[YAOI] ll REWARD ll ปรึกษา (รัก) ❤ [END]

ตอนที่ 6 : ll ปรึกษา (รัก) ll EP.04 :: เป็นคนอยากดูแล [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,463
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 288 ครั้ง
    29 ธ.ค. 60


ll REWARD ll
#คณิตติดเอฟ

EP.04
เปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งที่ 4







อ่า

มองไม่เห็นเลยแหะ

ผมพยายามเพ่งมองกระจกห้องน้ำของคณะด้วยความตั้งใจ แต่กลับไม่ได้ภาพอย่างที่หวังเลย ผมพยายามถอดแว่นอยู่หลายรอบ เผื่ออะไรๆ จะโฟกัสให้ได้บ้าง

อยากเห็นหน้าตัวเองตอนไม่ใส่แว่นชะมัด มันต้องน่ารักอย่างที่พี่เอฟเขาบอกแน่ๆ

แต่ตอนนี้โคตรเจ็บหน้าท้อง ก็เมื่อคืนพี่แกเล่นสั่งให้ผมซิตอัพเกือบร้อยรอบกว่าจะได้นอน จะหล่อหุ่นดีทั้งที ต้องลำบากแบบนี้เลยเหรอวะ เริ่มไม่อยากหล่อแล้วเนี่ย

นั่นไง ผมความอดทนต่ำจริงๆ ด้วย

ผมสะบัดหัวเลิกคิดล้มเลิกแผนการทั้งหมดแล้วล้างมือเพื่อจะไปเรียนวิชาอาจารย์เควิลต่อ ภาษาอังกฤษผมยิ่งไม่ถนัดอยู่ด้วย ถ้าเข้าช้าผมอาจจะรู้เรื่องช้ากว่าเพื่อนไปเลยหนึ่งก้าว

ผมค่อยๆ เข้าไปข้างในห้องเรียนขนาดใหญ่ด้วยความใจเย็นและย่องเบาสุดขีดเมื่อเห็นว่าอาจารย์เริ่มสอนแล้วผมก็รีบหาที่นั่งในทันที ดีที่มันเป็นเซครวมกับเอกอื่น ทำให้อาจารย์ไม่ค่อยสนใจคนกลุ่มน้อยที่เข้าเรียนช้าอย่างผมสักเท่าไร ยิ่งนั่งหลังๆ ด้วยอาจารย์ยิ่งไม่สนใจเข้าไปใหญ่ และแน่นอนว่าทั้งแถวที่ผมนั่ง ผมนั่งคนเดียว

มึงนั่งหลังสุดขนาดนี้จะเรียนรู้เรื่องเหรอวะ

เชี่ย

ผมอุทานออกมาเพราะตกใจกับคนข้างๆ ที่โผล่มาจากไหนก็ไม่อาจทราบได้ พี่เอฟยักคิ้วให้ผมก่อนจะหันไปสนใจอาจารย์เควิลที่กำลังบ่นเกี่ยวกับการสั่งอาหารในภัตตาคารเป็นภาษาอังกฤษต่อหน้าตาเฉย

มาได้ไงวะเนี่ย!

ตกใจอะไรขนาดนั้น

มาเรียนนี่ได้ไงเนี่ย คณะพี่มันอยู่นู้นนี่” ผมถามเสียงเบาสุดๆ เพื่อไม่ให้คนจับสังเกตได้ แถมยังมาไม่ให้ซุ่มให้เสียงอีก

กูว่าง

หะ

กูอยากกินกะเพราถาดคณะมึงว่ะ เขาบอกว่าอร่อยนักอร่อยหนา พากูไปกินที

ตอนนี้เนี่ยนะ

หลังเรียนจบ กูนอนก่อนแล้วกัน เลิกเรียนก็ปลุกกู โอเค๊

ไม่ทันจะได้รับปากห่าเหวอะไร เจ้าตัวก็คอพับหลับตาพริ้มอยู่ข้างๆ ผมไปเสียแล้ว คนที่นั่งแถวหน้าเริ่มมีปฏิกิริยาหันมามองกันบ้าง บางคนพอเห็นพี่เอฟก็ถึงกับตาโตก่อนจะหันไปกระซิบกระซาบยกใหญ่

วุ่นวายฉิบหายเลยโว้ยผู้ชายคนนี้!

เวลาผ่านไปสามชั่วโมง เชื่อไหม ว่าผมก็หลับ อาจเป็นเพราะเมื่อคืนผมลงแรงให้กับการซิตอัพจนไม่ได้หลับได้นอน ผมเลยกลายเป็นนักศึกษาที่ไม่รู้เลยว่าเขาควิซอะไรกันไป รู้ตัวอีกทีคืออาจารย์ได้ปล่อยคลาสเสียแล้ว แถมไอ้คนข้างๆ ก็หลับเหมือนชาตินี้ไม่เคยได้สัมผัสเตียงอีกด้วย

พี่ตื่น” ผมเอาเท้าเตะเข้าที่ขาเขา เจ้าตัวดูหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนจะปรือตาขึ้นมามองรอบๆ ตัว จารย์เลิกแล้วพี่

เร็วจังวะ

สามชั่วโมง มันเร็วตรงไหนล่ะ

อ๋อใช่” จู่ๆ พี่เอฟก็ลุกขึ้นทำเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ พอเห็นสีหน้าตื่นเต้นของเขา ผมก็แอบลุ้นกับเขาไปด้วยอีกแรง กะเพราถาดกู

พูดจบเจ้าตัวก็เดินละลิ่วออกจากห้องไปหน้าตาเฉย อะไรของแม่งวะ อยากแดกกะเพราะถาดจำเป็นต้องเล่นใหญ่เบอร์นั้นไหม ฟายเยอร์

แก นั่นพี่เอฟนี่

ผมที่กำลังจะก้าวตามไปติดๆ ก็ต้องชะงักเท้าหยุดเมื่อมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาไถ่ถามผมด้วยอาการดี้ด้าผิดปกติ

นี่มันกลุ่มที่ชอบตามเผือกเรื่องชาวบ้านในกลุ่มเอกผมนี่หว่า ถ้าจำไม่ผิดคนนี้น่าจะชื่อเคธี่ คนที่เปิดประเด็นเรื่องผมในไลน์วันนั้นไง

พี่เอฟหล่อเด้อออ รู้จักกันเหรอ” ส่วนหมอนี้ชื่อต้นไม้ เป็นตุ๊ดอีกคนที่เผือกแรงพอๆ กับเคธี่เลย แซ่บ ไม่แบ่งปันกันเลยนะยะ

มึงรู้จักเขาเหรอ” เคธี่เอ่ยถามต้นไม้เมื่อเห็นว่าต้นไม้มาเกาะแกะผม

หึ ไม่รู้จักว่าแต่แกชื่ออะไร

นั่นไง

เคยสนใจใครบ้างนอกจากผู้ชายหล่อๆ ในรั้วมวิทยาลัยน่ะหา -_-;

คณิตครับ

ผมตอบสั้นๆ แต่พาทุกคนสตั้นกันทั้งกลุ่ม ไม่รู้ว่าพวกเขาตกใจที่รู้ว่าผมคือคนที่เขานินทากัน หรือตกใจที่ไม่รู้จักผมกันแน่

เรื่องนี้น่ะช่างมันก่อน ตอนนี้พี่เอฟแม่งสั่งข้าวมากินสองถาดแล้วมั้ง

ผมรีบวิ่งมาที่โรงอาหารของคณะตัวทันทีก่อนกวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อหาใครบางคน เมื่อเห็นว่าพี่เอฟกำลังนั่งกินข้าวอยู่คนเดียว ผมจึงเดินตรงดิ่งเข้าไปนั่งร่วมโต๊ะด้วยทันที

อ้าว

ผมอุทานออกมาเมื่อมองจานข้าวผัดตรงหน้าพี่เขา

อ้าวไรมึง” แม้ปากจะเคี้ยวแต่ก็ไม่วายเงยหน้ามาทำเสียงดุใส่อีก

ไหนพี่บอกจะกินข้าวกะเพราะถาด นี่มันข้าวผัดร้านป้าเมี่ยงชัดๆ

ไม่อร่อยด้วย มีอยู่เจ็ดร้านข้าวผัดป้าเมี่ยงเนี่ยห่วยสุด แต่บางทีผมก็ต้องกินอะ เพราะร้านอื่นคนเยอะ ร้านป้าเมี่ยงคนน้อย สงสารป้าแกด้วยเห็นว่าจะย้ายไปทำขนมขายที่ตลาดเคียงมอแล้ว

หมด กูมาไม่ทัน

พอได้ยินแบบนั้นสายตาผมก็มองไปที่ร้านกะเพราถาดทันทีก่อนจะพบว่าร้านได้ปิดไปแล้ว

มาไม่ทันสินะ

ไว้วันอื่นนะพี่

“…”

เดี๋ยวผมพาพี่มากินเอง รับรองทันชัวร์

สายตาพี่เอฟช้อนขึ้นมาก่อนจะหรี่มองผมอย่างไม่ไว้วางใจ

ห้ามเบี้ยวกูนะไอ้สัด กูจำได้หมดนะว่ามึงพูดอะไร

โห แน่นอนพี่ ถ้าผมไม่พาพี่มานะ พี่ยกเลิกเป็นที่ปรึกษาผมได้เลยอะ ผมให้พี่อยู่หอฟรีๆ เลย

ผมยิ้มร่าใส่ ก่อนกลับมาครุ่นคิดว่าจะกินข้าวร้านไหนดี ยิ่งคิดยิ่งขี้เกียจเลือกแหะ งั้นนั่งมองคนตรงหน้ากินแล้วกัน ไม่อยากอาหารเลยกะเพาะกู

ไม่แดกข้าวหรือไง มึงกินข้าวเช้ามาจนอิ่มแล้วเหรอถึงไม่คิดจะกินข้าวกลางวันอะ

ผมไม่ค่อยหิว

ถึงว่า หน้าบานแต่แรงน้อย

รู้ได้ไงวะว่าแรงน้อย...

พอพี่เอฟพูดจบผมก็รีบตะครุบหน้าตัวเองด้วยความอยากรู้ว่าตัวเองหน้าบานจริงไหม ก็ไม่นี่หว่า แค่มีแก้มเอง โว๊ะ

อะ ไอ้เวร ชีทเรียนมึง ทีหลังไปเอาเอง คณะอยู่แค่นี้ ลำบากกูทุกทีไอ้ห่า

ไม่ทันจะได้หายสงสัยในใบหน้าตัวเอง อยู่ๆ ก็มีแขกผู้มาเยือนเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาที่ผมเพิ่งไปอ้อนวอนให้เขาช่วยเหลือมาไม่กี่วันก่อน ผมรีบส่งยิ้มจริงใจปะปนกับอาการประหม่านิดๆ ไปให้ พอสายตาเหี้ยมๆ โหดๆ บวกกับหนวดเคราที่รุงรังของเขาที่ส่งกลับมา ผมก็รีบหุบยิ้มก้มหน้าก้มตามองเชื้อราบนโต๊ะทันที

ทำบ่นไปได้ ทีให้กุไปขอเบอร์หญิงกูเคยบ่นมึงไหม นั่งก่อน

พี่เอฟดึงตัวเพื่อนรักนั่งลงข้างๆ เขา ยิ่งกดดันผมเข้าไปยกใหญ่

เฮ้ย เงยหน้ามาคุยกัน หลบตากูทำไม

กูกลัวไงพี่ หน้าดุขนาดนี้ หมากล้ากัดไหมเนี่ย

มึงหน้าเหมือนโจร ไอ้นิดมันเลยกลัวมึงหรือเปล่า

กูเหมือนโจรเหรอ

นี่มึงไม่รู้ตัวเหรอ

กูว่ากูก็หล่อแบบแบดๆ ในหนึ่งระดับ

“...”

ผมแอบเหล่มองเขาสองคนเล็กน้อย สองเพื่อนรักคุยกันจนลืมว่ามีผมนั่งอยู่ทั้งคน

ไม่ทันไรคนกล้ามโตก็เอามือมาดันหน้าผากผมจนต้องเงยหน้าขึ้น แถมเขายังจับหน้าผมหมุนซ้ายหมุนขวาราวกับเป็นตุ๊กตายาง

พี่สัจจะมองผมอย่างพินิจดูไม่เข้าใจในใบหน้าผม

ไหนมึงว่าจะเปลี่ยนแปลงไอ้คณิตไง กูไม่เห็นว่ามันจะเปลี่ยนเลยสักนิด

แค่สองสามวันมึงจะให้มันดูดีขึ้นราวกับมาริโอ้หรือไง กูยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ

แล้วมึงจะเริ่มวันไหน” พี่สัจจะว่าเสร็จก็ปล่อยหน้าผมเป็นอิสระ ปวดกรามเลยไอ้ห่า

ไม่รู้ แล้วแต่ความพร้อมมันอะ

พี่เอฟโบ้ยมาที่ผมอีกครั้ง พี่สัจจะเลิกคิ้วเหมือนต้องการคำตอบที่เขาสงสัยมาทั้งหมด

วันนี้ผมต้องไปถอดเหล็กจัดฟันอะ

ไม่รู้ว่านี่ถือเป็นการเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงไหม แต่ผมคิดว่าถ้าผมถอดไอ้เหล็กนี่ออก ผมอาจจะทำอะไรสะดวกขึ้น ไม่รู้สึกเห่ยเวลาเลือกสีไม่ตรงกับเบ้าหน้า

การจัดฟันไม่ได้ช่วยให้หน้าผมดีขึ้นเลยสักนิด ขนาดถอนไปสี่ซี่ U_U

มึงถอดแว่นด้วยก็ดีนะกูว่า” 

พี่สัจจะเสนอขึ้น ซึ่งก็เป็นคำแนะนำคนที่สามในรอบอาทิตย์นี้

มันบอกมันใส่คอนแทคเลนส์ไม่เป็น

พี่เอฟตอบแทนผมทันที ผมขยับแว่นเพราะรู้สึกหวิวๆ ถ้าต้องมาเสียไอเท็มแรกเกิดที่ใส่มาตั้งแต่เด็กไปอะ แล้วผมต้องรู้สึกแปลกๆ เวลาไม่มีอะไรมาเกี่ยวหูแล้วอยู่บนใบหน้าผมแน่ๆ ขนาดตอนนอนเวลาที่ต้องถอดผมยังไม่เคยจะชินเลย

มึงก็สอนมันดิ ช่วงนี้ก็ใส่ให้มันไปก่อน ต่อไปถ้ามึงชินกับมันแล้ว มึงก็ต้องใส่เองให้เป็นรู้ไหมไอ้คณิต

ครับ” ผมพยักหน้าราวกับถูกพี่ว้ากเรียกมาสอบสวน คนรอบข้างมองมาที่โต๊ะเราอย่างสนใจ นี่เขาคงนึกว่าเราสามคนกำลังทะเลาะกันอยู่แหง เพราะมันโคตรเหมือนอันตพาลสองคนกำลังรุมคนอ่อนแอเช่นผมยังไงอย่างงั้น พี่ก็สอนผมเลยดิ

ผมหันไปคุยกับพี่เอฟที่นั่งดูดน้ำชิว แต่สายตากำลังยั่วไปทางกลุ่มผู้หญิงสามสี่คนที่นั่งอยู่ด้านหลังผม ผมหันไปมองคนกลุ่มนั้นก่อนจะหันมาเบะปากใส่คนตรงหน้าที่ไม่ฟังผมเลยสักนิด พอจะหันไปฟ้องพี่สัจจะรายนั้นก็เป็นไปกับเขาอีกคน ไม่ต่างอะไรกับคนข้างกายเขาเลย

พอกันเลยมึงสองคนอะ เหมือนผมกำลังพึ่งพาผิดคนยังไงไม่รู้

มาว่ะๆ พี่สัจจะรีบตีแขนพี่เอฟด้วยความดีใจปะปนเหมือนลุ้นอะไรบางอย่าง ผมหันกลับไปมองก็พบว่ามีผู้หญิงคนนึงที่ใส่ทรงเอรัดสั้นเสมอลิงแถมหน้าอกยังฟูเท่าหัวเด็กอนุบาลกำลงเดินตรงมาที่โต๊ะเรา

ผมไม่เห็นจะชอบเลยผู้หญิงแบบนี้อะ ชอบแบบเรียบร้อยๆ แบบพี่อุ่นใจมากกว่าอีก

ขอนั่งแปปนึงนะ

ผู้หญิงคนดังกล่าวเอ่ยคำขอมาที่ผมจนผมต้องขยับพื้นที่โต๊ะทางยาวให้เธอนั่ง ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นที่นั่งตรงข้ามกับพี่เอฟพอดิบพอดี

แค่ส่งสายตายั่วยวนเพียงสองนาที ผู้หญิงก็เดินมาหาถึงที่เลยเหรอ ทำได้ไงวะ

มีอะไรหรือเปล่าครับ

น้ำเสียงพี่เอฟจากแข็งกร้าว (เฉพาะกับผม) เปลี่ยนเป็นอ่อนนุ่มหวานราวกับแดกน้ำผึ้งมาสองโหล ผมเท้าคางมองเขาสามคนคุยกระหนุงกระหนิงกันอย่างสนใจ

คือเรารู้จักเอฟมานานแล้วอะ ไม่ค่อยได้เจอตามที่สาธารณะเลย”  

ผู้หญิงคนนี้บิดไปบิดมาคล้ายจะปวดขี้แหะ เราควรจะบอกทางไปห้องน้ำเขาดีไหมนะ

แล้วมีอะไรเหรอ

เราขอไลน์หน่อยดิ เอาไว้บางทีอยากจะคุยอะไรนิดๆ หน่อยๆ

ว่าแล้วเธอก็เอ่ยออกมาแบบเขินสุดพลัง พี่สัจจะปรบมือออกนอกหน้าราวกับว่านี่เป็นเรื่องพีคๆ สำหรับเขา ผมชายตามองไปยังกลุ่มผู้หญิงที่รอลุ้นอยู่ไกลๆ ก่อนที่ผมจะขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ เธอแล้วเอียงมองเพื่อให้เธอสนใจ

ไหน กูลองทำสีหน้ายั่วยวนแบบพี่เอฟบ้างดิ

ทำไมกูทำแล้วเหมือนคนกระหายเก็กฮวยจังวะ แง้

เค เอ เอ็น ไอ ที หนึ่ง เก้า เก้า เก้า ครับ

ผมพูดต่อหน้าเธอนิ่งๆ นิ่งจนคนรอบข้างก็นิ่งตามการกระทำผม เธอขมวดคิ้วใส่ผมเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะพรืดออกมาเหมือนตลกกับสิ่งที่ผมทำ

ใครขอนายอะ ฉันขอเอฟ

อ้าว น้ำเสียงออดอ้อนหายไป ไหงเป็นน้ำเสียงห้าวๆ งี้อะ

สองมาตรฐานสากลเลยยัยนี่

"ผมอยากให้ เผื่อพี่เอฟไม่ว่างตอบก็จะตอบให้แทนไงครับ"

เห่ยมาก ไม่ได้ขอ ไม่ต้องใจดีก็ได้” ผู้หญิงตรงหน้าผมหัวเราะตลกผมเบาๆ เอาเวลาที่ให้ไลน์สาวไปแต่งหล่อหน่อยมะพ่อหนุ่ม กระดุมคอเสื้อนิสิตจะติดทำไมอะ งง

พรึ่บ

เธอว่าไม่พอยังเอามือมาดึงกระดุมคอเสื้อผมแบบคล้ายรำคาญจนตัวผมถูกดึงโยกไปมา แต่มันก็ถูกหยุดด้วยมือหนาของใครบางคนที่มาจับมือเธอเอาไว้ก่อนจะดึงออกจากคอเสื้อผมอย่างไร้เยื่อใย

ไม่ให้” พี่เอฟพูดขึ้นหลังจากดึงมือผู้หญิงคนนี้ออกจากเสื้อผม

มะ ไม่ให้อะไรเหรอเอฟ

ไลน์ที่ขอไง ไม่ให้ครับ

“…”

ไลน์ที่ไอ้คณิตให้ไปเมื่อกี้ด้วย” 

พี่เอฟยื่นหน้าไปหาเธอก่อนจะยกยิ้มให้

"..."

ก็ไม่ให้

"เดี๋ยวสิเอฟ"

ขอไอ้สัจจะแทนแล้วกัน พอดีไม่ว่างคุยด้วย

"เดี๋ยวๆ มึงจะปล่อยให้กูรับชะตากรรมคนเดียวอะนะ"

พี่สัจจะรีบจับมือพี่เอฟเอาไว้ก่อนจะมองไปที่ผู้หญิงฝั่งตรงข้ามตัวเองเป็นเชิงถาม

"กูฝากด้วยนะ"

พี่เอฟว่าจบก็ดึงแขนเสื้อผมเป็นเชิงให้ลุกตามออกไปจากโรงอาหารทันที ผมก้มหัวให้พี่สัจจะเป็นการบอกลาก่อนจะเดินตามแรงฉุดกระชากของพี่เอฟมาที่ลานจอดรถอย่างจำยอม

พี่ไม่ให้ไลน์เขาไปอะ

แล้วทำไมมึงไม่ขัดขืนเขาบ้าง เขากระชากคอเสื้อมึงโยกไปโยกมามึงก็นั่งให้เขาทำเนอะ

น้ำเสียงหงุดหงิดของพี่แกดุชะมัด ผมถึงกับก้มหน้าราวกับรุ่นน้องปีหนึ่งถูกรุ่นพี่ปีโตว้ากอยู่เลย

ผมจะไปขัดใจใครได้อะ

เหอะ มึงผู้ชายปะวะ มึงสู้เขาได้อยู่แล้ว แค่เอามือปัดมือเขาก็หลุดจากคอมึงไปแล้วมะ

“…”

ปล่อยให้เขาทำมึงอยู่ได้

แล้วทำผู้หญิงแบบนั้นเขาจะไม่เจ็บเหรอพี่ อย่างน้อยเขาก็เป็นเพศแม่…”

เพศแม่ที่เอาแต่ข่มเหงคนแบบมึงอะนะ จะเกรงใจทำไม กูเห็นแล้วหงุดหงิดฉิบ

“…”

พอเห็นพี่เอฟดุผมก็ไม่อยากจะสวนย้อนเขาเลย ผมรู้ว่าผมอ่อนแอ แต่ผมกลัวที่จะเถียงหรือพูดอะไรที่ควรจะพูดออกไป ผมไม่กล้า ผมกลัวตัวเองจะผิดพลาด ขืนทำอะไรไม่ถูกใจเขาขึ้นมาผมก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากเขาอะดิ

เอ้าเงียบ” พี่เงียบว่าพลางคร่อมมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง มึงบอกจะไปถอดเหล็กนี่ไปถอดคลินิกไหน

ตรงซอยร่มฤดีอะพี่ ทำไมอะ

ขึ้นรถ เดี๋ยวกูพาไป

คำสั่งสั้นๆ ได้ใจความทำเอาผมรีบขึ้นซ้อนท้ายเขาไปทันที คนตรงหน้ายื่นหมวกกันน็อกมาให้ส่งๆ ยังดีที่เขาก็คำนึงความปลอดภัยมึงละวะไอ้คณิต

พี่ว่าผมจะหน้าแปลกมะถ้าเอาเหล็กออก” ผมถามในขณะที่รถเคลื่อนตัวตรงไปยังคลินิกที่ห่างไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก ผมจะได้กินอะไรสบายใจส้ากกกกที

เอาออกไม่เอาออกมึงก็หน้าแย่เหมือนเดิมนั่นแหละ

โหพี่ ไม่เคยพูดให้กำลังใจผมเลย

กูโกหกไม่เป็น

ใครจะไปเชื่อวะ ลักษณะแบบนี้เจ้าพ่อแห่งความกลิ้งกลอกเลยล่ะมั้ง หน้าตาพี่เอฟแม่งเจ้าเล่ห์จะตายชัก

แต่ผมอิจฉาพี่ที่โรงอาหารว่ะ แค่พี่นั่งแล้วกระพริบตาสามที ผู้หญิงก็เดินเข้ามาขอไลน์เฉย เป็นคนหล่อนี่ดีเนอะ ได้ความสามารถในการจีบสาวโดยไม่ต้องทำอะไรเลย

มึงว่ากูหล่อเหรอ” น้ำเสียงของคนตรงหน้าผมดูกรุ่มกริ่มจนผมอดใจเอียงคอมองเขาไม่ได้

หล่อนะ” ผมชมไปตามความจริง ไอ้เหี้ย รถจะ จะ จะ…”

ผมรีบบีบไหล่พี่เอฟทันทีที่รถทำท่าจะหักเลี้ยวคว่ำ กูใจหายวาบเลย พ่อแก้วแม่แก้วผมไม่พร้อมตายตอนนี้

นั่งดีๆ สิวะ เอียงหน้ามาจะหอมแก้มกูแล้วไหม

พี่ขี่ไม่ดีแล้วมาโทษผม” ผมบ่นอุบอิบ

ถ้ามึงอยากหน้าตาดีมากมึงก็เลิกดื้อกับกูดิ อะไรที่กูแนะนำไปก็เลิกเถียงกูสักที

ผมไปเถียงพี่ตอนไหนอะ

นี่มึงไม่รู้ตัวจริงๆ เหรอ” พี่เอฟหันมามองตาขวาง ผมผงะหน้าออกเพราะจมูกเกือบไปชนแก้มเขาเข้าให้ จริงๆ มองใกล้ๆ มึงก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรหรอก แค่มึงยังไม่ดีพอ

ผมพยักหน้าให้กับวิญญาณผีสางข้างถนนทำเหมือนว่าเข้าใจแต่จริงๆ คือกำลังเขินให้กับคำชมพี่เอฟแม่งอยู่ น้อยครั้งที่ผมจะได้ยินคำว่าผมก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร เพราะส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครให้กำลังใจผมแบบนี้

ในขณะที่ผมมัวแต่จับหน้าจับตาเช็คสภาพหนังหน้าตัวเอง พี่เอฟก็พาผมมาถึงคลินิกจัดฟันจนได้ เจ้าตัวอาสาเดินเข้ามาในคลีนิกเป็นเพื่อนผมด้วยใบหน้ายิ้มแย้มที่ส่งตรงไปยังเคาน์เตอร์พนักงานราวกับสนิทกัน

รู้จักกันด้วยเหรอวะ

อ้าวน้องเอฟ  รีเทนเนอร์เราหลวมอีกแล้วเหรอ?

พี่พนักงานทักทายผู้มาเยือนโดยการมองข้ามหัวผมไปราวกับกูเป็นเจ้าที่เจ้าทาง

เปล่า ผมพาน้องที่รู้จักมาเอาเหล็กออกครับ

อ๋อ

เอาหมาออกจากปากมันด้วยก็ดีนะครับ

บอกให้ตัวเองเอาออกเถอะ!!!

น้องคณิตที่วันนี้หมอนัดเอาเหล็กออกเนอะ

พี่พนักงานหันมาคุยกับผมพลางยิ้มแห้ง แตกต่างสองมาตรฐานแม้กระทั่งลูกค้า เบื่อจริงๆ เว้ย! เมื่อไรสังคมไทยจะหันมาใส่ใจนิสัยมากกว่าหน้าตาสักทีวะ

มึงจะใส่รีสีอะไร” พี่เอฟกอดอกถามผมเสียงค่อยในขณะที่เราสองคนต้องนั่งรอหมอทำฟันคนคิวก่อนหน้านี้ก่อน ใส่สีเดียวกับกูดิ จะได้หล่อๆ

พี่ใส่สีอะไร

สีดำ

โหย ไม่เอาอะพี่ยังกับคนฟันหลอ

เนี่ย เห็นปะ มึงเถียงกูอีกแล้ว ไหนว่าไม่ใช่คนเถียงไง

ผมเปล่า ผมแค่อธิบาย

มันจริงนี่หว่า ตั้งแต่ผมจัดฟันมาผมไม่เคยเปลี่ยนสียางเป็นสีดำเลยเถอะ เคยเห็นคนนึงใส่ผมตกใจแทบตายคิดว่าฟันเขาหาย

น้องคณิตเข้าด้านในเลยจ้า

ผมพยักหน้าให้กับพี่พนักงานก่อนจะหันไปมองพี่เอฟที่ทำหน้านิ่งมองผมไม่คลาดสายตา ผมยิ้มให้พี่เขาตามมารยาทหนึ่งทีก่อนจะเข้ามาในห้องที่มีหมอผู้หญิงหน้าโหดๆ ไม่ค่อยพูดค่อยจาด้วยเสียเท่าไร และก็มีผู้ช่วยหมอฟันที่เอาแต่เม้าส์มอยหอยสังข์ตามสไตล์ผู้ช่วยหมอฟัน ผมจัดการลงนอนเพื่อเอาอุปกรณ์ออกจากปาก ไม่นานนักความรู้สึกแรกที่ได้ลุกขึ้นจากเตียงคือปากผมรู้สึกโล่งสุดๆ เหมือนสวรรค์ของนักกินแบบผม

น้องคณิตพิมพ์ฟันแล้วนะ ต่อไปก็ขยันใส่รีให้มากๆ ยกเว้นตอนทานข้าวน้า เดี๋ยวหมอนัดให้มารับรีวันที่สิบห้า” คุณหมอหันมาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานที่ขัดกับหน้าแกสิ้นเชิง ว่าแต่ จะเอารีสีอะไรดี

คำถามที่ผมเหมือนเพิ่งโดนพี่เอฟถามไปได้กลับมาถามย้ำผมอีกครั้ง ผมมองรูปรีเทนเนอร์นับสิบที่เรียงรายรอผมชี้มัน ไม่รู้อะไรดลใจให้นิ้วผมจิ้มไปที่สีหนึ่งโดยไม่ลังเล

ผมเอาสีนี้แหละครับ

สีดำเนอะ

ครับ

ผมตอบคุณหมอด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินออกมาจากห้อง มีใครบางคนกำลังวุ่นอยู่กับของในถุงสีน้ำตาล ผมจัดการจ่ายเงินและเซ็นรับรองการรักษาก่อนจะกลับมาสนใจชายร่างสูงที่นั่งอยู่บนโซฟา

เสร็จแล้วเหรอ” พี่เอฟถามโดยไม่เงยหน้ามองผม

อือ พี่ไปซื้ออะไรมาอะ

ไม่บอก” ยังมีหน้ามาทำหน้ากวนตีนอีก ยิ้มดิ

ทำไมอะ

กูบอกให้ยิ้ม ไม่ใช่ให้มาสวน

มาไร่ได้ไหม

ผมกรุ่มกริ่มทำเป็นย้อนกวนตีนคนตรงหน้า

หมอถอดเหล็กมึงออกหรือเพิ่มความกวนส้นตีนให้มึงเนี่ย หา

ดุไปได้ ไม่ได้ฉีดวัคซีนตอนอนุบาลสองแหง

อะ ยี้ววววว

ผมฉีกยิ้มประชดประชันให้คนตรงหน้า รู้สึกตัวเองยังไม่ชินกับปากโล่งๆ เลยอะ ยิ้มออกมาต้องอุบาทว์แน่

ฟันเหลืองปะวะกู

เออ ค่อยดูดีหน่อย

แต่กลับกลายเป็นว่ามันดูดีจนคนตรงหน้าชมเลยแหะ

แล้วกูจะเขินทำตัวไม่ถูกเพื่ออออ

แล้วเราจะไปไหนต่ออะพี่

กลับหอ กูมีอะไรจะให้

อะไรอะ” ผมถามพลางยิ้มแทบแตก มีโมเม้นซื้อของให้ด้วย จริงๆ ก็เป็นคนใจดีในหนึ่งระดับใช่ไหมล้า แม้หน้าจะไม่ยิ้มให้โลกได้เห็นก็เถอะ ซื้อให้ผมเหรอ

ใครบอก เดี๋ยวกูให้สลิปเงินแล้วเอาเงินมาคืนกูด้วย ขึ้นรถ

โห ไรวะพี่แม่ง

บ่นห่าไรวะ จะขึ้นไหมถ้าไม่ขึ้นกูจะได้ไป ง่วงนอนจะตายห่า

นอนอะไรป่านนี้ล่ะพี่

ผมทำบ่นแต่ก็ยอมขึ้นรถเขาไปอย่างว่าง่ายไม่งั้นได้เสียค่าวินมอเตอร์ไซค์สิบบาท ยิ่งจนๆ อยู่

กูทำงาน

คนร่างสูงหันมาตอบเพียงแค่นั้นก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาขับมุ่งไปยังหอผมในทันที

ทำงานไรอะ หน้าตาแบบนี้เป็นพวกพนักงานเสริฟตามร้านเหล้าหรือไม่ก็ไปเป็นนักร้องตอนกลางคืนแหง

แล้วกูจะสนใจเขาทำไมวะ -_-;

พี่เอฟและผมมาถึงหอในเวลาไม่ถึงสิบนาทีก่อนจะจัดการขึ้นห้องตามปกติ ผมควรจะแจ้งแม่บ้านเรื่องขอกุญแจห้องสองอันแล้วล่ะ เพราะมีไอ้หน้าโหดมาอยู่ด้วย ขืนใช้ดอกเดียวคงได้มีใครสักคนนอนหน้าห้องเพื่อรอกุญแจที่อีกคนเอาไว้ครอบครองแน่ และแน่นอนว่าถ้ามีกุญแจเพียงดอกเดียว คนที่เอาไปครองมันคงไม่ใช่ผม

ไม่ทันจะได้เปิดไฟหรือวางข้าวของพี่เอฟก็จัดการกระโดดขึ้นเตียงลงนอนโดยไม่ถอดรองเท้าแต่อย่างใด

เหมือนมีไอ้ชาลีเวอร์ชั่นสอง

พี่ ถอดรองเท้าก่อนดิ

อะ ของมึง

อยู่ๆ เจ้าตัวก็ยื่นถุงสีน้ำตาลในมือมาทางผมโดยไม่สนใจในคำสั่งที่ผมพูดออกไปเมื่อกี้แต่อย่างใด

ทำหูทวนลมใส่เฉย

แต่เพราะความสงสัยที่ผมมีมาตั้งแต่คลินิกทำให้ผมรีบคว้าถุงในมือเขามานั่งจมปุกบนพื้นเปิดดูอย่างใจร้อน พอเห็นของข้างในคิ้วผมก็ขมวดปมเป็นเชือกลูกเสือในค่ายยุวกาชาดทันที

คอนแทคเลนส์” ผมหมุนกล่องเล็กๆ ในมือพร้อมกับขวดน้ำตาเทียมและขวดน้ำยาคอนแทคเลนส์ขนาดใหญ่ ก่อนจะหันไปเลิกคิ้วถามคนบนเตียง ซื้อให้ผมเหรอพี่

เออ ก็เห็นมึงบ่นว่าใส่ไม่เป็น กูก็เลยลองซื้อแบบสำหรับคนระคายเคืองง่ายมาดู

แต่ผมใส่ไม่…”

มีกูทั้งคน

“…”

กูใส่ให้มึงได้

ตาบอดก่อนแน่ๆ

พลั่ก

อ๊ากกกกกกกก

ผมรีบกุมปากตัวเองที่ถูกคนบนเตียงใช้หลังมือฟาดเข้าให้ ทำไมชอบใช้ความรุนแรงกับน้องกับนุ่งจังวะพี่มึงเอ้ย!

ข้อแรก มึงเลิกใส่ไอ้แว่นบ้าๆ นี่ซะ มันทำให้มึงดูออร่าลดลง

ไอเทมคู่ใจของผมมม” ผมรีบเอามือกุมหน้าตัวเองเอาไว้

อย่าพรากผมกับแว่นอันที่รักออกจากกันสิ T^T

กูไม่ช่วยแล้วนะ มึงดื้อชะมัด

อ่ะๆ ถอดๆ

ผมรีบจัดการถอดแว่นออกทันทีที่ถูกคนตรงหน้าตัดพ้อ ขืนทำขัดใจอะไรนิดอะไรหน่อยผมคงได้ไปนั่งคุกเข่าที่หน้าคณะวนลูปเหมือนเดิมเป็นแน่

แต่พอถอดภาพทุกอย่างก็เลือนประหนึ่งเป็นฝ้า ผมเพ่งมองคนบนเตียงที่เริ่มเขยิบมานั่งไขว้ห้างตรงหน้าผม ผมที่นั่งพื้นก็เลยทำให้ระดับของเราต่างกัน

มึงมีที่คาดผมปะ หน้าม้ามึงเริ่มยาวแล้วนะ

อ่าจำไม่ได้ว่าไอ้ชาลีมันทิ้งไว้ตรงไหนอะพี่ ผมเคยเห็นมันใช้ตอนพอกหน้าที่แบรนด์ครีมเขาแถมมาอะ

แปบ

คนตรงหน้าเหมือนลุกไปหาสิ่งที่ต้องการ เพียงไม่กี่นาทีเขาก็กลับมาพร้อมกับใช้มือหนากระชากหน้าม้าผมเปิดขึ้นอย่างไม่ใยดี ผมถูกรวบตึงไปข้างหลังด้วยที่คาดผมผ้าบางอย่างและเดาได้เลยว่ามันต้องออกมาอุบาทว์ตาแน่นอน

พี่เอาที่คาดผมหูหมาของไอ้ชาลีมาคาดให้ผมถูกมะ

ฮ่าๆ ฮาสัด” มีน่ามาหัวเราะอีก!

แกล้งผมเข้าไปเลยพี่ เชิญลงทัณฑ์ให้สาสมกับใจคุณต้องการ

มึงบ้าปะเนี่ย” แม้จะด่าแต่สัมผัสได้ถึงเสียงหัวเราะนิดๆ ในลำคอ เหมือนมึงติดละครช่องเจ็ดไปได้

พี่หัวเราะเหรอ

เออ ไม มีปัญหาอะไร

เปล่า” ผมยิ้มขึ้นนิดๆ แค่ผมอยากเห็นพี่ยิ้มบ้าง เสียดายว่ะ มองไม่เห็น

พี่เอฟแทบจะไม่เคยเปิดรอยยิ้มให้ผมได้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว เหมือนคนหน้าตายไปแล้ว พอหัวเราะผมก็ดันมองไม่เห็นอีก อยากรู้ว่าพี่แกฟันหลออะเปล่าไม่ยอมยิ้มให้ใครเลย ทำหน้าเหมือนคนเป็นริดสีดวงไปได้

กูจะยิ้มไม่ยิ้มมันทำให้มึงได้เอวิชาภาษาอังกฤษเหรอ

หู้ยยยย แรงเด้อ

เขยิบมาชิดๆ กูที

คนตรงหน้ารีบเปลี่ยนเรื่องโดยไวก่อนจะใช้มือทุบเข้ากับไหล่ผมเบาๆ เป็นการสั่ง แต่เบาๆ ของพี่แกก็ยังคงหนักตามสไตล์นักกีฬาอยู่

เออ พูดถึงกีฬา พี่แกนี่เล่นแทบทุกอย่างเลยแหะ วันกีฬาเฟรชชี่นี่สนามบอลก็เจอเขา ตกเย็นก็มาเจอพี่เขาที่สนามบาสอีก

เกิดมาเก่งแถมหล่อนี่น่าอิจฉาชะมัด

ผมเงยหน้ามองคนตรงหน้าด้วยสายตาพร่ามัว ก่อนที่ภาพของคนตรงหน้าจะค่อยๆ ชัดทีละนิดแต่มันก็ไม่ได้มากถึงขนาดเป็นภาพ HD ขนาดนั้น มือเย็นเฉียบของพี่เอฟจับเบาๆ ที่ตาผมก่อนจะถ่างให้มันรับเข้ากับสิ่งแปลกปลอมที่พี่แกพยายามยัดเยียดเข้ามา

ผมรู้สึกหวั่นใจกับการกระทำของเขาเล็กน้อย มันรู้สึกเกร็งอัตโนมัติจนผมเผลอกระพริบตาเข้าให้

อ่ะ” ผมร้องออกมาเบาๆ เมื่อสิ่งเย็นๆ เข้ามาในลูกตาผมเข้าให้ ผมลืมตาปรับโฟกัสก่อนที่ภาพจะชัดแจ๋วเพียงข้างเดียว นั่นก็คือข้างที่พี่เอฟยัดคอนแทคเลนส์เข้ามานั่นแหละ

เป็นไง

พอเห็นอะไรชัดขึ้น ก็ไม่คิดว่าหน้าพี่เขาจะเข้ามาใกล้ผมขนาดนี้เลยนี่หว่า

ผมเขยิบถอยห่างนิดๆ ก่อนจะลองมองรอบๆ ห้อง ความระคายเคืองไม่เกิดขึ้นในดวงตาของผมเลยสักนิด

ชัดดีนะพี่ แล้วก็ไม่แสบตาด้วย” ผมตอบตามความจริง

ยื่นหน้ามาใส่อีกข้างสิวะ ถอยไปทำห่าไร

แทนที่จะเรียกดีๆ พี่แกกลับกระชากคอเสื้อผมเบาๆ แล้วดึงเข้าไปใกล้มือเขามากที่สุดก่อนจะจัดการถ่างตายัดสิ่งนั้นเข้าที่ลูกตาอีกข้างของผม

คราวนี้ผมเหมือนเกิดใหม่เพราะภาพรอบตัวมันชัดชนิดที่ว่าแว่นที่ผมใส่อยู่ยังเทียบความชัดไม่เท่า ตาของผมดูเหมือนไม่ได้ใส่อะไรไว้เลยว่ะ

เจ๋งฉิบหาย ถึงว่าทำไมคนถึงเลือกใส่คอนแทคเลนส์มากกว่าแว่น เพราะแม่งไม่เกะกะแถมสะดวกแบบนี้นี่เอง

เดี๋ยวผมมาพี่

พรึ่บ!

ผมรีบลุกขึ้นไปส่องกระจกด้วยความตื่นเต้น ทันทีที่เห็นตัวเองในสภาพไม่ใส่แว่นแล้วดูแปลกตาไปเลย บวกกับเหล็กดัดที่หายไปด้วย ผมหันซ้ายหันขวาสำรวจรูปโครงใบหน้าตัวเองชัดๆ พร้อมกับยิ้มออกมาแสดงถึงความพึงพอใจกับการได้เปลี่ยนอะไรในหลายๆ อย่าง

จะว่าไป ไอ้คณิตคนนี้นี่

ดูดีเหมือนกันนะเว้ย!








ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ sungwoon wanna one predebut

- คณิต ศักดิ์ขจร -






-100%-
มีใครคิดถึงน้องคณิตบ้างงงงง
กลับมาแล้ววววว ฮืออออออออออออออออ
ช่วงนี้แอบไปอยู่จอยลดาบ่อยเกิน
เรากลับมาแล้ว มีใครลืมเราไปหรือยัง แง้!
น้องจะหล่อขึ้นเรื่อยๆ และหัวใจของน้องจะหวั่นไหวกับพี่เขาเรื่อยๆปะเนี่ยย
อยู่ด้วยกันกัดกันทุกวันแบบนี้ ไม่ใครก็ใครต้องมีใจสั่นกกันบ้างละวะ
ช่วยเม้นเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ จะขยันอัพทุกวัน5555555555
----------------------------

แอดแฟน กดที่รูปน้องคณิตเลย!
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
โหวต + เม้น ด้วยนะครับ
ตามไปเสริมหล่อคณิตได้ที่



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 288 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,634 ความคิดเห็น

  1. #1612 Momo2018 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 04:33

    ทำไมรู้สึกรำคาญแทน จะปรับปรุงตัวเอง ขอให้คนนั้นคนนี้มาช่วย แต่เถียง ดื้อ กว่าจะฟังจนคนช่วยเหนื่อย นิสัยไม่น่ารักเลยอะ นายเอกเรื่องนี้ ไม่ค่อยอยากเอาใจช่วยเล้ยยยย

    #1,612
    0
  2. #1553 rattanalak44 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 10:20
    น้องน่ารักแล้ว
    #1,553
    0
  3. #1106 PareWaPkh (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 21:40
    พี่เขินใช่มะ5555
    #1,106
    0
  4. #1050 Hwangie28 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 19:09
    แหน๊ พี่เอฟฟฟฟ พี่เขินใช่รึมั่ยยย ชอบน้องใช่มุ้ยยยยยย5555555555555555
    #1,050
    0
  5. #836 Mistyblack (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 15:32
    คนที่พี่สัจจะพูดถึงต้องเป็นพี่เอฟแน่ๆ ที่บอกขี้เหร่แล้วพึ่งตัวเอง
    #836
    0
  6. #719 amayys (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:53
    นิดน่ารักมากกกก วุ้ยๆมากเลยหนู
    #719
    0
  7. #409 Mint Sch (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 07:08
    อ่านไปขำไป
    วุ้ยยย ไหนบอกไม่ดื้อไม่เถียงไงนิดเอ๊ย!
    #409
    0
  8. #323 ToNAoRLoYLoM (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 17:11
    ว้ายยยยย คนเด๋อเขิน คนหล่อก็เขินเป็นเนาะ อิอิ
    #323
    0
  9. #271 Choco'l Pis (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 23:44
    ขำพี่เอฟ คือโดนชมว่าหล่อ มือไม้อ่อน ขับรถเซเลยใช่มั้ย 55555555555
    #271
    0
  10. #251 namnam68 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 15:51
    เด๋อมากกกน้องคณิต
    #251
    0
  11. #209 bv12046 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 09:30
    คณิตเด้อน่ารัก
    #209
    0
  12. #184 Suttiphong Sribunchoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 23:36
    โอ้ยยยย ตื่นเต้นแทนน้องนิด
    #184
    0
  13. #183 น้ำแข็งใส* (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 20:04
    ใครจะหวั่นไหวก่อน 5555
    #183
    0
  14. #182 bassjeedjad (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 19:16
    เรารอเด้อออ น้องนิดที่กำลังน่ารัก
    #182
    0
  15. #181 KNNish (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 19:04
    รอนิดดดดดดดด
    #181
    0
  16. #180 elleonoell (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 18:19
    ตณิตน่ารักกกกกก
    #180
    0
  17. #178 Bam Sb (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 14:54
    คิดถึงมากเลยค่าา รอค่าาาา
    #178
    0
  18. #177 pinkkphatt (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 14:03
    คิดถึงคณิต มาแล้ววววววววววววววว 
    #177
    0
  19. #176 หมีหน้าง่วง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 13:15
    น้องงงง น่ารักกก
    #176
    0
  20. #175 Silver Fish (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 12:57
    เอาแหล่ววววววววว
    #175
    0
  21. #174 Kurozhungz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 12:31
    มาต่อไวเว่อร์ๆ กดไลค์สิ่งนี้
    #174
    0
  22. #173 CRAZY MIRROW (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 11:03
    ????????ต่อน้าาาร
    #173
    0
  23. #172 arashe (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 10:51
    เอ็นดูน้อง ถึงจะเถียงพี่เค้าแต่สุดท้ายก็ทำตาม โถลูก5555
    #172
    0
  24. #171 Kurozhungz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 05:57
    คิดถึงคณิตฟุดๆ ถอดเหล็กแล้ววว มีความจะใส่รีตามที่พี่เอฟบอก น่ารักก
    #171
    0
  25. #170 ท้องฟ้าเรืองแสง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 23:46
    ฮรือออออมันคือการเริ่มต้นที่ดี><
    #170
    0