คัดลอกลิงก์เเล้ว

น้องขนมหวาน [Day6 - SungPil]

โดย Kiratar

น้องคนนั้นน่ะ...เขาเอาขนมมาให้เกือบทุกอาทิตย์เลยเว่ย แต่ไม่ได้ชอบนะ! ไม่ได้ชอบจริงๆ!! เชื่อดิ..

ยอดวิวรวม

136

ยอดวิวเดือนนี้

12

ยอดวิวรวม


136

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  5 มิ.ย. 62 / 22:38 น.
นิยาย ͧҹ [Day6 - SungPil] น้องขนมหวาน [Day6 - SungPil] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




ก็ไม่ได้ชอบน้องเขาจริงๆ แหม่ จีบกูด้วยการทำขนมมาให้เดือนละตั้งหลายครั้ง ก็น่ารักดีนะ แต่นี่กูไง พัคซองจินคนฮ็อต ยากอ่ะ บอกเลย







-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรื่องนี้เป็นฟิคชั่ววูบมากค่ะ555555555 ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ หากมีคำผิดก็ขออภัยด้วยค่ะ วูบจริงเรื่องนี้ แหะๆ ^ ^'

เนื้อเรื่อง อัปเดต 5 มิ.ย. 62 / 22:38


มึงรู้เปล่า เมื่อวันอาทิตย์น้องข้างห้องกูเขาเอาขนมมาให้กูอีกแล้วนะเว่ย คราวนี้เป็นมูสเค้กชาเขียวผู้พูดเชิดหน้าขึ้น นั่งเท้าคางบนโต๊ะของตึกใต้คณะพลางยิ้มอย่างภูมิใจ

 

แหม ครับ พัคซองจินพ่อคนเสน่ห์แรง แรงถึงน้องคอนโดห้องข้างๆ แรงถึงน้องที่อยู่คนละมหาลัยพัคเจฮยอง เพื่อนสนิทของพัคซองจินซึ่งเรียนคณะรัฐศาสตร์ชั้นปีที่ 3 เหมือนกัน เบะปากถึงความขี้อวดของเพื่อน

 

อะแน่นอนแต่คนถูกแซะก็ได้แต่พยักหน้ารับแม้นั่นจะเป็นการประชดของเพื่อนก็ตาม ทำเอาพักเจฮยองกลอกตาไปอีกสองตลบ

 

อวดขนาดนี้เมื่อไหร่จะยอมเป็นแฟนน้องขนมหวานเขาล่ะครับ น้องเขาก็ทำงี้มาเกือบปีแล้วไม่ใช่เหรอ

 

บ้าหรอมึง แฟนอะไร กูไม่ได้ชอบน้อง!” ซองจินเผลอตอบเสียงดัง

 

ตะโกนหาพระแสงไรวะ

 

อะแฮ่มพัคซองจินกระแอม ก็ไม่ได้ชอบน้องเขาจริงๆ แหม่ จีบกูด้วยการทำขนมมาให้เดือนละตั้งหลายครั้ง ก็น่ารักดีนะ แต่นี่กูไง พัคซองจินคนฮ็อต ยากอ่ะ บอกเลย

 

ครับๆ เชื่อครับ ละน้องชองฮาที่เขาเข้ามาคุยกับมึงอะ กับคนนั้นยังไงๆพัคเจฮยองเปลี่ยนเป้าหมาย

 

เลิกคุยละ

 

โห ไรวะ คุยกันไม่ถึงอาทิตย์ ทำไมง่ายจังวะ

 

ก็กูไม่ได้ชอบเขา กูก็ไม่คุยไง

 

ตึ่ง ดึง

 

แป๊บนะมึง

 

Pirimiri : พี่ซองจินครับ พรุ่งนี้กลางวันพี่อยู่คอนโดไหมครับ

 

Sxngjin : อยู่ๆ พรุ่งนี้วันศุกร์พี่ไม่มีเรียน มีอะไรหรอ?

 

Pirimiri : คิดว่าพี่น่าจะยังไม่รู้น่ะครับ ผมเลยจะมาบอกว่าพรุ่งนี้ทั้งวันเขาจะปรับปรุงระบบไฟฟ้า จะตัดไฟเกือบทั้งวันเลย พี่รปภ.ข้างล่างเขาเพิ่งบอกตอนผมกลับมาเมื่อกี้นี้เองครับ

 

Sxngjin : อ่อ โอเค ขอบคุณนะ

 

Pirimiri : ครับ^ ^

 

แน่ะ แชทคุยกับใครวะ ทำไมยิ้มๆ

 

เปล่า ไม่มีไรซองจินรีบเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง

 

น้องชองฮาอะดิ หรือมึงโกหกกูว่าไม่ได้คุยกับเขาแล้วแต่จริงๆยังคุยอยู่

 

ไม่ใช่ เมื่อกี้น้องวอนพิลโว้ย

 

อ้าว! น้องคิมวอนพิล น้องขนมหวานอะนะ ไหนบอกไม่ได้มีซัมติงกันไง ทำไมมีคุยส่วนตัว แน่ะๆๆ ทีน้องชองฮาไม่ชอบก็คือไม่คุย แต่ทีน้องวอนพิลไม่ชอบ แต่คุย ทำไมสองมาตรฐานวะเจฮยองยิ้มแซวและหัวเราะคิดคักเพราะสามารถทำให้เพื่อนไปไม่เป็นได้

 

น้องเขามาบอกเรื่องที่คอนโดเฉยๆโว้ย พรุ่งนี้ช่างเขาทำไฟ ตัดไฟทั้งตึก เขาบอกแค่นี้

 

อะโถ่ กูก็นึกว่าจะมีอะไรเจฮยองห่อไหล่อย่างเซ็งๆ

 

พรุ่งนี้มึงมีนัดป้ะ

 

มีนัดเพื่อนม.ปลายไว้ตอนบ่ายว่ะ

 

อ่อ เค ไม่เป็นไรซองจินพยักหน้า กูไปละ คืนนี้มีเล่นดนตรีที่ร้าน ไปเตรียมตัวก่อน

 

เคมึง เจอกัน

 

            ว่าจบซองจินก็ลุกออกจากโต๊ะใต้คณะและตรงไปที่ลานจอดรถเพื่อเตรียมตัวไปทำงานพาร์ทไทม์ แสงแดดอุ่นๆยามเย็นของฤดูใบไม้ผลิสาดมาโดนตัวพร้อมกับลมอ่อนๆที่พัดมาทำให้ปลายผมสีดำขลับพริ้วไปตามลม มือหนาค้างอยู่ที่แป้นพิมพ์โทรศัพท์เล็กน้อยอย่างไม่ค่อยมั่นใจ แต่สุดท้ายร่างหนาก็หลับหูหลับตาและกดส่งข้อความไป

 

Sxngjin : พรุ่งนี้วอนพิลว่างไหม?

.

.

.

.

.

.

.

.

.

            10 โมงเช้าของวันต่อมา ซองจินนั่งอยู่ในรถยนต์ของตัวเองซึ่งจอดอยู่ริมฟุตบาธในมหาวิทยาลัยแต่เป็นมหาวิทยาลัยของวอนพิล พอเลยเวลา 10 โมงมาเล็กน้อย ซองจินก็เริ่มดมกลิ่นจากเสื้อตัวเอง เนื่องจากที่คอนโดตัดไฟตั้งแต่ 9 โมง ตอนเขาออกจากคอนโดมาตอน 9 โมงกว่าเขาจำได้ว่าเหงื่อเขาเริ่มซึมออกมาถึงเสื้อยืดตัวเก่งเพราะความร้อน แต่โชคดีที่มันยังไม่ถึงกับทำให้มีกลิ่น

 

            หลังจากนั้นไม่นานวอนพิลก็ออกมาจากตึกคณะอักษรศาตร์ซึ่งซองจินก็คอยเมียงมองอยู่ วันนี้น้องข้างห้องของเขามีเรียนถึงแค่ 10 โมง และหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรทำต่อแล้ว ซึ่งก็เหมือนกับเขาซึ่งไม่รู้จะไปไหนดี เขาก็เลยนัดน้องมาเจอกันเพราะให้อยู่ที่คอนโดทั้งที่โดนตัดไฟก็คงไม่ไหว

 

เหตุผลเท่านี้จริงๆนะ!

 

            วอนพิลที่เห็นซองจินนั่งเปิดกระจกรถอยู่ก็โบกมือทักทาย เมื่อซองจินกวักมือให้ขึ้นมานั่งในรถ วอนพิลก็บอกลาเพื่อนๆและรีบมาตามที่ร่างหนาบอก

 

รอนานไหมครับพี่ซองจิน

 

ไม่นานขนาดนั้นหรอกร่างหนาตอบยิ้มๆ

 

แล้วนี่พี่ชวนผมออกมา คิดหรือยังครับว่าจะไปไหนคนตัวเล็กที่นั่งข้างๆคนขับถามขึ้น

 

คิดแค่ว่าคงไปหามื้อเที่ยงกินกันน่ะ แต่หลังจากนั้นยังไม่ได้คิดเลย

 

อ่าว

 

ไฟมันจะมากี่โมงนะ

 

“5 โมงเย็นครับเพราะการประกาศอย่างฉุกละหุก ทำให้คนที่ไม่ได้อยู่ที่คอนโดตอนนั้นไม่รู้ข้อมูลมากนัก อาศัยคำตอบจากคิมวอนพิลเอา ทั้งวอนพิลและซองจินต่างก็อยู่คนเดียว บางทีทั้งสองก็พึงพากันเรื่องพวกนี้เป็นปกติ

 

โห อีกนานเลย อืม.. งั้นไปหาอะไรกิน เสร็จแล้วไปดูหนังกันไหม

 

เอ่อ เอางั้นเลยหรอครับ ปุบปับจัง ฮ่าๆๆ

 

ก็ฆ่าเวลาไง ยังไงเราก็ไม่มีไรทำอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ

 

ก็ได้ครับๆ งั้นจะดูเรื่องอะไรอะ

 

เรามีเรื่องอะไรที่อยากดูหรือเปล่า

 

ถ้าผมอยากดูAladdinพี่จะดูหรอ

 

ก็ดูได้นะ เขาบอกว่าเพลงดีนี่ พี่เองก็ชอบดนตรีนะอย่าลืมสิซองจินหันมายิ้มให้กับคนข้างๆงั้นดูเรื่องนี้เนอะ

 

ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมเช็ครอบให้นะ

 

โอเคซองจินตอบขณะเริ่มออกรถมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย

 

เอ้อ พี่ครับ ก่อนกลับแวะซุปเปอร์ก่อนได้ไหมอะ ผมอยากซื้อพวกวัตถุดิบทำขนมน่ะครับวอนพิลเงยหน้าขึ้นมาจากมือถือเพื่อมองหน้าด้านข้างซองซองจินขณะถามคำถาม

 

ได้สิซองจินตอบพลางแอบลอบยิ้มเมื่อนึกถึงขนมที่วอนพิลชอบทำมาให้กิน

 

            ร่างหนาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า ว่าวอนพิลนั้นมีกลิ่นเฉพาะของตัวเอง กลิ่นที่คล้ายๆคุ้กกี้อบใหม่หรือไม่ก็กลิ่นเนย แต่ไม่ว่าจะกลิ่นอะไร ซองจินรู้สึกว่าเขาชอบ ชอบกลิ่นนะ ไม่ได้ชอบคน! ชอบกลิ่นจริงๆ!! ซองจินลอบสูดกลิ่นหอมนี้ไปตลอดทางจนกระทั่งรถถึงที่หมาย และเช่นเดียวกับตอนขากลับไปถึงคอนโดหรูของทั้งคู่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Ding Dong

 

หืม ใครมานะ?” ซองจินวางกีตาร์ลงและเดินมาเปิดประตูด้วยความสงสัยว่าใครกันมากดกริ่งคอนโดเขาในวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ อ้าว! น้องวอนพิล ว่าไง?”

 

เอ่อผม ทำโดนัทเอาไว้ เลยเอามาแบ่งครับคนตัวเล็กพูดพลางยื่นจานเซรามิกสีสะอาดตาที่มีโดนัทหน้าตาแปลกๆวางเรียงอยู่หลายชิ้น

 

หืม โดนัทหน้าตาแบบนี้พี่ไม่เคยเห็นเลยซองจินรับมาดูอย่างสนใจเจ้าสิ่งที่อีกคนเรียกมันว่าโดนัทแม้มันจะมีรูตรงกลาง แต่มันกลับไม่ค่อยกลมนัก และผิวก็ขรุขระเล็กน้อย ส่วนหนึ่งของแต่ละชิ้นถูกเคลือบไว้ด้วยช็อกโกแลต

 

มันเป็นแบบโบราณน่ะครับ กะแล้วว่าพี่ต้องยังไม่เคยกินวอนพิลยิ้มน้อยๆ

 

อ่อ ขอบคุณนะซองจินยิ้มตอบ ให้ตายเถอะเขายังไม่ลืมความอร่อยของเอแคลร์อาทิตย์ก่อนเลย นี่มีของใหม่มาให้ชิมอีกแล้ว

 

“…”

 

“…” และแล้วบรรยากาศก็ตกอยู่ในความเงียบ ปกติวอนพิลจะเป็นฝ่ายขอตัวแล้ววิ่งกลับห้องตัวเองไป แต่วันนี้คนตัวเล็กมัวแต่ยืนนิ่งและกัดริมฝีปากอย่างขบคิด แถมยังมองหน้าคนตัวสูงกว่าเป็นระยะๆอีกต่างหาก เอ่อ.. วอนพิลมีอะไรหรือเปล่า

 

คือ..” เหมือนซองจินจะคิดถูก ผมขอเข้าไปได้ไหมครับ

 

            แน่นอนว่านี่เป็นครั้งแรกที่วอนพิลเข้ามาในห้องของซองจิน และมันเป็นระเบียบเรียบร้อยและสะอาดกว่าที่วอนพิลคิดไว้เสียอีก ซองจินพาคนตัวเล็กมานั่งที่โซฟาและวางจานโดนัทลงบนโต๊ะกลาง และหายเข้าไปในครัว

 

กาแฟมั้ย หรือชาดี?” เสียงทุ้มดังออกมา

 

ผมขอน้ำเปล่าก็พอครับเมื่อวอนพิลตอบดังนั้น ซองจินจึงเดินกลับมาพร้อมกับน้ำเปล่าสองแก้ว และมานั่งลงข้างๆคิมวอนพิล

 

พี่เล่นกีตาร์อยู่หรอครับวอนพิลถามเมื่อเหลือบตาไปเห็นกีตาร์ที่พิงอยู่ข้างโซฟา

 

อ๋อ ใช่แล้ว

 

โชว์สักเพลงมั้ยครับพี่วอนพิลถามยิ้มๆ แต่รอยยิ้มครั้งนี้มันอยู่แค่ที่ปาก แต่ไม่อยู่ในแววตา ซองจินรู้สึกได้ แต่ถ้าวอนพิลขอแบบนี้ซองจินก็จะเล่นให้

 

            ซองจินเล่นกีตาร์จบไป 1 เพลงพร้อมกับเสียงร้องของตนที่เงียบลง จากนั้นจึงเริ่มเพลงที่สองโดยชวนคนตัวเล็กร้องด้วย กว่าวอนพิลจะยอมร้องก็ต้องเกลี้ยกล่อมอยู่พักหนึ่ง แต่สุดท้ายคนตัวเล็กก็ยอม และซองจินจึงได้ค้นพบว่าเสียงร้องเพลงของวอนพิลนั้นไพเราะกว่าที่เขาคาดไว้มาก

 

ไม่ใช่เล่นๆนะเราร่างหนาเอ่ยแซวขณะวางกีตาร์พิงกลับไปที่เดิม

 

แหะๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ

 

เรามีอะไรจะคุยกับพี่หรือเปล่า?” ซองจินถามขึ้นเพราะสังเกตเห็นว่าวอนพิลอ้ำอึ้งอยู่แบบนี้ตั้งแต่หน้าประตูแล้ว

 

คือถ้าผอบคนคนนึงนี่ ผมต้องทำยังไงให้เขาชอบผมบ้างหรอครับสุดท้ายร่างบางก็ถามออกมาพร้อมกับแก้มที่ขึ้นสีแดงแจ๋

 

อะ เอ่อ…” พัคซองจินอึ้งกับคำถามอยู่นานสองนาน อึ้งทั้งเนื้อหาคำถาม และตะลึงที่วอนพิลเป็นคนถาม เขาไม่คิดว่าน้องวอนพิลที่คนที่เรียบร้อยและสุภาพ อยู่ๆจะโพล่งคำถามนี้ออกมา แต่ซองจินก็ไม่ได้ไม่ชอบอะไร น้องหมายถึงใครวะ กูหรอ? แล้วกูต้องตอบว่าไร หรือไม่ใช่กูวะ แต่ก็น่าจะกูหรือเปล่า เอ๊ะ แล้วจังหวะนี้กูต้องตอบยังไงวะ เชี่ยๆๆๆ

 

“…” วอนพิลไม่ได้เร่งรัดอะไรเพราะกำลังนั่งก้มหน้าเพราะเขินอยู่

 

ละแล้ว ตอนนี้ระหว่างน้องกับเขาสถานการณ์มันเป็นยังไงหรอครับซองจินลองหยั่งเชิงไปก่อน เพราะถ้ามั่นหน้ามากไปเดี๋ยวหน้าแตก

 

ก็เป็นเพื่อนกันครับ แต่ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น แต่ก็เป็นเพื่อนกันเสียงเล็กตอบอ้อมแอ้ม คือผมไม่กล้าปรึกษาเพื่อนเพราะกลัวโดนล้อน่ะครับ ตแต่ถ้าพี่ไม่สะดวกจะตอบก็ไม่เป็นไรนะครับที่วอนพิลเลือกมาปรึกษาซองจินก็เพราะรู้สึกว่าพวกเขาก็สนิทกันระดับหนึ่ง และมั่นใจได้ว่าซองจินจะไม่ล้อเขาเพราะไม่รู้จักคนที่วอนพิลพูดถึง

 

เปล่าๆ ช่วยได้ๆร่างหนารีบปฏิเสธ แล้วเขาเป็นคนยังไง

 

เขาค่อนข้างขี้อาย แล้วก็ไม่ค่อยเข้าหาใครก่อนด้วยครับ แต่ความจริงเขาเป็นคนที่น่ารักมากๆ

 

หืม.. ยากละใช่ ยากทั้งสถานการณ์ของวอนพิล และสถานการณ์ความรู้สึกของซองจินเลย ร่างหนาเองก็ไม่เข้าใจว่าความรู้สึกแน่นๆตึงๆในใจแบบนี้คืออะไร แต่ซองจินก็ให้คำปรึกษาต่อไปทั้งที่รู้สึกแบบนั้น

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

            วอนพิลในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวตัวใหญ่เดินออกมาจากห้องน้ำ เมื่อซองจินที่นั่งอยู่บนเตียงหันไปมองตามเสียงประตูก็ต้องตะลึง เพราะชุดนั้นมันใหญ่กว่าตัววอนพิลมาก แถมวอนพิลก็ดูจะสวมมันอย่างไม่ค่อยตั้งใจนักเพราะเขาสามารถมองเห็นได้เกือบถึงสะดือ เชือกที่ผูกไว้ก็ผูกไว้แบบหลวมๆ แบบที่เอานิ้วสะกิดปมก็คงคลายได้

 

            ร่างเล็กพาตัวเองลงมานั่งข้างๆคนตัวสูงกว่าและประคองมือใหญ่มาไว้ที่ข้างแก้มของตน ซองจินไม่รอช้า ค่อยๆเคลื่อนมือลงมา จากแก้มมาถึงลำคอระหง หัวไหล่เนียน แผ่นออกบาง และสุดท้ายก็สอดมันเข้าไปใต้เสื้อและรวบเอวบางมาประชิดตัว

 

            คนตัวเล็กเหมือนรู้งาน ย้ายสะโพกจากที่นั่งข้างๆ มานั่งบนตักของร่างหนาแทน และใบหน้าหวานก็โน้มเข้ามาใกล้จนกระทั่งกลีบปากนุ่มสัมผัสกับอวัยวะเดียวกันของร่างหนา ซองจินหลับตาลง

 

แต่หลังจากนั้นเพียงเสี้ยววินาที ซองจินก็สะดุ้ง

 

เชี่ย!” ซองจินนั่งมองซ้ายมองขวาอยู่บนเตียงภายในความมืด มือข้างหนึ่งถูกยกขึ้นมาลูบใบหน้าเพื่อเรียกสติ ให้ตายเหอะ ฝันอะไรวะเนี่ย

 

            คืนนี้แปลกกว่าปกติ กว่าซองจินจะข่มตาหลับได้ต้องนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่เป็นชั่วโมง เรื่องที่หนักอกก็ไม่พ้นเรื่องของคิมวอนพิล น้องขนมหวานข้างห้องนี่แหละ แถมยังตามมาหลอกหลอนถึงในฝันอีก ซองจินนอนคิดหาคำตอบว่าความรู้สึกแปลกๆเมื่อตอนกลางวันมันคืออะไร เพราะมันไม่ได้อยู่แค่ตอนที่อยู่กับร่างบาง แต่ตอนที่อยู่คนเดียวหลังจากนั้นเขาก็ยังคงรู้สึกตึงๆแล้วก็ไม่สดใสไปตลอดทั้งวัน

 

หรือจริงๆแล้วกูชอบน้องวอนพิลเขาวะเสียงแหบทุ้มรำพึงกับตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            หลังจากวันนั้นความสัมพันธ์ของพัคซองจินกับคิมวอนพิลก็ยังเหมือนเดิม ร่างบางยังทำขนมมาให้เขาเป็นครั้งคราว แต่ก็น้อยลงกว่าเดิม และซองจินได้รู้แล้วว่าที่วอนพิลเอาขนมมาให้ก็เพราะว่า จริงๆแล้ววอนพิลเป็นYoutuber ทำแชแนลCooking ASMR และเพราะอยู่คนเดียวจึงกินขนมได้ไม่หมดเลยเอามาแบ่งให้เขาช่วยกินโอเค เป็นตัวช่วยเก็บกวาดสินะ

 

ทั้งคู่ยังคงพูดคุยกันเหมือนเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือใจของพัคซองจินเอง การได้รู้ว่าตัวเขาไม่ได้สำคัญไปมากกว่าใครสำหรับวอนพิลมันจะไม่เป็นอะไรเลยถ้าเขาไม่ได้กำลังชอบวอนพิลอยู่ แต่ซองจินก็ไม่รู้ความคืบหน้าระหว่างคนตัวเล็กกับคนคนนั้นของวอนพิลเพราะไม่กล้าถาม ไม่ใช่เพราะจะรู้สึกเกรงใจวอนพิลอะไรขนาดนั้น...แต่เพราะเขากลัวว่าคำตอบจะทำให้เขารู้สึกเจ็บไปมากกว่านี้

 

            ซองจินเล่าเรื่องนี้ให้เจฮยอนเพื่อนรักฟัง เขาก็คิดไว้อยู่แล้วว่าเจ้าเพื่อนตัวดีต้องหัวเราะกับความขี้มโนของเขาแน่ แต่ก็รู้ว่าสุดท้ายแล้วเจฮยองก็จะปลอบใจเขา

 

เห้ย อย่าเศร้าไปเลยน่าเพื่อน อย่างน้อยน้องขนมหวานก็ยังอยู่ในชีวิตมึงนะเว่ย สักวันเดี๋ยวก็มีโอกาสทำแต้มปกติซองจินจะคิดว่าคำว่าน้องขนมหวานฟังดูน่ารักและเหมาะกับวอนพิลเป็นที่สุด แต่ตอนนี้ยิ่งฟังกลับยิ่งรู้สึกขมขื่น

 

เดี๋ยวสักพักก็คงหายไปแล้วล่ะซองจินที่นั่งตาลอยอยู่ที่โต๊ะประจำของตึกใต้คณะตอบ กูเพิ่งให้คำปรึกษาเรื่องคนที่น้องเขาชอบไป

 

โอ้โห…” เจฮยองถึงกับอึ้ง พ่อพระสุดๆเพื่อนกู

 

เดี๋ยวพอเป็นแฟนกันเขาก็ไม่สนกูแล้ว ไม่สิทุกวันนี้ก็ไม่ได้สนอะไรกูอยู่แล้ว

 

เห้อ…” เพื่อนตัวสูงถอนหายใจเมื่อรับรู้ได้ว่าเพื่อนรักอาการหนักกว่าที่คิด ละมึงก็นะ รู้ตัวช้าเสียเหลือเกินว่าชอบน้องเขา ทำลีลาอยู่ได้ โดนงาบไปเลยเป็นไงล่ะ

 

ตกลงมึงจะปลอบหรือมึงจะตอกย้ำกูกันแน่เนี่ยซองจินเฉสายตามามองหน้าเพื่อนเล็กน้อย แล้วก็กลับไปนั่งจ้องท้องฟ้าก้อนเมฆตรงขอบฟ้าเหมือนเดิม ลมเย็นที่โกรกเข้ามาไม่สามารถช่วยปลอบประโลมจิตใจของเขาได้เลย

 

ก็มึงอะ มีโอกาสทำดีกับน้องเขาตั้งนาน ไม่ยอมทำ มารู้ตอนสายไปแล้ว มันน่าด่าไหมล่ะ

 

เฮ้อ..” ร่างหนาได้แต่ถอนหายใจตอบ นั่นสิ กูน่าจะดีกับเขามากกว่านี้ กูน่าจะจีบเขาไปเลยด้วยซ้ำ ทำไมกูรู้ตัวช้าขนาดนี้วะ

 

แต่จะว่าไป มึงก็ยังดีกับน้องเขาได้นะเว่ย น้องเขาก็ยังไม่ได้เป็นแฟนกับคนนั้นนี่หว่า ความจริงมึงก็ยังมีสิทธิ์จีบนะ

 

แต่มันก็เหี้ยป้ะ รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ได้ชอบ เขาชอบคนอื่น แถมให้คำแนะนำเขาไปด้วย จะมีหน้าไปจีบเขาได้ไง

 

นี่ไง มึงฟอร์มจัดอะ ความจริงมันก็เป็นความรู้สึกดีๆที่มึงมีให้น้องเขาป้ะ ถ้าสิ่งที่มึงทำมันคือความหวังดี ไม่ได้เลวร้าย ไม่ได้ทำลายชีวิตเขา และไม่ได้เห็นแก่ตัว มึงก็ทำๆไปเหอะ ทำดีไม่หวังผลอะ คนบาปอย่างมึงเข้าใจมะเจฮยองเอ็ด

 

ครับๆ ใส่เป็นชุดเลยนะมึงซองจินพยักหน้ายอมแพ้ มันจะดีใช่ไหมวะ

 

ความรักไม่ใช่ผลตอบแทนของความดีหรอกมึง มึงก็อย่าคาดหวัง แต่กูคิดว่าแค่มึงเห็นเขามีความสุขเพราะสิ่งที่มึงทำมึงก็น่าจะมีความสุขแล้วป้ะ

 

“…” ซองจินคิดตาม และเริ่มจะเห็นด้วย พอได้เปลี่ยนมุมมองใหม่ เขาก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย อืม ขอบใจนะมึง

 

สบายมากเพื่อน

 

ว่าแต่คนอย่างมึงพูดอะไรคมๆแบบนี้เป็นด้วยหรอวะ กูไม่ยักจะรู้ หรือนี่ไม่ใช่มึง คนอื่นปลอมตัวมา!?”

 

จะบ้าหรอ ก็กูนี่แหละครับ กูเคยอยู่ในสถานการณ์คล้ายๆมึงเมื่อสมัยม.ปลายว่า

 

จริงดิ ละจบไงซองจินถามอย่างสนใจ

 

ก็พอจบม.ปลายก็ห่างกันไปละก็ไม่ได้เจออีกเลย นานเข้ากูก็ลืมเขาได้แล้วล่ะ แต่มึงไม่ต้องคิดมากเรื่องตอนจบหรอก แต่ละกรณีมันก็ไม่เหมือนกัน แต่กูก็ชอบตอนจบของกูนะ ทุกวันนี้เธอคนนั้นก็ยังเป็นความทรงจำที่ดีของกูอยู่ ย้อนนึกไปก็มีความสุข แล้วก็ไม่เสียใจเลยที่มันเป็นแบบนี้

 

โหมึงนี่ทัศนคติดีเหมือนกันนี่หว่าเพื่อน ทำไมเวลาอยู่กับกูชอบแสดงแต่ด้านเหี้ยๆออกมาวะ ด้านดีก็มีนี่หว่า

 

เอ๊ะ! นี่มึงชมหรือด่ากูกันแน่เนี่ย

 

ฮะๆๆ ไปคิดเอาเองเสียงหัวเราะแรกของวันนี้ของซองจินเกิดขึ้นเพราะทัศนคติที่เปลี่ยนไป ไปละ วันนี้ต้องไปเล่นดนตรี บาย

 

เออ ไปดีๆ ละไม่ต้องไปเล่นเพลงเศร้าทั้งชั่วโมงละนะเว่ย คนฟังเขาเอียนกับสองอาทิตย์ที่ผ่านมาของมึงแล้ว!” เจฮยองตะโกนไล่หลังเพื่อนที่กำลังเดินออกไป และได้รับสัญลักษณ์นิ้วโอเคกลับมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            เวลาผ่านไปซองจินรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ เขาคอยมองวอนพิลอยู่ห่างๆ ช่วยเหลือเรื่องที่ช่วยได้ เวลาคนตัวเล็กท้อแท้ไม่ว่าจะเรื่องอะไร เขาก็จะหาโอกาสสร้างรอยยิ้มให้วอนพิลเสมอ มันเหมือนกับที่เจฮยองบอกจริงๆด้วย แค่ได้เห็นรอยยิ้มของอีกฝ่ายก็รู้สึกดีแล้ว และซองจินก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกแบบนี้มันไม่ใช่การที่เราชอบใครสักคนแต่มันคือความรักต่างหาก

 

อ้าว วอนพิล ว่าไงเสียงเคาะประตูในยามบ่ายวันเสาร์ดังขึ้น เมื่อซองจินลุกไปเปิดและเห็นว่าใครมาหา เขาก็เอ่ยทักทายเหมือนทุกที

 

พี่..” เสียงเล็กดูสั่นๆและแววตาที่หลุบต่ำนั้นก็ดูหมองหม่นกว่าทุกวัน

 

เอ่อวอนพิลเป็นอะไรหรือเปล่า เข้ามาก่อนสิร่างหนาพาคนตัวเล็กเข้ามาในห้องและพามานั่งบนโซฟาที่เดิม

 

พี่ เขาไม่ได้ชอบผมอะ เขาบอกว่าเขาคิดกับผมแค่เพื่อน ฮึก.. ” ไม่ต้องรอให้ถาม วอนพิลก็เปิดปากเล่าออกมาทันทีที่นั่งลง น้ำตาที่รื้นอยู่ที่ขอบตาเริ่มร่วงลงมา แต่ร่างบางก็ไม่ได้ฟูมฟายแต่อย่างใด แค่สะอึกสะอื้นก็เท่านั้น

 

อ่า บอกเขาแล้วใช่ไหม

 

ครับมือเล็กพยายามเช็ดน้ำตาออกจากแก้ม

 

ไม่เป็นไรนะ การผิดหวังในเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องปกติแหละ อย่าไปเศร้ากับมันนานเลยนะ พี่ก็เคยเป็นความจริงคือเป็นอยู่ต่างหาก แต่ซองจินคิดว่าไม่พูดไปจะดีกว่า เราไปบังคับใจใครให้ชอบหรือไม่ชอบอะไรได้หรอกนะ พี่รู้ว่าวอนพิลผิดหวัง และเราก็คงทำอะไรไม่ได้ ก็ในเมื่อคนเขาไม่ชอบอะเนอะ…”

 

ฮึก..”

 

วอนพิลไม่ได้ผิดอะไรหรอกนะ ความรู้สึกดีๆมันไม่ใช่เรื่องผิดหรอก ถ้ารู้สึกดีกับเขา ก็แค่ทำสิ่งดีๆให้เขาต่อไป แค่นั้นเองซองจินแนะนำคนตัวเล็กไปด้วยคำแนะนำของเจฮยอง ถึงวอนพิลจะชอบเพื่อนคนนั้นต่อไป แต่ถ้ามันทำให้วอนพิลมีความสุขได้ พัคซองจินก็ยอมให้วอนพิลไม่ต้องชอบเขาก็ได้ ขอแค่คิมวอนพิลกลับมายิ้มได้อีกครั้งก็พอ

 

ฮึก.. ฮึก.. ทำไมสิ่งที่ผมทำ มันถึงไม่มีค่าในสายตาเขาเลย ทำไมเขาถึงไม่ชอบผม ฮึก..” วอนพิลยังคงสะอื้นอยู่ขณะที่มือใหญ่ลูบอยู่บนศีรษะเล็กเบาๆอย่างปลอบประโลม

 

อืมเวลาเราทำอะไรดีๆให้ เขาไม่ดีใจเหรอ?”

 

ผมผมไม่รู้ ฮึก.. แต่ทุกอย่างที่ผมทำผมก็ทำเต็มที่ที่สุดของผมแล้วนะครับ ทำไมอะ ทำไมเขาไม่มองผมบ้าง ฮึก..”

 

อ่า…” ซองจินเริ่มรู้สึกถึงอะไรบางอย่างในคำตอบของคนตัวเล็ก ขอโทษนะที่ต้องพูดแบบนี้ แต่พี่คิดว่าเราไม่ได้รักเพื่อนคนนั้นใช่ไหมเท่าที่ฟังเราก็แค่ชอบเขา

 

“…” ประโยคนั้นทำให้วอนพิลหยุดสะอื้นได้พักหนึ่ง ดวงตาเรียวช้อนขึ้นมองหน้าคนแก่กว่า

 

แต่พี่ไม่ได้จะโทษเรานะที่รู้สึกแบบนั้น ความชอบมันเกิดขึ้นได้อย่างไม่มีเหตุผลนั่นแหละ เหมือนที่เราชอบเสื้อสักตัว รองเท้าสักคู่ หรืออาจจะศิลปินสักคน แต่พอไม่ได้ซื้อ ไม่ได้สวม หรือไม่ได้เจอเหมือนที่หวังไว้ ก็ผิดหวังเป็นธรรมดา

 

อึก..” วอนพิลตั้งใจฟังคนที่กำลังพูด สองมือเรียวถูกยกขึ้นมาเช็ดน้ำตา

 

แต่ถ้ามันเป็นความรัก แม้เขาจะไม่ได้ชอบหรือไม่ได้รักเรา แต่พอได้เห็นว่าเขาใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ยิ้มได้ หัวเราะอย่างร่าเริง แค่นั้นเราก็จะรู้สึกมีความสุขแล้ว เราจะไม่หวังให้เขาต้องชอบเราเลยด้วยซ้ำซองจินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขณะที่ดวงตาของเขาสบกับดวงตาใส ราวกับจะสื่อความรู้สึกของตนออกไปพร้อมกัน เราเป็นแบบนั้นหรือเปล่าล่ะ

 

ผม…” วอนพิลหลุบตาลงเพื่อคิดทบทวนความรู้สึกของตัวเองก่อนจะส่ายหน้าตอบซองจินไป

 

ที่เราเศร้าน่ะ เพราะเรายังไม่เท่าทันความรู้สึกของตัวเองต่างหาก แต่ก็ไม่ผิดหรอก เพราะนี่แหละคือมนุษย์อย่างเราๆนิ้วใหญ่เช็ดคราบน้ำตาออกให้เบาๆ

 

พี่…” วอนพิลหยุดสะอื้นแล้ว ร่างบางเป็นคนฉลาด จึงเข้าใจสิ่งที่ซองจินพูดถึงได้อย่างรวดเร็ว

 

อย่าเศร้านานนะ หน้าเราไม่เหมาะกับน้ำตาหรอก เชื่อพี่เสียงทุ้มพูดต่อไป มุมปากของซองจินยกขึ้นเล็กน้อยอย่างเอ็นดู แต่นัยน์ตาของเขาก็หมองลงด้วยเช่นกัน วันนี้เขาได้รู้แล้วว่าเขาเกลียดน้ำตาของวอนพิลมากแค่ไหน

 

พี่ซองจิน…” ดวงตาหวานมองไปที่คนตัวสูงกว่า ทำไมพี่ถึงดีกับผมขนาดนี้

 

“…” ซองจินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าจะตอบอย่างไรดี แต่สุดท้ายเขาก็ตอบออกไป เพราะพี่อยากให้เรายิ้มไง

 

พี่พี่หมายความว่าไงครับหลังจากได้ฟังสิ่งที่ซองจินพูด และนึกไปถึงการกระทำของซองจิน ประโยคนั้นมันทำให้ร่างบางเคลือบแคลงใจ

 

ก็หมายความตามที่พูดแหละ แค่พี่ได้เห็นเรายิ้ม หัวเราะ หรือได้ทำอะไรแล้วมีความสุข แค่นั้นพี่ก็พอใจแล้ว

 

พี่…” ยิ่งซองจินขยายความ วอนพิลก็ยิ่งมั่นใจในสิ่งที่ตนเข้าใจและนั่นทำให้เขาพูดไม่ออก เขาไม่เคยคิดเลยว่าพี่ข้างห้องคนนี้จะมารักเขา ดวงตาดุจลูกสุนัขของวอนพิลหลุบลงต่ำอย่างอายๆ แต่มุมปากกลับยกขึ้นโดยที่เจ้าของก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอยู่ๆถึงรู้สึกดีใจขึ้นมามันคงเป็นความรู้สึกดีที่มีคนเห็นค่าในตัวเรา หรือไม่ก็เพราะว่าคนคนนี้เป็นพัคซองจินละมั้ง แล้วทำไมพี่ไม่บอกผม

 

ก็…” พอเห็นวอนพิลยิ้ม แม้จะเล็กน้อย แต่ซองจินก็รู้ว่าวอนพิลไม่ได้รังเกียจอะไรตัวเขาหรือความรักของเขาแน่ เด็กน้อยแถวนี้มัวแต่ไปชอบคนอื่นอยู่น่ะสิ

 

ผมไม่ใช่เด็กซะหน่อยร่างบางหันมาค้อน

 

หรอ แต่เมื่อกี้ยังเห็นร้องไห้เหมือนเด็กไม่ได้ของเล่นอยู่เลยนะ

 

ผมเปล่าซะหน่อย

 

อะๆ เปล่าก็เปล่าครับน้องขนมหวานซองจินจงใจเรียกวอนพิลด้วยชื่อที่เขาตั้ง

 

ห้ะ พี่เรียกผมแบบนั้นหรอครับ

 

ก็บางทีนะ แต่เดี๋ยวนี้คงเรียกไม่ได้แล้วล่ะ เพราะเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยทำขนมมาให้กินเลย มัวแต่ทำไปให้คนอื่นกินที่ร่างหนารู้ก็เพราะเขาเป็นคนแนะนำให้วอนพิลเอาไปให้เพื่อนคนนั้นเองนั่นแหละ

 

พี่อะ!”

 

ฮะๆๆ ละเราน่ะ สรุปเอายังไง

 

หืม? ผม? ทำไมครับวอนพิลงงกับคำถามของซองจิน ให้ตายเถอะชอบพูดอะไรคลุมเครือ แค่วรรณกรรมที่เขาต้องอ่านก็ปวดหัวพอแล้ว เกิดเป็นเด็กอักษรฯนี่ต้องตีความได้ทุกอย่างเลยหรือไงกันนะ

 

อ้าว ก็พี่พูดไปแล้วนี่ ความรู้สึกของพี่น่ะ..”

 

อ่อเรื่องนั้น…” วอนพิลครุ่นคิดและพยายามหาคำตอบจากความรู้สึกของตัวเอง เอาตรงๆนะครับพี่ ผมก็ยังไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่ขนาดนั้น

 

“…” ซองจินฟังสิ่งที่วอนพิลพูดอย่างใจเย็น เขามั่นใจว่าไม่ว่าคำตอบของวอนพิลจะเป็นอย่างไร ใจของเขาก็กว้างพอที่จะยอมรับการตัดสินใจของคนตัวเล็กแน่นอน

 

แต่ผมจะให้โอกาสพี่ก็ได้นะ

 

ห้ะ! วอนพิลหมายความว่า…”

 

“…”

 

ให้พี่จีบเราได้ใช่ไหมดวงตาของซองจินเป็นประกายอย่างมีความสุข

 

อื้มวอนพิลพยักหน้าน้อยๆ ให้ตายสิ ซองจินพูดออกมาขนาดนี้เขาก็เขินเป็นนะ แล้วก็ ผมต้องขอบคุณพี่ซองจินมากนะครับ ที่ดีกับผมแล้วก็อยู่ข้างผมมาตลอด

 

ยินดีครับ ก็พี่รักเรานี่ซองจินยิ้มกว้างตอบ

 

            ส่วนวอนพิลนั้น อยากจะระเบิดตัวตายเสียตอนนี้เลย ให้ตายเถอะ บทจะพูดตรงก็พูดขึ้นมาเฉยๆเลยแบบนี้ได้ยังไงกัน! ไอ้พี่ซองจินคนบ้า! เดี๋ยวไม่ทำขนมมาให้กินอีกซะเลย






-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

พี่เขาอบอุ่นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ แงงงงงง

น้องวอนพิลลูกแม่ กี๊ดดดด น้องขี้เขิน น้องน่ารัก


ขอบคุณทุกคนจริงๆนะคะที่เข้ามาอ่าน ดีใจมากๆจริงๆ ใครอ่านแล้วชอบไม่ชอบอะไร อยากหวีด อยากชม อยากติ เมนท์ไว้ได้เลยนะคะ เรารับฟังทุกความเห็น ที่นี่ประเทศเสรี(?)

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Kiratar จากทั้งหมด 26 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 SunnypiL
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 21:16

    แงงงงงงง เขินตามแรงมากก ถ้าพี่ซองจินมีความสุข เราก็มีความสุขค่ะ ฮือออออ

    #2
    0
  2. #1 sunday_myday (@sunday_myday) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 20:01
    แง น่ารักและอบอุ่นใจมากๆเลยค่ะ มีข้อคิดดีๆจากพิเจและพิซองจินด้วย งื้ออออออ ขอบคุณคุณไรต์มากๆที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมา เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1
    0