นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

Nice to meet you [MonHope of BTS]

โดย Kiratar

"ผมคิมนัมจุนนะครับ ยินดีที่ได้รู้จัก" "ผมจองโฮซอกครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ"

ยอดวิวรวม

283

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


283

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


12
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  11 มิ.ย. 61 / 00:07 น.
นิยาย Nice to meet you [MonHope of BTS]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องนี้เป็น ชxช และเป็น Mpreg ค่ะ ถ้าไม่ใช่แนวก็ปิดได้เลยค่ะ
เนื้อหาเป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง
เข้ามาอ่านแล้วอย่าลืมเมนท์ติชม/เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ






Characters




จองโฮซอก
สจ๊วตของสายการบิน BT airline เป็นคนฉลาด คุยเก่ง ยิ้มง่าย และจิตใจดี






คิมนัมจุน
นักคณิตศาสตร์ประกันภัย เป็นคนค่อนข้างตรงไปตรงมา อัธยาศัยดี






------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ถ้านิยายมันมีปัญหา ให้เสิร์ชชื่อเรื่องเข้าไปในกูเกิ้ลได้เลยนะคะ อ่านในหน้าเว็บได้ตามปกติ ไม่รู้ของทุกคนเป็นมั้ย แต่ของไรท์ ตัวเนื้อเรื่องบางครั้งมันไม่โชว์ในแอพอ่านนิยายอ่าTT ^ TT ขออภัยในความไม่สะดวกจริงๆนะคะ

สวัสดีค่าาาาาาาา กลับมาเจอกันในคู่ม่อนโฮปอีกแล้วนะคะอาร์มีที่รัก ความจริงพล็อตนี้ดองไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วแล้ว แต่เพิ่งได้แต่งเพราะเพิ่งหมดบ่วงกรรมการสอบเอ็นทรานซ์ค่ะ555555555555 พล็อตนี้ได้มาตอนที่เราไปเที่ยวฮ็อกไกโดเลย เราเลยเอามาแต่งเป็นฟิคซะเลย55555 ส่วนตัวคือชอบคุณโฮปลุคสวยๆเริ่ดๆคูลๆ สวยเลือกได้มากเว่อ เลยได้คาแรคเตอร์ออกมาเป็นแบบนี้...เดี๋ยวจะเห็นกันในเรื่องค่ะ ยังไงก็ฝากฟิคเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกคนด้วยนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ เลิฟ


ภาพจาก
https://i.pinimg.com/originals/45/85/93/45859321d29140e4b8c2ba3e4d249622.jpg
https://i.pinimg.com/originals/1c/ad/8a/1cad8a30d9a6e1856805b15a32e92ea4.jpg

เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 มิ.ย. 61 / 00:07



Namjoon’s part

 

 

 

            ผมคิมนัมจุนทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้รถไฟJRที่เชื่อมจากสนามบินเข้าเมือง ยืดแขนออกเพื่อคลายความเมื่อยจากการลากกระเป๋าเดินทางใบโต เพราะรถไฟยังไม่ออก วิวนอกหน้าต่างจึงไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ ผมจึงหันมามองไปรอบๆขบวนรถไฟแทน ผมไปสะดุดตาเข้ากับร่างร่างหนึ่ง ชายหนุ่มตัวบางในเสื้อถักสีดำ กางเกงสแล็กพอดีตัวสีเดียวกัน กับเสื้อโค้ทยาวสีน้ำตาลและรองเท้าVansข้อสั้น ที่ดึงความสนใจของผมไม่ใช่เสื้อผ้า แต่เป็นใบหน้าที่สวยเกินชายของเขาต่างหาก นอกจากความงามนั้นแล้ว ความรู้สึกคุ้นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมละสายตาจากเขาไม่ได้ โชคดีที่เขาเสียบหูฟังอยู่เขาจึงไม่สังเกตว่าผมกำลังมองเขา เขาเดินผ่านผมไปแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ตัวด้านหลังของผม เคยเห็นที่ไหนนะ

 

            ไม่นานนักสมาชิกใหม่ของขบวนก็เข้ามา ผู้หญิงญี่ปุ่นคนหนึ่งหิ้วข้าวของเต็มมือข้างหนึ่ง ส่วนแขนอีกข้างก็อุ้มเด็กอายุประมาณ 2 ขวบซึ่งน่าจะเป็นลูกของเธอมาด้วย แต่ดูเหมือนที่นั่งในขบวนผมจะถูกจับจองไปเกือบหมดแล้ว ถ้าเธอจะนั่งก็คงต้องนั่งคู่กับผู้โดยสารคนอื่นซึ่งคงจะลำบากน่าดู แต่แล้วเสียงหวานก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของผม

 

            ผมแอบหันไปมอง ชายตัวบางคนที่ดึงดูดความสนใจของผมตั้งแต่แรกเห็นถอดหูฟังออกแล้ว ตอนนี้เขากำลังพูดกับผู้หญิงคนนั้นด้วยภาษาญี่ปุ่นอย่างคล่องแคล่ว แล้วนี่ผมไปคุ้นหน้าคนญี่ปุ่นได้อย่างไรนะ ครั้งแรกทีผมได้มาเหยียบญี่ปุ่นก็คือฮ็อกไกโดครั้งนี้เนี่ยแหละ!

 

            ชายคนนั้นลุกออกจากที่นั่งตัวเองซึ่งเป็นที่นั่งคู่ จากนั้นผู้หญิงคนนั้นก็เข้าไปนั่งแทน เขาคงจะสละที่นั่งคู่ของเขาให้ผู้หญิงคนนั้นกับลูกสินะ ส่วนชายคนนั้นน่ะเหรอตอนนี้นั่งอยู่ข้างๆผมแล้วล่ะ!!

 

            สวยแล้วยังใจดีอีก นางฟ้าชัดๆ จะว่าผมเจ้าชู้ใจง่ายก็ได้นะครับ แต่นักคณิตศาสตร์ประกันภัยอย่างผมเนี่ยวันๆก็นั่งอยู่แต่กับคอมพิวเตอร์ในออฟฟิศ ไม่ค่อยได้เจอใครที่ไหนกับเขาหรอก นานๆได้เห็นอะไรแบบนี้ทีก็ขอหน่อยแล้วกัน

 

            ชายคนนั้นดูจะไม่ได้ใส่ใจอะไรผม เขาเสียบหูฟังอีกครั้ง แต่คราวนี้ผมกับต้องร้องอ๋อในใจเมื่อได้เห็นหน้าชัดๆ เขาคือสจ๊วตชาวเกาหลีของสายการบินที่ผมนั่งมาจากเกาหลี หนำซ้ำก็เขานี่แหละที่รินกาแฟให้ผม เพราะเขาเปลี่ยนชุดผมถึงจำเขาไม่ได้ในตอนแรก

 

เอ่อ…” ไหนๆผมก็มาต่างประเทศคนเดียวแล้ว ชวนคุยหน่อยคงไม่เสียหายอะไร แล้วยิ่งผมมาครั้งแรกด้วย คงพอให้เขาช่วยแนะนำที่เที่ยวให้ได้บ้าง ขอโทษนะครับผมเรียกด้วยภาษาเกาหลี

 

ครับ?” ร่างบางข้างๆผมหันมาตามเสียงเรียก

 

คุณคือสจ๊วตสายการบิน BT ใช่ไหมครับ

 

ครับใบหน้าสวยของเขาพยักตอบ อ๋อ ผมจำคุณได้ คุณคือผู้โดยสารที่นั่งหลังสุดของโซน ตอนเสิร์ฟของว่างคุณขอกาแฟจากผมเพิ่มใช่ไหมครับ

 

...ใช่ครับ จำได้ด้วยเหรอครับเนี่ยผมยิ้มให้เขา ไม่คิดนะเนี่ยว่าจะจำผมได้ด้วย

 

ก็นิดหน่อยน่ะครับเขาส่งยิ้มหวานกลับมา

 

ผมคิมนัมจุนนะครับ ยินดีที่ได้รู้จัก

 

ผมจองโฮซอกครับ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับเอาล่ะ ผมจะถือว่าเรารู้จักกันอย่างเป็นทางการแล้วนะ

 

ปกติต้องเปลี่ยนชุดก่อนออกจากสนามบินด้วยเหรอครับผมเริ่มชวนคุย


เปล่าหรอกครับ ผมจะไปเที่ยวต่อ ส่วนลูกเรือคนอื่นๆขึ้นรถบัสที่สายการบินจัดไว้ให้ไปที่โรงแรมแล้วล่ะครับ

 

อ่อ…” ผมพยักหน้าเข้าใจ คุณเคยมาที่นี่แล้วหรือยังครับ?”

 

เคยครับ หลายครั้งแล้ว แล้วก็ชอบมากด้วย ครั้งนี้เลยจะเที่ยวอีกโฮซอกตอบ แล้วรถไฟก็เริ่มออกตัว แล้วคุณมาเที่ยวคนเดียวหรอครับ

 

ครับ แถมมาครั้งแรกด้วย ฮ่าๆๆ ผมหัวเราะให้กับความบ้าบิ่นของตัวเอง คุณอยู่กี่วันครับ

 

“3 วันครับเสียงหวานตอบมาอย่างอัธยาศัยดี ผมชักจะคุยถูกคอแล้วสิ

 

แล้วพอบินกลับเกาหลีได้พักบ้างไหมครับผมถามต่อ

 

แล้วแต่คิวครับว่ามีคิวบินถี่แค่ไหน

 

แล้วแบบนี้ไม่คิดถึงแฟนแย่เหรอครับนั่นไง ผมเริ่มแล้ว

 

ฮะๆโฮซอกก้มหน้าหัวเราะน้อยๆ จากนั้นก็หันกลับมามองหน้าผมใหม่พร้อมคำตอบที่ทำเอาผมเผลอระบายยิ้มออกมา ผมยังไม่มีแฟนหรอกครับ

 

งั้นก็คล้ายๆผมนะครับ นักคณิตประกันภัยอย่างผมงานยุ่ง ไม่ค่อยมีเวลาว่างไปพบเจอใครเท่าไหร่เหมือนกันผมตอบโต้อย่างมีชั้นเชิงก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง แล้วก่อนหน้านี้คุณบินไปไหนมาครับ

 

ก่อนหน้านี้ไปประเทศไทยมาครับ เมื่อช่วงกลางเดือน เขาตอบ จากนั้นก็เริ่มเล่าเรื่อง คุณรู้จักสงกรานต์ไหมครับ ที่คนไทยเขาเล่นสาดน้ำกัน

 

ครับ

ผมลืมไปว่าช่วงนั้นเป็นเทศกาลสงกรานต์ ออกจากโรงแรมเดินอยู่ริมถนน อยู่ๆก็โดนสาดน้ำใส่เสียงหวานเล่าจากนั้นก็หัวเราะให้กับความไม่รอบคอบของตนทำเอาผมหัวเราะตาม แต่โดยรวมก็ดีนะครับ อากาศร้อนไปหน่อย แต่อาหารอร่อย ถ้ามีโอกาสคุณน่าจะลองไปดูนะครับ

 

งั้นเหรอครับอ่า ผมชักจะถูกใจคนคนนี้เขาแล้วสิ คนอะไรยิ้มง่าย อัธยาศัยดี พูดเก่ง แถมพูดได้หลายภาษาอีกต่างหาก น่ารักจัง

 

ครับเขาพยักหน้า วิวรอบนอกดูน่าสนใจน้อยลงไปเลยเมื่อเทียบกับรอยยิ้มจากคนข้างๆผมตอนนี้

 

คุณ…” ผมเปลี่ยนเรื่องอีกครั้ง คุณชอบทำอะไรเหรอครับเวลาว่างๆ

 

ผมชอบฟังเพลงครับ

 

โอ้! เหมือนผมเลย

 

นอกจากนั้นก็ชอบประวัติศาสตร์

 

ประวัติศาสตร์?” ผมทวนคำตอบที่ไม่ค่อยจะได้ยินบ่อยนักเวลาถามถึงความชอบจากใครสักคน แบบว่า ศึกษามนุษย์ยุคหิน มนุษย์โครมันยอง?”

 

ฮ่าๆๆๆ ไม่ขนาดนั้นครับ แค่ชอบอ่านพวกเหตุการณ์สำคัญๆ ปฏิวัติอุตสาหกรรม ปฏิวัติฝรั่งเศส สงครามโลก อะไรประมาณนี้คนตัวบางหัวเราะให้กับการคาดเดาของผม

 

อ๋อ

 

จะว่าไปผมเคยไปโปแลนด์มาด้วย ที่นั่นเขามีอนุสาวรีย์หมี Wojtek ด้วย คุณรู้จักไหมครับดวงตารูปอัลมอนด์ของโฮซอกดูเป็นประกายขึ้นเมื่อพูดถึงความชอบของตน

 

แค่ว่าในโลกนี้มีการสร้างอนุสาวรีย์ให้หมีด้วยผมยังไม่รู้เลยครับ ฮ่าๆๆผมตอบ แล้วหมีตัวนั้นสำคัญยังไงเหรอครับ

 

หมีตัวนี้อยู่กับกองทหารโปแลนด์กองหนึ่งตั้งแต่มันเป็นลูกหมี ทหารในกองก็ช่วยกันเลี้ยงไว้ เจ้าหมีตัวนี้มันชอบไปจับอาวุธเล่น จนครั้งหนึ่งออกรบจริง ทหารพวกนั้นก็แอบพาหมีตัวนั้นไปด้วย และเจ้าหมีตัวนั้นก็ทำเรื่องน่าทึ่ง…”

 

อะไรครับ?” ผมถามอย่างสนใจ

 

มันช่วยยกกระสุนปืนใหญ่ส่งให้ทหาร ผมจำไม่ได้ว่าการรบครั้งนั้นชนะหรือเปล่า แต่รู้ว่าเขามอบยศให้หมีตัวนั้นด้วย แต่น่าเศร้าที่สุดท้ายรัสเซียก็ยึดโปแลนด์ได้และจับหมีตัวนั้นไปไว้ในสวนสัตว์ ทหารที่เคยเลี้ยงดูมันมาก็แวะเวียนเข้าไปเยี่ยมมันบ้าง แต่สุดท้ายมันก็ตรอมใจตาย

 

น่าสงสาร..” ผมกล่าว แต่ว่าเป็นหมีที่ฉลาดจริงๆนะครับ

 

ครับเขาส่งยิ้มให้ผมอีกครั้ง

 

            หลังจากนั้นเรื่องที่ผมอยากชวนคุยต่อก็ต้องถูกพักไว้ ผมเห็นว่าเขาดูค่อนข้างเหนื่อย บางทีอาจจะต้องการพัก ผมไม่อยากรบกวนเขาไปมากกว่านี้จึงเงียบไป โฮซอกหยิบหูฟังขึ้นมาเสียบฟังอีกครั้ง และไม่นานนักดวงตาคู่สวยก็ปิดลงพร้อมลมหายใจที่สม่ำเสมอ

 

            ผมลอบมองใบหน้าด้านข้างของโฮซอกเป็นระยะๆแล้วก็มีแต่คำถามว่าทำไมพระเจ้าถึงสามารถสร้างคนให้งดงามได้แบบนี้ เขาไม่ได้สวยหรือหล่อจนสะดุดตา แต่สำหรับผมมันคือความน่าดึงดูด ประกอบกับนิสัยที่ผมพอจะสังเกตได้คร่าวๆนั้นยิ่งทำให้เขามีเสน่ห์ยิ่งขึ้น และแล้วสถานีต่อไปก็คือสถานีที่ผมต้องลง

 

คุณโฮซอกครับผมตัดสินใจปลุกเขาเพื่อที่จะบอกลา ถึงมันจะดูไร้มารยาทไปสักนิด แต่ผมรุกขนาดนี้แล้วผมก็อยากจะได้ช่องทางติดต่อเขาไว้บ้าง

 

อือ…” ร่างบางขยี้ตาเบาๆ ครับ คุณนัมจุน

 

จะถึงโอตารุแล้วผมต้องลงแล้วล่ะครับ

 

โอตารุ!?” ร่างบางเบิกตาโพลง ผมก็ไม่แน่ใจว่าเขาตกใจอะไร ผมนั่งรถไฟเลยโรงแรมจนได้ เฮ้อ… คงต้องนั่งย้อนไปซัปโปโรซะแล้ว”

 

“…” ผมไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดีเลยเงียบไว้ก่อน แต่แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว งั้นไปเดินเที่ยวโอตารุกับผมก่อนไหมครับ ของก็ฝากไว้ที่โรงแรมผมก่อนได้ ตอนเย็นคุณค่อยกลับโรงแรม

 

“…” ดวงตารูปอัลมอนด์หันมาจ้องผมเขม็ง แต่ไม่ได้จ้องอย่างน่ากลัว เขาแค่ดูเหมือนจะใช้ความคิด คุณจะจีบผมหรอโฮซอกยกยิ้มมุมปากข้างหนึ่งแล้วถามผมออกมา สีหน้าดูมั่นใจอยู่ไม่น้อย ผมคงออกตัวชัดไปสินะ

 

ก็ลองดูมั้งครับผมตอบไปพร้อมรอยยิ้ม มาขนาดนี้แล้วผมถอยไม่ได้แล้วล่ะ

 

ฮะๆ งั้นก็ได้ครับรอยยิ้มทรงเสน่ห์ถูกส่งมาให้ผมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เจ้าตัวส่งมาอย่างตั้งใจ ทำเอาใจผมเต้นแรง

 

            หลังจากเอาสัมภาระไปฝากที่โรงแรมที่ผมพักแล้วเราก็เดินเที่ยวโดยผมแทบไม่ต้องใช้หนังสือนำเที่ยวที่ติดมาด้วยเลย โฮซอกคอยเป็นทั้งไกด์และล่ามให้ผมอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เราเดินเที่ยวริมคลองโอตารุซึ่งถ้ามาถึงที่ย่านนี้แล้วไม่มาก็คงไม่ได้ มือถือเครื่องหรูของผมถูกใช้บันทึกภาพหลายสิบรูป ทั้งรูปวิว รูปผมที่ผมขอให้โฮซอกถ่ายให้ แล้วก็รูปเซลฟี่คู่กับโฮซอก

 

ลมเย็นพัดมาอย่างไม่ขาดสายเพราะริมคลองเป็นทางลมทำเอาผมสวยของโฮซอกปลิว เราแวะเข้าร้านค้าบ้างเพื่อหลบหนาว แต่สิ่งที่ได้มาแค่สิ่งเดียวก็คือปากกาลูกลื่นที่มีหัวกดปากกาเป็นมาริโมะก้อนเล็กถูกแช่อยู่ในน้ำ โฮซอกบอกว่ามันน่ารักดีเลยซื้อมา ผมจึงซื้อมาเก็บไว้เป็นที่ระลึกบ้าง

 

หลังจากเดินเที่ยวบริเวณคลองจนพอใจแล้ว โฮซอกก็ชวนไปเดินเล่นที่ย่าน Merchant ซึ่งมีนาฬิกาไอน้ำเป็นแลนด์มาร์ก สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวง ผู้คนทั้งท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวเดินสวนกันไปมาคึกคักกว่าแถวคลองโอตารุ โฮซอกซื้อมันเผามากินแก้หนาว แต่สิ่งที่ทำให้ผมใจเต้นอีกรอบคือเขาซื้อแค่อันเดียวแล้วชวนผมกินด้วยกัน

 

ผมทานไม่หมด ถ้าไม่รังเกียจคุณนัมจุนทานด้วยกันไหมครับเขาถามแบบนี้มีหรือผมจะปฏิเสธได้ลง

 

            เมื่อเดินไปถึงนาฬิกาไอน้ำก็พบว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่นาฬิกาจะดังบอกเวลาพร้อมปล่อยควันไอน้ำออกมา เราจึงเดินเล่นต่ออีกประมาณ 15 นาทีจากนั้นก็กลับมาที่นาฬิกาอีกครั้ง รอเพียงครู่เดียวเจ้านาฬิกานั่นก็ส่งเสียงดังออกมา ไอน้ำสีขาวถูกปล่อยออกมาจากด้านบน ลำไอน้ำปลิวไปตามลมที่พัดผ่านจากนั้นก็หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับอากาศ ผมก็ไม่พลาดที่จะยกมือถือขึ้นถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย

 

            หลังจากนั้นฟ้าก็เริ่มมืดลงช้าๆ โฮซอกที่รู้จักที่ทางดีพาผมไปกินซูชิเจ้าอร่อยใกล้ๆ จากนั้นผมก็เป็นฝ่ายชวนให้เขากลับเพราะผมเดาว่าเขาคงจะต้องการพักผ่อนแล้ว แต่ผมก็ยังคงเดินมาส่งเขาที่สถานีรถไฟโอตารุ

 

กลับโรงแรมถูกใช่ไหมครับโฮซอกถามเมื่อเราจะต้องแยกกันที่สถานีรถไฟ

 

ถูกครับผมตอบยิ้มๆ คุณโฮซอก..” ผมเรียก ผมขอไอจีคุณไว้ได้ไหม

 

หืม?” คนตัวบางเลิกคิ้วเป็นเชิงคำถาม คงจะแปลกใจไม่น้อยที่ผมขออินสตาแกรมเขาตั้งแต่วันแรก

 

ผมจะลงรูปน่ะ ก็เผื่อจะได้แท็กคุณด้วย..” เสียงผมอ่อนลงเพราะเริ่มไม่มั่นใจว่าเขาจะปฏิเสธหรือไหม มือที่กำโทรศัพท์ของผมอยู่เริ่มกำแน่นขึ้น

 

อ๋อ งั้นก็ได้ครับพูดจบมือเรียวก็แบออกตรงหน้าเพื่อจะขอมือถือผมไปพิมพ์ให้ ผมจึงส่งมือถือให้ไป ไม่นานผมก็ติดตามเขาเป็นที่เรียบร้อย

 

ขอบคุณครับผมส่งยิ้มให้ ขอบคุณสำหรับวันนี้ด้วย สนุกมากเลยครับ

 

ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณคุณเหมือนกัน ถ้าไม่เจอคุณวันนี้ผมคงไม่ได้มาที่โอตารุนี่เขาพูด

 

งั้น…” ผมอ้ำอึ้ง รู้ว่าโฮซอกต้องไปแล้วแต่ไม่รู้ว่าจะจบบทสนทนายังไง

 

 

 

End of Namjoon’s part

 

 

 

            ร่างบางในชุดยูกาตะกำลังแปรงฟันอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำโรงแรม ในหัวคิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่ตนจะแยกกับคิมนัมจุน

 

งั้น…”

 

พรุ่งนี้ผมคงตื่นสักแปดโมง แถวๆโรงแรมXXXที่พักอยู่ก็เที่ยวหมดแล้ว คงไม่มีอะไรทำแน่เลยโฮซอกพูดขึ้นมาตัดเสียงทุ้มที่ดังขึ้นก่อนหน้า ผมหวังว่าวันพรุ่งนี้ของผมคงสนุกเหมือนวันนี้นะครับเมื่อกล่าวจบก็ลากกระเป๋าเดินทางของตนไปแล้วสอดตั๋วรถไฟเข้าไปในเครื่องตรวจตั๋วแล้วเดินไปที่ชานชลา ก่อนละเดินเลี้ยวไปก็ไม่ลืมที่จะหันมาส่งยิ้มน้อยๆให้ร่างสูงที่ยืนประมวลผลอยู่ด้วย

 

            นึกแล้วร่างบางก็อดทึ้งผมตัวเองไม่ได้ แต่ความจริงก็ตั้งใจจะบอกไปนั่นแหละว่าอยากเที่ยวด้วยกันต่อ แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะกล้าพูดอะไรน่าอายแบบนั้นออกไป เผลอๆชวนเที่ยวด้วยตรงๆน่าจะดีกว่าเสียด้วยซ้ำ แต่ก็คงสายไปแล้ว ร่างบางถอนหายใจ

 

เป็นถึงนักคณิตศาสตร์ประกันภัย คงไม่โง่หรอกเนอะ อ่อยไปขนาดนี้คงมาแหละโฮซอกนึกหวังและตั้งตารอว่าจะได้เจอคิมนัมจุนเช้าวันรุ่งขึ้น




















 

            รู้ตัวอีกที ร่างสูงของคิมนัมจุนก็ก้าวออกมาจากสถานีรถไฟซัปโปโรในเช้าของวันที่สองเสียแล้ว คนตัวสูงก้มลงมองนาฬิกาข้อมือเรือนแพง มันบอกเวลาแปดโมงครึ่ง กว่าจะไปถึงโรงแรมของโฮซอก ป่านั้นร่างบางก็คงจะเตรียมตัวเสร็จแล้ว

 

            คิมนัมจุนไม่ได้โง่หรืออย่างน้อยก็ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่าประโยคที่จองโฮซอกพูดกับเขาก่อนแยกกันเมื่อวาน แถมยิ่งโฮซอกกดfollowอินสตาแกรมเขากลับด้วยแล้วเขายิ่งมั่นใจ ดังนั้นเมื่อวานพอกลับถึงโรงแรมนัมจุนจึงรีบหาแผนที่ทันทีและสุดท้ายเขาก็พาตัวเองมาอยู่หน้าโรงแรมที่โฮซอกพักอยู่จนได้

 

            ขณะที่นัมจุนกำลังยืนอยู่หน้าโรงแรม ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเดินเข้าไปนั่งรอที่ล็อบบี้ดีไหมเพราะกลัวว่าจะดูประเจิดประเจ้อเกินไป ร่างบางคุ้นตาก็เดินออกมาสู่อากาศเย็นข้างนอกพร้อมกับเพื่อนผู้ชายอีก 2 คน โฮซอกมาหยุดตรงหน้าเขา

 

สวัสดีครับเสียงหวานเริ่มเอ่ยทักก่อนพร้อมรอยยิ้ม มือเล็กซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทเพื่อหนีอากาศเย็นปลายเดือนเมษายน

 

อ่า สวัสดีครับนัมจุนตอบไป

 

ร้ายนะโฮซอกเสียงพูดเคล้าเสียงหัวเราะดังมาจากทางข้างหลังร่างบาง ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเพื่อนของโฮซอกเองที่กำลังเอ่ยแซ็ว

 

เงียบน่าวอนพิลโฮซอกหันไปเอ็ดเพื่อนตัวเล็ก นายจะไปไหนกับโดอุนแฟนนายก็ไปเลย

 

ไปเถอะที่รัก ให้เขาอยู่ในโลกสีชมพูของเขาเถอะเสียงห้าวของอีกคนที่ตัวใหญ่กว่าพูดขึ้นดังพอให้ได้ยินมาถึงโฮซอก ส่งยิ้มกวนมาให้ทีหนึ่ง จากนั้นก็โอบไหล่วอนพิลแล้วพากันเดินไป

 

เพื่อนสจ๊วตเหรอครับนัมจุนเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้ากับสถานการณ์เมื่อครู่

 

ครับโฮซอกหันมาตอบ มือเล็กถูกยกขึ้นมาเกาหลังใบหูแก้เก้อ อย่าไปสนใจพวกนั้นเลยนะครับ

 

ฮะๆๆ ครับร่างสูงอดหัวเราะให้กับท่าทางน่ารักของคนตัวเล็กกว่าตรงหน้าไม่ได้ แต่เขาก็เปลี่ยนหัวข้อบทสนทนาเพื่อไม่ให้โฮซอกอึดอัด ทานอะไรหรือยังครับ

 

ทานอาหารเช้าของโรงแรมมาแล้วครับ คุณล่ะ?” ร่างบางถามกลับ ถ้ายังเดี๋ยวผมไปเป็นเพื่อนได้นะ

 

ผมทานมาแล้วครับนัมจุนตอบยิ้มๆ โชคดีที่เขาทานอะไรรองท้องมาแล้ว แล้ววันนี้คุณโฮซอกอยากไปไหนครับ

 

ผมสีครับต้องถามว่าคุณอยากไปไหนร่างบางถามกลับแล้วขมวดคิ้วน้อยๆ

 

ที่ที่ผมอยากไปคุณคงไปมาหมดแล้วล่ะครับ คุณจะเบื่อเสียเปล่าๆ

 

แต่พาคุณไปเที่ยวคงไม่น่าเบื่อหรอกมั้งครับคำตอบของจองโฮซอกทำให้นัมจุนยิ้มจนเห็นลักยิ้มขึ้นที่ข้างแก้ม

 

ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนด้วยนะครับนัมจุนว่า

 

สรุปอยากไปไหนครับ

 

ในซัปโปโรนี่มีอาคารรัฐสภาเก่าใช่ไหมครับ ถ้าไม่รังเกียจจะพาผมไปได้ไหมครับร่างสูงมองเข้าไปในดวงตารูปอัลมอนด์คู่สวย แม้ประโยคที่กล่าวออกไปจะเป็นประโยคขอร้อง แต่น้ำเสียงที่เขาใช้นั้นเป็นน้ำเสียงที่ขี้เล่นมากกว่า ซึ่งนั่นก็ทำให้ร่างบางหลุดยิ้มออกมาได้อีกครั้ง

 

งั้นตามมาเลยครับคุณลูกทัวร์ เดินไปแป๊บเดียวก็ถึงแล้วจองโฮซอกรับมุกแล้วเริ่มสวมบทไกด์จำเป็น อารมณ์ขันของร่างบางทำให้นัมจุนต้องแอบหัวเราะเบาๆ แค่เช้านี้จองโฮซอกทำเขายิ้มออกมากี่รอบกันแล้วนะ

 

            หลังจากเข้าไปชมอาคารอิฐสีแดงขนาดใหญ่สมกับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของซัปโปโรแล้ว โฮซอกก็พานัมจุนไปขึ้น ropeway moiwa โดยทั้งคู่ต้องโดยสารรถรางออกจากตัวเมืองไปก่อน

 

ความจริงเขาโมอิวะที่เขาว่ากันว่าวิวสวยนี่ผมก็ยังไม่เคยขึ้นไปหรอกนะครับโฮซอกว่าขณะที่ยืนอยู่บนรถรางข้างๆนัมจุน

 

อ่าว อย่างนั้นเหรอครับเรื่องนี้ทำเอานัมจุนแปลกใจเพราะโฮซอกดูชำนาญในการนำทางเขามาก แต่ก็คงเป็นเพราะความสามารถด้านภาษาขอเจ้าตัว

 

ครับ ผมเลยถือโอกาสขึ้นไปกับคุณเลยนี่ไง หวา!..” เสียงหวานหายไปเปลี่ยนเป็นเสียงร้องอุทานแทนเมื่อรถรางเลี้ยวไปตามรางโดยที่โฮซอกไม่ทันตั้งตัว แต่โชคดีที่ได้คิมนัมจุนพยุงไว้ ร่างบางจึงไม่หน้าทิ่มพื้นไปเสียก่อน

 

            มือสองข้างของนัมจุนกำอยู่รอบต้นแขนเล็กทั้งสอง น้ำหนักตัวผู้ชาย 1 คนคงไม่ใช่อะไรที่จะสามารถใช้เพียงแขนข้างเดียวรับไว้ได้ง่ายๆ แต่นัมจุนก็ยอมรับว่าคนตรงหน้านี้ตัวเบากว่าที่เขาคิดเอาไว้โข ขณะที่ร่างบางเซ ร่างสูงก็เผลอดึงคนตัวบางเข้าหาตัวเองอย่างไม่รู้ตัว จนถ้าไม่มองดีๆอาจคิดว่าทั้งสองกำลังโอบกอดกันอยู่ก็ได้

 

ขอโทษครับโฮซอกดึงตัวเองออกมาเมื่อทรงตัวได้แล้ว ใบหน้าสวยก้มต่ำลงเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาคม

 

ไม่เป็นไรครับนัมจุนตอบไปทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากคนตัวเล็ก แก้มใสขึ้นสีจางๆ ไม่รู้ว่าเพราะอากาศหนาวหรือเพราะอะไรกันแน่ แต่ร่างสูงก็เริ่มชวนคุยอีกครั้งเพื่อทำลายบรรยากาศน่าอึดอัดนี้ และมันก็ได้ผล

 

            เมื่อขึ้นมาถึงยอดเขาโมอิวะแล้ว ทั้งคู่ต่างก็ไม่พลาดที่จะหยิบมือถือออกมาบันทึกภาพวิว รวมถึงขอให้อีกฝ่ายถ่ายรูปให้ และก็จบลงด้วยการที่นัมจุนขอโฮซอกเซลฟี่อีกครั้ง ซึ่งร่างบางก็ยอมถ่ายด้วยแต่โดยดีเช่นเดิม

 

มีกล้องให้ส่งลงไปดูข้างล่างด้วยครับ 100 เยน ได้ 1 นาทีนัมจุนชี้ให้โฮซอกดูแล้วเดินนำร่างบางไปยังกล้องตัวที่ว่าง

 

            ขณะที่โฮซอกกำลังมองกล้องส่องทางไกลขนาดใหญ่กับแผนที่ขนาดย่อมที่ติดไว้ข้างๆกันอย่างสนใจ นัมจุนก็ไม่รอช้า ควักเหรียญ 100 เยนมาหยอดเพื่อใช้งานกล้องอย่างรวดเร็ว คิมนัมจุนหมุนกล้องไปมาจนกระทั่งเจอกับอาคารรัฐสภาสีแดงโดดเด่นของซัปโปโรแล้วก็หยุดกล้องไว้

 

คุณโฮซอกดูสิครับ นี่อาคารรัฐสภาที่เราไปมาเสียงทุ้มเร้าให้คนตัวบางส่องตาดูอย่างตื่นเต้น เร็วครับเดี๋ยวหมดเวลา

 

โห มองจากตรงนี้ก็สวยเหมือนกันนะครับเสียงหวานพูดขณะที่ตายังคงมองผ่านเลนส์กล้องอยู่

 

ชอบไหมครับ

 

ชอบครับ จากนั้นร่างบางก็เริ่มหมุนกล้องไปทางอื่นช้าๆ แล้วไม่นานภาพก็ตัดไป หมดเวลา 1 นาที

 

หมดเวลาแล้วเหรอครับนัมจุนถามเมื่อเห็นโฮซอกค่อยๆกลับมายืนตรงตามเดิม

 

ครับ…” ร่างบางว่า ขอโทษนะครับ คุณยังไม่ทันได้ดูอะไรเลย

 

ไม่หรอกครับ ตอนแรกผมก็ได้ดูแล้วนัมจุนยิ้มให้เพื่อให้คนตรงหน้ารู้ว่าตนไม่ได้ถือสาอะไรจริงๆตามที่พูด

 

ขอบคุณครับสิ้นเสียงหวาน โฮซอกก็เฉมองออกไปนอกราวกั้นอีกครั้ง มองวิวเมืองซัปโปโรจากมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างดื่มด่ำ

 

            ร่างบางหลับตาลงหายใจเข้าเต็มปอด สูดกลิ่นเย็นๆของอากาศจากฮ็อกไกโดอย่างผ่อนคลาย สีหน้าของโฮซอกดูมีความสุขเสียจนนัมจุนเผลอยกโทรศัพท์ขึ้นมาก็ถ่ายภาพคนตัวบางเก็บไว้

 

            หลังจากการชมวิวอย่างเพลิดเพลิน ทั้งสองก็นั่งกระเช้าลงมาจากยอดเขาซึ่งวิวภูเขาและเมืองจากกระเช้าก็สวยไม่แพ้จากบนยอดเขาเลย มื้อเที่ยงของวันนี้ทั้งสองฝากท้องไว้กับร้านสะดวกซื้อ จากนั้นโฮซอกก็บอกว่าจะพานัมจุนไปชมวิวอีกที่หนึ่ง ถึงจะไม่สวยเท่านี่โมอิวะ แต่ที่นั่นก็มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนไปไม่น้อย…Sapporo TV tower

 

            ร่างบางพานัมจุนนั่งรถไฟกลับมาที่ย่านโอโดริที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอทีวีที่ว่า เมื่อขึ้นไปถึงชั้นสำหรับชมวิวนัมจุนก็ได้บันทึกภาพกลับมาอีกเล็กน้อย จริงอย่างที่ร่างบางว่า คือวิวจากบนนี้ไม่ได้สวยเท่าที่โมอิวะ แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนขึ้นมาชมเรื่อยๆ

 

คุณโฮซอกถ่ายรูปผมกับหอทีวีให้หน่อยได้ไหมครับนัมจุนขอเมื่อทั้งคู่ออกมาจากหอทีวีแล้ว

 

ไม่มีปัญหาครับสิ้นเสียงหวาน นัมจุนก็ส่งโทรศัพท์ของตนให้ร่างบาง พร้อมนะครับ 1 2 3!”

 

ขอบคุณครับร่างสูงสาวเท้ากลับเข้ามาหา

 

ลองดูก่อนก็ได้ครับว่าใช้ได้ไหมว่าแล้วก็ส่งมือถือคืนให้ร่างสูง

 

คุณถ่ายรูปสวยนะครับนัมจุนหันมาส่งยิ้มจริงใจให้หลังจากเช็คภาพ

 

“…” โฮซอกยิ้มออกมาเพราะคำชม เบื่อหรือเปล่าครับวันนี้ ไม่ค่อยได้ทำอะไรเลย เหมือน sightseeing tour มากกว่าอีก ฮ่าๆๆ

 

ไม่เบื่อเลยครับ ฮ่าๆๆนัมจุนยิ้มจนเห็นรอยบุ๋มข้ามแก้มอีกครั้ง เพราะมีคุณไปด้วย

 

ฮะๆๆโฮซอกหัวเราะน้อยๆแล้วหลุบสายตาลงต่ำ แต่หารู้ไม่ เพียงแค่การกระทำแค่นั้นมันกลับดูน่าดึงดูดในสายตาร่างสูงจนเขาแทบละสายตาไปจากคนหน้าสวยไม่ได้เลย


งั้น เราไปช็อปปิ้งที่ทานูกิโคจิกันดีไหมครับร่างสูงเอ่ยชวน

 

ก็ดีนะครับ แถวนั้นมีร้านชาบูอร่อยๆด้วย เดี๋ยวผมพาไปกิน





อาคารรัฐสภา





จุดชมวิวยอดเขาโมอิวะ





วิวจาก Ropeway





Sapporo TV tower






[50%]




 

            และไม่นานนักทั้งสองก็มาถึงทานูกิโคจิกันในช่วงเย็นของวัน ทานูกิโคจิเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ทอดตัวตัดผ่านถนน ยาวจนเกือบมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด สองฝั่งทางจะมีม้านั่งถูกจัดวางไว้เป็นระยะๆสำหรับผู้ที่ต้องการพัก ร้านทั้งสองฝั่งใต้หลังคาโค้งสูงคึกคักเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างประเทศ

 

คุณนัมจุนครับ ผมอยากไขตุ๊กตาหน่อยเสียงหวานเอ่ยเรียกแล้วชี้ไปที่เครื่องไขไข่หยอดเหรียญหน้าร้านร้านหนึ่ง

 

เอาสิครับ

 

เนี่ย.. ผมน่ะ อยากได้ตัวนี้มากเลยครับไม่ว่าเปล่า นิ้วเรียวยกขึ้นชี้ที่รูปตุ๊กตาตัวจิ๋วตัวที่ตนอยากได้ มาญี่ปุ่นทีไรผมก็จะไขทุกครั้ง แต่ยังไม่เคยได้เลยครับเหรียญร้อยเยนสามเหรียญถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าเงินขางร่างบาง

 

คราวนี้อาจจะได้ก็ได้นะครับนัมจุนพูด โฮซอกเริ่มหมุนปุ่มให้ไข่ออกมาหลังจากหยอดเหรียญไปแล้ว

 

กึ่ง!

 

“…” ลูกไข่ตกลงมาแล้ว มือเรียวรีบล้วงเข้าไปหยิบแล้วเปิดมันอย่างรวดเร็ว ทำเอานัมจุนอดยิ้มเอ็นดูไม่ได้เพราะไม่คิดว่าสจ๊วตหน้าสวยข้างๆจะมีมุมเด็กๆแบบนี้ด้วย

 

น่ารักร่างสูงได้แต่คิดในใจ

 

ไม่ได้ครับ…” ริมฝีปากบางยื่นออกมาอย่างเซ็งๆเมื่อพบว่าตุ๊กตาในลูกไข่ไม่ใช่ตัวที่ตนอยากได้

 

ลองอีกครั้งไหมครับ คราวนี้อาจจะได้ก็ได้นะ

 

คุณว่างั้นเหรอครับ

 

ไม่รู้สิครับ ฮ่าๆ แต่ลองดูอีกครั้งก็ไม่เสียหายอะไรนี่ครับ

 

ก็ได้…” เสียงหวานกล่าวขณะล้วงเหรียญร้อยเยนอีกสามเหรียญออกมาหยอดลงเครื่อง คราวนี้ก่อนหมุนปุ่มร่างบางแอบหลับตาแน่นขอให้ได้ตัวที่ต้องการ

 

กึ่ง!

 

“…” ลูกไข่หล่นลงมาแล้ว โฮซอกรีบเปิดออกดู โห่ ไม่เห็นได้เลยครับคุณนัมจุนไม่พูดเปล่า มือเรียวถูกยกมาตีที่แขนแข็งแรงของนัมจุนเบาๆ

 

ฮะๆๆๆ ผมก็แค่บอกให้คุณลองนี่ครับ ไม่ได้บอกว่าจะได้เสียหน่อย

 

เฮ้อ.. ไม่เป็นไรครับ คราวหน้าเดี๋ยวผมมาลองใหม่ร่างบางยืดตัวขึ้นยืนตรงพร้อมจะออกเดินต่อ

 

เดี๋ยวครับ ผมอยากลองบ้างนัมจุนล้วงเหรียญออกมาแล้วหยอดลงเครื่อง หมุนปุ่มแบบที่โฮซอกทำ แล้วไข่ก็ตกลงมา

 

กึ่ง!

 

คุณโฮซอกครับนัมจุนพูดทั้งที่ยังไม่ได้เปิดลูกไข่ดู ถ้าผมได้ตัวนั้น ผมยกให้คุณนะครับ

 

อย่าเลยครับร่างบางปฏิเสธทำเอารอยยิ้มของนัมจุนจางลงไป ผมชอบความรู้สึกตอนหยอดเหรียญ หมุน ลุ้น แล้วก็เปิดออกมาเองมากกว่าการได้ตุ๊กตาตัวที่ชอบ ถ้าคุณได้ คุณก็เก็บไว้เถอะครับ เดี๋ยวผมมาไขเองคราวหน้า

 

“…” ร่างสูงพยักหน้าเข้าใจ ตอนแรกเขาอดใจหายไม่ได้ที่ร่างบางปฏิเสธเขา แต่ตอนนี้เขาเข้าใจโฮซอกแล้ว จากนั้นนัมจุนก็ละสายตาจากโฮซอกมาที่ลูกไข่ในมือแทน เขาเปิดมันออก

 

ฮ่าๆๆเสียงหวานหัวเราะออกมาเบาๆ คุณก็ไม่ได้เหมือนกันแหละครับ ผมว่าเผลอๆตู้นี้อาจจะไม่มีตัวที่ผมชอบเหลือแล้วก็ได้

 

ฮ่าๆๆ นั่นสินะครับนัมจุนเก็บเจ้าตุ๊กตาจิ๋วใส่ลูกไข่ตามเดิมแล้วหย่อนมันลงในกระเป๋าเป้ของตน

 

งั้นเราไปกันต่อนะครับเสียงหวานดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มสวยส่งมาให้นัมจุน

 

โฮซอกเริ่มพานัมจุนเดินตั้งแต่บล็อกแรก ข้ามทางม้าลายไปเรื่อยๆ เข้าร้านนั้นออกร้านนี้บ้าง แวะเข้าไปดูน้องหมาในร้านสัตว์เลี้ยง แล้วก็แวะเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ต ระหว่างทางนัมจุนก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเป็นระยะๆ แต่ถึงรอบข้างจะน่าสนใจเพียงใดก็ไม่เท่ากับคนที่เดินอยู่ข้างๆเขาตอนนี้ ร่างสูงลอบมองใบหน้าหวานที่หันมองร้านรวงต่างๆ ไม่น่าเชื่อว่านัมจุนจะได้มาเจอคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจที่นี่ ในสถานการณ์แบบนี้ แม้จะเพิ่งรู้จักกันแต่นัมจุนก็รู้สึกได้ว่าคนตัวบางเป็นคนดี แล้วก็รู้สึกไว้ใจอย่างน่าประหลาด

 

สำหรับโฮซอก บรรยากาศรอบข้างก็ดูเหมือนเดิม เหมือนกับครั้งก่อนๆที่เขาได้มาเหยียบที่นี่ แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือคนที่มาด้วย โฮซอกอดแปลกใจในตัวเองอยู่ไม่น้อยที่ยอมไปไหนมาไหนกับคิมนัมจุน แต่โฮซอกก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจจากอีกฝ่าย โฮซอกไม่ได้ปล่อยตัวขนาดนั้น ร่างบางก็ยังไม่ได้ไว้ใจคิมนัมจุนร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะทั้งคู่ก็เพิ่งเจอกันแค่ไม่กี่วัน แต่โฮซอกก็กล้าพูดว่าถูกชะตากับคนคนนี้อย่างบอกไม่ถูก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ปล่อยให้นัมจุนจีบง่ายๆแบบนี้หรอก

 

ร่างบางเหลือบสายตาไปมองที่ร่างสูง คิดว่าคงจะได้เห็นคนข้างๆหันมองร้านรวงรอบๆอย่างสนใจ แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นสายตาคมที่จ้องมาที่ตนอยู่ก่อนแล้ว โฮซอกแอบกลืนน้ำลายเล็กน้อยเพราะตกใจ แต่ร่างสูงก็ยังไม่ได้ละสายตาไปไหน หนำซ้ำยังส่งยิ้มละมุนมาให้อีกทำเอาโฮซอกถึงกับไปไม่เป็นได้แต่หันหลบสายตานั้นอย่างขัดเขินแล้วกลับไปโฟกัสที่ทางเดินข้างหน้าต่อ

 

นั่งพักกันหน่อยไหมครับเสียงทุ้มว่าเมื่อเดินมาสุดบล็อกสุดท้าย

 

ก็ได้ครับร่างบางตอบ แล้วทั้งสองก็เดินไปนั่งข้างกันบนม้านั่งที่ตั้งอยู่หน้าร้านร้านหนึ่ง

 

คุณเดินอึดจังนะครับนัมจุนตั้งขอสังเกตขณะที่นั่งบีบๆนวดๆขาตัวเองซึ่งเมื่อยล้าจากการเดินเที่ยวทั้งวัน

 

ถ้าได้ไปเที่ยวบ่อยๆก็จะเป็นแบบนี้แหละครับ ฮ่าๆๆๆ

 

ไปกันเถอะครับนัมจุนไม่พูดเปล่าแต่ลุกขึ้นยืนและคว้าถุงสองถุงที่วางไว้ข้างตัวขึ้นมาด้วย ไปกินชาบูกันดีกว่า

 

ความจริงพักอีกหน่อยก็ได้นะครับ คุณยังเมื่อยอยู่เลยไม่ใช่หรอครั้งนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่นัมจุนเห็นว่าโฮซอกไม่ได้ยิ้ม แต่กลับมีสีหน้ากังวล

 

ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวไปนั่งยาวที่ร้านชาบูเลยดีกว่า นัมจุนระบายยิ้มอ่อนโยนส่งให้คนตัวเล็กกว่า เขาแค่เมื่อยๆนิดหน่อยเท่านั้นเอง ไม่ได้ขาหักเสียหน่อย โฮซอกไม่เห็นจำเป็นต้องทำหน้ากังวลขนาดนั้นเลย แต่เขาก็แอบดีใจที่อย่างน้อยคนคนนี้ก็แคร์เขาบ้าง

 

            ทางเข้าร้านชาบูดูเล็กและไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก เรียกได้ว่าแทบไม่รู้เลยว่ามีร้านอาหารอยู่ตรงนี้เพราะป้ายร้านอื่นๆก็ดูจะแย่งกันเป็นจุดสนใจกันหมด แต่ทางร้านก็แก้ปัญหาโดยการให้คนไปยืนแจกโบรชัวร์ที่แยกตรงทานูกิโคจิ แต่โบรชัวร์นั้นก็ไม่จำเป็นสำหรับคนที่สันทัดที่ทางค่อนข้างดีแบบสจ๊วตจอง

 

            ทางเข้าอยู่บนดิน แต่จริงๆแล้วตัวร้านอยู่ใต้ดิน โฮซอกพาร่างสูงเดินเข้าไปในร้าน เมื่อได้โต๊ะก็จัดการสั่งอาหารรวมถึงสอนวิธีกินชาบูแบบญี่ปุ่นให้กับนัมจุนโดยไม่ต้องพึ่งพนักงานคอยอธิบายเลย

 

            นัมจุนตั้งใจฟังที่โฮซอกสอนอย่างตั้งใจ แต่ไม่ใช่เพราะเขาเกิดหลงใหลในชาบูญี่ปุ่นขึ้นมาเสียเฉยๆ แต่เป็นเพราะเสียงหวานที่คอยพูดอธิบายไปเรื่อยๆกับท่าทางที่คอยชี้นู่นชี้นี่มันดึงดูดความสนใจของเขาไว้ต่างหาก นอกจากเสียงของโฮซอก นัมจุนก็ไม่ได้ยินเสียงโต๊ะรอบข้างที่พูดคุยกันอื้ออึงเลย สายตาคมจับจ้องไปที่ดวงตาคู่สวยแล้วค่อยๆไล่มองเครื่องหน้าทีละชิ้น จมูกรั้นสวยอย่างเป็นธรรมชาติ ริมฝีปากบางที่เอื้อนเอ่ยเสียงใสที่นัมจุนชอบ และรูปหน้าเรียวทรงเสน่ห์

 

คุณนัมจุนคุณนัมจุนครับ

 

อะ.. ครับร่างสูงกะพริบตาถี่ๆเพื่อเรียกสติของตนกลับมาเมื่อโดนอีกฝ่ายเรียก

 

ฟังอยู่หรือเปล่าครับเนี่ยโฮซอกถามเพราะสังเกตเห็นว่า

 

ฟังครับๆ

 

อาหารมาแล้วครับ กินกันเถอะ

 

            ชาบูมื้อนี้อร่อยกว่าครั้งไหนๆในชีวิตของนัมจุน ไม่รู้ว่าเพราะอาหารรสชาติดี หรือเพราะคนมากินด้วยกันแน่อาจจะเพราะทั้งสองข้อ ระหว่างที่รับประทานอาหารนัมจุนก็เผลอมองหน้าคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามอย่างไม่รู้ตัว เนื้อแผ่นใหญ่ถูกชุบด้วยไข่ดิบจากนั้นก็ถูกส่งเข้าปากของร่างบางไปทีเดียวทั้งคำ เป็นอีกมุมน่ารักๆของสจ๊วตจองที่เรียกรอยยิ้มจากคนมองได้เป็นอย่างดี

















            หลังจากออกจากร้านชาบู นัมจุนก็เดินตามร่างบางมาได้ประมาณ 5 นาทีแล้ว คนตัวเล็กกว่าบอกว่าจะพาไปที่ที่หนึ่ง แต่ก็ไม่ยอมบอกว่าที่ไหน เท่าที่นัมจุนหันมองรอบข้างซึ่งมีแต่ตึกอาคารที่วางตัวเป็นระเบียบตามผังเมืองย่านซึซึกิโน่นั้นไม่สามารถเดาออกได้เลยว่าคือที่ไหน

 

อย่างบอกนะครับว่า…” แต่แล้วนัมจุนก็เงยหน้าขึ้น เขาเห็นชิงช้าสวรรค์ชิงช้าสวรรค์อันใหญ่บนยอดโรงแรมประดับไฟสว่างเด่นหราอยู่ท่ามกลางตึกน้อยใหญ่

 

ใช่แล้วครับโฮซอกมองตามสายตาของคิมนัมจุน มันคือ Norbesa ferris wheel เดี๋ยวเลี้ยวข้างหน้าก็ถึงแล้วครับ

 

            โฮซอกพานัมจุนขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนของโรงแรมแล้วไปซื้อตั๋วสำหรับขึ้นชิงช้าสวรรค์อย่างตื่นเต้น ระหว่างรอให้ถึงคิวขึ้น ร่างบางดูจะตื่นเต้นกว่านัมจุนเสียอีก

 

เคยขึ้นหรือยังครับ?” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นเมื่อตนไม่ค่อยเข้าใจในท่าทางของคนข้างๆ

 

ยังไม่เคยขึ้นครับ เพื่อนไม่ยอมมาขึ้นด้วยน่ะ

 

คุณเลยให้ผมมาขึ้นเป็นเพื่อนแทนหรอนัมจุนถามแล้วแกล้งขมวดคิ้วทำหน้าน้อยใจ ซึ่งร่างบางก็ดูออกแล้วขำในลำคอเบาๆ

 

อ้าว คุณมองว่าเป็นอย่างนั้นหรอครับ ผมนึกว่าเรามาขึ้นด้วยกันเสียอีกโฮซอกเห็นดังนั้นก็เล่นตอบร่างสูงบ้าง ยื่นปากแล้วทำสายตาเศร้าๆ เจ้าตัวหวังว่าจะทำให้มันดูน่าขันแต่ในสายตาคนมองมันกลับดูน่ารักและทำให้เขาใจสั่นได้ไม่ยากเลยเมื่อคนตัวบางเน้นคำว่า ด้วยกันแบบนั้น

 

            แล้วไม่นานทั้งคู่ก็ได้ขึ้นชิงช้าสวรรค์เพื่อชมวิวยามค่ำคืน ต่างฝ่ายต่างยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพเมืองจากมุมสูงที่ไม่ได้เห็นง่ายๆเก็บไว้ ดวงตากลมของโฮซอกเบิกกว้างขึ้นแล้วมองสำรวจเมืองไปรอบๆเหมือนเด็ก แลดูน่ารัก ส่วนนัมจุนก็มองไปรอบๆอย่างดื่มด่ำกับบรรยากาศเช่นกัน

 

คุณนัมจุนหลังจากชมวิวจนพอใจแล้วโฮซอกก็เอ่ยเรียกคนตัวสูงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามให้หันมา เสียงหวานนั้นฟังดูไม่สดใสเหมือนทุกครั้ง พรุ่งนี้ผมต้องกลับแล้ว รถบัสที่สายการบินจัดไว้จะมารับแต่เช้า…”

 

“…” นัมจุนตั้งใจฟังทุกคำพูดของร่างบางและแอบใจหาย

 

นี่คงเป็นคืนสุดท้ายที่เราจะได้เที่ยวด้วยกันแบบนี้

 

“…น่าเสียดายนะครับนัมจุนยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย แต่นัยน์ตาของเขากลับไม่ได้ยิ้มด้วยเลย

 

ครับ น่าเสียดายจริงๆ

 

ขอบคุณนะครับ ที่พาผมไปเที่ยวตั้งหลายที่

 

ขอบคุณเหมือนกันนะครับ ที่ยอมไปเที่ยวกับผมกลีบปากบางฉีกยิ้มน้อยๆ กระเช้าของทั้งคู่กำลังเทียบท่าเพราะนั่งวนครบรอบที่กำหนดแล้ว

 

            ตลอดการเดินกลับไปที่สถานีรถไฟเพื่อแยกย้ายกันขึ้นรถไฟกลับโรงแรม น้อยคำพูดนักที่จะหลุดออกมาจากปากของทั้งคู่ ขายาวและขาเรียวพร้อมใจกันก้าวอย่างเชื่องช้าราวกับไม่อยากจะให้การแยกจากกันมาถึงเร็วไปมากกว่านี้ แม้จะไม่ค่อยมีบทสนทนาใดๆ แต่กลับไม่มีใครรู้สึกอึดอัด ทั้งสองฝ่ายต่างพยายามเก็บทุกรายละเอียดความทรงจำ และบรรยากาศการอยู่ด้วยกันที่กำลังจะสิ้นสุดลงในอีกไม่ถึงชั่วโมงข้างหน้า

 

            นัมจุนลอบหันมองเสี้ยวหน้าสวยด้านข้างของจองโฮซอก แม้จะมั่นใจว่าใบหน้าสวยทรงเสน่ห์นี้จะตราตรึงอยู่ในภาพทรงจำของเขาไปอีกนาน แต่เขาก็ยังอยากจะจดจำทุกรายละเอียดเอาไว้อยู่ดี แต่เพราะไม่อยากให้คนข้างๆรู้ตัวว่าถูกมอง นัมจุนจึงหันกลับไป

 

            ยิ่งระยะทางที่จะถึงสถานีรถไฟน้อยลงเท่าไร หัวใจดวงน้อยก็ยิ่งไหววูบมากขึ้นเท่านั้น โฮซอกชำเลืองสายตามองใบหน้าหล่ออันมีเอกลักษณ์ของคนที่เดินข้างๆอยู่หลายนาทีแล้วก็ตระหนักรู้ได้ว่าเขาจะไม่มีทางลืมช่วงเวลาในฮ็อกไกโดกับคิมนัมจุนในครั้งนี้ได้อย่างเด็ดขาดคิมนัมจุนคือทริปฮ็อกไกโดที่ดีที่สุดของจองโฮซอก

 

โชคดีนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักทั้งคู่หยุดยืนอยู่ริมกำแพงของสถานีรถไฟใต้ดินเพื่อไม่ให้เกะกะทางผู้โดยสารคนอื่น ร่างบางก็กลั้นใจเอ่ยคำบอกลาออกมาพร้อมกับยื่นมือสวยออกมา

 

ถึงเวลาแยกกันแล้วสินะครับสิ้นเสี้ยงทุ้ม มือใหญ่ก็ถูกส่งออกมาจับเข้ากับมือเรียว ยินดีที่ได้รู้จักครับ เดินทางปลอดภัยนะครับ

 

            แม้ในใจจะมีอะไรอยากพูดมากกว่านี้ แต่ทั้งสองก็ได้แต่เก็บไว้ สองคนที่เพิ่งพบกันได้สองวันหันหลังให้กัน จากนั้นก็ต่างเดินไปตามทางของตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            หัวค่ำของวันต่อมา คิมนัมจุนนอนเล่นอยู่ที่โรงแรมเพราะไม่มีอารมณ์จะทำอะไรสักเท่าไรตั้งแต่ตอนเย็น ร่างสูงเอนตัวพิงหัวเตียง มือข้างหนึ่งสไลด์หน้าจอโทรศัพท์ดูไปเรื่อย ส่วนอีกข้างก็มีกระป๋องเบียร์ญี่ห้องดังของญี่ปุ่นอยู่

 

            ร่างสูงกำลังดูอินสตาแกรม เลื่อนผ่านรูปเพื่อนบ้าง รูปวิวต่างๆที่เพื่อนลงบ้าง สลับกับกดเข้าไปดูรูปที่ตัวเองเพิ่งโพสต์เมื่อตอนบ่ายตอนมันถูกกดไลค์ มันเป็นรูปหุบเขานรกที่เขาถ่ายเองกับมือเมื่อตอนบ่ายพร้อมแคปชั่น If you were here… แน่นอนว่าแคปชั่นของนัมจุนนั้นหมายถึงจองโฮซอกแน่นอน การเที่ยวฮ็อกไกโดโดยขาดสจ๊วตจองให้ความรู้สึกเหมือนมีอะไรขาดหายไป แต่เพื่อนๆของนัมจุนไม่รู้ถึงเรื่องนี้

 

            ร่างสูงกลับไปสไลด์หน้าจอต่อ จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่โพสต์หนึ่งที่เพิ่งลงเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว เป็นโพสต์ของแอคเคาท์ที่นัมจุนเพิ่งเริ่มติดตามเมื่อ 2 วันก่อนแอคเคาท์ของจองโฮซอกนั่นเอง แต่แล้วคนตัวสูงก็ต้องระบายยิ้มออกมา นิ้วหัวแม่มือกดไลค์ให้โพสต์นั้นโดยไม่ต้องคิด

 

            ภาพที่ดูเผินๆเหมือนจะเป็นวิวเมืองยามค่ำคืนธรรมดาๆ แต่นัมจุนรู้ดีว่าภาพนั้นถูกถ่ายจากบนชิงช้าสวรรค์ที่ตนเพิ่งไปมาเมื่อวันก่อน แต่ที่น่าประทับใจยิ่งกว่าภาพที่คนตัวบางโพสต์คือแคปชั่นต่างหาก If I were there…

 

            นัมจุนมองไปที่ปากกาที่มีมาริโมะอยู่ตรงหัวกดที่ตนวางทิ้งไว้บนหัวเตียง แม้ตอนแรกกะว่าจะซื้อมาเก็บไว้เฉยๆ แต่เพราะเขาจำได้ว่าสจ๊วตจองก็ซื้อปากกาแบบเดียวกันนี้กลับมาด้วย ตอนนี้เจ้าสิ่งนี้จึงดูจะกลายเป็นอีกหนึ่งตัวแทนที่ทำให้เขาคิดถึงจองโฮซอกเสียแล้ว







Norbesa Ferris wheel




Marimo pen






 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            ไม่น่าเชื่อว่าการรู้จักกับคนคนหนึ่งแค่ 2 วันจะทำให้นัมจุนเหมือนเป็นคนบ้าไปได้ 3 เดือน คิมนัมจุนไม่เคยสลัดความคิดเรื่องของจองโฮซอกออกไปจากหัวได้เลย เขาไม่ได้ฟุ้งซ่านจนไม่เป็นอันทำอะไร เพียงแต่จะหวนนึกถึงความทรงจำตอนอยู่ด้วยกันที่ฮ็อกไกโดอยู่เสมอๆ เหมือนกับหยิบเอาหนังสือเล่มเดิมมาอ่านซ้ำวนไปทุกวันๆ ร่างสูงเองก็นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาฉายวนอยู่ในหัวไม่ต่างกันเขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าแบบนี้จะเรียกว่าคิดถึงได้หรือเปล่า

 

            ทั้งสองต่างมีช่องทางติดต่อกันเพียงแค่ช่องทางเดียวคืออินสตาแกรม แต่ก็ไม่มีใครเคยส่งข้อความทักไปหากันเลยสักตัวอักษรเดียว เพราะความไม่แน่ใจว่าการรู้จักกันแค่ 2 วันนั้นจะถือว่าสร้างความสนิทได้มากพอที่จะส่งข้อความหากันหรือยัง สุดท้าย ทุกครั้งที่จองโฮซอกคิดจะส่งข้อความทักไปหาร่างสูง นิ้วเรียวก็ต้องกดลบมันออก เช่นเดียวกับนัมจุนที่จ้องรูปที่คนตัวบางโพสต์อยู่นานสองนานแต่ก็ไม่กล้าที่จะทิ้งคอมเมนท์ไว้สักครั้ง มากสุดก็ได้แค่กดไลค์รูปของอีกฝ่ายก็เท่านั้น

 

            เพราะความบังเอิญหรือจะเพราะอะไรก็แล้วแต่ วันนี้คิมนัมจุนประชุมเสร็จและสะสางงานที่ค้างคาทั้งหมดเสร็จเร็วกว่าปกติไปมาก คนที่ไม่ค่อยได้มีเวลาพักผ่อนจึงจัดการลางานครึ่งบ่ายแล้วออกมาหาที่สงบๆอย่างร้านกาแฟนั่งพักผ่อนหย่อนใจตั้งแต่บ่ายสองกว่าของหน้าร้อน

 

            เอสเพรสโซเย็นแก้วหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ นิ้วใหญ่กำลังเลื่อนจอโทรศัพท์เครื่องหรูดูรูปเมื่อสามเดือนก่อนตอนไปเที่ยวญี่ปุ่น อดคิดถึงความสบายใจตอนอยู่ที่นั่นโดยไม่ต้องแบกความคิดเรื่องงานมาใส่หัวไม่ได้ แต่ร่างสูงก็ใช้เวลาอยู่กับรูปบางรูปนานหน่อย...เช่นรูปที่ถ่ายติดสจ๊วตจอง ไม่ว่าจะเป็นรูปที่เขาแอบถ่ายมา หรือรูปที่ถ่ายคู่กันก็ตาม

 

อ้าว!” เสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นทำเอาร่างสูงหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเองทันที แม้จะไม่ได้ยินเสียงนี้มาหลายเดือน แต่เขาก็ยังจำได้ดี ดวงตาของคิมนัมจุนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองต้นเสียง เพื่อให้ตนรับรู้ว่าไม่ได้กำลังฝันไป คุณนัมจุน! สวัสดีครับ

 

สวัสดีครับคุณโฮซอกเสียงทุ้มที่ออกจะตะกุกตะกักในตอนแรกถูกปรับให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม ร่างสูงส่งยิ้มจนเห็นรอยบุ๋มที่แก้มกลับไปให้คนตัวบางที่ส่งยิ้มให้มาเหมือนกัน

 

มีใครนั่งหรือเปล่าครับเสียงหวานถามพร้อมกับชี้ไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามนัมจุน คนคนนี้ยังคงรอบคอบและมีมารยาทเสมอ

 

ไม่มีครับ เชิญนั่งเลยครับ

 

ขอบคุณครับโฮซอกในเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ธรรมดาและรองเท้าคอนเวิร์สไฮสีแดงทิ้งตัวลงนั่งพร้อมรอยยิ้มที่นัมจุนไม่เคยสลัดออกจากความคิดได้เลยสักครั้ง วางแก้วลาเต้เย็นในมือลงบนโต๊ะ จากนั้นก็เริ่มชวนคุย บังเอิญจังเลยนะครับ คุณอยู่แถวนี้เหรอครับ

 

ใช่ครับใบหน้าหล่อพยักเล็กน้อย วันนี้ไม่มีคิวบินหรอครับ

 

ไม่มีครับ เมื่อวานเพิ่งกลับจากอิตาลี อาทิตย์ก่อนก็ไปฝรั่งเศสมา

 

อ๋อ จริงด้วย เห็นคุณอัพรูปหอไอเฟลอยู่

 

ครับร่างบางยิ้มรับแล้วยกลาเต้เย็นขึ้นมาจิบแก้เขิน ไม่รู้ทำไมเขาต้องรู้สึกร้อนๆที่ใบหน้าแค่เพราะนัมจุนจำได้ว่าเขาเคยอัพรูปอะไรด้วย

 

แล้วไปแต่ที่ไกลๆทั้งนั้นเลย เหนื่อยไหมครับแม้จะดูเหมือนคำถามตามมารยาทธรรมดา แต่คิมนัมจุนถามเพราะเป็นห่วงคนตรงหน้าจริงๆ และเขาก็ไม่ได้ปกปิดความรู้สึกที่แสดงออกผ่านคำพูดออกไปเลยด้วย

 

นิดหน่อยครับ แต่สนุกดีคนตัวบางยิ้มรับ

 

แล้วอิตาลีกับฝรั่งเศสเป็นยังไงบ้างครับนัมจุนอยากฟังคนคนนี้เล่าเรื่องนู่นเรื่องนี่ อยากฟังเสียงหวานๆที่บรรยายถึงเรื่องราวต่างที่ไปเจอมา เพราะแบบนั้นนัมจุนจึงถามคำถามนี้ออกไป

 

โอเคเลยล่ะครับ อิตาลีเมืองสวยมาก กาแฟดีมากๆ ถ้าได้ไปคุณต้องไปลองนะ เจลาโตก็อร่อยเหมือนกัน ส่วนฝรั่งเศสปารีสก็สวยเหมือนกันครับ ผมได้ไป Catacombs of Paris มาด้วยล่ะ ที่เป็นสุสานใต้ดินใต้เมืองปารีสน่ะครับ

 

ผมเดาว่ามันเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ใช่ไหมครับแน่นอนว่าร่างสูงยังจำความชอบของโฮซอกได้

 

ใช่ครับ แหะๆร่างบางพยักหน้ารับน้อยๆแล้วยิ้มแหยเมื่อตระหนักได้ว่าตนดูจะตื่นเต้นเกินไปอีกแล้วเมื่อพูดถึงประวัติศาสตร์ที่ตนชอบ

 

ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นหรอกครับ ผมชอบฟังคุณเล่าไม่ใช่แค่พูดไปเพื่อให้โฮซอกสบายใจ แต่คิมนัมจุนพูดความจริง

 

อ่า…”

 

คุณได้ไปหลายประเทศจังเลยนะครับพอเห็นว่าคนตัวเล็กไม่รู้ว่าจะตอบว่าอะไร ร่างสูงจึงเปิดประเด็นใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง ไปมาทั่วโลกหรือยังเนี่ย

 

ฮ่าๆๆ ยังหรอกครับโฮซอกหัวเราะให้กับคำถามเกินจริงของอีกฝ่าย ส่วนใหญ่ผมก็บินโซนยุโรปกับเอเชียใกล้ๆนี่แหละ เอเชียก็พวกญี่ปุ่น ยุโรปที่บินบ่อยๆก็เยอรมัน อังกฤษ ประมาณนี้แหละครับ ประเทศอื่นที่ยังไม่เคยไปมีเยอะแยะ

 

อย่างนี้คุณก็มีประเทศที่อยากไปแต่ยังไม่เคยไปอยู่ใช่ไหม?”

 

ใช่ครับ ผมอยากไปกรีซ แต่เสียดายที่สายการบินไม่มีไฟลท์ไปลง ผมก็ไม่ค่อยมีเวลาว่างยาวๆเลยไม่ได้ไปสักทีใบหน้าสวยงอง้ำลงเล็กน้อยอย่างเซ็งๆที่ไม่ได้ไปที่ที่อยากไปเสียที แล้วคุณนัมจุนล่ะครับ มีที่ที่อยากไป หรือเคยไปที่ไหนมาแล้วบ้างครับ?”

 

ที่ที่อยากไปผมไม่ค่อยมีหรอกครับ เพราะผมไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับต่างประเทศ ส่วนที่ที่เคยไปแล้วก็ฮ่องกง สิงคโปร์ แล้วก็ญี่ปุ่นฮ็อกไกโดนี่แหละครับ

 

ชอบที่ไหนที่สุดครับโฮซอกถามออกไปโดยไม่ทันคิด แต่เมื่อได้ยินคำตอบก็อยากจะทึ้งหัวตัวเองสักร้อยรอบที่ถามคำถามฝังตัวเองแบบนี้

 

แน่นอนว่าชอบฮ็อกไกโดครับยิ้มบางถูกส่งมาให้พร้อมคำตอบ สายตาของนัมจุนยากที่จะอ่านออก โฮซอกจึงได้แต่หลบสายตาคนตรงหน้าไป

 

“…” คนตัวบางยกกาแฟขึ้นจิบอีกครั้ง

 

ผมสงสัยอีกอย่างแล้วก็เป็นอีกครั้งที่นัมจุนทำให้บรรยากาศหน้าอึดอัดขัดเขินน้อยลงด้วยไหวพริบของเขา คุณได้บินไปอิตาลีกับฝรั่งเศสด้วยนี่ คุณพูดอิตาเลียนกับฝรั่งเศสได้ด้วยหรือเปล่าครับ

 

ผมพูดไม่ได้ครับ

 

แล้วคุณพูดภาษาอะไรได้บ้าง

 

ถ้ารวมภาษาเราด้วยก็มีเกาหลี อังกฤษ ญี่ปุ่น แล้วก็เยอรมันครับ

 

เยอรมันด้วยเหรอครับร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจเพราะเขาไม่ค่อยเจอคนเกาหลีคนไหนที่เรียนภาษาเยอรมัน ลองพูดให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ

 

อยากให้พูดอะไรล่ะครับ

 

งั้นสวัสดี

 

“Guten Tag(กูทึ่น ทาก)”

 

ขอบคุณ

 

“Danke schön(ดั๊งเค่อะเชิน)”

 

อ่าอะไรอีกดีนัมจุนอยากฟังคนตรงหน้าพูดอะไรยาวๆกว่านี้ แต่ไม่รู้ว่าจะให้พูดอะไรดี แนะนำตัวดีไหมนะ แต่นั่นก็ดูสิ้นคิดไปหน่อย

Ich vermisse dich.(อิกช์ แฝะมิสเซ่อะ ดิกช์)” ขณะที่นัมจุนกำลังใช้ความคิด เสียงหวานก็พูดอะไรบางอย่างออกมาก่อน “Und ich fühle mich fröhlich, dass wir wieder uns treffen.(อุ่นด์ อิกช์ ฟือเล่อะ มิกช์ เฟรอลิกช์ ดาส เวียร์ วีเด่อะ อุนส์ เทรฟฟึ่น)”

 

หืม? แปลว่าอะไรครับ

 

ไม่บอกร่างบางยิ้มกว้าง ยิ่งโฮซอกตอบแบบนี้นัมจุนยิ่งสงสัยกว่าเดิม ไว้ผมจะบอกวันหลัง

 

            เพราะคำว่า วันหลัง ทำให้ร่างสูงเลิกคิดที่จะเซ้าซี้ รอยยิ้มปรากฏขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ แสดงว่าอย่างน้อยโฮซอกก็มีความคิดที่จะเจอเขาอีกล่ะนะ

 

            ทั้งสองพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆกันต่ออยู่พักใหญ่ และสุดท้ายนัมจุนก็รวบรวมความกล้า ชวนร่างบางไปทานมื้อเย็นด้วยกัน ซึ่งแน่นอนว่าโฮซอกก็ไม่ปฏิเสธ แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ช่วงเวลาที่นัมจุนเกลียดที่สุดมาถึงอีกครั้ง ถึงเวลาที่ทั้งสองต้องแยกกันหลังจากทานอาหารร่วมกันเสร็จแล้ว

 

คุณโฮซอกครับเสียงทุ้มไม่ได้มีแววหยอกเย้าหรือล้อเล่นเหมือนก่อนหน้า

 

ครับ?”

 

เราจะได้เจอกันอีกใช่ไหมครับ ครั้งนี้นัมจุนเลือกถามสิ่งที่ตนกังวลออกมา

 

แน่นอนครับรอยยิ้มสวยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคนตัวบาง โทรศัพท์ของเจ้าตัวถูกล้วงออกมาแล้วเปิดหน้าแอพแชทสีเหลืองส่งให้ร่างสูงแอดคอนแท็กท์ตัวเองเอาไว้

.

.

.

.

.

.

.

Ich vermisse dich.

(ผมคิดถึงคุณ)

.

.

.

.

.

.

.

7 ปีต่อมา

 

 

เสื้อผ้าที่ใส่ไปทำงานที่สถานทูตเยอรมันยังคงอยู่บนตัวร่างบาง แต่สูทกับไทถูกถอดออกไปแล้ว เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ถูกพับแขนถึงข้อศอกกำกางเกงสแล็กสีดำ เกือบ 4 ปีแล้วที่จองโฮซอกได้กลับบ้านและพักผ่อนตรงเวลา มีวันหยุดที่แน่นอนแบบนี้ เพราะเขาไม่ได้เป็นสจ๊วตอีกต่อไป แต่เขาทำงานที่สถานทูตเยอรมันในเกาหลีแทน แล้วก็มีบางครั้งที่รับงานแปลเป็นงานเสริม

 

สะโพกอิ่มทิ้งอยู่บนขอบเตียงเล็ก มือบางลูบผมสีดำสวยของคิมฮโยจูลูกสาววัย 4 ขวบเบาๆขณะที่เด็กน้อยหลับ โฮซอกระบายยิ้มละไมออกมาพลางนึกย้อนไปถึงวินาทีแรกที่ตนรู้ว่าไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไป หากแต่มีชีวิตเล็กๆอาศัยกับตนด้วย ร่างบางยังคงจำความดีใจและความรู้สึกรักที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันในตอนนั้นได้ และจำได้ดีว่าวันนั้นเขาก็ได้เริ่มหางานใหม่ทันที เพราะการเป็นสจ๊วตคงไม่เหมาะกับการมีครอบครัวแน่

 

คิมนัมจุนยืนพิงขอบประตู มองการกระทำของผู้เป็นภรรยาสลับกับใบหน้าจิ้มลิ้มของลูกสาวตัวน้อยเงียบๆอย่างมีความสุขโดยมีห้องนอนโทนชมพูอ่อนของลูกสาวเป็นฉากหลัง เมื่อฮโยจูหลับสนิทดีแล้วโฮซอกและนัมจุนก็ออกมาจากห้องโดยไม่ลืมที่จะปิดประตูอย่างเบามือ

 

ทั้งสองเดินกลับมาที่ห้องนอนของทั้งสอง ผนังสีครีมมีรูปครอบครัวขนาดไม่ใหญ่นักแขวนอยู่ บนตู้หนังสือเล็กๆของโฮซอกก็มีรูปคู่ของนัมจุนกับโฮซอกสมัยที่เป็นสจ๊วตอัดกรอบตั้งประดับไว้ แล้วก็ยังมีรูปตอนที่คิมฮโยจูที่เพิงเกิดได้ไม่กี่อาทิตย์อยู่ในอ้อมแขนของคนเป็นแม่วางอยู่ข้างๆกัน นอกจากนั้นก็ยังมีโมเดลเครื่องบินของสายการบินที่โฮซอกเคยทำงานวางประดับไว้ และยังมีลูกบอกหิมะ Landmark ของประเทศต่างๆที่ทั้งคู่เคยไปมาวางประดับไว้ด้วย

 

คิมนัมจุนเดินเข้าไปใกล้แล้วสวมกอดคนรักจากด้านหลัง สูดดมกลิ่นหอมจากท้ายทอยขาวอย่างหลงใหล นัมจุนสัมผัสได้ว่าหลังจากมีลูก จองโฮซอกคนนี้ก็ไม่ได้ตัวผอมบางเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว แต่กลับอวบอิ่มมีน้ำมีนวลขึ้น คงจะเป็นเพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สูงขึ้น เดิมตัวบางๆโปร่งเพรียวก็ดูสวยพออยู่แล้ว แต่พอเป็นแบบนี้กลับยิ่งดูยั่วยวนมากกว่าเดิม

 

อืม คุณนัมจุนเสียงหวานครางออกมาเมื่อรู้สึกว่าคนข้างหลังเริ่มทำอะไรมากกว่าการดมกลิ่นกายของตน

 

คุณหอมมากๆเสียงแหบทุ้มไม่กระซิบเปล่าแต่มือใหญ่เริ่มเลื่อนต่ำลงเรื่อยๆทำเอาคนในอ้อมกอดขนลุกไปหมด

 

            ถึงจะมีเสื้อผ้ากั้นอยู่ แต่โฮซอกก็สัมผัสได้ถึงฝ่ามือร้อนของอีกฝ่ายที่ลูบไล้ไปทั่ว จมูกโด่งของนัมจุนกดลงเบาๆที่แก้มใสทีหนึ่งจากนั้นก็หันมาใช้ริมฝีปากประทับจูบไปทั่วลำคอระหง

 

อื้อ.. ใจร้อนจังร่างบางเอ่ยประท้วงเมื่อมือหนาเลื่อนลงมาถึงขอบกางเกงของตนแล้วปลดมันออกอย่างรวดเร็วจนกางเกงเนื้อดีสีดำลงไปกองที่ข้อเท้าเล็ก

 

เพราะคุณทั้งนั้นเลยนะรู้ไหมใช่ ถ้าโฮซอกไม่ดูยั่วขนาดนี้ เขาคงใจเย็นได้บ้าง

 

            ร่างบางหันตัวมาประจันหน้ากับร่างหนาอย่างรู้หน้าที่ และแล้วนัมจุนก็บดจูบลงที่กลีบปากบาง คนตัวเล็กกว่าตอบรับสัมผัสนั้นอย่างดี ลิ้นเล็กเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นร้อนที่สอดเข้ามาทักทาย ใบหน้าสวยเอียงน้อยๆเพื่อปรับองศาให้จูบสะดวกขึ้น มือใหญ่ลูบไปทั่วตัวของร่างบางจนเสื้อเชิ้ตสีขาวยับยู่ยี่ไปหมด ขณะที่มือเรียวค่อยๆปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตทำงานสีฟ้าอ่อนของร่างสูงอย่างช้าๆ

 

            สุดท้ายเสื้อเชิ้ตราคาแพงก็หลุดออกจากตัว เผยให้เห็นร่างกายท่อนบนของนัมจุน ลอนกล้ามอ่อนๆนั้นยังทำให้โฮซอกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาได้เหมือนเดิมแม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็น

 

            คราวนี้เป็นนัมจุนบ้างเป็นฝ่ายปลดกระดุมเสื้อของคนตัวเล็กกว่า แต่เขาไม่ได้ใจเย็นเหมือนโฮซอก ร่างหนาปลดกระดุมออกอย่างรวดเร็วจนเสื้อเชิ้ตเนื้อดีถูกสลัดออกจากร่าง แล้วชั้นในตัวเล็กก็ถูกมือหนาถอดออกในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่ระหว่างนั้นโฮซอกก็ไม่ได้ยอมแพ้ มือเรียวปลดเข็มขัดและรูดซิปกางเกงของคนรักออกอย่างรู้งาน จนสุดท้ายทั้งคู่ก็อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์

 

            นัมจุนดันตัวคนรักลงนอนบนเตียงกว้างสีขาวแล้วขึ้นคร่อมทับทันที มือหนาล้วงเข้าไปในลิ้นชักหัวนอนอย่างรีบร้อนแล้วหยิบถุงยางอนามัยออกมาสวม จากนั้นก็ประกบริมฝีปากของตนเข้ากับของอีกฝ่ายอีกครั้ง คนด้านล่างเองก็ดูดดึงริมฝีปากของอีกฝ่ายตอบเช่นกัน ร่างสูงเบียดตัวเข้าหาอีกฝ่ายจนร่างกายทั้งสองเสียดสีกัน ปลุกเร้าอารมณ์ธรรมชาติได้เป็นอย่างดี และแล้วร่างสูงก็เริ่มเตรียมความพร้อมให้คนตัวบาง

 

อื้อเสียงหวานหลุดครางออกมาเพราะความแน่นและความเสียวที่เกิดจากการเตรียมพร้อมของนัมจุนและการเล้าโลมในเวลาเดียวกัน

 

อืม…” เสียงแหบพร่าครางอึงในลำคอขณะดูดดึงหยอกล้อกับยอดอกอิ่มสีชมพูเข้มข้างหนึ่งอยู่จนคนใต้ร่างแอ่นตัวรับ

 

            เมื่อร่างสูงเห็นว่าร่างบางพร้อมแล้ว เขาก็เริ่มแทรกเข้าไปช้าๆจนกระทั่งเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของโฮซอกโดยสมบูรณ์

 

อ๊ะ!/อ่าห์ทั้งสองครางออกมาพร้อมกันเบาๆอย่างสุขสมเมื่อนัมจุนเริ่มขยับตัว มือหนาบีบคลึ่งสะโพกอิ่มอย่างต้องการ แขนเรียวของโฮซอกคล้องลำคอแกร่งไว้แล้วจิกเบาๆบนหลังเปลือยของคนรักอย่างหาที่ระบาย

 

            ร่างบางหลับตาพริ้ม หายใจหอบถี่ สะโพกสวยร่อนไปตามจังหวะ แล้วโฮซอกก็ต้องกัดริมฝีปากล่างไว้ทุกครั้งที่คนรักขยับมาจนสุดแล้วโดนจุดไวต่อความรู้สึก เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มผุดพราวออกมาตามหน้าผาก ขาเรียวยกขึ้นเกี่ยวรัดเอวสอบเอาไว้เมื่อเริ่มอ่อนแรงจนยันตัวเองไม่อยู่ทำให้ร่างหนาขยับเข้ามาได้ลึกกว่าเดิม

 

อะอาเสียงหวานหลุดออกมาอีกครั้งเมื่อนัมจุนเริ่มใช้มือปรนเปรอให้กับร่างบางบ้าง ริมฝีปากบางอ้าออกกอบโกยอากาศเข้าปอดอย่างกระหาย โชคดีที่ผนังห้องค่อนข้างเก็บเสียง จึงไม่ต้องห่วงว่าเสียงจะดังไปถึงห้องอื่น

 

            นัมจุนกดจมูกเข้ากับซอกคอขาวอีกครั้งเพื่อสูดดมกลิ่นที่เขาชอบที่สุด ลมหายใจร้อนปะทะผิวละเอียดทำให้คนด้านใต้ขนลุกซู่ เสียงครางทุ้มกับเสียงใสดังประสานกันสลับกับเสียงเนื้อกระทบกันที่จะดังขึ้นมาแทนตอนที่ร่างสูงก้มลงไปฉกชิงอากาศจากริมฝีปากบางเป็นระยะๆ

 

ผมรักคุณนะ อ่าห์..”

 

ผมก็ อึก.. รักคุณ คุณนัมจุน

 

            กระทั่งทั้งคู่ถึงฝั่งฝันและปลดปล่อยออกมาพร้อมกัน คนตัวเล็กกว่าหอบหายใจอย่างแรงดวงตารูปอัลมอนด์ยังคงปิดอยู่ขณะที่ร่างสูงทำความสะอาดของเหลวที่เปื้อนบริเวณหน้าท้องให้ หลังจากนั้นนัมจุนจึงไปจัดการตัวเอง ไม่นานเขาก็กลับมาทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วดึงตัวคนรักเข้ามาสู่อ้อมอกแล้วหลับไปพร้อมๆกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

END





-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จบแล้วค่ะ!!!!! ยาวเว่อ55555555555แต่ที่ไรท์ไม่แยกเป็นตอนยาวเพราะมันจะได้แค่ 4 ตอนง่ะ มันคงกุดๆแปลกๆ เลยตัดสินใจมาบู้มเดียวแบบนี้ ก็จะมีรูปขั้นไว้ให้เรื่อยๆนะคะ รีดเดอร์จะได้หากันง่ายๆเนอะว่าอ่านถึงไหนแล้ว^^ ขอโทษที่ 5% สุดท้ายกว่าจะมาได้คือนานเป็นบ้า ไรท์ไปทำงานมาแง้ ยังไม่ทิ้งเก๊าใช่มั้ย;---;


มาริโมะกลับมาแล้วค่ะทุกคน มาริโมะมันเป็นสาหร่ายสีเขียวประเภทหนึ่งอ่ะค่ะ ที่ญี่ปุ่นดังมาก บางทีก็นิยมเอามาเลี้ยงกัน มันจะเป็นก้อนกลมๆแบบในรูปเลย โตได้ แต่โตช้า แต่ปากกาของไรท์ไม่รู้ว่าเขาเอาของจริงมาใส่หรือเปล่า แต่ไรท์ก็ทิ้งๆขว้างๆมัน มันก็ไม่ยักตาย5555555555 (ถ่ายรูปชิงช้าสวรรค์เบลอเว่อ555555 ตอนนั้นเดินอยู่อ่ะ ถ่ายไม่ถนัด แง้)


ใครอยากรู้เรื่อง Catacombs of Paris ก็ลองเสิร์ชดูนะคะ ที่ไรท์ไม่ใส่มาเพราะมันจะยืดเยื้อ แค่เรื่องหมีน้อยโปแลนด์นั่นก็ยาวพอให้เห็นคาแรคเตอร์คุณฮปได้และ55555555555


ความ Mpreg ที่น้อยนิดนี้.. 55555555555555


Ich vermisse dich. แปลให้แล้วโนะ ส่วนประโยคหลังเราไม่แปลในเรื่อง เพราะงั้นเราจะมาบอกตรงนี้ค่ะ แปลว่า 'และฉันดีใจที่เราได้พบกันอีก'


ใครอ่านมาถึงตรงนี้ก็ขอคอมเมนท์ให้เค้าหน่อยเน้อออ ^3^


รูปจาก

https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/6/69/Former_Hokkaido_Government_Office_Building_20090112-03.jpg

http://www.nihon-kankou.or.jp.e.wp.hp.transer.com/season/image/spot/hatsuhinode/R0101a.jpg

https://media-cdn.tripadvisor.com/media/photo-s/0b/84/93/8a/sapporo-tv-tower-with.jpg

https://www.talonjapan.com/wp-content/uploads/2014/11/ย่านทะนุกิโคจิ-Tanuki-Koji-2.jpg

รูปวิวropeway รูปที่merchant รูปชิงช้าสวรรค์ รูปปากกามาริโมะ ถ่ายเองจ้า



-หากมีคำผิดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ-

ผลงานอื่นๆ ของ Kiratar

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 Sachikiwatari
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 00:09

    ฟินจนตัวแตกแล้วววว เขินอ่ะ โฮปเธออ่อยเงียบอ่ะ 55555+

    #2
    0
  2. #1 Kenamu
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 15:57

    กรี๊ดดดด ทำไมมันดีอย่างนี้คะ ชอบมากเลยค่ะㅜㅜ

    #1
    0