ตอนที่ 15 : จบการต่อสู้อันยาวนาน ! และความรักระหว่างสองพี่น้อง!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    19 ก.พ. 62

Gacha Fight!!

       Chapter 14 : จบการต่อสู้อันยาวนาน ! และความรักระหว่างสองพี่น้อง!! 

          ทอมเป็นลูกของมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยมากตระกูลหนึ่งในต่างประเทศ และธุรกิจที่ตระกูลของเขาทำมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษก็คือไวน์ ไวน์นั้นนำชื่อตระกูลของพวกเขามาตั้งเป็นชื่อของแบรนด์เพราะเป็นไวน์ที่พวกเขาภูมิใจ จนตอนนี้ผ่านมาแล้วนับศตวรรษชื่อเสียงของไวน์แบรนด์นี้ก็ยังโด่งดังมาจนถึงยุคปัจจุบัน และยังมีวลีที่ว่า หากเซเลบคนใดที่ลิ้นยังไม่ได้ลิ้มลองไวน์แบรนด์นี้พวกเขาก็ยังไม่นับเป็นเซเลบ

          ทอมเติบโตมาในฐานะลูกคุณหนูของตระกูลนี้ แล้วยังเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูลจึงทำให้เขามีหน้าที่สืบทอดกิจการของตระกูลต่อไป เขาเติบโตมาอย่างเพียบพร้อม ทั้งด้านหน้าตา การศึกษา กีฬา เขาเพอร์เฟคในทุกๆด้าน แต่ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่คุณหนูผู้มีพร้อมทุกอย่างจะถูกผู้ที่ด้อยกว่าพากันอิจฉาแล้วมานินทาลับหลัง

นี่เธอ คุณหนูบ้านนี้นี่โตมาพร้อมทุกอย่างเลยนะน่าอิจฉาจัง

โถ่เธอ ถึงจะโตมาก็โตมาด้วยเงินของพ่อแม่นะ เด็กแบบนี้จะทำอะไรกินเองเป็นบ้าง

นั่นสิเธอ น่าสงสารนะที่มีพ่อแม่ตามใจเพราะเป็นลูกคนเดียว แต่ถ้าหาเงินใช้เองไม่เป็นอนาคตก็คงตกอับแน่ๆเลยเธอ

เสียงนินทาจากเหล่าแม่บ้านซึ่งทอมที่ตอนนั้นยังเป็นเด็กตระกูลมหาเศรษฐีจึงไม่ค่อยมีเพื่อนมากนักเพราะวันๆเอาแต่อยู่ในบ้านเรียนเองที่บ้าน มีเพียงแม่บ้านเท่านั้นที่เขาคิดว่าเป็นเพื่อนเล่นด้วย แต่เมื่อเขาได้ยินเสียงนินทาเหล่านั้นจึงทำให้เขานั้นเก็บฝันหลายคืน และแล้ว วันหนึ่งปี2015 เขาก็ได้พบกับเกมออนไลน์เกมนึง แถมยังมีการแข่งขันชิงเงินรางวัลอีกด้วย เขาในตอนนั้นฝึกฝนฝีมือและเข้าแข่งขันเพื่อชิงเงินรางวัล แต่ที่เขาต้องการไม่ใช่เงินรางวัล เขาต้องการลบคำสบประมาทเหล่านั้นต่างหาก และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นแชมป์ระดับประเทศของเขา!

          เมื่อหมัดของลุจจิอัดเข้ากับร่างของยูสุเกะแล้ว ทันใดนั้นเขาก็กดใช้ท่าไม้ตายทันทีจึงทำให้เงื่อนไขของการตัดเข้าสู่คัทซีนนั่นก็คือ การปะทะกันสำเร็จโดยที่ฝ่ายที่เข้ามาปะทะก็คือลุจจินั่นเอง

          -ภาพตัดเข้าสู่คัทซีน

          ทะเลทรายที่เป็นสนามตอนนี้มีกลุ่มควันหมอกเข้ามาปกคลุมไปทั่วบริเวณใจกลางหมอกควันนั้นคือชายทั้งสองที่กำลังยืนเผชิญหน้ากันอยู่แต่แล้วยูสุเกะก็กลายเป็นร่างปีศาจ ยูสุเกะตอนนี้มีผมที่ยาวขึ้นจนผิดสังเกต ผมยาวสีดำ มีรวดลายประหลาดผุดขึ้นตามร่างกายราวกับอักษรโบราณ แต่ยูสุเกะในตอนนี้ไม่มีแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความชั่วร้ายเหมือนเมื่อก่อน เขาเดินฝ่าออกมาจากกลุ่มหมอกควันในสภาพนั้น

          ยูสุเกะ : “โทษทีที่ทำให้รอนานนะ

          ยูสุเกะยกนิ้วชี้ขึ้นพร้อมกับรวบรวมพลังวิญญาณไว้ที่ปลายนิ้วชี้ ปริมาณพลังวิญญาณของเขาเพิ่มขึ้นมามากอย่างเห็นได้ชัด ด้วยปริมาณพลังวิญญาณระดับนั้นจึงทำให้กระสุนวิญญาณขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วทันใดนั้นเขาก็ลั่นไกจนเกิดเสียง เปรี้ยง!!’ ราวกับเสียงฟ้าผ่า ลำแสงสีฟ้าพุ่งออกไปปะทะกับร่างของลุจจิจนดันร่างของเขาให้ถอยหลังไปไกลหลายเมตรแล้วในที่สุดลำแสงนั้นก็ระเบิดออก ตูมมมมมม!!’ เสียงระเบิดดังลั่นออกมาจนทรายที่อยู่รอบบริเวณระเบิดินั้นฟุ้งพุ่งขึ้นมาจากพื้น

          -จบคัทซีน

          ร่างของลุจจิพุ่งไถลไปตามพื้นพร้อมกับกลุ่มทรายที่แหวกทางออก ยูสุเกะที่ตอนนี้แตกต่างจากการใช้ท่าไม้ตายครั้งแรกอย่างสิ้นเชิงแต่ก็ยังได้บัฟที่ไม่ต่างกันนั่นก็คือ มานาที่ไม่จำกัดภายในเวลาสิบวินาที

          ลุจจิ : “ยังจะดิ้นรนอีกรึ.?”

          ตอนนี้ลุจจิเหลือเลือดเพียง 77% ส่วนยูสุเกะเหลือเพียง20%เท่านั้น นี่คือความต่างชั้นที่ห่างกันระหว่างยูสุเกะกับลุจจิ แต่ทว่า

          ยูสุเกะ : “เคยบอกแล้วนี่หว่า ว่าจะทำให้เลือดนายเหลือน้อยกว่า50%อีก

          ลุจจิ : “เก่งแต่ปากนี่หว่า! แหกตาดูเลือดตัวเองก่อนเถอะ!”
          ทันทีที่จบประโยคยูสุเกะก็พุ่งเข้าไปอัดลุจจิที่อยู่ห่างกันหลายเมตรภายในเสี้ยววินาที ตูมมมม!!’ จนร่างของลุจจินั้นจมลงไปในผืนทรายที่แหวกออกจนเป็นโพลงขนาดใหญ่

          ยูสุเกะ : “ทักทายตามมารยาทแค่นี้ก็พอมั้ง คราวนี้ขอคิดบัญชีจริงๆจังๆล่ะ

          ยูสุเกะยิงกระสุนวิญญาณซ้ำใส่จุดที่แหวกออกเป็นโพลงขนาดใหญ่จนทรายที่อยู่บริเวณรอบข้างนั้นพากันกระจัดกระจายจากแรงกระแทกของกระสุนวิญญาณจนเบิกเป็นโพลงขนาดใหญ่กว่าเดิมเสียอีก แน่นอนว่าร่างของลุจจิก็ได้รับดาเมจจากการโจมตีเมื่อครู่นี้ด้วยเช่นกัน

          ยูสุเกะ : “อย่าคิดว่าจะได้ตั้งหลักล่ะ!”

          ยูสุเกะยิงกระสุนวิญญาณซ้ำๆเข้าไปอีก3นัดจนผืนทรายนั้นระเบิดตูมตามกลายเป็นพื้นว่างๆได้ไม่กี่วินาทีจนแล้วระบบของเกมก็เรนเดอร์ภาพมาให้ใหม่กลายเป็นยูสุเกะและลุจจิกลับมายืนเผชิญหน้ากับเช่นเดิม

          ยูสุเกะ : “แรงขนาดที่ระบบถึงกับเรนเดอร์ภาพใหม่กันเลยหรอเนี่ย

          ลุจจิกดใช้สกิล เดินชมจันทร์การการใช้ขาสุดแข็งแกร่งถีบอากาศให้ร่างนั้นพุ่งขึ้นไปบนฟ้าได้ แต่แน่นอนว่าการจะทำเทคนิคนี้ให้สำเร็จนั้นต้องมีขาแข็งแกร่งระดับถีบอากาศจนระเบิดได้เลยทีเดียว ลุจจิถีบอากาศไปเรื่อยๆพร้อมกับแรงระเบิดของอากาศที่ส่งร่างของลุจจิขึ้นฟ้าไปเรื่อยๆ เมื่อเขาลอยอยู่กลางอากาศเขาก็ใช้สกิล เท้าวายุถีบขาออกไปจนเกิดคมมีดอากาศพุ่งเข้าไปหา  ยูสุเกะ แต่สกิลระดับนั้นยูสุเกะสามารถหลบได้อย่างง่ายดายด้วยความเร็วระดับที่เหนือกว่าปกติ จากนั้นยูสุเกะก็เป็นฝ่ายพุ่งเข้าไปหาลุจจิบ้าง

          ลุจจิ : “จะอัดกันตรงๆเรอะดี! คราวนี้ฉันจะไม่หลบไปไหนด้วย!!”

          ลุจจิพูดเหมือนกับจะต่อให้ยูสุเกะที่เป็นฝ่ายเหลือเลือดน้อยกว่า ร่างของเขาค่อยๆร่วงลงมาจนถึงพื้น พร้อมกับยืนกอดอกให้ยูสุเกะอัดฟรีๆ ฝ่ายยูสุเกะเองก็ไม่ได้ชะล่าใจอะไรใส่พลังวิญญาณมหาศาลไว้ที่หมัดขวาแล้วก็เหวี่ยงหมัดเข้าไปหาร่างของลุจจิทันที

          การกระทำของยูสุเกะเข้าแผนของลุจจิเต็มๆ เสี้ยววินาทีที่หมัดของยูสุเกะจะโดนร่างของลุจจิ ลุจจิก็ใช้สกิล โซลเพื่อหลบหมัดนั้นอย่างฉิวเฉียดพร้อมกับโผล่ที่ด้านหลังของยูสุเกะอย่างรวดเร็ว วินาทีนั้นเองที่ยูสุเกะหันหลังอยู่ก็เกิดช่องโหว่เต็มไปหมด

          ยูสุเกะ : “อะไรกัน!! ไหนบอกจะรับตรงๆไงเล่า!?”

          ลุจจิ : “เล่ห์เหลี่ยมก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใช้ในการแข่งขันนะ รู้ซะด้วยล่ะเจ้ามือสมัครเล่น

          ลุจจิใช้มานาทั้งหมดเพื่อกดใช้สกิลนี้สกิลเดียว สกิลนี้ก็คือ โรคุโอกันถึงจะเป็นท่าที่ใส่เข้ามาในท่าไม้ตายแต่สกิลปกตินั้นก็มีให้ใช้ได้โดยจะมีอานุภาพน้อยกว่าโรคุโอกันที่ปรากฏในคัทซีน  เนื่องจากในคัทซีนนั้นลุจจิกลายเป็นร่างครึ่งสัตว์จึงมีพลังโจมตีที่หนักหน่วงกว่ามาก แต่สกิลปกติตอนนี้ก็สามารถโค่นยูสุเกะที่เหลือเลือดเพียง 20% ได้อย่างสบายๆ ยูสุเกะตอนนี้ไม่มีจังหวะจะเบี่ยงตัวหลบได้แล้วและแล้วลุจจิก็ปล่อยหมัดคู่ออกไปอัดแผ่นหลังของยูสุเกะอย่างเต็มแรงจนร่างของยูสุเกะปลิวลอยไปกลางอากาศแล้วเลือดของเขาก็หมดไปในที่สุด

“TITAN WIN!!”

          ฝ่ายที่ชนะคือทอมชายที่เคยได้เป็นแชมป์ระดับประเทศมาแล้ว ส่วนแม็กซ์ที่แพ้มาแต่ก็ถือว่าทำได้ดีมากแล้วในฐานะมือใหม่

          ทอมยังคงมีสีหน้าเย็นชาเพราะเขาไม่มีทางแพ้การแข่งระดับเล็กๆแบบนี้ได้อยู่แล้วเขาจึงหันหลังแล้วเดินกำลังจะก้าวเดินเวทีไป

          แม็กซ์ : “เห้ย! ทอม!! นายเก่งมากเลยว่ะ ไว้มาเล่นกันอีกนะ!”
          ถึงแม็กซ์จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่เพราะความสนุกที่ได้เล่นเกมกับผู้คนหลากหลายนิสัยจึงทำให้เขานั้นสนุกจนลืมความเจ็บปวดจากการพ่ายแพ้ไปหมด

          ทอมอึ้งเพราะไม่คิดว่าที่นี่จะมีคนที่เล่นเกมเพราะความสนุกอยู่ด้วย ไม่สิ ที่แปลกไปคือเขาต่างหาก เขาเล่นเกมด้วยความจริงจังมาตลอด เล่นเพราะหวังจะเอาชนะอย่างเดียวจนลืมไปแล้วว่าเสน่ห์ของเกมนั้นคืออะไร เขาลืมความสนุกที่ได้รับจากเกมไปแล้ว แต่เพราะการที่เขาได้มาเจอแม็กซ์จึงทำให้ความรู้สึกสนุกของเขากลับมาเล็กน้อย ทอมหันหน้าไปมองแม็กซ์พร้อมกับยิ้มอ่อนๆอย่างไร้เดียงสาราวกับเขากลับไปเป็นเด็กอีกครั้งแล้วก็เดินลงเวทีไป

          โฆษก : “เดี๋ยวๆๆๆครับผู้เล่น TITAN จะไปไหนครับเนี่ย พิธีมอบรางวัลจะจัดขึ้นบนเวทีนะครับอย่างพึ่งไป!!”

          ทอม : “อ่าวเรอะ แล้วไม่หัดบอกเร็วๆล่ะเจ้าบ้า

          โฆษก : “คุณนั่นแหละแข่งเสร็จปุ๊บก็เดินลงเวทีไปเฉยเลย ลืมแล้วหรอครับว่านี่รอบชิงชนะเลิศแล้ว!?”
          จากนั้นไม่นานผอ.ก็ขึ้นเวทีพร้อมกับมอบเงินรางวัลให้กับทอมเป็นจำนวน5000บาทถ้วนแล้วก็ยืนถ่ายรูปบนเวทีซักพักก่อนจะถึงช่วงที่ให้ผอ.ได้มากล่าวคำปราศรัย

          ผอ.ร่างอวบไว้หนวดเคราสีขาวแต่หัวกลับโล้นไม่มีผมซักเส้นดูเป็นพวกชรากว่าอายุเสียอีก

          ผอ. : “เอ่อ สวัสดีครับนักเรียนทุกท่าน กิจกรรมวันนี้ผอ.เห็นว่าชีวิตประจำวันของเรานั้นเกมคือสื่อบันเทิงชนิดหนึ่งที่หากเราเล่นอย่างพอดีก็จะเป็นการคลายเครียดได้ แต่ถ้าเล่นมากไปก็จะเกิดผลเสีย ดังนั้น....

          ผอ.หยุดพูดกะทันหันอย่างผิดสังเกตุ จนนักเรียนที่กำลังคุยกันจ้อกแจ้กอยู่ล่างเวทีถึงกับพากันหยุดเงียบเพราะนึกว่าคุยกันดังจนผอ.ต้องหยุดเพื่อให้นักเรียนหยุดตาม

          เวลาผ่านไปหลายนาทีผอ.ก็ยังยืนเงียบพร้อมจับไมค์อยู่บนเวทีจนรองผอ.ที่เป็นชายวัยหนุ่มหน้าตาประมาณช่วงสามสิบต้นๆวิ่งขึ้นมาบนเวทีแล้วก็กระซิบข้างหูผอ.เบาๆแต่ก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร จนรองผอ.เริ่มเขย่าร่างของผอ.เบาๆ

          รอง : “ผอ.ครับ ผอ.!”

          ถึงเสียงที่เขาพูดจะเหมือนกระซิบแต่เพราะไมค์ยังเปิดอยู่จึงทำให้ได้ยินเสียงกันไปทั่วโรงเรียน

          รองที่ทนไม่ไหวจึงเขกหัวผอ.ไปหนึ่งที่จนผอ.สะดุ้งจนเกือบตกเวที

          ผอ. : “เอ้ะ เมื่อกี้พูดถึงไหนแล้วนะ?”

          รอง : “(เสียงกระซิบ) อย่ามาหลับบนเวทีอย่างนี้สิครับ

          เหล่านักเรียน : “(คิดในใจ) นี่หลับหรอกเรอะ!!!”

          ผอ. : “วันนี้มีเรื่องให้พูดแค่นี้ สวัสดีครับนักเรียน!”

          เหล่านักเรียน : “(คิดในใจ) ลืมจริงๆว่าพูดถึงไหนถึงกับตัดจบเลยเรอะ!?”

          และแล้ววันอันวุ่นวายเหล่านี้ก็ได้จบลง

          -หลังเลิกเรียน

          จิมมี่เดินออกจากโรงเรียนเพื่อจะไปรับน้องสาวที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง ระหว่างทางที่เขากำลังเดินนั้นเขาก็สัมผัสได้ว่ากำลังมีคนตามเขามาอยู่ เขาเริ่มหันหลังไปมอง แล้วก็มีกลุ่มเด็กเกของโรงเรียนเดินเข้ามาล้อมรอบตัวเขา

          จิมมี่มองตาขวางใส่พวกเขาเหล่านั้นเพราะจิมมี่เป็นคนที่ไม่ยอมคน

          จิมมี่ : “ถึงจะมาไถตังค์ฉันก็ไม่มีให้หรอกนะ

          เด็กเกคนหนึ่งในกลุ่ม : “เห้ยๆ คิดว่าพวกฉันมาไถตังค์หรอวะ? พวกฉันแค่อยากมาสั่งสอนแกนิดหน่อยที่มาดูถูกลูกพี่ฉัน

จิมมี่ : “อะไรนะ?”

เขายังคงสับสน แต่ว่าคนที่ดูเหมือนหัวหน้ากลุ่มจะเดินออกมาจากกลุ่มเด็กเกทั้งหลาย หน้าตาของเขาจิมมี่ยังรู้สึกคุ้นตาเหมือนว่าเคยเจอกันมาก่อน ชายที่สวมเสื้อโค้ทสีดำ กางเกงยีนส์ ย้อมผมสีทองผิดระเบียบโรงเรียนแถมยังเซ็ทไว้จนตั้งชี้โด่ชี้เด่ เขาเดินออกมาจากฝูงเด็กเกทั้งหลายอย่างผ่าเผยพร้อมกับถือท่อนไม้ขนาดพอดีมือลากมาตามพื้น เขาคือชายที่มีชื่อว่าเชนแห่งแก๊งค์ “Legend”

เชน : “เห้ย!? แกใช่มั้ยไอ้จิมมี่น่ะ จำหน้าฉันได้ไหมวะ!?”

จิมมี่ : “คุ้นหน้าแต่จำไม่ได้ว่ะ

เปรี้ยง!!!’ เชนหวดท่อนไม้ขนาดพอดีมือฟาดใส่หน้าจิมมี่จนเขาล้มคว่ำลงไป

เชน : “อย่ามากวนฉันตอนนี้ไม่งั้นฉันฟาดแกตายแน่

เชนเดินเข้ามาแล้วใช้เท้าเหยียบร่างของจิมมี่เอาไว้พร้อมไม่ให้อีกฝ่ายหนีไปไหนได้แถมยังเอาไม้ที่เขาถือไว้มาชี้หน้าจิมมี่

เชน : “บอกมาสิว่าฉันเป็นใคร!!”

จิมมี่ : “คน...ที่เคยแข่งในรอบทัวร์นาเม้นท์วันนี้...รึเปล่านะ

เปรี้ยง!!’ เสียงหวดดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แรงขนาดหน้าผากของจิมมี่แตกจนเลือดไหลอาบหน้าเขาเลยทีเดียว เลือดสีแดงไหลย้อยลงมาจากหน้าผาก ผ่านจมูกแล้วไหลลงไปจนถึงปลายคาง

เชนจับคอเสื้อของจิมมี่เอาไว้แล้วกระชากให้จิมมี่ลุกขึ้นพร้อมกับจ้องหน้าเขม็ง

เชน : “ฉันมีชื่อว่าเชน จำไว้ ถ้าอยากอยู่ถิ่นนี้อย่างสงบสุขก็จงทำตามคำสั่งของฉัน! แล้วฉันจะเว้นชีวิตแก

จิมมี่ : “อ้อหรอ?”

เปรี้ยง!!!’ เสียงหวดดังขึ้นอีกรอบ คราวนี้แขนของจิมมี่ถึงกับหักในครั้งเดียว เชนที่ทำแบบนี้โดยไม่มีลังเลดูราวกับปีศาจร้ายที่พร้อมจะเขมือบจิมมี่ทุกเมื่อ

เชน : “ฉันไม่กะเอาแกถึงตายหรอกน่า แค่สั่งสอนเปาะๆเท่านั้นแหละ

จากนั้นเหล่าลูกน้องทั้งหลายของเชนก็ถือไม้ที่ซ่อนเอาไว้ด้านหลังพร้อมกรูกันเข้ามาหวดใส่จิมมี่อย่างไม่มีปราณีเสียง ปั่ก ปั่ก ปั่ก เปรี้ยง ตึก!’ ราวกับเสียงของครกที่กำลังตำส้มตำอยู่เลยแต่นี่คือส้มตำมนุษย์

ปรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!”

เสียงนกหวีดของตำรวจดังขึ้นเมื่อพวกเชนได้ยินเสียงนั้นต่างก็สลายม๊อบวิ่งหนีหายกันไปอย่างรวดเร็ว

ตำรวจที่เป่านกหวีดเมื่อครู่รีบวิ่งมาดูสภาพของจิมมี่พร้อมกับรีบโทรเรียกรถพยาบาลในทันที ร่างของจิมมี่ตอนนี้บอบช้ำมาก มีเลือดไหลออกมาจากรอยแผลปริแตกทั่วร่างแถมจิมมี่ยังช็อคจากแรงกระแทกเมื่อครู่จนสลบไปแล้ว

ตำรวจคนนั้นเมื่อโทรเรียกรถพยาบาลเสร็จก็รีบปฐมพยาบาลขั้นเบื้องต้นอย่างชำนาญราวกับทำเรื่องแบบนี้จนเป็นปกติอยู่แล้ว

จิมมี่ตื่นขึ้นมาบนเตียงในสภาพที่มีผ้าพันแผลทั่วทั้งร่าง เขานอนซมอยู่บนเตียงที่แข็งกระด้าง และภาพที่เขาเห็นคือเพดานสีขาวที่มีหลอดไฟสว่างอยู่ตรงกลาง เมื่อได้สติเขาก็เริ่มรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แขนขวาของเขาซึ่งตอนนี้ถูกพันผ้าเอาไว้ราวกับมัมมี่

จิมมี่ : “แจน....หรอ?”

แจน น้องสาวของจิมมี่ ทั้งสองอาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านเล็กๆหลังหนึ่งเพราะพ่อ-แม่ของเขาได้เสียชีวิตไปในอุบัติเหตุคุณลุง-คุณป้าจึงคอยเป็นคนส่งเงินมาให้จิมมี่และแจนใช้ แต่ถึงอย่างนั้นชีวิตประจำวันของแจนก็คงจะมีเพียงจิมมี่คนเดียวที่เธอรู้สึกอบอุ่นเวลาอยู่ด้วยเพราะเป็นครอบครัวคนสุดท้ายที่เธอเหลืออยู่

แจนที่กอดแขนของจิมมี่เอาไว้ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาของเธอยังมีรอยเปียกราวกับว่าเธอพึ่งจะหยุดร้องไห้ไปไม่นาน

แจน : “พี่....ตื่นแล้วหรอ
จิมมี่ : “อื้ม แจนหิวแล้วงั้นหรอ?”

แจน : “พี่....ทำไมถึงมีแผลทั่วตัวแบบนี้?”      

จิมมี่หน้าซีดเผือด เพราะน้องสาวของเขายังเด็กอยู่ เขาไม่อยากให้รับภาระอะไรมากนัก ถ้าเกิดแจนรู้ว่าจิมมี่ถูกพวกนักเลงรุมกระทืบมาแถมยังอยู่โรงเรียนเดียวกับพวกนั้นล่ะก็ แจนคงร้องไห้ด้วยความเป็นห่วงแถมยังบังคับให้จิมมี่ย้ายโรงเรียนอีกด้วย แต่ถ้าจิมมี่เกิดย้ายโรงเรียนจริงๆล่ะก็เขาคงไม่คิดว่าจะได้เจอเพื่อนดีๆแบบแม็กซ์อีกต่อไปแล้ว เพื่อนที่เปิดใจรับกับคนที่ปากรุนแรงแบบจิมมี่

จิมมี่ : “พี่โดนรถชนน่ะ
แจน : “แน่หรอ?”

จิมมี่ : “อื้อ เจ็บมากเลยนะ ดูสิ

แจนจิ้มที่แขนของจิมมี่เบาๆ แต่จิมมี่กลับแกล้งน้องสาวโดยการที่แหกปากร้องด้วยความเจ็บปวด(ปลอมๆ)

แจน : “พ...พี่เจ็บขนาดนั้นเลยหรอ!”

จิมมี่ : “แฮร่! ล้อเล่น!”

แจนน้ำตานองอีกครั้ง แล้วสาวน้อยวัยประถมก็กอดพี่ชาบแสนรักแสนหวงที่นอนซมอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกเป็นห่วง

แจน : “ต....ตอนที่พี่นอนอยู่....ห....หนูคิดว่า..ฮึก...พี่จะไม่ตื่นขึ้นมาแล้วซะอีก....ฮือ...

สาวน้อยพูดพลางสะอึกเป็นระยะ ในมุมของแจน จิมมี่เป็นพี่ชายเพียงคนเดียวแล้วเขายังเป็นคนในครอบครัวคนสุดท้ายที่แจนเหลืออยู่ แจนจึงไม่อยากให้จิมมี่ต้องบาดเจ็บอะไรเพราะเธอรู้สึกโดดเดี่ยวทุกครั้งที่เห็นจิมมี่นอนอย่างทรมาน เพราะแบบนี้จิมมี่จึงปล่อยให้แจนนอนก่อนแล้วตัวเองค่อยเข้านอน

จิมมี่เอื้อมมือที่บอบช้ำไปลูบหัวของน้องสาวเพียงหนึ่งเดียวเบาๆด้วยความอ่อนโยน

จิมมี่ : “พี่ขอโทษที่ทำให้น้องเป็นห่วงนะ

ดูเหมือนคืนนี้จิมมี่จะต้องนอนที่โรงพยาบาลนี้พร้อมกับน้องสาวแล้ว การต่อสู้รอบทัวร์นาเม้นท์ได้จบลงไป ตอนหน้าจะเข้าสู่บทใหม่!! ‘ศึกชิงจ้าวยุทธภพ!!’ โปรดติดตามตอนต่อไป

          -บททัวร์นาเม้นท์ จบ-



 

         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น