คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

[Yaoi] REVERSED ปลายศรธนูเพลิง

ตอนที่ 19 : ตอนที่ 19 การแลกเปลี่ยน


     อัพเดท 10 พ.ย. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/นิยายวาย
Tags: yaoi, boy's love, สงคราม, ภูต, กองทัพ, ขุนพล
ผู้แต่ง : Khaosap ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Khaosap
My.iD: https://my.dek-d.com/khaosap
< Review/Vote > Rating : 73% [ 14 mem(s) ]
This month views : 86 Overall : 28,374
509 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 986 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
[Yaoi] REVERSED ปลายศรธนูเพลิง ตอนที่ 19 : ตอนที่ 19 การแลกเปลี่ยน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 893 , โพส : 5 , Rating : 33% / 6 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


เซนเรสลืมตาขึ้นมาอีกครั้งบนเตียงกว้างสี่เสาที่ตกแต่งด้วยผ้าม่านสีขาวเนื้อดี แสงสีส้มของดวงอาทิตย์ที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาบอกได้ว่านี่เป็นเวลาพลบค่ำ ร่างโปร่งขยับกายเล็กน้อยอย่างรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวนัก "…" ภูตหนุ่มถอนใจยาวขณะยันกายขึ้นลุกแต่ก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อความเจ็บปวดแล่นปราดขึ้นมาจากเบื้องล่าง และแขนข้างหนึ่งของวิกเตอร์โอบกอดรอบเอวของเขาเอาไว้ทำให้คนที่เพิ่งตื่นยอมเอนกายลงอีกครั้งหลังจากคิดได้ว่าขยับไปก็คงจะไม่ช่วยอะไรอยู่ดี

แต่ป่านนี้กองทัพคงหาตัวพวกเขากันวุ่นวายเป็นแน่...

ด้วยตำแหน่งของผู้นำทัพเวหาและองครักษ์มือขวาของกษัตริย์ทำให้เซนเรสนึกอยากฝืนลุกไปเสียตอนนี้ แม้จะรู้ดีว่าตัวเองคงเดินไปเองไม่ไหวแน่ และระยะทางจากคฤหาสน์ลอว์เรนโซถึงพระราชวังแห่งไอย์ชวลก็ดูจะยาวไกลเหลือเกิน "จะรีบร้อนไปไหนนักนะ" เสียงทุ้มงัวเงียของวิกเตอร์ดังขึ้นพร้อมกับแขนแกร่งที่กระชับกอดแน่นขึ้นอีก "พักผ่อนบ้างเถอะ เจ้าน่ะ"

"ข้ายังตรวจทัพไม่เสร็จ" เซนเรสสวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงราบเรียบและไม่บ่งบอกอารมณ์เช่นเคย แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการขัดขืนหรือว่าฝืนดื้ออะไร "เจ้าเองก็เช่นกัน"จริงอยู่ว่าวิกเตอร์พาเขามาที่นี่เพื่อมอบธนูที่จะใช้ในสงครามให้ แต่นี่ก็คงเป็นเวลาที่พวกเขาจะเดินทางกลับที่พักได้แล้ว ไม่อย่างนั้นอาจทำให้คนอื่นๆเป็นห่วงเอาได้

"ข้าฝากเรียฟเอาไว้แล้ว" ร่างสูงตอบอย่างเกียจคร้าน "งานเจ้าไม่มีอะไรคั่งค้างนอกจากตัวเจ้าที่ยังไม่ได้วัดเกราะ" คนฟังเม้มปากเล็กน้อยอย่างไม่รู้จะโต้เถียงอะไรเพราะสิ่งที่วิกเตอร์พูดมาเป็นความจริงไม่ผิดเพี้ยน เขาจะโกหกท่านองครักษ์มือขวาได้อย่างไรกันเล่า ในเมื่อฝ่ายนั้นเป็นคนอ่านรายงานการเตรียมทัพทุกฉบับและทุกตัวอักษร เซนเรสเริ่มรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าวิกเตอร์ก็ตอนนี้ เพราะฝ่ายนั้นรู้แทบทุกเรื่องของเขา แต่เขาแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับวิกเตอร์เลย

อันที่จริงจะเรียกว่าเขาไม่ได้สนใจเสียมากกว่า

นี่อาจเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของวิกเตอร์ก็เป็นได้... ความใส่ใจและลำเอียดอ่อนของฝ่ายนั้น

"เซนเรส..." องครักษ์หนุ่มเรียกซ้ำ "อย่าเพิ่งหนีข้าไปในตอนนี้ได้ไหม"

วงแขนแกร่งขยับกระชับกอดแน่นแทนคำสั่งห้ามไม่ให้ร่างโปร่งลุกหนี และด้วยกำลังที่มีอยู่ในตอนนี้ เซนเรสก็ฉลาดพอที่จะยินยอมไปเสียดีกว่า "เจ้ามันอ่อนแอ..." แม้วิกเตอร์จะรู้สึกยินดีที่ร่างโปร่งเปิดปากพูดอะไรมากขึ้นแต่ก็อดไม่ได้ที่จะเสียใจลึกๆที่ฝ่ายนั้นเอาแต่ก่นด่าและไม่เคยชื่นชม

"ข้าแข็งแกร่งในแง่มุมของข้า"

"…"

วิกเตอร์หลับตาลงและยอมต่อล้อต่อเถียงด้วยสักพักอย่างนึกสนุก "เจ้าก็อ่อนแอในแง่มุมของเจ้า"

"ข้าอ่อนแอตรงไหนกัน..." คนที่ไม่ยอมรับคำตำหนิถามกลับแทบจะในทันทีที่จบประโยค ถึงแม้ว่าเซนเรสจะยอมนอนลงตามเดิมแล้วแต่ฝ่ายนั้นก็หันมาจ้องคนที่อยู่ข้างๆเขม็งราวกับคาดคั้นคำตอบและข่มขู่ว่าหากพูดจาไม่เข้าหูขึ้นมาก็พร้อมจะลงไม้ลงมือ

"ข้าเกรงว่าไม่พูดเสียจะดีกว่า"

"วิกโทเรียส" นานสักครั้งที่เซนเรสจะยอมเรียกชื่อคู่สนทนา และนานมากเสียด้วยกว่าจะยอมเรียกชื่อเต็ม แต่น้ำเสียงข่มขู่ของร่างโปร่งทำให้องครักษ์มือขวารู้สึกเอ็นดูมากกว่าจะหวั่นเกรง นัยน์ที่ดุดันยังคงคาดคั้นคำตอบอย่างไม่ลดละ แม้คู่สนทนาดูจะสนใจนอนมากกว่าจะทำสงครามประสาทถึงแม้จะเป็นคนเริ่มต้นเองก็ตามที "ถ้าไม่มีอะไรจะพูด ข้าก็จะไปล่ะ..." ด้วยนิสัยดื้อรั้นทำให้ร่างโปร่งดึงดันขืนตัวออกจากอ้อมกอดโดยใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างยันอกกว้างออกเต็มแรง

"เซนเรส... อย่าดื้อนักได้ไหม"

ภูตที่มีเชื้อสายเอลฟ์มักจะมีพละกำลังมากกว่าภูตแท้โดยทั่วไป เพียงแค่วิกเตอร์ลุกขึ้นนั่งและคว้าข้อมือบางทั้งสองข้างเอาไว้ก็มากพอที่จะทำให้เซนเรสต้องเซเสียหลักล้มลงนอนเสียเอง

พั่บ!…

แต่สิ่งหนึ่งที่วิกเตอร์คาดไม่ถึงนั่นก็คือเรื่องปีก เมื่อจู่ๆร่างโปร่งก็กางปีกกว้างออกมาและกระพืออย่างแรงจนม่านขาวบางที่ห้อยรยางค์ต้องไหวปลิว ขนนกสีแดงหลุดร่วงลงบนพื้นเล็กน้อยและอึดใจต่อมาวิกเตอร์ก็พบว่าตัวเขาเองแทบจะถูกดึงจนลอยขึ้นหากไม่คว้าเอาเสาเตียงไว้ก่อน

...นี่เขากำลังเล่นกับผู้นำทัพเวหานี่นะ

เซนเรสบิดดึงข้อมือตนจนอุ้งมือที่กำแน่นขาวซีดไร้สีเลือด "ปล่อย…" ไม่รู้ว่าเป็นการขมขู่ทีเล่นหรือทีจริงกันแน่ แต่ทั้งวิกเตอร์ทั้งเซนเรสก็เริ่มสงสัยว่าพวกเขาจะมีปากเสียงกันอีกครั้งด้วยความหยอกเล่นๆของวิกเตอร์หรือ นี่เซนเรสขี้โมโหง่ายขนาดนั้นเชียว

"เซนเรส..."

ปีกใหญ่สะบัดอีกครั้งและครั้งนี้ก็สามารถดึงข้อมือให้หลุดจากพันธนาการได้ เซนเรสถอยลงยืนบนพื้นอีกมุมห้องทว่ายังไม่หุบปีก ดวงตาสีแดงมองไปที่หน้าต่างข้างเตียงหมายจะใช้เป็นทางหลบหนีกลับไปยังพระราชวัง แต่วิกเตอร์ก็ยืนขวางอยู่อย่างรู้ทันและไม่ยอมลงให้ง่ายๆเหมือนแต่ก่อน "เฮ้อ…" ชายหนุ่มถอนใจ "ข้าจะได้มีวันพูดคุยกับเจ้าดีๆบ้างไหมนะ" วิกเตอร์ยอมรับว่าตัวเองรู้สึกท้อแท้ จนไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรหรือทำอย่างไร

"ทำไมถึงต้องโมโหใส่ข้าตลอดเวลาแบบนั้น คิดว่าข้าชอบฟังน้ำเสียงแบบนี้ของเจ้าหรือไร"

"..." 

ร่างโปร่งเม้มปากนิด เขาพยายามคิดหาคำพูดที่ไม่แฝงด้วยอารมณ์ตอบโต้กับวิกเตอร์ เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงกลายเป็นคนที่ขี้โมโห ขี้หงุดหงิดและควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้แบบนี้ เซนเรสก้มหน้าลงเล็กน้อยด้วยความรู้สึกผิดแต่ก็ไม่อยากออกปากขอโทษ

เพราะเขาไม่ใช่ฝ่ายผิด วิกเตอร์เองต่างหากที่ยั่วโมโหเขา

"…ใส่เสื้อผ้าก่อนเถอะ"

องครักษ์หนุ่มกล่าวต่ออย่างประนีประนอมและหยิบผ้าผืนหนึ่งมาคลุมตัวเซนเรสเอาไว้และนั่นทำให้ร่างโปร่งเพิ่งสังเกตเห็นว่าตัวเขาที่ไม่มีอะไรปกปิดสักชิ้น "อะ…" แก้มขาวทั้งสองข้างขึ้นริ้วสีจางด้วยความรู้สึกเคอะเขินปนอับอาย ปีกที่ยังกางค้างไว้ขยับเข้ามาป้องปิดร่างกายขาว มือทั้งสองข้างรับผ้ามาพันกระชับตัวเองและเริ่มมองหาเสื้อผ้าซึ่งพาดอยู่บนโซฟาที่มุมหนึ่งในห้องนอน

"หุบปีกเสียแล้วก็ไปแต่งตัวดีๆ

วิกเตอร์เปลี่ยน้ำเสียงเล็กน้อยเป็นเชิงออกคำสั่งและแน่นอนว่าเซนเรสย่อมไม่ปฏิบัติตาม "ข้าอยากอาบน้ำ"

"อย่างไรก็ต้องหุบปีกก่อนนะ" ร่างสูงกอดอกมอง "แต่ถ้าเจ้าสัญญาว่าจะไม่บินหนีข้ากลับไปที่พระราชวัง... ข้าจะพาเจ้าไปอาบน้ำที่น้ำตกโอเดสซาร์" ทีแรกวิกเตอร์ลังเลอยู่ว่าควรจะพูดเช่นไรเพื่อจะรั้งเซนเรสไว้ จนนึกถึงเรื่องน้ำตกโอเดสซาร์ขึ้นมาได้ "น้ำที่ไหลมาจากน้ำตกโอเดสซาร์เป็นน้ำบริสุทธิ์ เจ้าอาจจะใช้มันชำระล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ตามขนปีกของเจ้าได้" เมื่อได้ยินเรื่องที่มีสาระ เซนเรสก็พอจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างจึงยอมหยุดฟังและพักความคิดที่จะบินกลับไว้ชั่วคราว

"ตอนนี้..."

"ก็ตอนนี้น่ะสิ เจ้าคงไม่รอถึงเช้าแล้วค่อยไปอาบหรอกกระมัง มันเสียเวลาทำงานของเจ้าไม่ใช่หรือไร" วิกเตอร์ย้อนถามพร้อมกับหัวเราะในลำคอ เขาเดาได้ว่าเซนเรสตอบตกลงจึงได้เดินไปดึงสายกระดิ่งเส้นยาวซึ่งใช้เรียกพ่อบ้านทีหนึ่ง "ตอนนี้หุบปีกก่อนก็ได้นะ" และในที่สุดเซนเรสก็ยอมพับปีกสีแดงขนาดใหญ่ของตนลงและเก็บลงไปใต้ผิวหนังตามเดิม

พ่อบ้านเข้ามาเคาะประตูห้องหลังจากนั้นและสนทนากับวิกเตอร์เป็นภาษาเอลฟ์อย่างเคยก่อนจะรับคำสั่งของเจ้านายด้วยการนำผ้าเช็ดตัวและเสื้อคลุมอาบน้ำมาให้สองชุด "ไปเถอะ ถ้ายิ่งดึกน้ำจะยิ่งเย็น เดี๋ยวจะข้อแข็งจนหุบปีกไม่ลงเข้า" วิกเตอร์หัวเราะร่วนแล้วเดินนำออกจากห้องโดยคลี่เสื้อคลุมอาบน้ำตัวหนึ่งคลุมบ่าเซนเรสเอาไว้

"ข้าได้ยินมาว่าคฤหาสน์ฟอเรนเธียนของท่านหญิงฟอลลีนมีสระน้ำที่มีกลไกสามารถดึงน้ำจากน้ำตกโอเดสซาร์เข้าไปได้และกลายเป็นสระน้ำอุ่นเสียด้วย แต่ข้าก็ไม่เคยเห็นหรอกนะ ที่แห่งนั้นถูกปิดไว้นานแล้วนับตั้งแต่ข้าจำความได้" หากเอ่ยชื่อฟอลลีนขึ้นมา เซนเรสก็ดูจะสนใจมากขึ้นทุกครั้ง ดูเหมือนว่าแม่ทัพสาวจะเป็นยอดนางในดวงใจของผู้นำทัพเวหาเสียแล้ว นั่นทำให้วิกเตอร์อดสงสัยไม่ได้ว่าเขากำลังส่งเสริมให้เซนเรสหลงใหลได้ปลื้มท่านหญิงมากขึ้นหรือเปล่า

"…พูดเรื่องของเจ้าบ้าง"

เซนเรสพึมพำก่อนจะเหลือบตาขึ้นสบกับคู่สนทนาที่เดินอยู่ข้างๆ "เรื่องของท่านหญิงข้าได้ยินมาเยอะแล้ว"

วิกเตอร์ทอดยิ้มออกมาจางๆเมื่อได้ยินดังนั้น "แล้วเจ้าอยากรู้เรื่องอะไรของข้าล่ะ"

"อะไรก็ได้" คำตอบของเซนเรสเป็นไปตามคาดสำหรับคนที่พูดน้อยและไม่รู้จะพูดอะไรทำให้คนฟังถอนใจเบาๆและเริ่มนึกว่าจะมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับตัวเขาที่น่าสนใจและไม่ทำให้เซนเรสโมโหเสียก่อน "เรื่องพี่สาวเจ้าก็ได้" ร่างโปร่งพูดต่อเสียงเรียบและเบาเสียจนแทบไม่ได้ยิน "วิกตอเรียน่ะ"

"เจ้านี่ชอบสาวๆนะ" องครักษ์หนุ่มหัวเราะร่วน "เจ้าว่านางสวยไหมล่ะ"

คำถามที่เซนเรสคาดไม่ถึงโพล่งออกมาและดูจะเป็นการเปลี่ยนอารมณ์การสนทนาทั้งหมด ผู้นำทัพเวหากระพริบตาถี่อยู่ครู่หนึ่งด้วยความงุนงงก่อนจะอ้าปากตอบคำถาม "ก็สวย... แต่ท่านหญิงสวยกว่า" วิกเตอร์หัวเราะกับคำตอบเบาๆและพาอีกฝ่ายเดินผ่านถนนเล็กๆตรงไปยังน้ำตกโอเดสซาร์ที่อยู่ไม่ไกลนัก

"ท่านหญิงฟอลลีนน่ะ... ได้รับสมญาว่าเป็นสตรีที่งามที่สุดในแผ่นดิน คงไม่มีใครสวยเกินแล้วกระมัง"

แม้เซนเรสจะออกปากว่าให้วิกเตอร์พูดเรื่องของตัวเองบ้าง แต่ดูเหมือนว่าประเด็นสนทนาจะวกกลับมาที่ท่านหญิงอยู่ดี "นางเหมือนเจ้า" เซนเรสว่า "ตรงไปตรงมาแบบเจ้า" ภูตหนุ่มคงหมายถึงวิกตอเรีย วิกเตอร์จำได้ว่าพี่สาวของเขาเคยเข้ามาดูแลเซนเรสอยู่พักหนึ่งในช่วงที่วิกเตอร์ไม่อยู่ และเขาก็เดานิสัยของนางพยาบาลคนนั้นออกว่านางรับมืออย่างไรกับคนดื้อรั้นหัวชนฝาและปฏิเสธโลกแบบนี้

"นางอาจจะตรงไปตรงมามากกว่าข้า" วิกเตอร์ยิ้มตอบ "และประนีประนอมได้มากกว่าข้า"

"ผู้หญิงนี่นะ..." มุมปากบางของเซนเรสยักขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็กน้อยเมื่อนึกถึงฟลอร์ดาอีกครั้ง "ภรรยาข้าก็เป็นแบบนั้น" น้ำเสียงที่เบาอยู่แล้วยิ่งเบาลงอีกเมื่อเอ่ยถึงสตรีที่ล่วงลับ "แต่คงเพราะนางประนีประนอมมากเกินไป ทำให้ข้ามองผ่านคุณค่าของนาง"

"ถ้ามันเป็นเรื่องที่ทำให้เจ้าไม่สบายใจ เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องเล่าก็ได้

วิกเตอร์รีบตัดบท องครักษ์หนุ่มรู้ดีว่าตัวเองไม่ใจกว้างพอที่จะรับฟังเรื่องราวของภรรยาที่ตายไปแล้วของเซนเรสได้ และตัวคนเล่าเองก็คงจะหดหู่ไปด้วย ดังนั้นเขาจึงควรปล่อยให้มันเป็นอดีตที่ถูกลืมไปเสียจะดีกว่า แม้จะรู้ว่าเซนเรสอาจจะไม่มีวันลืมเลยก็ตาม

"...เจ้าเองก็ไม่สบายใจที่ข้าพูดถึง"

องครักษ์มือขวาเหลือบมองคนพูดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าเบา "ข้าไม่ใจกว้างขนาดนั้น และการอิจฉาผู้หญิงคงไม่ใช่เรื่องดีนักสำหรับองครักษ์อย่างข้า" มือใหญ่เอื้อมไปกอบกุมมือของอีกฝ่ายไว้แล้วพาเดินไปที่บ่อกว้างที่เป็นเสมือนจุดพักน้ำหลังจากตกลงมาจากที่สูง "อย่าทำให้ข้าริษยาคนที่ได้หัวใจเจ้าไปเลย..."

"…"

ระหว่างพวกเขาคงมีเส้นบางๆกั้นอยู่...

เซนเรสเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงไม่สามารถวางตัวเป็นคนรักของวิกเตอร์ได้ อันที่จริงเขาไม่เข้าใจเลยว่าตัวเองกำลังวางตัวเป็นอะไรกับภูตหนุ่ม หากพูดว่าเป็นเพื่อนร่วมงานก็คงจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ไม่กินเส้นกันสักเท่าไหร่ แต่จะเรียกว่าเป็นคนรักก็คงไม่ได้เช่นกัน เพราะหากใครต่อใครเข้ามาถามเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับวิกเตอร์เซนเรสก็คงจะพูดไม่ออกว่าเป็นคนรัก และคงพูดไม่ได้อีกเช่นกันว่าเป็นเพียงคู่นอน

จริงแล้วเขาวางตัวอย่างไรกับวิกเตอร์กันแน่

 

 

นับวันเรียฟยิ่งรู้สึกว่าเขาไม่ได้มีตำแหน่งเป็นองครักษ์ฝ่ายซ้าย...

แต่เป็นพี่เลี้ยงเด็ก

เพราะนอกจากวิกเตอร์จะฝากงานไว้ที่เขาและพาเซนเรสออกไปนอกเขตพระราชวังดื้อๆแล้ว คูแรนน์ยังทำตัวเป็นเด็กเกเรหายหัวไปจากกองทัพบ่อยๆอีกด้วย โชคดีที่งานของวิกเตอร์ไม่มีอะไรซับซ้อนยุ่งยากเพราะเจ้าตัวจัดการเรียบร้อยแล้ว แต่เห็นทีว่างานตามหาตัวผู้นำทัพปราการจะเป็นเรื่องวุ่นวายมากกว่าเสียอีก คูแรนน์ไม่เคยเดินทางไปซ้ำที่ เขาเคยไปนั่งดื่มเหล้าเมาหัวราน้ำแต่วันที่สุสานของโซเฟียแต่ต่อมาก็ไม่ได้ไปที่นั่นอีก แต่ไปปรากฎตัวที่ทุ่งดอกไม้ทางตอนใต้ที่โซเฟียชอบแทน ลำบากให้เรียฟต้องมาตามคาดเดาใจของผู้นำทัพปราการว่าตอนนี้เขาจะไปอยู่ที่ใด

"นี่ไม่ใช่เวลาเล่นซ่อนหานะ..."

น้ำเสียงที่คุ้นเคยขุ่นเขียวและเต็มไปด้วยโทสะทำให้คูแรนน์ที่นอนพ่นควันยาสูบสบายใจอยู่ริมแม่น้ำต้องหันมามองสหายองครักษ์อย่างไม่นึกประหลาดใจนัก "เจ้าอีกแล้วรึ" แต่แทนที่จะเอ่ยขอโ?ษขอโพยอีกฝ่ายที่ตนเองสร้างความลำบาก คูแรนน์กลับถามยียวนกลับไปตามนิสัยของตนจนเรียฟที่โมโหเป็นทุนเดิมอยู่แล้วชักดาบออกจากฝักและจ่อปลายแหลมกับคอหอยของคนพูด

"ถ้าเจ้าไม่ใช่ผู้นำทัพปราการ... ข้าคงลงมือไปแล้ว"

คูแรนน์เหลือบมองเจ้าของดาบโดยที่ไม่ปัดป้องปลายคม "มีธุระอะไร"

สุดท้ายเรียฟก็เป็นฝ่ายควบคุมสติเสียเองก่อนจะเก็บดาบเข้าฝัก "เจ้าควรจะอยู่กับกองทัพ ถึงแม้ว่าจะเตรียมทัพเสร็จแล้วก็ตาม ไม่ใช่ออกมาเที่ยวเล่นแบบนี้ นี่เป็นเวลาอะไรไม่รู้หรือไร" คนถูกตำหนิแค่นหัวเราะออกมาสั้นๆแล้วเหยียดยิ้มเย้ยหยัน "เจ้าควรจะบอกประโยคเดียวกันนี้กับสหายของเจ้านะ แล้วก็ท่านผู้นำทัพเวหาด้วย"

"แน่นอน... แต่ในเมื่อข้าเจอตัวเจ้าก่อน ข้าก็ควรจะตำหนิเจ้าก่อน อย่ามากวนประสาทข้าเป็นเ็กๆเช่นนี้ อายุอานามเจ้าก็ไม่ใช่น้อยแล้ว คูแรนน์" ร่างสูงพ่นลมหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะยกแขนขึ้นบิดไล่ความเมื่อยขบอย่างเกียจคร้าน

"ครับๆ ท่านเรียฟ ข้าน้อยจะจำไว้"

คนถูกล้อเลียนพยายามจะไม่อารมณ์เสียซ้ำซ้อน วันนี้เขาบูดบึ้งมาทั้งวันแล้ว "กลับปราสาทกับข้า ใกล้จะได้เวลาอาหารเย็นแล้ว" เรียฟเสียเวลาตามหาอีกฝ่ายครึ่งค่อนวัน กว่าจะเจอตัวก็ได้เวลาอาหารพอดี อันที่จริงการเดาใจคนอื่นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับองครักษ์ทั้งสองแห่งไอย์ชวล พวกเจาถูกฝึกมาให้มีความละเอียดอ่อนและเข้าอกเข้าใจคนอื่นเพื่อสร้างความสามัคคีขึ้นกองทัพ

จริงอยู่ว่าการเดาใจคูแรนน์ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเรียฟ ผู้ชายอกหักคนนี้มักไปอยู่ในสถานที่ที่เขามีความทรงจำกับหญิงอันเป็นที่รักเสมอ แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่ามันเป็นเรื่องง่าย เพราะความจริงแล้วโซเฟียเองก็เป็นแม่สาวช่างเที่ยว และนางก็มักจะพาคูแรนน์ไปดื่มด่ำบรรยายธรรมชาติโรแมนติกอยู่แทบจะทุกหัวระแหงในอาณาจักร

"นี่เจ้ามาตามข้าไปกินอาหารเย็นรึ" คูแรนน์ขำพรืดหลังจากเรียฟพูดจบ แต่แทนที่จะกวนประสาทต่อตามนิสัย ร่างสูงกลับลุกขึ้นยืนอย่างว่าง่าย "อันที่จริงข้ากะจะไม่กินแล้วนะ แต่ท่านเรียฟอุตส่าห์ออกมาตามทั้งที จะไม่ไปได้กระไร"

"หึ... ถ้าเจ้านึกเกรงอกเกรงใจข้าจริงๆก็ช่วยทำตามที่ข้าพูดด้วยเถอะ คูแรนน์... นี่ไม่ใช่เวลาเล่นซ่อนแอบ"

คนฟังไหวไหล่ไม่รับปากและออกเดินนำกลับปราสาทโดยไม่พูดอะไร

"พักนี้เจ้ามีเรื่องอะไรกับวิกเตอร์นัก"

คูแรนน์เหลือบมองคนถามที่เข้ามาเดินข้างๆเล็กน้อยก่อนจะถอนใจยาว เขาก็พอจะเดาได้ว่าเรียฟจะถามแบบนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ค่อยอยากจะตอบ ไม่ใช่เพราะความเบื่อหน่ายหรือว่ากลัวความผิด แต่คูแรนน์คิดว่าคนที่สมคสรรู้ก็ได้รับรู้แล้ว และมันก็เป็นเรื่องที่ไม่สมควรขุดตุ้ยขึ้นมาพูดคุยอีก ก่อนที่ความสัมพันธ์ของเขากับวิกเตอร์จะแย่ไปกว่านี้ "เจ้าไม่ถามวิกเตอร์เองเล่า"

"ข้าเชื่อว่าวิกเตอร์ไม่ใช่ฝ่ายเริ่มเรื่อง..." เรียฟว่า "และข้าอยากได้ยินจากปากเจ้ามากกว่า"

"ทำไมอย่างนั้นเล่า" คูแรนน์หัวเราะสั้นแล้วเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามโพล้เพล้ "ถ้าเจ้ารู้ เจ้าอาจจะตะลึงไปหลายเรื่องทีเดียวล่ะเรียฟ"

"ยังมีเรื่องอะไรที่ข้าต้องตะลึงอีก... เจ้าคิดว่าชีวิตขององครักษ์ไม่เคยชินกับเรื่องน่าตะลึงรึ"

"อืม อย่างนั้นข้าจะเริ่มยังไงดีล่ะ"

"ข้าให้เวลาเจ้าคิดถึงตอนกลับไปที่โต๊ะอาหาร"

คูแรนน์หัวเราะร่วนแล้วส่ายหัว "ข้าว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องเป็นความลับนะ" ร่างสูงง่าพลางมองฝูงนกบินกลับรังอยู่สักพัก "เอาเป็นว่า... มันเป็นเรื่องของศิษย์คนโปรดเจ้านั่นน่ะ" เรียฟฉลาดพอและมีการข่าวดีพอที่จะจับต้นชนปลายสิ่งที่คูแรนน์พูดได้ ดังนั้นเขาจึงไม่กล่าวอะไรขัดคอและรอให่อีกฝ่ายเล่าออกมาจนหมดเอง "เซนเรส..."

ผู้นำทัพปราการถอนใจอย่างหนักอก "ข้าใช้กำลังขืนใจเจ้านั่น"

"..." นัยน์ตาสีเหลืองทองเบิกขึ้นด้วยความตกใจและคาดไม่ถึง ด้วยเรียฟไม่คิดว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้กับคนที่มีตำแหน่งสูงถึงระดับผู้นำทัพ "คูแรนน์..." ร่างโปร่งอ้าปากค้างไปครู่หนึ่งอย่างไม่รู้จะพูดอะไร

"เหอะ จะซ้ำเติมอะไรอีกข้าก็ไม่ว่าหรอกนะ ต่อยกับเจ้าวิกเตอร์ไปสักสองรอบได้แล้วกระมัง"

"สมควรแล้วที่จะโดนแบบนั้น" เรียฟย้ำ "ควรจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ... คูแรนน์ เจ้าคิดได้อย่างไรกัน เจ้าเป็นถึงผู้นำทัพ เหตุใดจึง..."

คนถูกตำหนิไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ "ถ้าจะมาพูดอะไรแบบเดิมๆที่วิกเตอร์เคยพูดล่ะก็ ข้าจะไม่คุยกับเจ้าดีๆหรอกนะ เรียฟ" คูแรนน์ตัดบท "ข้าก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเหมาะสมหรอกนะ แต่มันเป็นสมควรที่เจ้านั่นจะโดนสักครั้ง เผื่อความกระด้างกระเดื่องมันจะลดลงบ้าง"

"คูแรนน์!!" เสียงตวาดลั่นของเรียฟทำให้ชาวบ้านในละแวกนั้นหันมามองเป็นตาเดียว

"เฮอะ เจ้าก็พวกวิกเตอร์อีกคน... เพราะอย่างนี้ข้าจึงเบื่อหน่ายจะพูดคุยด้วยนัก"

เรียฟรีบดึงสหายเดินเลี่ยงออกมาให้พ้นสายตาผู้คน "ข้าไม่ได้พูดถึงพรรคพวกว่าใครเข้าข้างใคร" ร่างโปร่งมองเพื่อนร่วมงานด้วยความไม่เข้าใจ "แต่คุณธรรมในใจเจ้าอยู่ไหน เจ้าที่อยู่ระดับนี้ กลับทำเรื่องต่ำช้าแบบนั้นได้ ซ้ำยังพูดถึงได้อย่างไม่มีคยามรู้สึกละอายสักนิด... ทำไมกัน คูแรนน์!"

"เจ้าลองมาเป็นข้าดูไหม!!" ผู้นำทัพปราการแยกเขี้ยว "ลองมาเป็นข้าที่ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพียงคนเดียว... มาเป็นข้าที่ต้องทนมองเซนเรสนั่งอยู่ในตำแหน่งที่เคยเป็นของโซเฟียแต่กลับทำอะไรสู้นางไม่ได้สักอย่าง... ลองมาเป็นข้าไหม เจ้าจะได้รู้ว่าข้ารู้สึกอย่างไร!!"

"ถึงข้าจะเข้าใจ.. ข้าก็ไม่ทำอย่างเจ้าแน่!! เพราะสิ่งที่เจ้าทำลงไปมันก็ไม่ได้ช่วยทำให้โซเฟียมีความสุขหรอก เจ้าไม่ได้นางคืนจากการย่ำยีเซนเรสหรอก!!"

คู่สนทนาชะงักงันเมื่อคำพูดของเรียฟแทงใจดำเขาอย่างจัง คูแรนน์ถลึงตาจ้องคู่สนทนาพักหนึ่งอย่างตอบโต้ไม่ได้ เพราะเรียฟพูดถูกทุกประการ โดยเฉพาะสิ่งสำคัญที่สุด ...เขาไม่มีทางได้โซเฟียคืนมาจากการทำแบบนี้

"เจ้ากลับไปเถอะ ข้าอยากอยู่คนเดียว..." คูแรนน์ตัดบทสนทนา "ไม่ต้องออกมาตามหาข้า ข้ารู้เวลา..."

"นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นซ่อนแอบ คูแรนน์ กลับไปที่ปราสาท

เรียฟเสียงแข็งอีกครั้ง และครั้งนี้ก็คว้าแขนคู่สนทนาเอาไว้ ถึงแม่เรียฟจะเตี้ยกว่า และตัวเล็กกว่า แต่คูแรนน์รู้ดีว่าอีกฝ่ายคงทำทุกอย่างเพื่อลากเขากลับไป แต่เขาก็คงจะทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะไม่ต้องกลับไปในตอนนี้ "ข้ารู้เวลาน่า..."

"เวลาสงครามแบบนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาทำตัวโยเยเป็นเด็กๆนะ"

"เรียฟ" ร่างสูงเรียกอีกฝ่ายอย่างใจเย็น "มันไม่มีอะไรที่จะรักษาข้าได้นอกจากเวลา... อย่าให้ข้าต้องกลับไปเจอเจอที่ข้าไม่อยากเจอเลย ไม่ใช่ตอนนี้..."

ในอดีต... ทุกครั้งที่ต้องเตรียมทัพออกรบ คูแรนน์จะต้องไช่วยโซเฟียตรวจธนู และโซเฟียก็จะมาช่วยคูแรนน์ตรวจอาวุธในทัพปราการ

แต่ครั้งนี้... คูแรนน์ไม่มีใครให้ไปช่วยอีกแล้ว

"แต่ทัพปราการต้องการเจ้า ฝ่าบาทก็เช่นกัน เจ้าเคยสัญญากับโซเฟียไม่ใช่หรือ ว่าจะปกป้องไอย์ชวล ปกป้องฝ่าบาท แต่เจ้ากลับทำให้พระองค์ไม่สบายใจอย่างนี้ คิดว่าวิญญาณของโซเฟียจะเห็นด้วยหรือ ที่เจ้าต้องมาทรมานเพราะเรื่องของนางจนไม่เป็นอันทำงาน" เรียฟเองก็ใจเย็นลงบ้างแล้ว และพยายามจะโน้มน้าวคูแรนน์ให้ได้มากที่สุด อย่างไรเขาก็ต้องรวมผู้นำทัพทั้งหมดให้ได้

คูแรนน์นิ่งเงียบไม่ตอบคำ "..."

                "ทำไมเจ้าถึงยังไม่ลืมสักที เจ้าทรมานแบบนี้มากี่ปีแล้ว สหายข้า"

"เจ้าลืมง่ายหรือ เรียฟ... ผู้หญิงที่เจ้าสาบานจะใช้ชีวิตตนเพื่อปกป้องนางแต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ เจ้าลืมง่ายหรือ สหาย" เสียงทุ้มตอบช้า คูแรนน์เงยหน้าขึ้นมองดวงอาทิตย์ที่กำลังหายลับขอบฟ้าอีกครั้ง ความมืดแผ่ปกคลุมทั่วบริเวณและท้องฟ้าก็เริ่มมองเห็นดาวมากขึ้น "เจ้าลืมง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ"

องครักษ์ฝ่ายซ้ายมองสหายร่วมรบด้วยความเห็นใจ "ถ้าข้าช่วยอะไรได้ก็อยากจะช่วยหรอกนะ"

"เจ้าช่วยอะไรข้าไม่ได้หรอก เรียฟ" คูแรนน์แค่นหัวเราะตอบกลับ

ร่างโปร่งยอมหยุดยืนข้างๆฝ่ายนั้นสักพักก่อนจะถอนใจยาว "เรื่องเจ้านี่มีคนรู้สักกี่คน"

"เซนเรสน่ะรึ... ก็คงมีวิกเตอร์ วิกตอเรีย เซนเรส ข้า แล้วก็เจ้าเท่านั้น

องครักษ์หนุ่มพยักหน้าเบาแล้วถอนใจอีกครั้ง "วิกเตอร์ไม่เอาเจ้าไว้แน่ๆ" แน่นอนว่าเซนเรสเป็น 'ศิษย์คนโปรด' ของวิกเตอร์ในสายตาของทุกคน แต่เรียฟก็สัมผัสได้ถึงความสัมพันธ์ที่ดูจะมากกว่าเพื่อนร่วมงานหรือลูกศิษย์กับอาจารย์ เขารับรู้มาสักพักหนึ่งแล้วเพียงแต่ไม่พูดออกมาเท่านั้น และการที่คูแรนน์ทำเช่นนี้ เรียฟรู้ดีว่าด้วยนิสัยของวิกเตอร์ ฝ่ายนั้นคงคิดบัญชีผู้นำทัพปราการในภายหลังอย่างแน่นอน

"หึ ข้าก็ไม่ได้คาดหวังความปรานีจากเจ้านั่นหรอก"

คูแรนน์ตอบอย่างไม่สะทกสะท้านและหยิบกล้องยาสูบขึ้นมาคาบไว้แล้วล้วงหาไม้ขีดไฟในเสื้อ "เจ้ากลับไปเถอะ ข้าอยากอยู่คนเดียว" ร่างสูงพูดเป็นครั้งที่สอง แต่แน่นอนว่าเรียฟยังคงยืนยันคำเดิมด้วยการยืนนิ่งอยู่ข้างๆอย่างหัวดื้อ "จะต้องให้ข้าโมโหไล่ตะเพิดเจ้าหรือไร องครักษ์ฝ่ายซ้าย" ถ้าพูดถึงเรื่องความขี้หงุดหงิดแล้วคงไม่มีใครชนะเซนเรส แต่เรียฟรู้ดีว่าคนที่โมโหร้ายที่สุดในกองทัพคงไม่พ้นคูแรนน์

"ถ้าเจ้าหงุดหงิดจนต้องทำเช่นนั้นมันก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กเอาแต่ใจ"

"หรือเจ้าอยากให้ข้าใช้วิธีเดียวกับเซนเรสล่ะ จะได้เข็ดหลาบเลยทีเดียว

ข้อมือที่เล็กกว่าถูกฉุดรั้งจนร่างโปร่งเสียหลักแต่ก็ทรงตัวเอาไว้ได้และขืนมือเอาไว้ เรียฟจ้องดวงตาสีดำขลับอย่างเอาเรื่องและดึงข้อมือตนเองออกช้าๆ "ข้าไม่ใช่เซนเรส..." เรียฟแยกเขี้ยวใส่คนพูด ก่อนที่มือเรียวจะคว้าเข้าที่ลำคอหนาและปลายนิ้วก็จิกกดหลอดลมของคูแรนน์เอาไว้ "เจ้าอาจใช้กำลังกับเขาได้ แต่ไม่ใช่กับข้า" คนตัวโตกว่าไม่สะทกสะท้านกับคำขู่นั้นเพราะเขารู้ดีว่าเรียฟไม่กล้าทำอะไรตนในภาวะสงครามเช่นนี้ แต่หากเป็นเวลาอื่น คูแรนน์ก็คิดว่าเขาคงถูกดาบบาดเข้าที่คอสักทีเหมือนกัน

"แลกกับการที่เจ้ากลับปราสาทดีๆ และอยู่กับกองทัพดีๆ เจ้าอยากได้อะไร"

เรียฟเสนอข้อตกลงขึ้นมาพร้อมกับกอดอกมองอย่างคาดคั้น "แต่ถ้าเป็นเรื่องเบี้ยเลี้ยงข้าเกรงว่าเจ้าจะต้องพูดกับวิกเตอร์" คูแรนน์หลุดหัวเราะพรืดออกมาด้วยความขบขันโดยลืมไปว่าตนเองกำลังขุ่นเคืองอยู่เมื่อครู่ "สักสิ่งที่เจ้าปรารถนา แลกกับการยอมเป็นผู้นำทัพที่ดี อยู่ติดที่เสียบ้างให้พลทหารของเจ้าได้เห็นหน้า"

"หึ..." ร่างสูงหัวเราะสั้นและดูดกล้องยาสูบสักทีก่อนจะพ่นควันออกมา "เจ้าจะให้ข้าจริงหรือไร" มุมปากของชายหนุ่มเหยียดอย่างนึกสนุก แม้ว่าจะยังมีอารมณ์ขุ่นมัวอยู่แต่เขาก็นึกอยากจะกวนประสาทเรียฟดูบ้าง องครักษ์ฝ่ายซ้ายมีนิสัยเถรตรงและเจ้าระเบียบซ้ำยังไม่สนใจเรื่องคู่ครองและทุ่มเททุกอย่างให้กับหน้าที่การงาน ดังนั้นเรื่องที่สามารถกวนประสาทฝ่ายนั้นได้สนุกปากย่อมไม่พ้นเรื่องชู้สาว

"ถ้ายอมให้ข้าทำแบบเซนเรสล่ะก็..."

เพียงแค่เริ่มประโยคก็ดึงให้ดวงตาสีเหลืองอำพันตวัดมองด้วยความโมโหได้แล้ว เรียฟไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบและรีบแทรกขึ้นก่อนที่จะเลยเถิดไปมากกว่านี้ "อย่าเอาเรื่องนี้มาล้อเล่นกับข้า... อย่าเฉไฉไปเรื่องอื่น"

"อ้าว ถ้าจะทำเรื่องอย่างว่า... ก็ย่อมต้องกลับปราสาท กลับคฤหาสน์บ้านพักแน่แท้ เจ้าชอบในป่ารึริมแม่น้ำแบบนี้หรือไร ถ้าอยากให้ข้ากลับมาปราสาท..." นัยน์ตาสีดำหรี่ลงทีเล่นทีจริง "ก็แลกด้วยตัวเจ้า"

"คูแรนน์..." คนถูกท้าทายจ้องมองกลับ "ข้าเป็นองครักษ์ฝ่ายซ้ายของฝ่าบาท..."

"เช่นนั้นเจ้าก็กลับไปเสีย นั่นเป็นข้อเสนอของข้า

คูแรนน์ตัดบทเรียบง่าย และตั้งใจว่าจะนั่งสูบกล้องอีกสักพักค่อยกลับปราสาท อันที่จริงแล้วเขาก็ไม่ได้นึกพิศวาสเพื่อนร่วมงานขึ้นมาอย่างที่ปากว่า เพียงแต่ต้องการเอาชนะเท่านั้นด้วยรู้ว่าเรียฟไม่ตกลงเป็นแน่ ชายหนุ่มเพียงอยาจะมีเวลาอยู่กับตัวเอง อยู่กับความทรงจำดีๆอีกสักพักแล้วจึงค่อยกลับไปเผชิญกับความจริงที่ทำให้เขาจ็บปวดแทบทุกลมหายใจ

"...ได้ ข้าตกลงข้อเสนอเจ้า"

"หา...!!" คนที่กำลังจะพ่นควันยาสูบถึงกับสำลักและหันมามองคนพูดอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง เรียฟยังคงกอดอกอยู่ในท่าเดิม ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความตื่นตระหนกตรงข้ามกับคูแรนน์ที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังทำหน้าแบบไหนแต่แน่นอนว่าเป็นความตกใจเกือบจะสุดขีด "เรียฟ..."

"ถ้าเจ้ากล้า... ข้าก็กล้า และรักษาคำพูดด้วย กลับปราสาทกับข้า!"

คูแรนน์สามารถเดาได้ว่าเรียฟไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนเพิ่งตกลงง่ายๆเมื่อครู่หมายถึงอะไร และมีความเลวร้ายแค่ไหน แต่เขาสัมผัสได้ถึงความอยากเอาชนะของฝ่ายนั้น ความอยากเอาชนะที่มากพอจะทำให้ท่านองครักษ์ฝ่ายซ้ายเรียฟ เล ฮานนาห์ดีกล้าตอบรับข้อเสนอสัปดนของเขา "หึ..." ด้วยความอยากเอาชนะที่ไม่น้อยไปกว่ากัน คูแรนน์จรดยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยแล้วจึงดับไฟในกล้องยาสูบ "ข้าเคยสาบานต่อหน้าฟ้าดินเอาไว้... ว่าชีวิตนี้ข้าจะไม่แตะต้องผู้หญิงคนไหนอีก ดังนั้น ครั้งนี้ข้าไม่ถือว่าเป็นการผิดคำสาบานของหรอกนะ" มือใหญ่คว้าแขนของร่างโปร่งแล้วกระชากเข้ามาหาตัวด้วยความนึกสนุก

"อย่ามาโอดครวญขอร้องให้ข้าหยุดทีหลังก็แล้วกัน"

 

 




          Note : เอาว่ะ... ไหนๆก็ไหนๆ เฉลยคู่รองละกัน 555 เรื่องจะได้เดินไปเร็วกว่านี้ ไม่งั้นคู่หลักก็เงิบอยู่อย่างนั้นล่ะค่าาา า
          แปะรูปเลย!?

          คู่รอง... แบบงงๆ แต่คงอีกนานกว่าจะรักกัน (ก็มันเป็นเพื่อนกันมาก่อน)

          คูแรนน์ บลังค์ x เรียฟ เล ฮานนาห์ดี (ตอนวาดคูแรนน์นี่กรี้ดมาก รู้สึกทรงผมมันทำให้หล่อขึ้น 10 หน่วย)
          อาวุธของเรียฟเป็นดาบสองด้านค่ะ... ประมาณว่าแทงหน้าก็ตาย กระทุ้งหลังก็มีสิทธิ์ตายเหมือนกัน ส่วนอาวุธของคูแรนน์เป็นธนูเหล็ก และด้วยความที่ต้องวาดธนูของเซนเรส เลยไม่วาดธนูของคูแรนน์ 5555 เดี๋ยวจะหมดไฟซะก่อน
          คูแรนน์สูงประมาณ 196 cm ฮ่ะ ในขณะที่เรียฟน่าจะเฉี่ยวๆ 183 cm ...ก็นับว่าเป็นภูตที่ตัวใหญ่อยู่นะ ส่วนคูแรนน์นั่นเขามีพ่อเป็นเอลฟ์เลย 555 ไม่แปลกใจว่าทำไมยักษ์นัก



          ตอนนี้... จะว่าไงดีล่ะ คู่หลักก็เนิบๆเงิบๆตามประสาเซนเรส... มีโมเม้นท์น่ารักนิดหน่อย แต่ที่รีบตัดจบเพราะบรรยายไม่ถูกว่ามันจะใช้คำยังไงดี ฮาๆ คือโดยปกติแล้วเวลานกอาบน้ำมันก็จะตะกุยๆน้ำทำให้ขนฟูๆตัวพองๆไปตามประสา แต่พวกภูตนี่คงไม่ทำแบบนั้นแน่ แต่มันก็ไม่อาบไม่ได้ แล้วเราควรจะใช้คำยังไงดี 'ขัดปีก' เหรอ รึว่า 'ล้างปีก' จะดึงขนทีละเส้นมาฟอกสบู่ก็ใช่ที่ เลยขออนุญาตตัดฉากแล้วกัน ฮ่าๆๆ
          เซนเรสแอบอ่อยทิ้งท้ายให้กำลังพระเอกผู้มีความพยายาม

          ส่วนคู่รองก็เพิ่งเริ่ม แต่มีแววว่างัดกันตายไปข้างนึงแน่ๆ... เรียฟนี่ก็เจ้าระเบียบสุดๆ ส่วนคูแรนน์หลุดระเบียบสุดๆ คือเขาเป็นผู้ชายที่อ่อนโยนกับคนที่อยากอ่อนโยนด้วยเท่านั้น (ซึ่งก็ม่องเท่งไปแล้ว น่าสงสารจริง) สำหรับคู่นี้คือเขามองอีกฝ่าย 'เป็นเพื่อน' ...ทั้งคู่!? แต่ด้วยอารมณ์ปากไวและอยากเอาชนะ อยากงัดกันเลยโผงผางอะไรแบบนั้น (นับว่าเรียฟหาเรื่องใส่ตัวอย่างแรง)
          อืม... ตอนหน้าก็ NC-17 ของคู่นี้ล่ะ ฮ่าๆๆ พอดีว่าตอนนี้หมดโควต้า 10 หน้าเลยโยกไปตอนหน้า (เป็นเรทที่เขียนไปกรี้ดไป สงสารเรียฟ) ...ตอน 20 ก็เขียนไป 8 หน้าแล้ว คาดว่าคงได้อัพโดยเร็วนะเค๊อะ ,,- -,, ละพบกันใหม่ค่า...
          /โค้งงามๆ/

          ใครพลาดช่วง 'ตอบคำถามแฟนเกิว' ตอนที่แล้วคลิกกลับไปอ่านได้น่า ' '



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
[Yaoi] REVERSED ปลายศรธนูเพลิง ตอนที่ 19 : ตอนที่ 19 การแลกเปลี่ยน , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 893 , โพส : 5 , Rating : 33% / 6 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 5 : ความคิดเห็นที่ 504
55555 คู่รองก็น่าอ่านไม่เบา
Name : BREAKDOWN < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ BREAKDOWN [ IP : 223.24.18.33 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 เมษายน 2561 / 13:54
# 4 : ความคิดเห็นที่ 478
คูแรนน์ได้อะไรง่ายไปอะ อยากรู้ละว่าจะโดนโทษที่ขืนใจเซนเรสยังไง
Name : chawagan < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ chawagan [ IP : 188.29.164.194 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 กันยายน 2560 / 00:02
# 3 : ความคิดเห็นที่ 284
หึ ๆ ๆ ๆ คู่นี้ก็ใช่ย่อย คูแรนน์กับเรียฟ นี่แบบ อั๊ยย่ะ !
Name : aj68 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ aj68 [ IP : 1.4.237.21 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มกราคม 2557 / 21:05
# 2 : ความคิดเห็นที่ 120
คูแรนน์ x เรียฟ!!!

งั้นเหรอ... จะรอนะ หึๆๆๆ

=.,='
Name : คิกๆๆ [ IP : 118.173.54.37 ]

วันที่: 12 กันยายน 2556 / 22:19
# 1 : ความคิดเห็นที่ 119
ขอบคุณค่าาาา 
Name : No-future < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ No-future [ IP : 180.183.139.59 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 กันยายน 2556 / 19:38
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android