Gacha Fight!!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,019 Views

  • 6 Comments

  • 49 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    131

    Overall
    1,019

ตอนที่ 11 : ออลไมท์ vs เอ็นเดเวอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    2 ก.พ. 62

Gacha Fight!!

       Chapter 10 ออลไมท์ vs เอ็นเดเวอร์ 

          โรงเรียนตอนนี้อยู่ในความร้อนระอุจากงานแข่งเกม Gacha Fight แต่ไม่มีใครรู้เลยว่ากำลังมีเด็กกลุ่มหนึ่งภายในโรงเรียนวางแผนอะไรบางอย่างอยู่

          กลุ่มเด็กเกนับสิบคนยืนสูบบุหรี่กันในห้องน้ำซึ่งมีลูกน้องชั้นปลายแถวของแก๊งยืนเฝ้าหน้าห้องน้ำอยู่เผี่อมีอาจารย์มาเห็นพวกเขาสูบบุหรี่ ภายในห้องน้ำนั้นนับว่าสกปรกมาก เป็นแหล่งมั่วสุมชั้นดี คนที่ดูเป็นหัวหน้าแก๊งนั้นเป็นเด็กเกที่ชื่อกระฉ่อนระดับที่ไปป่วนมาแล้วทั่วจังหวัด เป็นเด็กที่ย้อมผมสีทองและเซ็ทผมตั้งชี้โด่ชี้เด่เจาะหูแล้วมีโซ่ที่หูมาเกี่ยวถึงปากอีกทีสวมเสื้อโค้ทหน้าและสวมกางเกงยีนส์ซึ่งดูตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วพูดได้คำเดียวว่าผิดระเบียบ

          เขานั่งอยู่ในห้องน้ำซึ่งมีโถเอาไว้ใช้ปัสสาวะเรียงอยู่เป็นแถวเดียวกัน พร้อมกับลูกน้องอีกหลายคนที่กำลังคาบบุหรี่พร้อมพ่นควันปุยๆออกมาจากปากราวกับเป็นพวกแรงงานที่กำลังพักเที่ยงมาสูบบุหรี่อยู่

          เด็กผมตั้ง : “เห้ย ไปสืบมารึยังวะว่าไอ้เด็กนั่นมันชื่ออะไร

          ลูกน้องคนหนึ่งที่นั่งข้างๆเขา : “ครับลูกพี่เชน ไอ้เด็กที่มันสบประมาทผมและลูกพี่ในงานแข่งเป็นคนเดียวกันไม่ผิดแน่ครับ มันชื่อจิมมี่เป็นเด็กม.4ครับ

          ดูเหมือนเด็กผมตั้งที่เป็นหัวโจกของกลุ่มจะชื่อว่าเชน เขาคีบบุหรี่ออกจากปากพร้อมพ่นควันออกมาอย่างสบายอารมณ์

          เชน : “ไอ้จิมมี่สินะ  มันอยู่ห้องอะไร

          ลูกน้องคนหนึ่ง : “เอ....4/3ครับ

          เชน : “งั้นเลิกเรียนหลังงานแข่งเราจะไปหามันซักหน่อย

          ลูกน้องทั้งหมดที่รวมตัวกันสูบบุหรี่อยู่ต่างกล่าวพร้อมกันเป็นคำเดียวว่า ครับลูกพี่!”

          ซักพักถัดมาก็มีเด็กเนิร์ดสวมแว่นหนาใบหน้ามีแต่สิวแดงก่ำแล้วยังมีร่างกายที่อวบอ้วนเดินโต๋เต๋เข้ามาในห้องน้ำ

          เขาคือแชมป์นั่นเอง เขาเดินมาหาเชนในห้องน้ำด้วยท่าทีกระส่ำกระส่าย

          แชมป์ : “พ....พี่ ของที่สั่งไว้มารึยัง....
          เขาพูดด้วยท่าทีที่เหมือนกับคนที่กำลังอดทนกับอะไรบางอย่างไม่ไหว

          เชน : “เออๆ มาพอดีเลย

          เชนหยิบซองบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ในซองใสนั้นบรรจุผงสีขาวๆจำนวนหนึ่งอยู่แล้วเขาก็ยื่นให้แชมป์

          แชมป์ : “ข....ขอบคุณมากพี่ ผมไม่ไหวแล้ว…”

          แชมป์รับซองใสนั่นมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับยื่นเงินจำนวนไม่น้อยให้กับเชน ดูเหมือนว่าเชนจะไม่ใช่แค่เด็กเกธรรมดาๆซะแล้ว

          -ภายในงานแข่งขันที่กำลังร้อนระอุ

          โฆษก : “ว้าวๆๆๆๆ ฮีโร่อันดับหนึ่งและฮ๊โร่อันดับสองที่ถูกเลือกมากำลังจะได้ต่อสู้กันแล้วคร้าบ!!”

          ออลไมท์ : “เฮ้ทอม นายได้ไปแข่งระดับประเทศมาแล้วจริงๆน่ะเรอะ!?”

          เอ็นเดเวอร์ : “ไม่ใช่แค่ไปแข่งมาแต่ชนะเลิศมาแล้วด้วยโว้ย!”

          เอ็นเดเวอร์เป็นคนเปิดการโจมตีก่อน เขายืดแขนไปทางออลไมท์แล้วใช้มานามารวมกันที่ฝ่ามือ มานาที่เปลี่ยนเป็นอัตลักษณ์ของเขาพุ่งออกจากฝ่ามือปรากฏเป็นเปลวเพลิงสีแดงฉานชวนแสบตา ส่วนทางด้านออลไมท์เองก็รวบรวมมานาไว้ที่หมัดขวา มานาเปลี่ยนเป็นอัตลักษณ์ของเขา เขาเหวี่ยงหมัดใส่เปลวเพลิงที่พุ่งเข้ามาทั้งอย่างนั้น ภายนอกอาจจะดูเหมือนการกระทำอันบ้าบิ่นแต่จริงๆแล้วไม่ใช่แบบนั้นเลยซักนิด

          หมัดของเขาที่มีพละกำลังระดับสุดยอดถึงขนาดแหวกอากาศได้ แค่แรงลมจากการเหวี่ยงแขนของเขาก็ส่งผลให้เปลวเพลิงท่พุ่งเข้ามานั้นปะทะกับแรงลมจนแหวกออกแล้วดับไปอย่างง่ายดาย

          เอ็นเดเวอร์เองก็ใช่ว่าจะไม่มีแผนสอง ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในจุดสายตาของออลไมท์เลย เพราะเขาปล่อยไฟออกมาจากฝ่าเท้าทำให้ไฟที่พุ่งออกมาจากฝ่าเท้านั้นทำหน้าที่เหมือนกับไอพ่นส่งผลให้เขาบินได้นั่นเอง

          เอ็นเดเวอร์ : “เห้ย!! แกชื่ออะไรไม่รู้หรอกนะ แต่ดูแล้วแกไม่น่าจะโจมตีระยะไกลได้ดังนั้นฉันจะโจมตีแกแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะชนะล่ะนะ!!”

          เอ็นเดเวอร์เป็นฝ่ายประกาศกร้าวเลยว่าตัวเองนั้นจะเป็นฝ่ายชนะเขาที่บินอยู่กลางอากาศใช้อัตลักษณ์ทำให้ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาทียืดออกมาใส่ออลไมท์ค่อยๆกลายเป็นสีแดงเรื่อยๆจนในที่สุดก็มีเปลวไฟความร้อนสูงพุ่งออกมาจากฝ่ามือทั้งสองข้าง

          ออลไมท์ : “ถึงแกจะทำแบบนั้นฉันก็ป้องกันได้เรื่อยๆล่ะฟะ!!”

          ออลไมท์เองก็ใช้อัตลักษณ์เหวี่ยงหมัดออกไปแรงลมจากแรงเหวี่ยงทำให้เปลวไฟที่พุ่งเข้ามานั้นแหวกออกจนเกิดช่องโหว่ทำให้เห็นร่างของเอ็นเดเวอร์ได้พอดี

          ออลไมท์ : “แล้วอีกอย่าง จริงอยู่ที่ฉันโจมตีระยะไกลไม่ได้ แต่ใครบอกแกว่าฉันจะโจมตีแกไม่ได้!”

          ออลไมท์ใช้อัตลักษณ์รวบรวมไว้ที่ขาทั้งสองข้างและกระโดดพุ่งร่างบินขึ้นไปจากพื่นสู่เอ็นเดเวอร์ที่ลอยอยู่กลางอากาศ เขารวบรวมอัตลักษณ์ไว้ที่แขนขวาขณะที่ร่างกำลังลอยสูงเฉียดฟ้ากลางอากาศพลางง้างหมัดจะอัดใส่เอ็นเดเวอร์เมื่อใกล้จะถึงเป้าหมาย

          เอ็นเดเวอร์ : “ก็ไม่ได้บอกนี่หว่าว่าแกจะโจมตีไม่ได้!”

          เอ็นเดเวอร์ยิ้มอย่างกับตัวละครวายร้าย ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าตัวละครหน้าโฉดแบบนี้คิดยังไงถึงเอามาเป็นฮีโร่เนี่ย!? เขากางแขนออกทั้งสองเข้าจนในที่สุดออลไมท์ก็รู้ตัวแต่ก็สายเกินไปแล้ว

          เอ็นเดเวอร์ : “ย้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!”

          เขาตะโกนออกมาดังลั่นและซักครู่ก็มีเปลวไฟพุ่งออกมาจากทั่วทั้งร่างของเขา แน่นอนว่าออลไมท์ที่ลอยอยู่กลางอากาศไม่ได้คิดถึงจุดนี้เลยเขาไม่รู้ว่าจะอัดส่วนไหนดีเพราะเปลวไฟมันพุ่งเข้ามาทุกทิศทางเลย ระหว่างที่เขากำลังสับสนอยู่เขาก็ถูกดาเมจจากเปลวไฟทำดาเมจจนร่างของเขาไหม้เกรียมและร่วงลงสู่พื้น ตึง!!’ เสียงร่างใหญ่อัดกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรงจนพื้นนั้นกลายเป็นรูโหว่ขนาดเท่าคน

          โฆษก : “ม....ไม่น่าเชื่อเลยครับว่าเวลาผ่านไปเกือบนาทีแล้วเพิ่งจะมีคนทำดาเมจได้ ช่างเป็นการรุกรับที่ดุเดือดจริงๆเลยครับ!”

          เลือดของออลไมท์เหลืออยู่94%

          ออลไมท์ที่ร่างไหม้เกรียมชุดสูทฮีโร่ขาดวินค่อยๆลุกขึ้นยืนหยัดขึ้นมาพลางใช้นิ้วปาดเลือดที่ตืดอยู่บนริมฝีปากออก แต่ทั้งอย่างนั้นแล้วเขาก็ยังยิ้มและยืนหยัดอยู่ ช่างเป็นฮีโร่ที่เหมาะกับคำว่าสัญลักษณ์แห่งสันติภาพจริงๆ ต่างกับฮีโร่บางคนแถวนี้

          แต่ยังไม่ทันที่ออลไมท์จะได้ตั้งตัว เอ็นเดเวอร์กพุ่งร่างลงมาขาทั้งสองข้างของเอ็นเดเวอร์ถีบใส่อกของออลไมท์อย่างรุนแรงจนร่างของเขาต้องลมลงจมดินอีกครั้ง การโจมตีของเอ็นเดเวอร์ยังไม่จบ เขาปล่อยไฟออกมาจากฝ่ามือหุ้มไว้เป็นรูปทรงหมัดอัดเข้าใส่หน้าของออลไมท์เรื่อยๆ เรื่อยๆ และร่างของทั้งคู่ก็จมดินไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนคอมโบสุดท้ายเอ็นเดเวอร์ใช้เท้าทั้งสองข้างเหยียบอกของออลไมท์เอาไว้แล้วปล่อยไฟที่ทำหน้าที่คล้ายไอพ่นออกมาจากฝ่าเท้าจนทำให้ร่างของทั้งคู่ดีดออกจากกัน ออลไมท์จมลงไปในดินมากว่าเดิม ส่วนเอ็นเดเวอร์ก็บินขึ้นสู่ท้องฟ้า

          ออลไมท์เหลือเลือดอยู่87% แต่กลับยังไม่สามารถทำดาเมจอะไรกับเอ็นเดเวอร์ได้เลย

          ออลไมท์ : “นี่สินะความต่างของผู้เล่นธรรมดากับผู้เล่นระดับประเทศน่ะ....

          ฟุบ! ออลไมท์โดดออกมาจากหลุมนั่นขึ้นมายืนบนพื้นในชั่วอึดใจ เอ็นเดเวอร์ซึ่งกำลังยืนกอดอกรออยู่บนอากาศก็มองหน้าออลไมท์พลางเอ่ยขึ้นว่า

          เอ็นเดเวอร์ : “เอาไง จะยอมแพ้รึเปล่า?”

          ออลไมท์ : “ยอมก็บ้าสิฟะ!”

          ออลไมท์โดดพุ่งขึ้นสูงคว้าร่างของเอ็นเดเวอร์ที่ลอยอยู่กลางอากาศในชั่วอึดใจขณะที่ทั้งคู่กำลังลอยอยู่กลางอากาศออลไมท์ก็อัดใส่หน้าของเอ็นเดเวอร์อย่างเต็มแรง แต่ฝ่ายเอ็นเดเวอร์เองก็สวนอัดออลไมท์ตอบเช่นกัน เป็นการรุกรับกลางอากาศอย่างดุเดือด แลกกันหมัดต่อหมัด จนในที่สุดทั้งคู่ก็ร่วงลงจากฟ้ารางอัดกระแทกบนพื้น

          ออลไมท์เหลือเลือดอยู่ 82% ส่วนเอ็นเดเวอร์เหลือเลือดอยู่ 94%

          สถานการณ์ตอนนี้ดูเหมือนออลไมท์จะยังเสียเปรียบอยู่แต่ก็ช่วยไม่ได้ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นถึงแชมป์ระดับประเทศมาแล้วเรื่องฝีมือย่อมห่ากันราวฟ้ากับเหวจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ออลไมท์จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบขนาดนี้จนเขาเริ่มคิดที่จะยอมแพ้ แต่ก่อนที่จะยอมแพ้ในใจลึกๆของเขาก็ยังอยากที่จะแพ้โดยที่อัดเอ็นเดเวอร์จนหนำใจ เขาจึงกดใช้ท่าไม้ตายอย่างไม่ลังเล

          ออลไมท์ : “จะเริ่มละนะ!”

          เอ็นเดเวอร์ : “เข้ามาเลย

          ออลไมท์ที่ตอนนี้กดใช้งานท่าไม้ตายแล้วพุ่งเข้าไปหาร่างของเอ็นเดเวอร์อย่างรวดเร็ว

          แต่เอ็นเดเวอร์กลับหลุดหัวเราะออกมาเหมือนกับออลไมท์ทำเรื่องบางอย่างที่ดูตลกสำหรับเขา

          เอ็นเดเวอร์ : “โถ่ เจ้ามือสมัครเล่น แกคิดว่าใช้ท่าไม้ตายจากระยะห่างขนาดนั้นแล้วคิดว่าฉันจะหลบไม่ได้งั้นเรอะ?”

          ออลไมท์ลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย ถูกของเอ็นเดเวอร์ ผู้เล่นระดับโปรเพลเยอร์ไม่สิ แค่ระดับมือใหม่ยังรู้เลยว่าท่าไม้ตายนั้นหลบได้อย่างง่ายดายถ้าใช้ในระยะที่ห่างจากเป้าหมายมากเกินไป ซึ่งแน่นอนว่าตัวออลไมท์นั้นก็รู้เรื่องนี้ดี เพียงแต่เพราะเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่อยู่ระดับสูงกว่าเขามากหลายขุมจึงทำให้บางทีสมองของเขาก็ประมวลผลเล็กน้อยๆไม่ทันจนทำให้เกิดความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง

          เอ็นเดเวอร์ : “นายนี่มันมือสมัครเล่นจริงๆเลยว่ะ!”

          เอ็นเดเวอร์เร่งไฟจากฝาเท้าให้พุ่งออกมาแรงขึ้นเล็กน้อย มันทำหน้าที่คล้ายกับเร่งเครื่องยนต์ไอพ่นทำให้เอ็นเดเวอร์นั้นเคลื่อนที่หลบกลางอากาศได้อย่างสบายๆ ออลไมท์ที่พลาดท่าเพราะภัยตัวเองได้แต่พุ่งไปจนสุดขอบฟ้าแล้วค่อยๆร่วงลงมาราวกับนกที่ถูกเด็ดปีก

          เอ็นเดเวอร์ : “นายไม่มีอะไรจะเอามาสู้กับฉันแล้วใช่มะ?”

          ออลไมท์เข่าทรุดลงกับพื้น เขาเพิ่งจะพบเจอกับคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือห่างขนาดที่ว่าตัวเขาเองยังทำอะไรฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ เขาเพิ่งจะพบกับความรู้สึกแบบนี้เป็นครั้งแรก จนในใจลึกๆของเขาก็ผุดคำว่า ยอมแพ้ขึ้นมา และจิมมี่ที่ตอนนี้ไม่คิดจะสู้ต่อก็ได้แต่เงยหน้าไปมองโฆษกแล้วกำลังจะเอ่ยปากพูดคำว่า ยอมแพ้

          แกอย่ามาทำสำออยนะเฟ้ยจิมมี่!!!”

          เสียงตะโกนดังสุดลูกหูดังออกมาจากที่นั่งผู้ชม นั่นคือเสียงเตือนสติจากแม็กซ์เพื่อนรักของเขาที่กำลังส่งแรงเชียร์ให้

          แม็กซ์ : “อย่าบอกนะว่าแกจะยอมแพ้!! ถ้าแบบนั้นเราก็ไม่ได้สู้กันในรอบชิงสิวะ!? อย่ามาทำตลกหน่อยเลยจิมมี่กะอีแค่คู่แข่งคนละระดับกันแค่นี้ถ้าเอาแต่จะยอมแพ้แล้วเมื่อไหร่จะชนะเล่าไอ้บ้า!!”

          แม็กซ์ตะโกนเชียร์ปนด่า(จริงๆก็คือด่าเต็มๆนั่นแหละ) แต่เพราะเสียงของแม็กซ์จึงทำให้จิมมี่เริ่มตาสว่างขึ้น จริงสิ เราจะยอมแพ้ทำไมล่ะทั้งๆที่เลือดของเรายังเหลืออยู่ตั้งเยอะแท้ๆจิมมี่ที่ตาสว่างแล้วกลับมาใช้สมาธิกับเกมมากขึ้น จนฝ่ายทอมที่ยืนรอเพราะให้เกียรติอีกฝ่ายอยู่ต้องยอมรับในมิตรภาพของทั้งคู่

ออลไมท์ : “โทษทีนะ แต่จะแพ้แบบนี้ก็คงไม่ได้!”

เอ็นเดเวอร์ : “ก็พอเข้าใจความรู้สึกอยู่หรอกนะ แต่พวกมือสมัครเล่นอย่างพวกนายที่เอาแต่หวังพึ่งกับท่าไม้ตายมากเกินไปจะเอาอะไรมาชนะฉันกันนะ?”

ออลไมท์ : “คงไม่ใช่ลมปากหรอกน่า!”

ออลไมท์พุ่งเข้าหาเอ็นเดเวอร์ที่อยู่กลางอากาศอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบจนฝ่ายตรงข้ามที่ยืนจ้องเขม็งอยู่ถึงกับต้องสะดุ้งตกใจในความเร็วของออลไมท์เล็กน้อย

ออลไมท์ : “โอ้วววววววววววววววววว แคลิฟอเนียยยยยยยยย! แสมชชชชชชชชชชชชชชชช!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

ออลไมท์ง้างหมัดไปด้านหลังจนสุดแขน แล้วเหวี่ยงหมัดแหวกอากาศออกมาด้านหน้าของเขาทิศทางของหมัดนั้นพุ่งไปที่เป้าหมายหรือก็คือตัวเอ็นเดเวอร์นั่นเอง หมัดของออลไมท์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมานาที่เขารวบรวมมาขณะที่พุ่งขึ้นมานั้นอาจมีปริมาณน้อย แต่เป้าหมายของเขาไม่ได้ทำเพื่อให้เกิดดาเมจต่ออีกฝ่ายแต่อย่างใด

          เปรี้ยง!’ เสียงหมัดอัดกระแทกกับเบ้าหน้าอย่างรุนแรง หมัดเมื่อครู่ของออลไมท์ส่งผลให้ร่างของเอ็นเดเวอร์ถูกแรงหมัดจนทำให้เสียสมดุลกลางอากาศแล้วร่างก็ร่วงลงสู่พื้นพร้อมกับออลไมท์ที่ลงมาด้วย

ออลไมท์ : “คราวนี้ก็ไม่ต้องเปลืองมานาเพื่อโดดขึ้นไปหาแกแล้ว!”

          ถูกอย่างที่ออลไมท์กล่าว การใช้อัตลักษณ์ในแต่ละครั้งนั้นจะต้องมีมานาแทนค่าพลังด้วย ทุกครั้งที่ออลไมท์โดดขึ้นไปหาเอ็นเดเวอร์นั้นหมายถึงเขาใช้อัตลักษณ์ และนั่นก็แปลว่าเขาจะต้องใช้มานาเป็นสื่อในการใช้อัตลักษณ์แต่ละครั้ง ไหนจะต้องใช้อัตลักษณ์เพื่อโจมตีอีกฝ่ายอีกดังนั้นเขาจึงทำให้อีกฝ่ายร่วงลงมาก่อนจะได้ไม่สิ้นเปลืองมานาเกินจำเป็น

          เอ็นเดเวอร์ : “ถือว่าทำได้ดีในฐานะมือสมัครเล่น

          เอ็นเดเวอร์เหลือเลือดอยู่90% ซึ่งยังห่างกับฝ่ายออลไมท์ที่เหลือเลือดเพียง84%

          เอ็นเดเวอร์ : “แต่ถ้าคิดว่าทำแค่นี้แล้วจะพลิกเกมได้ แกคิดผิดมหันต์

          เอ็นเดเวอร์ส่งมานาไปทีนิ้วทั้งห้าจากมือข้างขวามานาเปลี่ยนเป็นอัตลักษณ์เปลวไฟของเขา เปลวเพลิงที่ถูกรวบรวมไว้ในนิ้วทั้งห้ากลายเป็นเพลิงที่มีความร้อนสูงและเขาก็ปล่อยมันออกไปใส่ออลไมท์ทันที เปลวไฟพุ่งออกไปเป็นห้าเส้นตามจำนวนนิ้ว แต่ว่าออลไมท์ที่มีความเร็วระดับสุดยอดนั้นการโจมตีระดับนี้ไม่สามารถทำอะไรเข้าได้แน่นอน เขาเบี่ยงร่างหลบและพุ่งเข้าหาเอ็นเดเวอร์อย่างรวดเร็วราวความเร็วเสียง

          แต่หารู้ไม่ว่านั่นเป็นไปตามแผนของเอ็นเดเวอร์

          ออลไมท์เข้าใกล้ร่างของเอ็นเดเวอร์แล้วก็กำลังจะอัดใส่ที่เบ้าหน้า แต่ในพริบตาที่หมัดของออลไมท์กำลังจะปะทะกับใบหน้าของเอ็นเดเวอร์นั้น

          เปรี้ยง!!’ เกิดเสียงของบางอย่างปะทะกันอย่างรุนแรง หาใช่หมัดของออลไมท์ไม่ แต่ร่างของออลไมท์ถูกเปลวไฟของเอ็นเดเวอร์ที่พุ่งออกมาทั่วร่าง แถมเขายังบังคับให้เปลวไฟนั้นรวมกันเป็นจุดเดียวแล้วยังสั่งให้พุ่งใส่ออลไมท์อีกต่างหาก เสียงเมื่อครู่นั้นเกิดจากร่างของออลไมท์ถูกเปลวไฟนั่นดันออกอย่างรุนแรงต่างหาก

          เอ็นเดเวอร์ : “โพรมิเน็นซ์เบิร์น!!”

          ร่างของออลไมท์ยังถูกเปลวไฟดันออกไปเรื่อยๆ จนร่างของออลไมท์พุ่งเข้าไปอัดกับผิวบนภูเขาต้นกระบองเพชร ซึ่งจริงๆแล้วหนามเหล่านั้นคือหลุมศพที่ถูกฝังเอาไว้ ร่างของออลไมท์พุ่งออกไปปะทะกับป้ายหลุมศพเหล่านั้นจนพังเละเทะไปหมด

          เลือดของออลไมท์เหลืออยู่74%

          เอ็นเดเวอร์ : “ฉันรู้แล้วว่ายังไงแกก็หลบการโจมตีนั่นได้ ดังนั้นเลยกะจะให้แกเบี่ยงไปอีกทิศทางให้เล็งขึ้นง่ายกว่าเดิมไงล่ะ!”

          ออลไมท์ที่ตอนนี้ถูกเผาจนเกรียมค่อยๆลุกขึ้นช้าๆ ท่ามกลางภูเขาที่ถูกเผาไหม้จนเกิดหลุมขนาดใหญ่

          เอ็นเดเวอร์ : “การแข่งระดับประเทศไม่มีช่วงให้พักหายใจหรอกนะ!”

          เอ็นเดเวอร์ที่ปรากฏอยู่ภายหน้าออลไมท์ คาดว่าน่าจะปล่อยไฟออกมาทำหน้าที่คล้ายไอพ่นแล้วพุ่งตัวเข้ามาจึงทำให้การเคลื่อนไหวของเอ็นเดเวอร์เร็วขึ้นผิดหูผิดตา แต่ยังไม่ทันไรเอ็นเดเวอร์ก็กระชากคอเสื้อของออลไมท์ขึ้นมาแล้วง้างหมัดขวาเอาไว้จนสุด ปล่อยไฟออกมาจากข้อศอกทำหน้าที่คล้ายไอพ่นเพื่อเป็นแรงส่งให้หมัดนั้นพุ่งไปได้แรงมากกว่าเดิม

          เอ็นเดเวอร์ : “หมัดเดือดประกายเพลิง!”

          เอ็นเดเวอร์พุ่งแขนเข้าหวดใส่ท้องของออลไมท์อย่างรวดเร็วบวกกับแรงส่งจากไอพ่นที่ปล่อยออกมาจากข้อศอกของเอ็นเดเวอร์ทำให้ร่างของออลไมท์ปลิวออกไปไกล แรงหมัดนั้นเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ร่างของออลไมท์ที่ลอยอยู่กลางอากาศไม่สามารถทำอะไรได้เลยมีเพียงความรู้สึกเจ็บใจเท่านั้น

          ออลไมท์เหลือเลือดอยู่60%

          การโจมตีของเอ็นเดเวอร์ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เขาทำคอมโบไปเรื่อยๆ พร้อมกับใช้สกิลเป็นระยะ ทำดาเมจต่อไปเรื่อยๆจนในที่สุด ออลไมท์ก็หมดสภาพต่อสู้ต่อแล้วฝ่ายที่ชนะก็คือเอ็นเดเวอร์หรือก็คือทอมนั่นเอง

          ทอม : “โทษทีนะ แต่การต่อสู้ครั้งนี้นายน่าจะได้รับบทเรียนไม่มากก็น้อย ไปฝึกฝีมือมาใหม่ซะนะ

          ทอมเอ่ยแล้วเดินหันหลังกลับไป ส่วนฝ่ายจิมมี่ที่แพ้หมดสภาพนั้น แน่นอนว่าเขาต้องรู้สึกเจ็บใจไม่น้อย แต่นั่นก็กลายเป็นแรงผลักดันให้ตัวเขาเติบโตขึ้นอีกนิด

          จิมมี่เดินลงจากเวที แล้วมองแม็กซ์ที่ยืนอยู่ล่างเวที

          จิมมี่ : “โทษทีว่ะ แพ้ซะแล้ว

          แม็กซ์ : “ถ้าจะแพ้อย่างน้อยก็แพ้อย่างสมศักดิ์ศรีนั่นแหละลูกผู้ชายล่ะเพื่อน

          จิมมี่ฟังแม็กซ์ที่พูดประโยคแปลกๆเหมือนกับจะจำมาจากในหนังมาซึ่งขัดกับคาแรกเตอร์ของแม็กซ์สุดๆ แต่เขาก็ยังรับคำพูดนั้นอย่างผ่าเผย แล้วพูดกับแม็กซ์ว่า รอบนี้จะชนะให้ได้นะเฟ้ย!”

          แม็กซ์ยิ้มแล้วตอบกลับ : “เออ แหงสิฟะ!”

          โฆษก : “เอ ผู้เข้าแข่งขัน Miss Fortune หายไปไหนกันคร้าบ? ยังไม่เห็นมาเลย ถ้ามาช้าแบบนี้สมควรจะถูกตัดสิทธิ์นะครับ

          แม็กซ์ที่พึ่งนึกได้ว่าคู่แข่งคนต่อไปของเขาเป็นผู้หญิง เมื่อรู้ว่าจะถูกตัดสิทธิ์คงจะแย่ไม่น้อย เขาเองก็อยากสู้อย่างสมศักดิ์ศรีเต็มที่กับคู่แข่งทุกคนโดยไม่เกี่ยงเพศ

          แม็กซ์ : “โทษนะโฆษก แต่ประกาศให้คนออกตามหามั้ย ผมก็จะช่วยอีกแรง

          โฆษก : “ไม่ได้หรอกครับ ถ้าไม่มีความรับผิดชอบก็ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งผู้ชนะเลิศหรอก

          แม็กซ์ : “เถอะน่านะ เพื่อไม่ให้งานมันกร่อยนะโฆษก

          โฆษก : “งั้น....อืม...ก็ได้ครับ งั้นทุกท่านช่วยตามหาผู้เข้าแข่งขัน Miss Fortune กันหน่อยนะคร้าบ!”

          เหล่าคนดูต่างทยอยลุกขึ้นเพื่อตามหาหญิงสาวคู่แข่งคนถัดไปของแม็กซ์ แน่นอนว่าแม็กซ์และจิมมี่เองก็แยกย้ายกันออกตามหาเธอ เธอหายไปไหนกันแน่นะ Miss Fortune โปรดติดตามตอนต่อไป!!

         

         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น