[fic mblaq] Love or Lodged {END}

ตอนที่ 17 : Chapter XVI : Seven Missions

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 454
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    17 มิ.ย. 55

Chapter XVI

Seven Missions

            ซานดาร่าจ้องรถโฟร์วิลสีแดงที่กำลังแล่นเข้ามาด้วยแววตาครุกกรุน รังสีอาฆาตที่แพร่ไปรอบกายและเล็บเรียวที่ถูกฉาบด้วยสีแดงจิกลงไปที่เนื้อไม้ซึ่งเป็นระเบียง

            “เตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วสินะ” คุณพ่อบ้านที่ยืนอยู่ด้านหลังได้แต่แอบเช็ดเหงื่อด้วยความกลัวจับจิต และความเป็นห่วงสามีสุดที่รักที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย

            “ครับ” ชอลยงที่นั่งอยู่ข้างๆกันได้แต่มองรถที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาด้วยความเป็นห่วง ในใจมีทั้งความสงสัย ความโกรธ ความเป็นห่วง และความรัก

            “ฉันจะลงไปฆ่ามันเดี๋ยวนี้ล่ะ!!!” ซานดาร่าวิ่งออกจากห้องไปด้วยความเร็วสูงและอารมณ์ที่เดือดพล่าน ส่วนชอลยงก็ได้แต่เดินตามไปเงียบๆพร้อมกับอมยิ้ม

            “สวัสดีตอนเช้าครับผม ^^” ชางซอนที่ยิ้มอย่างสดใสทำให้ซานดาร่าหมั้นไส้ ส่วนชอลยงก็ได้แต่ทำหน้าไม่ถูก ซานดาร่าที่เห็นว่าร่างสูงกำลังจะพุ่งเข้ามาหาน้องชายของเขาก็ดึงคอเสื้อเอาไว้ก่อน

            “เดี๋ยวๆ นายหน่ะต้องผ่านภารกิจทั้งเจ็ดของฉันก่อน” ชางซอนได้งงเต็กกับประโยคของหญิงสาว ก่อนที่จะถูกเจ้าตัวเหวี่ยงมายังโซฟาแรงๆ และตามมานั่งตรงข้าม “เห็นต้นองุ่นด้านล่างไหม”

            เนื่องจากบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนเนินสูงๆที่สามารถมองเห็นบริเวณไร่ได้เกือบทั้งหมด เหลือบมองร่างบางที่ยังคงนั่งหน้านิ่งเป็นระยะๆ

            “ให้ผมเก็บองุ่นหรือครับ” ชางซอนยิ้มหวาน หวังว่าภารกิจทั้งเจ็ดที่นูนาพูดจะไม่ยากเกินความสามารถของเขานะ - -

            “เปล่า~ มานี่สิ” ลากคอชายหนุ่มและดึงออกมาด้านนอกตรงมายังด้านล่างที่เป็นไร่องุ่น โดยมีชอลยง คุณพ่อบ้าน และจีฮุนตามมาห่างๆ อย่างห่วงๆ และทั้งหมดก็มาหยุดลงตรงหน้ากองอะไรบางอย่าง

             “อะไรครับ ^^"” ยังคงพยายามทำตัวเองให้มีความสุขต่อไป แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความกังวลและหวาดกลัวแต่ เพื่อคนตัวเล็กที่ยืนทำหน้านิ่งอยู่ตรงนั้นแล้วล่ะก็ เขายอม~

            “อุปกรณ์ทำปุ๋ยคอกไง” โยนจอบให้ชางซอนและเดินกลับมาหาน้องชายที่เริ่มเหงื่อตก ส่วนร่างสูงก็ได้แต่มองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความหนักใจ

            “คุณอีจุนจะต้องทำปุ๋ยคอกมาในปริมาณสองถัง และนำไปใส่ให้กับต้นองุ่นทุกต้นนะครับ” คำอธิบายด้วยใบหน้านิ่งเฉยทำให้ชางซอนได้แต่พยักหน้าเข้าใจ “ให้เสร็จภายในสี่ชั่วโมงนะครับ”

            OoO เฮือก!!! หนึ่งชั่วโมง ปุ๋ยสองถัง โรยให้ทั่วทั้งไร่ ตายแน่ชางซอนเอ่ย~

            @ บ้านตระกูล ปาร์ค

            ซังฮยอนนั่งจ้องตากับร่างสูงตรงหน้ามาสักพักแล้วล่ะ ถึงแม้ว่าจะล็อคประตูแน่นหนา แต่คนตรงหน้าก็ยังสามารถงัดประตูระเบียงเข้ามา และนั่งทำหน้าหล่ออยู่ที่เตียงของเขา

            “นายต้องการอะไรซึงโฮ” อยากจะวิ่งลงไปหยิบมีดมาแทงคนตรงหน้าเสียจริง ทั้งที่คิดว่าพอเข้ามาจะระบายอารมณ์ด้วยการร้องไห้เสียหน่อย แต่หมอนี่กลับเข้ามานั่งจ้องกันสะอย่างนี่

            “ต้องการรู้ว่านายรู้สึกยังไง”

            ซังฮยอนเกิดอาการกลืนไม่เข้า คายไม่ออก รู้สึกจุกที่ลำคอและปวดหัวคล้ายจะเป็นลม ร้อนวูบวาบตามร่างกาย และก็เพิ่มความช็อคเมื่อร่างสูงถอดเสื้อสูทออก

            กลับมาที่ชางซอนผู้น่าสงสาร

            “เฮ้อ~” ชอลยงอดที่จะสงสารชายหนุ่มที่กำลังขุดๆเขี่ยๆอยู่กับกองส่วนผสม แต่อดยิ้มกับท่าทางของร่างสูงไม่ได้ หมดสภาพคุณชายชางซอนผู้แสนจะเจ้าเล่ห์ หล่อเหลา และเพลย์บอย

            “ยิ้มอย่างนี่มีความสุขหรือครับ” คุณพ่อบ้านอดที่จะแซวคุณหนูเล็กที่แอบยิ้มหวานอยู่ตรงหน้าต่าง แต่พอได้ยินประโยคของเขาก็หุบยิ้มและหยิบหนังสือมาอ่านเล่นๆ แต่เขาก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ ใครจะเคยเห็นมุมนี้ของคุณชายยัง ชางซอน บ้างล่ะ

            “จีโอ~ ผมอยากกินเค้กสักหน่อยนะ” ระหว่างที่คุณพ่อบ้านเดินออกไป ชอลยงก็กระโดดออกทางหน้าต่างพร้อมกับขวดน้ำและผ้าขนหนูและเดินตรงไปหาร่างสูงที่ยืนเหงื่อแตกอยู่

            “อะ มีร์!!!” ชางซอนอยากจะกระโดดกอดร่างเล็กที่ยืนทำหน้าตึงอยู่ แต่ติดตรงที่ตัวเองเหม็นไปทั้งตัว เลยตัดสินใจยืนทำหน้าเจียมเจียมแทนดีกว่า

            “ผมเอาน้ำกับผ้ามาให้” วางลงกับเก้าอี้ใกล้ๆกัน เหล่มองผลงานที่ดูจะไม่ค่อยก้าวหน้าเท่าไหร่ด้วยความสงสาร แต่เมื่อเผลอไปสบตาก็พบกับแววตาคมที่จ้องมองเขาอยู่

            “ขะ ขอบคุณครับ” อยากจะจับมาจูบสักสองสามนาทีแต่ก็ต้องกดอารมณ์เอาไว้ และยิ้มเก้อให้ร่างเล็กตรงหน้า ใบหน้าน่ารักยังคงสวยใสเหมือนเดิม แม้จะดูตัวเล็กไปกว่าเมื่อก่อนก็ตาม ^^

            “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” วิ่งกลับเข้ามาในตัวบ้านด้วยความเร็วสูงและส่องหาพี่สาวกับคุณพ่อบ้าน ก่อนจะแวบเข้ามาในห้องด้วยความไวแสง

            “แอบไปไหนมาครับคุณชอลยง” คุณพ่อบ้านที่นั่งอยู่มุมห้องทำเอาคนตัวเล็กหัวใจแทบวาย เค้กช็อคโกแลตบนโต๊ะข้างๆทำให้เขารับหาข้ออ้าง

            “คือว่า... ผมออกไปเดินเล่นมาหน่ะครับ” คุณพ่อบ้านกลั้นยิ้มก่อนจะลุกขึ้นและเดินผ่านคนตัวเล็กไป ส่วนเจ้าตัวก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

            “คุณซานดาร่าออกไปข้างนอกนะครับ ส่วนผมจะพาเรนไปชมไร่ อย่าออกไปไหนนะครับอาการมันหนาว เสื้อคลุมอยู่มุมห้องนะครับ” ชอลยงหมวดคิ้วเข้าหากันทั้งๆที่ห้ามไม่ให้ไปข้างนอกแต่ทำไมบอกว่าเสื้อคลุมอยู่ที่มุมห้องล่ะ แถมยังพูดเหมือนกันว่าให้ออกไปไหนงั้นแหล่ะ

            และแล้วเขาก็ออกมา ออกมานั่งหน้าสวยอยู่ข้างๆร่างสูงที่ก้มหน้าก้มตาทำงานด้วยความตั้งใจ ตอนนี้ส่วนผสมเริ่มจะเข้ากันแล้ว แต่ดันเหลือเวลาอยู่แค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

            “ให้ฉันช่วยไหม??” เอ๊ะ!! ทำไมเขาต้องไปช่วยตาบ้านี่ด้วยล่ะ ที่หมอนี่มาก็เพื่อจะมาหาเขาไม่ใช่เหรอ ถ้าเขาช่วยก็เปล่าประโยชน์หน่ะสิ แผนที่วางเอาไว

            “ไม่ต้องหรอก~ นายแค่อยู่เฉยๆให้ฉันทำเอง ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้นายเห็นความจริงใจและความรักของฉัน” สีหน้าหมาดมั่นกับคำพูดที่ดูมั่นใจทำให้เลือดแล่นเข้าสู่ใบหน้าสวย ก่อนที่เจ้าตัวจะแอบเอาหน้าซุกเสื้อเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเห็นใบหน้าที่แดงจัดของตัวเอง

            @ บ้านตระกูล ยัง

            ร่างบางที่นั่งจิ้มเค้กเข้าปากอย่างสบายใจแถมยังฟังเพลงคลาสิกเบาๆทำให้เขาเกิดอาการปรอทแตก อุณหภูมิขึ้นสูงจนขีดสุด อยากจะเข้าไปกระชากคอเสื้อและจับจูบสักสองสามที

            “นายดูใจเย็นจังนะ ทำไมไม่ตอบคำถามฉัน” เบนสายตาจากเค้กที่หมดไปครึ่งชิ้นมาจ้องใบหน้าหล่อเจ้าเสน่ห์ ก่อนจะเบ้ปากหยักไหล่อและหันกลับไปสนใจเค้กต่อ

            “ฉันไม่มีอะไรไม่เหมือนคนที่กำลังจะเป็นเจ้าบ่าวหรอกนะ” ยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนกดแผลสดของตัวเองให้เจ็บ ให้เลือดไหลออกมามากกว่าเดิม ส่วนร่างหนาก็ได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจความคิดของคนตรงหน้า

            “งั้นเหรอ~ ฉันเอาการ์ดมาให้” การ์ดสีขาวสะอาดตาถูกวางลงตรงหน้าร่างบาง อักษรสีทองที่เกี่ยวตวัดกันอยู่ราวกับมีดแหลมที่กรีดซ้ำลงไปบนแผลเดิมของเขา ขอบตาที่เริ่มร้อนทำให้เจ้าตัวต้องเมินหน้าหนี

            “ดีใจด้วยนะ ได้แต่งสักที” ประโยคสั้นๆของร่างบางทำให้เขาผิดหวัง ความหวังที่จะได้ยินคำคำนั้นหายวับไปกับตา หรือไม่ก็เหลือเปอร์เซ็นต์น้อยลงก็เท่านั้น

            ก๊อก~ ก๊อก~

            “ชอนดุง~ พี่กลับมาแล้วมาทานของว่างเร็ว ชวนไออ้วนปากห้อยออกมาด้วยนะ” ซึงโฮโคตรจะเจ็บใจที่ลืมเก็บรถของตัวเอง และโคตรจะอยากฆ่ายัยป้ามหาภัยซานดาร่าหมกป่าเหลือเกิน

            “ออกไปเถอะ นูนาฉันกลับมาแล้ว” ร่างบางๆลุกขึ้นและจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย มองใบหน้าหล่อเหลาอย่างกดอารมณ์ที่สุด ไม่ให้น้ำอุ่นๆไหลออกมาจากดวงตา

            “ฉัน! ฉันแค่อยากรู้ว่านายรู้สึกยังไงกับฉันก็เท่านั้นเอง” ความรู้สึกที่แหลกหลายที่กดดันและกดทับเขาอยู่ ทำให้เขากลืนไม่เข้าคายไม่ออก อยากจะแต่งงานแต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากแต่ง หรือเพราะ! ประชด!!

            “นายต้องการอะไรจากฉัน ซึงโฮ นายกำลังจะแต่งงานนะ แต่งงานกันผู้หญิง ผู้หญิงที่แม่นายต้องการ ความถูกต้องทั้งทางฐานะ เงินทอง อำนาจ หน้าตา และประเพณี”

            “นายต้องการให้ฉันพูดอะไรกัน ซึงโฮ จะให้ฉันกลับไปรักคนที่ทำร้ายจิตใจฉันจนไม่เหลือชิ้นดีงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ ถ้านายมาเพื่อจะฟังแค่นี้ก็กลับไปสะ เวลาของฉันมีค่ามากพอที่จะไม่เอามาทิ้งกับนาย” ร่างหนานิ่งไปนานก่อนจะหันหลังเดินจากไปเงียบๆ พร้อมกับที่น้ำใสๆที่ร่างบางอดกลั้นไหลออกมา

            “ฉันรักนายนะ ซึงโฮ”

            ชอลยงได้แต่สงสารชายหนุ่มที่กำลังยกถัง ไม่รู้ทำไมว่าเจ้าตัวทั้งมีกล้าม ทั้งสูง แถมขายาว แต่ดันยกถังใบละเจ็ดแปดกิโลไม่ไหว ชั่งบอบบางสะจริงนะ คุณชายอีจุน

            “ดีเท่าไหร่ที่นูนาไม่อยู่ แถมคุณพ่อบ้านก็ออกไปเที่ยวกับคุณสามี เกินเวลามาตั้งเยอะ” เมื่อหลายชั่วโมงที่แล้ว ลังจากที่แน่ใจว่าคุณพ่อบ้านไม่อยู่ เขาก็เกณฑ์คนงานมาช่วยร่างสูงตรงหน้า ตอนแรกเจ้าตัวก็อิดออดแต่พอใส่ปุ๋ยไปเกือบสองไร่ก็เข่าอ่อนเป็นลมไปสะก่อน

            “ทำไมคุณถึงช่วยผมล่ะ” ร่างบางที่นั่งกระดกน้ำอยู่ข้างๆ แถมยังเอาขนมกับอาหารเที่ยงมาให้เขาอีก ทั้งที่เขาทำไม่ได้ไว้ก็มาก

            “เพราะยัง รักล่ะมั้ง” ดูเหมือนเจ้าตัวจะพึ่งนึกได้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป วางขวดน้ำและขนมในมือก่อนจะลุกขึ้นและสาวเท้ากลับเข้าไปในบ้าน

            แต่คนเขียนก็ไม่เข้าข้างคนตัวเล็กที่ขาสั้นอยู่ดี เพราะมือหนาเอื้อมมาคว้าแขนเอาไว้และดึงเข้าไปในอ้อมกอด ก่อนจะใช้เท้าเขี่ยประตูบ้านให้ปิดลง และดันร่างบางไปนอนที่โซฟา

            “อะ ไม่เอานะ! ปล่อยฉัน ณ บัดนาว” มือเล็กๆตีที่หน้า และทั่วทุกที่ไปถึงจนร่างสูงต้องตัดสินใจทิ้งน้ำหนักลงมาทับเอาไว้ มองใบหน้าหวานๆด้วยรอยยิ้ม

            “ฉันรักนายนะ” เมื่อประโยคสั้นนี่หลุดออกจากร่างสูง มือที่ตีหน้า ตีแขน ตีแผงอกอยู่ ก็เปลี่ยนมาโอบรอบคอและดึงร่างสูงลงมากอดไว้แน่น ส่วนเจ้าตัวเองก็งงกับตัวเองแต่ก็อมยิ้มเมื่อคนตัวเล็กยอมฟังดีดี

            “นายพูดจริงหรือเปล่า” เสียงกระซิบเบาๆที่ข้างหู และเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นรั้วต้องไม่ใช่ของเขาคนเดียวแน่ๆ ไม่อย่างนั้นทำไมมันชัดเจนอย่างนี่ล่ะ

            “ฉันจะตามที่นูนาสั่งทุกอย่าง เมื่อวันนั้นมาถึงฉันจะบอกรักนายดังๆ โดยที่ไม่อายใคร” กอดร่างเล็กในอ้อมแขนให้แน่นกว่าเดิม จุมพิตที่ใบหูแลพวงแก้มสีชมพู

            “ไม่อายจริงๆนะ” เสียงอู้อี้อยู่ที่ข้างหูทำให้เขาอมยิ้ม น้ำเสียงที่ทั้งดีใจและน้อยใจทำให้เขาหุบยิ้มไม่ได้

            “ไม่อาย” เมื่อได้รับคำตอบ ใบหน้าสวยก็ซุกลงที่ไหล่กว้างด้วยความสุขที่ล้นปรี ก่อนจะตัดสินใจพูดบางอย่างออกไป จะเรียกว่า รางวัลดีไหมนะ

            “กอดฉันได้ไหม??”













  คิดไม่ออกจนวินาทีสุดท้าย ปั้นมาหลายอาทิตย์ล่ะไม่จบสักที :)
Thank You, Them
SHALUNLA : T H E M E

:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

157 ความคิดเห็น

  1. #141 TANH_ZEPIA (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2555 / 22:07
    มันเหมือนเป็นโค้ดลับของจุนมีร์นะ
    ไอประโยค "กอดฉันได้มั้ย" เนี่ย
    รู้แหละว่าไม่ใช่แค่กอด ๕๕๕๕๕๕
    จุนโดนใช้งานซะหนักเชียว
    เพื่อความรัก แกต้องสู้นะ!
    อุตส่าห์รู้ใจตัวเองแล้วทั้งที
    แถมมีร์ยังแอบแวบมาช่วยอีกแน่ะ
    ทางสะดวกมากแล้ววววว

    ผิดกับคู่ซึงธัน
    คู่นี้มัวแต่อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่พูดความจริงอยู่นั่นแหละ
    จะได้รักกันมั้ยเนี่ยยยย ลุ้นๆๆ
    อย่าให้แพ้คู่จุนมีร์นะ
    คู่นั้นเขาไปถึงไหนๆ แล้ว!

    แอบอยากให้เปลี่ยนสีตัวหนังสือบทนี้จัง
    สีมันอ่อนไปน่ะจ้ะ เวลาอ่านเลยต้องเพ่ง ปวดตา
    ลองปรับให้เป็นสีดำ หรือ สีที่เข้มขึ้น น่าจะดีขึ้นจ้า
    #141
    0
  2. #111 เต้าหู้อน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2555 / 12:47
    สงสารจุนเบาๆ หนักเลยอ่ะดิ 55555555
    #111
    0
  3. #86 Clover (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กันยายน 2555 / 17:40
    รอว่าเมื่อไหร่ลีดจะสมหวังซักที >
    #86
    0