Gacha Fight!!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,097 Views

  • 6 Comments

  • 50 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    209

    Overall
    1,097

ตอนที่ 13 : ยูสุเกะ vs บิสเก็ต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    11 ก.พ. 62

Gacha Fight!!

       Chapter 12 ยูสุเกะ vs บิสเก็ต 

          แม็กซ์เลือกยูสุเกะ ส่วนเจนเลือกบิสเก็ต ทั้งคู่แรนดอมได้สนามยอดหอคอยคาริน*จากดราก้อนบอล

          ยูสุเกะ : “คราวนี้ไม่ใช้ตัวละครผู้ชายบ้างหรอ?”

          บิสเก็ต : “นี่นายเหยียดเพศหรอยะ!?”

          ยูสุเกะ : “เปล่าๆๆๆ แค่เห็นเป็นผู้หญิวแล้วมันไม่อยากสู้น่ะสิ..

          บิสเก็ต : “จะพูดแบบนั้นได้ก็แค่ตอนนี้แหละ

          หลังจากทั้งคู่เข้าสู่สนามได้ไม่นานก็เริ่มพูดคุยกันเล็กน้อย หลังจากนั้นไม่นานจิมมี่ก็ได้วิ่งมายังที่นั่งคนดูด้วยท่าทีหอบหืด คงเป็นเพราะวิ่งตามหาเจนนั่นแหละ

          ยูสุเกะ : “งั้นฉันให้เธอต่อยก่อนหมัดนึง

          บิสเก็ตรับคำท้า เธอง้างหมัดกลมๆเล็กๆของเธอแล้วอัดไปที่ท้องของยูสุเกะอย่างสุดแรงจนเกิดเสียงดัง ตึง!’ ราวกับเสียงของค้อนทุบกับกำแพงปูนหนา ยูสุเกะจุกจนตาเหลือกแต่ยังคงยืนนิ่ง ไม่ใช่เพราะไม่เจ็บปวด แต่เขาเจ็บปวดจนขยับไม่ได้เลยต่างหาก เลือดของยูสุเกะเหลืออยู่ 94%

          แต่มันไม่ใช่แค่นั้น บิสเก็ตยังรัวหมัดอัดใส่จุดเดิมซึ่งก็คือท้องของยูสุเกะอย่างต่อเนื่อง หมัดที่เธอรัวไปตาปกตินั้นแทบจะมองไม่เห็นแต่ไม่น่าจะต่ำกว่าสิบหมัดแน่ๆ เสียงหมัดอัดกับท้องจนเกิดเสียง ปึก! ปึก! ตึง! ปั่ก!!’ รัวถี่ยิบ จนยูสุเกะทนไม่ไหวทรุดเข่าลงกับพร้อมและกุมท้องของตนไว้ด้วย

          ยูสุเกะ : “อ....อุ....บอกให้แค่....หมัดเดียวไม่ใช่เรอะ...

          บิสเก็ต : “หมัดที่เหลือนั่นก็ที่นายดูถูกฉันไงยะ

          ยูสุเกะ : “งั้นมาลองกันซักตั้ง

          เมื่อยูสุเกะตั้งหลักได้เขาก็ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับบิสเก็ตตรงๆ ทั้งคู่จ้องดูเชิงฝ่ายตรงข้ามอยู่ซักพักจากนั้นร่างของทั้งคู่ก็เคลื่อนที่ด้วยความเร็วจนตาปกตินั้นมองไม่เห็น แล้วก็เกิดเสียง ตึงๆๆๆๆ ปักๆๆๆๆๆ!’ กลางอากาศอันว่างเปล่าที่ตาปกติจะเห็นเหมือนภาพตรงหน้านั้นไม่มีอะไรแต่ที่จริงแล้วทั้งยูสุเกะและบิสเก็ตกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วกลางอากาศและรุกรับกันอย่างดุเดือด จนในที่สุดการรุกรับนั้นก็จบลง และฝ่ายที่ได้รับชัยชนะก็คือ!?

          บิสเก็ตและยูสุเกะที่ปรากฏตัวออกมาหลังจากรุกรับไปเมื่อซักครู่ ฝ่ายที่ล้มลงไปคือบิสเก็ต ส่วนฝ่ายที่ยังยืนอยู่นั้นคือยูสุเกะ ภาพตอนนี้เหมือนยูสุเกะจะเป็นฝ่ายชนะในการรุกรับเมื่อซักครู่แต่จริงๆแล้ว...

          บิสเก็ต : “ว้ายกระโปรงเปื้อนหมดเลย!?”

          เธอเพียงแค่ก้มลงไปเช็ดกระโปรงของเธอเท่านั้น ซึ่งกระโปรงแสนรักแสนหวงของเธอก็ขาดยับเพียงนิดหน่อยเท่านั้น ส่วนยูสุเกะที่ยืนอยู่ได้ซักพักก็ล้มตัวลงไปนอนดัง ตึง!’ ราวกับหมดสภาพ เลือดของยูสุเกะตอนนี้เหลืออยู่90%

          บิสเก็ต : “นี่จะไม่สู้จริงๆเรอะ การที่นายคิดว่าจะไม่ลงมือกับผู้หญิงแม้กระทั่งในเกมนี่ ไม่ว่าจะมองยังไงมันก็ไม่เท่หรอกนะ ฉันมองว่ามันงี่เง่าด้วยซ้ำ

          ยูสุเกะยังคงนอนฟังบิสเก็ตอยู่เงียบๆ

          บิสเก็ต : “ฉันซัดนายตั้งขนาดนี้แล้วยังไม่มีใจจะสู้เลยหรอ?”

          ยูสุเกะ : “ก็มันทำไม่ลงนี่นา

          บิสเก็ตเอือมระอากับคำพูดของยูสุเกะจึงยืนกอดอกมองยูสุเกะที่กำลังนอนอยู่ราวกับผู้อยู่เหนือกว่ากำลังมองผู้ที่อยู่ต่ำต้อย

          บิสเก็ต : “นายทำแบบนี้มันเหมือนกับดูถูกผู้หญิงมากกว่านะ

          ยูสุเกะสะดุ้งเฮือกเล็กๆลึกๆในใจ ราวกับปณิธานที่เขาตั้งว่าจะไม่ทำร้ายผู้หญิงนั้นสั่นคลอน

          บิสเก็ต : “จริงอยู่ว่าผู้ชายน่ะไม่ควรทำร้ายผู้หญิง ตามหลักมนุษยธรรมน่ะนะ แต่ว่าถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ฝ่ายหญิงเองก็พร้อมจะโค่นฝ่ายชายล่ะ

          บิสเก็ตยังคงกล่าวต่อไปโดยไม่สนใจสีหน้าของยูสุเกะเลยแม้แต่น้อย

          บิสเก็ต : “สมมุติว่าฝ่ายหญิงเองก็เตรียมใจพร้อมเดิมพันธ์ด้วยศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิง แต่ฝ่ายชายกลับยอมอยู่เฉยๆไม่ประมือกับฝ่ายหญิง นายคิดว่าสถานการณ์แบบนั้นมันดูถูกฝ่ายหญิงที่อุตส่าเดิมพันธ์ศักดิ์ศรีเพื่อโค่นล้มฝ่ายชายแค่ไหนกัน ผู้หญิงเองก็มีสิทธิ์เท่าเทียมผู้ชายเหมือนกันนะ!”

          บิสเก็ตเริ่มใส่อารมณ์กับคำพูดของเธอเหมือนกับกำลังเจ็บใจที่อีกฝ่ายมีท่าทีดูถูกตัวเองอยู่

          บิสเก็ต : “ถึงฉันจะกลัว...ไม่สิ เกลียดผู้ชายก็ตาม แต่สิ่งที่ฉันเกลียดมากที่สุดก็คือผู้ชายที่ไม่ให้เกียรติฉัน!!”

          ยูสุเกะลุกพรวดขึ้นมาทันที พร้อมกับปัดฝุ่นที่ติดตามร่างกายเขาออกเบาๆ

          ยูสุเกะ : “โทษทีๆ เมื่อกี้ฉันทำท่าทีเสียมารยาทไปจริงๆด้วยสินะ นั่นสินะ ฉันคิดว่าฉันกำลังให้เกียรติเธออยู่ แต่การอยู่เฉยๆโดยไม่สู้ดูเหมือนจะเป็นการกระทำที่ตรงข้ามเลยสินะ ขอโทษจริงๆนะ!”

          ยูสุเกะพูดพลางก้มหน้าโค้งเพื่อเป็นการขออภัยอีกฝ่าย

          ยูสุเกะ : “งั้นจากนี้จะไม่มีการออมมือล่ะนะ!”

          บิสเก็ต : “ที่ฉันเทศน์ไปก็เพื่อให้นายไม่ออมมือนั่นแหละย่ะ! เข้ามาเลย!!”

          ดูเหมือนการต่อสู้จริงๆจะเพิ่งเริ่มขึ้นซะแล้ว ยูสุเกะที่ตอนนี้ปรับความคิดซะใหม่ตั้งท่าเตรียมรับมือการบุกมาของอีกฝ่าย

          บิสเก็ตรับคำท้าโดยการพุ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายตรงๆ เธอเหวี่ยงหมัดซ้ายออกไปหาอีกฝ่ายยูสุเกะเองก็ตามความเร็วระดับนี้ได้ง่ายๆ เขาหลบหมัดของเธออย่างง่ายดายแล้วสวนกลับไปด้วยหมัดขวาจนเกิดเสียง ปึก!’ ตามด้วยร่างของบิสเก็ตที่ปลิวออกไปตามแรงของหมัด

          บิสเก็ตกลิ้งลงกับพื้นร่างกลิ้งไปตามพื้นกระเบื้องแล้วอัดเข้ากับเสาที่ค้ำหลังคาของยอดหอคอยคารินอยู่

          บิสเก็ต : “หมัดเมื่อกี้...ไม่เลวเลยนะ!”

          บิสเก็ตลุกขึ้นพรวดอย่างง่ายดาย เลือดของเธอเหลืออยู่94% ขณะที่เลือดของยูสุเกะเหลืออยู่90%

          บิสเก็ต : “ไม่เลวนี่ งั้นต่อไปฉันจะใส่หนักแล้วนะ!”

          บิสเก็ตกดปุ่มไม้ตาย แล้วพุ่งเข้าอัดยูสุเกะในระยะประชิด

          -ภาพตัดเข้าคัทซีน

          ยูสุเกะอัดร่างของบิสเก็ตจนกลิ้งไปตามพื้น

          ยูสุเกะ : “ฉันไม่ออมมือให้หรอกนา แม่หนู อย่ามาแค้นกันล่ะ?”

          บิสเก็ตค่อยๆลุกขึ้นมาพร้อมกับแผ่ออร่ามหาศาลออกมาจากร่างราวกับพลังเพิ่มขึ้น ไม่สิ มันเหมือนกับเป็นการปลดปล่อยพลังที่เก็บเอาไว้ออกมาพรวดเดียวต่างหาก

          บิสเก็ต : “หึ หึ หึ ชิงพูดเฉยเลยนะ

          ร่างของบิสเก็ตขยายใหญ่มากกว่าเดิมถึงสามเท่า กล้ามเนื้อเป็นมัดผุดขึ้นมาตามร่างกายรวมถึงหน้าอกของเธอด้วย

          บิสเก็ต : “ฉันยอมให้นายซัดหมัดนึงเป็นที่ระลึกหรอก เพราะถ้าฉันคืนร่างเดิมกลัวจะออมมือไว้ไม่อยู่

          ที่เธอพูดออกมาแบบนั้นได้ก็เพราะว่า ธรรมดาเธอก็ซัดถึงตายเลยยังไงล่ะ

          ร่างกำยำของบิสเก็ตสูงกว่าร่างของยูสุเกะเสียอีก แต่นี่ไม่ใช่เวลาจะมาอึ้งแล้ว เห็นตัวใหญ่แบบนี้แต่ก็สามารถพุ่งเข้ามาประชิดร่างของยูสุเกะได้ในพริบตาเดียว แถมยัง ซัดหมัดอัดหน้าของ ยูสุเกะจนหมัดของเธอนั้นยุบเข้าไปในใบหน้าของยูสุเกะเลยทีเดียว เปรี้ยง!!’ เสียงดังราวกับสายฟ้าฟาดปะทุออกมา แต่จริงๆแล้วคือเสียงหมัดที่บิสเก็ตปล่อยออกไปอย่างเต็มแรงต่างหาก ร่างของยูสุเกะลอยอยู่กลางอากาศแล้วในไม่ช้าก็ร่วงลงมากลิ้งไปตามพื้น

          บิสเก็ต : “แล้วที่สำคัญ ฉันไม่อยากคืนร่างเดิมหรอกย่ะ ผู้หญิงพรรค์นี้มีด้วยเรอะ? แกก็คิดแบบนั้นใช่ม้า?”

          บิสเก็ตเดินตามไปแล้วยกร่างของยูสุเกะที่สลบอยู่คาพื้นขึ้นมาด้วยแขนข้างเดียว

          บิสเก็ตทำหน้างง : “อ้าว ไม่ได้ยินแล้วเรอะ?”

          -จบคัทซีน

          บิสเก็ตกลายเป็นร่างเค แถมยังมีออร่ามหาศาลปกคลุมร่างกาย บิสเก็ตสามารถอยู่ในสภาพนี้ได้นานถึงสิบวินาที ก็เท่ากับบัฟจากท่าไม้ตายเหมือนตัวละครอื่นๆนั่นแหละ

          ยูสุเกะเลือดเหลืออยู่ 70% ส่วนบิสเก็ตเลือดเหลืออยู่94% นับว่ายูสุเกะเริ่มเสียเปรียบแล้ว

          ยูสุเกะ : “เวรแล้วสิ เราก็ใช้ท่าไม้ตายในการแข่งรอบที่แล้วด้วย ตอนนี้ยังเก็บแต้มไปเต็มเกจเลย สถานการณ์แบบนี้เสียเปรียบสุดๆ...

          ท่าไม้ตายของเกมนี้นั้น จะเพิ่มขึ้นก็ต่อเมื่อเราสามารถทำดาเมจหรือโดนดาเมจจากฝั่งตรงข้าม และมันจะสะสมไปเรื่อยๆด้วย อย่างเช่น ถ้าเราใช้ท่าไม้ตายไปแล้ว เราจะต้องสะสมเก็บแต้มให้เต็มเกจไม้ตายอีกรอบ อาจจะต้องเล่น1-2รอบในการเก็บ ส่วนยูสุเกะนั้น ตอนนี้ยังเก็บแต้มจากการต่อสู้ได้แค่15%เท่านั้น ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถใช้ท่าไม้ตายในตอนนี้ได้

          บิสเก็ต : “จะบุกอีกรอบละนะ

          ยูสุเกะ : “เอางั้นเรอะ งั้นก็เข้ามาเลย!”

          ยูสุเกะประคองข้อมือข้างขวาเอาไว้พร้อมกับรวบรวมพลังวิญญาณเอาไว้ที่ปลายนิ้วชี้ข้างขวาจนกลายเป็นพลังวิญญาณที่อัดแน่นจนเป็นทรงกลมคล้ายลูกบอล

          บิสเก็ตพุ่งเข้าหายูสุเกะ แรงเหยียบพื้นจากการพุ่งเมื่อครู่นั้นส่งผลให้กระเบื้องแตกเป็นรอยเท้าของบิสเก็ตเลยทีเดียว เธอพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงพร้อมกับง้างหมัดเตรียมต่อยอยู่สุเกะ

          ยูสุเกะ : “ฉันน่ะ เล็งยิงแม่นมากนะขอบอก!”

          บิสเก็ต : “นายยิงจากระยะนั้นก็ไม่โดนฉันหรอกย่ะ!!”

          บิสเก็ตที่ในพริบตาก็พุ่งเข้ามาจนอยู่ในระยะประชิดของยูสุเกะ แต่ว่าฝ่ายที่ถูกโจมตีนั้นกลับเป็น....เปรี้ยง!!’ เสียงลั่นไกดังราวกับเสียงฟ้าผ่าแล้วก็ตามด้วยเสียง ตูม!!’ ระเบิดอย่างรุนแรง จากเหตุการณ์เมื่อครู่ที่บิสเก็ตเข้าประชิดยูสุเกะนั้นยูสุเกะจึงยิงบิสเก็ตที่อยู่ในระยะประชิดด้วยกระสุนวิญญาณอย่างง่ายดาย จนเกิดดาเมจกับเธอมหาศาลมากกว่าตอนนี้ยิงออกไปในระยะไกล อาจเป็นเพราะเขายิงในระยะประชิดจึงเกิดดาเมจมากกว่าระยะไกล

          เลือดของบิสเก็ตเหลืออยู่80% ถึงจะยังทิ้งห่างกับยูสุเกะแต่ก็นับว่ายูสุเกะนั้นไล่หลังจามมาจนจะทันบิสเก็ตด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

          บิสเก็ต : “หนักหน่วงดีนี่

          ยูสุเกะพุ่งเข้าหาบิสเก็ตตรงๆแล้วอัดเข้าที่ท้องอย่างรุนแรง หมัดของเขาห้อหุ้มด้วยพลังวิญญาณจึงทำให้มีดาเมจเพิ่มมากขึ้นหลายเท่า บิสเก็ตที่ถูกหมัดนั่นอัดถึงขึ้นจุกจนต้องเดินถอยหลังไปหลายก้าวเลยทีเดียว

          แต่การโจมตีของยูสุเกะยังไม่หมด เขาใช้ทั้งกระสุนวิญญาณที่ยิงระยะประชิดจนเกิดดาเมจมากขึ้นหลายเท่า และขณะที่บิสเก็ตกำลังจะพุ่งเข้ามาประชิดตัวขณะที่กระสุนวิญญาณยัง          คูลดาวน์อยู่เขาก็ใช้สกิล เรกันเป็นการรัวกระหน่ำพลังวิญญาณ ถ้าเปรียบเทียบกระสุนวิญญาณคือปืนแม็กนั่ม เรกันก็คือท่าปืนกล แต่แน่นอนว่าอนุภาพทำลายล้างนั้นด้อยกว่ามากแต่ก็มากพอที่จะดันร่างของบิสเก็ตออกไปไม่ให้เขามาในระยะประชิดได้
          ตอนนี้เลือดของบิสเก็ตเหลืออยู่45% กลับกัน ยูสุเกะยังเหลือเลือดอยู่70%เนื่องจากบิสเก็ตไม่สามารถโจมตียูสุเกะได้เลย และแล้ว ร่างของบิสเก็ตก็ต้องหดลงเรื่อยๆจนเหลือแค่ขนาดเดิม ถึงแม้ว่าภายในเนื้อเรื่องนั้นจะเป็นการกลับสู่ร่างเดิมแต่ภายในเกมได้ดัดแปลงให้มีลิมิตเวลาสิบวินาทีเพื่อให้มีความสมดุลในตัวเกม

          บิสเก็ต : “ส....สู้ไม่ได้เลยแฮะ....หมอนี่เอาจริงแล้วเก่งชะมัด

          ยูสุเกะ : “อ้าวๆ หมดแรงแล้วหรอคุณหนู?”

          ยูสุเกะพูดขณะที่เขารวบรวมพลังวิญญาณไว้ที่ปลายนิ้วชี้พร้อมจะปิดบัญชีทุกเมื่อ

          บิสเก็ต : “อย่ามาเรียกฉันว่าคุณหนูนะยะ! หนอย...!? กับผู้หญิงน่ะหัดออมมือมั่งก็ได้!!”

          ยูสุเกะ : “แม่นี่เอาไงกันแน่? อารมณ์แปรปรวนแบบนี้เมนส์มาเรอะ?” เขาอยากจะพูดแบบนั้นออกไปมากแต่ก็ทำได้เพียงแค่คิดในใจ

          บิสเก็ต : “มีทางเดียวต้องใช้สกิลนี้แหละ!”

          บิสเก็ตกดใช้สกิล เอสเต้จัง!’ เป็นสกิลที่เธอจะรวบรวมพลังออร่ามาแปลงเป็นร่างของสาวน้อยที่คอยบัฟให้บิสเก็ต ไม่ว่าจะพลังโจมตี เลือด พลังป้องกัน สเตตัสทุกด้านของบิสเก็ตจะถูกบัฟชั่วขณะ แต่ทว่า ยูสุเกะไม่ปล่อยให้เธอทำแบบนั้นอยู่แล้ว เขายิงอัดใส่บิสเก็ตที่กำลังรวบรวมออร่าจนระเบิดกระเซอะกระเซิง

          บิสเก็ต : “กรี๊ดดดด!? นี่นายไม่กะจะให้ฉันใช้สกิลมั่งเลยหรอยะ!!”

          ยูสุเกะ : “บ้าดิ

          ยูสุเกะยังคงยิงกระสุนวิญญาณออกไปอีกนัดอย่างต่อเนื่องจนร่างของบิสเก็ตโดนเข้าไปเต็มๆ ถึงขั้นเหลือเลือดอยู่ 3%

          บิสเก็ต : “ย...ยอมแพ้

          โฆษก : “ผู้เล่น Miss Fortune ประกาศยอมแพ้!! ผู้ชนะคือผู้เล่น Maximum ครับ!!!”

          เฮ!!” เสียงเชียร์ดังกระหึ่ม บิสเก็ตที่ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องจนทำอะไรไม่ถูกจึงได้ประกาศยอมแพ้ แต่ว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไร บิสเก็ตเองก็ได้ต่อสู้อย่างสมเกียรติแล้วที่ยืมเผชิญหน้ากับยูสุเกะตรงๆถึงขนาดนี้ แต่เพราะความห่างชั้นจึงทำให้เธอพ่ายแพ้ไป และคู่ต่อสู้คนต่อไปของแม็กซ์ก็คือคนที่จะตัดสินแพ้ชนะในรอบสุดท้าย

          ทอม : “อ้าว? ได้คนที่จะสู้กับฉันแล้วเรอะ?”

          ทอมเดินขึ้นเวทีอย่างผ่าเผยพร้อมกับยืนเผชิญหน้ากับแม็กซ์

          ทอม : “ไม่ออมมือให้หรอกนะ

          แม็กซ์ : “ทางนี้ก็เหมือนกัน

          การต่อสู้ของระดับประเทศกับระดับข้างถนนกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ใครจะเป็นผู้คว้าชัยชนะและเงินราวัลกันแน่!? โปรดติดตามตอนต่อไป!!!

         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น