Gacha Fight!!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,097 Views

  • 6 Comments

  • 50 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    209

    Overall
    1,097

ตอนที่ 14 : การแข่งรอบชิงชนะเลิศ ยูสุเกะ vs ร็อบ ลุจจิ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    15 ก.พ. 62

Gacha Fight!!

       Chapter 13 :การแข่งรอบชิงชนะเลิศ ยูสุเกะ vs ร็อบ ลุจจิ 

          แม็กซ์ได้ผ่านเข้ามาจนถึงการแข่งขันรอบสุดท้ายซึ่งผู้ที่ชนะในรอบนี้จะได้รับเงินรางวัล 5000บาท โดยคู่แข่งในรอบนี้ของเขาก็คือ ทอมชายผู้ที่เคยได้รับชัยชนะในการแข่งระดับประเทศมาแล้ว

          แม็กซ์เลือกยูสุเกะเช่นเคย และอีกฝ่ายก็เลือก ร็อบ ลุจจิ*จากวันพีซ สนามที่แรนดอมได้มาก็คือกลางทะเลทรายใน ฮูเอโกมุนโด้*จากบลีชเทพมรณะ

          ยูสุเกะ : “ดูเหมือนคราวนี้จะเจอคู่ต่อสู้ที่หนักที่สุดที่ฉันเคยเจอมาเลยนะเนี่ย

          ลุจจิ : “ก็ไม่แปลก

          เจนที่นั่งดูอยู่ข้างเวทีรู้สึกถึงความตื่นเต้นตามไปด้วย คงเป็นเพราะนี่คือบทสรุปที่ทุกคนรอคอยก็เป็นได้ เสียงเชียร์จากเหล่าคนดูจึงดังกระหึ่มราวกับเสียงระเบิดอันเร่าร้อนเลยก็ว่าได้

          ยูสุเกะเหลือบไปมองเกจท่าไม้ตายที่ตอนนี้ก็ยังคงไม่เต็มหลอดจึงทำให้ใช้ท่าไม้ตายไม่ได้

          ลุจจิ : “เห็นนายใช้ยูสุเกะตั้งแต่รอบแรกเลยนี่นา มีแค่ตัวเดียวรึไง?”

          ยูสุเกะ : “เออ มีแค่ตัวเดียวเนี่ยแหละ

          ลุจจิ : “ถึงขนาดรอดมาถึงรอบนี้อีกนะ ทั้งๆที่มีแค่ตัวเดียวแท้ๆ

          ยูสุเกะ : “ฉันมีแค่ตัวเดียวแล้วมันเกี่ยวอะไรด้วยเล่า!?”

          ลุจจิ : “ก็เกจไม้ตายยังไงล่ะเจ้ามือสมัครเล่น ฉันจะบอกอะไรดีๆให้นายฟังเลยละกัน ถ้านายสังเกตดูดีๆตั้งแต่การแข่งรอบที่สองขึ้นมาก็ไม่มีใครใช้ตัวเดียวกับตัวที่ใช้แข่งรอบแรกเลย เพราะว่าการแข่งที่ดำเนินอย่าต่อเนื่องแบบนี้ถ้าหากพลาดใช้ท่าไม้ตายไปครั้งนึงแล้วการจะเก็บให้เกจไม้ตายเต็มขึ้นมาอีกครั้งเป็นอะไรที่เสี่ยงมาก เพราะเราก็ไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นเก็บท่าไม้ตายเอาไว้รึเปล่า แล้วการที่นายใช้ท่าไม้ตายไปแล้วในรอบแรกก็ทำให้นายเสียเปรียบอย่างมากในตอนนี้ไงล่ะ เพราะงั้นถ้าจะลงแข่งแบบนี้ล่ะก็อย่างน้อยควรเตรียมตัวละครไว้ซัก2-3ตัวนะ

          ยูสุเกะ : “ขอบคุณที่บอก แต่ถึงจะแพ้ฉันก็จะสู้กับนายอย่างสุดความสามารถล่ะนะ!”

          ลุจจิ : “ไม่รู้อะไรเลยนะ แกน่ะ แพ้ตั้งแต่ไม่มีไม้ตายแล้วเว้ย!!”

          ลุจจิกดใช้สกิล โซลซึ่งเป็นหนึ่งในท่าหกรูปแบบขององค์กรของรัฐบาล ท่าโซลนี้เป็นการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงขนาดที่สายตาของฝ่ายตรงข้ามมองไม่ทัน ร่างของลุจจิที่เคลื่อนที่ด้วยโซลภายในพริบตาก็เหลือเพียงแค่เงาลางๆกลางอากาศก่อนที่เงานั้นจะหายตามร่างไป แล้วลุจจิก็โผล่มาอีกครั้งที่ด้านหลังของยูสุเกะ

          ลุจจิ : “ดัชนีเหล็ก!”

          ลุจจิกดใช้สกิล ดัชนีเหล็กซึ่งเป็นท่าที่ใช้นิ้วที่แข็งดุจเหล็กจิ้มทะลวงไปที่ร่างของศัตรูอย่างรวดเร็ว ลุจจิใช้นิ้วชี้ของเขาทะลวงไปที่อกของยูสุเกะอย่างรวดเร็วจนนิ้วของลุจจินั้นปักไว้กลางอกของยูสุเกะดูราวกับนิ้วของลุจจินั้นกำลังจมลงไปพร้อมกับมีเลือดไหลออกมาจากปากแผล

          ยูสุเกะ : “อ...อ๊ากกกกก!?”

          เขาทั้งตกใจและเจ็บปวด แต่ลุจจิก็ยังดึงนิ้วออกมาอย่างเลือดเย็น นิ้วของลุจจินั้นอาบเยิ้มเลือดสีแดงฉานของยูสุเกะ แต่เขายังไม่หยุดการโจมตีเพียงเท่านี้ เขารัวใช้นิ้วทะลวงปักร่างของยูสุเกะตามจุดต่างๆ คล้ายกับการจี้จุดแต่การโจมตีของลุจจินั้นหนักหน่วงมากกว่าจะเรียกว่าจี้จุด นิ้วของเขาพุ่งออกไปรุนแรงกว่ากระสุนปืนเสียอีก จนตอนนี้ตามร่างของยูสุเกะอาบเลือดไปทั่วทั้งตัว

          เลือดของยูสุเกะเหลืออยู่ 84% พริบตาเดียวลุจจิก็โจมตียุสุเกะได้ขนาดนี้แล้ว ช่างเป็นความห่างชั้นที่เห็นได้ชัดจริงๆ แต่ทว่า ยูสุเกะก็ไม่คิดจะยอมแพ้เลยซักนิด

          ยูสุเกะ : “เอาเรื่องนี่หว่า ระดับประเทศ!”

          ยูสุเกะชี้นิ้วขึ้นมาไว้ที่หน้าผากของลุจจิพร้อมรวบรวมพลังวิญญาณไว้ที่ปลายนิ้วชี้จนเกิดแสงสีฟ้าสว่างว่าบขึ้นบนนิ้วชี้ของเขา

          ยูสุเกะ : “วัดกันมั้ยล่ะ นิ้วชี้ของแกกับนิ้วชี้ของฉัน อะไรมันแรงกว่ากัน?”

          ลุจจิ : “น่าสนใจดีนี่ จะให้โจมตีครั้งนึงเป็นที่ระลึกละกัน

          ลุจจิเดินเข้ามาใกล้ยูสุเกะแถมยังเอาหน้าผากมาแนบนิ้วชี้ของเขาอย่างท้าทายราวกับจะบอกว่าหลังจากนี้แกจะทำดาเมจฉันไม่ได้อีกเลย

          ยูสุเกะ : “ดูถูกกันนักนะ!”

          เปรี้ยง!’ เสียงลั่นไกปืนดังลั่น กระสุนวิญญาณพุ่งดันร่างของลุจจิจนลอยออกไปหลายเมตร จนในที่สุดมันก็ระเบิดร่างของลุจจิกลางอากาศอย่างรุนแรง จนฝุ่นควันเข้ามาปกคลุมร่างของลุจจิเอาไว้เนื่องจากแรงระเบิดเมื่อครู่

          แต่หลังจากฝุ่นควันพวกนั้นเริ่มจางลงร่างของลุจจิกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถ้าหากว่าลุจจิใช้สกิล โซลแล้วเขาก็ไปโผล่ที่ด้านหลังของยูสุเกะอีกที

          ลุจจิ : “ไม่แรงเหมือนปากว่าเลยนี่หว่า?”

          ลุจจิเลียเลือดที่ไหลลงมาจากหน้าผากมาสู่ลิ้นของเขาราวกับสัตว์ป่าที่กระหายการต่อสู้ เขาถีบร่างของยูสุเกะจากด้านหลังแล้วตามด้วยสกิล เท้าวายุเป็นการเตะที่รุนแรงขนาดที่สร้างคมดาบพุ่งออกไปเฉือนร่างของศัตรูได้ ลุจจิเตะออกไปจนกลายเป็นคมมีดอากาศพุ่งเข้าไปเฉือนร่างของยูสุเกะที่ลอยอยู่กลางอากาศจนแผ่นหลังของเขาเป็นรอยบาดขนาดใหญ่กลางหลัง

          ยูสุเกะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจนแทบจะสุดเสียง ลุจจิตอนนี้เหลือเลือดอยู่ 96% ส่วนยูสุเกะเหลือเลือดอยู่เพียง78% นี่คือระดับความห่างชั้นของทั้งคู่ แต่แววตาของยูสุเกะกลับยังไม่มีวี่แววของคำว่า ยอมแพ้เลยซักนิด เขากลับยืนขึ้นมาอีกครั้งด้วยท่าทีที่มั่นใจมากกว่าเดิมอย่างน่าประหลาด ไม่มีใครรู้ว่าทำไมเขาถึงยังมีความมั่นใจขนาดนี้แต่ตอนนี้เขาก็ได้ลุกขึ้นมาแล้วพร้อมทั้งเดินเข้าหาลุจจิเพื่อเผชิญหน้า

          ลุจจิ : “หืม ดูเด็ดเดี่ยวดีนี่ ไม่คิดจะยอมแพ้บ้างเลยรึ?”

          ยูสุเกะ : “ถ้ายอมแพ้ทั้งๆที่ยังมีโอกาสล่ะก็ ฉันคงเสียใจภายหลังแน่ว่าทำไมถึงไม่พยายามอย่างสุดความสามารถ

          ลุจจิ : “ก็ดี ไม่ได้เจอคู่ต่อสู้แบบแกนอกจากงานแข่งใหญ่ๆมานานแล้ว!”

          ยูสุเกะ : “ขอบใจที่คนระดับยังอุตส่าให้เกียรติฉัน!”

          ลุจจิตอบกลับโดยการยิ้มเพียงเล็กน้อยจากนั้นเขาก็กดใช้ท่าไม้ตายพร้อมกับพุ่งเข้าหายูสุเกะตรงๆจากด้านหน้า

          ยูสุเกะ : “พุ่งมาตรงๆแบบนี้ก็เข้าทางฉันเซ่!!!”
          ยูสุเกะที่รวบรวมพลังวิญญาณได้เล็กน้อยยิงกระสุนวิญญาณใส่ลุจจิที่พุ่งเข้ามาด้านหน้า การโจมตีของยูสุเกะครั้งนี้ไม่ได้ต้องการให้เกิดดาเมจเพียงแต่ต้องการแค่ให้หยุดท่าไม้ตายของอีกฝ่ายได้เท่านั้น เนื่องจากระบบของเกมนี้นั้นระหว่างที่กดใช้ท่าไม้ตาย ถ้าหากเราถูกโจมตีในสภาพนั้นก่อนที่ท่าไม้ตายจะทำงานล่ะก็เท่ากับว่าท่าไม้ตายจะถูกบล็อกทันที แล้วเกจท่าไม้ตายที่เก็บเอาไว้ก็จะหมดไปด้วย ดังนั้นการจะกดใช้ท่าไม้ตายนั้นจึงต้องกะจังหวะให้ดีก่อนจะใช้

          ลำแสงกระสุนวิญญาณขนาดเล็กพุ่งออกไปโดนร่างของลุจจิเต็มๆ จนยูสุเกะถึงกับยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความดีใจก่อนจะรู้สึกตัวว่าความดีใจเมื่อครู่ได้หายไปหมดราวกับลมเย็นที่กำลังพัดมาทางหน้าต่างแล้วจู่ๆก็มีคนมาปิดหน้าต่าง กระสุนนั้นพุ่งทะลุร่างของลุจจิออกไปก็จริง แต่ว่าร่างของลุจจิตรงหน้าเขาเป็นเพียงภาพติดตาจากการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงเท่านั้น ร่างจริงของลุจจิอยู่ด้านหลังของยูสุเกะเรียบร้อยแล้ว

          ลุจจิ : “เสียใจด้วยนะ กดใช้ โซลทันน่ะ
          ลุจจิพุ่งเข้าปะทะกับร่างของยูสุเกะอย่างรุนแรงก่อนที่ภาพจะตัดเข้าสู่คัทซีนอย่างรวดเร็ว

          -คัทซีน

          ร่างของลุจจิค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นอย่างผิดปกติ ไม่ใช่ว่ากล้ามเนื้อของเขากำลังขยายขึ้นจากการเบ่ง แต่มาจากการที่เขากลายร่างเพราะพลังพิเศษจากผลปีศาจที่เขากินไปต่างหาก ร่างของลุจจิใหญ่ขึ้น2-3เท่า ตอนนี้มีหางงอกออกมาด้วย แถมยังมีรวดลายตามร่างกายอย่างกับเสือดาว ลุจจิตอนนี้อยู่ในร่างระหว่าง มนุษย์ กับ สัตว์จึงสามารถยืนสองขาได้

          ลุจจิ : “ท่าไม้ตายสุดยอดของผู้ที่ขัดเกลารูปแบบทั้งหกได้ จนถึงขั้นสูงสุด

          ลุจจิพุ่งเข้าหายูสุเกะด้วยความเร็วระดับที่ไม่ธรรมดา

          ลุจจิ : “ท่าไม้ตายรูปแบบทั้งหก!”

          ลุจจิยกทั้งสองแขนขึ้นพร้อมกับกำหมัดแน่น นี่เป็นท่าไม้ตายสุดยอดที่รุนแรงที่สุดของเขาแถมยังพวกพละกำลังของสัตว์ป่าเข้าไปอีกจึงทำให้การโจมตีนี้คงจะรุนแรงมากขึ้นหลายสิบเท่า

          ลุจจิ : “โรคุโอกัน!!!! (ปืนพิฆาตหกราชันย์)

          ลุจจินำหมัดทั้งสองข้างนั้นมาแนบร่างของยูสุเกะเอาไว้ ถึงจะดูไม่มีพิษมีภัยอะไรเพราะเหมือนกับเป็นเพียงแค่การแตะตัวธรรมดาๆเท่านั้น แต่หลังจากนั้น เปรี้ยง!!!!’ แรงกระแทกขั้นรุนแรงระดับที่ว่าสามารถล้มรถถังได้ด้วยมือเปล่าแผ่ลั่นไปทั่วทั้งร่างของยูสุเกะอย่างรวดเร็วราวกับถูกยิงด้วยกระสุนปืนใหญ่ แรงกระแทกเมื่อครู่ส่งผลถึงขนาดที่ทำให้ยูสุเกะช็อคจนตาเหลือกขาวโพลนเลยทีเดียว แล้วร่างของยูสุเกะก็พุ่งกระเด็นไปไกลจนจมเข้าไปในทราย

          -จบคัทซีน

          ลุจจิได้บัฟทำให้พลังโจมตีเพิ่มขึ้นหลายเท่าเป็นเวลาสิบวินาทีผลมาจากที่อยู่ในร่างครึ่งคนครึ่งสัตว์

          ยูสุเกะเลือดเหลืออยู่ 50% พริบตาเดียวเขาก็เหลือเลือดเพียงแค่ครึ่งหลอดเท่านั้น เขาในตอนนี้อยู่ในสภาพสะบักสบอมไปหมดทั้งตัว แต่เขาก็ยังลุกขึ้นมาต่อโดยไม่มีความลังเลแม้ซักนิด

          ลุจจิ : “เห้ย แบบนี้ไม่ใช่แค่คนโง่แล้วมั้ง นี่มันคนบ้าแล้ว!”

          ยูสุเกะ : “เออรู้เฟ้ยว่าฉันน่ะบ้า.....แต่ถึงจะบ้ายังไง....ฉันก็จะสู้ต่อ!”

          ยูสุเกะยกนิ้วชี้ขึ้นมาแล้วรวบรวมพลังวิญญาณไว้ที่ปลายนิ้วชี้

          ลุจจิ : “บ้าถึงขนาดปัญญาอ่อนเลยเรอะ!”

          ลุจจิพุ่งเข้าไปหายูสุเกะด้วยความเร็วสูงถึงขนาดเร็วกว่าท่าโซลปกติเสียอีก แต่ยูสุเกะก็ยังตั้งตระหง่านรวบรวมพลังวิญญาณไว้ที่ปลายนิ้วชี้ต่อไปโดยไม่มีความลังเล

          ลุจจิ : “ดัชนีเหล็ก!!!”
          ลุจจิโผล่ไปด้านหลังของยูสุเกะและใช้นิ้วที่แข็งยิ่งกว่าเหล็กกล้าพุ่งเข้าหาร่างของยูสุเกะหวังจะเสียบให้ทะลุร่าง แต่ทว่า

          ยูสุเกะ : “กระสุนพลังวิญญาณ!!”

          แน่นอนว่ายูสุเกะเพียงแค่ล่อให้ลุจจิเข้ามาใกล้จะได้ยิงได้แม่นยำมากขึ้นต่างหาก เมื่อนิ้วของลุจจิปักเข้าที่กลางหลังของยูสุเกะ เขาก็ยกนิ้วชี้ของเขาหันไปทางด้านหลังของเขา ในตอนนี้ลุจจิที่เพิ่งจะปักนิ้วเข้าเต็มหลังยูสุเกะไม่สามารถหลบจากโจมตีนี้ทันแน่นอนแม้ว่าจะใช้ท่าโซลก็ตาม เปรี้ยง!!’ เสียงลั่นไกดังสนั่น พลังวิญญาณพุ่งออกไปเป็นลำแสงสีฟ้าระเบิดร่างของลุจจิที่อยู่ด้านหลังของยูสุเกะจนกระจาย แต่ที่กระจายนั้นเป็นเพียงแค่เสื้อผ้าของเขา ร่างของเขายังคงยืนเอานิ้วปักอยู่ที่กลางหลังของยูสุเกะ แผลลวกไหม้เต็มไปทั่วร่างลุจจิ แต่เขาก็ยังทำหน้านิ่งเฉยราวกับการโจมตีเมื่อซักครู่นี้เป็นเพียงน้ำอุ่นๆที่ถูกสาดเข้ามาเท่านั้น

          ยูสุเกะ : “ทำ...อะไร....แก..ไม่ได้เลยสินะ
          ลุจจิ : “แหงสิวะ

          ลุจจิใช้สกิล เท้าวายุเตะร่างของยูสุเกะจนปลิวออกไปจากนิ้วของเขาอย่างง่ายดาย เลือดของยูสุเกะเหลืออยู่ 45% ส่วนเลือดของลุจจิเหลืออยู่ 88%

          ร่างของยูสุเกะกลิ้งไปตามพื้นคลุกฝุ่นทรายแต่หลังจากที่กลิ้งได้ไม่นานเขาก็ลุกขึ้นมายืนต่อ

          ลุจจิ : “นายควรภูมิใจนะ นักแข่งระดับประเทศบางคนยังทำให้เลือดของฉันเหลือต่ำกว่า90%ไม่ได้ด้วยซ้ำ

          ยูสุเกะ : “หรอ แต่ฉันจะทำให้เลือดของนายเหลือแค่ครึ่งเดียวให้ดู!”

          เมื่อร่างกายของยูสุเกะเริ่มตั้งหลักได้เข้าก็พุ่งเข้าหาลุจจิทันที ท่ามกลางพระจันทร์เสี้ยวที่ให้แสงสว่างบนท้องฟ้าของฮูเอโก้มุนโด้ ยังมีชายสองคนพุ่งเข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดโดยที่ไม่สนแม้กระทั่งความหนาวเหน็บของทะเลทราย ปัก! ปัก! ตึง!!’ เสียงของร่างกายที่กำลังอัดปะทะกันท่ามกลางแสงจันทร์นั้นดังขึ้นโดยไม่มีหยุดหย่อน แต่น่าประหลาดที่มีเพียงชายคนเดียวที่ถูกอัดโดยที่ชายอีกคนเป็นฝ่ายอัด

          ร่างของยูสุเกะอาบเลือดไปทั่วทั้งตัว แล้วก็ฟุบลงบนทรายสีขาว เลือดที่ไหลออกมาจากร่างของเขาย้อมให้จนทรายกลายเป็นสีแดงอ่อน เลือดของยูสุเกะเหลืออยู่20% ส่วนลุจจิยังเหลือ88%เท่าเดิม

          ยูสุเกะค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างสะบักสบอมในสภาพที่อืดอาดยืดยาดเพราะว่าเลือดของเขาอยู่ในปริมาณที่ต่ำมากจึงส่งผลให้การเคลื่อนไหวของตัวละครนั้นช้าลงอย่างเห็นได้ชัด

          ลุจจิ : “นี่คงยังไม่ยอมแพ้เหมือนเดิมใช่มั้ย?”

          ร่างของลุจจิกลับเข้าสู่ชายวัยทำงานเช่นเดิมต่างจากเดิมก็ตรงที่ร่างท่อนบนนั้นไม่เหลือร่องรอยชุดสูทอีกแล้วมีเพียงร่างกายเปล่าพร้อมกับแผ่นหลังที่มีแผลเป็นจากปืนใหญ่ที่เขาเคยได้รับเมื่อครั้งยังเป็นเด็กหนุ่มแถมแผลเป็นนั้นยังมีสัญลักษณ์คล้ายกับรัฐบาลโลกในเรื่องวันพีซอีกด้วย ส่วนร่างท่อนล่างนั้นยังเหลือกางเกงที่ขาดยับยู่ยี่สวมอยู่และรองเท้าของเขาก็อยู่ในสภาพที่พอสวมใส่ได้

          แผลตามร่างกายของลุจจิที่เกิดจากออปเจ็คของเกมเพราะถ้าได้รับดาเมจหรือถูกท่าโจมตีใหญ่ๆจะส่งผลให้เสื้อผ้าของตัวละครฉีกขาดได้ ส่วนทางฝั่งยูสุเกะนั้นไม่ต้องพูดถึง ถึงลุจจิจะมีแผลตามร่างมากมาย แต่แผลของเขาก็ไม่ได้หนักหนาสาหัสเท่าไหร่ เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นก็เป็นผลมาจาก  ออปเจ็ค แต่ยูสุเกะที่เหลือเลือดเพียงแค่หนึ่งในห้ามีสภาพร่างกายที่เรียกได้ว่าราวกับผ้าขี้ริ้วที่ผ่านสิ่งสกปรกมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เพราะตามร่างกายของเขามีแต่บาดแผลสาหัสเต็มร่างไปหมด ร่างกายท่อนบนนั้นมีเพียงร่างเปล่าๆเพราะเสื้อนั้นขาดหายไปแล้ว ส่วนท่อนล่างก็มีเพียงกางเกงที่ขาดวิ่นจนเรียกได้ว่าใกล้เคียงกับคำว่าผ้าขี้ริ้วพอๆกับร่างท่อนบน

          ยูสุเกะ : “ถ้า..เลือดฉัน..ยังไม่ถึงศูนย์....ฉันก็ยังไม่แพ้นี่หว่า...

          เมื่อลุจจิได้ยินเช่นนั้นเขาถึงกับรู้สึกขนรุกไปทั่วทั้งร่าง ไม่ใช่ขนลุกที่เกิดจากความหวาดกลัวหรือขยะแขยงแต่เป็นอาการขนลุกที่คำพูดของอีกฝ่ายนั้นสร้างน้ำหนักให้กับเขา คำพูดแบบนี้เขาไม่เคยประสบที่ไหนมาก่อนเว้นแต่ว่าเป็นการแข่งระดับประเทศที่มีผู้คนที่แบกรับความฝันอันยิ่งใหญ่ของแต่ละคนมาเผชิญหน้ากัน

          -ทางด้านคนดู

          จิมมี่ยืนมองแม็กซ์ที่เหงื่อแตกพลั่กเพราะจนมุม แต่น่าแปลกที่แม็กซ์ยังไม่ยอมแพ้ซักที นายเคยบอกฉันว่าอย่ายอมแพ้ พอถึงตานายก็เลยสู้จนถึงที่สุดสินะ เป็นคนรักษาคำพูดจริงๆเลยนะให้ตายสิเขาคิดแบบนี้ในใจเงียบๆพร้อมกับเสียงเชียร์จากคนดูที่ปะทะกันเข้ามาในหู

          ส่วนเจนเองถึงจะไม่ได้เชียร์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพราะเธอไม่ชอบผู้ชาย แต่เธอก็ยังอยากจะให้แม็กซ์ชนะอยู่ลึกๆในใจเหมือนกัน เพราะอย่างน้อยเธอก็รู้สึกว่าแม็กซ์ไม่เหมือนกับผู้ชายคนอื่นๆที่เธอเจอมา

          เจน : “อีกอย่างนายเป็นถึงขนาดคนที่ชนะฉันได้เลยนะยะ! แค่นี้น่ะหัดพลิกสถานการณ์ให้เหมาะกับคนที่โค่น ‘Miss Fortune’ อย่างฉันหน่อยสิยะ!!”

          เจนตะโกนพูดประโยคเมื่อกี้ดังลั่นแต่เสียงของเธอก็ถูกเสียงเชียร์ของเหล่าคนดูกลืนเข้าไปจนหมดจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะถึงหูของแม็กซ์ แต่แล้วจู่ๆสายตาลนลานเมื่อครู่ของแม็กซ์ก็เปลี่ยนไป คงมีแค่จิมมี่กับเจนที่สังเกตเห็นสายตานั่น

          -ทางด้านการต่อสู้

          ลุจจิ : “งั้นคราวนี้ถึงคราวเผด็จศึกจริงๆซะทีนะ หวังว่าจะไม่ร้องไห้เอาทีหลังนะ?”

          ยูสุเกะ : “เชิญเข้ามาเลย

          ลุจจิเข้าไปหายูสุเกะตามสัญญาตอนนี้ทั้งคู่แทบจะไม่เหลือมานามากพอจะใช้โต้ตอบกันได้แต่คราวนี้ก็ถึงขั้นปิดเกมแล้วลุจจิจึงใช้มานาเฮือกสุดท้ายเพื่อกดใช้สกิล โซลเพื่อพุ่งเข้าไปหา    ยูสุเกะอย่างรวดเร็วแถมคราวนี้ยังพุ่งเข้าไปหาทางด้านหน้าตรงๆเพื่อเผด็จศึกทันทีอีกต่างหาก

          ทางยูสุเกะได้เพียงแต่ยิ้มเล็กน้อยแล้วเขาก็เหลือบไปเห็น เกจท่าไม้ตายที่ตอนนี้สะสมจนเต็มหลอดแล้ว ทันใดนั้นเองทันทีที่หมัดของลุจจิกำลังจะสัมผัสกับร่างของยูสุเกะ เขาก็กดใช้ ท่าไม้ตายทันที!!

          โปรดติดตามตอนต่อไป

         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น