[YAOI] - มากกว่าที่เคย -

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 : ยิ่งเกลียดกันยิ่งต้องเจอ [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    21 ก.ย. 63



ม า ก ก ว่ า ที่ เ ค ย -

enter-talk] CHOI BYUNGCHAN'S VIDEO BEFORE STARTING HIS V-LIVE NN (FT. KANG  DANIEL'S 2ND BIGGEST FANSITE CLOSES) - Kkuljaem-좋아!


บทที่ 2
ยิ่งเกลียด ยิ่งต้องเจอ






วันนี้ข้าวร้านป้าแอนไม่อร่อยเหมือนอย่างที่เคย


แม้ตรงหน้าผมจะไม่มีคนที่ผมไม่อยากเจอหน้าที่สุด แต่รู้สึกว่าผมลิ้นกร่อยอย่างบอกไม่ถูก


อยากจูบอะไรของมันวะ คำพูดมันเข้ามาในฝันผมทั้งวันทั้งคืน ผมพยายามสะบัดความคิด น้ำเสียง อารมณ์ สีหน้าที่มันพูดใส่เมื่อคืนแล้ว แต่ก็ไม่ลบออกจากหัวได้สักที


เป็นไรอีกอะ กับข้าวไม่อร่อยเหรอวะ


ว่าไม่พอ เปาโลยังเอื้อมมือที่ถือช้อนมาตักไข่ผัดฟักทองของโปรดผมไปกินต่อหน้าต่อตา ก่อนที่มันจะยู่ปากและชิมไก่ทอดที่วางเคียงข้างบนจานผมอีกระลอก


เอาไปกินเลยผมว่าก่อนจะเลื่อนจานตัวเองไปข้างๆ กูอิ่ม


อิ่มบ้าไรชา มึงเพิ่งกินไปได้สองคำ กูชิมแล้วก็รสชาติเหมือนเดิมเป๊ะๆ ไม่ได้ไม่อร่อยเลยนี่หว่า


มันพูดเสร็จก็เลื่อนจานผมกลับมาตรงที่เดิม


ไม่รู้ว่ะ พักนี้กินอะไรไม่ค่อยลง


อกหักเหรอ


แค่กผมสำลักน้ำลายที่กลืนลงคอไปเมื่อครู่ ก่อนจะเบิกตากว้างหันมองหนาเพื่อนรัก อะ อะไร


อาการเหมือนพวกคนอกหักมันไหวไหล่ก่อนจะซดน้ำซุปที่แถมมากับผัดไทร้านดังในคณะ เพื่อนกูตอนมอปลายก็อาการแบบนี้ กินไม่ค่อยได้ นอนไม่ค่อยหลับ รู้สึกฟุ้งซ่าน เบื่อที่จะทำอะไรอย่างเคย


เปล่า


ผมปฏิเสธพลางหลบตา คนยิ่งโกหกไม่ค่อยเก่งอยู่ แล้วผมไม่ได้อกหักสักหน่อย ก็แค่อยากเลิกกับไอ้นายท่านแต่เจ้าตัวดันไม่ให้เลิกเนี่ย


ควรเรียกสถานะนี้ว่าอะไรวะ


เพื่อนก็ไม่ใช่ แฟนก็ไม่เชิง แฟนเก่าก็ไม่ได้อีก


สถานะแฟนโซนนี่ แม่งอึดอัดยิ่งกว่าเฟรนด์โซนอีก


ถ้าไม่ใช่ แล้วเป็นไร


“…”


เมื่อคืนก็ทะเลาะกับไอ้ท่านไม่บอกกูสักคำว่าเรื่องอะไร นี่กูก็เพื่อนพวกมึงนะเห้ย


กูกับมันไม่ลงรอยบางอย่างอะ แบบจะพูดไงดีวะ


ผมเกาหัวด้วยความลำบากใจ อยากจะบอกแต่อีกใจก็ไม่อยาก เพราะในตอนนี้เราคงเรียกแฟนกันได้ไม่เต็มปากแล้ว


น่ะ มันมาแล้ว


ไม่ทันขาดคำ คนในความคิดผมก็เดินใส่ชุดนิสิตที่ไม่ได้เต็มยศอย่างตอนปีหนึ่ง กางเกงสแล็กดำขาเดฟ ถูกทับด้วยชายเสื้อเชิ้ตสีขาวบางตัวใหญ่ วันนี้มันเซ็ตผมมาด้วยแหะ ปกติจะปล่อยหน้าม้าเห่ยๆ มาเรียนประจำ


ผมทำเป็นก้มกินข้าวในจานไม่ได้สนใจมันที่กำลังเดินตรงมาที่โต๊ะผม แต่ก็ไม่วายแอบชำเลืองผู้คนรอบข้างที่มองไปที่มันเป็นตาเดียว โดยเฉพาะเด็กปีหนึ่งที่มักจะชื่นชอบมันมากพอควรอยู่แล้ว ผมมองบนก่อนจะพ่นลมหายใจด้วยความเบื่อหน่าย


ใครได้มึงเป็นแฟนก็คือไปรดน้ำมนต์สักเก้าวัดเพื่อสะเดาะเคราะห์เถอะ


ใช่ กูนี่แหละควรไปสะเดาะเคราะห์ก่อนเลยคนแรก


นี่มึงมากันกี่โมงเนี่ย


มันถามพร้อมยกมือถือขึ้นเพื่อดูนาฬิกา ก่อนจะนั่งลงและมองหาร้านข้าวที่ถูกใจพลางหันมามองหน้าพวกเราสองคนด้วยสีหน้าปกติราวกับว่าเมื่อคืนมันไม่ได้เอ่ยทิ้งประโยคนั้นเอาไว้ให้ผม


กูเนี่ยต้องถามมึงไอ้ท่าน ว่าทำไมมาเอาป่านนี้ จะแดกข้าวทันเปล่า เปาโลยิ้มก่อนจะหันมามองผมที่ซัดข้าวจนหมดจานไม่พูดไม่จา เดี๋ยวนะ


อะไรผมถามขณะที่ข้าวคำสุดท้ายยังคงท่วมปาก กูจะรีบกินรีบหนีแล้วไอ้เวร


ไหนมึงบอกว่าอิ่ม


เสียดายเลยกินให้หมด กูเข้าคลาสละนะ


ผมจัดการยกจานข้าวเพื่อจะนำไปเก็บ แต่พอเห็นสายตาคนตรงหน้าก็ต้องชะงัก เพราะมันมองผมด้วยสีหน้าที่นิ่งจนผิดปกติ


ไม่คิดจะทักทายกันเลยหรือไง


ดีผมตอบกลับมันแบบส่งๆ ขาก็ก้าวออกจากเก้าอี้ เดี๋ยวกูไปจองโต๊ะให้พวกมึงนะ


เดี๋ยว


พรึ่บ


ผมถูกดึงให้นั่งลงกลับที่เดิมด้วยแรงที่มีทั้งหมดของเปาโลก่อนที่มันจะมองหน้าผมกับนายท่านสลับไปมา


มีไรอีก เดี๋ยวสายนะเว้ย


มึงจะทะเลาะกัน ก็คุยกันดีๆ ได้ไหม กูเป็นคนกลางกูอึดอัดนะเฮ้ย


ในที่สุดผมก็เห็นสีหน้าจริงจังที่ไม่ปนรอยยิ้มของเปาโลจนได้ มันขมวดคิ้วเครียด ก่อนจะจับไหล่ผมแน่น


กูไม่ได้ทะเลาะ แค่ไม่อยากคุย


ผมพูดไปตามความจริง ผมไม่ได้งอนด้วย ก็อย่างที่บอก ผมแค่อยากห่าง ห่างจนทำให้คนตรงหน้ารู้ตัวสักทีว่าสถานะเราตอนนี้มันไม่เหมือนเดิม


ให้เป็นแฟนกันแบบหลบๆ คบกันแบบไม่มีอะไรคืบหน้า เป็นเพื่อนกันเถอะถ้างั้น ผมยังรู้สึดดีกว่าอีก


เอางี้ พวกมึงสองคนอยู่คุยกันให้เคลียร์ ส่วนกู…” เปาโลว่าไม่พอยังถือจานชามของมันแล้วลุกขึ้นยืนแทนที่จะเป็นผม ไปจองโต๊ะเรียนให้ เหลือเวลาอีกยี่สิบนาที รีบกินนะมึงไอ้ท่านเดี๋ยวโดนเช็กสาย


ไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยอะไรออกไป เปาโลก็ตบหลังผมเบาๆ สองทีก่อนที่มันจะคว้าจานผมไปเก็บให้ด้วย


คนตรงหน้าผมยังคงมองหาร้านที่จะกินโดยไม่ได้สนใจผมเลยแม้แต่นิดเดียว ผมก็ไม่ได้อยากให้มาสนใจหรอก มันสายไปแล้วที่มันจะมาทำแบบนั้นกับผมอะ


ผัดฟักทอง ไก่ทอดร้านป้าแอนอร่อยปะ


มันถามผมแต่ตามองไปที่ร้านค้าตรงหน้าที่ถูกผู้คนมากมายล้อมรอบ


ไม่แดกก็อย่าถามผมพูดขัดมันไป


ปกติมันไม่ชอบกินผัก ผลไม้ แม้แต่ฟักทองก็ไม่คิดจะแตะ 


อยากหาเรื่องคุยอะดิ ดูออกนะอิปลาทอง -_-;


พูดดีๆ ก็ได้มันหันมาเลิกคิ้วใส่ผมด้วยอารมณ์ไม่พอใจ ก็แค่อยากกินตามแฟนดูบ้าง


เลิกพูดกับกูแบบนั้นสักที มันช้าไปแล้วไอ้ท่าน


เอ้าเหรอหยอกย้อน กวนส้นตีน หาใครเทียบไม่


มึงจะกินไรก็เชิญ ส่วนกูจะไปเข้าคลาสแล้ว เสียเวลา


จะหนีกันไปถึงไหนอะ


จนกว่ามึงจะยอมเลิกนั่นแหละ


นี่จริงจังเหรอวะชา


กูพูดเล่นเหรอ นี่กูไม่ได้งอนหรืออยากได้อะไรจากมึงเลยนะ ยกเว้นการได้เลิกกับมึงเนี่ย


ผมพูดเสียงเบา เพราะในตอนนี้จุดสายตาของคนในโรงอาหารคณะคือเราสองคน เพราะเราเป็นคนที่มีคนรู้จักในระดับหนึ่ง บวกกับไอ้เปาโลที่เป็นประธานรุ่นในสโมสรคณะด้วย คนเลยให้ความสนใจเราเป็นพิเศษ


งั้นกูไม่ยอมเลิกหรอก และกูจะไม่ยอมให้มึงบอกเลิกด้วย


มันทำเป็นพูด เก่งแต่ปากตลอด ไม่เคยทำในสิ่งที่พูดได้เลยสักครั้ง ผมเบ้ปากก่อนจะพ่นหัวเราะหึในลำคอออกมาด้วยความสมเพชตัวเอง


รู้ยัง ว่ากูกำลังเก็บตังค์เพื่อเอามาบอกเลิกมึงอยู่ อีกไม่กี่วันหรอก มึงเตรียมตัวเซย์ไฮกู๊ดบายสเตจการเป็นแฟนกับกูไปได้เลย


แล้วรู้ยัง


“…”


ว่ากูจะจีบมึงอีกครั้ง เอาให้มึงหยุดคิดที่จะเลิกกันเลย คอยดู


หาไรแดกซะนะ จะได้หายเพ้อเจ้อ


ผมว่าก่อนจะลุกขึ้นเพื่อออกห่างจากไอ้ท่านให้มากที่สุด มันจะมาเล่นแง่กับผมแบบนี้ไม่ได้ ผมไม่อยากกลับไปนับหนึ่งที่จุดเดิมแล้ว


ไอ้ชา มึงอย่าไปอ่อนไหวอะไรกับคำพูดพวกนั้นนะเว้ย ใจแข็งๆๆ


ไอ้ชา!”


วะ ว่า


ผมลนลานหันไปตอบเปาโลที่เอาสมุดมาฟาดหัวผมเบาๆ ก่อนจะเรียกผมดังลั่นจนทั้งห้องหันมามอง


รู้ตัวอีกทีผมก็มานั่งเรียนได้ครึ่งคลาสแล้ว แต่ในหัวไม่มีเรื่องที่เรียนในวันนี้เลย ส่วนไอ้คนข้างหลังที่กำลังนั่งหมุนปากกาก็มองมาที่ผมด้วยสายตาเจ้าเล่ห์


ครับ ไอ้ท่านนั่นแหละ


ทำไมยิ่งเกลียดยิ่งต้องพบ ยิ่งอยากจบยิ่งต้องเจอวะ!


จับกลุ่มมันว่าไม่พอยังหันเก้าอี้และตัวเองไปข้างหลัง กลุ่มละเจ็ดคน


กลุ่มแคมป์อะนะ


ผมถาม พอดูเวลาบนหน้าจอมือถือก็พบว่านี่เป็นชั่วโมงสุดท้ายของคลาสในวันนี้


วันนี้ชิลล์จัดๆ ที่มีคลาสตอนเวลาห้าโมงเย็น เลิกตอนหนึ่งทุ่ม ผมเลยไม่ต้องง่วงเหงาหาวนอนเหมือนคลาสเช้าที่อาจารย์ในรายวิชาชอบเปลี่ยนมาสอนเวลานั้นกันประจำ


รายวิชานี้เป็นวิชาเสรีที่พวกผมต้องแข่งขันกันแย่งลงตามเวลาที่กำหนดในช่วงต้นเทอมแรก ซึ่งโคตรโชคดีที่มีเปาโลตื่นมาจองให้เราสามคนจนครบหน่วยกิต แต่ดันโชคร้ายตรงที่ผมต้องพบเจอไอ้ท่านนี่ไปเรื่อยๆ ตลอดจนจบปีสี่


ผมอยู่คณะเทคโนโลยีและสารสนเทศครับ เรียนเกี่ยวกับพวกไอที คอมพิวเตอร์ โปรแกรมต่างๆ ที่ไม่ใช่การซ่อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อย่างที่ใครหลายคนเข้าใจผิด หน้าที่หลักๆ ของพวกผมก็มีเรียนภาษาโปรแกรม เขียนโค้ด รันโค้ด เขียนโปรแกรม สร้างเว็บนั่นนี่ที่จะส่งต่อไปยังโซเชียลมีเดียในสื่อต่างๆ ได้ 


แต่รายวิชาที่ผมเรียนอยู่ ณ ตอนนี้ เป็นวิชาเสรีที่เกี่ยวกับแคมป์ การเข้าป่า การท่องเที่ยวที่ถูกท่องอะไรทำนองนั้น ที่เลือกไม่ได้มีเหตุผลเพราะอยากไปตั้งแคมป์เที่ยวหรอกครับ เพราะหน่วยกิตมันเยอะ พวกผมเลยลงเรียนด้วยเหตุผลนี้เหตุผลเดียวเลย


อีกสามคนจะเป็นคนในคณะนิเทศศาสตร์ น่าจะช่วยเรื่องการแสดงและคิดโปรเจกท์จบวิชาเราได้ไม่มากก็น้อยอะนะ


เปาโลว่าขึ้นก่อนจะส่งกระดาษรายชื่อให้กับอีกโต๊ะที่เป็นผู้หญิงสองคนและผู้ชายหนึ่งคนที่ดูท่าว่าไม่น่าจะใช่ชายแข็งแกร่งร่างกายกำยำเท่าไร ดูจากรอยยิ้มพิมพ์ใจที่พุ่งตรงมาหาไอ้ท่านแล้ว 


อีกคนหนึ่งอะผมถามขึ้น ไม่ใส่ใจคนตรงหน้าที่จะมีบทบาทอะไรในกลุ่มเราในครั้งนี้ มีแค่หกคนเอง


พี่กู


ไอ้ท่านว่าก่อนจะกอดอกมองมาที่ผม


ไม่ต้องเก็กก็ได้พ่อคุณ ผมที่เซ็ตมาเหี่ยวหมดแล้วน่ะ


ผมทำแซวให้มันเสียเซลฟ์เล่น แต่นั่นแหละ มันเป็นคนไม่แคร์อะไรอยู่แล้ว มันก็เล่นหูเล่นตาหยอกย้อนผมทันที


เดี๋ยวกูบอกพี่ให้นะ วันนี้มันน่าจะโดด


แล้วพี่มึงปีอะไรเนี่ย กูให้เป็นหัวกลุ่มเลยนะเปาโลที่ได้รับกระดาษรายชื่อกลุ่มคืน ก็จัดการส่งให้นายท่านเขียนชื่อคนดังกล่าวต่อในทันที พี่แท้ๆ เลยปะ


ก็…” มันว่าก่อนจะนึกจนคิ้วขมวด คนละพ่อ


ไม่เห็นจะเคยบอกกันเลย


ผมพูดกับพัดลมที่อยู่ติดบนเพดานห้อง ก่อนที่เปาโลจะพยักหน้าเห็นด้วย


ไม่มีใครเคยถาม เลยไม่ได้บอก


พวกกูไม่สำคัญเลยดิ


ที่หมายถึงอะ หมายถึงกูเนี่ย เป็นแฟนมึงแท้ๆ ยังเพิ่งมารู้เอาตอนนี้เลย จะเข้าเดือนเจ็ดแล้วไหมวะ


เออ ลืม สำหรับกู มึงไม่ได้เป็นแฟนแล้วนี่นา -_-


สำคัญมันเงยหน้ามองผมเพียงคนเดียว สายตาที่ดูมุ่งมั่นนั่นทำเอาผมหลบตาแทบไม่ทัน มากด้วย


สำคัญมากแล้วไมไม่บอกกันอะ แค่เรื่องคนในครอบครัวเองผมยังคงไม่ยอม


เรื่องในครอบครัวกูไม่ค่อยอยากเอามาพูดข้างนอกเท่าไร


เหอะผมหัวเราะออกมาด้วยความตลก


มึงอยากรู้มากเหรอชา” ไอ้ท่านถามผมพลางเลิกคิ้วสูง


เปล่า แค่รู้สึกว่าเรื่องแค่นี้ก็ควรบอกกันบ้าง


กูจะพาไปรู้จักให้ครบทุกคนเลยเอาปะ


อะไร


ผมนั่งหลังตรงในทันทีที่เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของมัน นี่มึงอย่าพูดออกมานะว่า


มาเป็นคนในครอบครัวกูไหม จะได้รู้จักทุกคนในบ้านกู :)


ให้กูไปเป็นลุงมึงหรือไงฮะ!!!







100%


PANN] Knetz adore UP10TION Lee Jinhyuk's cute acting in the drama 'Find Me  in Your Memory' - Story Kpop
"มาเป็นครอบครัวเดียวกันไหมจ๊ะ"

TBC.
21-09-20

แรงไม่หยุดจริงๆ คนๆ นี้!!!
ไอ้คนน้องก็ไม่ยอม ไอ้คนพี่ก็จะตีป้อมอย่างเดียวเลย
สรุปแล้วใครจะยอมแพ้บอกเลิกก่อนะครับ ถ้าจะจีบกันใหม่เนี่ย!!!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

34 ความคิดเห็น

  1. #33 Bird of rain (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 07:32
    ตื๊อเข้าไปเลยลูก ตื๊อเข้าไป!!
    #33
    0
  2. #22 woranitta15 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 18:48
    ตำแหน่งลุงไม่ว่างแต่ตำแหน่งลูกสะใภ้ว่างนะ
    #22
    0
  3. #20 pn_2541 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 00:51
    ตื้อให้ได้ลูกนายท่าน!!อย่ายอมแพ้ลูกต้องตื้อเท่านั้นเอาให้หลงหัวปรักหัวปรำาเลย
    #20
    0
  4. #19 woranitta15 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 00:32
    แสนดื้อเลยครับ
    #19
    0
  5. #18 woranitta15 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 02:16
    จริงๆคือชอบเขาแหละแต่แค่น้อยใจเขา เขาก็ไม่อยากเป็นเพื่อนหรอกนะ
    #18
    0