[YAOI] - มากกว่าที่เคย -

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 : เป็นได้แค่เพื่อนรัก [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 207
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    25 ก.ย. 63


- ม า ก ก ว่ า ที่ เ ค ย -




บทที่ 3
เป็นได้แค่เพื่อน







 

ในขณะที่เปาโลยังคงอึ้งในคำพูดของเพื่อนรักอย่างไอ้ท่านอยู่ ผมกับมันก็กำลังมองหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร


ที่มันพูดว่าจะจีบผมอีกครั้งสงสัยจะไม่ได้มาเล่นๆ จริงๆ ผมคิดว่ามันอยากกวนประสาทผมจนให้ผมล้มเลิกที่จะเลิกกับมันให้ได้ แต่ใครจะไปยอมอะ เพราะผมตั้งใจไว้แล้วว่าคนที่จะต้องบอกเลิกก่อนต้องเป็นมันเท่านั้น


เพราะผมจะไม่ยอมจ่ายเงินห้าหมื่นให้กับมันไปอย่างแน่นอน


นี่พวกมึงสองคนเปาโลตบโต๊ะเบาๆ เพื่อนให้เราสองคนเลิกจ้องหน้ากันสักที ถ้ากูไม่ได้สนิทกับพวกมึง กูคิดว่าผัวเมียทะเลาะกันไปแล้วนะ


ทันทีที่เปาโลพูดจบ ผมกับไอ้ท่านก็หันควับไปมองหน้ามันราวกับนัดกันมาในทันที


“…”


พวกมึงอย่ามองกูด้วยสายตาอาฆาตงั้นดิ กูก็แค่เปรียบเปรยเฉยๆ อะ พวกมึงไม่ใช่แฟนกันจริงๆ สักหน่อยมันมองหน้าพวกเราเลิ่กลั่กไม่หยุด เดี๋ยวกูไปส่งรายชื่อก่อนแล้วกัน


เปาโลงอตัวรีบก้มหน้าก้มตาจดลำดับกลุ่ม ก่อนที่มันจะรีบลุกขึ้นไปส่งให้อาจารย์ที่หน้าห้องเรียนอย่างกุลีกุจอ


พอผมหันมามองคนตรงหน้า ก็พบว่ามันทำหน้าทำตาชิวราวกับคำพูดเพื่อนไม่ได้ทำให้มันรู้สึกสะทบสะท้านร้อนรนแต่อย่างใด


เลิกตามรังควานกูสักที ทีแต่ก่อนไม่เห็นจะสนใจเลยนะผมกัดฟันกระซิบ


ไม่ใช่ไม่สนใจ แต่มึงไม่เคยรับรู้เลยต่างหาก


จะโทษว่ากูไม่สนใจมึงบ้างว่างั้นเหอะผมเถียงกลับมันทันควัน


เปล่านิ มันไหวไหล่ก่อนจะยื่นหน้ามาใกล้ผมด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย อยากให้ใส่ใจแบบแฟนคนอื่นไม่ใช่เหรอ แบบนี้ไม่ชอบหรือไง


มันสายไปแล้วไอ้เวรผมยื่นหน้าเข้าสู้ อีกนิดคือแลกลิ้นกันไปแล้วเนี่ย ไป ไกล ไกล  เลิก กวน ตีน กู สัก ที


ผมเน้นคำเพื่อให้มันเข้าใจ แต่ดูว่ามันจะแกล้งทำหูทวนลมมองฟ้ามองอากาศ


การกระทำของมันยิ่งทำให้ผมหัวร้อนจนอยากลุกขึ้นมาแร็ปด่ามันเหมือนในรายการเดอะแร็ปเปอร์ แต่ก็ต้องอดทนอดกลั้นยิ้มรับชะตากรรมที่อาจจะทำกับมันมาในชาติปางก่อน


ผมจัดการหันเก้าอี้และตัวเองกลับมานั่งที่เดิม เพราะยิ่งเห็นหน้าไอ้ท่านแล้วมันจะยิ่งทำให้ผมกลายเป็นบ้าได้ในไม่กี่วินาที นี่สินะที่คนมักจะเป็นเพื่อนและดีกับคนรักเก่าได้ไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ถ้ามันจบกันไม่สวยแบบนี้


เอาจริงๆ มันยังเรียกว่าจบกันไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะอีกฝ่ายแม่งไม่มีท่าทีจะเต็มใจจบกับผมง่ายๆ เลย มันมีที่ไหนวะ อยากเลิกแต่ไม่ได้เลิก แทนที่มันจะอึดอัดใจเหมือนที่ผมเป็นอยู่ แต่ไม่เลย มันกลับรู้สึกกำลังจะเอาชนะผมให้ได้ ทำไมกลายเป็นผมที่รู้สึกผิดและรู้สึกอึดอัดแทนซะงั้น แม่งไม่ยุติธรรมเลยเว้ย!


กลับกันดีๆ นะเว้ย อย่าแวะไปต่อยกันข้างทางล่ะ


หลังจากเลิกเรียนวิชาเสรีที่แสนจะอึดอัดเสร็จ เปาโลก็ขอตัวลากลับบ้านในช่วงวันหยุดทันที ส่วนผมเป็นคนที่นี่แต่บ้านอยู่ในตัวเมืองก็วางแผนว่าจะนอนเปื่อยอยู่หอเหมือนเดิม ส่วนไอ้คนข้างๆ ที่ยืนเก็กหล่อหน้าม้าแหว่งไม่ยอมไปไหนก็มีท่าทีว่าจะไม่ได้กลับบ้านในช่วงวันหยุดนี้ด้วย


กูกลับก่อนแล้วกัน


ผมบอกลาไอ้ท่านที่หน้าตึกทั้งที่ไม่ได้มองหน้ามันด้วยซ้ำ ช่วงหลังมานี้ผมคงต้องเดิมกลับหอเอง เพราะพ่อแม่ผมไม่ยอมออกรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ หรือแม้กระทั่งจักรยานให้เลยแม้แต่คันเดียว เพราะผมเป็นคนที่ขับขี่ไม่แข็งเลยสักอย่าง อาศัยได้แค่ซ้อนท้ายคนอื่นไปวันๆ รวมไปถึงก่อนหน้าที่จะมีไอ้ท่านคอยไปรับไปส่งไปไหนมาไหนตลอด แต่เพราะผมกับมันควรจะห่างกันให้ได้มากที่สุด ผมเลยเลือกที่จะพึ่งพาตัวเอง ไม่อยากใจอ่อนกลับไปเป็นสถานะเดิมที่ดูน่าลำบากใจนั่นแล้ว


ไปส่ง


มันดึงคอเสื้อผมไว้ทันที จนแทบจะหงายหลังหัวกระแทกพื้น ผมรีบหันหลังปัดมือมันออกด้วยความไวแสง


นี่คือคนที่อยากไปส่ง แล้วห้ามด้วยการดึงคอเสื้อเขาเนี่ยนะไอ้ท่าน!


นี่มึงจะฆ่ากูเรอะ


เดี๋ยวไปส่ง


ไม่ต้อง


ผมคงต้องไปทำบุญล้างซวยจริงๆ แล้วล่ะ ทำไมมันถึงมารังควานกันได้ขนาดนี้วะ


นี่ผมคุยกับมันเยอะกว่าตอนคบกันใหม่ๆ อีกนะเนี่ย!


เลิกดื้อทีได้ไหมชา


คำพูดนั้นกูควรพูดไม่ใช่เหรอครับ -_-;


นี่ผมเลียริมฝีปากที่แห้งผากด้วยความเซ็ง มึงนั่นแหละดื้อ ไหนมึงเป็นคนพูดเองไงว่าเราควรห่างกันสักพักดู แล้วค่อยมาคิดกันใหม่ นี่กูกำลังทำอยู่แล้วทำไมมึงต้องเข้ามาวนเวียนใกล้กูอยู่เรื่อยเลยอะ


ที่พูดไปตอนนั้นก็แค่อยากให้คิด อยากให้มึงเข้าใจความรู้สึกกูบ้าง ว่ากูไม่โอเคกับการเลิกกันเลย


ถามกูบ้าง ว่ากูโอเคไหมที่ต้องคบมึงต่อ


ผมพูดออกไปตรงๆ ถ้าตรงกว่านี่ก็คงไม่มีประโยคไหนมาพูดแล้ว


ผมใจร้าย ผมรู้ แต่ผมแค่อยากเซฟใจตัวเองไว้บ้าง ก่อนหน้านี้ผมพยายามมาหลายอย่างแล้ว แต่ผมไม่เคยได้อะไรตอบกลับมาอย่างสมควรเลย


เดี๋ยวไปส่ง


แต่นายท่านกลับเฉยในสิ่งที่ผมพูด ไม่รู้ว่าเข้าใจสิ่งที่ผมสื่อไหม แต่มันกลับยัดหมวกกันน็อกใส่มือผม ก่อนจะขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง


กู…”


เอามา


มันแบมือขอบางอย่าง ก่อนจะก้มมองหมวกกันนอกในมือผมเป็นการสื่อ


สรุปจะให้ไป ไม่ให้ไปวะ แล้วมาขอหมวกคืนจะให้มาทำไมตั้งแต่


พรึ่บ 


กริ๊ก!


ทันทีที่ผมส่งคืนให้มันกลับไปอย่างไม่พอใจ หมวกกันน็อกใใบนั้นก็สวมเข้ามาที่หัวผมอย่างพลการ ก่อนที่นายท่านจะขยับสายให้พอดีกับโครงหน้าผมและจัดการล็อกมันไว้อย่างดี


นี่มึง…”


ถ้ากูกลับไปแก้ไขมันไม่ได้ กูขอโอกาสที่จะแก้ตัวใหม่แล้วกัน


ผมยืนทึ้งตัวแข็งทื่อกับการกระทำของคนตรงหน้า เมื่อกี้ไอ้ท่านสวมหมวกกันน็อกพร้อมกับล็อกสายใต้คางให้ผมเหรอ


หกเดือนที่ผ่านมามันไม่เคยจะส่งหมวกกันน็อกให้ผมเลยเสียด้วยซ้ำ


มึงทำบ้าอะไรเนี่ย


ใส่ไว้ ให้กูไปส่งเถอะ


ผมที่ทำท่าจะปลดล็อกสายใต้คาง มันก็จับแขนผมพลางดึงให้มานั่งซ้อนท้ายมันอย่างจำยอม เอาเหอะ อย่างน้อยผมก็หนีมันไม่พ้นอยู่แล้วเวลาเข้าเรียน ทนๆ ยอมๆ ครั้งนี้ไปแค่ครั้งเดียวคงไม่เป็นไรหรอก


การเดินทางกลับหอในครั้งนี้ของผมมันรู้สึกอึดอัดบวกกับการวางตัวไม่ถูกแปลกๆ เหมือนกับครั้งแรกที่ผมได้เริ่มต้นรู้จักมันยังไงยังงั้น มันไม่เหมือนไอ้ท่านที่ผมเคยคบ พักหลังมานี้มันเหมือนคอยตามวอแวและพยายามเข้าใกล้ผมบ่อยขึ้น


ในหัวผมมีแต่คำว่าอย่าไปยอมอ่อนข้อให้มันเด็ดขาด เพราะนี่คือกับดักที่อาจจะทำให้ผมเองนั่นแหละเป็นคนยกเงินห้าหมื่นให้มันพร้อมกับคำบอกเลิก เพราะมันเหมือนยิ่งได้ใจเท่าไร มันก็จะรู้ชนะและไม่คิดจะเอ่ยคำว่าเลิกออกมาแน่นอน


ถ้าผมกับมันไปสาบานว่าจะรักกันจนวันตายที่วัดหรือศาลพระภูมิที่ใดสักที่ ป่านนี้ผมโดนฟ้าผ่าไปนอนใต้ต้นมะม่วงเรียบร้อยแล้วล่ะครับ


มึงจะไปไหนเนี่ย


ผมที่มัวแต่คิดนั่นคิดนี่จนลืมมองทางกลับหอ ก็พบว่ามันพาผมออกมาถนนใหญ่ใจกลางเมืองเป็นที่เรียบร้อย รู้อีกทีก็คือยูเทิร์นรถกลับไปไม่ทันเสียแล้ว


ไปเดินเล่น


แต่กูจะกลับหอ ไหนบอกว่าจะไปส่งไง


อะไรนะ ไม่ได้ยิน


ไม่รู้ว่าแกล้งหรือเพราะลมที่ตีเข้ามาพอดีจังหวะที่ผมพูด มันถึงได้หูทวนลมใส่ผมหน้าตาเฉย ผมถอนหายใจออกมาก่อนจะนั่งหลังคร่อมด้วยความเซ็งเพราะสู้อะไรมันไม่ได้ ถ้าสู้ไป ผมอาจจะโดนมันถีบจนตกรถแล้วสิบล้อด้านหลังพุ่งมาเหยียบหัวแบะได้


จากนิยายหวานใสจะกลายเป็นฆาตกรรมสยองนองเลือดเอาน่ะสิ


หลังจากที่ถอนหายใจรดหัวคนขี่อยู่นานสองนาน มอเตอร์ไซค์เวฟป้าสีครีมก็มาจอดอยู่ในบริเวณตลาดคุ้นเคย


ที่นี่เป็นตลาดกลางคืน ส่วนใหญ่คนมักจะมาขายของแนววินเทจ เสื้อผ้าวินเทจ ของใช้กระจุกกระจิกนั่นนี่ โดยส่วนมากคนที่มาเดินมักจะเป็นนิสิตมหาวิทยาลัยผมนั่นแหละครับ เพราะมันมีของหลากหลายราคาถูก ที่สำคัญยังมีร้านเหล้า บาร์นั่งชิวล์ บวกกับเพลงที่ฟังสบายหูตลอดทางในการเดินด้วย


นี่ผมไม่ได้มาที่นี่เกือบสี่เดือนจะได้ มาช่วงแรกๆ ก็เป็นไอ้ท่านนี่แหละที่พามา พักหลังมันก็ไปทำกิจกรรมส่วนตัวนั่นนี่จนไม่ได้พาผมมาเหมือนแต่ก่อน


แล้ววันนี้ไปแดกยาผิดขนาดมาปะเนี่ย ถึงพามาที่นี่ได้อะ


มึงจะซื้อไรก็ซื้อเลยนะ เดี๋ยวกูกลับเอง


ผมว่า ก่อนจะถอดหมวกกันน็อกออกแล้วยื่นส่งให้มัน


หิว


บอกกูทำมะเขือไรอะ


พาไปหาของกินหน่อยดิ อยากกินไรเลือกเลย


หูผมไม่ได้ฟาดใช่ปะ ปกติมันมักจะเป็นคนเลือกตลอด ผมก็เลยได้กินในสิ่งที่ผมไม่ค่อยชอบเท่าไร แต่ผมก็เป็นคนยังไงก็ได้ ขอให้มีของตกถึงท้องก็พอ แต่นี่อะไรกัน มาให้ผมเลือกของกินให้เนี่ยนะ


เดี๋ยวนะผมว่าพลางเอามือแตะหน้าผากมันก่อนจะมองหนามันอย่างไม่เชื่อสายตาว่าคนตรงหน้าคือไอ้ท่านจริงๆ ป่วยเหรอ


เปล่า ก็นานๆ พามากินอะไรแบบนี้ทีก็ให้เลือกไง


นี่ผมพูดขึ้น กูไม่ใจอ่อนถึงขนาดจะยอมกลับไปคบหรือเป็นคนบอกเลิกมึงเพื่อให้มึงได้เงินไปหรอกนะ ไม่ไหวก็อย่าฝืนเลยไอ้ท่าน


ผมว่าพลางตบบ่ามันเบาๆ ดีนะที่ผมตัวสูงพอๆ กับมันเลยทำให้ผมไม่ค่อยกลัวที่จะทำอะไรแบบนี้กับมันเท่าไร


ก็บอกแล้วไง ว่ากูจะจีบมึงอีกครั้งมันย้ำในคำพูดของมันจนผมแทบจะกระอักน้ำลายออกมา และกูไม่ได้อยากเลิก ไม่ได้อยากได้เงินห้าหมื่น


แล้วมึงอยากได้อะไร


อยากได้มึงกลับมาเป็นแฟนกู


งั้นมึงก็เชิญฝันต่อไปได้เลยครับ เพราะคนแบบกูน่ะ จีบยากกว่าแต่ก่อนแล้ว


มั่นใจมาจากไหนชามันหัวเราะในลำคอราวกับผมปล่อยมุกไปเมื่อครู่


มั่นใจเพราะว่าต่อไปนี้ กูคงต้องศึกษาหาความรักดีๆ ไม่ใช่อยากจะคบใครก็คบเลย เพราะสุดท้ายก็คงได้คนแบบมึงมานี่ไง


ผมว่าไปตามตรง คนตรงหน้าถึงกับไปไม่เป็น เพราะสีหน้ามันจากที่ดูชนะผมก็กลับสีหน้าเป็นนิ่งเฉยเหมือนถูกมีดปักกลางอกเต็มๆ


แล้วคอยดู


ดูอะไรผมหยอกย้อนด้วยท่าทางกวนๆ


ดูว่าใครมันจะรักมากกว่ากัน


เตรียมตัวแพ้ได้เลยนายท่านผมยกยิ้มก่อนจะตบไหล่มันเป็นเชิงเหนือกว่า เพราะกูอยากเลิกกับมึงมากตอนนี้


งั้นก็เตรียมตัวหน้าแตกได้เลยชามันว่าไม่พอยังหมุนตัวมาโอบคอผมอย่างพลการอีก เพราะมึงจะไม่เลิกกับกูแน่


ไอ้ท่านพูดจบก็ล็อกคอผมเดินไปตามทางตลาดที่จัดโซนนั่นนี่ไว้ให้ ผมพยายามจะแกะตัวเองออกจากตัวมันหลายครั้ง แต่ด้วยพละกำลังที่มันมีมากกว่าผมเกือบเท่าตัว ทั้งที่ความสูงเราก็ 180+ เท่ากัน แต่ไหงผมกลับสู้แรงของมันไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว


ไอ้สัตว์ ปล่อยยยยผมดิ้นทุรนทุรายราวกับจะตายให้ได้ คนที่เดินสวนไปมาก็มองมาที่เราเป็นตาเดียว กูอายยยย


สัญญาว่าจะไม่ดื้อ แล้วกูจะปล่อย


ดื้อเหี้ยไร กูไม่ได้ดื้อค่า” ผมทำเสียงกวนประสาทใส่มันหวังให้มันอายบ้าง


มึงร้องกลับหออะ มาเดินด้วยกันก่อนไม่ได้หรือไง


มึงไม่ได้บอกว่าจะพากูมาที่นี่อะ กูก็อยากกลับหอไหมอะ


งั้นกูล็อกไว้งี้แหละ


เออๆ!” ผมยกมือ ก่อนจะหยุดเดิน ยอมๆ กูเดินเป็นเพื่อนมึงแล้ว


เป็นไรนะ


เป็นเพื่อนไง


งั้นไม่ต้อง กูล็อกมึงไปแบบนี้แหละดีแล้ว


อะไรเล่า!!! ก็จะเดินเป็นเพื่อนไง!”


ไม่เป็นเพื่อน ใครจะอยากเป็นเพื่อนกับมึงฮะ


ไอ้ควาย แค่นี้ก็เอาเหรอ ปล่อยผมดิ้นจนสุดแรง ในที่สุดผมก็หลุดจากพันธการของมันได้สักที มึงจะฆ่ากูหลายรอบแล้วนะไอ้ท่าน


ดูพูดดิมันยู่ปากไม่พอใจ ไม่เป็นเพื่อนเว้ย!”


มันตะคอกใส่หน้าผมก่อนจะเดินตูดบิดนำหน้าผมไป ปล่อยให้ผมเกาหัวงงกับอารมณ์ที่แปรปรวนราวกับประจำเดือนไม่มา ผมเดินตามหลังมันไปติดๆ ไม่ได้จะง้อหรือจะไปพูดให้มันเหลิงแต่อย่างใด ผมกลัวมันจะไม่มีเพื่อนเดินด้วยต่างหาก น่าสงสารจะตาย ดูดิ ตัวใหญ่ซะเปล่า ทำหน้าเหมือนพวกเด็กหลงทางไปได้


สามทุ่มกูกลับหอนะผมยกนาฬิกาขึ้นดู หลังจากมันเดินไปเรื่อยๆ ไม่มีวี่แววที่จะแวะร้านไหนสักร้าน จะกลับไปปั่นรายงานจารย์ต่อ


รีบจังอะ เราก็กลุ่มเดียวกัน


เดี๋ยวไอ้เปาโลมันทวง กูขี้เกียจเถียงมัน


เดี๋ยวช่วยทำ


มันว่าไม่พอยังเอื้อมมือมาจับมือผมอีก


จะ จะ จับมือ


“…”


เอ้า ไม่เดินมาอะ


มันหันมามองหน้าผม ก่อนจะบ่นอีกชุดนึง ในขณะที่ผมยังคงก้มมองมือเราสองคนนิ่ง


“…”


อ่า ขอโทษแล้วกัน


มันปล่อยมือผมทันทีที่เห็นท่าทีผมไม่ดีแบบนั้น ผมดึงสติตัวเองก่อนจะชี้ไปยังร้านกุ้งถังเจ้าดังที่ผมอยากกินมานาน มันมองไปตามนิ้วที่ผมชี้ก่อนจะหันกลับมาขมวดคิ้วใส่


อยากกินผมว่าขึ้นเสียงเบา


อ่า ร้านนั้นอะนะ ไหนเคยบ่นว่าแพงไง


อยากกิน


แต่มันไม่มีผักนะ มึงชอบกินผักนี่ชา


อยากกิน


ให้กูเลี้ยงปะมันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เมื่อเห็นว่าผมตกหลุมพรางแผนที่มันวางไว้เข้าให้


อือ


แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงยอมตกหลุมพรางที่ว่านั่น และยอมให้มันกำหนดแผนตามที่นายท่านดำเนินไว้ทุกอย่าง


ผมไม่เคยได้จับมือนายท่านเลยสักครั้งเดียว แม้แต่นิดเดียวก็ไม่เคยได้สัมผัส


แต่พอได้จับแค่ไม่กี่วินาที 

ทำไมผมถึงกับไปไม่เป็นขนาดนี้ด้วยวะ










100%


인스티즈(instiz)

"อะ หะ หื้ม"

TBC.
23-09-20
นี่ทะเลาะกันหรือแฟนงอนกันคะเนี่ยสองคนเนี้ย
สรุปชาจะโดนนายท่านตกหรือเปล่า
นายท่านก็อย่าการ์ดตกนะ สู้เขา


ฝากคอมเมนท์และให้กำลังใจเพื่อเติมพลังแก่นักเขียนด้วยนะคะะ








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น

  1. #34 Bird of rain (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 07:43

    พยายามต่อไปนายท่าน ให้เขารู้ว่าจริงๆ แล้วเธอรักเขามาก!!
    #34
    0
  2. #30 pn_2541 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 23:21
    ก็เรามันเป็นซะแบบนี้ไงเจ้าชาลู๊ก~~เรามันหลงกลเค้าง่ายๆอ่ะ
    #30
    0
  3. #28 PiinkNatt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 20:01
    ชา~~~ เธอมันใจอ่อน เธอมันชอบเค้าาาา
    ยังไงหนูก็ไม่รอดนะคะ 😅😅💚
    #28
    0
  4. #27 woranitta15 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 20:01
    นายท่านสู้ๆ
    #27
    0
  5. #26 PiinkNatt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 23:39
    เราชอบพล็อตเรื่องมากเลยยสู้ๆนะคะ

    รอเสมอน้าาา 💚💚
    #26
    0
  6. #24 เสี่ยวลู่เรนเดียร์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 19:55
    ใช่ไงเปาโล แฟนทะเลาะกันอยู่ กี้ดดดดㅠㅡㅠ♡
    #24
    0
  7. #23 woranitta15 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 18:50

    เป็นกำลังใจให้คร้าบบบบ
    #23
    1
    • #23-1 เช็ค'บิล(จากตอนที่ 4)
      21 กันยายน 2563 / 19:12
      ขอบคุณคร้าบบบบบบ
      #23-1