต่ระดับอีกหรือเปล่าเนี่ยะ.... รอลุ้นกันนะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

80 ความคิดเห็น

  1. #31 พชรเมขลา (@5180010455) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 14:06
    แง... ไรเตอร์หักมุมอ่าาาา อดสวีทในป่าสวรรค์เลย อุตส่าห์เตรียมใจมารับความโรแมนติก เจอเลือดของหนุ่มดอกไม้เข้าไป หงายเงิบ 555 หนูแหนมอัพเลเวล โหดกว่านายอัญชันแล้ว ดีเลย อย่างนี้จะได้สมน้ำสมเนื้อ (แต่จะไม่ย่องไปดูแผลเค้าหน่อยเหรอ ><) 
    #31
    0