[คลังฟิค DC] - Bat family

ตอนที่ 2 : Merman and the Prince (1) - Jaytim

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 250
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    4 พ.ย. 61

Pairing : Jaytim

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในท้องทะเลกว้างแห่งเมืองก็อทแธม ได้มีสิ่งมีชีวิตในนิทานปรัมปราที่สวยงามและน่าอัศจรรย์อยู่ชนิดหนึ่ง นั่นก็คือ เมอร์แมน ตามตำนานได้กล่าวไว้ว่า เมอร์แมนนั้น เป็นบุตรของเทพเจ้าแห่งท้องน้ำ โอเนส พวกเขามีสติปัญญาที่เฉียบแหลม มีพละกำลังที่แข็งแกร่ง มีการเคลื่อนไหวที่พลิ้วไหวดั่งสายน้ำ และที่สำคัญพวกเขามีรูปร่างหน้าตาที่งดงาม และมักจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอยู่ใต้ท้องสมุทร

และตำนานนั้นเป็นเรื่องจริง เมอร์แมนมีอยู่จริง


.

.

.


ซ่า ซ่า 


เสียงของคลื่นที่กำลังกระทบกับท่าเรือก็อทแธม ทำให้เจ้าชายริชาร์ด เกรย์สัน-เวย์นรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก


"อรุณสวัสดิ์คาลอส" เสียงทักทายของเจ้าชายแห่งก็อทแธมดังเจื้อยแจ้วอย่างอารมณ์ดี ดิ๊กเป็นเจ้าชายลำดับที่หนึ่งแห่งเมืองก็อทแธม แต่ทว่าเขาก็ไม่ใช่เจ้าชายรัชทายาท เพราะว่าเขาเป้นเพียงลูกบุญธรรมของคิงบรูซเท่านั้น


"โอ้โห วันนี้เจ้าชายริชาร์ดมารับสินค้าจากเรือเองเลยเหรอ" เสียงเย้าจากพ่อค้าประจำเรือเอ่ยถามด้วยความสนิทสนม


"ปกติข้าก็มารับสินค้าทุกเช้าวันเสาร์อยู่แล้วนะ คาลอส เจ้ายังไม่แก่เลย ทำไมถึงลืมแล้วล่ะ" ดิ๊กยิ้มรับและแซวพ่อค้ากลับ "ว่าแต่วันนี้เจ้ามีอะไรมาขายให้คิงบรูซละ" ดิ๊กว่าพลางชะโงกไปดูสินค้าบนเรือ


"วันนี้ข้ามีผ้าแพรจากแผ่นดินใหญ่ฟากโน้น เนื้อดีทีเดียวเชียว แล้วก็มีบลาๆๆๆ" การสนทนาซื้อขายสินค้าของเจ้าชายและพ่อค้ายังคงดำเนินต่อไป โดยไม่รู้เลยว่ายังมีคนอื่นอีกที่กำลังรับฟังบทสนทนานั้นอย่างตั้งใจอยู่


จริงๆจะพูดว่า 'คนอื่น' ก็คงไม่ถูกนัก หากเรียกว่า 'ตนอื่น' น่าจะเหมาะสมกว่า 


เมอร์แมนหนุ่มกำลังแอบมองเจ้าชายแห่งเมืองก็อทแธมด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย 


"ทิโมธี" คือชื่อของเมอร์แมนตนนี้ ทิมนั้นแอบมองดิ๊กจากใต้คลื่นมาหลายปีแล้ว ทิมเคยได้ยินเรื่องของเจ้าชายองค์นี้มากมายจากเหล่าพ่อค้าที่แล่นเรือผ่านไปผ่านมา ทั้งเรื่องความรูปงามของเจ้าชาย ความสามารถ ความกล้าหาญ และสิ่งที่ทำให้ทิมรู้สึกประทับใจในตัวของชายคนนี้มากที่สุด ก็คงเป็นความรักทะเลของเขา 


เมื่อหลายปีก่อนทะเลก็อทแธมนั้นเต็มไปด้วยมลพิษ ทำให้สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลค่อยๆตายลงๆ และส่งผลกระทบมากมายต่อชาวเมืองก็อทแธม ไม่ว่าจะด้านเศรษฐกิจ ด้านสุขภาพ และด้านการอุปโภคบริโภค ต่างก็ได้รับผลกระทบกันไปหมด ก็ได้เจ้าชายริชาร์ดนี่แหละเป็นคนริเริ่มโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูทะเลแห่งนี้ ให้กลับมางดงามดังเดิม และก็ยังมีโครงการต่างๆมากมายที่เจ้าชายริชาร์ดได้ทำไว้ 


นี่คือเหตุผลที่ทำให้ทิมสนใจในตัวมนุษย์คนนี้และเริ่มที่จะสังเกตุพฤติกรรมของเจ้าชาย นานวันเข้าจากความสนใจก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันธ์และกลายเป็นความรักในที่สุด ทิโมธีตกหลุมรักเจ้าชายริชาร์ดอย่างเต็มหัวใจ และนั่นคือสิ่งที่ทิมจะขอพรจากเทพโอเนสในวันเกิดอายุ18ปีของเขา ซึ่งก็คือวันพรุ่งนี้แล้ว


จากตำนานที่กล่าวว่าเมอร์แมนเป็นบุตรแห่งเทพโอเนส ทำให้ในวันเกิดครบรอบ18ปีของเมอร์แมน จะสามารถขอพรอะไรก็ได้ 1 ประการจากเทพโอเนส แต่ก็ต้องพิสูจน์ให้เทพโอเนสเห็นว่าพรที่เมอร์แมนขอนั้นสมควรที่จะได้รับ และนั่นแอบทำให้ทิมกังวลหน่อยๆว่าเทพโอเนสจะประทานพรให้เขามั้ย 


ถ้าเขาขอพรว่าต้องการครองรักกับมนุษย์ ถ้าเทพโอเนสไม่เห็นด้วยกับความรักของเขาล่ะก็ เขาก็คงจะเศร้ามากแน่ๆเลย ก็มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้เขาสามารถรักกับเจ้าชายรูปงามองค์นั้นได้นี่นา


หลังจากที่ทิมแอบดูเจ้าชายจนพอใจแล้ว เขาก็ว่ายน้ำกลับมายังที่อยู่ของตน ระหว่างทางก็ยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องพรที่จะขอในวันพรุ่งนี้อยู่


"ไงทิม ทำไมเจ้าถึงทำหน้าเครียดมาเชียว" เสียงทักสดใสดังมาจากเงือกสาวตนหนึ่ง


"พรุ่งนี้จะเป็นวันเกิด18ปีของข้าแล้วสเตฟ" ทิมส่งยิ้มเจื่อนๆให้เมอร์เมดเพื่อนสนิทของตน


"ก็ดีแล้วนี่ เจ้าจะได้ขอพรจากเทพโอเนสไง" สเตฟานี่ยังคงตอบด้วยความอารมณ์ดีเหมือนอย่างเคย ในระหว่างที่นางกำลังขัดเปลือกหอยให้แวววาวอยู่


"นั่นแหละที่ข้ากังวล" ทิมมุ่นคิ้ว


"เจ้าจะกังวลทำไมทิม ในเมื่อเจ้ามีพรที่อยากจะขออยู่ในใจแล้วนี่" คราวนี้เป็นเสียงมาจากเงือกสาวผมแดงข้างสเตฟ บาบาร่านั่นเอง


ทิมเงียบอย่างไม่รู้จะตอบอะไรดี ปกติเขาไม่ชอบเล่าเรื่องส่วนตัวให้ใครฟังเท่าไหร่นัก แม้แต่เรื่องที่ว่าเขาแอบชอบเจ้าชายจากโลกมนุษย์ แล้วบาร์บรู้ได้ยังไงว่าเขามีพรที่อยากจะขอแล้ว


"ข้าเห็นเจ้าเฝ้ามองเขาจากตรงนี้วันแล้ววันเล่า ถึงเจ้าจะไม่ค่อยอะไรให้พวกข้าฟัง พวกข้าก็พอจะดูออก ว่าเจ้าอยากจะขึ้นไปบนโลกมนุษย์แค่ไหน" บาบาร่าตอบคำถามราวกับรู้ว่าทิมกำลังสงสัยพลางส่งยิ้มอ่อนโยนให้


"เจ้ารู้?" ทิมถามบาบาร่าด้วยความแปลกใจ


"พวกเรารู้" คราวนี้เสียงมาจากเงือกสาวผมดำที่ตัวเล็กที่สุด แคสซานดร้า


'โอ้ ถ้าแคสรู้ ทุกคนในฝูงก็คงจะรู้หมดแหละ' ทิมถอนหายใจพลางคิดถึงเพื่อนร่วมฝูงของตน บาบาร่า สเตฟ แคส เซลิน่า คอนเนอร์ บาร์ท


"ทิม ทำตามหัวใจของเจ้าเถอะ" สเตฟว่ายน้ำมาหาทิมและใช้มือแตะไหล่ทิมเชิงให้กำลังใจ "เงือกอย่างเราสามารถมีอายุอยู่ได้เป็นร้อยๆปี พวกเราอยากให้เจ้าได้ใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีความสุขนะทิม"


"ใช่" แคสพูดสั้นๆตามสไตล์ของเธอ


"จริงๆอยู่กับพวกเจ้าข้าก็มีความสุขดีนะ" ทิมส่งยิ้มให้เมอร์เมดทั้งสาม


"ฮะๆ อยู่กับพวกเราแล้วมีความสุขแต่ใจกลับคิดถึงแต่โลกเบื้ยงบนอ่ะนะ ไหนจะของสะสมจากโลกมนุษย์นับสิบในห้องนอนของเจ้าอีก" บาบาร่าแซว


"!!!" ทิมอึ้ง ก็เขาซ่อนมันไว้ในห้องนอนของเขา ทำไมพวกเธอถึงได้รู้ละ


"เมื่อวันก่อนบาร์ทเข้าไปหานายในห้องแต่ไม่เจอนาย เจอแต่ของสะสมของนายน่ะสิ" สเตฟตอบ


"สรุปว่าทุกคนรู้หมดแล้วสินะ" ทิมเสยผมยาวประบ่าของเขาอย่างขัดใจเล็กน้อย


"อย่าไปโกรธบาร์ทเลยน่า เอาเป็นว่าเราอยากให้นายมีความสุข เพราะฉะนั้นขอพรตามหัวใจของนายหรอก ไม่ต้องลังเลแล้วทิม" บาร์บยิ้มให้ทิมอีกครั้ง คราวนี้ทิมยิ้มตอบ


"ว้า แอบเสียใจนิดๆนะ ถ้าเจ้าขอพรแล้วได้ขึ้นไปบนโลกมนุษย์ พวกเราก็คงจะไม่ได้เจอกันแล้วน่ะสิ" สเตฟยิ้มเศร้าๆก่อนจะว่ายมากอดทิม


"ไม่หรอก ต่อให้ข้าจะไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว เราก็ยังนัดคุยกันได้นี่ ทุกเช้าวันเสาร์เป็นไง?" เช้าวันเสาร์เป็นช่วงเวลาที่ทิมชอบที่สุด ไม่บอกก็คงรู้เนอะว่าทำไม


"สัญญาแล้วนะทิม" สเตฟเงยหน้ามาพูดกับทิมเสียงอู้อี้


"สัญญา" ทิมยิ้มก่อนที่ทุกคนจะเข้ามารุมกอดเขา ทิมมองไปรอบๆจดจำความรู้สึกและบรรยากาศเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เผื่อว่าเขาอาจจะไม่ได้กลับมาอีก น่าเสียดายที่เซลิน่า คอนเนอร์ และบาร์ทไม่อยู่ พวกเขาคงจะออกไปหาอาหารอยู่


0.01 น.


เงือกไม่จำเป็นต้องหลับ เพราะฉะนั้นทิมจึงเลือกที่จะใช้เวลาในช่วงค่ำคืนขบคิดเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ และในตอนนี้ทิมกำลังคิดถึงอนาคตของเขาอยู่ว่ามันจะเป็นอย่างไร ทันใดนั้นก็เกิดแสงสีฟ้าสว่างวาบอยู่ตรงหน้าของทิม ทิมก็รู้ได้ทันที


'เทพโอเนส?' ทิมหยีตาลงพลางยกมือขึ้นมาป้องแสง


"ทิโมธี วันนี้คือวันเกิดครบรอบ18ปีของเจ้า จงเอ่ยพรที่เจ้าปราถนามากที่สุดมา 1 ประการ" เสียงทรงอำนาจตรงหน้าทำให้ทิมรีบลดมือลง


"ท่านเทพโอเนส! เอ่อ หม่อมฉัน...ทิม ทิโมธี เอ่อ" ทิมพูดตะกุกตะกักอย่างเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่


"เอ่ยพรของเจ้ามาซะทิโมธี อย่าทำให้ยืดเยื้อเลย" ทิมมองร่างกำยำของเทพแห่งท้องทะเลอย่างประหม่า ก่อนจะพูดคำขอของเขาออกมา


"ข้าตกหลุมรักมนุษย์คนหนึ่ง..." ทิมเงียบเพื่อดูปฏิกิริยาของท่านเทพ เมื่อเห็นว่าเทพโอเนสยังคงนิ่งเฉย จึงได้พูดต่อ "ข้าต้องการครองรักกับเขา"


ท่านเทพนิ่งและมองตรงมาที่ทิโมธี ทิมมองโอเนสกลับ และค่อนข้างรู้สึกไม่สบายใจในความเงียบนี้เท่าไหร่นัก


"เจ้าแน่ใจแล่วใช่หรือไม่ ว่าเจ้ารักเขา" เทพโอเนสถามทิม และทิมก็ตอบกลับอย่างมั่นใจทันที "ข้าแน่ใจ"


เทพโอเนสยังคงนิ่ง และมองทิมอย่างครุ่นคิด


'พวกเขาไม่ใช่คู่แท้ของกันและกัน ข้าคงจะไม่สามารถให้พรนั้นแก่เงือกน้อยตนนี้ได้ น่าเสียดาย' เทพโอเนสครุ่นคิด


"ข้าคงจะไม่สามารถให้พรเช่นนั้นกับเจ้าได้..." เทพโอเนสพูดพลางลูบหนวดเคราขาวของตน เมื่อทิมได้ยินดังนั้นก็ใจแป้วทันที


"..." ทิมก้มหน้าฟังคำพูดของเทพโอเนส


"แต่ข้าสามารถให้พรอย่างหนึ่งกับเจ้าได้ ข้าจะให้เจ้าได้พบกับรักแท้" เมื่อได้ยินดังนั้นทิมก็ทำตาโตทันที แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินประโยคถัดไป "และบททดสอบของเจ้าก็คือ ข้าให้เวลาเจ้า7วัน จงตามหารักแท้ของเจ้าให้เจอซะ หากเจ้าทำไม่สำเร็จ เจ้าจะต้องอยู่บนโลกมนุษย์ตลอดไปและไม่สามารถกลับมาที่ใต้ท้องทะเลได้อีก" ทิมเงียบ "แต่หากเจ้าทำสำเร็จ เจ้าจะได้ครองรักกับคนรักของเจ้าตลอดไปและมีอิสระในการเดินทางไปมาระหว่างโลกมนุษย์และโลกบาดาล"


ทิมกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก เขาค่อนข้างจะลังเล เขาไม่อยากเสี่ยงที่จะต้องเสียครอบครัวของเขาไปเลย บางที...มันอาจจะไม่คุ้ม 


แต่แล้วจู่ๆคำพูดของสเตฟก็ผุดเข้ามาในหัวของทิมว่าเงือกอย่างพวกเขานั้นสามารถมีชีวิตอยู่ได้เป็นร้อยๆปี แล้วชีวิตที่ยืนยาวขนาดนั้นจะไปมีค่าอะไร หากเขาต้องอยู่ตัวคนเดียวตลอดไป อย่างน้อยการได้เจอรักแท้ อาจจะทำให้ชีวิตที่เหลือของทิมไม่เงียบเหงาและที่สำคัญ เขาจะได้มีคนเคียงข้างกาย เหมือนที่พ่อกับแม่ของเขามีกันและกัน และทิมคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะเสี่ยง


เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ทิมก็เงยหน้าสบตากับเทพโอเนสด้วยความมุ่งมั่น แต่แล้วก็ต้องชะงักไป เมื่อจู่ๆทิมก็เห็นบางอย่างในดวงตาสีฟ้าลึกลับของท่านเทพ


ทิมเห็นภาพเขากำลังยืนกอดอยู่กับชายหนุ่มผมดำ ร่างสูงคนหนึ่งอยู่ตรงท่าเรือก็อทแธม ท่ามกลางเสียงของคลื่นทะเลและแสงสีส้มของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน

'ข้ารักเจ้า' ทิมในภาพเงยหน้าขึ้นพูดกับชายหนุ่มที่กำลังกอดตนอยู่ และได้ยินเสียงหัวเราะในลำคออย่างแผ่วเบาของชายหนุ่มคนนั้น

'ข้ารักเจ้ามากกว่า ทิโมธี' เมื่อชายหนุ่มพูดจบ ทิมก็ส่งยิ้มให้ชายหนุ่มข้างกาย ก่อนที่ทั้งคู่จะจูบกันอย่างอ่อนโยนท่ามกลางเสียงคลื่นของทะเลก็อทแธม

ทิมนิ่งอึ้งกับภาพที่เห็น ก่อนจะสะบัดหัวไปมาเพื่อเรียกสติ และก็เห็นว่าท่านเทพโอเนสกำลังมองตรงมาที่เขา 


'เมื่อกี้มันอะไรกัน' ทิมขมวดคิ้วอย่างสงสัย


"เมื่อกี้ ข้าเห็น..." ทิมกำลังจะพูด แต่ท่านเทพก็พูดขัดขึ้นมาก่อน "เจ้าคงจะเห็นนิมิตอนาคตของเจ้า นั่นนับว่าเป็นลางดี"


"ลางดีงั้นเหรอ" ทิมพึมพำ ก่อนจะยกยิ้มน้อยๆขึ้นมา


"ถ้าเช่นนั้น ข้าก็คงจะไม่มีอะไรที่จะต้องลังเลแล้วท่านเทพ" ทิมยิ้ม แค่คิดภาพว่าเค้ากับเจ้าชายริชาร์ดจะได้จูบกันอย่างอ่อนโยนใต้แสงอาทิตย์และเสียงคลื่นก็ทำให้หัวใจดวงน้อยๆของทิมพองโตแล้ว


"หึหึ ข้าชอบความมุ่งมั่นของเจ้า งั้นข้าจะให้ตัวช่วยกับเจ้าเพื่อความง่ายในการทำบททดสอบของเจ้า เจ้าไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ความรักของเจ้าด้วยการแต่งงาน เจ้าเพียงแค่ต้องจูบกับชายหนุ่มของเจ้าสองครั้ง" เทพโอเนสว่า เมื่อเห็น่วาทิมกำลังฟังอย่างตั้งใจจึงได้พูดต่อ 


"จูบแรกจะเป็นการจูบเพื่อการทำพันธะสัญญาว่าเจ้าต้องการจะครองรักกับชายคนนั้น เจ้าและชายคนนั้นจะมีเส้นด้ายแดงผูกติดกันไว้เพื่อให้รู้ว่าเจ้าทั้งสองเป็นคู่แท้ของกันและกัน และจูบที่สอง เป็นการจูบเพื่อที่จะยืนยันความรักของเจ้าทั้งสองต่อข้า จูบสองจูบคงง่ายกว่าการแต่งงานภายใน7วัน ถูกมั้ย" เทพโอเนสกล่าวพลางยกยิ้มให้ทิม 


เมื่อทิมได้ยินดังนั้นจึงยิ้มกว้างพยักหน้ารับทันที


"อ้อ แล้วก็ระหว่างที่เจ้าอยู่บนโลกมนุษย์ ระวังอย่าให้ขาของเจ้าโดนน้ำนะ ไม่เช่นนั้นขาของเจ้าจะกลายเป็นหางทันที" เทพโอเนสเตือนทิม 


"เอาล่ะ ถ้าเช่นนั้นถึงเวลาอันสมควรแล้ว เจ้าต้องขึ้นไปที่โลกมนุษย์" เทพโอเนสกล่าวและว่ายนำทิมขึ้นไปยังผิวน้ำ


"และจงจำไว้ทิโมธี เจ้ามีเวลาถึงเย็นวันเสาร์ ทันทีที่ดวงอาทิตย์ตกถือว่าเวลาของเจ้าได้หมดลงแล้ว" เทพโอเนสหันกลับมาเพื่อเตือนทิม


"ข้าเข้าใจแล้ว" ทิมพยักหน้า


"ถ้าเช่นนั้น ข้าขอให้เจ้าโชคดีกับการตามหารักแท้ของเจ้า ทิโมธี" เทพโอเนสกล่าวก่อนจะร่ายมนตร์ แสงสีฟ้ามากมายจากตัวท่านเทพพุ่งเข้ามารายล้อมทิม จนทิมมองไม่เห็นเลยว่าข้างนอกกำลังเกิดอะไรขึ้น และความทรงจำสุดท้ายของทิมคือแสงส่วงวาบสีฟ้าที่พุ่งเข้ามาหาเขา


ซ่า ซ่า ซ่า


'เกิดอะไรขึ้น' 


'เสียงคลื่นดังมากเลย นี่ข้าอยู่ที่ไหนกันเนี่ย' เมื่อทิมได้สติแล้ว เขาก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมา แต่แล้วก็ต้องรีบปิดตาลง เมื่อพบแสงสว่างของดวงอาทิตย์ส่องเข้าเต็มๆตา


เสียงจ้อกแจ้กของผู้คนมากมายที่ดังอยู่รอบๆตัวทิม ทำให้ทิมค่อยๆยันตัวขึ้นมาจากพื้นที่ตนกำลังนอนอยู่ด้วยความงุนงง ก่อนจะพบว่าตนเองอยู่ที่ท่าเรือก็อทแธมนั่นเอง


"อ่า..." ทิมลุกขึ้นยืนอย่างโงนเงนเพราะว่าเขาไม่เคยใช้อวัยวะที่มนุษย์เรียกว่า 'เท้า' มาก่อน


ทิมสำรวจตนเองอย่างพิจารณา ตอนนี้เขามีเสื้อเชิร์ตสีขาวและเสื้อคลุมที่ปักจากผ้าลินินสีน้ำตาล กางเกงขายาวสีหม่นๆและรองเท้าหนังอยู่บนตัว โอ้ มีหมวกและกระเป๋าหนังสีน้ำตาลสะพายข้างด้วย 


ขอบคุณท่านเทพโอเนสที่ส่งเสื้อผ้ามาให้เขาด้วย ไม่อย่างนั้นมันก็คงจะเป็นอะไรที่...เอ่อ น่าอาย? ช่างมันเถอะ


'ไหนดูซิ เทพโอเนสให้อะไรมาอีก กระเป๋าตังค์หนังสีดำ? ดูดีเชียว' ทิมคิดในใจ ในกระเป๋าตังค์นั้นมีเงินสดอยู่จำนวนค่อนข้างมากทีเดียว ให้มาเยอะซะราวกับว่าจะให้ทิมจะอยู่บนโลกเกิน7วัน...ไม่ๆๆ ท่านเทพเขาคงแค่ใจดี อยากให้ทิมรวยเฉยๆละมั้ง ทิมส่ายหัว นอกจากเงินสดแล้วก็ยังมีกระดาษอยู่ใบหนึ่งสอดเอาไว้ ทิมดึงมันออกมาอ่าน


ทิโมธี แจ็คสัน เดรก

- นักเดินทางพเนจร -


นั่นคือสิ่งที่อยู่ในกระดาษ มีข้อความสั้นๆเพียงสองบรรทัดเท่านั้น ทิมคาดว่าน่าจะเป็นนามบัตร


"นักเดินทางพเนจรหรอ เอาจริงดิ?" ทิมถอนหายใจก่อนจะยัดมันกลับเข้ากระเป๋าตังค์ และค้นของในกระเป๋าต่อ มีขวดน้ำ ขนมเล็กๆน้อยๆ มีดพก และผ้าห่ม ผ้าห่ม? ให้ผ้าห่มมาทำไมฟะ ทิมสงสัย แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจกับมันมาก ที่เขาควรจะใส่ใจตอนนี้ควรเป็นการวางแผนว่าเขาควรจะทำยังไงกับชีวิตเขาใน7วันนี้ดีกว่า


"เฮ้อ เอาไงดีล่ะเรา ไม่ค่อยจะรู้เรื่องเกี่ยวกับโลกมนุษย์ซะด้วย" ทิมได้แต่เกาหัวแกรกๆอย่างไม่รู้จะทำอะไรต่อไปดี 


ก็ทิมไม่เคยขึ้นมาบนโลกมนุษย์ซักครั้งต่างจากบาบาร่าและสเตฟที่ชอบขึ้นมาเที่ยวเล่นบนบกบ่อย เรื่องราวของโลกมนุษย์ที่ทิมรู้มาจากการฟังคนอื่นเล่าและการแอบฟังเหล่านักเดินเรือพูดคุยกันเท่านั้น


"คงต้องหาที่ที่เป็นส่วนตัวก่อน" ทิมครุ่นคิดและทิมก็นึกถึงสถานที่ที่เหล่านักเดินเรือเรียกว่า 'โรงแรม'


"ตามหาโรงแรมก่อนละกัน" ทิมหลับตาและพ่นลมหายใจ เพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะกระชับกระเป๋าแน่นและเริ่มออกเดินทางเข้าไปในตัวเมือง


'หวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้อย่างราบรื่นนะ'




-----------------------------------------------------------------


สวัสดีค่า ไรต์กลับมาแล้วววว พอดีตอนนี้พิมพ์โทรศัพท์ มันก็จะพิมพ์ยากหน่อยๆ ฮาาาา


อยากจะพูดถึงฟิคเรื่อง Merman and the Prince นิดนึง ฟิคนี้น่าจะมีประมาณ3-5ตอนนะคะ ตอนนี้บางคนอาจจะสงสัย เอ๊ะ นี่มัน Jaytim หรือ xtim กันแน่ ???? จริงๆอิพี่เจย์ก็พระเอกนั่นแหละค่ะ แต่ตอนนี้พี่เขายังไม่ออก ค่าตัวแพง 555555


ยังไงก็เป็นกำลังใจให้น้องทิมกันด้วยและหวังว่าทิมจะทำภารกิจให้สำเร็จไปได้อย่างราบรื่นด้วยนะคะ ;)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #6 tanutecha (@tanutecha) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 18:19
    โอยยยยยยทิมหนูลูก สู้ๆน้าาาาไรท์
    #6
    0
  2. #3 -TAMARINE- (@TamarineZKA) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 16:08

    อิพี่เจย์จะโผล่มาตอนไหนคะ อยากเห็นแล้ววว ค่าตัวจะแพงแค่ไหนเราก็ยอมจ่ายค่ะ //โปรยเงิน

    เป็นกำลังใจให้ทั้งทิมและไรต์เลยค่ะ รอตอนต่อไปเนอะะะะ
    #3
    1
    • #3-1 RedJay (@khemjira6645) (จากตอนที่ 2)
      2 พฤศจิกายน 2561 / 17:59

      อิพี่เจย์จะโผล่ตอนหน้าแล้วค่ะๆๆๆ รอลุ้นเลยค่ะว่าพิเจย์กับน้องทิมจะเจอกันยังไง >< ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ ;///;
      #3-1