คุณชอบหน้าอ่านนิยายแบบใหม่มั้ย
ช่วยบอกเราหน่อย
คัดลอกลิงก์เเล้ว

Ghost at first flight

โดย Sssskhws

จะเป็นอย่างไรถ้าเที่ยวบินแรกในชีวิตแอร์โฮสเตสของเคทจะได้บริการผู้โดยสารที่ไม่ใช่คนแต่ในความลี้ลับนี้เธอยังได้พบกับคีณหนุ่มในฝันด้วยเช่นกัน


ยอดวิวรวม

19

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


19

ความคิดเห็น


13

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : 0

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 28 ก.พ. 62 / 22:11

บันทึกเป็น Favorite


โครงเรื่องสั้น

ชื่อเรื่อง : Ghost at first flight

ประเภท : ผูกเรื่อง

ตัวละคร : เคท เพศหญิง อายุ25ปี เป็นแอร์โฮสเตส นิสัยขี้โวยวาย ไม่เชื่อเรื่องลี้ลับ เป็นคนหัวดื้อ กล้าได้กล้าเสีย คุยเก่ง ร่าเริง ติดตลก

     คีณ เพศชาย อายุ25ปี อดีตสจ๊วตเก่า นิสัยชอบช่วยเหลือ หวังดี คอยเตือนสติ ใจเย็น เป็นคนช่วยคิดหาทางออกในหลายเรื่องๆ

         กัส เพศชาย(เป็นกระเทย) อายุ25ปี เป็นสจ๊วต นิสัยขี้กลัวขี้ระแวง ไม่รอบครอบ พูดไม่คิด

         มาร์กี้ เพศหญิง อายุ25ปี เป็นแอร์โฮสเตส นิสัยฉลาด แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี มีสติ ใจเย็น

แก่นของเรื่อง : ความหวังดีที่ไม่จำกัดสถานภาพ

ฉาก : เครื่องบิน

เปิดเรื่อง : เคทได้เริ่มทำงานกับสายการบินวันแรกแต่ดันเป็นเที่ยวบินเฮี้ยนที่บินไปยังประเทศฮรีสอซ

วันที่เธอเริ่มทำงานนั้นเป็นวันที่เธอกำลังจะเข้าสู่เบญจเพสพอดี

ดำเนินเรื่อง : เคทได้ทำหน้าที่บริการผู้โดยสารเป็นปกติจนกระทั่งเวลาเกือบๆเที่ยงคืน เพื่อนๆแอร์คนอื่น

กลับรีบเก็บของและชวนเธอขึ้นไปยังห้องพักลูกเรือชั้นบนและงดให้บริการผู้โดยสารในช่วงเวลาระหว่าง

เที่ยงคืน เมื่อพ้นเที่ยงคืนไปได้ทุกอย่างจะจบลง

ปิดเรื่อง : เคทได้รู้ความจริงเกี่ยวกับคีณและสามารถปิดตำนานเที่ยวบินผีสุดเฮี้ยนได้

ปมขัดแย้ง : เกิดเหตุการ์ณที่ทำให้เกิดความขัดแย้งกันระหว่างเพื่อน เพื่อนแช่งเพื่อนอย่างคะนองปาก


เรื่องย่อ : เคทเริ่มทำงานวันแรกด้วยวัยที่กำลังจะอายุครบ25ปีบริบูรณ์ เที่ยวบินแรกของเธอจะทำให้เธอจดจำไปจนวันตายเมื่อผู้โดยสารที่เธอบริการไม่ใช่คน เธอไม่เชื่อเรื่องอาถรรพ์12นาฬิกาเมื่อเวลาเที่ยงคืนไปแล้วที่เที่ยวบินนี้จะไม่ได้มีแค่คนอีกต่อไป เธอไม่เชื่อในสิ่งที่เพื่อนเตือนแต่เธอกลับได้พบกับคำว่า Love at first flight กับหนุ่มสจ๊วตที่ไม่มีความเกรงกลัวต่อสิ่งใดและมีความหวังดีคอยช่วยเหลือเธอตลอดเที่ยวบิน เมื่อเธอไม่เชื่อและได้เจอกับสิ่งลี้ลับเข้าจริงๆ เธอมีเหตุจำเป็นที่จะต้องบริการสิ่งที่

ไม่ใช่คน แค่บริการให้จบ ทุกอย่างก็จะจบ ภายในช่วงเวลาเที่ยงคืนจนถึงตี1 ถ้าทำเธอสำเร็จก็รอดไปด้วยกัน เมื่อเวลาผ่านพ้นมาเป็นเวลาตี1เรื่องทุกอย่างก็สิ้นสุดลง และแล้วคีณผู้เป็นรักแรกพบของเคทก็หายตัวไป เมื่อเครื่องบินแลนดิ่งเคทก็ได้รู้กับความจริงว่าคนที่เป็นเพื่อนคู่คิดคอยช่วยเหลือเธอและเป็นคนที่เธอตกหลุมรักมาตลอดในระยะเวลาชั่วข้ามคืนเขาก็ไม่ใช่คนเช่นเดียวกัน



“Ladies and Gentlemen on behalf of Royal Airways International, captian and his crew would like to welcome you on board TG 444 to Hrysos the flight time will be 10 hours. For safety reasons, please study the safety on board in the seat pocket and keep all baggage under the seat in front of you or in the overhead locker. Please, note that there restrictions on using mobile or electronic devices on board. For more information, Please contact a cabin attendant. During taking off and landing, please fasten your seat belfts, put your seat back upright, return the table to its locked position and pull up your window shades. We are please to inform you that all our flight are non-smoking. We hope to provide you with the best service. Your comments and suggestions regarding our in-flight services are sincerely welcome.” นี่คือบทที่ฉันซ้อมพูดมาตลอดชีวิตและวันนี้ฉันได้พูดมันแล้ว ใช่ค่ะฉันชื่อเคทเป็นแอร์โฮสเตส

หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของลูกเรือ วันนี้เป็นวันแรกในชีวิตการทำงานและก็ดันเป็นวันเกิดของฉันในปีที่25อีกด้วย

หรือที่เรียกว่าเบญจเพสนั้นเอง

“Cabin crew prepare for take off”

หลังจากเครื่องขึ้นเรียบร้อย ตอนนี้เครื่องก็บินระฟ้ามาได้ราวๆ 1ชม. ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเวลา 5 ทุ่มและแน่นอน

เมื่อเครื่องบินบินเหนือฟ้ามาได้ 1ชม.ก็ได้เวลาเสริฟอาหาร แม้ว่าฉันจะเริ่มทำงานครั้งแรกแต่ฉันก็พอจะรู้เรื่อง

บ้างอาจเป็นเพราะฉันเคยขึ้นเครื่องบินมาตั้งแต่เด็กๆและก็จดจำรายละเอียดต่างๆมาได้มากพอสมควร

“แฮปปี้เบริ์ดเดย์ทูยู..แฮปปี้เบริ์ดเดย์นะเคทเพื่อนรักกกก”

“เห้ยขอบคุณมากๆนะมาร์กี้ กัส”

และแน่นอนเสียงแฮปปี้เบริ์ดเดย์เมื่อกี้นี่เค้าคือเพื่อนของฉันสมัยมัธยม

ที่ทำงานเป็นแอร์และสจ๊วตให้สายการบินนี้มานานแล้ว

“ไอ้มาร์กี้ ความจริงยัยเคทมันเกิดตอน 5ทุ่ม 59นาทีไม่ใช่หรอวะ นี่เราร้องเพลงเร็วไปตั้ง1ชม.” นี่คือกัสสจ๊วตหน้าหล่อแต่ใจสวย ใช่ค่ะมันไม่ใช่ชายแท้อย่างที่ทุกคนคิด

“มึงถ้าแฮปเวลานั้นมึงก็รู้ว่ามันมีอะไร” มาร์กี้กล่าว

“มีอะไรหรอ” เคทเอยปากถาม

“ช่างมันเถอะแกไว้เล่าให้ฟัง ไปเสริฟอาหารก่อนๆ” มาร์กี้โหมดจริงจังกับการทำงานเริ่มขึ้น

ระหว่างเสริฟอาหารฉันก็ได้แต่พรึมพรำสงสัยต่างๆนานา

วันนี้กลับแปลกที่ในจอกลับขึ้นว่าผู้โดยสารเต็มลำ แต่พอขึ้นมาจริงๆผู้โดยสารกลับน้อยไปเลย

“นี่เค้าตกเครื่องกันเยอะขนาดนี้เลยหรอเนี่ย”

“แก!!เคยได้ยินเรื่องที่ในโรงหนังเค้าจะเว้นที่ไว้ให้เจ้าที่มั้ย”

กัสกระเทยน้อยที่เสริฟอาหารคู่กับฉันก็เอยปากขึ้น

“เคยอะ ทำไมล่ะ”

“บนเครื่องบินเค้าก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน โอ้ย! พูดละขนลุก อย่าพึ่งคุยเรื่องนี้กันเลย”

เมื่อสิ้นสุดการทำงานในเบื้องต้นตอนนี้ก็เป็นเวลา5ทุ่ม20นาที ฉันเริ่มงงและสงสัยว่าทำไมพนักงานทุกคน

ถึงรีบเก็บสัมภาระของตัวเองเตรียมขึ้นด้านบน ทั้งๆที่ยังไม่ได้เก็บอาหารผู้โดยสารเลย จะรีบไปไหน

“กัส มาร์กี้ ทำไมต้องรีบเก็บของด้วยอะ นี่เรายังไม่ได้เก็บอาหารเลยนะ”

“ไอ้กัสมึงยังไม่ได้เล่าอีกอ่อ” มาร์กี้หญิงแกร่งประจำเที่ยวบินเริ่มเอ่ยพร้อมกับทำหน้านิ่งๆ

“กูก็กลัวเป็นปะ” กัสชายน้อยเริ่มทำหน้าไม่สู้ดี

“เห้ย! มีอะไรรึเปล่า” ฉันเอ่ยปากถามด้วยความสงสัยสุดขีด

“แกไม่เคยได้ยินเรื่องอาถรรพ์12นาฬิกาหรอ” กัสเริ่มเล่า

“พูดเหมือนหนังผีเลยนะแก 55555” ฉันเริ่มรู้สึกได้ว่ามันคือเรื่องหลอกเด็ก

“อันนี้กูจริงจัง” กัสเริ่มทำหน้าจริงจังขึ้นมาจริงๆ

“มึงก็ลีลาจัง มากูเล่าเอง” มาร์กี้ผู้จริงจังกับการทำงานเริ่มเล่า

“ที่มีเรื่องอาถรรพ์12นาฬิกาขึ้นไม่ใช่เพราะพนักงานสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่ออู้งานหรอกนะ แต่มันคือเรื่องจริง คืองี้ ในช่วงเวลาเที่ยงคืนจนถึงตี1จะไม่มีพนักงานคนไหนลงไปเสริฟ

หรือให้บริการอะไรทั้งนั้น...”

“กี้จ่ะ มาดูผู้โดยสารคนนี้ให้พี่ที” มาร์กี้พูดยังไม่ทันจบก็โดนเรียกไปทำงานสะละ

“เอาเป็นว่าพอ5ทุ่ม50พนักงานจะถยอยขึ้นห้องพักลูกเรือกันหมด แกก็ด้วยอย่าลืมล่ะ” กัสเล่าเสริม

“เดี๋ยวกัส แล้วทำไมหลังเที่ยงคืนจะไม่ให้บริการผู้โดยสารล่ะ”

ฉันเอ่ยถามด้วยความสงสัยอย่างต่อเนื่อง

“แก!!!ตายแล้วๆ อีก20นาทีจะเที่ยงคืน!! รีบไปเก็บอาหารเร็วเลยแก!!!”

กัสเริ่มเสียสติและรีบไปทำงานทันที

และแน่นอน อะไรคืออาถรรพ์12นาฬิกา มันมีไว้ทำไม เพื่ออะไร แล้วใครเป็นคนคิด

แล้วทำไมเที่ยงคืนต้องขึ้นห้องพักลูกเรือด้วย ตอนนี้ในหัวฉันมีแต่คำว่าทำไมเต็มไปหมด

แต่ฉันพึ่งมาทำงานวันแรกก็คงต้อง เข้าเมืองตาหลิวต้องหลิวตาตามสินะ แต่ฉันก็ไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไหร่ถ้าเกิดผู้โดยสารต้องการความช่วยเหลือ

ตอนเที่ยงคืนล่ะ แล้วใครจะช่วยถ้าไม่ใช่แอร์อย่างเรา ถูกมั้ย?!


23:50

“เร็ววววววๆๆๆๆทุกคน!! มากันครบรึยัง”

เสียงหัวหน้าลูกเรืออย่างมาร์กี้เริ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเร่งเร้าเอามากๆ

ตอนนี้ทุกคนต่างขึ้นมาอยู่บนห้องพักลูกเรือกันหมด


24:00

ติ๊ง!!!!! เสียงนาฬิกาเตือนรับรู้ได้ว่านี่เป็นเวลาเที่ยงคืน

“แกยังเล่าไม่จบเลยนะเรื่องอะไร12นาฬิกา” ฉันเริ่มเปิดประเด็น

“เจ้ก็เล่าดิกูกลัว!!” กัสเริ่มปัดเมื่อมาร์กี้หันหน้ามาเป็นเชิงว่าให้กัสเป็นคนเล่าเรื่องทั้งหมด

“ก็ไม่มีไรมาก เคทแค่แกต้องฟังพวกฉัน ถ้าพวกฉันบอกไม่ให้ทำอะไรก็อย่าทำ” มาร์กี้โหมดจริงจังเริ่มเปิดเรื่อง

“แล้วที่ไม่ให้ทำมีเรื่องอะไรบ้าง” ในหัวฉันตอนนี้มันยังคงมีแต่คำว่าทำไมแล้วเกิดอะไรขึ้น

“เวลาเที่ยงคืนจนถึงตี1แกห้ามลงไปห้องพักผู้โดยสาร” มาร์กี้เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ทำไมล่ะ แล้วถ้ามีผู้โดยสารขอความช่วยเหลือจะทำยังไง” ฉันก็ยังงงว่านี่มันคือเรื่องอะไร

“แล้วแกแน่ใจหรอ ว่าผู้โดยสารที่มีปัญหาเป็นคนจริงๆ” มาร์กี้เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วลง

“ฮื่อออออ! กูกลัวอย่าพูดถึงมันได้มั้ย” กัสผู้นั่งเงียบอยู่ตั้งนานอยู่ๆก็พูดขึ้นมา

กริ๊ง!!

เหมือนกับว่ามีเสียงกดเรียกพนักงานของผู้โดยสารดังมาจากด้านล่าง ฉันควรจะทำยังไงดี

“ไม่ต้องลงไป” มาร์กี้พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

กริ๊ง!! กริ๊ง!!! กริ๊ง!!!! กริ๊ง!!!!!

“ผู้โดยสารกดเรียกหลายรอบขนาดนี้ ผู้โดยสารอาจกำลังมีปัญหาก็ได้นะ! จะไม่ลงไปได้ไง” ฉันเริ่มจะทนไม่ไหวกับเรื่องบ้าๆนี้และก็เผลอใช้น้ำเสียงไม่ค่อยดีออกไป

“อืม! ลงไปดูก็ได้เผื่อผู้โดยสารจะมีปัญหาขึ้นมาจริงๆ” มาร์กี้ตอบกลับฉันแบบนิ่งเฉย จนฉันแปลกใจ

“เห้ยยยเจ้!!จะบ้าไปแล้วรึไง เดี๋ยวก็เจอดีหรอก!!!” กัสที่นั่งเงียบอยู่ตั้งนานก็ตื่นตูมขึ้นทันตา

“เคทถ้าแกอยากลง ฉันก็จะให้แกลงจะได้ไปเห็นกับตา เพราะฉันรู้แกมันดื้อตอนนี้ยังไม่เชื่อฉัน”

มาร์กี้พูดออกมาราวกับว่ารู้ทันฉันอย่างนั้น ก็สมแล้วที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน

“มันจะดีหรอวะเจ้ กูว่าอย่าเลย มันติดตากูลองมาแล้ว” กัสพูดแนวร้องขอไม่อยากให้ฉันลงไป

“นั่นมึงปากหมาเองกัสมึงเลยโดนดี เคทมันไม่ได้เป็นแบบมึง” มาร์กี้ก็ยังคงเป็นมาร์กี้อยู่วันยังค่ำ นิสัยเด็ดขาดเป็นผู้ใหญ่ทั้งเฉียบทั้งคมรอบคอบแล้วยังฉลาดอีก คงพ้นใครไปไม่ได้นอกจากมาร์กี้

“เคทแกจำสิ่งที่ฉันพูดไว้ แล้วขอให้ทำตามที่ฉันบอกทุกอย่าง ไม่งั้นฉันไม่ให้แกลง” มาร์กี้กล่าว

“โอเค แกบอกมาเลยฉันทำได้ทุกอย่างแหละ” เคทขานตอบ

“ห้ามทักถ้าเห็นอะไรแปลกๆอันนี้สำคัญมากๆห้ามลืม ห้ามหันหลังห้ามตอบถ้ามีคนเรียกแกหลัง

ให้บริการผู้โดยสารจบแล้วแล้วก็ห้ามถามคำถามขึ้นมาลอยๆ มึงต้องเจาะจงไปเลยว่ามึงถามใคร

เช่น มีใครต้องการน้ำเพิ่มมั้ยคะ แค่นี้จำได้มั้ย” มาร์กี้ทำหน้าใส่ฉันแบบจริงจังมากกกก

กริ๊ง!!

“ผู้โดยสารเรียกอีกแล้วลงไปเถอะแล้วอย่าลืมที่ฉันบอก รีบขึ้นมานะ” มาร์กี้กล่าวรอบสุดท้าย

“เค แล้วเจอกันนนนน” ฉันตอบกลับครั้งสุดท้ายก่อนเดินลงมายังห้องพักผู้โดยสาร

“เจ้คิดดีแล้วหรอให้เคทลงไปแบบนี้” กัสกระเทยน้อยเอ่ยปากถามหัวหน้าของเค้า แม้ว่ามาร์กี้จะเป็นหัวหน้า แต่ในชีวิตจริงมาร์กี้ก็คือเพื่อนพวกฉันที่ดีมากๆเลยคนนึง

แม้ในหน้าที่จะโหดไปหน่อยก็ตาม ที่ฉันเข้างานที่สายการบินนี้ได้ก็เป็นเพราะมาร์กี้

เลยส่วนใหญ่ที่ช่วยติวสอบแอร์ให้ฉัน พูดล่ะซึ้งจริงๆ

“ถ้ากูไม่ทำแบบนี้มันจะเชื่อกูมั้ย จำตอนที่มึงมาทำงานวันแรกไม่ได้รึไง มึงก็เป็นเหมือนยัยเคทไม่ใช่หรอ ถ้าวันนั้นกูไม่ให้มึงลองลงไปแบบนี้มึงจะเชื่อกูมั้ย” มาร์กี้ตอบกลับเชิงจริงจังนิดๆ

“โห! เจ้พูดละภาพกูติดตาเลยวะ” กัสพูดขึ้นเชิงตลกนิดๆ

มาร์กี้เป็นคนที่เก่งมากเลยนะสำหรับฉัน ที่ฉันกับกัสเข้ามาเป็นแอร์เป็นสจ๊วตได้นี่ก็เพราะมาร์กี้เนี่ยแหละ มันเริ่มทำงานเป็นแอร์ตั้งแต่เรียนจบเลย  ส่วนกัสก็ตามมาทีหลัง แต่คนขยันแบบมาร์กี้ก็ได้เลื่อนตำแหน่งจนเป็นหัวหน้าลูกเรืออย่างรวดเร็ว ก่อนที่ฉันจะมาเป็นแอร์น่ะฉํนใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยมากกกก เพราะฉันไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะต้องทำงาน จนมันก็มาถึงจุดแปรผันบางอย่างของชีวิตเลยก็ว่าได้ แต่ฉันไม่เคยลืม

คนที่ดึงฉันให้กลับมาจริงจังกับชีวิตและเริ่มหางานทำนั่นก็คือมาร์กี้อีกเช่นกัน ไม่ใช่ฉันไม่เชื่อเรื่องอาถรรพ์อะไรนั้นหรอกนะ เพียงแค่ฉันอยากพิสูจน์กับตาเท่านั้น แต่ฉันก็จะพยายามทำตามที่มาร์กี้บอกทุกอย่างแล้วกัน มั้งนะ…


00:15

กริ๊ง!! นี่คือสัญญาณดีสำหรับฉัน โชคดีที่ผู้โดยสารกดกริ่งเรียกอีกรอบทำให้ฉันรู้ว่าผู้โดยสารคนไหนเรียกฉัน ฉันจะได้ไม่ต้องถามขึ้นมาลอยๆ ตามที่มาร์กี้บอกไว้

ระหว่างทางที่ฉันเดินไปหาผู้โดยสารฉันก็ถึงกับงงว่าทำไม ตอนเครื่องขึ้นผู้โดยสารมีน้อยมาก แต่ตอนนี้กลับ

มีผู้โดยสารนั่งเต็มลำ!! มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง

“ถ้าเจออะไรแปลกๆห้ามทัก” อยู่ๆคำพูดของมาร์กี้ก็ลอยมาดีนะที่ฉันยังไม่ทันพูดอะไรไป

“สวัสดีค่ะต้องการอะไรเพิ่มหรือเปล่าคะ” ฉันเอ่ยปากถามผู้โดยสารที่นั่งอยู่ริมทางเดิน จึงได้รู้ว่าเธอเพียงแค่ต้องการน้ำเท่านั้น ฉันจึงเดินไปหยิบน้ำมาให้ แต่พอเดินถึงที่นั่งอีกรอบ ผู้โดยสารที่ขอน้ำจากฉัน เธอกลับหายไปสะดื้อๆ จากหญิงสาวสูงวัยที่ขอน้ำจากฉัน กลายเป็นผู้โดยสารที่ยังสาวยังสวยนั่งอยู่แทนที่

“เอ่อ! ขอโทษนะคะท่านผู้โดยสาร ผู้โดยสารอีกท่านที่นั่งตรงนี้ไปไหนหรอคะ” ฉันเอ่ยปากถามไป

“ใครหรอคะ ดิฉันเดินทางคนเดียว เมื่อกี้ก็ไม่ได้นั่งอยู่นะคะ ไปเข้าห้องน้ำมา”

ผู้โดยสารตอบกลับฉันแบบมึนงง

“แล้วท่านผู้โดยสารได้กดกริ่งเรียกพนักงานมารึเปล่าค่ะ” ฉันถามเธออีกครั้ง

“ไม่นะคะก่อนหน้านี้ก็หลับตลอด พึ่งตื่นเมื่อกี้แล้วก็ลุกไปเข้าห้องน้ำมาเนี่ยแหละค่ะ” เธอตอบฉัน

“ขอบคุณและขอประทานโทษด้วยค่ะ สงสัยทางเราจะเข้าใจผิด”

ฉันตอบเธอรอบสุดท้ายแล้วรีบเดินออกมา

“เดี๋ยวสิหนู น้ำยังไม่ได้อีกหรอ” อยู่ๆก็มีเสียงที่ฉันคุ้นเคยเรียกฉัน นั่นคือเสียงคุณยายคนที่ขอน้ำฉันนี่

“อย่าหันกลับไป” เสียงของมาร์กี้ดังลั่นมาในสมองฉันอีกครั้ง แล้วฉันควรจะทำยังไงดี หันหรือไม่หัน

“ฉันหิวจนจะตายแล้ว” เสียงคุณยายคนนั้นทำให้ฉันรู้สึกหลอนแปลกๆยังไงไม่รู้ แต่เป็นเสียงที่น่าสงสารมากๆเลยแหละ ฉันว่าฉันหันกลับไปเสริฟน้ำให้คุณยายดีกว่า

“อย่าหัน!!” อยู่ๆก็มีเสียงนิรนามเอยขึ้นตรงหน้าฉัน ให้ตายเถอะฉันแทบจะเป็นลมอยู่ตรงนี้ คนบ้าอะไรทำไมหล่อจังวะ ใส่ชุดสจ๊วตด้วย แต่ทำไมบนห้องพักเราถึงไม่เจอกันนะ

“ไม่ต้องถามอะไร ขึ้นไปบนห้องได้แล้ว ทางนี่ฉันดูแลเอง” เขาตอบฉันด้วยน้ำเสียงที่ปกติมาก แต่ทำไมนะ ฉันกลับใจสั่นกับคำพูดไม่กี่คำของเขาขึ้นมาได้

“นายไม่ขึ้นหรอ ชื่ออะไร ทำไมไม่เคยเห็นหน้า?”

ฉันถามเขาด้วยความอยากรู้และอยากคุยกับเขาไปนานๆ

“เราคีณ เดี๋ยวเราดูแลข้างล่างต่อเองเธอขึ้นไปเถอะ ไม่ต้องถามแล้วนะ ฉันรู้ว่าเธอจะถาม” แหน่ะเขารู้ทันฉัน

“งั้นเราไม่ถามแล้วก็ได้ เราเคทนะ ยินดีที่ได้รู้จัก ไว้เจอกันบนห้องนะ” ฉันตอบกลับแบบเขินเป็นบ้าเลย

“อืม ไม่ต้องลงมาแล้วนะ” เขาตอบฉันครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินขึ้นห้องลูกเรือไป


00:30

“เชี่ยยยยยยยยมึงเป็นอะไรรึเปล่า!!! ทำไมดูลอยๆ” กัสเดินมาเขย่าตัวฉันอย่างรุนแรง

“โว้ยยยย! ไม่ได้เป็นไรโว้ย กูเขินเว้ยไม่ใช่ลอย” ฉันโต้กลับ

“เจออะไรบ้างอะแก โอ้ย! ดีนะที่รอดมาได้” กัสถามฉันแบบลุกลี้ลุกลนอีกครั้ง

“เจอดีเลยกูอะ” ฉันตอบ

“เชี่ยยยยยยยยยย!!!!! ฮื่อออจะร้องไห้ไม่อยากฟัง” กัสทำท่าทางปิดหน้าปิดตา

“กูเจอผู้ชายงานดีโว้ยยยย เป็นสจ๊วตด้วย เขาอยู่ข้างล่างคนเดียวไม่เห็นเป็นไรเลย” ฉันตอบแบบเขอะเขิน

“ห้ะะะ ยังมีสจ๊วตอยู่ข้างล่างอีกอ่อ มึงเจอแค่นั้นอะนะ” กัสยังเซ้าซี้จะเอาคำตอบให้ได้

“ก็เออดิวะแล้วจะให้กูเจออะไรล่ะ” ฉันตอบแล้วปัด

“มึง ทำบุญมาดีวะ” กัสโต้

“มันไม่ใช่ทำบุญมาดีแค่มันทำตามที่กูสั่งไม่เหมือนมึงหรอกอีกัส” มาร์กี้เดินมาจากข้างหลังแล้วพูด

“สรุปพวกมึงหมายถึงอะไร เล่าให้กูฟังได้ยัง” ฉันถาม

“เออกูเล่าล่ะจะได้ไม่เสียเวลา คืองี้เครื่องบินลำนี้เนี่ยเคยตกในไฟท์ที่บินไปประเทศฮรีสอช ที่ตอนนี้เรากำลังจะไปกันนั้นเอง แล้วเครื่องก็ตกในเวลาเที่ยงคืน แต่ที่กูดูข่าว มีผู้โดยสารเค้ารอดออกมาได้1คนในลำเว้ย แล้วเค้าก็เป็นบ้าเสียสติไปเลย แต่ก่อนที่เค้าจะบ้าเค้าก็ให้ข้อมูลว่า..ทุกคนทรมานกันมาก คือเครื่องบินตกทะเล แล้วทุกคนก็โดนขังอยู่ในเครื่องประมาณ1ชม.ในเครื่องมันไม่มีอากาศหายใจไง แล้วคนก็โดนขังอยู่ในเครื่อง น้ำทะเลก็เข้ามาเรื่อยๆ ประตูฉุกเฉินก็เปิดไม่ได้

บางคนก็สติแตกชิงฆ่าตัวตายไปก่อน ฆ่าลูกตัวเองไม่ให้ทรมาณบ้าง คนที่รอดมาได้เค้าก็เห็นภาพที่ทุกคนพยายามฆ่ากันอยู่ในเครื่อง ทุกคนกลายเป็นบ้ากันหมด ก็นี่แหละเรื่องราวแล้วเครื่องบินลำนั้นก็ถูกซ่อมบำรุงมาจนเป็นลำนี้ แล้วก็ให้บินประเทศเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิมแม้กระทั่งเวลา แค่แอร์กับสจ๊วตเท่านั้นที่จะรู้ว่าอาถรรพ์12นาฬิกาคืออะไร กูบอกแล้วว่ายาวอย่าให้เล่า”

ถึงแม้มาร์กี้จะดูเป็นคนที่จริงจังกับทุกเรื่องที่พอถึงเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องงานก็คุยนานตลอด

“แต่กูยังเห็นมีสจ๊วตอยู่ข้างล่างอยู่เลยคนนึง” ฉันพูดขึ้น

“เชี่ยแล้วเจ้ กูว่าใช่” กัสพูดอย่างตกใจ

“มึงจะบ้าอ่อผีอะไรจะหล่อขนาดนั้นวะ แต่..ถึงเป็นผีก็ยอมปะหล่อขนาดนั้นอะ5555” ฉันหลุดขำออกมา

“มึงแน่ใจอ่อว่าใช่คนจริงๆ” มาร์กี้เอ่ยถามด้วยความสงสัย

กริ๊ง!!!!!! กริ๊งงงงงงงงงงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!

อยู่ๆก็มีเสียงเรียกพนักงานดังขึ้นและถี่ขึ้นมาก ข้างล่างเกิดอไรขึ้นนะ มีเหตุฉุกเฉินรึเปล่า

“งั้นกูลงไปดูผู้โดยสารนะ” ฉันกล่าวขึ้น

“นี่มึงบ้าไปแล้วเหรอ เสียงกดกริ่งรัวขนาดนี้ กูว่าไม่ปกติแล้วมึง ละดูเวลาเที่ยงคืนครึ่ง!!เวลานี่ โคตรดุเลย” กัสพูดขึ้น

“มึงอย่ากลัวไปหน่อยเลย กูลงไปแล้วก็บอกว่าไม่มีอะไรยังไม่เชื่ออีก มึงกลัวเกินเหตุไปวะกัส” ฉันเริ่มโมโหนิดๆ

“เออ! มึงอยากจะเป็นพนักงานดีเด่นก็เชิญกูไม่เอาด้วยหรอก อยากลงไปตายก็ไปตายเลย!” กัสเริ่มขึ้นเสียง

“มึง เห็นแก่ตัว! ถ้าผู้โดยสารเป็นไรขึ้นมา ก็รู้ไว้เลยว่าเป็นเพราะมึง” ฉันเริ่มโมโหสุดๆละ

“เออ กูมันคนเห็นแก่ตัว ไม่มีใครเค้าห่วงชีวิตคนอื่นมากกว่าชีวิตตัวเองแบบมึงหรอก!” กัสตะหวาดฉัน

“ถ้ามึงเชื่ออาถรรพ์บ้าๆนี่ กูจะพิสูจน์ให้มึงดูเอง” ฉันพูดละเดินลงไปที่บันไดทันที

“เออดี กูเตือนไม่เคยฟังกูนัก กูขอแช่งให้มึงโดนผีหักคอให้ตายไปเลย!!!” กัสพูดแช่งฉันประโยคสุดท้ายก่อนฉันจะเดินออกจากห้องพักลูกเรือไปยังห้องผู้โดยสาร

“ไอ้เหี้ยกัส เค้าบอกว่าไม่ว่าจะโมโหจะโกรธกันแค่ไหนห้ามแช่ง!” มาร์กี้เริ่มขึ้นเสียงใส่กัส

“ก็กูไม่ได้ตั้งใจปะ มันยั่วโมโหกูเอง” กัสพูดด้วยเสียงแผ่วลง

“มึง มีสติหน่อยดิวะ! ถ้ามันเป็นอะไรไปตามปากมึงนะ!” มาร์กี้ขึ้นเสียงกลับ

“เออๆๆๆๆกูขอโทษกูไม่ได้ตั้งใจ” กัสตอบกลับแบบใจเย็นลง


00:30

กริ๊ง!

นี่เป็นสัญญาณดีรอบที่2ที่ทำให้ฉันได้รับรู้ว่าเสียงที่กดเรียกพนักงานมาจากที่นั่งใด

“สวัสดีค่ะ ต้องการอะไรเพิ่มรึเปล่าคะ” ฉันถามผู้โดยสารตรงหน้าฉัน

“ช่วยฉันหาลูกฉันหน่อย” ผู้โดยสารผู้หญิงหันกลับมาสบตากับฉันอย่างเชื่องช้าและเยือกเย็น

“อ่อ! ได้ค่ะ ลูกคุณลักษณะเป็นยังไงหรอคะ” ฉันถาม

“เป็นเด็กผู้หญิงใส่ชุดสีแดงชอบถือตุ๊กตาเด็กผู้หญิงติดตัว” ผู้โดยสารคนนั้นบอกกับฉัน

“เดี๋ยวทางเราจะช่วยตามหาน้องให้นะคะ น่าจะอยู่แถวนี้แหละค่ะ” ฉันตอบกลับ

แม้มันจะน่ากลัวแต่มันก็คือหน้าที่ แต่ฉันคงหาคนเดียวไม่ได้หรอก จะว่าไปฉันไปบอกคีณให้มาช่วยหาดีกว่า

“ไง” เมื่อฉันนึกถึงเขาๆก็มาอยู่หน้าฉันเฉยเลย

“คือ…” ฉันยังไม่ทันตอบเขาก็พูดแทรกขึ้นมา

“อืม! รู้แล้วหาเด็กใช่มั้ย” คีณพูดตอบฉันราวกับว่าอ่านใจได้ทั้งๆที่ฉันยังไม่ทันบอกเขาเลย

“ชื่อเคทใช่มั้ย เคทเดินตามเรามาละกันนะ ห้ามไปคนเดียว”

บ้าเอ้ยทำไมฉันแทบจะละลายกับคำพูดของเขากัน

“เอ้ย! คีณเมื่อกี้ฉันเห็นอะไรแว๊ปๆสีแดงๆเดินผ่านไปตรงนั้นอะ” ฉันคิดว่านั่นคือเด็กคนที่หายไปแน่ๆ

“อย่าทัก!” คีณหันมาทำหน้าจริงจังใส่ฉันเป็นครั้งแรก

“ไม่ให้ทักแล้วจะรู้ได้ยังไง แยกกันหาดีกว่ามั้ง”

ถึงฉันจะอยากอยู่กับเขามากแค่ไหน แต่ฉันก็อยากรีบหาเด็กให้เจอมากกว่า

“ถ้าจะแยกเธอก็จำสิ่งที่เพื่อนเธอพูดไว้ด้วยแล้วกัน ห้ามลืมละ” คีณพูดเหมือนกับรู้บทสนทนาที่มาร์กี้เตือนฉันทุกอย่างไปสะได้ เขารู้หรอ แล้วเขารู้ได้ยังไง

“เคไม่ลืมหรอกน่า แล้วเจอกันนะคีณ” เมื่อสิ้นเสียงฉันก็เดินแยกออกจากคีณ


00:35

กรี๊ดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!!!

นี่คือเสียงกรี๊ดของฉันเอง  เพราะภาพที่อยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้คือผู้โดยสารปาดคอตาย! นี่มันเกิดอะไรขึ้น!!

“คีณณณณอยู่ไหนช่วยด้วยฮื่อออ” ฉันพูดไปพรางร้องไห้ไปด้วย ภาพนี้คงติดในหัวฉันไปอีกนาน

“เคท!! เกิดอะไรขึ้น” ในเวลาไม่ถึงนาทีคีณก็มาอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว

คีณพาฉันเดินออกจากผู้โดยสารโซนนั้นและพูดกับฉันว่า

“ทีนี้เชื่อเพื่อนเธอรึยัง” คีณถามฉันด้วยน้ำเสียงไม่ตกใจอะไรเลย

“ทำไมนายไม่ตกใจเลย แล้วเชื่อเพื่อนฉัน หมายถึงเรื่องอะไร” ฉันสงสัยมากๆ

“คนนั้นไม่ใช่ผู้โดยสารที่เป็นคนไง” คีณยังคงทำน้ำเสียงแบบไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

“หมายความว่าอะไร!” ฉันเริ่มกลัวเข้าจริงๆละนะ

“อาถรรพ์12กับเรื่องเที่ยวบินผี มันคือเรื่องจริง” คีณบอกฉัน

“ช่วยด้วย” อยู่ๆก็มีเสียงบางอย่างพูดขึ้น

“กรี๊ดดดดดดด” ฉันรับไม่ได้กับภาพที่เห็น เธอคือผู้หญิงที่ปาดคอตายเมื่อกี้ แต่เธอมาหาฉันในสภาพที่คานมา

“ฮื่อออออคีณฉันไม่ไหวแล้ว” ฉันร้องไห้ออกมาสะดื้อๆ

“คุณต้องการอะไร” คีณตอบกลับด้วยน้ำเสียงเนิบๆ

“แฟนฉันหายไปนานแล้วยังไม่กลับมาเลย” น้ำเสียงสุดหลอนตอบกลับมาทำเอาฉันแทบจะเสียสติไปตรงนั้น

“โว้ย!!จะให้หาอะไรกันนักกันหนา เมื่อกี้ก็ให้หาลูก ตอนนี้ให้หาแฟน โว้ยยยย!!! ไม่ไหวแล้วววว”

ฉันตอบกลับเสียงบ้านั้นไปอย่างสติแตก จะให้หาอะไรกันนักหนาฉันไม่ใช่ที่ตามหาคนหายนะ

“เคทใจเย็นก่อน อยากจบเรื่องนี้กับฉันมั้ย” ตั้งแต่ผมอยู่ที่นี่มาไม่ว่าจะเจอแอร์กี่คนต่อกี่คน พูดเลยว่าเธอคือคนที่กล้าที่สุดที่จะเถียงกับผี และก็ยึดความถูกต้องในหน้าที่

“เราจะจบเรื่องนี้กันได้ยังไง” เคทถามคีณด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“แค่บริการให้จบทุกอย่างก็จะจบ” คีณผู้ไม่เคยกลัวอะไรตอบกลับฉัน

“ถ้าแค่นั้นฉันก็จะทำ แล้วเรามาจบเรื่องนี้ด้วยกัน” ฉันตอบกลับอย่างไม่รีรอ อยากให้ฉันหาแฟนหาลูกให้กันใช่มั้ย ได้!! ฉันจะหาให้

“งั้นคราวนี้เราไม่ต้องแยกกันแล้วกัน” คีณบอกให้ฉันรู้

แฮร่!!!!!!

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด!!!!”

เสียงกรี๊ดของฉันเริ่มทำงานอีกครั้ง เมื่อมีเด็กโผล่มาจากห้องครัวด้วยสภาพที่… ไม่มีหัว!!!!!!

“พี่จ๋าหาหัวให้หนูหน่อย” ฮื่ออออไม่มีหัวแต่พูดกับฉันเนี่ยนะ ไม่ไหวแล้วว

“เชี้ยยยย ไปหาแม่ก่อนมั้ย แม่รอหนูนานแล้วนะ” ฉันไม่ไหวจะเคลียจริงๆ

“กูไม่ไป!! หาหัวให้กูก่อน!!” เอ้ยยยยเสียงน้องอย่างหลอนแถมขึ้นเสียงใส่อีก

“โอเค แล้วจะให้พี่ไปหาที่ไหน” คีณเอ่ยปากขึ้นทันที

“ให้พี่ผู้หญิงอุ้มหนูไปสิ แล้วจะบอกทาง”

เอ้ยยยยยย!!! เด็กเวร!!! ฉันเกลียดเด็กขึ้นมาก็วันนี้แหละ จะให้อุ้มเด็กที่ไม่มีหัว บ้าไปแล้ว!!

“มากไปละนะ” คีณตอบกลับ

“ไม่มากไปกับที่พวกมันเคยทำไว้หรอก!!” บ้าเอ้ย!ละกูเคยไปทำไรให้อะะ

“พี่คนนี้เค้าไม่เคยไปทำไรให้ ทำไมต้องมาหลอกกันด้วย”

คีณพูดปกป้องฉันกับไอ้ผีเด็กบ้านั้น หล่อชะมัด

“แอร์ทุกคนมันก็เห็นแก่ตัวทั้งนั้น!!”

โหน้องเสียงเหมือนโกรธใครมาก็ไม่รู้ ฉันยอมก็ได้วะ เพื่อจบเรื่องนี้

“เออๆๆ ยอมและอุ้มก็อุ้ม ฮื่อออ” ฉันยอมอุ้มผีเด็กนี่ที่ไม่มีหัว มันเป็นอะไรที่แย่ที่สุดในชีวิตแล้ว

“อดทนหน่อยนะเคท เดี๋ยวมันก็จบแล้ว” คีณบอกฉัน ทำให้หัวใจฉันพองโตขึ้นมาเลยทีเดียว

“ถ้าเราทำสำเร็จ เราขออะไรคีณอย่างได้มั้ย” ฉันไม่รีรอที่จะพูดความคิดฉันออกไป

“อะไรหรอ” คีณถาม

“เราขอจีบคีณได้มั้ย” แน่นอนฉันไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน และคงไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปง่ายๆ

“จะจีบกันอีกนานมั้ย กูจะเอาหัวกู!” ผีเด็กนรกพูดขัดจังหวะขึ้นมา

“อืมม! แล้วแต่เธอ” อย่างนี้ก็แปลว่าคีณตอบตกลงนะสิ!

ฉันจะต้องปิดตำนานนี้ให้ได้!


เวลาเดินมาเรื่อยๆ เด็กนรกก็คอยบอกทางตลอด จะว่าไปก็น่าสงสารน้องเหมือนกัน แต่ฉันก็กลัวเป็นมั้ยละ

“เปิดเลยล็อคเกอร์นี้แหละ” ในที่สุดดดก็จะเจอหัวมันสักที แต่ว่า.. ฉันก็ไม่อยากเห็น!!

“เดี๋ยวเราเปิดเอง” คีณบอกกับผีเด็ก

“ไม่ได้ต้องให้มันเปิดเท่านั้น” ผีเด็กพูดใส่ฉัน ต้องการอะไรจากฉันนักหนาวะ

นับ1 2 3 !! พึ่บบบบ!!!!!!!!

เมื่อฉันเปิดกับที่เก็บสัมภาระด้านบนก็พบกับหัวของผีเด็กนั้นจริงๆ มันเป็นภาพที่ผ่านเข้ามาเพียงแค่

แปปเดียวเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นฉันก็สลบไปเลย ฉันตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบกับคีณที่คอยดูแลฉันเป็นอย่างดี

“ไหวมั้ย สู้อีกหน่อยนะเคท เดี๋ยวมันก็จบแล้ว” ประโยคแรกของคีณทำเอาฉันลืมเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นไปเลย


00:45

ตะเรงงงงงตะเรงเตรงงงเตรงๆๆๆๆๆๆ!!!!

อยู่ๆก็มีเสียงดนตรีไทยดังขึ้น งงงนี่เครื่องบินหรืออะไรวะมีดนตรีไทยด้วย ฉันกับคีณจึงรีบวิ่งไปดูตามเสียง

“แค่กๆ ปล่อยฉันนะ” อยู่ๆก็มีผู้หญิงใส่ชุดไทยเดินรำเข้ามาจนจะประชิดตัวฉัน แล้วก็มาบีบคอฉัน

“55555555 มาตายแทนฉันหน่อยนะ ฉันอยากไปเกิดแล้ว” เสียงหัวเราะอันน่าสยดสยองพูดกับฉันที่กำลังถูกบีบคออย่างแรง

“ฉันรอวันนี้มานาน วันที่ฉันจะได้มีสิทธิหาตัวตายตัวแทนของฉันสักที55555” เธอพูดกับฉันพร้อมกับมือที่บีบคอฉันแรงขึ้นเรื่อยๆ

“ฉันอยากจะขอบคุณเพื่อนแกจริงๆเลยนะที่แช่งแก555555 แกได้โดนหักคอสมพรปากแน่” ผีนางรำพูดไปพร้อมกับจับคอฉันเอียงไปมา อย่าบอกนะว่าฉันจะต้องตายแล้วจริงๆ คีณช่วยฉันด้วย

“คะ..คีณ…. แค่กๆ” ฉันไม่มีแรงที่จะเรียกคีณแล้ว ช่วยด้วยคีณ

สิ่งที่ฉันได้รับกลับมาคีณกลับยืนมองฉันด้วยน้ำตา เขาจะร้องไห้ใส่ฉันทำไม ทำไมไม่มาช่วยฉัน

“ไอ้เชี้ยเคท!!!!!” นี่คือเสียงของมาร์กี้และกัส พวกมันลงมาช่วยฉัน

สิ่งที่ฉันแปลกใจก็คือ ทำไมมาร์กี้กับกัสถึงเดินผ่านตัวคีณได้ ด้วยแรงบีบคอของผีนางรำนั่น ทำเอาฉันแทบตาย

ภาพทุกอย่างมันเบลอไปหมด

“ออกไปจากเพื่อนกู!!!” กัสพูดแล้วสวดมนต์ สวดคาถาอะไรก็ไม่รู้ ฉันจะไม่ไหวแล้ว



00:55

ฉันตื่นขึ้นมาอีกทีบนห้องพักลูกเรือแล้ว ภาพทุกอย่างฉันยังจำมันได้เสมอ ฉันจำทุกคำพูดที่คีณพูดกับฉันได้

ฉันมองไปรอบๆแล้วคีณอยู่ที่ไหน ทำไมเขาไม่ขึ้นมา หรือเขาเป็นอะไรไป

“มึงกูจะลงไปช่วยคีณ” ฉันพูดพร้อมกับลุกขึ้นทันที

“คีณ??? มึงหมายถึงสจ๊วตที่มึงเล่าใหฟังอะนะ” มาร์กี้ถาม

“ใช่ เขาชื่อคีณ” ฉันรีบตอบและรีบจะลงไปข้างล่าง

“พี่คีณไม่ใช่คน!” มาร์กี้บอกกับฉันแล้วยกมือไหว้

“เป็นไปไม่ได้ ตอนที่ฉันอยู่ข้างล่างเขาอยู่กับฉันตลอด” ฉันโต้กลับ

“นี่คงเป็นอีกเรื่องที่แกยังไม่รู้เคท” มาร์กี้บอกฉัน

“พี่คีณเป็นสจ๊วตที่เสียชีวิตในเที่ยวบินนี้ พี่แกเป็นพนักงานเพียงคนเดียวที่ช่วยเหลือผู้โดยสาร ส่วนแอร์หรือสจ๊วตคนอื่น ชิงหนีเอาตัวรอดไม่ก็ชิงตายไปก่อนบ้าง มีพี่คีณเนี่ยแหละที่ช่วยผู้โดยสารคนนั้นรอดมาได้คนที่กูเคยเล่าให้ฟัง เขาช่วยผู้โดยสารจนตัวเองตาย แต่ตอนที่กัสมาทำงานใหม่ๆแล้วมันลงไปแบบแก ก็มีพี่คีณนี่แหละที่คอยช่วยมัน” สิ่งที่มาร์กี้เล่าทำเอาฉันเข่าแทบทรุด ฉันตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็น แถมยังไปขอจีบเขาอีก ทำไมกัน ฉันไม่อยากเสียเขาไปเลย แต่อยู่ๆก็มีคำพูดของคนๆนึงลอยมา

“มาร์กี้ กัส พวกเราต้องลงไปบริการผู้โดยสาร เดี๋ยวนี้!!” ฉันพูดขึ้น

“บ้าแกอีก5นาทีก็จะตี1แล้วทุกอย่างจะกลับมาปกติแล้ว” กัสพูดขึ้น

“เราต้องบริการให้จบ แล้วทุกอย่างจะจบ จะไม่มีอาถรรพ์นี้อีก พี่คีณบอกฉัน” ฉันพูด

“ถ้าพวกแกไม่ไป ฉันไปเอง”

“ฉันก็อยากจบเรื่องนี้เหมือนกัน ไปกันเถอะ อีกแค่5นาที ทำให้ดีที่สุดก็พอ” มาร์กี้ร่วมด้วย

“เออเอาวะ ลุยกันสักตั้ง” กัสเสริม


สุดท้าย พวกเราก็ลงไปบริการผู้โดยสารที่ไม่ใช่คนแต่เป็นสิ่งลี้ลับฉันเชื่อว่าถ้าพวกเราบริการให้ดีที่สุดมันคงเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะชดเชยให้วิญญาณเหล่านี้ได้ไปสู่สุคติได้ ฉันจะทำทุกอย่างให้เหมือนกับว่าพวกเค้าคือคนที่มีเลือดเนื้อมีหัวใจเหมือนกับคนทั่วไป ฉันหวังว่าฉันจะใช้เวลา5นาทีนี้เพื่อส่งผู้โดยสารทั้งลำไปที่ชอบที่ชอบ สำหรับพวกเขาได้ รวมถึงพี่คีณอีกด้วย ขอบคุณที่มาช่วยฉันนะ.. ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่พวกฉันทำมันจะสามารถปิดเรื่องอาถรรพ์12และเที่ยวบินแสนเฮี้ยนนี้ได้หรือไม่ แต่ฉันจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด..







ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Sssskhws จากทั้งหมด 1 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัพเดท

  • ระทึกขวัญ / ผี

    เรื่องสั้น

    0/19

    13

    0%

    28 ก.พ. 62

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

13 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 09:51
    สนุกดีค่ะ ชอบ
    #13
    0
  2. #12 โอ้เย่
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 08:01

    เนื้อเรื่องสนุกแล้วก็น่าติดตามมากๆเลยค่ะ

    #12
    0
  3. #11 คนสวยครับ
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:44

    เวรี่กู้ดเวลดันครับ

    สนุกดีนะครับ

    จะรอผลงานอื่นๆนะครับ

    #11
    0
  4. #10 ละโล้
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:37

    เก่งมากเลยค่ะะะ แต่งต่อไปนะคะ

    #10
    0
  5. #9 Ap eiei
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:25

    สนุกมากๆ โครงเรื่องและเนื้อเรื่องดีมากๆ

    #9
    0
  6. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:24

    ตอนจบ จบได้ดีมากครับ

    #8
    0
  7. #7 .Bp
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:03

    สนุกมากค่ะแต่งบ่อยๆนะคะ

    #7
    0
  8. #6 Rachatuk
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:01

    เวรี๊กุ๊ดจ้า


    #6
    0
  9. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:56
    มีเพื่อนส่งมาให้อ่านครับบอกหลอน หลอนจริงอย่างที่ว่าเลยครับ5555555 ระเเวงหลังเลยผมเนี่ย😫
    #5
    0
  10. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:53

    เธอทำให้ฉันหลอนนน ไม่กล้านอนเลย ฮืออออ

    #4
    0
  11. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:52

    สนุกมากเลยค่ะ ลุ้นน่าติดตามมากๆ แล้วก็พีคมากๆด้วยในตอนจบ

    #3
    0
  12. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:50

    เนื้อเรื่องดีมากๆค่ะ สนุกมาก

    #2
    0
  13. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:42

    คือดีมากกกกอะ แต่ว่าเรื่องผี ทำไมมันตลกจรังคร๊ะhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-10.png

    #1
    0