ดวงใจเล่ห์รัก

ตอนที่ 2 : Chapter 1 การพบกัน รีไรต์ ครบ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    2 พ.ค. 59

#

Chapter 1 การพบกัน

 

“มายด์! ทางนี้จ้า มาเร็วๆ ทางนี้ๆ ”

เสียงสดใสของใครบางคนเรียกให้เด็กสาวที่กำลังยืนอยู่ริมฟุตบาทอีกฟากฝั่งถนนหันมองไปตามเสียง

เมธินี วงศ์พิรุณ สาวน้อยวัยย่าง 18 ปี สวมชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์สามส่วนกระชับกระเป๋าสะพาย ส่งยิ้มให้เพื่อนที่ยืนอยู่อีกฟากฝั่งถนนพร้อมพยักหน้ารับรู้ มองฝ่าแสงแดดยามสายที่ไม่ร้อนนักไปเห็นป้ายหลากสีที่มีชื่อเขียนว่า สวนสยาม ด้านหลังเพื่อนรักเป็นประตูทางเข้าสวนสนุกที่ใครๆ ต่างขนานนามให้ว่า ทะเลกรุงเทพ

“มาเร็วๆ เพื่อนๆ จะเข้าไปด้านในกันแล้วนะ” เสียงเดิมร้องเรียกอีกครั้ง ทำให้เมธินีละล้าละลังที่จะข้ามถนน

เบื้องหน้าเป็นถนนสองเลนส์ที่มีรถวิ่งไปมาไม่มากนัก ทำให้คนที่เพิ่งจะลงรถทัวร์เมื่อเช้านี้ใจสั่นแปลกๆ ที่เจ้าตัวคิดเองว่าน่าจะเกิดเพราะเหนื่อยกับการเดินทาง หรืออาจจะเป็นเพราะพักผ่อนน้อยก็เป็นได้

เมธินีมองรถซ้ายขวาเพื่อให้แน่ใจ เธออาจจะตื่นเมืองก็เป็นได้ เพราะตั้งแต่เกิดมากระทั่งไปรายงานตัวเพื่อยืนยันสถานะนักศึกษาน้องใหม่ในมหาวิทยาลัยที่สอบเข้าได้เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนั้น นับครั้งนี้แล้วยังไม่ถึง 10 ครั้งด้วยซ้ำที่เธอเดินทางมาจากเมืองตากบ้านเกิดของตน

ปี๊นๆ จังหวะที่ไม่คาดคิด รถเก๋งคันหนึ่งแล่นผ่านเนินสะพานทางด้านขวามือมาอย่างรวดเร็ว ทำให้คนที่กำลังจะก้าวข้ามถนนชะงักกึก คิดจะหลบแต่สองขากลับแข็งค้างก้าวไม่ออกช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

“ว้าย!” คนที่กำลังจะข้ามถนนร้องเสียงหลง

“ระวัง!” เสียงหนึ่งดังจากด้านหลังพร้อมโอบกระชับเอวคอดกิ่วของสาวน้อย

ร่างเล็กถูกตวัดมากักไว้ในอ้อมกอดแกร่งก่อนจะเซซังล้มกลิ้งไปด้วยกัน รับรู้ถึงแรงกระชากจากด้านหลังที่ทำให้รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังกลิ้งวนเป็นลูกบอล ได้ยินเสียงกรีดร้องจากไกลๆ เดาว่าน่าจะเป็นเสียงของเพื่อนรักที่รออยู่ฝั่งตรงกันข้าม ษาคงเห็นเธอกำลังจะโดนรถชนเป็นแน่

กระทั่งโลกกลมๆ ที่หมุนวนสองตลบหยุดนิ่งอยู่กับที่ ปลายจมูกโด่งของใครบางคนซบซุกพลางพ่นลมร้อนๆ ใส่ลำคอขาวสะอาด เมธินีผงกศีรษะขึ้นมองเจ้าของอ้อมกอดแข็งแรงก่อนจะต้องผงะเมื่อชายหนุ่มที่คว้าเธอให้พ้นจากมือมัจจุราชสวมหน้ากากสีขาวโพลนไว้ครึ่งหน้า จะเห็นก็เพียงแววตาอ่านยากที่เขามองเธอนิ่ง

เมธินีทั้งตื่นเต้นทั้งตกใจในคราวเดียวกัน รู้สึกตัวก็พบว่าหน้าอกที่ไม่ธรรมดาเหมือนเด็กสาววัยเดียวกันบดเบียดกับแผงอกแกร่งก็รีบผุดลุกขึ้น อารามตกใจทำให้รีบร้อนไม่เป็นท่า มือที่ยันกายลุกขึ้นลื่นไถลจนทำให้ร่วงลงไปนอนทับคนด้านล่างอย่างเดิมอีกครา หากแต่ครั้งนี้ริมฝีปากอิ่มปะทะกับริมฝีปากสีแดงอย่างไม่ได้ตั้งใจ

คนที่เสียจูบแรกตกใจหนัก คนที่ถูกขโมยจูบอย่างไม่ได้ตั้งใจก็ตกใจไม่แพ้กัน แต่เพียงเสี้ยววินาทีดวงตาสีนิลกาฬก็อ่อนแสงลง เปลี่ยนมาตรึงนัยน์ตาสั่นระริกสีน้ำตาลเข้มราวกับลูกกวางน้อยที่กำลังตื่นกลัวผู้ล่า

สาวน้อยที่ไม่เคยต้องมือชายตะลึงค้างทั้งที่ใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ มองสบตาแกร่งด้วยความตื่นตระหนกยิ่งกว่าเมื่อครู่ ยิ่งเห็นสายตาที่เขามองมา ยิ่งรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกร้อนวูบวาบแปลกๆ แล่นไปทั่วสรรพางค์กาย ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเขินอายอย่างรวดเร็ว

อยากลุกหนีเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่เหมือนร่างกายมันไร้เรี่ยวแรงจนยากจะขยับได้ อยากหลบสายตาอ่านยากแต่เหมือนถูกตรึงเอาไว้ด้วยยาชาจนไม่รับรู้ด้วยซ้ำไปว่าสองมือใหญ่ยังคงโอบร่างเธอเอาไว้อย่างอ่อนโยนและแน่นหนา

เสี้ยววินาทีที่นัยน์ตาสบประสาน เมธินีสะท้านในหัวใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อาการแปลกๆ ภายในตีตื้นให้เด็กสาวสับสนยิ่งนัก ยิ่งเขามองลึกแน่วนิ่ง เธอยิ่งไม่อาจหลบตา กระทั่งได้ยินเสียงเพื่อนรักเรียกถามพลางพากันวิ่งข้ามถนนมาหา สองหนุ่มสาวที่ตระกองกอดกันในท่านอนโดยมีเมธินีนอนทับร่างชายหนุ่มเอาไว้จึงได้สติ

“อ๊ะ ขะ ขอโทษค่ะ...ขอบคุณนะคะที่ช่วย” เมธินีพยายามยันกายลุกขึ้นจากอ้อมกอดแกร่ง แต่ดูเหมือนคนที่กอดเธอไว้จะไม่ยอมปล่อยเสียอย่างนั้น “ปะปล่อย ปล่อยค่ะ” น้ำเสียงไม่มั่นใจในตัวเองทำให้คนที่มองนิ่งคลายอ้อมแขน

“เป็นอะไรหรือเปล่า” เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ทั้งที่ยังมองดวงหน้าสวยไม่วางตา

“เปล่าค่ะ ไม่เป็นอะไรค่ะ ปลอดภัยดีทุกอย่าง ขอบคุณมากนะคะ” เมธินีบอกยืดยาวพลางประนมมือไหว้ แม้จะเห็นแค่เสี้ยวหน้าแต่คาดว่าชายหนุ่มที่ช่วยเธอเอาไว้น่าจะมีอายุมากกว่าเธอเป็นแน่

“ข้ามถนนแถวนี้ต้องระวังหน่อย วันหยุดก็จริง แต่รถบางคันก็ขับแบบไร้สามัญสำนึก ถ้าไม่ระวังตัวอาจจะเจ็บตัวฟรีได้นะ” เจ้าของเสียงทุ้มบอกพลางลูบเสื้อผ้าหน้าผมตนเองไปด้วย เห็นสาวน้อยพยักหน้าหงึกๆ ก็ไม่รู้จะว่าอะไรมากไปกว่านี้ได้

อันที่จริงเขาไม่ต้องบอกต้องสอนอะไรให้มากความ หากแต่ร่างเล็กตรงหน้าอายุอานามน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันกับน้องสาวของเขานั่นล่ะ ความห่วงใยน้องสาวทำให้เขาอ้าปากเตือนเป็นเรื่องเป็นราวเสียจนตัวเองยังแปลกใจ

“เป็นไงบ้างมายด์ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เพื่อนสาวสามคนปรี่เข้ามาหาเมื่อข้ามถนนมาเรียบร้อยแล้ว เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ชายหนุ่มอีกกลุ่มปรี่เข้ามายืนด้านหลังของคนใจดีด้วยเช่นกัน

“มีอะไรเพื่อน เกิดอะไรขึ้น” เพื่อนชายของคนใจดีถามด้วยความเป็นห่วงจริงจัง มองสำรวจร่างเพื่อนรักพลางมองเด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“ไปกันเถอะค่ะ เกรซว่าได้เวลาแล้ว” หญิงสาวที่วิ่งมาพร้อมชายหนุ่มสามคนรั้งแขนคนใจดีเอาไว้อย่างเป็นเจ้าของ ชายหนุ่มหันไปมองแวบหนึ่งก่อนจะหันไปมองเพื่อนรักที่เอ่ยปากถามอาการ

“ไม่มีอะไรแล้ว ไปกันเถอะ เดี๋ยวรุ่นน้องจะรอนาน...ไปก่อนนะครับ” เสียงทุ้มปฏิเสธพลางบอกลาสาวน้อยที่ทำให้ดวงตาสีดำมองใบหน้าของลูกกวางน้อยอย่างเสียดายพิกล

เมธินีได้แต่ยืนมองส่งก่อนจะหันมาหาเพื่อนสาวที่มองเธอด้วยความเป็นห่วง “มีอะไรติดหน้ามายด์อย่างนั้นเหรอ มายด์ไม่เป็นอะไรแล้ว ปลอดภัยดีทุกอย่าง”

“แน่ใจนะ ทำไมหน้าแดงอย่างนี้ล่ะ” ษา หรือมาริษา ผดุงจักร เพื่อนรักที่กำลังจะกลายเป็นเพื่อนร่วมห้องเอ่ยถามด้วยใบหน้าจริงจัง

“อะไรนะ หน้าแดงเหรอ”

เมธินียกสองมือประคองสองแก้มตนเองพลางแหงนมองพระอาทิตย์ ความร้อนที่จู่โจมภายในคงเพราะเธอตกใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่ “สงสัยจะยังตกใจอยู่น่ะ ไปเถอะ เราข้ามไปฝั่งโน้นกันดีกว่า”

เด็กสาวชี้ชวนเพื่อนรักก่อนจะจูงมือด้วยกันทั้งสี่คน รอจังหวะปลอดภัยแล้วก็วิ่งข้ามถนนไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันได้รู้เลยว่า คนใจดีที่ได้ช่วยเหลือเอาไว้ยังคงเฝ้ามองไม่ละสายตาจากด้านหนึ่งของรถทัวร์คันใหญ่ที่จอดเทียบอยู่ริมฟุตบาทนั่นเอง

“มองอะไรวะไอ้กาย” เพื่อนคนเดิมทักทายเมื่อเห็นว่าเจ้าชายขี่ม้าขาวเมื่อครู่ยังนั่งมองไปทางด้านหน้าประตูของสวนสนุก

“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” เสียงตอบปฏิเสธหากแต่ในใจกลับรู้สึกเสียดายโอกาสบางอย่าง ในมือข้างหนึ่งกระชับหน้ากากสีขาวที่ถอดมาถือไว้ตั้งแต่ขึ้นมานั่งประจำตำแหน่งบนรถเรียบร้อยแล้ว

เกียรติประกาย คุณารักษ์ นั่งพิงเบาะนุ่มบนแถวหน้าสุดของรถทัวร์คันใหญ่ที่มหาวิทยาลัยของเขาเช่ามาเพื่อทำกิจกรรมรับน้องใหม่ของคณะ

“แล้วยัยเกรซไปไหนแล้วล่ะ เห็นตัวติดกันอย่างกับตังเม ตอนนี้กลายเป็นเจ้าชายถูกทิ้งให้เฝ้าบัลลังก์คนเดียว มันเป็นไปได้อย่างไร” เห็นเพื่อนหน้านิ่ง คนรักเพื่อนจึงเอ่ยปากแซว และดูเหมือนจะได้ผลเมื่อเกียรติประกายหยัดกายนั่งตรงก่อนจะหันมาเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“อย่าพูดอะไรแบบนี้อีกนะไอ้ทิน เกรซเค้าจะเสียหาย” เขาไม่อยากคิดอะไรเกินเลยกว่าเพื่อน หากแต่ไอ้ทินกลับเบ้หน้าทำตาล่อเลียนไม่เลิก

“แกไม่คิด แต่เขาคิดน่ะสิวะ เกาะติดแกอย่างกับปลิง นี่แกจะเดินทางไปเรียนที่อังกฤษ เชื่อเถอะ ยัยนั่นบินตามไปด้วยแน่ๆ” ทิน หรือทินกร สหวาณิช เพื่อนสนิทของเกียรติประกายคอนเฟิร์มสิ่งที่คิดในใจ

“บอกไปแกก็ไม่เชื่อ ฉันไม่ได้คิดอะไร” ปฏิเสธพลางส่ายหน้าดิก แต่กระนั้นก็ยังมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเหมือนระอากับความคิดเพื่อนรักให้ได้เห็น

“นั่นไง มาแล้ว อยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าเกรซไปไหนมา ถามเอาสิ”

ร่างบอบบางที่เกาะติดเขามาตลอดสองปีที่เรียนในรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกันเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มแสนหวาน ทำให้ทินกรที่นั่งแปะอยู่กับเพื่อนรักจำต้องลุกออกห่างเพื่อเปิดทางให้คู่สวีทหวานได้นั่งเคียงข้างกัน มองเห็นตาค้อนคว่ำของเพื่อนรักที่ส่งมาให้ แต่ทินกรก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วเลือกจะไปนั่งอีกด้านหลังของตัวรถที่มีเพื่อนๆ หลายคนตระเตรียมกลองยาวเอาไว้บรรเลงความบันเทิง

เพียงครู่รถทัวร์คันใหญ่ก็แล่นออกจากที่มั่น คนที่ถูกเกาะแขนข้างหนึ่งพร้อมกับทำหน้าที่เป็นที่ซบอิงให้กับเพื่อนสาวนั่งนิ่งโดยไม่สนใจสถานการณ์รอบด้าน สายตาคมสีดำขลับเหลือบมองไปยังทิศทางที่เห็นร่างสาวน้อยเจ้าของชื่อ มายด์ เป็นครั้งสุดท้ายจนลับตา

รถแล่นเลยมาไกล ชายหนุ่มที่อยู่ในห้วงภวังค์โดยไม่รู้ตัวหันกลับมาจมจ่อมอยู่กับความรู้สึกแปลกประหลาดของตนเอง ใบหน้าเด็กสาวเมื่อครู่ยังฉายชัดอยู่ในความทรงจำ ก่อนจะนึกขำตนเองเมื่อรู้ตัวว่าคิดอะไร

“หึหึ น้องมายด์ ชื่อนี้จะตามฉันไปถึงอังกฤษด้วยหรือเปล่านะ” เสียงถามตัวเองทำให้คนที่นั่งซบอิงข้างกายนึกสงสัย ทำให้รอยยิ้มขำขันหุบหายไปนิดหนึ่ง

“อะไรนะคะกาย เกรซไม่ทันฟัง”

“เปล่าครับ ไม่มีอะไร” เกียรติประกายปฏิเสธอย่างอ่อนโยน ตามแบบที่เพื่อนพ้องต่างรู้ดีว่า ลูกชายทายาทบริษัทออแกไนซ์ยักใหญ่ช่างไม่ถือตัวและเป็นกันเอง

ชายหนุ่มปล่อยกายเอนพิงเบาะนุ่มอย่างผ่อนคลาย ไม่ทันคิดด้วยซ้ำว่าจุมพิตที่เกิดจากอุบัติเหตุเมื่อครู่นั้นจะทำให้ชื่อของใครบางคนประทับตราตรึงจนยากจะลืมได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

กปีผ่านไปไวเหมือนโกหก บริษัท KNR Organize เติบโตขึ้นอย่างน่าชื่นชม ด้วยการบริหารจากประธานคนเก่งอย่างเกียรติประกาย คุณารักษ์ ผู้รับไม้ผลัดจากบิดาที่เสียชีวิตไปอย่างกะทันหัน

คุณเกียรติศักดิ์ คุณารักษ์ ผู้ก่อตั้งบริษัทKNR Organize และบุกเบิกตลาดออแกไนซ์ของเมืองไทย ด้วยการทุ่มเททำงานอย่างหนักจนธุรกิจอยู่ตัวแล้วแต่ท่านก็ยังไม่ยอมพักผ่อนและดูแลร่างกาย จึงทำให้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหลวหลังกลับมาจากปิดงานคอนเสิร์ตรวมพลังดารานักร้องครั้งใหญ่ของเมืองไทยเมื่อสามปีก่อน

เกียรติประกาย คุณารักษ์ หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ดีกรีนักเรียนนอกจากอังกฤษ ทายาทคนโตของตระกูลคุณารักษ์ในวัยย่าง 28 ปี ทุ่มเทให้กับงานด้วยความขยันบากบั่นอดทนไม่ต่างจากผู้เป็นบิดา ใช้เวลาศึกษาดูงานไม่นานก็สามารถนำพาเรือลำใหญ่นี้ให้โลดแล่นต่อไปได้อย่างสง่างาม ทำให้ชายหนุ่มคว้าตำแหน่งนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงจากการจัดอันดับในวงสังคมนักธุรกิจมาครองได้สำเร็จ 

“จ๊ะเอ๋ พี่กายขา ทำอะไรอยู่คะ” เสียงหวานคุ้นหูร้องดังมาจากประตูทางเข้า พร้อมๆ กับร่างบอบบางในชุดนักศึกษาของมหาวิทยาลัยชื่อดังโผล่พ้นเข้ามาภายในห้อง คนที่กำลังวุ่นกับการตรวจงานตรงหน้าต้องละสายตาจากจอมอร์นิเตอร์เพื่อหันมามองสบตาเจ้าของเสียง

“มาป่วนอะไรน้องแป้ง หรือวันนี้อยากไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน?” เกียรติประกายทักทายน้องสาวเพียงคนเดียวด้วยคำถาม ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองจอแบนบนโต๊ะทำงานอีกครั้ง กดบันทึกข้อมูลงานเรียบร้อยพลางก้มมองหน้าปัดนาฬิกาข้อมือของตน

“แหม...เห็นหน้าน้องก็หาว่ามาป่วนตลอดเลยนะคะ แป้งแค่จะแวะมาดูโต๊ะทำงานของเลขาคนใหม่เสียหน่อยเท่านั้นเองค่ะ อย่างไรก็ฝากด้วยนะคะเพื่อนแป้งคนนี้ขยันทำงานและเก่งมากจริงๆ ค่ะพี่กาย” บอกพลางปรี่เข้ามากอดโอบบ่ากว้างของพี่ชาย ซบซุกใบหน้าก่อนจะหอมแก้มฟอดใหญ่อย่างคุ้นชินไปหนึ่งทีแล้วเดินมาหย่อนกายนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

เปรมศินี คุณารักษ์ พักข้อศอกไว้บนที่พักแขน ประสานมือไว้ด้านหน้าอย่างสบายๆ ส่งยิ้มแฉ่งให้พี่ชายพลางมองซ้ายแลขวาอย่างสำรวจห้องทำงาน

“พี่สั่งการไปแล้ว บ่ายนี้คุณทวีปจะจัดการให้เรียบร้อย...ต้องขอบใจน้องแป้งจริงๆ ที่หาเลขาคนใหม่ให้พี่ได้เร็วทันใช้ พอดีเลยกับคุณกิ่งต้องเข้าผ่าตัดไส้ติ่ง นึกว่าจะต้องกวนคุณทวีปให้ทำงานหนักเป็นสองเท่าเสียแล้ว แต่เอาจริงๆ พี่ก็คงให้เป็นผู้ช่วยคุณทวีปไปก่อนนั่นล่ะ เรียนรู้งานสักหน่อยดูฝีมือถ้าดีจริงเก่งจริงอาจจะจ้างไว้รอเขาเรียนจบเลยเป็นไง น้องแป้งว่าดีไหม” คนเป็นพี่ว่าพลางมองเห็นน้องสาวยิ้มแป้นพยักหน้าหงึกๆ ราวกับถูกใจหนักหนา มือข้างหนึ่งปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าบนโต๊ะก่อนจะขยับนาฬิกาอีกรอบ “แล้วเราว่าไง เมื่อไหร่จะมาเรียนรู้งานกับพี่เสียที เล่นมาป่วนได้แบบนี้น่าจะว่างพอมาฝึกงานได้แล้วนะ”

“โธ่ พี่กายขา อย่างเร่งแป้งสิคะ ช่วงนี้ยังสนุกกับชีวิตวัยเรียนก็ขอใช้ให้คุ้มค่าหน่อยสิคะ นี่ไงคะแป้งส่งตัวแทนมาแล้ว ช่วงนี้พี่กายก็ให้เพื่อนแป้งทำงานแทนแป้งไปก่อนก็แล้วกันค่ะ การันตีความสามารถและความน่ารักโดยน้องสาวท่านประธานบริษัท รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน” เปรมศินีจีบปากจีบคอบอกอย่างเอาใจ

เกียรติประกายหัวเราะถูกใจในลำคอ แม้น้องสาวจะไม่ยอมเข้ามาช่วยงานเสียที แต่เพียงแค่เข้ามามีส่วนร่วมบ้างไม่มากก็น้อยเช่นนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว พลางนึกนับถือหนุ่มสาวสมัยนี้ ที่ไม่ใช้สิทธิเพียงแบมือขอเงินเพื่อเอาไปทำกิจกรรม แต่รู้จักใช้แรงงานแรงสมองเพื่อแลกเปลี่ยนมาเป็นเงินทุนเพื่อสนับสนุนอุดมการณ์ของตนให้สำเร็จลุล่วง

ทีแรกก็นึกสงสัย ที่จู่ๆ น้องสาวก็เข้ามาขอร้องอ้อนวอนให้รับเพื่อนนักศึกษามาทำหน้าที่เลขาให้กับเขา และเป็นเหตุประจวบเหมาะกับที่คุณอังคณา เลขาส่วนตัวต้องลาป่วยกะทันหันทำให้เกียรติประกายยินดีรับข้อตกลงที่น้องสาวเสนอมาว่าให้เพื่อนนักศึกษาเข้ามาทำงานแลกกับเงินสนับสนุนโครงการออกค่ายอาสาของนักศึกษากลุ่มหนึ่งในมหาวิทยาลัยของตน

“อยากรู้จริงว่าดีขนาดไหน น้องสาวพี่ถึงได้รับรองขนาดนี้ อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆ แล้วสิ” ประธานใหญ่หรี่ตามองท้าทาย ปะทะสายตาเจ้าเล่ห์น่าหมั่นไส้ของผู้เป็นน้องสาวที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะบอกเสียงเกือบกระซิบด้วยความตื่นเต้น

“แป้งก็อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็วๆ แล้วล่ะค่ะพี่กาย แล้วอย่าลืมสนับสนุนค่ายอาสาตามที่ตกลงด้วยนะคะพี่กาย”

“ไม่ลืมหรอกน่า เที่ยงแล้วไปกินข้าวกับพี่ดีกว่านะ เป็นน้องที่น่ารัก เผื่อเลขาคนเก่งของน้องแป้งจะได้รับความปรานีให้ทำงานน้อยๆ หน่อย หือม์ ว่าไง สนใจไหม” พี่ชายไม่ว่าเปล่า ลุกจากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่มารั้งร่างบอบบางของน้องสาวให้ก้าวตาม

“หือม์ มาทำขู่ ไปก็ได้ค่ะ” คนถูกลากเบ้หน้าเหมือนเด็กโดนขัดใจแต่ก็ก้าวตามอย่างไม่อาจขัดได้

เกียรติประกายหัวเราะถูกใจก่อนจะรั้งร่างน้องสาวเข้ามากักไว้ในวงแขนข้างซ้ายของตน เดินเคียงข้างไปกับน้องสาวจอมป่วนโดยไม่นึกเฉลียวใจเลยว่า เลขาคนเก่งที่พูดถึงกันนั้นจะเป็นอดีตที่ชายหนุ่มยังจำฝังใจไม่เคยลืม

 

 

 

 

 

 มาอัพบทรีไรต์ให้แล้วจ้า 

อัพตอนที่ 1 แล้วค่ะ

ฝากติดตาม ดวงใจเล่ห์รัก เป็นกำลังใจให้พี่กาย น้องมายด์ และไรเตอร์ด้วยนะคะ

ขอบคุณจ้า 

 

 

 

 
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

248 ความคิดเห็น

  1. #35 DEVil LAst (@TMNO) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2554 / 14:38
    คุณกายก็น้องมายด์ร้ายใส่จะรู้สึก
    #35
    0
  2. #34 ngim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2554 / 13:53
    น่าสนใจดีคะ พระเอกรักนางเอกไว๊ไว
    #34
    0
  3. #33 ก้านไม้หอม (@pimimp) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2554 / 16:06
    อ่านอย่างละเอียดทุกตัวอักษร ไม่วิจารณ์เนื้อหานะคะเพราะไหม่เหมือนกัน แต่คอมเม้นท์อาจมีประโยชน์ต่อไร้เตอร์บ้างถ้าแวะเข้ามาอ่านเผื่อมีประโยชน์ตอนส่งต้นฉบับ...
    บทที่สอง ช่วงบรรยายภาษาเขียนโดยส่วนมากจะใช้คำว่า ' เสีย' มากกว่าคำว่า ' ซ๊ะ'  แค่นี้ก่อนนะคะ อ้อ! ทิ้งท้ายหน่อย...อ่านบทแรกแล้วอยากอ่านบทที่สองต่อ เดินเรื่องดีแล้วค่ะ อาจจะอ่านช้ากว่าทุกคนแต่คงไม่เป็นไรนะ แต่ถ้ามีปัญหาก็ปรึกษาได้  ไม่ถือว่ารบกวน ไม่ต้องเกรงใจจ้าขอให้บอก


    ความหวังจุดฝัน ความฝันปั่นแนวคิด สู้ๆ จ้า
    #33
    0
  4. #32 nunpanu (@nuntapun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 / 11:57
    ผู้ใหญ่กินเด็กหรือ
    #32
    0
  5. #31 PangKung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 / 00:36
    นางเอกเข้มแข็งจัง

    เป็นนักสังคมสงเคราะห์ไ้ด้เลยนะเนี่ย???

    #31
    0
  6. #30 sun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 / 00:31
    น้องมายด์สู้ๆ
    #30
    0