คัดลอกลิงก์เเล้ว
[SF] Hair-tie (Sungkyu x Eunji) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



Kim Sungkyu










Jung Eunji



เนื้อเรื่อง อัปเดต 7 เม.ย. 62 / 00:33




เดินเร็วๆสิ ฉันหิวแล้วนะ

 

จ้าๆ พ่อคนใจร้อน

 

            เสียงเรียกของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวที่เดินตามหลังเขามาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อที่จะได้มาเดินข้างๆกัน หญิงสาวในเสื้อแขนกุดทรงโอเวอร์ไซส์กับกางเกงยีนส์ขาสั้นที่ไม่ได้สั้นจนเกินไปส่งยิ้มให้กันบคนข้างกาย ถึงแม้จะมีแว่นกันแดดปิดบังดวงตาอยู่แต่มันก็บังความสดใสของรอยยิ้มเธอไว้ไม่ได้

 

            มือใหญ่ของชายหนุ่มตัวสูงในเสื้อแขนกุดกับกางเกงขาสั้นโอบเข้าที่เอวบางของเธอและหันมายกยิ้มตอบ เป็นยิ้มแบบง่ายๆที่อ่อนโยน และเป็นรอยยิ้มเดียวกับที่ทำให้หญิงสาวคนนี้ตกหลุมรักเขา เท้าเปล่าทั้งสองคู่เดินย่ำไปบนผืนทรายพร้อมๆกัน ไม่ได้สนใจว่าความเปียกชื้นจากน้ำทะเลจะทำให้ทรายติดขาจนเลอะเทอะแค่ไหน

 

            กระทั่งทั้งคู่มาถึงเสื่อที่มีกระเป๋าเสื้อผ้าและรองเท้าแตะสองคู่ของพวกเขา คนรักทั้งสองก็ช่วยกันเก็บข้าวของ พับเสื่อ และล้างเท้าด้วยน้ำที่พกมา จากนั้นก็ชวนกันไปหาอาหารทะเลอร่อยๆกินกันเพราะเป็นประเทศไทย ถ้ามาถึงทะเลไทยแล้วไม่ได้กินอาหารทะเลก็คงจะเหมือนมาไม่ถึง

 

สั่งอะไรบ้างดีนะ..” ชายหนุ่มรำพึงขณะนั่งเปิดดูรูปในเมนูที่ร้านอาหารทะเล

 

กุ้งเผา กับพวกกับข้าวที่เป็นพวกหมึกไหมล่ะ เพราะเธอไม่ชอบกินปูนี่ซองกยู

 

รู้ใจฉันดีเหมือนเดิมเลยนะอึนจีชายหนุ่มส่งยิ้มกว้างให้กับคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม

 

แล้วก็เอาหอยแมลงภู่มาด้วยไหม ในรีวิวเขาว่าของที่นี่ก็สดอร่อยอยู่ เพราะเธอไม่กินหอยแครงลวกอยู่แล้วนี่หญิงสาวที่ทำการบ้านมาอย่างดีแนะนำต่อโดยไม่ลืมถึงความชอบของแฟนหนุ่มตัวเอง

 

ก็หอยแครงมันคาวอะ

 

ฮ่าๆๆ รู้แล้วน่า สรุปเอาเปล่า หอยแมลงภู่อะ

 

เอาๆ

 

โอเค งั้นสั่งเลยเนอะอึนจีพูดอย่างอารมณ์ดี

 

ได้ อ้อ ถามเขาด้วยสิว่ามีข้าวกล้องไหม

 

            ถึงคิมซองกยูจะเป็นคนเรื่องมากเรื่องเยอะ แล้วก็ดูเอาแต่ใจ แต่จองอึนจีก็ไม่เคยเบื่อหรือรำคาญ แม้ว่าจะไม่ใช่แค่เรื่องอาหารการกินอย่างเดียว แต่รวมไปถึงเรื่องเสื้อผ้า การดูแลตัวเอง และเรื่องอื่นอีกด้วย หลายคนบอกว่าจุดนี้เป็นข้อเสียข้อหนึ่งของซองกยู แต่อาจเพราะอึนจีเป็นคนง่ายๆอยู่แล้วเลยไม่มีปัญหาอะไรกับพวกเรื่องหยุมหยิมพวกนี้เลย

 

เห้อ อาทิตย์หน้าเปิดเทอมแล้วอ่า ไม่อยากเปิดเทอมเลย ไม่อยากขึ้นปี 2” ขณะนั่งรออาหาร อึนจีก็ชวนคนรักคุย แก้มขาววางอยู่บนฝ่ามือเรียวที่ตั้งเท้าข้อศอกอยู่บนโต๊ะ ริมฝีปากบางยื่นนิดๆอย่างไม่สบอารมณ์

 

เหมือนกัน ขี้เกี๊ยจขี้เกียจ กลับเกาหลีไปพรุ่งนี้ก็ต้องไปจัดการเรื่องรับน้องอีกเนี่ยชายหนุ่มเห็นด้วย

 

ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้มีโอกาสมาเที่ยวกันสองคนแบบนี้อีกเนอะ

 

นั่นสินะเพราะร้านอาหารแห่งนี้เป็นร้านอาหารริมทะเล ลมทะเลจึงพัดเข้ามาได้ มือหนายกมือขึ้นเสยผมสีน้ำตาลเข้มของตัวเองเพื่อไม่ให้เสียทรงไปมากนักเพราะลมที่พัดมา

 

ซองกยู ฉันลืมยางมัดผมอีกแล้วอ่ะ..” ไม่ใช่แค่ผมของซองกยูที่ปลิวไปเพราะลม แต่ของหญิงสาวก็เช่นกัน ซองกยูมองผมสีน้ำตาลที่ยาวเลยไหล่ลงมาเล็กน้อยปลิวไปตามแรงลมยิ้มๆ ก่อนจะยื่นมือข้างหนึ่งไปหาเธอแหะๆ ของคุณนะอึนจีดึงหนังยางสีดำที่อยู่ตรงข้อมือซ้ายของชายหนุ่มออกมาแล้วนำมามัดผมตัวเองให้เรียบร้อย

 

เธอนี่น้า ขี้ลืมจริงๆเลยก่อนจะชักมือกลับ ซองกยูใช้นิ้วชี้แกล้งจิ้มไปที่ปลายจมูกสวยของแฟนสาวอย่างนึกเอ็นดู

 

งื้อออ เธออะอึนจีย่นจมูกอย่างน่ารักเป็นการตอบสนอกการกระทำนั้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะของทั้งคู่

 

            คิมซองกยู และ จองอึนจีเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1 ที่อีก 1 อาทิตย์ก็จะเปิดเทอมขึ้นชั้นปีที่ 2 แล้ว ทั้งสองคบกันมาได้เกือบ 8 เดือนแล้ว และก็เป็นอีก 1 คู่ที่ใครๆในคณะก็พากันอิจฉาในความน่ารักของคู่นี้ เพราะฝ่ายหญิงก็มีเสน่ห์ มากความสามารถ ฝ่ายชายก็มีดีกรีเป็นถึงcandidateเดือนคณะ แต่ไม่มีใครรู้ว่ากว่าจะได้มาซึ่งรักครั้งนี้นั้น อึนจีต้องพยายามมากขนาดไหน

 

            ใช่แล้ว อึนจีเป็นฝ่ายชอบซองกยูก่อนและก็เป็นฝ่ายที่เข้าไปจีบเขาก่อนด้วย แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้ถึงกับไปให้ท่าอีกฝ่ายหรือออกตัวแรงแต่อย่างใด อึนจีเพียงแค่ทำตามความรู้สึกของตัวเอง ซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง คอยถามไถ่ ใส่ใจซองกยูอยู่ห่างๆ และเพราะความสดใสประกอบกับความจริงใจของเธอนั่นเองที่ทำให้ซองกยูยอมตกลงคบกับเธอ

 

การที่ซองกยูมียางมัดผมอยู่ที่ข้อมือเสมอก็เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของการเป็นแฟนกัน และมันก็รวมถึงเอาไว้เผื่อเวลาฉุกเฉินที่อึนจีต้องการยางมัดผมแต่ลืมเอามาด้วยเช่นกัน

 

            พอคบกันซองกยูก็รู้สึกได้ว่าอึนจีเป็นคนดีมากจริงๆ เธอเป็นคนไม่เรื่องมาก เป็นคนเอาใจใส่คนอื่น ยิ้มเก่ง ใจเย็น และเธอก็ยอมรับซองกยูได้ทุกอย่างไม่ว่าเขาจะมีนิสัยอะไรไม่ดี นั่นทำให้ทั้งสองยังไม่เคยทะเลาะกันเลยตั้งแต่คบกันมา ความรักของทั้งสองเป็นความรักที่สมบูรณ์

 

ก็ น่าจะใช่ล่ะนะ

.

.

.

.

.

.

.

.

2 สัปดาห์ต่อมา

 

            ซองกยูนั่งรอแฟนสาวอยู่ที่โต๊ะไม้หน้าร้านสะดวกซื้อในมหาวิทยาลัย เพราะหลังจากเลิกคลาสสุดท้ายของวันนี้ทั้งคู่มีนัดไปทานอาหารเย็นด้วยกัน แต่อึนจีต้องไปคุยงานกิจกรรมก่อน เลยไม่ได้ออกมาพร้อมกัน

 

            นั่งเล่นโทรศัพท์รอแก้เบื่อไปเรื่อยๆ ประมาณครึ่งชั่วโมง อึนจีก็ปรากฏตัวขึ้น รีบวิ่งกระหืดกระหอบมาหาชายหนุ่ม

 

ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ เดี๋ยวก็ล้มหรอกชายหนุ่มเก็บโทรศัพท์และเงยหน้าขึ้นมาพูดกับแฟนสาวที่เพิ่งมาถึง

 

แฮกๆ ก็ไม่อยากให้เธอรอนานเสียงหวานตอบติดหอบเล็กน้อย ซึ่งก็จริงของเธอ ซองกยูเป็นคนไม่ชอบรอคอยอะไรนานๆ แต่อึนจีก็มีเหตุผลของเธอ เพราะงั้นก็ไม่ใช่เรื่องอะไรที่ซองกยูจะหัวเสียเสียหน่อย

 

ก็เธอมีคุยงานนี่นา ฉันรอได้น่ามือใหญ่ยกขึ้นลูบศีรษะของคนตัวเตี้ยกว่าเบาๆอย่างเอ็นดูในความใส่ใจของเธอ และเธอก็มาแล้วนี่ไง ปะ ไปกันเถอะ

 

            และทั้งสองก็ออกเดินไปด้วยกัน มุ่งหน้าไปยังรถของซองกยูที่จอดเอาไว้ไม่ไกลมากนัก ระหว่างทางก็บังเอิญเจอกลุ่มเพื่อนในคณะกลุ่มหนึ่ง ก็โดนแซวไปตามระเบียบ แต่ก็อาจจะหนักเสียหน่อยเพราะเมื่อวานซึ่งเป็นวันครบรอบ 8 เดือนของทั้งคู่ ก็เพื่อนกลุ่มนี้เองที่บังเอิญมาเห็นตอนทั้งสองให้ดอกไม้กัน

 

            แต่เสียงแซวก็ไม่ได้ทำให้ทั้งสองเขินเก้อได้นานนัก เมื่อเพื่อนๆเดินผ่านไป มือขาวก็ค่อยๆสอดประสานกับมือใหญ่ช้าๆ บรรยากาศดีๆยามเย็นที่ท้องฟ้าเป็นสีส้ม ลมอ่อนๆยามฤดูร้อน และเสียงนกที่เกาะอยู่บนต้นไม้ ทั้งหมดช่วยให้สถานการณ์ตรงนั้นโรแมนติกขึ้น ทำเอามุมปากสวยที่เคลือบด้วยลิปมันสีแดงอ่อนยกยิ้มขึ้นอย่างมีความสุข เช่นเดียวกับริมฝีปากของชายหนุ่มข้างๆพร้อมกับตาเรียวที่แอบชำเลืองมามองแฟนสาวของตัวเอง

 

            หลังจากมื้อเย็นสิ้นสุดลง ซองกยูก็อาสาขับรถมาส่งแฟนสาวของตนที่บ้าน แม้อึนจีจะปฏิเสธไปแล้วเพราะเกรงใจ แต่ซองกยูยืนยันที่จะมาส่งเพราะเขาเป็นห่วงอึนจีจริงๆ ไม่อยากให้กลับบ้านตอนกลางคืนคนเดียว

 

ขับรถกลับดีๆนะเสียงหวานบอกลา

 

เธอก็รีบนอนล่ะ อย่ามัวแต่เล่นโทรศัพท์เพลิน

 

จ้า พ่อคนไม่ติดมือถือหญิงสาวแกล้งประชดยิ้มๆ นั่นก็ทำให้ซองกยูหัวเราะออกมาน้อยๆกับความน่ารักของเธอเช่นกัน

 

เอ้อ วันนี้ไม่ต้องรอฉันโทร.หานะ กลับบ้านก็น่าจะต้องคุยเรื่องงานกลุ่มกับเพื่อนต่อยาวๆเลยอะ ยังไม่เริ่มทำอะไรเลยเนี่ย

 

อ่อ โอเค งั้นก็รีบกลับเถอะ เดี๋ยวเธอจะนอนดึก

 

อื้ม เจอกันพรุ่งนี้นะ บาย

 

            สิ้นคำบอกลา อึนจีก็เดินเข้าบ้านและซองกยูก็ออกรถไป รถเก๋งสีดำเคลื่อนตัวเร็วขึ้นกว่าเดิมอีกเล็กน้อยก่อนจะถูกหักเลี้ยวพาไปในทางที่ไม่ควรจะไปไปคนละทางกับบ้านของคิมซองกยู

 

            ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบอึนจีไม่ใช่ว่าเขาเบื่ออึนจี ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักอึนจีไม่ใช่เพราะเขาอยากโกหกอึนจีเพียงแต่ซองกยูรู้สึกว่าชีวิตของเขามันซ้ำซาก จำเจ และน่าเบื่อเกินไป ซองกยูรู้สึกเหมือนว่าตอนโสดเขาเคยสนุกกับชีวิตมากกว่านี้

 

            เพราะความเป็นวัยรุ่นที่กำลังคึกคะนอง และเพราะนิสัยผู้ชาย ที่รู้สึกว่าอะไรที่ได้มาง่ายๆนั้นมันไม่น่าสนใจ ซองกยูจึงเลือกที่จะฉีกความรู้สึกพวกนั้นทิ้งด้วยการแอบออกมาเที่ยวกลางคืนโดยไม่บอกแฟนสาวของตน

 

เฮ้เพื่อน! มาช้านะ ช้ากว่านี้คนอื่นจะไม่เหลือเหล้าไว้ให้แล้วนะเว่ยเพียงก้าวเข้ามาในคลับไม่กี่ก้าว เสียงเพื่อนที่นัดไว้ก็ตะโกนมาหาคิมซองกยู

 

โทษทีว่ะ พอดีติดธุระนิดหน่อยซองกยูตะโกนกลับเพราะเสียงดนตรีในคลับที่ค่อยข้างดัง จากนั้นก็เดินฝ่ายแสงสีในความมืดเข้าไปหากลุ่มเพื่อนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะที่มีหญิงสาวนุ่งน้อยห่มน้อยมานั่งคุยอยู่ก่อนแล้ว ดวงตาเรียวดุจสุนัขจิ้งจอกเจ้าเสน่ห์ถูกส่งไปหาผู้หญิงเหล่านั้นพร้อมยกยิ้มมุมปากน้อยๆ และไม่นานที่นั่งข้างๆซองกยูก็ไม่ว่างอีกต่อไป

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

            ตอนแรกอึนจีคิดว่าเพราะเพิ่งขึ้นปี 2 และต้องปรับตัวกับการเรียนที่หนักขึ้น หลังจากเปิดเทอมมาสักพักนี้เลยไม่ค่อยได้คุยกับซองกยู แต่ตอนนี้อึนจีรู้สึกแล้วว่ามันไม่ใช่ ซองกยูคุยกับเธอน้อยลงจริงๆ เวลาชวนไปไหนด้วยกันตอนเย็นก็ไม่ค่อยไป ล่าสุดวันนี้ซองกยูก็เพิ่งปฏิเสธการไปดูหนังกับเธอทั้งที่หนังเรื่องนี้เธอบอกว่าอยากดูตั้งแต่เทรเลอร์เพิ่งปล่อยแล้ว แม้จะแอบเสียใจเล็กน้อยแต่เธอก็ไม่อยากจะเซ้าซี้ซองกยูมากเพราะไม่อยากทะเลาะกันด้วยเรื่องไร้สาระเขามีค่าเกินกว่าที่เธอจะเสียไป

 

            ดังนั้น อึนจีจึงเลือกที่จะไปดูหนังคนเดียวแทน แต่ถ้าจะไปดูคนเดียวรอบเย็นก็คงจะเจอเพื่อนหลายคนซึ่งจะตามมาด้วยคำถามว่า ทำไมมาคนเดียวล่ะ? หรือ ซองกยูไปไหน? และเธอก็ไม่อยากจะตอบคำถามพวกนั้น อึนจีจึงมาดูหนังรอบดึกแทน

 

            หลังจากหนังจบ ร่างบางก็พาตัวเองเดินออกมาจากห้างฯที่เงียบเหงาลงเพราะร้านรวงได้ปิดไปหมดแล้ว เธอมุ่งหน้าไปยังสถานี้รถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้ๆเพื่อที่จะกลับบ้าน แต่แล้วก็ต้องหยุดฝีเท้าลงเมื่อได้เห็นรถเก๋งสีดำคุ้นตาจอดอยู่ตรงทางเข้าสถานีรถไฟฟ้าพร้อมกับผู้ชายสองคนที่พยุงกันลงมาจากเบาะหลัง

 

มึงแน่ใจว่าไม่ให้กูไปส่งไอ้มินโฮที่บ้านเสียงของซองกยูดังออกมาจากที่นั่งคนขับ แม้บทสนทนาของกลุ่มชายหนุ่มจะไม่ได้ดัง แต่บรรยากาศรอบๆก็เงียบพอที่จะทำให้อึนจีที่มาแอบยืนอยู่ตรงมุมกำแพงได้ยิน

 

เออ เดี๋ยวกูเอามันไปนอนหอกูคืนนึงก็ได้ บ้านไอ้มินโฮมันไกล หอกูก็ไกล ลำบากมึงเปล่าๆ เดี๋ยวกูไปองแหละดีแล้วคยูฮยอน เพื่อนในกลุ่มอีกคนที่พยุงมินโฮซึ่งคอพับไม่ได้สติอยู่กล่าวตอบซองกยู ว่าแต่มึงเหอะ ขับรถกลับได้แน่นะ

 

เออ แดกไปแค่นั้นไม่ระคายเซรีเบลลัมกูสักนิด

 

ครับผมพ่อคอทองแดงคยูฮยอนประชดและได้การยกยิ้มน้อยๆของซองกยูกลับมาเออ งั้นมึงไปเหอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เกิดไปเรียนสาย แฟนถามว่าทำอะไรมาแล้วตอบไม่ถูกกูไม่รู้ด้วยนะ

 

โถ่ๆ ไม่ต้องมาห่วงกูเลย เรื่องแค่นี้กูทำให้อึนจีเชื่อกูได้อยู่แล้ว

 

            สิ้นบทสนทนาซองกยูก็ออกรถไป คยูฮยอนก็พยุงมินโฮเข้าไปในสถานี อึนจียืนรออยู่พักหนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่าทิ้งห่างจากชายทั้งสองเพียงพอก่อนจะค่อยๆเดินตามเข้าไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

 

            หลายความคิดตีวนอยู่ในสมอง ทั้งเป็นห่วงซองกยูที่ดื่มมาและกำลังขับรถกลับบ้าน ทั้งสงสัยที่ทำไมเขาไม่บอกเธอว่าออกมาเที่ยวทั้งๆที่เธอก็ไม่เคยห้ามอยู่แล้ว ทั้งระแวงว่าที่เขาแอบออกมาแบบนี้เขามีคนอื่นหรือเปล่า ทั้งสงสัยว่าเขาแอบหนีเธอออกมาแบบนี้กี่ครั้งแล้ว และทั้งเสียใจที่ได้รู้ว่าซองกยูจงใจโกหกเธอ คำพูดสุดท้ายของเขากรีดแทงใจเธอจนเธอคิดว่าถ้ามันกรีดได้จริงๆเลือดคงจะไหลนองเต็มพื้น แต่โชคดีที่คำพูดมันเป็นเพียงอากาศมากสุดมันก็ทำให้แค่น้ำตานองหน้าเหมือนเธอตอนนี้

 

            อึนจีพยายามปาดน้ำตาออกจากแก้มพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองและตั้งใจจะไปคุยกับแฟนหนุ่มพรุ่งนี้ เธอไม่อยากให้คนอื่นเห็นว่าเธอกำลังร้องไห้ ร่างบางไม่ค่อยชอบใจนักกับการถูกคนไม่รู้จักมาจ้องและเดาเรื่องราวที่เธอเจอมา ตอนนี้จึงเหลือแค่เพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่เอาแต่มองพื้น หลุบตาลงต่ำเพื่อซ่อนตาแดงๆนั้นไว้

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

            เช้าวันต่อมาซองกยูรีบรุดออกจากบ้านเพราะตื่นสายจริงๆตามที่เพื่อนทำนายไว้ แต่ก็เป็นโชคดีที่อย่างน้อยเขาก็ไม่พลาดอะไรไปมากนัก พอมาถึงห้องเล็คเชอร์อาจารย์ก็เพิ่งจะเปลี่ยนไปสไลด์ที่สี่

 

            พอถึงเวลาพักกลางวัน อึนจีตั้งใจจะไปคุยกับซองกยูให้รู้เรื่องเธอจึงส่งข้อความไปหาแฟนหนุ่มให้ออกมาพบกันที่หลังหอสมุดที่ไม่ค่อยมีคน

 

มีอะไรเหรอ ทำไมถึงต้องมาคุยกันตรงนี้ด้วยล่ะซองกยูถามหน้าตาเฉย

 

เมื่อคืนน่ะ…” ถึงจะทั้งโมโหทั้งเสียใจ แต่เสียงที่เธอพูดออกมาก็ยังเป็นน้ำเสียงเรียบๆที่อ่อนหวานอยู่ดี คิ้วสวยตกลงอย่างเศร้าๆ ไปทำอะไรมาเหรอ

 

เมื่อคืนก็นอนอยู่บ้านเฉยๆเหมือนที่บอกเธอไปไงซองกยูซ่อนความประหม่าเอาไว้โดยการยกมือขึ้นมาสางผมตัวเอง แต่เขาคิดผิด

 

            อึนจีเหลือบมองไปที่ข้อมือของซองกยูและพบว่าหนังยางสีดำเส้นเดิมที่เธอให้ไว้มันไม่อยู่แล้ว เธอจะไม่น้อยใจเลยถ้าตอนที่ตกลงคบกันซองกยูไม่ได้เป็นคนออกปากเองว่าเขาจะสวมมันไว้ตลอดเวลา

 

เธอถอดหนังยางออกไปเหรอคำถามของอึนจียังคงเป็นเสียงนิ่มๆเหมือนเดิม เธอไม่เคยใส่อารมณ์ในคำพูดเวลาต้องมีเรื่องถกเถียงกับซองกยู นั่นอาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ทั้งคู่ไม่เคยมีปากเสียงกันอย่างจริงจัง แต่ตอนนี้เสียงนิ่งๆของอึนจีมันบีบรัดหัวใจของซองกยูมากกว่าครั้งไหนๆ

 

เอ่อ…” มือใหญ่อีกข้างเลื่อนมากุมข้อมือข้างที่อยู่ในสายตาของอีกฝ่ายตามสัญชาตญาณ

 

เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เล่าให้ฟังได้มั้ยเว้าวอนของอึนจีมันได้ผลดีกว่าการใช้สายตาที่คาดคั้นเอาคำตอบเสียอีก ไม่รู้ว่าอึนจีจะรู้ข้อนี้หรือเปล่า แต่สุดท้ายซองกยูก็ยอมเล่าออกไปเพราะไม่อยากเห็นสายตาเศร้าๆของเธอ บางทีเขาก็แอบคิดว่าให้อึนจีกระฟัดกระเฟียดเดินมาตบหน้าเขาตอนนี้เขายังปวดใจน้อยกว่า ทำไมเธอถึง ฮึก.. ไม่บอกฉันล่ะว่าไปที่นั่น แล้วไหนจะดื่มแล้วขับอีกน้ำตาอุ่นเริ่มรินออกมา แล้วทำไมเธอถึงถอดหนังยางของฉันออกหรอ ฮึก.. บอกได้ไหม

 

            ซองกยูเล่าออกไปตามความจริงที่ว่าเขาออกไปคลับกับเพื่อน ยอมรับด้วยว่าขับรถทั้งที่ดื่มมา แต่ตอนนั้นเขาดื่มไปแค่นิดเดียวจริงๆ ส่วนเรื่องที่เขาถอดหนังยางออกไปเขาก็บอกไปตามตรงว่าเพื่อนชอบมาแซวแล้วเขารำคาญ ชอบหาว่ากลัวแฟน แต่อีกคำพูดหนึ่งของเพื่อนๆที่เขาไม่ได้บอกอึนจีก็คือคำพูดที่ว่า เดี๋ยวสาวไม่เข้ามาหา

 

ที่ไม่บอกเธอก็กลัวเธอจะเป็นห่วง…” ขณะที่ซองกยูเล่า อึนจีก็ตั้งใจฟังโดยไม่ขัด เธอเป็นผู้ฟังที่ดีและเปิดโอกาสให้เขาพูดได้เต็มที่

 

ใช่ ฉันจะเป็นห่วง แต่ถ้าเธอไม่บอกแบบนี้ ฉันเป็นห่วงกว่าอีกนะ ถ้าเกิดเธอประสบอุบัติเหตุจะทำยังไง จะมีคนเรียกรถพยาบาลให้หรือเปล่าน้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความจริงใจ แม้จะแอบรู้สึกน้อยใจนิดหน่อยที่ซองกยูดูไม่เห็นจะเป็นห่วงเธอเสียเท่าไรเลยที่เธอไปดูหนังดึกๆและกลับบ้านคนเดียว แต่เธอก็ปัดความรู้สึกนั้นทิ้งด้วยเหตุผลที่ว่าห้างฯกับสถานีรถไฟฟ้ามันใกล้กันนิดเดียว ก็ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วงอยู่แล้ว

 

ขอโทษนะ..” เสียงทุ้มกล่าว แม้เขาจะโกหกอึนจีไปเมื่อคืน แต่ครั้งนี้เขาพูดจากใจจริง

 

อย่าทำแบบนี้อีกได้ไหม เธอก็รู้ว่าฉันไม่เคยห้ามเธออยู่แล้ว ขอแค่บอกหน่อยได้มั้ย

 

อื้มซองกยูพยักหน้า ต่อไปจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว

 

“…” ใบหน้าสวยพยักรับ แต่นอกจากนั้นเธอก็ไม่พูดอะไรต่อ

 

ดีกันนะร่างสูงยื่นนิ้วก้อยไปหาคนตรงหน้า เดี๋ยววันนี้รีบกลับบ้านไปเอายางมัดผมเลยด้วย

 

“…ก็ได้นิ้วก้อยเรียวยกขึ้นมาเกี่ยวตอบ ทำเอาซองกยูยิ้มกว้าง เป็นยิ้มที่น้อยคนนักจะได้เห็น พร้อมกับยกมือมาขยี้ผมคนตัวเล็กกว่าเบาๆ แล้วนี่เมื่อเช้าพลาดอะไรไปบ้างเปล่าเนี่ย เห็นนะว่ามาสายอะ

 

แหะๆ ก็สไลด์แรกๆนิดหน่อย

 

ฉันจดไว้นะ จะเอาหรือเปล่า

 

เอาครับร่างสูงยิ้มอ้อนจนตาปิด

 

แล้วจะเอาสรุปวิชาอื่นด้วยเปล่า วันก่อนเพิ่งทำสรุปเสร็จร่างบางเสนอสิ่งอื่นให้อีกด้วย

 

เอาครับ

 

            อึนจีไม่ชอบคาดคั้นอะไรจากซองกยูเพราะเธอไว้ใจเขามาก และรักเขามากด้วย เธอจึงยอมคืนดีกับเขาง่ายๆ ไม่ว่าซองกยูจะพูดอะไร แม้สมองเธอจะสั่งให้ซักต่อว่ามันเป็นความจริงหรือไม่ แต่ใจของเธอก็เชื่อเขาไปแล้วอย่างไม่มีข้อกังขา ไม่ว่ามันจะเป็นคำโกหกหรือไม่ แต่เธอก็ยอมที่จะเชื่อเขาทุกคำพูด

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

[60%]

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

            หลังจากนั้นไม่ว่าซองกยูจะไปไหน หรือแม้แต่ไปคลับกับเพื่อนก็จะบอกอึนจีตลอด วันไหนที่รอไหวอึนจีก็จะรอให้ซองกยูกลับมาถึงบ้านจนส่งข้อความมาบอกเธอได้ก่อนว่าถึงบ้านแล้ว เธอถึงจะนอน

 

วันนี้ก็ไปเหรอ ไม่ใช่ว่าอาทิตย์ก่อนเพิ่งไปมาหรอ

 

เขาบอกว่าเป็นเพื่อนคนละกลุ่มกันน่ะดงอู อึนจีบอกกับชายหนุ่มข้างตัวจางดงอู หนึ่งในเพื่อนที่สนิทที่สุดคนหนึ่งของเธอ เวลาเธอมีเรื่องทุกข์ร้อนอะไร ดงอูนี่แหละที่เป็นที่ปรึกษาที่ดีให้เธอเสมอ

 

แต่เธอว่ามันไม่บ่อยไปหน่อยเหรอ แบบนี้มันจะเสียสุขภาพเขาเอานะดงอูไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงเกลียดชัง เพียงแต่ถามเพราะเป็นห่วงเพื่อน ทั้งสองก้าวเดินไปตามทางเดินในมหาวิทยาลัยอย่างไม่รีบร้อนเพราะแสงแดดอ่อนๆยามเย็นก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกไม่ดีอะไร

 

เขาบอกว่าหลังจากนี้ก็เว้นยาวแล้วล่ะ อีกอย่าง ช่วงนี้เริ่มต้องอ่านหนังสือสอบแล้ว เขาคงเครียดมั้งหญิงสาวตอบ ซึ่งก็ได้การพยักหน้ารับของดงอูกลับมา

 

นี่กลับบ้านเลยหรือเปล่า

 

คงกลับเลยแหละ

 

แล้วนี่เป็นอะไรหรือเปล่า สีหน้าดูไม่ค่อยดีนะ

 

ปวดหัวไงไม่รู้น่ะ

 

ไม่สบายหรอ แล้วก็ไม่บอก มาสิเดี๋ยวไปส่งพอได้ยินดังนั้น ดวงตาของดงอูก็เบิกกว้างพร้อมกับเสนอความช่วยเหลือ

 

ไม่เป็นไรหรอก กลับเองได้

 

ไม่ล่ะ ฉันไม่ไว้ใจเธอ เกิดไปเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมากลางทางทำไง เดี๋ยวไปส่งวันนี้ฉันเอารถมาพอดีชายหนุ่มยืนกราน

 

เฮ้อ งั้นแล้วแต่เธอแล้วกัน

 

            บางทีอึนจีก็แอบคิดนะ ว่าวันที่เธอไม่สบายแบบนี้ ถ้าคิมซองกยูได้มาดูแลเธอบ้าง หรืออย่างน้อยก็ขับรถพาไปส่งที่บ้านตามปกติก็คงจะดี แต่พอคิดว่าเขากำลังมีความสุขอยู่ เธอก็ไม่อยากจะรบกวนเขา มันก็คงจะแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวที่ซองกยูจะไม่ได้มาถามไถ่ถึงเรื่องเธอ เธอจะให้โอกาสเขาต่อไป

.

.

.

.

.

.

.

.

.

            สัปดาห์ต่อมา อึนจีจีที่ไม่ชอบเข้าสถานบันเทิง ตอนนี้กำลังยืนอยู่ด้านหน้าของมันโดยไม่ยอมก้าวเท้าเดินเข้าไปเสียที

 

ยืนทำอะไรอยู่เล่า เข้าไปสิ คนอื่นรออยู่นะหญิงสาวตัวขาวอีกคนกล่าวกับเธอและค่อยๆออกแรงดันหลังให้อึนจีเดินเข้าไป อย่าทำหน้าบูดงั้นสิ เรามาฉลองวันเกิดโบมีมันนะ

 

ก็ฉันไม่ชอบเที่ยวที่แบบนี้นี่นาอึน เธอก็รู้

 

มันก็ช่วยไม่ได้นี่นะ ก็โบมีมันนึกคึกยังไงไม่รู้ อยู่ๆก็เปลี่ยนใจอยากมาที่นี่ เอาน่า นานๆทีเอง เดี๋ยวพอวันเกิดเธอเธออยากไปไหนก็ตาเธอเลือกแล้วไง

 

            สองสาวพูดคุยกันขณะเดินฝ่าฝูงคนที่กำลังขยับไปตามเสียงเพลงไปที่โต๊ะที่จองไว้ ผู้หญิงที่นี่หลายคนนุ่งน้อยห่มน้อยจนบางทีดูน่าเกลียด แต่ไม่ใช่กับอึนจีและเพื่อนๆของเธอ อึนจีใส่เสื้อสายเดี่ยวสีดำพอดีตัว ขาเรียวภายใต้กางเกงยีนส์ขาเดฟสีดำสนิทก้าวเดินไปข้างหน้าโดยมีรองเท้าบูทส้นแบนหุ้มข้อรองรับทุกย่างก้าว และเพื่อนๆของเธอก็แต่งตัวในแนวคล้ายๆกัน

 

            เมื่อได้พบกับกลุ่มเพื่อนและอวยพรวันเกิดให้กับโบมีกันเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่ทุกคนจะได้สนุก แต่บอกได้เลยว่าความสนุกของสาวๆโต๊ะนี้ต่างจากของคนอื่นในสถานที่นี้มากนัก พวกเธอเพียงแค่นั่งพูดคุยกัน หัวเราะด้วยกัน มีบ้างที่ลุกขึ้นเต้น แต่ก็เต้นด้วยกันเองเท่านั้น เรียกได้ว่ามาที่นี่เพื่อเอาบรรยากาศอย่างเดียวที่แท้จริง ส่วนอึนจีเองก็ไม่ชอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เธอจึงดื่มเบียร์ไปไม่ถึงครึ่งแก้วด้วยซ้ำ

 

เดี๋ยวไปโยกกันอีกมั้ยนาอึน เพื่อนคนเดิมเอ่ยชวนอึนจีขณะลุกมาเข้าห้องน้ำด้วยกัน

 

เอาสิ เดี๋ยวกลับไปชวนโบมีมันด้วย อยากมาดีนัก เอาให้สมใจอึนจีตอบ

 

            ทั้งคู่เดินกลับโต๊ะมาพร้อมกับเสียงหัวเราะ ชายหนุ่มหลายคนชำเลืองตามามองทั้งคู่เพราะความสวยและน่าดึงดูด หรือแม้กระทั้งคนที่เอ่ยทักทายก็มี แต่ทั้งสองก็เลือกที่จะไม่สนใจ

 

            อีกไม่กี่ก้าวเท่านั้นก็จะถึงโต๊ะ แต่อึนจีกลับหยุดฝีเท้าลงเสียดื้อๆ รอยยิ้มที่เคยมีเมื่อครู่หายไป ทิ้งไว้เพียงริมฝีปากที่สั่นน้อยๆและดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย

 

            ภาพตรงหน้าของเธอคือ คิมซองกยูที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึง 10 ก้าวในเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขนสีดำลายจุดสีขาวกับกางเกงขาเดฟสีดำ ผมที่เซ็ตเปิดขึ้นทำให้เห็นใบหน้าของเขาชัดเจน ชายร่างสูงกำลังยืนอยู่กับผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่อึนจีไม่เคยเห็นหน้า มือใหญ่โอบรอบสะโพกของเธอคนนั้น ทั้งคู่กับลังหัวเราะคิกคักด้วยกัน และอยู่ๆผู้หญิงคนนั้นก็เขย่งปลายเท้าขึ้นและหอมแก้มคิมซองกยู ยิ่งไปกว่านั้นคือหลังจากการกระทำของเธอ ซองกยูกลับยิ้มอย่างพอใจ

 

            ร่างบางไม่สามารถทนมองได้อีกต่อไป เธอเดินดุ่มเข้าไปหาเขาทั้งคู่เมื่อเธอปรากฏต่อสายตาของซองกยู เสียงทุ้มก็ร้องออกมาเพราะตกใจ ดวงตาเรียวเบิกกว้างขึ้น มือใหญ่ชักกลับมาอยู่ในท่ากุมข้อมือท่าเดิม แต่ก็ไม่ได้เร็วเกินไปที่อึนจีจะสังเกตเห็นว่ายางมันผมที่ข้อมือของเขาหายไปอีกแล้วหรือนี่คงเป็นสาเหตุให้เขาต้องถอดมันออก

 

ซองกยูคะ..” เสียงแหลมของผู้หญิงตัวเล็กคนนั้นเรียกพร้อมกับร่างเล็กบนส้นสูงที่จะขยับเข้ามาชิดกับชายหนุ่มอีก แต่ซองกยูถอยหนีและไม่แม้แต่จะมองหน้าเธอ เมื่อเธอเริ่มเห็นว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรเธอก็ค่อยๆถอยหลังหนีไป

 

            จองอึนจีเดินออกมาจากคลับแห่งนั้น ไม่แม้แต่จะมองกลับมาข้างหลัง เพราะเธอรู้ว่าซองกยูจะตามเธอออกมาแน่  และก็เป็นเช่นนั้น ส่วนเพื่อนของเธอก็อยู่ที่โต๊ะใกล้ๆซึ่งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว ดังนั้นเพื่อนๆคงเข้าใจถ้าเธอจะไม่กล่าวอำลา

 

ซองกยู นี่มันอะไรกันอึนจีถามด้วยน้ำเสียงเดิมเมื่อเดินมาถึงลานจอดรถที่ปลอดผู้คน เธอพยายามถามเขาดีๆและกดความรู้สึกทั้งหมดที่คิดว่ามันจะทำให้สถานการณ์แย่ลงเอาไว้

 

อึนจี คือว่า…” ซองกยูพยายามจะแก้ตัวแต่ก็รู้ว่าแก้ตัวไปก็ไม่มีประโยชน์เขาจึงเปลี่ยนความคิดเป็นการพยายามสรรหาคำพูดอะไรก็ได้ที่ดีกว่าการเงียบแทน

 

เธอคนนั้นเป็นใครเหรอหญิงสาวร่างบางยังถามต่อ

 

“…” ซองกยูยังคงเงียบ แต่ความเงียบนั้นก็ทำให้เธอกระจ่างแล้ว ขอโทษนะ…”

 

            สุดท้ายซองกยูก็พูดออกมา แม้คำขอโทษครั้งนี้มันจะฟังดูไม่น่าเชื่อถืออีกแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังพูดมันออกมาเพราะเขายังมีความหวังว่าอึนจีจะให้อภัยเขา

 

ทำไมเหรออึนจีพูดต่อแต่ก็พูดด้วยความหนักของน้ำเสียงเท่าเดิม ไม่ได้ตะคอกหรือฟูมฟาย ซองกยูหลุบตาต่ำลงอย่างรู้สึกผิด ทำไมเธอถึงมีคนอื่น

 

“…”

 

บอกฉันได้ไหมว่าฉันไม่ดีตรงไหน ฉันจะปรับให้เธอทุกอย่างเลย ฮึก…” บางคนอาจคิดว่าหญิงสาวพูดประชด แต่ร่างสูงรู้ดีว่าเธอพูดออกมาจากใจจริง ทำไม ฮึก.. ถึงทำแบบนี้ หรือว่าเธอไม่ได้รักฉันแล้ว

 

“…” ซองกยูเงียบ แม้น้ำตาของแฟนสาวตรงหน้าจะเหมือนน้ำกรดที่ราดลงบนหัวใจ แต่ซองกยูกลับไม่แน่ใจในคำถามนั้น เขายังรู้สึกพิเศษกับอึนจี แต่เขาเริ่มไม่แน่ใจในตัวเองว่าทำไมเขาถึงทำให้อึนจีเสียใจได้หลายครั้งขนาดนี้ แต่ที่แน่ๆคือซองกยูไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ

 

ฮึก.. ฮึก.. ฮือออน้ำตาของอึนจีไหลออกมามากกว่าครั้งไหนที่ซองกยูเคยเห็น

 

ฉันไม่ได้รักเธอคนนั้นเสียงทุ้มบอก ฉันรักเธ…”

 

ถ้าเธอรักฉันอึนจีขัดขึ้น ทำไมเธอถึงทำให้ฉันเสียใจขนาดนี้ ฮึก..”

 

“…”

 

อย่าพูดว่ารักได้ไหมถ้าเธอไม่ได้รักฉันแล้วมือขาวยกขึ้นปาดน้ำตาลวกๆแล้วหันหลังจะเดินหนี

 

เดี๋ยวสิอึนจี คุยกันก่อนได้ไหมมือใหญ่คว้าข้อมือเล็กเอาไว้ ซองกยูเองก็ไม่รู้ว่าจะคุยอย่างไรดี แต่เขารู้แค่ว่าเขาไม่อยากปล่อยอึนจีไปตอนนี้เลย

 

            ชายหนุ่มซึ่งแข็งแรงกว่าออกแรงดึงให้คนตัวบางเข้ามาชิดหน้าอกของตน แขนแกร่งสองข้างโอบรอบตัวเธอไว้ น้ำตาอุ่นของแฟนสาวซึมผ่านเสื้อเชิ้ตของเขาเข้ามาจนรู้สึกได้ถึงความอุ่นของมัน

 

ยังไม่อยากให้เธอไปเลยฉันขอโทษนะ ฉันผิดเอง ฉันรู้ฉันมันแย่ ฉันไม่ดีเอง เธอไม่ได้ไม่ดีอะไรเลย คนที่ต้องปรับคือฉันเอง ไม่ใช่เธอซองกยูพูดและอึนจีก็นิ่งฟังทั้งที่ยังซบหน้าอยู่กับแผงอกของเขาจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ขอโอกาสให้ฉันได้ไหม

 

            ร่างบางค่อยๆดันตัวเองออกมาจากอกอุ่น ประโยคคุ้นหูประโยคสุดท้ายนั้นทำให้เธอลังเล เธอได้ยินคำขอโทษจากร่างสูงตรงหน้ามานับไม่ถ้วย ได้ฟังคำสัญญาว่าจะไม่ทำผิดซ้ำมาหลายที และได้ให้โอกาสกับเขาไปหลายครั้ง จนครั้งนี้เธอเริ่มกลัวว่ามันจะเป็นอีหรอบเดิมอีกแต่เธอก็รักเขามาก มากเสียจนใจเธอตอบตกลงไปหลายร้อยครั้งในไม่กี่วินาที แต่หลายความคิดความลังเลก็ประดังประเดเข้ามาทำเอาสมองเธอตื้อไปหมด

 

ฉันขอกลับไปตั้งสติกับตัวเองก่อนนะ แล้วไว้จะมาบอก ตอนนี้ฉันคิดอะไรไม่ออกเลยเสียงหวานเอ่ยเบาๆ

 

เดี๋ยวไปส่งที่บ้านนะ

 

ไม่ต้องหรอก วันนี้มาพร้อมเพื่อนน่ะ เธออยู่ต่อก็ได้ ฉันไม่อยากทำให้เพื่อนเธอกร่อย เขาจะโทษเธอเอาเปล่าๆนี่เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ซองกยูประทับใจในตัวเธอ คือ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อึนจีจะคิดถึงเขาเสมอ ตอนนี้ก็เช่นกัน

 

ไม่เป็นไรหรอก ฉันไปส่งได้ร่างสูงยืนกราน

 

อย่าเลย ฉันอยากอยู่คนเดียวน่ะเมื่อเห็นว่าแฟนหนุ่มยังตื๊อไม่เลิก เธอจึงต้องบอกไปแบบนี้ แต่ความจริงสิ่งนี้ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งเหมือนกันที่เธอไม่อยากให้เขาไปส่ง

 

            และเพราะอึนจีออกปากไปแบบนั้น ซองกยูจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนส่งให้อึนจีขึ้นรถของเพื่อนของเธอกลับบ้านไป

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

เธอบ้ารึเปล่า!” เสียงของดงอูดังขึ้นหลังจากเงียบฟังเรื่องราวจากอึนจีอยู่นาน เขาจะไม่พูดแบบนี้เลยถ้าประโยคสุดท้ายที่อึนจีพูดคือ ฉันต้องเปลี่ยนอะไรเขาถึงจะรักฉัน บอกตามตรงถ้าให้ฉันเล่าสิ่งที่เธอให้ซองกยูคงต้องรอฟ้ามืดน่ะกว่าจะพูดจบ

 

“…” อึนจีกระชับแขนที่กอดรอบเข่าของตัวเอง สายตาทอดมองไปยังบึงขุดของสวนสาธารณะ ทั้งสองนั่งอยู่บนพื้นหญ้าใต้ร่มไม้ในช่วงบ่ายของวัน

 

เธอทำดีกับเขาขนาดนี้ เธอให้อภัยเขาทุกอย่างที่เขาทำพลาด แล้วเขาล่ะเคยให้อะไรเธอบ้าง

 

แต่เขาก็ดูแลฉันดีนะ เขาก็ใส่ใจ แม้แต่วันครบรอบร้อยวันสองร้อยวันเขายังจำได้เลย

 

นี่ใส่ใจกับจำได้มันคนละเรื่องกันนะ นั่นน่ะแค่เรียกว่าจำได้ ถ้าเขาใส่ใจจริงๆ ถามหน่อย ทำไมวันนั้นที่เธอป่วยเขาถึงไม่มาหาเธอ

 

ฉันไม่ได้บอกเขาไงเสียงหวานยังพยายามเอ่ยข้อแก้ต่างให้คนรัก

 

ไม่ต้องบอกก็ดูออกแล้ว ฉันเจอเธอแค่ตอนเย็นยังเห็นเลย ตอนกลางวันเธออยู่ด้วยกันตั้งนานทำไมเขาไม่เห็นดงอูว่า ในเสียงแอบใส่อารมณ์โมโหชายอีกคน

 

“…”

 

แล้วเรื่องผู้หญิงคนนั้นน่ะถ้าเขาใส่ใจเธอจริงไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลัง เขาก็จะไม่ทำแบบนี้

 

แต่เขาขอให้ฉันให้โอกาสเขา และฉันก็…” ดวงตาโศกหวานตอนนี้เริ่มรื้นไปด้วยน้ำตา

 

มันหลายครั้งแล้วนะที่เขาทำให้เธอเป็นแบบนี้เสียงทุ้มของชายหนุ่มอ่อนลง ดวงตาคมของดงอูยังคงจ้องมองที่หญิงสาวไม่ละไปไหน หลายครั้งแล้วที่เธอมาปรึกษาฉันเรื่องเขา หลายครั้งแล้วนะที่เขาทำให้เธอร้องไห้ และมันก็ไม่ใช่เพราะเรื่องเล็กๆด้วย อย่างตอนแรกๆเขาแอบคุยกับแฟนเก่างี้ ตอนที่เขาแอบให้เบอร์เด็กพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหารงี้

 

“…ฮึก..” อึนจีสะอื้น ดงอูรู้ว่าสิ่งที่เขาพูดมันทำให้เธอเจ็บ แต่ชายหนุ่มก็อยากให้เธอตื่นเสียที

 

เธอจำความเจ็บปวดพวกนั้นไม่ได้หรอว่ามันเจ็บแค่ไหนดงอูสงสารอึนจีจับใจ

 

แต่ฉันก็ผ่านมาได้ทุกครั้งไม่ใช่เหรอ ฮึก.. ฉันคิดว่าฉันทนได้นะ ฮึก..”

 

เฮ้อ…” ดงอูส่ายหัว ที่เธอเป็นอยู่มันไม่เรียกว่าทนได้หรอกนะ เธอแค่พยายามทนให้ได้มากกว่า

 

แต่ฉันไม่อยากเสียเขาไป เขามีค่ากับฉันมากนะ ฮึก.. ฮือ..”

 

เธอให้โอกาสเขามาหลายครั้งมากแล้ว เขามีโอกาสหลายครั้งที่จะปรับตัว แต่เขาก็ทิ้งโอกาสที่เธอให้ไปเองดงอูยื่นมือไปจับไหล่ของอึนจี เธอจึงเงยหน้าขึ้นมามองตาเขา ฉันว่าคนที่ไม่เคยเห็นค่าโอกาสที่เธอให้ หรือแม้แต่เห็นคุณค่าของเธอน่ะไม่คู่ควรกับเธอหรอก

 

“…” ดวงตาโศกมองใบหน้าของชายหนุ่มข้างกาย ลมเอื่อยๆพัดมาทำให้ผมของทั้งคู่ปลิวไปตามลม

 

ฉันไม่อยากเห็นเธอเสียใจแบบนี้อีกแล้วดงอูพูดอย่างอ่อนโยนพลางยกมือใหญ่ขึ้นมาลูบศีรษะของร่างบาง ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเป็นการให้กำลังใจ คนดีๆอย่างเธอน่ะ ความจะมีชีวิตที่มีความสุขกว่านี้นะรู้มั้ย

 

แต่ฉันไม่รู้จะลืมเขาได้ยังไง ฉันรักเขามาก

 

เธอก็แค่ต้องรักตัวเองให้มากกว่าที่รักเขาเท่านั้นเองแล้วเธอก็จะสามารถผ่านมันไปได้

.

.

.

.

.

.

            หลายวันมานี้ซองกยูเริ่มรู้สึกว่าแต่ละวันของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่มันเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง เขาไม่มีความสุข ร่างสูงเคยพยายามจะคุยกับอึนจีแล้ว แต่เพราะเธอปฏิเสธไม่ยอมคุยด้วยเขาจึงคร้านจะเซ้าซี้

 

            เกือบสองอาทิตย์ที่เขาไม่ได้คุยกับจองอึนจีเลย แต่แน่นอนว่าเสืออย่างเขาไม่ยอมอยู่หงอยๆแน่ ก็มีบ้างที่เขาออกไปเที่ยวกับเพื่อน ไปเจอสาวๆคนอื่นคั่นเวลาระหว่างรออึนจีหายโกรธและกลับมาหาเขาเหมือนที่เธอกลับมาทุกครั้ง แต่พอเขาเริ่มรู้สึกว่าอึนจีหายไปนานกว่าปกติ จิตใจเขาก็เริ่มว้าวุ่น แต่ร่างสูงแค่คิดว่าเพราะเขายังไม่ชินที่ไม่มีอึนจีในชีวิตมากกว่า เพราะตอนซองกยูได้เธอมา เขาก็ได้มาง่ายๆ ถ้าจะเสียไปก็คงไม่ได้น่าเศร้าอะไรเท่าไรหรอกจริงไหม? ยังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่รอต่อคิวมาดูแลเขา นั่นคือสิ่งที่คิมซองกยูบอกตัวเอง

 

            แต่ตอนนี้ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว เขาพร่ำบอกตัวเองแบบนั้นแต่มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย ช่วงนี้เขาคิดถึงอึนจีบ่อยขึ้น บ่อยแบบที่ไม่เคยบ่อยมาก่อนพออึนจีหายไปนานๆเขาก็รู้คำตอบแล้ว และเขาก็พยายามที่จะเดินหน้าต่อกับคนอื่น แต่ไม่มีไม่มีใครทำให้เขามีความสุขได้มากเท่าอึนจี ไม่มีใครยอมรับข้อเสียของเขาได้เท่าอึนจี ไม่มีใครทนความเรื่องมากของเขาได้เท่าอึนจี ไม่มีใครอดทนต่อโทสะที่จะไม่โวยวายเขาต่อหน้าเพื่อนๆของเขาได้เหมือนอึนจี ไม่มีใครแคร์ความรู้สึกของเขาได้มากเท่าอึนจีอีกแล้ว….

 

            เหมือนคำที่เขาพูดกันกว่าจะรู้ว่ามีค่า ก็ในวันที่เสียไปเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะคิดถึงร่างบางได้มากขนาดนี้ เขาเคยคิดว่าอึนจีเป็นคนธรรมดาๆ ไม่มีอะไรพิเศษ ไม่ได้มีนิสัยอะไรให้น่าค้นหาหรือดึงดูด แต่ซองกยูเพิ่งรู้ว่าการที่เธอเป็นคนธรรมดาๆแต่สามารถทำให้เขาทรมานได้เหมือนในตอนนี้นี่แหละความพิเศษของเธอ

 

            ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามา เขาสัญญากับตัวเองว่าต่อไปนี้เขาจะไม่ทำให้อึนจีร้องไห้อีก เขาจะปรับตัว เขาจะเปลี่ยนตัวเองให้ดีพอ ให้คู่ควรกับคนดีๆอย่างเธอ

 

            1 สัปดาห์ต่อมา สุดท้ายเขาก็ได้พบกับอึนจี กว่าร่างบางจะยอมมาพบหน้าเขานั้นไม่ง่ายเลย

 

ฉันขอโทษซองกยูพูดประโยคที่เขาได้แต่บอกเธอในความฝันมาหลายคืน ฉันมันไม่ดีเอง ฉันทำอะไรเลวๆไว้มาก แต่พอฉันเสียเธอไปฉันถึงรู้ตัวว่าฉันรักเธอแค่ไหนดวงตาเรียวจ้องมองไปในดวงตาของจองอึนจีด้วยความหวังว่าเธอจะยอมให้โอกาสเขา

 

ฉันยกโทษให้เสียงหวานบอกซึ่งมันทำให้ซองกยูแอบมีหวัง

 

ฉันจะเปลี่ยนตัวเอง จะไม่ทำให้เธอเสียใจอีกแล้ว เพราะงั้น เธอกลับมาได้ไหม…”

 

“…” ประโยคนี้อีกแล้ว ประโยคที่อึนจีได้ยินไม่รู้กี่ครั้ง และเธอก็เชื่อเขาทุกครั้ง ซองกยูฉัน…”

 

ได้โปรด ฉันรักเธอจริงๆนะร่างสูงอ้อนวอน ดวงตาเขาเหมือนกับมีน้ำตาคลออยู่

 

ฉัน ฉันคงไม่กลับไปคบกับเธอแล้วล่ะประโยคนั้นเธอเคยพูดหลายครั้งแล้ว และฉันก็เชื่อเธอทุกครั้งแล้วเธอก็รู้นี่ว่าสุดท้ายมันเป็นยังไง ครั้งนี้ฉันคงไม่เชื่ออีกแล้วล่ะ ขอโทษนะ

 

            ร่างบางพูดแค่นั้น แล้วก็เดินจากไปโดยไม่สนเสียงเรียกรั้งของซองกยูเลย อึนจีเชื่อว่าทุกคนสมควรได้รับความรัก แต่ก็เชื่อด้วยว่าไม่มีใครสมควรเจ็บปวด เธอเองก็เช่นกัน แน่นอนว่าเธอสงสารเขา แต่เธอก็ไม่อยากทนเจ็บซ้ำซากแบบที่เป็นมาตลอดแล้วเหมือนกัน เธอไม่กล้าให้โอกาสคิมซองกยูไปมากกว่านี้อีกแล้ว เพราะฉะนั้น เธอคงจะหยุดแค่นี้ และเธอจะเดินหน้าต่อกับใครสักคนที่เห็นคุณค่าของเธอและพร้อมจะอยู่ข้างเธอเสมอ

 

            ซองกยูได้แต่ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น จากที่มีหวังว่าอึนจีจะให้อภัยเขาอีกสักครั้งและให้โอกาสเขาได้กลับตัวเป็นแฟนที่ดี แต่เปล่าเลย ความหวังนั้นมันหมดไปแล้ว คำปฏิเสธของอึนจีเหมือนลิ่มที่ตอกลงกลางหัวใจ ประโยคที่เขาอยากให้อึนจีเชื่อมากที่สุด แต่เขาดันเอามาพูดตอนที่อีกคนไม่มีแม้แต่ความเชื่อใจเหลือให้เขาแล้วแล้วจะโทษใครได้นอกจากตัวเองที่เป็นคนทำรักนี้พัง

 

            น้ำตาที่คลออยู่สุดท้ายก็ไหลออกมา ร่างสูงไม่เคยคิดเลยว่าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเสืออย่างเขาจะมาเสียน้ำตาเพราะผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งแบบอึนจีผู้หญิงธรรมดาที่เขารักสุดหัวใจ ร่างสูงรู้สึกได้ถึงอ้อมกอดสุดท้ายครั้งนั้นอันเป็นกอดชื้นน้ำตา เขาได้แต่กร่นด่าตัวเองในใจ นึกอยากให้สามารถย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะได้ทำตัวเป็นแฟนที่ดีแบบที่เขาไม่เคยทำมาก่อน เขาจะได้ไม่ทำให้เธอผิดหวังและเสียน้ำตา เขาจะได้ไม่ทำเธอชอกช้ำไปทั้งใจแบบที่ผ่านๆมาอีก แต่ใครก็รู้ว่าความปรารถนาของเขามันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว

 

วันนี้คงเป็นอีกวันที่อึนจีลืมยางมัดผม แต่เส้นที่เธอลืมมันคือเส้นที่ข้อมือของเขาเอง

 

 

 

 

 

 

The End


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จบแน้ววววววว เย่ 


-หากมีคำผิดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้-


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Kiratar จากทั้งหมด 26 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 เมษายน 2562 / 13:56

    แงงงงง จะร้องไห้ตามเลย;-;

    #1
    0