[fic mblaq] Love or Lodged {END}

ตอนที่ 7 : Chapter VI : Sick

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 659
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    23 เม.ย. 55

Chapter VI

Sick

            ซังฮยอนปิดนาฬิกาปลุกที่หัวเตียงก่อนจะเดินออกจากห้องด้วยความเงียบที่สุด เลือกที่จะเดินไปจ่ายตลาดกับคนขับรถ และทำอาหารเช้าคนเดียว

            “ฮยอง~ ทำไมไม่ปลุกผมอีกแล้ว” ชอลยงนั่งดูพี่ชายกำลังปรุงอาหารด้วยความไม่เข้าใจ ซึ่งเจ้าตัวก็แค่หันมายิ้มให้เขา

            “นายป่วยอยู่นะ วันนี้อยู่แต่ในห้องครัวไม่ต้องออกไปไหนนะ หรือไม่ก็กลับไปที่ห้องนอน พักเยอะๆ” ร่างยาวด้วยความเป็นห่วงน้อง และเริ่มทำมื้อเช้าไปเงียบๆ

            ซังฮยอนยังคงนำเดินการปลุกซึงโฮในแบบเดิมและปลุกชางซอนในแบบของชอลยง เตรียมเสื้อผ้าให้เสร็จก็เดินลงมาตั้งโต๊ะอาหาร ส่วนชอลยงหลักจากที่กินยาแก้ปวดหัวก็นอนหลับเป็นตาย

            “ชอนดุง ทำไมนายทำงานแค่คนเดียวล่ะ” ซึงโฮเดินเข้ามาในห้องอาหารเงียบๆและนั่งลงที่หัวโต๊ะเงียบๆ ส่วนซังฮยอนก็จัดโต๊ะไปเงียบจนกระทั่งชางซอนเดินเข้ามาในห้องอาหาร

            “แล้วมีร์ล่ะชอนดุง” เมื่อมองโดยร่วมแล้วเห็นว่าคนตัวเล็กที่เขาแกล้งไปเมื่อวานหายไปเหลือแต่พี่ชายที่ยืนหน้ายุ่งอยู่คนเดียว

            ส่วนซังฮยอนเมื่อตักข้าวเสร็จก็เดินกลับเข้าไปในครัวและนั่งรอให้พวกซึงโฮกินข้าวเสร็จเงียบๆ

            “ชอนดุง มานี่หน่อยสิ” เสียงที่ดังมาจากห้องอาหารทำให้เขาได้แต่ออกจากห้องครัวไปเงียบๆ

            “มีไร” ซึงโฮที่นั่งอยู่หัวโต๊ะอาหารพร้อมด้วยกล่องยา และกับข้าวที่ยังไม่แตะสักนิด “ทำไมพวกนายไม่กินข้าวล่ะ”

            “มากินข้าวด้วยกันสิ นายต้องกินยาอีกนะ” ท่าทางที่แปลกไปของซึงโฮทำให้ร่างบางชะงักก่อนจะพิจารณาเจตนาแอบแฝง

            “ไม่ล่ะฉันจะไปกินมีร์” โบกมือปฏิเสธก่อนจะเดินกลับเข้ามาในครัว ส่วนซึงโฮก็ได้แต่ก้มหน้ากินข้าวเงียบๆ

            เมื่อซึงโฮออกจากห้องอาหาร เขาก็เร่งมือเก็บจานและเอาโจ๊กที่ทำเตรียมไว้ใส่ชาม ก่อนจะวิ่งไปหาน้องชายที่ห้องนอน

            “มีร์~ เป็นไงบ้าง” นั่งลงข้างน้องชายที่นอนตากลมอยู่ วางชามโจ๊กลงข้างเตียงและพยุงให้น้องชายลุกขึ้นนั่ง

            “ปวดหัวอ่ะฮยอง~” ใบหน้าซีดจนเขาอดเป็นห่วงไม่ได้ แต่เจ้าตัวกลับออดอ้อนด้วยการล้มตัวลงมาหนุนตักเขาแถมยังเอาหน้าถูไปมา

            “กินข้าวมาจะได้กินยา” จับให้นั่งอีกครั้งและตักโจ๊กให้เรื่อยๆ ส่วนน้อยชายก็กินไปเรื่อยๆพร้อมกับอมยิ้มไปด้วย

            “อิ่มแล้ว ยามา” “วางชามโจ๊กลงและแบขอยาจากพี่ชายที่พึ่งกินข้าวเสร็จ ส่วนคนพี่ก็หยิบยาจากถ้วยมาให้

            “กินยาแล้วนอนนะ” ลูบหัวน้องชายเบาๆและเดินออกมานอกห้อง ถอนหายใจเบาๆ เดินกลับเข้าไปในบ้าน

            “มีร์เป็นไงบ้าง” ชางซอนที่นั่งหน้าตายอยู่บนโซฟา ส่วนคนพี่ก็ได้แค่เก็บความโกรธเอาไว้

            “ไม่เป็นไรมากแค่นายไม่ยุ่งก็พอ” เดินไปยังห้องเก็บอุปกรณ์ นำของที่ต้องทำความสะอาดในบ้านมาและเริ่มลงมือทำงานต่างๆ

            12.00 น

            “ฮา~ เหนื่อยจัง” ทิ้งตังลงหลังพุ่มไม้ ช่วงเช้าเขาเร่งทำความสะอาดทั้งหมด ทั้งถูพื้น ขัดบันได ซักผ้า ตากผ้า เช็ดเครื่องเรือน และทำอาหารเที่ยงให้ชางซอน รวมถึงเอาข้ามต้มไปให้น้องชายสุดที่รัก

            “เอาล่ะ!! ทำงานนอกบ้านต่อดีกว่า” ลุกขึ้นจากหลังพุ่มไม้หยิบอุปกรณ์ที่ใช้เสร็จแล้วไปเก็บ และหยิบอันที่ต้องใช้นอกบ้านออกมา

            18.00 น

            “เฮ้อ~” กับข้าวมากมายบนโต๊ะอาหารทำให้เขาถอนหายใจแรงๆ เหนื่อยทั้งวันจนอยากจะนอนเร็วๆขึ้นมา ส่วนซึงโฮที่เห็นว่าร่างบางแปลกๆไปก็ได้แต่สงสัยและอดห่วงไม่ได้

            “ตักข้าวสิ ชอนดุง” ไม่รู้ทำไมปากเขาไม่ไปตามสมองสักที พูดอะไรที่ตรงข้ามกับความรู้สึกจริงๆ แถมคนถูกสั่งยังทำตามง่ายๆด้วยใบหน้ามึนๆอีก “นายยังไวอยู่หรือเปล่าเนี่ย”

            “อย่ายุ่ง!!!” ปัดมือหนาที่กำลังพยายามจะแตะหน้าผาก ตักข้าวให้ชางซอนเสร็จก็เดินกลับเข้าไปในครัวเงียบๆ วานให้คุณป้าแม่บ้านเก็บจานล้างส่วนเจ้าตัวก็ตักข้าวต้มไปให้น้องชายที่ห้อง

            “มีร์~ กินข้าวเร็ว กินยาด้วยนะเดี๋ยวฮยองขึ้นไปเตรียมห้องให้พวกนั้นก่อน” วิ่งกลับมาที่บ้านใหญ่และเตรียมชุดนอนและน้ำอุ่นให้สองพี่น้อง

            “ชอนดุง!” เสียงเรียกข้างหลังทำให้เขาหันไปมองเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปทั้งตัว มองร่างหนาที่กำลังยืนพิงประตูอยู่

            “มีไร” ใบหน้าที่ติดรำคาญและมึนๆทำให้เขาอดที่จะอยากแกล้งและเป็นห่วงไม่ได้ ก็พอจะรู้เรื่องที่ชอลยงป่วยหรอกนะ

            “พักผ่อนเยอะๆล่ะ” เป็นประโยคที่ทำให้หัวใจทำงานผิดปกติจริงๆ ทั้งคนพูดเองและคนฟัง และคนพูดก็เลือกที่จะทำลายความเงียบด้วยการกลับเข้าห้องไป

            “นายก็อย่าใช้งานฉันหนักสิ ไอห้อย” บ่นเสียงดังก่อนจะพาตัวเองกลับมายังห้องนอนของตัวเอง มองชอลยงที่หลับสนิทไปแล้ว ก่อนจะพาตัวเองไปกินข้าวต้มที่ตักมาไว้ อาบน้ำ และเข้านอน

            หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป

            “อืม” พี่ชายที่นอนจับไข้ทำให้เขาเป็นห่วงมากกว่าเดิม หลังจากที่ทำงานหนักในส่วนของเขาและของตัวเองมาอาทิตย์กว่าๆพี่ชายแสนรักของเขาก็ป่วยหลับไปสามวัน พอตื่นก็ยังพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง

            “ฮยอง~ นอนพักนะเดี๋ยวผมมา” ตั้งแต่พี่ชายเขาป่วย ซึงโฮก็ลดงานให้เหลือแค่ทำอาหารเช้า ปลุกพวกเขาและทำความสะอาดบ้านเล็กน้อยเพื่อที่เขาจะได้ดูแลพี่ชายได้มากกว่าเดิม

            ชอลยงวิ่งไปห้องครัวและลงมือทำอาหารเช้า ก่อนจะวิ่งไปยังห้องของซึงโฮเป็นห้องแรกและลงมือปลุก แต่ดูเหมือนหนุ่มๆทั้งสองจะกลัวการปลุกที่แปลกประหาดของพวกเขา ฮยองปลุกแบบสาดและถีบ ส่วนเขาตีและก็ตี ตีๆ

            “อะ อืม ฉันตื่นแล้ว” ร่างหนาที่นั่งเกาอยู่หัวอยู่บนเตียง สีหน้ายังคงงัวเงียอยู่เลย “ชอนดุงเป็นยังไงบ้างล่ะ”

            “ก็ยังคงหลับไม่รู้เรื่องอยู่เลย” คำตอบของชอลยงทำให้เขาตกใจไม่น้อย ก็อยากจะไปดูและอยู่นะแต่งานที่ล้นมือทำให้เขาปลีกตัวออกมาไม่ได้เลย

            “อืม” ชอลยงวางเสื้อผ้าลงกับเตียงและวิ่งออกจากห้องไป แถมเขายังไม่ได้คิดแผนการที่จะนับมือกับชางซอนเลย คิดไม่ออกจริงๆว่าจะหลบหน้ายังไง

            “คะ คุณ” พรึ่บ! กดมือบางลงกับเตียงด้วยความแรง มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกใจด้วยรอยยิ้ม

            “นายหลบหน้าฉันมาอาทิตย์กว่าแล้วนะ” รังสีความมืดที่แพร่ออกมาทำเอาคนตัวเล็กสั่นระริกด้วยความกลัวที่ล้นปลี แม้กระทั่งแรงที่จะบิดมือหนียังทำไม่ได้เลย

“คะ คือว่า ผะ ผมมะ ไม่ สะ สบายหน่ะ คะ ครับ” เสียงตะกุกตะกักที่ทำเอาคนฟังอารมณ์พุ่งมากกว่าเดิม ยิ่งเห็นก็ยิ่งโกรธไม่รู้ว่าทำไม

“ไม่สบายงั้นเหรอ” บีบข้อมือลางแรงขึ้นจนใบหน้าสวยเบ้หน้าอย่างเจ็บปวด ความโกรธที่ครุกกรุ่นในจิตใจทำให้เขาฉีกเสื้อยืดสีดำออกด้วยความโกรธ “นายหวงมากหรือไงร่างกายเนี่ย” จูบหนักที่ต้นคอ และไล้มือข้างที่ว่างมาบีบที่สะโพกบางๆ

“มะ ไม่ อะ เอา” บิดมือออกจากการจับกุม แต่ก็ไร้ค่า มือหนาลงกางเกงขาสั้นออกในคราวเดียวและใส่กุญแจมือบางทั้งสองข้าง “ทะ ทำอะ ไร”

“นายรออยู่ที่จนกว่าฉันจะกลับแล้วกันนะ” มือบางทั้งสองข้างถูกกุญแจมือติดไว้กับหัวเตียง และร่างกายที่ไม่เหลืออาภรณ์สักชิ้น

“ดะ เดี๋ยว ผะ ผมล่ะ” ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศปะทะเข้ากับร่างกายที่เปล่าเปลือยจนสั่นมากกว่าเดิม

“ทำไมล่ะ” ยกยิ้มอย่างชอบใจ และเดินหายเข้าห้องน้ำไป สักพักก็เดินออกมาจากห้องน้ำและแต่งตัวตรงหน้าร่างบางเงียบๆ มองคนที่กำลังสั่นด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินไปดึงผ้าห่มมาคลุมร่างกายขาวๆเอาไว้

“ฉันไปทำงานก่อนนะ เมียจ๋า~” จูบที่หน้าผากมนและเดินออกจากห้องไปเงียบๆ ส่วนร่างบางก็ได้แต่หาหนทางเอาตัวรอด

.

“ชอนดุง~ กินข้าว” ความร้อนที่แพร่ออกมาจากร่างบางที่นอนคลุมโปงทำให้เขาเป็นห่วงมากกว่าเดิม พยุงคนป่วยให้ลุกขึ้น

“อื้อ~” ร่างบางที่แสนจะดื้อทิ้งตัวลงมาซบที่แผ่นอกของเขา ก่อนจะกอดไว้แน่นและดึงลงมานอนด้วยกัน

“ชอนดุง~ อย่าให้ฉันทำร้ายคนป่วยสิ” เรียวขากอดที่เอวเขาแน่นเหมือนจะแทนหมอนข้าง ซึงโฮค่อยดันคนป่วยที่ตัวร้อนจี๋ออก เดินไปเปลี่ยนน้ำในอ่าง

“เช็ดตัวนะเด็กดี” ดึงผ้าห่มลงมาเล็กน้อยก่อนจะเริ่มเช็ดที่ใบหน้าสวยๆก่อนเป็นที่แรก”เฮ้อ~ ฉันไม่อยากทำร้ายคนป่วยจริงๆนะ” ค่อยๆถอดเสื้อยืดสีดำออก

“อื้อ~” ดูเหมือนคนป่วยจะรู้ตัวว่ากำลังถูกลวนลามทางสายตาและสัมผัส ดันใบหน้าหล่อที่กำลังจ้องอยู่ออกไป ก่อนจะพลิกตัวหันหลังให้

“ชอนดุง~” ส่ายกับคนป่วยที่ไม่ทิ้งแววดื้อลงเลย จัดการเช็ดที่แผ่นหลังก่อนเป็นอันดับแรก ดึงตัวคนป่วยกลับมาและรวบมือเรียวไว้เหนือหัว ก่อนจะเช็ดตัวข้างหน้าให้เรียบร้อย

“ต่อไปก็กินข้าว” จับคนป่วยให้ลุกขึ้นก่อนจะตักโจ๊กและกรอกใส่ปากคนป่วยที่ยังคงดื้ออยู่ เมินหน้าหนีโจ๊กที่ป้อนไปมาจนเขาอ่อนใจ

“ไม่อ่ะ~ ฉันอยากนอน” สีหน้างอๆของร่างบางตรงหน้าทำให้เขาอดที่จะอมยิ้ม ไม่ได้เห็นท่าทางน่ารักอย่างนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ

“ไม่ได้นะ นายต้องกินข้าวกินยาก่อน” โจ๊กที่หายไปยังไม่ถึงครึ่ง แถมร่างบางตรงหน้ายังส่งสายตาตำหนิมาให้เขาอีก มันหมายความว่ายังไงเนี่ย

“นะนะ ซึงโฮฉันไม่อยากกินยาอ่ะ” เจตนาที่แท้จริงถูกเปิดเผยจนได้ นิสัยเด็กๆทำเอาเขากลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถก่อนจะทำใจแข็ง

“ฉันมีวิธีให้นายกินยาได้สบายๆแบบคราวที่แล้วน้า~” สีหน้ายิ้มๆของซึงโฮทำเอาเขาไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่แต่ก็ยอมกินข้าวจนหมดและมองดูร่างหนาที่กำลังส่งยาเข้าปาก

“อ้าว~” ประโยคอยากรู้อยากเห็นของคนป่วยถูกกลืนลงไปในลำคอจนหมด เรียวปากที่ทาบลงมาพร้อมกับลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามา ดุดันบ้างสิ่งเข้าไปในลำคอ และควานหาความหอมหวานภายในโพรงปากจนพอใจ ดันคนป่วยลงกับเตียงและผละริมฝีปากออกมา

“เป็นไง” คนป่วยหน้าแดงมากกว่าเดิมทำให้เขาอมยิ้ม ก่อนจะทรุดตัวลงนอนข้างๆและดึงผ้าห่มมาปิดอกของคนป่วย

“นายจะทำอะไร” ดันใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังจะกอดเขาด้วยความสงสัย ส่วนคนที่ถูกดันหน้าก็ออกแรงกอดคนป่วยมากกว่าเดิม

“ดูแลคนป่วยไง ฉันจะตามไปดูแลถุงในฝันเลยนะชอนดุง” ดันใบหน้าสวยที่แดงจัดลงไปซุกที่แผ่นอกก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมามากกว่าเดิมและหลับตาลงไปพร้อมกับคนป่วยที่หลับไปเพราะฤทธิ์ยา

.

.

16.00 น

ประตูห้องนอนค่อยๆเปิดออก ร่างเล็กที่นอนหลับอยู่บนเตียงยังคงหลับสนิทไม่รู้เรื่อง ส่วนผู้มาเยือนก็ได้แต่เดินโซซัดโซเซมานั่งลงบนเตียง

“นายหลับฝันดีให้พอใจนะมีร์~” ข้อมือบางมีรอยถลอกสีแดงจัดและมีเลือดไหลออกมา มือหนาค่อยแกะกุญแจมืออกและทำแผลให้ด้วยความเบาที่สุด

“อื้อ~” เพราะกดพลาสเตอร์แรงไปหน่อยทำให้ร่างเล็กที่กำลังหลับสนิทค่อยพลิกตัวและลืมตาขึ้นช้าๆ “คะ คุณชะ ชาง ซอน”

“อะไรกันตื่นแล้วเหรอ” กดมือบางที่พึ่งทำแผลเสร็จไว้เหนือหัวดึงผ้าห่มออกจากร่างบาง

“ปะ ปล่อยนะ!!”

“หลังจากนี้นายทำอะไรไม่ได้แล้วมีร์~”




























Talk : นานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกว่าตอนนี้จะเสร็จ ช่วยนี้ไรเตอร์เบื่อๆต้องขอโทษด้วยนะคะที่อัพช้า ตอนหน้าจะมีเอ็นซีนะ อ๊ากกกกก >O<
ถ้าพิมพ์ก็ต้องขอโทษด้วยนะครับบบบบบบบบบบบบบ
ติดตามตอนต่อไปนะจ๊ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

157 ความคิดเห็น

  1. #126 TANH_ZEPIA (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2555 / 21:51
    สลับกันป่วยเลยทีเดียวเชียว
    ก็ว่าอยู่ ชอนดุงโหมงานหนักมากกก
    ถ้าไม่ป่วยก็ถึกเกินที่จะเป็นเคะแล้วละ =..=
    มีร์น่าสงสารเกิ๊น
    หายป่วยปุ๊บโดนจับกดปั๊บ
    คราวนี้คิดว่าไม่รอดแน่ๆ เพราะไรต์บอกบทหน้ามีเอ็นซี ๕๕๕
    ซึงโฮน่ารัก! นานๆ ทีหมอนี่จะทำตัวดีๆ นะเนี่ย
    แต่จะดีได้นานแค่ไหน
    อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน ฮาาา
    #126
    0
  2. #101 เต้าหู้อน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2555 / 01:07
    ทำไมเหมือนกับยิ่งอ่านจุนยิ่งหื่น 555555555
    #101
    0
  3. #90 PuPea Lalaln (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2555 / 23:44
    ดุงโดนใช้งานจนไม่สบายเลยอะ  
    ลีดน่ารักอะ  
    ไมจุนทำงี้อะ น่าสงสารมีร์นะ
    #90
    0
  4. #75 pu__A (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2555 / 09:00
    ลีด น่ารักที่สุดเลย ^^

    จุนคราวนี้เอาจริงใช่ไหม มีร์น่าสงสารอีกตามเึคย

    คิดถึงคุณพ่อบ้าน 55

    ไรเตอร์ สู้ ๆ
    #75
    0
  5. #51 น้องอูฐ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2555 / 19:24
    ชอบวิธีป้อนยาของลีดจริงง >.<

    ชอนดุงนายคงหายไม่สบายไปสักสิบชาติเลยหละ (?)

    >_____
    #51
    0
  6. #40 กลีบดอกทานตะวัน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2555 / 17:19
    พี่น้องไม่สบายไปตามๆกัน
    ซึงโฮ จุน
    พวกนายหนิ
    แง่มๆๆๆๆ มาหานูนามา
    #40
    0
  7. #31 klasyhcp (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 เมษายน 2555 / 01:07
    สงสารดุง โดนใช้งานหนักจนไม่สบายเลย TT
    จริงๆแล้วลีดก็เป็นห่วงดุงสินะ ถึงได้มาดูแล
    แต่วิธีป้อนยาสุดยอดมากก เขิน ><

    #31
    0