Gacha Fight!!

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,017 Views

  • 6 Comments

  • 49 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    129

    Overall
    1,017

ตอนที่ 10 : บทสรุปการต่อสู้รอบที่หนึ่ง ยูสุเกะเดม่อน vs กอนเค

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    25 ม.ค. 62

Gacha Fight!! 

       Chapter 9 : บทสรุปการต่อสู้รอบที่หนึ่ง ยูสุเกะเดม่อน vs กอนเค

          ยูสุเกะกดใช้ไม้ตายและพุ่งเข้าไปหากอนในสภาพนั้น

          กอนที่ตอนนี้ร่างสูงกำยำและเปี่ยมไปด้วยกำลังมหาศาล บัฟจากร่างเคของเขาถึงจะอยู่ได้10วิก็จริงแต่ระหว่างนั้นเขาสามารถใช้มานาได้ไม่จำกัดจึงทำให้เขาแทบจะไร้เทียมทานเลยก็ว่าได้ ยูสุเกะเหลือเลือดอยู่ 30% ส่วนกอนยังเหลือเลือดอยู่ถึง 70% สถานการณ์แบบนี้กอนได้เปรียบกว่าแน่นอน

          ร่างของทั้งคู่ปะทะกันอย่างรุนแรง ทั้งๆที่กอนตอนนี้น่าจะมีความเร็วระดับที่หลบการโจมตีของยูสุเกะได้สบายๆแต่ทำไมเขาถึงไม่ทำแบบนั้นกัน

          กอน : “อยากเจอมานานแล้ว ร่างสุดยอดปะทะกับร่างสุดยอดน่ะ

          ยูสุเกะ : “รับรองว่าต่อจากนี้นายได้มันส์สมใจแน่

          ภาพตัดไปที่คัทซีน ยูสุเกะกำลังโอดร้องด้วยความทรมาน

          ยูสุเกะ : “ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!”

          เขาร้องลั่น แต่กลับมีสายฟ้าสีดำลั่น เปรี๊ยะ เปรี๊ยะอยู่ตามร่างกายของเขา แล้วก็เกิดเป็นแสงสีขาวสว่างว่าบซะจนมองอะไรบนหน้าจอไม่เห็นไปซักพักนึง เมื่อสิ้นแสงสว่างดังกล่าว ปรากฏเป็นชายหนุ่มผมสีขาวยาวมาจนถึงเอวกำลังเดินมาหากอนทีละก้าวอย่างช้าๆ ตามร่างกายมีรอยสักประหลาดๆอยู่ทั่วร่าง แววตาแฝงเต็มไปด้วยความชั่วร้ายอันน่าสยดสยอง กอนได้แต่นิ่งอึ้งมองยูสุเกะในสภาพนั้นไปซักระยะ

          ยูสุเกะ : “จงสำนึกแล้วเสียใจซะเถอะนะ!”

          จู่ๆดวงตาของยูสุเกะก็มีแสงสีขาวว่าบออกมา ท้องฟ้ากลายเป็นสีดำ และต่างพากันร้องระงมราวกับกำลังโศกเศร้า ประกายไฟฟ้าแลบวูบว่าบไปมาภายในก้อนเมฆสีดำ ยูสุเกะเบ่งพลังซะจนผมของเขานั้นลอยขึ้นสูงตามแรงลม และมีแสงสีฟ้าพวยพุ่งออกมาจากร่างของเขา เขาโดดเข้าไปด้วยความเร็วสูงแล้วซัดหน้าของกอนอย่างเต็มแรง จนร่างของกอนนั้นล้มลงไปจมดินอย่างรุนแรง แถมยังกระเด็นครูดไปตามพื้นไกล3เมตร แต่ยูสุเกะก็ยังโดดตามและเร็วกว่าจนแซงร่างของกอนไป ยูสุเกะรอจังหวะแล้วเตะสวนร่างของกอนจนกระเด็นลอยกลางอากาศ ยังไม่จบแค่นั้นยูสุเกะวิ่งตามด้วยความเร็วสูงแล้วกระโดดขึ้นบนฟ้าทิ้งน้ำหนักลงมาทับร่างของกอนจนจมดินไปอีกรอบ ขี้ดินลอยฟุ้งเต็มอากาศเพราะน้ำหนักตัวของทั้งกอนและยูสุเกะ ยูสุเกะดึงร่างของกอนขึ้นมาแล้วรัวหมัดอัดใส่ท้องของกอนอย่างรวดเร็วจนมองได้ตาเปล่าจะเป็นหมัดจำนวนมากเพราะภาพติดตา ร่างของกอนกระเด็นปลิวไปไกล แต่ยูสุเกะก็ยังกระโดดตามไป แล้วหวดด้วยเข่าขวาอย่างเต็มแรง ร่างของกอนกระเด็นกระดอนไปตามพื้น

          ยูสุเกะที่จู่ๆก็เหมือนจะขยับร่างกายไม่ได้ดั่งใจนึกยกนิ้วชี้ขึ้นมาและรวบรวมพลังวิญญาณมาไว้ที่ปลายนิ้วชี้พร้อมทั้งมีมืออีกข้างคอยประคองไว้ที่ข้อมือจนเกิดเป็นกระสุนพลังวิญญาณที่อัดแน่นด้วยพลังวิญญาณจำนวนมหาศาล แต่ยูสุเกะไม่รู้ว่าร่างของเขากำลังทำอะไรเพราะเขาไม่สามารถควบคุมได้จึงอุทานขึ้นว่า

          ยูสุเกะ : “ฮ....เฮ้ จะทำอะไรเนี่ย!?”

          แต่เหมือนจะมีเสียงยูสุเกะอีกเสียงดังขึ้นภายในหัวของเขาราวกับกำลังควบคุมร่างกายของเขาอยู่

          ยูสุเกะอีกเสียง : “แกน่ะ ดูอยู่เฉยๆเถอะน่า

          ยูสุเกะ : “อย่านะ!!”

          ยูสุเกะอีกเสียง : “ตายซะเถอะ!!!”

          เปรี้ยง!!!’ เสียงลั่นไกกระสุนวิญญาณกระสุนขนาดใหญ่พุ่งออกไปเป็นเส้นตรงราวกับดาวตกที่เห็นได้กลางค่ำคืน แต่ว่านี่ไม่ใช่ มันเป็นอะไรที่อันตรายมากกว่านั้นเสียอีก กระสุนแสงสีฟ้าพุ่งเข้าไปอัดกระแทกกับร่างของกอนจนร่างของกอนปลิวไปพร้อมกับกระสุนกลมขนาดใหญ่ที่กำลังดันร่างของเขาอยู่ กอนพุ่งออกไปเป็นทางยาวและในท้ายที่สุด กระสุนวิญญาณนั่นก็ระเบิดออกรัศมีทำลายร้างกินไปหลายกิโลเมตร และท้ายที่สุดแล้วเหลือเพียงแค่ยูสุเกะที่ยืนอยู่ท่ามกลางพายุฝนอันรุนแรง ร่างของกอนถูกกระสุนพลังวิญญาณเผาไหม้จนแทบไม่มีชิ้นดีเหลือเพียงกลุ่มควันจากความร้อนที่กำลังฟุ้งออกมาจากร่างของเขา

          เมื่อจบคัทซีนยูสุเกะได้กลายเป็นร่างเดม่อน และบัฟที่มาพร้อมกับร่างนี้ก็คือสามารถใช้  มานาได้ไม่จำกัดเช่นเดียวกับบัฟของกอน แต่ก็มีเงื่อนไขเช่นกันนั่นก็คือสามารถใช้ได้เพียง10วินาที

          กอน : “คราวนี้อัดกันเต็มที่เลยได้ใช่มะ?”
          กอนเหลือเลือดอยู่40%ซึ่งมีมากกว่ายูสุเกะเพียง10%

          ยูสุเกะ : “ได้เลย เข้ามาตรงๆเลยนี่ล่ะ!”

          ยูสุเกะกระดิกนิ้วเหมือนกำลังท้าทายกอน และกอนก็พุ่งเข้าไปหายูสุเกะด้วยร่างกำยำตามคำขอ

          กอน : “ยัน ยี ยัน เยา เป่า ยิง ฉุบ

          กอนรวบรวมมานามหาศาลไว้ที่ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางข้างขวาจนพลังออร่านั้นยืดออกมาคล้ายใบดาบ

          กอน : “กรรไกร!!”

          กอนใช้ออร่าอันคมกริบนั้นฟันใส่ยูสุเกะตรงๆ ความคมของออร่านั้นราวกับจะสามารถผ่ามิติให้แหวกออกได้ ร่างของยูสุเกะถูกฟันแต่ว่า ยูสุเกะเองก็อยู่ในสภาพที่ได้เปรียบพอตัว เขาใช้ฝ่ามือทั้งของข้างมาประกบใบดาบออร่าของกอนอย่างเต็มแรงจนสามารถหยุดคมดาบของกอนได้ในที่สุด แรงปะทะของฝ่ามือยูสุเกะกับออร่าของกอนเมื่อครู่นั้นส่งผลให้อากาศรอบข้างกระจัดกระจายเละเทะไปหมด

          กอน : “เอางี้เรอะ เก่งนี่!”

          กอนหดออร่าของตนเองลง และกระโดดถอยหลังไปตั้งหลักหลายเมตร เขารวบรวมพลังออร่าไว้ที่มือขวา

          กอน : “ยัน ยี ยัน เยา เป่า ยิง ฉุบ

          ออร่าแผ่ขยายออกกว้างจนคลุมร่างของกอน มันใหญ่ขนาดเหมือนกับว่าร่างของกอนนั้นถูกออร่านั้นกลืนกินเข้าไป

          กอน : “กระดาษ!!”

          กอนปล่อยออร่าออกจากฝ่ามือและออร่านั้นก็พุ่งออกไปเป็นเส้นตรงแหวกอากาศออกจนทิศทางของลมเพี้ยนไปหมด

          ยูสุเกะ : “คราวนี้เป็นการโมตีระยะไกลเรอะ

          ยูสุเกะยังยืนตรงอยู่และยกนิ้วชี้ขึ้นมาในระดับเดียวกับก้อนออร่าที่กำลังพุ่งเข้ามา

          ยูสุเกะ : “ถ้าโจมตีระยะไกลน่ะ ฉันถนัดกว่านายเยอะ!”

          ยูสุเกะรวบรวมมานาไว้ที่ปลายนิ้วชี้กลายเป็นพลังวิญญาณมหาศาลรวมตัวกันที่จุดๆเดียวจนกลายเป็นกระสุนพลังสีฟ้าขนาดใหญ่ที่พร้อมจะทะลุทะลวงทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าให้สิ้นซากไม่เหลือแม้แต่ชิ้นดี!

          ยูสุเกะ : “กระสุนวิญญาณ!!”

          เขาตะโกนออกมาพร้อมกับยิงลูกกระสุนวิญญาณนั่นออกจากปลายนิ้วชี้จนมันพุ่งออกไปเป็นเส้นตรงแหวกอากาศออกจนทิศทางของลมเพี้ยนไปหมด แสงสีขาวจากออร่าปะทะกับแสงสีฟ้าจากพลังวิญญาณกลางอากาศ ก้อนพลังทั้งสองลูกนั้นปะทะกันอย่างรุนแรงจนแรงปะทะนั้นสามารถสัมผัสได้จากระยะห่างถึงสามเมตรเลยทีเดียว

          ก้อนพลังทั้งคู่นั้นเหมือนจะมีพลังงานเท่ากันจนใกล้จะสบายไปทั้งคู่ แต่ทว่า

          เปรี้ยง!!’ กระสุนวิญญาณอีกลูกฝ่าออกมาจากก้อนพลังทั้งสองก้อนที่กำลังปะทะกันอยู่กลางอากาศ

          กอน : “ร...รึว่า

          ยูสุเกะ : “เออ นัดซ้อนไงล่ะ!”

          ยูสุเกะยิงกระสุนวิญญาณอีกลูกอัดใส่ก้อนพลังทั้งสองที่กำลังปะทะกันจนพลังงานใกล้จะหมด ในจังหวะนั้นยูสุเกะจึงยิงกระสุนวิญญาณซ้ำไปอีกหนึ่งลูกเพื่อให้กระสุนที่มีพลังงานมากกว่าทะลุทะลวงออร่าของอีกฝ่ายเพื่อพุ่งเข้าไปโดนอีกฝ่ายเต็มๆนั่นเอง

          ยูสุเกะ : “ฉันไม่คิดจะให้กระสุนวิญญาณโดนนายตั้งแต่แรกแล้วล่ะ ขอแค่ให้ออร่าของนายอ่อนแรงลงแล้วซ้ำไปอีกลูกก็พอ

          กอน : “เรื่องโจมตีระยะไกล นายเก่งกว่าจริงๆแฮะ

          ตูมมมม!!’ กระสุนวิญญาณพุ่งออกไปเป็นแสงสีฟ้าเข้าหาร่างของกอนที่กำลังยืนอยู่ แล้วก็เกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงเนื่องจากกระสุนพุ่งเข้าปะทะร่างของกอนเต็มๆจนควันจากความร้อนพุ่งขึ้นมาเต็มร่างของกอนที่ถูกเผาไหม้จนเกรียม กอนเหลือเลือดเท่ากับยูสุเกะหรือก็คือ 30%

          กอนค่อยๆพยุงร่างขึ้นมาท่ามกลางฝุ่นควันที่ปกคลุมร่างของเขา แต่ยูสุเกะก็ไม่ประมาท ชาร์จกระสุนพลังวิญญาณรอกอนอยู่แต่แรกแล้ว

          กอน : “งั้น.... นี่จะเป็น การโต้กลับครั้งสุดท้าย!”

          ยูสุเกะ : “เข้ามาเลย!”
          กอน : “ยัน ยี ยัน เยา เป่า ยิง ฉุบ!”

          กอนตั้งท่ารวบรวมพลังมานาเปลี่ยนเป็นออร่าแล้วรวบมันไว้ที่หมัดขวาของเขา พลังออร่าของเขาแผ่ขยายเป็นวงกว้างห่อหุ้มร่างของเขาเอาไว้

          กอน : “ค้อน!!!!”

          ออร่าเริ่มคงที่มันรวมกันที่หมัดขวาของเขาเพียงจุดเดียว จากออร่าสีขาวค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นออร่าที่มีรังสีสังหารแผ่ออกมาโดยรอบราวกับนักล่าที่กำลังใช้พละกำลังทั้งหมดเพื่อปลิดชีพเหยื่อให้ขาดใจ

          ยูสุเกะ : “กระสุนพลังวิญญาณ!”

          ยูสุเกะที่ชาร์จกระสุนพลังวิญญาณไว้ที่ปลายนิ้วชี้จนเกิดเป็นก้อนพลังขนาดใหญ่พร้อมจะทะลุทะลวงทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้าพร้อมจะลั่นไกออกไปได้ทุกเมื่อ นี่อาจจะเป็นการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายก็ได้เพราะเวลาบัฟของทั้งคู่เองก็ลดกระชั้นมาแล้วทุกที

          กอน : “ย้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!”

          ยูสุเกะ : “ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!”

          ทั้งคู่ปล่อยพลังของตนเองออกมาอย่างสุดแรงเกิด ยูสุเกะยิงกระสุนวิญญาณออกมาจากปลายนิ้วชี้ปรากฎเป็นลำแสงสีฟ้าขนาดใหญ่พุ่งออกมาเข้าอัดปะทะกับหมัดของกอนซึ่งเปี่ยมไปด้วยพลังออร่าอันหนักแน่น การตัดสิ้นครั้งนี้น่าจะตัดสินให้รู้ผลของการแข่งคู่นี้ได้เลย

          กอนใช้พลังจากกล้ามเนื้อทั้งหมดทั้งจากแขน จากขาที่คอยพยุงร่างเอาไว้ จากไหล่ จากเอว และที่สำคัญที่สุดก็คือแรงจากใจของเขา ลำแสงสีฟ้านั้นค่อยๆดันร่างของกอนให้ถอยไปทีละนิด ทีละนิด แต่แล้ว

          กอน : “ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!”

          กอนรวบรวมมานาเปลี่ยนเป็นพลังออร่าไว้ที่หมัดซ้ายของเขาแล้วต่อยซ้ำเข้าไปอีกหมัดกลายเป็นการประจัญตรงๆโดยใช้แขนทั้งสองข้าง แล้วในที่สุดเขาก็สามารถทำลายกระสุนวิญญาณของยูสุเกะให้แตกออกเป็นเสี่ยงๆได้ ชั่วพริบตานั้นกอนไม่ให้มีแม้แต่ช่องโหว่เด็ดขาด เขาพุ่งตัวออกไปรวบรวมมานาไว้ที่หมัดขวากะจะตั๊นหน้าของยูสุเกะอย่างเต็มแรง

          แต่ดูเหมือนยูสุเกะก็จะคิดแบบนั้นเหมือนกัน เขารวบรวมพลังวิญญาณไว้ที่หมัดขวาของเขาจนเกิดเป็นแสงสีฟ้าห้อมล้อมหมัดขวาของเขา ยูสุเกะเองก็พุ่งเข้าหากอนเต็มแรงกะจะอัดหน้าของกอนเต็มแรงเหมือนกัน

          เหล่าคนดูต่างลุ้นกันจนหัวใจเต้นระทึก ผลการแข่งขันของคู่นี้จะเป็นอย่างไรกันแน่? เพียงแค่คำถามนั้นคำถามเดียวทำให้พวกเขาตื่นเต้นกันถึงระดับนี้กันเลยรึเนี่ย

          หมัดของทั้งคู่กำลังจะถึงหน้าของฝ่ายตรงข้ามแล้ว ในชั่วพริบตานั้น กอนก็กลับสู่ร่างเดิมหรือก็คือบัฟของเขานั้นหมดแล้ว มานาไม่มีเหลือพอจะทำดาเมจยูสุเกะในสภาพนี้ได้อีกแล้ว และคนที่ได้ซัดก็คือ!! ยูสุเกะ!! เขาอัดใส่หน้าของกอนอย่างเต็มแรงจนร่างของกอนถูกเหวี่ยงลอยออกไปกลางอากาศ ตอนนี้เลือดของกอนเหลืออยู่15%

          เนื่องจากกอนเปิดท่าไม้ตายก่อนทำให้รับบัฟมาก่อนยูสุเกะหลายวินาที จึงไม่น่าแปลกที่บัฟของเขาจะหมดก่อนในเวลาที่ฉิวเฉียดขนาดนี้

          ยูสุเกะรวบรวมพลังวิญญาณไว้ที่ปลายนิ้วชี้ แล้วเขาก็เล็งไปทางกอนซึ่งกำลังลอยหมุนติ้วอยู่กลางอากาศ เขาเล็งเพียงชั่วครู่เดียวแล้วก็ตกลงใช้สกิล กระสุนวิญญาณ!’

          ลำแสงสีฟ้าพุ่งออกมาจากปลายนิ้วชี้ของยูสุเกะเข้าไปหาร่างของกอนอย่างรวดเร็ว

          กอนที่ภาพตรงหน้าของเขาตอนนี้หมุนติ้วเป็นวงกลมจนไม่รู้เหนือรู้ใต้ รู้เพียงอย่างเดียวว่าเขากำลังจะพ่ายแพ้เนื่องจากขอบสายตาของเขาดันไปเล็งเห็นลำแสงสีฟ้าที่กำลังพุ่งเข้ามา ...เป็นการต่อสู้ที่สนุกมากๆเลยนะกอนที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศผุดคิดประโยคนั้นในหัวก่อนที่ร่างของเขาจะลำแสงสีฟ้าพุ่งเข้ามาชำละล้างจนร่างของเขาเหือดหายไป

“Maximum WIN!!!”

          ท่ามกลางเสียงเฮจากเหล่าผู้ชม แม็กซ์ ได้ก้าวผ่านการต่อสู้มาได้อย่างน่าประทับใจ ซะจนฝ่ายตรงข้ามที่พ่ายแพ้ยังเดินเข้ามาหาแม็กซ์พร้อมกับเอ่ยชมว่า เป็นการต่อสู้ที่สนุกมากเลยล่ะชนะรอบต่อๆไปให้ได้นะพวก

          เขาเอ่ยพร้อมกับยื่นมือมาแม็กซ์ แม็กซ์เองก็ตอบกลับอีกฝ่ายว่า

          แม็กซ์ : “อื้ม!! สนุกสุดๆเลยล่ะ ไว้มีโอกาสเรามาเล่น ไม่สิ สู้กันใหม่นะ!!”

          แม็กซ์เอ่ยพร้อมกับยื่นมาไปจับมือของอีกฝ่ายด้วยความยินดี หลังจากจบการต่อสู้แม็กซ์ก็ได้มิตรภาพดีๆเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง นั่นคือการปิดฉากการต่อสู้คู่สุดท้ายของรอบที่หนึ่ง

          โฆษก : “ว้าวๆๆๆๆ สุดยอดมากๆเลยคร้าบ เอาล่ะพร้อมจะชมการต่อสู้รอบต่อไปรึยังเอ่ย!”

          เหล่าคนดู : “พร้อมแล้วววววว

          โฆษก : “งั้นผู้เล่า Nice Breaker กับผู้เล่น TITAN ขึ้นมาบนเวทีเลยคร้าบ!!!!”

          จิมมี่เดินเข้ามาหาแม็กซ์พร้อมกับแปะมือด้วยกันราวกับเตี๊ยมกันมาก่อนเหมือนกับจะสื่อว่า มาเปลี่ยนตัวกันพร้อมกับเดินขึ้นไปบนเวทีอย่างเฉิดฉาย ทางด้านทอมเองก็เดินขึ้นเวทีขึ้นมา

          โฆษก : “เอาล่ะเลือกตัวละครได้!!”

          จิมมี่ : “งั้น ตัวละครที่มีเกจไม้ตายเต็มอยู่ก็...ตัวนี้กับ...ตัวนี้สินะ

          หลังจากทั้งคู่เลือกตัวละครเสร็จก็มาถึงการแรนดอมสนาม ซึ่งทั้งคู่ได้สนามเป็นเกาะวิสกี้พีค*จากวันพีซ ซึ่งเป็นเกาะที่ดูไกลๆแล้วเหมือนกับเป็นต้นกระบองเพชรขนาดใหญ่แต่จริงๆแล้วหนามพวกนั้นคือหลุมศพของผู้ที่มาเยือนที่นี่นั่นเอง และตัวละครที่ทั้งคู่เลือกมาก็คือ

          จิมมี่ ออลไมท์*จากมายฮีโร่อคาเดเมีย และทอมเลือก เอ็นเดเวอร์*จากมายฮ๊โร่อคาเดเมีย

          การต่อสู้ของฮีโร่อันดับ1และฮีโร่อันดับ2กำลังจะเปิดฉากขึ้น โปรดติดตามตอนต่อไป!!

         

         

         

         

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

0 ความคิดเห็น