ดวงใจเล่ห์รัก

ตอนที่ 6 : Chapter 3 จอมเผด็จการ 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,579
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    29 เม.ย. 59

Chapter 3 จอมเผด็จการ

 

ระกายตาสีดำวาวโรจน์ ราวกับมีกองเพลิงลุกโชนอยู่ในนั้น แต่มีหรือเธอจะแสดงความหวั่นเกรงให้เขาได้เห็น จะอย่างไรก็ไม่มีทางอภัยให้กับคนลามกอย่างเขา

ทุเรศที่สุดเลย เสียงหวานลอดผ่านริมฝีปากอวบอิ่ม นัยน์ตาสวยระริกไหว

ร่างบางสั่นเล็กน้อย ดวงตาสีสนิมมีน้ำตาไหลอาบแก้มแต่ไร้ซึ่งเสียงสะอื้น อยากวิ่งหนีให้ไกล แต่สองขาสั่นสะท้านจนแทบยืนทรงตัวไม่อยู่ด้วยซ้ำ

ถ้าเธอทำอย่างนี้อีก ฉันก็จะจัดการเธอแบบนี้อีกเหมือนกัน ชายหนุ่มกดเสียงต่ำดุ สบตาที่เอ่อไปด้วยหยดน้ำพราวพร่างตรงหน้าแล้วฮึดฮัดอยู่ในอกอย่างบอกไม่ถูก เขาจะทำอย่างไรให้หล่อนเชื่องกว่านี้ สาวๆ ที่ผ่านเข้ามาต่างไม่เคยขัดใจ นอกจากมาครอบครองพื้นที่ในหัวใจของเขาอยู่นานเป็นปีๆ เจ้าหล่อนยังทำให้เขากลายเป็นคนแปรปรวนและควบคุมตัวเองลำบากอย่างไม่น่าเชื่อ

มือแกร่งเอื้อมไปหาหมายจะกรีดหยาดน้ำตาออกจากพวงแก้มสาว ต้องรั้งกลับมาด้วยใบหน้าปั้นปึ้งราวกับเด็กถูกขัดใจ เมื่อหญิงสาวเบี่ยงหลบทั้งที่ยังสะท้านสั่นอย่างน่าสงสาร

“ฮึ่ย” เสียงทุ้มกระหึ่มอยู่ในลำคอราวกับจะก่นด่าความขัดเคืองที่ผุดขึ้นมาในอณูความรู้สึก ตัดสินใจหันหลังเดินออกจากห้องทำงาน ทิ้งร่างบางที่ยังไม่อาจก้าวเดินตามไปได้อยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง

เมธินีเหลียวมองไปอีกทางก่อนความผ่อนคลายจะค่อยๆ ทำให้เธอพาร่างตนเองไปนั่งบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งของตนเองได้สำเร็จ รสจูบเมื่อครู่ยังทำให้เธอตกใจไม่หาย พร้อมกับความรู้สึกแสนแปลกประหลาดล้ำทำให้แปลกใจและต้องกดอาการหวามไหวที่กำลังเป็น นึกตำหนิหัวใจตัวเองที่เต้นไม่เป็นส่ำ ราวกับม้าศึกที่ได้ยินเสียงกลองปลุกเร้าก็ไม่ปาน  

คิดมาถึงตรงนี้เมธินียิ่งขัดใจ ฟันขาวสะอาดกัดเม้มกลีบปากตนเองอย่างไม่ออมแรง สองมือปาดหยาดน้ำตาก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายของตนเอง เดินออกจากห้องทำงานไปโดยไม่คิดจะล่ำลาใคร ไม่อายพนักงานหลายคนในแผนกต่างๆ ที่เธอเดินผ่านแม้แต่น้อย เธอจะกลับบ้าน เกียรติและศักดิ์ศรีมีค่าเกินกว่าจะเอามาแลกกับอุดมการณ์และกิจกรรมที่เธอรักด้วยวิธีการแบบนี้

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณ” เสียงหนึ่งรั้งร่างบางที่กำลังจะก้าวเข้าไปในลิฟท์

“คุณทวีป” ขานชื่อชายตรงหน้าโดยไม่หยุดที่จะก้าวเท้าเข้าไปในลิฟท์ที่กำลังเปิดกว้างต้อนรับพอดี

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ เกิดอะไรขึ้น” ผู้ใหญ่ใจดีถามไถ่ ยิ่งทำให้คนฟังสะท้อนใจปล่อยหยาดน้ำตามาอีกระลอก หากแต่ยังไม่ทันได้ตอบคำถาม สายตากร้านโลกสังเกตเห็นรอยแดงช้ำบริเวณส้นเท้า จึงทรุดกายลงนั่ง

“รองเท้ากัดนี่ครับ ไปห้องพยาบาลก่อนดีกว่าครับผมจะช่วยดูให้” สายตากร้านโลกมองมาอย่างเอ็นดู

เมื่อคนตรงหน้ายื่นไมตรีแสนดีมีหรือที่เธอจะปฏิเสธได้ ประตูลิฟท์เปิดกว้างอีกครั้งเมื่อยังไม่มีกดเลขชั้นที่ต้องการ หากแต่คนที่ยืนรออยู่หน้าประตูลิฟท์นี่สิ ทำให้หัวใจดวงน้อยที่กำลังจะสงบกลับมาเต้นกระหน่ำจนแทบจะออกมากองอยู่ข้างนอกเสียให้ได้

“เป็นอะไร มีปัญหาเยอะนะ” ส่งตาดุพลางรั้งแขนเรียวของเมธินีให้เข้ามาใกล้

“เปล่า ปล่อยนะ” เมธินีดื้อแพ่ง ไม่กล้าสบตาเขาสักนิด

“ดูเหมือนจะรองเท้ากัดนะครับ ส้นเท้าแดงช้ำขนาดนั้น ผมว่าอาจจะมีรอยเลือดซิบๆ ด้วยก็ได้นะครับ เมื่อครู่มองไม่ชัดเจนเท่าไหร่” คนหวังดีอธิบาย หากแต่คนตัวใหญ่ส่งตาดุอย่างไม่พอใจนักก่อนจะตวัดสายตาคมกร้านกลับมามองคนเจ้าปัญหา

“ขอกล่องปฐมพยาบาลมาให้ที่ห้องผมด้วยนะครับคุณทวีป”

“ได้ครับคุณกาย รอสักครู่ครับ” รับคำแล้วรีบปลีกตัวไปจัดการในทันที

เมธินีไม่ยอมสบตา ถูกรั้งแขนให้เดินตามเข้าห้องทำงานไปแล้วเธอก็ยังตั้งท่าเป็นพระอิฐพระปูนไม่สนใจเขาสักนิด กระทั่งถูกรั้งให้นั่งลงบนโซฟารับแขก ร่างสูงทรุดกายลงนั่งพร้อมรั้งเท้าข้างหนึ่งไปสำรวจ คนที่นั่งนิ่งตกใจรีบชักเท้ากลับ

“นั่งนิ่งๆ สิ ขยับแบบนี้อยากโดนจูบอีกหรือไง” อุ้งมือแกร่งคว้ารองเท้าส้นสูงถอดวางไว้มุมหนึ่ง เนื้อเนียนผ่องกลายเป็นสีชมพูเข้มช้ำและมีเลือดซิบสีแดงให้ได้เห็น

“ดื้อไม่เข้าเรื่อง เท้าเจ็บขนาดนี้ทำไมไม่บอก” เกียรติประกายก่นดุ เหลือบมองใบหน้าสวยก่อนจะก้มมองแผลฉกรรจ์บนส้นเท้าอีกข้าง

ลำบากคนตัวใหญ่ต้องแปลงร่างเป็นบุรุษพยายามทำแผลให้โดยอยู่ในความแปลกใจของคุณทวีปที่กุลีกุจอคว้ากล่องปฐมพยาบาลมาส่งให้ถึงมือเรียบร้อยแล้ว

เมธินีกัดปากกลั้นใจ เจ้านายที่นี่ใจดีแบบนี้หรือเพราะเขาต้องการไถ่โทษที่ทำไม่ดีกับเธอเอาไว้กันแน่หนอ...แต่จะทำดีไถ่โทษ ก็ใช่ว่าเธอจะหายโกรธและลืมเรื่องนั้นไปง่ายๆ เสียหน่อย ในเมื่อสิ่งที่คาอยู่ในใจหาใช่ความกรุ่นโกรธเพียงอย่างเดียวเสียแล้ว มองเสี้ยวหน้าของเจ้านายด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ ปากแดงสวยช่างเหมาะกับใบหน้าหล่อระดับนายแบบของเขาไม่น้อย

บุรุษพยาบาลจำเป็นทำแผลให้เสร็จสรรพ ก่อนจะเหลือบมองใบหน้าแดงเรื่อของหญิงสาวที่นั่งกัดริมฝีปากตนเอง พลางก้มมองเท้าที่มีผ้าพันแผลสีขาวหุ้มเอาไว้ อยากรู้นักว่าหล่อนจงใจยั่วหรือทำไปโดยไม่รู้ตัวกันแน่ ไม่รู้หรอกหรือว่าเขาไม่อยากให้ปากอวบอิ่มของหล่อนต้องช้ำเพราะการกระทำแบบนั้น แต่อยากให้เป็นเพราะเขาเสียมากกว่า...พลันรสหวานหอมของกลีบปากนุ่มนั้นก็ย้อนกลับมาอีกหน

หนุ่มสุดหล่อยังนึกถึงรสจูบแสนหวานอันอ่อนหัดที่ยังติดตราตรึงพลางทำให้นึกถึงครั้งแรกที่เจอกันเป็นครั้งแรก

“นั่งพักสักครู่ ส่วนรองเท้านี่ก็ทิ้งมันไปเถอะ ไม่เหมาะกับคุณสักนิด” คนตัวใหญ่สรุปเอาเอง พลางส่งกล่องเครื่องมือรักษาคืนให้กับคุณทวีปที่รอรับและนำไปเก็บตามเดิม

“ขอบคุณค่ะ” เมธินีตอบโดยไม่สบตา หัวใจเต้นแรงอีกคราเมื่อเห็นหน้าเขา หลังจากโดนขโมยจูบแรกไป เธอต้องใช้ความพยายามอย่างมากให้ลืมและปรับระดับการเต้นของหัวใจให้ช้าลง กลัวเขาจะรู้ว่าตอนนี้ใจเต้นไม่เป็นส่ำ แถมยังนึกถึงรสจูบแปลกล้ำที่เขามอบให้เมื่อครู่เสียอีก

“เมื่อครู่จะหนีกลับบ้านหรือไง นึกว่าจะเก่งอย่างที่คนอื่นเขาการันตีความสามารถเอาไว้เสียอีก ที่แท้ก็แค่ เด็กน้อยขี้ขลาด...” คนปากไวบ่นเสียงพึมพำอย่างจงใจให้หล่อนได้ยิน ทั้งที่ยังยืนเต็มความสูงอยู่เบื้องหน้าหญิงสาว

ความคิดที่อยากจะหนีกลับบ้านเลือนหายฉับพลัน เมธินีหันมองขวับส่งค้อนวงใหญ่ก่อนจะเอ่ยตอบ “ดิฉันไม่เคยกลัวใคร โดยเฉพาะกับคนฉวยโอกาส”

“เอ่อ...เรื่องนั้นผม...”

“ช่างมันเถอะค่ะ ทำงานดีกว่าค่ะ ดิฉันมาที่นี่เพื่อทำงานและจะทำให้คุ้มค่ากับที่เพื่อนฉันตกลงกับคุณเอาไว้ ให้คุ้มกับเงินที่คุณมอบให้กับงานของพวกเรา” เมธินีรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะเอ่ยถึงเรื่องอะไร อีกทั้งความอ่อนโยนที่สัมผัสได้เมื่อครู่ทำให้เธอใจเย็นลงมาก

ประธานบริษัทKNR Organize ลอบยิ้มในหน้า แอบมองร่างบางที่ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยไม่ได้สวมรองเท้าให้ต้องลำบาก เรียวขายาวสวยมีน้ำมีนวลชวนมองยิ่งกว่าตอนสวมใส่รองเท้าส้นสูงจนตึงไปหมดเสียอีก นี่ล่ะ น้องมายด์ที่เขาเคยช่วยเอาไว้ หล่อนเหมาะกับธรรมชาติแบบสบายๆ เสียมากกว่าจะต้องมานั่งแต่งเปรี้ยวจนเข็ดฟันแบบนี้

การทำงานหลังจากผ่านสงครามน้ำตา เมธีนีดูผ่อนคลายกว่าตอนแรกยิ่งนัก คนที่เฝ้ามองจึงมองเพลินจนกระทั่งหญิงสาวถือแฟ้มชุดใหม่จากฝ่ายการตลาดมาส่งให้เรียบร้อย เขาก็ยังไม่หยุดมอง

ท่านประธานต้องการอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าคะ เมื่อเขายังมองเธอจึงเอ่ยถาม พลันแอบคิดว่าเขาอยากได้กาแฟสักแก้วเหมือนเจ้านายในหนังในละครหรือเปล่าหนอ

เอ่อ คือ... อ้อ! ผมอยากทราบว่าพรุ่งนี้มีโปรแกรมอะไรบ้าง คุณทวีปคงแจ้งตารางงานแล้วใช่ไหม คุณกายไม่รอคำตอบ พูดจบเขาก็รีบเดินจ้ำอ้าวไปหย่อนกายลงที่โต๊ะประจำตำแหน่ง 

เมธินีสาธยายตารางงานให้เขาฟัง ชายหนุ่มนั่งฟังเพลินกับเสียงหวานเจื้อยแจ้วที่เขาชอบ สายตาเป็นประกายแอบเหลือบมองริมฝีปากที่ขยับขึ้นลงตรงหน้าอย่างคิดถึง แต่เขาก็ต้องหักห้ามใจ พลางนึกสงสัยตัวเองอยู่ครามครัน ว่าทำไมกับผู้หญิงคนอื่นที่คบหากันมา เขาไม่เคยต้องการอะไรขนาดนี้ ไม่เคยแม้แต่จะจูบใครก่อน มีแต่สาวๆ ที่รุกเร้าเข้าหาและเริ่มก่อนตลอด

รายการสุดท้าย เวลา18.30น.คุณมีนัดกับมิสเตอร์กอดอน นักธุรกิจใหญ่ที่โรงแรมแม่น้ำเจ้าพระยาริฟเวอร์ค่ะ เมธินีปิดสมุดตารางงาน ก่อนจะสบตาเขานิ่ง

จบแล้วค่ะ พรุ่งนี้คุณมีงานเท่านี้ค่ะ ย้ำอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าท่านประธานสุดหล่อบาดใจยังคงนั่งนิ่ง ไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา ชายหนุ่มฉีกยิ้มเล็กน้อย แต่ก็ยังทำให้เขาดูหล่อบาดใจในสายตาของทุกคนอยู่ดี

ขอบคุณ วันนี้ผมอนุญาตให้คุณกลับบ้านก่อนได้นะ แล้วพรุ่งนี้ใส่เสื้อผ้าชุดที่ผมซื้อให้มาด้วยล่ะชายหนุ่มย้ำ เสียงดุในตอนท้าย สายตาเหมือนกำลังดุเด็กน้อยตรงหน้าที่ไม่ทำตามคำสั่งของผู้ใหญ่

ชุด เสื้อผ้าอะไรคะเสียงหวานติดห้วน เขาสั่งราวกับเป็นจอมเผด็จการอีกแล้ว

“กลับไปถึงคุณก็จะรู้เอง อ้อ...เดี๋ยวผมจะให้คุณทวีปไปส่งก็แล้วกัน” คนสั่งการหันไปสนใจจอมอนิเตอร์ที่เปิดค้างเอาไว้ตรงหน้า ไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าเมธินีหรี่ตามองด้วยความขัดใจไม่น้อย อยากจะปฏิเสธแต่จำต้องยอมจำนนและทำตามที่ท่านประธานสั่งการอย่างครบถ้วน

 

มธินี นอนเล่นอยู่ภายในห้อง ในมือถือภาพถ่ายฝีมือตัวเองที่ไปล้างมาเรียบร้อย เพื่อนสาวในชุดครุยแสนสง่างาม ยืนเคียงข้างกับอติชาติ วงศ์วิวัฒพาณิชหรือตั้ม เพื่อนชายอีกคนในกลุ่มกิจกรรมที่ร่วมสร้างฝันรักษาอุดมการณ์มาด้วยกันตั้งแต่ปีหนึ่ง ในชุดเครื่องแบบอันทรงเกียรติแบบเดียวกัน ก่อนจะเปิดดูภาพต่อไปที่มีเธอยืนร่วมอยู่เคียงกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม อีกไม่นานจะได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรแล้ว ฝันที่รอคอยใกล้จะมาถึงแล้ว...  

ระหว่างที่กำลังคิดถึงเรื่องส่วนตัวที่ โทรศัพท์สายในภายในห้องพักก็ดังขึ้น หญิงสาวรีบไปรับโทรศัพท์ทันทีก่อนที่มันจะทำให้เพื่อนร่วมห้องอย่างมาริษาตกใจตื่น  

เมื่อรับสาย ปลายทางบอกว่าติดต่อจากเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้านล่างของหอพัก ให้ไปรับของที่ใครบางคนฝากเอาไว้ให้ เมธินีจึงเดินลงไปด้วยตนเองเมื่อเจ้าหน้าที่ขานชื่อที่เขียนแนบอยู่บนการ์ดให้ฟังว่า “จากคุณเกียรติประกายค่ะ”

“นี่ค่ะน้องมายด์ ของที่มีคนมาฝากเอาไว้ให้จ้า” หญิงสาวเจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์รีบทัก หยิบถุงกระดาษใบใหญ่จำนวนหลายถุงยื่นมาให้ น้องมายด์ยังทำหน้างงเมื่อเห็นถุงกระดาษบอกแบรนด์หรูไม่ต่ำกว่าแปดถุงถูกส่งมาให้...อะไรกันละเนี่ย? ทำไมเยอะแบบนี้?

“แหม..แฟนน้องมายด์เหรอคะ รสนิยมดีนะคะเนี่ย เลือกให้สวยๆ ทั้งนั้นเลย อิอิ ขอโทษนะ พี่ไม่ได้แอบดูนะคะ แต่เผอิญถุงมันเปิดอยู่ก็เลยเห็นแว่บๆ คาดว่าจะสวยมากทีเดียวค่ะ ของมียี่ห้อทั้งนั้น แถมเนื้อผ้านี่ราคาไม่ธรรมดาเลยนะคะ” คนทักทายทำหน้าตาล้อเลียน นอกจากเพื่อนที่ชื่อตั้มแล้วก็ไม่เห็นจะมีผู้ชายคนไหนที่จะสนิทสนมเป็นพิเศษ ก็เพิ่งจะเห็นเจ้าของชื่อเกียรติประกายซึ่งปรากฏอยู่กับการ์ดที่แนบมาด้วย

เขาคนนี้ทุ่มซื้อสินค้าแบรนด์ดังราคาฉีกกระเป๋าแบบไม่เกรงใจผู้พบเห็นแบบนี้ท่าทางจะรวยไม่ใช่เล่น

“เอ่อ ไม่ใช่หรอกค่ะพี่ เขาเป็นเจ้านายมากกว่า” คนแก้ต่างยังไม่ทันได้แก้ตัว เสียงที่บอกว่าเข้าใจก็โพล่งมาขัดเอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยถึงกลางประโยคด้วยซ้ำ

“แหม ไม่ต้องเขินหรอกค่ะคุณน้อง เรื่องแบบนี้มันธรรมดาออกค่ะ พี่เข้าใจ”

เมธินีส่งยิ้มฝืดเฝื่อนไปให้คนช่างซักประจำหอ เมธินีกล่าวขอบคุณพร้อมกับพยักหน้าในเชิงเดียวกับคำกล่าวนั้นก่อนจะรับของและเดินกลับไปยังห้องพักของตนเองอย่างทุลักทุเล เมื่อมาถึงห้องก็เปิดดูในการ์ดก็พบกับข้อความบาดจิตบาดใจ

เป็นเลขาฉันควรใส่เสื้อผ้าที่ดูดีหน่อย หักจากเงินเดือนที่เธอจะได้รับ

ที่สำคัญ วันพรุ่งนี้ห้ามมาทำงานสายเด็ดขาด ...เกียรติประกาย...

เมธินีอ่านข้อความจบแล้วนึกถึงช่วงกลางวัน ที่แท้เขาก็แค่พาเธอไปให้เจ้าของร้านดูตัวก่อนจะสั่งให้นำมาส่งที่พักนี่เอง มิน่าเล่า ถึงได้ไม่มีอะไรถือติดมือกลับบริษัทเลยสักชิ้น

“ล้ำเลิศจริงๆ ไม่ต้องเหนื่อยถือ แต่สั่งให้มาส่งถึงบ้าน สงสัยจะคอยบริการสาวๆ ด้วยวิธีนี้บ่อยๆ ล่ะสิ”

หญิงสาวมองแผ่นกระดาษที่เขียนข้อความของท่านประธานราวกับมันเป็นของแปลกประหลาด ไม่นึกอยากเปิดถุงดูราคาของในนั้นเลย แค่เห็นแบรนด์บนถุงแต่ละถุงที่วางเรียงรายกันอยู่ไม่ต่ำกว่าสิบถุงเธอก็ตาลายคล้ายจะเป็นลมเสียให้ได้

คนเผด็จการ ทำงานยังไม่เท่าไหร่ก็เป็นหนี้หัวโตแล้วหรือนี่ เลือกเอาไว้แค่ชุดเดียวก็แล้วกัน ที่เหลือส่งคืนให้หมดเลย อยากเอาแต่ใจดีนัก เรื่องมากก็ที่หนึ่ง แถมยังหื่นตัวพ่อ...นิ้วเรียวยกขึ้นมาสัมผัสกลีบปากตนเองที่เธอรู้ดีว่ารอยตรึงตราวาบหวามหัวใจเธอเพียงไหน

ค่ำคืนแสนยาวนานจึงกลายเป็นมหกรรมนับแกะล้านตัวของเมธินี เมื่อหัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะเอาเสียเลย อยากจะนอนให้หลับ แต่รอยสัมผัสผุดมาย้ำเตือนจนต้องลุกไปแปรงฟันครั้งแล้วครั้งเล่า สลับกับภาพที่เจ้านายรูปหล่อนัวเนียกับแฟนสาวในห้องทำงานนั่นอีก โอย ถ้าต้องเห็นภาพแบบนี้อีก มีหวังอีกไม่นานเลือดกำเดาไหลหมดตัวแน่ๆ เลยยัยมายด์เอ๋ย...

 





มาอัพเพิ่มแล้วจ้า
ฝากติดตามเป็นกำลังใจด้วยนะคะ
รักพี่กายชอบน้องมายด์ จับจองเป็นเจ้าของ 'ดวงใจเล่ห์รัก' แบบรูปเล่มได้แล้ววันนี้จ้า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

248 ความคิดเห็น

  1. #56 aoistar (@pharahoo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2554 / 20:58
    น่ารัก
    #56
    0
  2. #55 Yara (@J-piya) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มีนาคม 2554 / 21:08
    เนื้อเรื่องน่ารักดี แต่ขาดความต่อเนื่องไปนิดนะคะ
    อย่างเช่น กล่าวถึงที่มาที่ไปของเรื่องน้อยไป
    ทำให้ไม่รู้สึกถึงความรู้สึกตกหลุมรักของคุณกายเลย
    เลยทำให้ยังไม่ซึ่งใจพอค่ะ

    ติเพื่อก่อนะคะ
    #55
    0
  3. #54 windylibra (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2554 / 23:20
    โอย.....น่ารักจัง หวานน้ำตาลเรียกน้าเลยนะนั่น (^_^)
    #54
    0
  4. #53 nunpanu (@nuntapun) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 / 13:54
    รุกเร็วไปหรือเปล่า
    #53
    0
  5. #52 ระเด่นลันได (@pokdeng) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554 / 07:35
     ไม่อยากให้มีสองคนข้างบนเลย  (มีตาร้อนแฮะ)...555

    "ซ๊ะ"  ใช้ "ซะ"  ตัวนี้จะดีกว่าไหม
    #52
    0
  6. #51 ตะบองเพชรจิ๋ว (@sayaung) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 / 22:15
    เจ้านายนี่ก็เร็วจังเนอะ
    #51
    0
  7. #50 สมพิศ (@9647) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 / 10:34
    กำลังสนุกค่ะ
    #50
    0