รักขนานใจ

ตอนที่ 10 : ตอนที่ ๙ ความจริงที่ยากแก่การยอมรับ......๗๐%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 ส.ค. 57


 

 

     ทำไม....บอกได้ไหมว่าทำไม?    




ตอนที่ 9  ความจริงที่ยากแก่การยอมรับ     70 %

 

                          อัญชัญฉุดณัฐปรียามาที่รถของเขา ก่อนที่จะขับพาเธอมุ่งหน้าไปที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งเพื่อระงับสติอารมณ์ของตัวเอง เขาเท่านั้นที่รู้ตัวดีว่า ตอนนี้ภายในใจของเขามันสับสนวุ่นวาย  จนไม่รู้จะจัดการกับเรื่องตรงหน้าได้อย่างไร เขาจึงต้องการที่เงียบๆเพื่อใช้สงบสติอารมณ์ของตัวเองลง  เพื่อให้มันเย็นลงมากพอที่จะพูดคุยตกลงกับเธอได้อย่างปกติเสียที

                   หลังจากที่จอดรถและดับเครื่องลงในสวนสาธารณะแห่งนั้น เขาก็ปล่อยให้ความเงียบงันเข้ามาครอบงำทั้งรถอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่เขาจะหันมาสบตากับเธอนิ่งนานอย่างใช้ความคิด  ว่าจะเริ่มต้นกับเธอว่าอย่างไรดี  ในเมื่อตอนนี้เขานั้นสับสนและอับจนสิ้นหนทางเสียเหลือเกิน   ในขณะที่ณัฐปรียายังไม่ใจเย็นลงสักนิด เธอมองเขาอย่างโกรธจัดที่เขาทำทุกอย่างตามอำเภอใจแบบนี้ เขาไม่ใช่พี่ชัญคนที่เธอเคยรู้จักอีกต่อไปแล้ว หญิงสาวจ้องเขาตาวับวาวด้วยความโมโห  ก่อนจะเมินหน้าหนีไปมองด้านนอกรถแทนเพราะไม่อยากที่จะเห็นหน้าเขาแม้แต่น้อย  ในที่สุดอัญชัญก็ตัดสินใจ เริ่มพูดในสิ่งที่ใจเขาคิดกังวลออกมาในทันที 

                             “ฉันจะขอเตือนเธอเป็นครั้งสุดท้าย เรื่องของนาธาน

                             “มันไม่เกี่ยวกับคุณ

                   เธอตวาดเขากลับอย่างไม่ยอมแพ้ ที่เขาเข้ามายุ่งวุ่นวายในเรื่องส่วนตัวของเธออีกแล้ว  ทั้งๆที่เขาไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น

                             “จะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวก็ตามเถอะ ฉันทนเห็นเธอ แสดงท่าทางประเจิดประเจ้อกับนาธานอย่างนั้นไม่ได้  เพราะ.......

                   เขาอธิบายไม่จบ ก็ต้องหุบปากลงและกัดกรามนิ่ง เมื่อพึ่งจะระลึกได้ว่าตัวเองกำลังจะเปิดเผย ในสิ่งที่เขาเฝ้าเก็บงำมานานนับสิบปีออกไป ณัฐปรียาจึงเปิดยิ้มเยาะเขาทันที

                             “เพราะอะไรล่ะ ถ้าเพราะว่า มันไม่ใช่เรื่องของคุณน่ะสิ  นี่มันเรื่องส่วนตัวของฉัน ฉันจะไปกับใคร ที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง

       “ฉันจะยุ่งกับทุกๆเรื่องของเธอ ถ้าฉันเห็นว่ามันไม่เหมาะไม่ควร

   “ไม่เหมาะไม่ควรตรงไหนไม่ทราบ คุณเป็นเทวดาหรือไง ถึงจะมากำหนดชีวิตชาวบ้านเขาได้

ฉันก็เป็นฉัน ฉันรู้ตัวดี ว่าควรทำอะไรหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องเธอกับนาธาน ฉันเห็นว่าไม่ควรคบกันต่อไป

เขาพูดเสียงจริงจัง ดวงตาฉายแววมุ่งมั่นเอาจริง ทำให้ณัฐปรียารู้สึกขัดใจขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะที่เขาพูดในใจกับตัวเองว่า

            และฉันจะไม่มีวันยอมเสียเธอไปให้ใครเป็นอันขาด

นี่ฉันถามจริงๆเถอะ ก็ในเมื่อตัวคุณเอง ไม่ได้ไยดีอะไรในตัวฉันแล้ว คุณจะมาทำหวงก้างอยู่อย่างนี้ทำไม

เธอถามเขาเสียงแหบพร่า อย่างกำลังรู้สึกสั่นสะเทือนในอารมณ์ของตัวเองอย่างถึงที่สุด เธอไม่เข้าใจว่าเขาจะมาทำบ้าแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน  รักก็ไม่รัก แล้วยังจะมายุ่งวุ่นวายอีกทำไม

คุณอย่าลืมนะ  ว่าเราเลิกกันไปนานแล้ว นับตั้งแต่ที่คุณไปเรียนต่อคราวนั้น มันผ่านมานาน  จนฉันจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ

อัญชัญนิ่งงันทันที เมื่อได้ยินประโยคที่ทิ่มแทงใจเขาจากปากเธอ ใช่ เขากับเธอเลิกกันมานานแล้ว เขาจะมีสิทธิ์อะไรไปยุ่งเกี่ยวกับเธอได้ แม้สมองจะรับฟังในเหตุผลความจริงข้างต้น แต่หัวใจมันกลับชิงขัดว่า แต่เขาจะขอยุ่งกับทุกๆคน ทุกๆเรื่องที่เข้ามาพัวพันกับเธอ และจะไม่ยอมเปลี่ยนความตั้งใจนี้ง่ายๆแน่

ณัฐปรียาที่เห็นเขาเงียบเสียงไปอย่างปลงไม่ตก เธอจึงถือโอกาสเปิดประตูก้าวลงจากรถ มานั่งที่เก้าอี้ริมฟุตบาธทันที อัญชัญเองก็รีบเปิดประตูและก้าวตามลงมา สุดท้ายเขาก็มานั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอ ณัฐปรียาจ้องคนตรงหน้านิ่ง แล้วภาพความทรงจำเดิมๆที่เคยอยู่ในความฝันมาโดยตลอด กลับหลั่งไหลเข้ามาให้เธอได้หวนคิดถึงขึ้นมาอีกรอบ

สุดท้ายแล้วกำแพงแห่งความเข้มแข็งทั้งหมด ที่เธอเคยเพียรพยายามสร้างเอาไว้ เพื่อปิดกั้นความรู้สึกของตนเอง ก็ได้ถึงกาลเวลาพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง ณัฐปรียายกเข่าขึ้นทั้งสองข้าง ก่อนจะซบหน้าลงกับหัวเข่าและกอดเข่าร้องไห้กับตัวเองในทันที เป็นผลให้อัญชัญพลอยตกตะลึงไปด้วยอีกคน เขาคิดไม่ถึง ว่าคนที่ต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่ยอมลดราวาศอก จะกล้าแสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาได้เห็นอีกครั้ง  และมันก็เป็นภาพที่บีบอารมณ์และความรู้สึกทั้งหมดของเขาอย่างที่สุด ไม่ว่าเธอจะร้องไห้เสียใจด้วยเรื่องอะไร มันก็สร้างแรงกดดันในหัวใจของเขาได้เสมอ

ฉัน...ไม่รู้นะ   ไม่...รู้จริงๆ   ว่าทำไม...ทำไมคุณต้อง  เข้ามา...วุ่น...วายอะไร กับฉันด้วย  ก็ใน....เมื่อเรา เราเลิก...กันแล้ว และ...และคุณเป็น...คนบอกเลิก  ฉันเอง....แท้....แท้

เธอพูดเสียงแหบเครือ ปนเสียงสะอื้นจนทำให้คำพูดมันกระท่อนกระแท่นไปมาก แต่มันก็ยังตอกย้ำจิตใจของเขาได้เป็นอย่างดี ในขณะที่เธอก็ยังคงก้มหน้าร้องไห้กับหัวเข่าตนเองอยู่อย่างนั้น

         “ฉันมาคิดๆดูแล้ว   ตั้งแต่วันนั้น จนกระทั่งถึงวันนี้ ฉันก็ยังไม่เข้าใจ ถึงสาเหตุที่คุณบอกเลิกฉันไป  ฉันทำอะไรผิดงั้นเหรอ?”

เธอเงยหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาถามเขา อัญชัญนั่งอึ้งกับภาพที่เห็นและมองภาพเธอร้องไห้ผิดหวังอย่างสะท้อนใจ ชายหนุ่มหลับตานิ่ง ก่อนจะเสมองไปด้านข้าง อย่างไม่อยากสบตากลมโตคู่นั้น ที่กำลังมองเขาอย่างอ้อนวอน เพราะมันมักจะทำให้เขาต้องใจอ่อนได้เสมอ

ฉันไม่โทษคุณ ไม่โทษใคร ไม่โทษอะไรทั้งนั้น ที่ทำให้เราเลิกกัน  แต่คุณพอจะตอบ  ให้ฉันหายสงสัยได้ไหม ว่าทำไมเราต้องเลิกกัน บอกทีได้ไหม

เธอถามซ้ำด้วยเสียงเครือจัด อัญชัญไม่รู้ ว่าเขาจะตอบคำถามเหล่านี้ของเธอได้อย่างไร เขาไม่อยากให้เธอรู้ถึงเหตุผลที่แท้จริง เพราะเขาคิดว่า เขาไม่อยากให้เธอต้องมาตกนรกทั้งเป็นแบบเขา ที่เขากำลังเป็นและรู้สึกมาตลอด ตั้งแต่เลิกรากันไปคราวนั้น เขาทนไม่ได้  ที่เธอจะต้องมาแบกรับความรู้สึกอย่างที่เขาเป็นอยู่ในตอนนี้  เขาคิดว่าการที่เธอเจ็บเพราะไม่รู้ มันยังดีซะกว่า ต้องมาเจ็บเพราะรู้ว่าเหตุผลที่แท้จริงมันคืออะไร

     “บางทีการที่ไม่รู้อะไร มันดีกว่า การที่รู้แล้วต้องเจ็บนะ

เขาบอกเธอด้วยเสียงแหบพร่าไม่ต่างจากเธอสักนิด จะผิดกันก็ตรงที่ เธอมีน้ำตาไหลรินออกมาอาบแก้ม แต่น้ำตาของเขานี่สิ กลับต้องไหลรินรดหัวใจของเขาเอง

        “แล้วคุณคิดว่า คนที่เขาไม่รู้ เขาจะไม่เจ็บเลยหรือไง ฉันคิดว่า บางที  ถ้าฉันรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ฉันคงไม่ต้องมานั่งทนเสียใจอยู่อย่างนี้ก็ได้

เธอแย้งเขาด้วยเสียงแห้งจัด มองเขาด้วยดวงตาบวมช้ำ ปล่อยให้น้ำตารินรดแก้มบาง อย่างไม่คิดจะเช็ดมันให้หมดไป เผื่อว่ามันอาจจะช่วยชะล้างความเจ็บปวดทั้งหมดออกไปจากใจของเธอได้บ้างกระนั้น

             “ฉันคิดว่า เธอเจ็บเท่านี้น่ะดีแล้ว แต่ถ้าเธอรู้ความจริง เธออาจจะเจ็บมากขึ้นก็เป็นได้

            “ถึงยังงั้นก็เถอะ ฉันก็ยังอยากรู้เช่นเดิม ว่ามันเป็นเพราะอะไร ทำไมคุณถึงได้ทิ้งฉันไปหน้าตาเฉย แล้วตอนนี้คุณกลับเข้ามาวุ่นวายกับฉันอีกทำไม

อัญชัญเลือกนิ่งเป็นคำตอบ แต่ณัฐปรียาก็ไม่คิดจะยอมแพ้ เธอจึงลงทุนอ้อนวอนเขาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ได้เจอกันอีกครั้ง

             “ได้โปรดเถอะนะ กรุณาบอกฉันให้รู้สักที ฉันสับสนมาตลอด ว่าฉันทำผิดอะไร ทำไมเราต้องเดินแยกทางกันแบบนี้

อัญชัญหันกลับมามองสบตาเธออีกครั้ง และพบว่าเธอใช้แววตาคู่เดิมที่เคยใช้มันได้ผลเสมอมากับเขา เป็นแววตาที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้เลยสักครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกัน สุดท้ายเขาก็ใจอ่อน ทั้งๆที่เขาได้ตั้งสัตย์ปฏิญาณกับตัวเองไว้แล้วว่า ชาตินี้เขาจะไม่ยอมบอกเรื่องนี้ให้เธอได้รู้เป็นอันขาดก็ตาม

ก็ได้

เขารับคำ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนฟุตบาทอย่างหมดแรง ใช้มือทั้งสองข้างท้าวแขนค้ำหลังเอาไว้ก่อนบอกเธอเสียงเศร้าว่า

            “เหตุผลที่เราเลิกกัน   ก็เพราะ..........


  ผิดไหม....ที่ฉันไม่อยากเสียเธอไปให้ใคร....  ผิดด้วยเหรอ?......

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

80 ความคิดเห็น

  1. #17 พชรเมขลา (@5180010455) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2557 / 13:34
    อ๊ายยยย ค้างคาสุดๆ จะได้รู้ความจริงแล้ว รีบมาต่อนะคะไรเตอร์
    #17
    0