ไฟสิเน่หาพญามาร

ตอนที่ 4 : บทที่ 2 โชคชะตา 80%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 80
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    11 ต.ค. 59

 

 

บทที่ 2 โชคชะตา

 

 

 

“พลอยครับ รอเดี๋ยวก่อน”

เสียงทุ้มคุ้นหูเรียกรั้งหญิงสาวที่กำลังจะก้าวพ้นขอบประตูศาลาแปดเหลี่ยมริมน้ำที่สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง หากแต่ตกแต่งด้วยดอกกล้วยไม้หลากพันธุ์ ความงดงามแสนโรแมนติกทำให้คนที่แอบรักข้างเดียวมานานหลายปีตัดสินใจอยากเอ่ยปากบอกความในใจเสียที

“มีอะไรหรืออาร์ม อีกเดี๋ยวพิมก็จะเรียนพิเศษเสร็จแล้วนะ พลอยนัดพิมเอาไว้ที่นี่” หมุนกายกลับมาหาตามเสียงเรียก มองสบใบหน้าของเพื่อนรักที่เธอยอมรับว่าสนิทกว่าเพื่อนคนอื่นๆ เพราะอาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน

พลอย หรือพลอยชมพู ปัทมรัตน์ ในวัย 20 ปีสวยสะพรั่งด้วยเครื่องหน้าจิ้มลิ้มน่าทะนุถนอม ปากแดงอวบอิ่มระบายยิ้มเล็กน้อย เข้ากับจมูกโด่งรั้นที่คนตรงหน้าถือวิสาสะดึงเล่นอยู่บ่อยครั้ง คิ้วเรียวสวยเข้ากับดวงตากลมสดใสฉายแววแห่งความมีชีวิตชีวาน่าชิดใกล้ ยิ่งรอยยิ้มพิมพ์ใจยิ่งทำให้อาทิตย์แทบกลั้นหายใจทุกครั้งที่ได้เห็น

“อาร์มมีอะไรจะบอก” อาร์ม หรือ อาทิตย์ อัครโสภณ หนุ่มหน้าตี๋ผิวขาวสะอาดอย่างลูกหลานคนไทยเชื้อสายจีนระบายยิ้มอ่อนหากแต่ในตาสื่อความหมายเต็มเปี่ยม

“เอ่อ คือ” พลอยชมพูเสมองไปอีกทาง หลบสายตาประหลาดล้ำที่ทำให้เธอขนลุกอย่างประหลาด

ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรมากกว่านั้น หนุ่มนักเรียนแพทย์ขยับเข้ามาใกล้ก่อนจะคว้าสองมือนุ่มของพลอยชมพูไปครอบครองเอาไว้ทั้งสองข้าง หากแต่เจ้าของมือกลับดึงกลับอย่างอัตโนมัติ ชายหนุ่มทำได้เพียงมองตามอย่างแสนเสียดายแต่กระนั้นเขาก็ยังมีกำลังใจด้วยว่าอีกไม่กี่วันจะต้องเดินทางไปเรียนไกลที่กรุงเทพมหานครแล้วนั่นเอง

สายตาเว้าวอนและท่าทีอ่อนโยนทำให้พลอยชมพูไม่กล้าขัดขืนให้เป็นการทำลายความรู้สึกที่มีต่อคนตรงหน้านัก อย่างน้อยเขาก็กำลังพยายาม...

“อาร์มชอบพลอยนะครับ” เสียงทุ้มผะแผ่วในห้วงความรู้สึก หากแต่กระจ่างชัดจนพลอยชมพูแน่ใจได้ว่าเธอไม่ได้ฟังผิดเพี้ยนหรือหูอื้อคิดไปเอง

“อาร์ม” เสียงหวานเรียกไม่ชัดเจนนัก พยายามรั้งมือที่ชายหนุ่มกระชับกลับมาแต่ไม่สำเร็จ

“อาทิตย์หน้าอาร์มจะต้องไปเรียนที่กรุงเทพฯ แล้ว ถึงจะไม่ไกลจากนครปฐมนัก แต่...อาร์มอยากให้พลอยแน่ใจว่าหัวใจอาร์มอยู่ที่นี่” อาทิตย์จริงจังที่สุดเท่าที่จำได้ “ยิ่งนานวันความรู้สึกมันยิ่งชัดเจนนะครับพลอย ถ้าหากเป็นไปได้ อาร์มก็อยากให้พลอยไปเรียนด้วยกันที่นู่น ถึงจะมีโทรศัพท์ มีไลน์ มีเฟซบุ๊ค หรืออะไรก็แล้วแต่ มันไม่เท่ากับได้พบหน้าเจอตัวจริงแบบนี้ อาร์มทั้งห่วงทั้งหวงจนต้องตัดสินใจบอกพลอยในวันนี้ว่า อาร์มชอบมากเหลือเกิน...อาร์มรักพลอยนะครับ”

“คือว่าพลอย...” พลอยชมพูอ้ำอึ้ง เธอจะรับรักเขาได้อย่างไรในเมื่อ...

“พี่พลอย! พี่อาร์ม! รักกันมากใช่ไหม” เสียงคุ้นหูตวัดห้วนดังมาจากด้านหนึ่ง เรียกให้สองหนุ่มสาวที่ยังยืนอยู่ในศาลาแปดเหลี่ยมต้องหันไปมองด้วยแววตาสงสัย หากจะมีใครสังเกตคงได้เห็นประกายตกใจจากแววตาของพลอยชมพูที่มองไปสบตาผู้มาใหม่

“พิม คือว่า...เดี๋ยวก่อนสิพิม ฟังพี่ก่อน มันไม่ใช่อย่างที่เธอเข้าใจนะ พิม” พลอยชมพูตะโกนไล่หลังเมื่อพิมลภัส หรือพิม ผู้เป็นน้องสาว ทิ้งหนังสือสองสามเล่มลงบนพื้นปูนซีเมนต์ก่อนจะวิ่งหนีหายไปทางด้านประตูทางออกของสวนสาธารณะกลางเมืองสวย

“มันอะไรกันน่ะพลอย แล้วที่บอกว่าไม่ใช่อย่างที่เข้าใจคืออะไร” อาทิตย์ขมวดคิ้วจนเป็นปม รั้งแขนข้างหนึ่งของพลอยชมพูเอาไว้แน่นหวังได้คำตอบมาคลายข้อกังขาที่ยังคาใจ

“ก็พิมชอบอาร์มน่ะสิ ไม่ใช่สิ ยัยเด็กนั่นรักอาร์มจนหมดใจต่างหากล่ะ ปล่อยพลอยไปตามน้องก่อนนะ เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง” สะบัดแขนหลุดได้ก็วิ่งออกจากศาลาแปดเหลี่ยมสีขาวสะอาดตาออกไปโดยไม่หันมามองด้วยซ้ำว่าคนข้างหลังเก็บหนังสือที่พิมลภัสทำตกไว้แล้ววิ่งตามหลังไปติดๆ หากแต่เพียงไม่นานเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อพลอยชมพูได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่กระตุกหัวใจเธอจนแทบจะหมดแรงวิ่งตาม

เอี๊ยดดโครม! เสียงดังสนั่นด้านหน้าสวนสาธารณะใจกลางเมือง ทำให้ใจของคนที่วิ่งตามหล่นไปอยู่ตาตุ่มฉับพลัน “พิม” เสียงเพ้อผะแผ่วทั้งที่ยังตั้งหน้าวิ่งตามน้องสาวคนเดียวด้วยความเป็นห่วงสุดแสน

กระทั่งผ่านประตูรั้วเหล็กของสวนสาธารณะออกมาริมฟุตบาท ภาพตรงหน้ายิ่งทำให้พลอยชมพูแทบเข่าทรุด กลุ่มคนมุงดูอะไรบางอย่างพร้อมเสียงพูดคุยเซ็งแซ่ พลอยชมพูไม่รอฟังด้วยซ้ำว่าคนเหล่านั้นพูดอะไรบ้าง ใช้สองมือเปิดทางขอเข้าไปใจกลางวงล้อมที่ดูแออัดยิ่งนัก

ภาพที่พร่ามัวค่อยๆ แจ่มชัด ร่างที่นอนแน่นิ่งสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีชมพูเข้ากับกางเกงยีนส์สีเข้มสวย มีรองเท้าที่กระเด็นหลุดออกมาวางอยู่ข้างตัว ส่วนอีกข้างยังติดเท้าอยู่เช่นเดิม และใครบางคนกำลังโอบร่างที่หมดสตินั้นไว้ในอ้อมแขนพร้อมมองสำรวจด้วยสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“พิม พิม! พิมอย่าเป็นอะไรนะ” คนห่วงน้องสาวกระโจนเข้าไปโอบร่างไร้สติเอาไว้ในอ้อมแขน และตอนนี้เธอเข้าใจดีแล้วว่าเมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้น

“คุณรู้จักเธอใช่ไหมครับ ใช้รถผมพาเธอไปโรงพยาบาลก่อนดีกว่าครับ” เสียงทุ้มแปร่งๆ อย่างชาวต่างชาติผมสีแปลกตาบอกพลางอุ้มร่างที่ยังหมดสติขึ้นไว้อย่างถือวิสาสะ เห็นคนที่กำลังร้องไห้น้ำตาท่วมพยักหน้ารับจึงเดินนำไปที่รถ เปิดประตูด้านหลังพร้อมวางร่างเล็กก่อนจะเปิดทางให้หญิงสาวได้เข้าไปดูแล

“คุณรู้จักโรงพยาบาลใกล้ๆ แถวนี้หรือเปล่า นำทางผมด้วย” เสียงเดิมยังคงเต็มไปด้วยความร้อนลนห่วงใย

“ค่ะ เลี้ยวซ้ายตรงแยกด้านหน้า ไม่ไกลนักจะมีโรงพยาบาล ช่วยน้องของพลอยด้วยนะคะ” พลอยชมพูกระชับศีรษะที่เห็นรอยเลือดเปรอะบริเวณหน้าผากน้องสาววางบนตัก ลูบผมอย่างเบามือที่สุดด้วยหวาดหวั่นว่าอาจทำให้น้องสาวต้องเจ็บมากขึ้นหรือเปล่า พลางมองด้วยความสำนึกผิดระคนความรู้สึกหลากหลายที่ถาโถมมาตอกย้ำว่าเธอมีส่วนผิดในเรื่องนี้

คนที่เข้าใจว่าเป็นทั้งคนที่ขับรถชนและกำลังพยายามช่วยเหลือน้องสาวของเธอทะยานรถคันหรูสู่โรงพยาบาลตามทิศทางที่แนะนำ ไม่นานนักร่างของพิมลภัสถูกพาเข้าห้องฉุกเฉินทันที

พลอยชมพูจัดการเรื่องเอกสารเรียบร้อยก่อนจะเดินวนไปมาอยู่หน้าประตูบานใหญ่สีขาวสะอาด ด้านในเป็นอย่างไรบ้างไม่รู้ แต่ที่รู้ตอนนี้คือในหัวใจคนรออย่างเธอกำลังโดนแผดเผาเปลวไฟกองใหญ่ ไฟแห่งความเป็นห่วง ความวิตกกังวล หวาดหวั่นกับอาการของน้องสาวที่ถูกรถชนและหมดสติ เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่เธอไม่มีแก่ใจอยากรู้ด้วยซ้ำ ในห้องที่มีน้องสาวเธอรักษาตัวอยู่ยังปิดเงียบราวกับไม่มีวันจะเปิดออกมาอีกอย่างไรก็อย่างนั้น...อย่าให้พิมเป็นอะไรไปเลยนะพิมน้องพี่...

“ขอโทษครับ คุณเป็นญาติเด็กคนนั้นใช่ไหม...คงเป็นพี่สาวสินะครับ” เสียงทุ้มแปร่งเรียกสติให้หันมาสนใจ

“ใช่ค่ะ ฉันเป็นพี่สาว” ประกายสีน้ำตาลเข้มทอประกายดุกร้าวเมื่อหันไปมองเห็นคนที่ช่วยชีวิตน้องสาว หากเขาไม่ใช่คนที่ขับรถชน เธอคงซาบซึ้งในการกระทำครั้งนี้ยิ่งนัก

“ผมยินดีจะรับผิดชอบนะครับ ผมชื่ออาเธอร์ แอชตัน เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง คุณไม่ต้องห่วงนะครับ” เจ้าของดวงตาสีฟ้าสวยเผยความจริงใจยิ่งกว่าคำพูด แต่กระนั้นหญิงสาวตรงหน้ายังมองเหมือนกังขาในความช่วยเหลือครั้งนี้ “เป็นความผิดของผมเอง มีธุระด่วนจึงทำให้ไม่ทันระวัง ถ้ามีอะไรที่ผมช่วยได้หรือควรรับรู้คุณบอกผมได้ทันทีเลยนะ”

“ขอบคุณมากค่ะที่คุณมาส่งน้องสาวพลอย ไม่รู้ว่าพิมจะเป็นอย่างไรบ้าง พลอยขอไปโทรศัพท์บอกพ่อกับแม่ก่อนนะคะ” พลอยชมพูตอบกลับด้วยนัยน์ตาที่อ่อนแสงลงมาก หากไม่ได้เขาพามาส่งที่โรงพยาบาล เธออาจจะทำอะไรไม่ถูก

“เอานี่ ใช้โทรศัพท์ของผมก่อนได้เลยครับ อย่างน้อยก็เป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ” หนุ่มใหญ่นัยน์ตาสวยจริงใจยิ่งนัก คว้าโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นทันสมัยมาส่งให้ใช้บริการอย่างที่บอกเร็วรี่

“ขอบคุณมากค่ะ” พลอยชมพูรับไปใช้ด้วยนึกเกรงใจอยู่ในที รอเรียกสายอยู่ครู่ใหญ่แต่ไม่มีคนรับสายจึงกดปุ่มวางสายและส่งคืนให้เจ้าของ “ขอบคุณค่ะ ไม่มีคนรับสาย สงสัยจะกำลังยุ่งกันอยู่ค่ะ ตอนนี้เป็นเวลาเลิกเรียน พ่อกับแม่คงดูแลเด็กนักเรียนอยู่น่ะค่ะ”

“พ่อกับแม่คุณเป็นอาจารย์อย่างนั้นเหรอครับ” ดวงตากร้านโลกบอกถึงความประหลาดใจเล็กน้อย

“พลอยชมพู!” เสียงจากทางเดินของโรงพยาบาลเรียกให้เจ้าของชื่อละสายตาจากเจ้าของตาสีฟ้าไปมองผู้มาใหม่ จึงได้เห็นอาทิตย์หอบหนังสือในมือมาพร้อมกับท่าทางที่บอกว่าทั้งหวงทั้งห่วงระคนกันไปหมด

“พิมเป็นไงบ้างครับ แล้วพลอยไม่เป็นอะไรใช่ไหม” อาทิตย์มองอย่างเป็นห่วง และออกจะมีอาการหวงขึ้นหน้าเมื่อเห็นประกายตาไม่น่าไว้ใจของชายอีกคนที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูดีมีเสน่ห์สำหรับสาวๆ

“ยังไม่รู้เลยจ๊ะ นี่ก็เข้าไปในห้องฉุกเฉินตั้งนานแล้วยังไม่ออกมาเลย” พลอยชมพูตอบคำถามสลับกับหันไปมองบานประตูสีขาวที่ยังปิดสนิท

“เอ่อ หนูพลอยครับ...นี่นามบัตรของผม หากคุณไม่ว่าอะไรรบกวนรับไปด้วยครับ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดผมจะรับผิดชอบเอง” อาเธอร์ก้มมองนาฬิกาข้อมืออีกครั้งก่อนจะรั้งมือพลอยชมพูมารับเอาไว้ “เมื่อครู่ผมไปติดต่อและประสานกับทางโรงพยาบาลเอาไว้เรียบร้อยแล้วนะครับว่าผมเป็นเจ้าของไข้ ตอนนี้ผมคงต้องรีบไป แต่ได้โปรดเชื่อว่าผมไม่ได้หนีไปไหนแน่นอน ยังไงผมเสร็จธุระแล้วจะรีบกลับมานะครับ” น้ำเสียงจริงจังพร้อมกระชับมือพลอยชมพูที่รับการ์ดใบเล็กเอาไว้

หญิงสาวผงะเล็กน้อย รีบรั้งมือกลับในจังหวะเดียวกับที่อาทิตย์ขยับเข้าใกล้อย่างหวงก้าง ประกายตาไม่พอใจมองการกระทำตรงหน้าแล้วพาให้อยากให้มีเรื่องกับหนุ่มต่างชาติยิ่งนัก แม้จะเคยรับรู้และเข้าใจมาว่าเรื่องจับมือถือแขนเป็นเรื่องธรรมดา แต่คนรักของเขาทั้งคนจะปล่อยให้ใครที่ไหนมาจับง่ายๆ ได้อย่างไรกันเล่า ถึงแม้จะดูแก่กว่ามาก แต่อายุอาณามคงไม่เกินเลขห้า เดี๋ยวนี้เฒ่าหัวงูมันเยอะ เขาไม่อยากไว้ใจ หรือต่อให้เป็นหนุ่มหล่อวัยเดียวกัน เขาก็ไม่ปล่อยให้พลอยชมพูชิดใกล้โดยไม่จำเป็นแน่นอน

“เอามานี่” อาทิตย์เป็นฝ่ายรั้งมือพลอยชมพูมากุมเอาไว้ ก่อนจะดึงกระดาษใบเล็กไปถือเสียเอง “คุณคือคนที่ขับรถชนน้องสาวของแฟนผมใช่ไหม ตามกฎหมายแล้วอย่างไรเราก็ต้องแจ้งความนะครับ” อาทิตย์บอกพลางส่งสายตาข่ม ในขณะที่พลอยชมพูรั้งมือข้างหนึ่งเหมือนจะปรามเขาเอาไว้

“ผมบอกแล้วว่ายินดีรับผิดชอบทุกอย่าง ส่วนทางคุณจะแจ้งความหรือต้องทำอะไรก็เชิญตามสบาย...เอาอย่างนี้ ถ้าเสร็จจากประชุมแล้วผมจะรีบมาที่นี่ทันที ส่วนตอนนี้จะให้เลขาของผมมาเฝ้าดูอาการที่นี่ไปก่อน อีกไม่เกินสิบนาทีก็น่าจะมาถึง ขอตัวก่อนนะครับคุณผู้หญิง” อาเธอร์ตอกกลับด้วยสายตาจริงจังเคร่งขรึม ก่อนจะหันไปมองพลอยชมพูในท้ายประโยคและโน้มศีรษะนิดหนึ่งอย่างให้เกียรติก่อนจะผละจากไปอย่างเร่งรีบ และเพียงไม่ถึงสิบห้านาที ชายต่างชาติในชุดสูทสีดำดูสง่าเรียบร้อยก็โผล่มายืนยันความบริสุทธิ์ใจของอาเธอร์ตามที่บอกไว้ไม่ผิดเพี้ยน

 

ทุกอย่างดูเหมือนจะเรียบร้อยไร้ปัญหา แต่อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้ครอบรัวของพลอยชมพูได้รู้จักครอบครัวเศรษฐีใจบุญเจ้าของโรงแรมหรูระดับห้าดาวอย่างใกล้ชิดกว่าที่คนทั่วไปจะเข้าถึงได้ และโชคชะตาเล่นตลกเข้าอย่างจังเมื่ออาเธอร์ แอชตัน เจ้าของโรงแรมในเครือแอชตัน พาเลซ เอ่ยปากยินดีจะส่งเสียพลอยชมพูและพิมลภัสให้เรียนจนจบระดับการศึกษาเท่าที่ต้องการ พร้อมทั้งยินดีป้อนงานของโรงแรมในตำแหน่งสูงให้กับพี่น้องปัทมรัตน์อย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น

พลอยชมพูจึงได้เดินทางไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งพิมลภัสที่ได้ย้ายเข้าเรียนมัธยมปลายในโรงเรียนมีชื่อระดับแนวหน้าของเมืองไทย และเข้าพักที่คฤหาสน์ของอาเธอร์ตามคำเชื้อเชิญ ด้วยเหตุผลว่า ธุรกิจของอาเธอร์มีการจัดสรรงบประมาณและมีกิจกรรมเพื่อสังคม อีกทั้งไม่อยากขัดคำสั่งที่บิดากำชับเป็นหนักหนาว่าให้รู้จักบุญคุณคนและไม่ควรทำให้ผู้มีพระคุณต้องลำบากใจ

 

บรรยากาศรอบตัวเย็นลงกว่าตอนกลางวัน พร้อมแสงตะวันที่สาดแสงร้อนแรงเช่นยามกลางวันหดหายไปสิ้น มีเพียงแสงสุดท้ายที่กำลังจะสลายไปในโค้งขอบฟ้า แต่งแต้มทั่วนภาผืนกว้างราวกับจะอาวรณ์ห้วงเวลากลางวันที่ลาลับหายไป หากแต่ห้องอาหารของบ้านแอสตันภายในวันนี้ครึกครื้นเป็นพิเศษ และเป็นเช่นนี้ทุกวันสุดสัปดาห์ตลอดเวลาร่วมสองปีที่พลอยชมพูมาอาศัยอยู่ที่นี่

วันนี้ประมุขของบ้านเคลียร์งานเร่งด่วนและกลับมาร่วมโต๊ะอาหารและมีสาวสวยสองคนเป็นแขกพิเศษที่ช่วยคลายความเงียบเหงาของบ้านได้เป็นอย่างดี มื้ออาหารแสนอร่อยผ่านไปอย่างไม่รีบร้อนนัก เมื่ออาเธอร์ชี้ชวนให้พลอยชมพูและพิมลภัสลองทานอาหารที่สั่งให้แม่บ้านจัดทำเป็นพิเศษ

อาเธอร์อยู่ในชุดลำลองแบบสบายหลังกลับมาถึงบ้านเขาขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยเวลารวดเร็ว ส่วนพลอยชมพูและพิมลภัสสวมเสื้อยืดและกางเกงขาสามส่วนที่ดูคล้ายกัน แต่ทรงผมหยักศกสีดำสะดุดตาของพลอยชมพูทำให้ชายหนุ่มอมยิ้มและลอบมองอย่างชื่นชมอยู่หลายครา

“วันนี้ผมมีข่าวดีจะแจ้งให้ทุกคนได้รับทราบด้วยกันนะครับ คือจูเนียร์ ลูกชายผม จะเดินทางมาเมืองไทยในวันพรุ่งนี้ บ้านเราคงครึกครื้นมากขึ้น หนูพลอยและหนูพิมไม่ต้องกังวลนะครับ จูเนียร์เขาเข้ากับคนได้ง่าย คิดว่าน่าจะเข้ากับพวกคุณได้ไม่ยาก บางทีอาจจะติดพวกคุณมากกว่าผมก็ได้นะ” อาเธอร์ในวัยห้าสิบต้นๆ ระบายยิ้มพลางใช้ส้อมตวัดสเต็กปลาเข้าปาก

“แบบนี้คุณอาเธอร์ก็หายเหงาแล้วสิคะ ลูกชายจะมาอยู่ด้วยกันที่นี่” พิมลภัสยิ้มยินดีเพราะตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่เธอไม่เคยเห็นคนตรงหน้ามีสัมพันธ์กับสาวที่ไหนเลยสักคน ที่แท้ก็มีลูกชายแล้วนี่เอง คงรักครอบครัวมากสินะ

“พวกเรายินดีด้วยนะคะคุณอาเธอร์ ได้ลูกชายมาอยู่ด้วยคงดีไม่น้อยเลยค่ะ ส่วนเรื่องห้องพักให้พลอยกับพิมลงมาอยู่ชั้นล่างก็ได้นะคะ คุณกับลูกชายจะได้เป็นส่วนตัวน่ะค่ะ” ความเกรงใจทำให้เลือกที่จะพูดไปเช่นนั้น เรียกสายตาสีฟ้าให้ตวัดมองก่อนจะยิ้มกว้างด้วยความเอ็นดูในความขี้เกรงใจของเด็กสาวตรงหน้า อยู่ด้วยกันมาเกือบสี่ปี พลอยชมพูยังเกรงใจเขาคงเส้นคงวาไม่เคยเปลี่ยน

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับหนูพลอย ผมตามสบายครับ ไม่ซีเรียสเรื่องนี้ คุณรู้หรือเปล่าว่า การที่พวกคุณมาอยู่ที่นี่ นอกจากจะทำให้บ้านไม่เงียบเหงาแล้วยังเป็นการมาเพื่อช่วยดูแลตาแก่อย่างผมด้วยนะ คนแก่ไม่ชอบอยู่คนเดียวหรอกนะ มันเหงา” คุณอาเธอร์ของพลอยชมพูช่างพูดให้คนฟังรู้สึกดีได้เสมอ สมแล้วที่เป็นถึงเจ้าของโรงแรมห้าดาวของเมืองไทย

“พิมก็ไม่มีปัญหาเหมือนกันค่ะ พี่พลอยอยู่ที่ไหนพิมก็อยู่ที่นั่นได้สบายอยู่แล้วค่ะ” พิมลภัสช่วยสำทับความมุ่งมั่นของพี่สาวให้แจ่มชัด

“แล้วตอนนี้หนูพลอยเรียนปีสุดท้ายแล้วใช่ไหม เรื่องฝึกงานก็เข้าไปฝึกที่โรงแรมของเราได้เลยนะ ผมรอคนเก่งมีฝีมือและน่ารักอย่างหนูพลอยเข้าไปร่วมงานมานานแล้ว” อาเธอร์ยิ้มมุมปากพร้อมพยักหน้าหงึกๆ ราวกับเชื้อเชิญให้พลอยชมพูโอนเอนตามที่นำเสนอ

“ความสามารถของพลอยถ้าพอจะทำประโยชน์ให้ทางโรงแรมและคุณอาเธอร์ได้ พลอยก็ยินดีค่ะ จริงๆ พลอยเกรงใจนะคะ คือพลอยและน้องเป็นหนี้บุญคุณคุณอาเธอร์หลายอย่างเหลือเกินแต่ถ้าหากว่าคุณอาเธอร์เห็นสมควรพลอยก็เห็นด้วยค่ะ” พลอยชมพูพูดจากใจจริง ใบหน้าเปื้อนยิ้มยินดีจริงใจบ่งบอกว่าเธอหมายความอย่างที่พูดจริงๆ 

“อย่าถือว่าเป็นหนี้บุญคุณอะไรเลยครับ ถือว่าที่เราเจอกันนั้นเป็นพรหมลิขิต และที่สำคัญ ผมแค่ทำในสิ่งที่ควรทำเท่านั้นเอง แต่ถ้าหากว่าพลอยจะถือว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณแล้วสบายใจก็แล้วแต่ ผมไม่ซีเรียสหรอกครับ เพียงแค่ไม่อยากให้พลอยและน้องพิมต้องคิดอะไรมากไปเท่านั้นเอง” เสียงภาษาไทยแปร่งหูบอกเสียงเนิบ ในน้ำเสียงทุ้มเจือความอบอุ่นห่วงใย หากแต่สายตาที่มองพลอยชมพูมีอะไรบางอย่างผุดขึ้นมาให้เห็นอยู่เป็นระยะ

“พลอยยินดีที่สุดค่ะ เริ่มงานเมื่อไหร่คะ” พลอยชมพูตื่นเต้นจริงจัง หันไปมองสบตาพิมลภัสที่แสดงท่าทีตื่นเต้นไม่แพ้กันพร้อมรอฟังคำตอบจากว่าที่เจ้านายด้วยความกระตือรือร้น

“พร้อมเมื่อไหร่ก็เริ่มได้เลย ถ้าคุณพร้อมก็แจ้งกับทางมัลโก้ได้เลยนะ เขาจะช่วยจัดการทุกอย่างให้”

“ได้ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ” พลอยชมพูรับคำแน่นหนัก ประนมมือไหว้ขอบคุณอย่างจริงใจ นัยน์ตาสีน้ำตาลทอแสงความปีติเอาไว้แจ่มชัด

หลังจากมื้ออาหารเย็นที่กลายเป็นเวลาสมัครงานของพลอยชมพูได้ผ่านไป ต่างคนแยกย้ายไปทำภารกิจส่วนตัวและเตรียมเข้านอน พลอยชมพูสวมชุดนอนผ้าฝ้ายแขนสั้นสีเดียวกันกับกางเกงขาสามส่วนกำลังเอนกายลงบนที่นอนนุ่มหนาแสนสบาย หากแต่เสียงเครื่องมือสื่อสารร้องเตือนให้รู้ว่ามีข้อความจากใครบางคน

หญิงสาวเปิดอ่านข้อความจากโปรแกรมแชทเมื่อเห็นว่าเป็นชื่อของอาทิตย์ ชายหนุ่มที่เธอฝากฝังให้ช่วยสอนพิเศษให้พิมลภัสในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ส่งข้อความมาส่งเข้านอน เธอจึงตอบกลับไปด้วยข้อความเดียวกันก่อนจะวางเอาไว้บนโต๊ะหัวเตียง และหยิบหนังสืออ่านเล่นที่วางใกล้กันมาเปิดอ่านตามนิสัยคนชอบอ่านที่ทำอยู่เป็นนิจ

มือเรียวกรีดหน้ากระดาษตามรอยของที่คั่นหนังสือ เปิดหน้าที่เธออ่านค้างไว้เมื่อคืนนี้ก่อนจะเริ่มอ่านบรรทัดต่อไป หากแต่เสียงโทรศัพท์ร้องอีกครั้งเพื่อบอกว่ามีใครบางคนติดต่อเข้ามาหา เรียกให้หลุดจากภวังค์บนหน้าหนังสือ หยิบมาดูเห็นว่าเป็นหมายเลขจากทางบ้านจึงกดรับสายทันที

“สวัสดีค่ะแม่ พลอยเองค่ะ ยังไม่นอนอีกหรือคะ” พลอยชมพูระบายยิ้มหวังส่งไปให้คนไกลที่เธอได้กลับไปเยี่ยมบ้านเดือนละครั้ง พลางนึกแปลกใจที่มารดาโทรศัพท์มาหาเพราะเพิ่งกลับไปเยี่ยมบ้านมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง

พลอยหรือลูก นอนหรือยัง

“ยังไม่นอนค่ะ กำลังอ่านหนังสือ แม่มีอะไรหรือเปล่าคะ”

พอดีป้าส่งข่าวมาว่า ถ้าหากพลอยว่างให้ไปพบคุณท่านที่ออสเตรเลียด่วน เพราะว่าท่านป่วยหนัก แม่เห็นว่าหนูน่าจะไปนะ คนเราจะเห็นกันก็ในยามลำบากยามป่วยไข้นี่ล่ะ เราเคยได้เขาช่วยเหลือเกื้อกูลเอาไว้เมื่อมีโอกาสก็ควรจะรีบตอบแทน

“อะไรนะคะแม่ คุณท่านไม่สบายหรือคะ เป็นอะไรมากหรือเปล่า” พลอยชมพูถามย้ำกลับไปผ่านคนที่ส่งข่าวสำคัญอยู่ปลายสาย

อันนี้แม่ก็ลืมถามเสียด้วยสิ แต่เท่าที่คุยกันเห็นบอกว่าทางโน้นอยากเจอตัวเราน่ะ แม่ก็ไม่รู้รายละเอียดอะไรนัก ให้ลองเช็คอีเมย์ อีเมล์อะไรนี่ล่ะ หนูลองจัดการดูนะลูก ได้ความว่าไงแล้วบอกแม่ด้วยนะจ๊ะ มารดาบอกเสียงนุ่มแสนอบอุ่น หากแต่คนฟังยังคิดหนักกับการรับข่าวในครั้งนี้ยิ่งนัก

“ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะแม่ แม่ก็รีบเข้านอนนะคะ ดึกแล้วเดี๋ยวจะไม่สบาย พรุ่งนี้ต้องไปสอนเด็กตั้งแต่เช้าอีก...ค่ะ ฝันดีนะคะแม่” สิ้นเสียงสนทนาหญิงสาวกดตัดสัญญาณก่อนจะใช้โทรศัพท์ของตนเปิดเข้าหน้าจออินเตอร์เน็ตเพื่อตรวจสอบอีเมล์จากป้าเพ็ญ

จริงสิ กลับไปจะได้ไปเอาของที่ลืมไว้ด้วยเสียเลยทีเดียว ป่านนี้ถูกทิ้งให้ฝุ่นจับไปหมดแล้วหรือยังนะ...

น่าแปลกที่ป้าเพ็ญไม่ส่งข้อความมาหาทางโปรแกรมแช็ทไลน์ แต่จะติดต่อทางไหนก็คงไม่สำคัญแล้วเพราะหน้าจอจดหมายอิเล็กทรอนิกส์โชว์หราอยู่เบื้องหน้า พร้อมจดหมายเข้าใหม่จากป้าเพ็ญหนึ่งฉบับอย่างที่มารดาได้บอกเอาไว้จริงๆ 

คุณท่านเรียกตัว อยากพบพลอยชมพูหลานป้า

ตอนนี้อาการไม่ดีนัก อยากให้มาเยี่ยม หากเป็นไปได้รีบบินมานะ

ส่งข่าวมาด้วยป้าจะได้จัดการเรื่องการเดินทางให้เรียบร้อย

...รักเสมอ...จากป้าเพ็ญ

ข้อความสำคัญถูกถ่ายทอดผ่านสายตาที่กวาดมองทุกตัวอักษร ใบหน้ารูปไข่ที่ประดับด้วยดวงตาสีน้ำตาลสุกใส ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด กลีบปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันเหมือนกำลังพยายามเรียบเรียงภารกิจสำคัญที่ต้องทำอย่างคร่าวๆ อยู่ในใจก่อนจะผ่อนลมหายใจด้วยใบหน้าผ่อนคลายเหมือนได้คำตอบให้กับตนเองแล้วในที่สุด

 
 

ร่างสูงหกฟุตกว่าขยับผ่านแสงน้อยนิดเข้ามาในตัวบ้าน มีเพียงคนขับรถประจำตระกูลแอชตันเท่านั้นที่รู้ว่าเป็นใคร ร่างท้วมยกกระเป๋าใบหนาเดินตามหลังเจ้าของเงาทะมึนที่อยู่ในชุดสูทยาวมาจนถึงบันไดขึ้นชั้นสองของคฤหาสน์ก่อนจะยกมือขึ้นมาเป็นสัญญาณบอกว่าให้หยุดเพียงเท่านั้น

“ให้ผมยกกระเป๋าไปส่งด้านบนดีกว่าไหมครับคุณอีธาน” เสียงถามเป็นภาษาไทยชัดเจนแสนสุภาพ

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจัดการเอง คุณพ่อหลับแล้วใช่ไหม” เสียงทุ้มของอาคันตุกะถามอย่างใจเย็น หากจะได้เห็นนัยน์ตาที่ส่องประกายวับวาบคงพอจะเดาได้ว่าคำถามนั้นมีอะไรบางอย่างแอบแฝง

“หลับแล้วครับ คุณท่านเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ถ้าหากคุณท่านทราบว่าผมกับคุณเจปิดบังเรื่องการเดินทางครั้งนี้ มีหวังผลโดนเล่นงาน...”

“ได้ยินว่ารับเลี้ยงสาวสวยไว้สองคนใช่ไหม” เสียงทุ้มแฝงด้วยความเจ้าเล่ห์จนคนฟังนึกเอะใจ ดวงตากร้านโลกมองลูกชายของเจ้านายด้วยความระแวงระคนสงสัย

“เอ่อ...เรียกว่ารับอุปการะน่าจะถูกต้องมากกว่านะครับ คุณอีธานมีอะไรหรือครับ”

“ชู่ว! ไปพักผ่อนได้แล้วล่ะ ขอบใจมาก” เสียงสั่งแฝงอำนาจอยู่ในที บอกพลางก้าวขึ้นบันไดไปโดยไม่สนใจหยิบกระเป๋าใบหนาติดมือไปแม้แต่น้อย

อีธาน แอชตัน ก้าวขึ้นชั้นสองไปอย่างมั่นคง ตรงไปยังห้องที่คาดว่าจะมีแขกสาวคนสวยอาศัยหลับนอนอยู่ในนั้น มือข้างหนึ่งเอื้อมไปจับลูกบิดประตูพร้อมหมุนมันอย่างใจเย็น นัยน์ตาสีฟ้ากระตุกแวววูบไหวเมื่อพบว่าลูกบิดหมุนได้แค่เพียงครึ่ง

ล็อกจากด้านใน จริงสินะ ห้องส่วนตัวของหล่อน...หล่อนมีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้ในพื้นที่ส่วนตัว

รอยยิ้มเย็นกระตุกยิ้มมุมปาก เขาอยากจะทักทายว่าที่คู่หมั้นที่พ่อจัดการเตรียมเอาไว้ให้เสียหน่อยก็เท่านั้น ไม่คิดว่าหล่อนจะเป็นคนระแวดระวังตัวขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้ เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยรับขวัญก็แล้วกันนะว่าที่คู่หมั้นของฉัน...

ร่างสูงสง่าหมุนกายไปทิศทางยังห้องของตน หากแต่เท้าที่เดินไปได้เพียงสองก้าวต้องชะงักกึก เมื่อเสียงปลดล็อกจากลูกบิดประตูส่งเสียงลั่นให้ได้ยินอยู่เบื้องหลัง...ว่าที่คู่หมั้นกับเขาใจตรงกันขนาดนี้เชียวหรือ...

ทันทีที่หันไปเห็นชายหนุ่มยืนนิ่งงันราวกับโลกหยุดหมุน อีธานแทบหยุดหายใจเมื่อใบหน้าสวยหวานกระจ่างตาเผยให้เห็นอยู่ไม่ไกลนัก หญิงสาวผมยาวสีดำสลวยล้อมกรอบใบหน้ารูปไข่ที่มีพวงแก้มอิ่มสีชมพูเรื่อน่ามอง จมูกโด่งพอดีกับใบหน้าที่ประดับด้วยคิ้วเรียวขนานกับดวงตาสุกใสของลูกกวางน้อย ดูจิ้มลิ้มน่ารักเหมาะกับชุดนอนสีขาวสะอาดตาราวกับเด็กน้อย หากแต่กลีบปากอวบอิ่มเป็นกระจับนั่นเล่า ดูไม่เข้ากันเลยเพราะมันทำให้เขาใจเต้นไม่เป็นจังหวะอย่างไรพิกล

“กรี๊ดด คนร้าย ช่วยด้วยค่ะ คนร้าย” หญิงสาวในชุดนอนสีขาวร้องลั่น ก่อนจะกระโจนไปคว้าแจกันดอกไม้ที่วางไว้ไม่ไกลจากระเบียงบันไดมากนัก

Shut up! เฮ้! หยุดนะแม่กวางน้อย” ร่างสูงพุ่งปราดเดียวเข้ามาคว้ามือที่กำลังเงื้อง้างของแข็งขึ้นเหนือหัว คำสั่งเด็ดขาดดูเหมือนจะยิ่งทำให้แม่สาวตาโตร้องลั่นยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อหล่อนตั้งหน้ากรีดร้องอีกหน

อีธานรวบร่างนุ่มเข้ามากอดเอาไว้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงไปกักเสียงต้องห้ามเอาไว้ก่อนมันจะดังลั่นปลุกคนทั้งคฤหาสน์ให้ตื่นมาต้อนรับการมาเยือนในยามวิกาลของเขาเช่นนี้

แต่ดูเหมือนความตั้งใจของชายหนุ่มจะไม่เป็นผลเมื่อประตูบานเดิมเปิดกว้างออกมาอีกครั้ง พร้อมกับร่างของใครบางคนที่โผล่ออกมาร้องถามหญิงสาวเจ้าของปากอวบอิ่มที่เขากำลังครอบครองอยู่ในขณะนี้

“กระต่ายเป็นอะไร ร้องเสียงดังลั่นเชียว” ยังไม่ทันจบประโยค สายตาปะทะเข้ากับร่างสูงของอาคันตุกะยามวิกาลและเห็นว่ากำลังลวนลามเพื่อนรักอย่างอุกอาจ พลอยชมพูไม่รออะไร ตรงเข้ามาทุบตีแผ่นหลังชายหนุ่มทันทีหวังช่วยเพื่อนรัก

“อะไรกัน เกิดอะไรขึ้น”

เสียงคุ้นหูดังมาจากฟากหนึ่งของคฤหาสน์แอชตัน และเมื่อทุกคนหันไปมองจึงได้เห็นร่างหนาของประมุขอาณาจักรแอชตันกำลังเดินจ้ำอ้าวเข้าใกล้มาเรื่อยๆ

ร่างที่ถูกอ้อมกอดแกร่งกักเอาไว้พร้อมกับขโมยจูบแรกไปอย่างไร้มารยาทถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ฝ่ามือเรียวตวัดใส่แก้มสากทันทีที่มีโอกาส เพ่งมองผ่านรอยตระหนกเห็นรอยยิ้มร้ายของคนที่กำลังเลียริมฝีปากตัวเองแล้วพานให้ยิ่งขยะแขยง ก่อนจะสาวเท้าโผเข้าไปหาเพื่อนรักที่กางแขนรอรับก่อนจะพากันไปยืนหลบมุมอยู่ใกล้บานประตูห้อง แม้จะตกใจกลัวจนตัวสั่นเทา แต่ดวงตาสุกใสยังคงมองไปหาคนที่ขโมยจูบแรกของตนไปอย่างจะกินเลือดกินเนื้อไม่ยอมลดละ หากไม่ได้หูฝาด ยืนยันได้ว่ามีเสียงหัวเราะในลำคออย่างถูกใจของคนตรงหน้า

อีธานยกยิ้มร้ายมองตามเจ้าของรอยฝ่ามือที่ฝากรอยรักรอยจำไว้บนผิวแก้ม ก่อนจะละสายตาหันไปทักทายกับบิดาที่ก้าวเข้ามายืนจังก้าอยู่ตรงหน้า หากแต่สิ่งที่เกินคาดฝันคือแรงฝ่ามือที่ฟาดมาบนแก้มสากเพื่อต้อนรับเขาทันทีที่เห็นหน้ากันครั้งแรกในรอบหลายปี “สวัสดีครับคุณพ่อ”

“แกทำบ้าอะไรอีธาน แกทำอะไรกับแขกของฉันไอ้ลูกไม่รักดี” ภาษาไทยแปร่งพ่นใส่หน้าลูกชายที่ยืนนิ่งหลังเจอแรงตบที่ทำให้รู้ว่า ท่านไม่พอใจมากกับการกระทำอุกอาจเมื่อครู่นี้

“เจอหน้ากันก็ทำเรื่องเหลวไหลเลยเชียวหรือ เมื่อไหร่แกจะเลิกประชดฉันด้วยวิธีแบบนี้เสียที” เสียงทุ้มเข้มจัดบ่งบอกความไม่พอใจท่วมท้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงถอนหายใจหนัก “หนูพลอยพาหนูกระต่ายเข้าไปพักในห้องนอนก่อนเถอะ เรื่องที่เกิดขึ้นผมจะจัดการให้ทุกอย่างเรียบร้อยเอง ขอรับรองว่าจะไม่ปล่อยให้คนทำผิดลอยนวลแน่นอน” นัยน์ตาสีเดียวกับคนที่ถูกตบหน้าหันมองมาด้วยแววอ่อนโยนและสำนึกผิด

พลอยชมพูพยักหน้ารับคำและทำตามข้อเสนอนั้นแทบจะทันที แต่กระนั้นก็ยังทันได้ยินเสียงเข้มสั่งบุตรชายให้ตามลงไปห้องหนังสือชั้นล่าง เพื่อชำระความกับภาพที่เธอเห็นว่าเพื่อนรักกำลังถูกรังแก...และท่านก็คงจะทันได้เห็นเช่นกันนั่นล่ะ เหลือบมองพลางกระชับไหล่เพื่อนรักเอาไว้แน่น พากันเข้าห้อง มือข้างหนึ่งลูบไหล่ไปมาอย่างปลอบประโลมให้ผ่อนคลายหายตกใจ กระทั่งหย่อนกายนั่งลงบนเตียงนุ่มก่อนจะมองสบตากัน

กระต่าย หรือปุญยนุช กระจ่างจันทร์ เพื่อนรักเพื่อนซี้ที่กำลังเตรียมเข้ารับปริญญาพร้อมกัน ได้รับเชิญให้มาพักที่คฤหาสน์และร่วมร้องเพลงวันเกิดให้กับพิมลภัสไปเมื่อค่ำที่ผ่านมา ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกับบุตรชายเจ้าของคฤหาสน์และการต้อนรับทักทายแบบนี้

“ไม่เป็นไรพลอยชมพู ฉันไม่เป็นไร” ปุญยนุชบอกทั้งที่ยังหน้าซีดไม่หาย

“นมอุ่นสักแก้วไหมจ๊ะ พลอยจะไปเอามาให้” พลอยชมพูทั้งสงสารทั้งห่วงใย หากเป็นเธอมีหรือจะยังปั้นหน้านิ่งได้แบบนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฝากติดตามผลงานเรื่องล่าสุดด้วยจ้า มาทีละนิดทีละหน่อยก่อนนะคะ

 

 

 

 

 

 

กดถูกใจเพจ ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดจร้า ^_^

 

 
 

 

ฝากติดตามผลงานเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ โหลดอ่านอีบุ๊คกดตามลิงค์ได้เลยจ้า

 

ร่ายซาตาน
เฌอมาลย์
www.mebmarket.com
เขากลับมาพร้อมกับหัวใจที่ถูกไฟร้ายผลาญเผาจนมอดไหม้เมื่อน้องชายเพียงคนเดียวตายไปพร้อมกับปริศนาที่น่าอัปยศและเธอ...คือคำตอบของการทวงแค้นครั้งนี้!

 

ตรวนรักอสูร
เฌอมาลย์
www.mebmarket.com
บาดแผลในอดีตตามหลอกหลอนให้ใจเจ็บปวดลูกศัตรูอย่างเธอคือยาชั้นดีที่จะทำให้มันคลายลงได้หากแต่หัวใจแกร่งกลับถูกหลอมละลายลงทุกขณะเขาจะเลือกสร้าง ‘ตรวนรัก’ เพื่อตรึงเธอเอาไว้หรือจะสร้าง ‘ตรวนร้าย’ เพื่อทำลายให้ย่อยยับไม่ต่างกัน!?
เพลิงรักเงากุหลาบ
เฌอมาลย์
www.mebmarket.com
ความรักกับความแค้น เธอจะเลือกอย่างไหนเมื่อความแค้นยังคงฝังใจหากแต่ความรักจากเขาก็เฝ้าหลอมละลายหัวใจไม่เว้นวาง!
ลิขิตรักกับดักซาตาน
เฌอมาลย์
www.mebmarket.com
ความจนทำให้เธอทำทุกอย่างเพื่อแลกเงินหากแต่ศักดิ์ศรีที่กินไม่ได้เธอกลับหวงมันไว้ใจแทบขาด และเมื่อซาตานอย่างเขาลงทุนวางกับดัก...ต่อให้ฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย เธอก็ไม่อาจหนีพ้นเงื้อมือของเขาไปได้

 

 

ลิขิตรักจ้าวหัวใจ
เฌอมาลย์
www.mebmarket.com
เมื่อความรักเริ่มสั่นคลอนหนุ่มหล่อตระกูลบูรมานนท์มีหรือที่จะยอมอยู่เฉยเจ้าชายน้ำแข็งร้อนได้กว่าที่คิด หวังเร่งสร้างกาวเชื่อมรักมัดนางฟ้าประจำใจให้อยู่หมัดก่อนที่หล่อนจะบินหนีหายไปจากวงโคจร

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

5 ความคิดเห็น