[YAOI] ll REWARD ll ปรึกษา (รัก) ❤ [END]

ตอนที่ 10 : ll ปรึกษา (รัก) ll EP.08 :: เป็นกรรมกร [120%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,900
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 279 ครั้ง
    19 ม.ค. 61

ll REWARD ll
#คณิตติดเอฟ

EP.08
เปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งที่ 8










“มีไอ้คณิตนี่ก็ดีเนอะ”

ฮึบ!

ผมรวบรวมแรงฮึดสุดท้ายยกลำโพงออกนอกห้องส่งวิทยุก่อนจะโน้มตัวลงหอบเพราะตั้งแต่ย่างก้าวเข้ามาในคณะผมยังไม่ได้พักหายใจหายคอให้ทั่วท้องเลย

แล้วดูพี่สัจจะยังมานั่งไขว้ห้างยิ้มแย้มแจ่มใสบนโซฟาชมผมเป็นว่าเล่นอีก

ส่วนคนที่เป็นตัวตั้งตัวตีดึงผมมาช่วยงานก็กำลังเช็ดกระจกอยู่ในห้องไม่ได้สนใจคำกล่าวจากปากพี่สัจจะเมื่อครู่

“ผมกลับหอได้ยังอะ”

ผมถามพี่สัจจะทันที ดูท่าทางการย้ายของในวันนี้ค่อนข้างจะกินเวลาผมตั้งแต่บ่ายสองลามมายังห้าโมงเย็น ซึ่งเป็นเวลาอันสมควรที่ผมจะถูกอันเชิญให้กลับบ้านได้แล้ว

จะบอกว่าทำความสะอาดห้องนี้แม่งกินพลังงานมากกว่าไปวิ่งเมื่อวานอีกบอกเลย

“เฮ้ย รีบเหรอ” พี่สัจจะถามด้วยสีหน้าดุดัน (ซึ่งจริงๆ แกก็ทำหน้าปกติแหละ)

“ผมหิวอะ ยังไม่กินข้าวเย็นเลย”

“อยู่นี่ไปก่อน เดี๋ยวกูเลี้ยงข้าวเลี้ยงเหล้า กินเปล่า”

ผมหันไปมองพี่เอฟที่ไม่ได้สนอกสนใจอะไรกับคำพูดพี่สัจจะเท่าไร สรุปง่ายๆ คือผมก็ต้องอยู่ต่อสินะ

“ก็ได้ครับ”

“พูดง่ายค่อยน่าคบหาหน่อย งั้นฝากห้องนี้ไว้แล้วกัน กูจะลงไปซื้อของกิน”

ผมพยักหน้าแบบงงๆ ก่อนที่พี่แกจะออกจากห้องไปทิ้งผมไว้กับพี่เอฟเพียงลำพัง

“ใช้งานผมเกินคุ้มเลยนะพี่เอฟ” 

ผมแอบบ่นก่อนจะดึงกระดาษหนังสือพิมพ์จากกล่องลังกระดาษขึ้นมาพรมน้ำยาเช็ดกระจกแล้วยืนเช็ดข้างๆ พี่เอฟ จะได้รีบๆ เสร็จ รีบๆ กลับ

“มึงนี่ขี้บ่นจังวะ ตั้งแต่วินาทีแรกจนตอนนี้ก็ยังไม่เลิกบ่น”

“ผมเหนื่อยนี่นา ผมคิดว่าทำนิดหน่อยเหมือนที่พี่บอกผม”

“ไม่ดีหรือไง มึงจะได้ดูสุขภาพแข็งแรงกับเขาบ้าง มีแต่ไขมันแต่ไม่มีกล้ามเนื้อสาวที่ไหนจะเหลียวมอง หา”

สายตานิ่งๆ พร้อมกับคำถามแสนเย็นชาพุ่งตรงใส่หน้าผมทันที ผมแอบยู่ปากใส่คนข้างๆ อย่างไม่พอใจที่พูดอะไรแทงใจทำเป็นว่าเล่น จะว่าไปพี่เอฟนี่ตัวสูงเอามากๆ เลยแหะ แค่ยื่นมือจนสุดก็ชิดเพดานแล้ว ส่วนผมน่ะเหรอ ขนาดเขย่งยังเอื้อมไม่ถึงครึ่งเขาเลย

“อ่ะ...” ผมผงะถอยเมื่ออยู่ๆ น้ำของน้ำยาเช็ดกระจกจากกระดาษหนังสือพิมพ์พี่เอฟก็มาตกใส่แว่น ทำให้แว่นของผมเป็นรอยด่างไหลเป็นทาง “พี่เอฟเอากระดาษทิชชู่ให้ผมหน่อย”

ผมเขยิบเข้าหาพี่เอฟก่อนจะใช้ศอกขวากระทุ้งให้พี่เขารู้ตัว เพราะมือทั้งสองข้างผมกำกระดาษหนังสือพิมพ์ไว้ชิ้นเบอเริ่ม

“ไปเอาเองดิ”

“มือผมไม่ว่างแถมเลอะด้วย พี่ว่างมือนึงช่วยเอามาเช็ดแว่นให้หน่อย”

“เอ้า” แม้พี่เอฟจะดูจิจ๊ะใส่ผมเล็กน้อยแต่เขาก็หันไปหากระดาษทิชชู่ตามคำขอ ผมค่อยๆ ใช้นิ้วที่ไม่เลอะน้ำยาถอดแว่นออกมาก่อนจะยื่นให้คนตรงหน้าจัดการให้ “มีเรื่องวุ่นตลอด”

ปากก็บ่นแต่มือก็คว้าแว่นผมไป ภาพตรงหน้าเบลอๆ จนผมมองไม่ค่อยชัด แต่ก็พยายามเพ่งดูพี่เอฟกำลังทำอะไร

“ขอบคุณฮะ”

“ทำไมไม่ใส่คอนแทคเลนส์ มึงต้องให้กูพูดอีกกี่ล้านรอบถึงจะยอมใส่”

“เวลาผมรีบ ผมไม่มีเวลานี่นา วันนี้อาจารย์ก็เลื่อนคลาสมาเช้ามาก กว่าผมจะทำนั่นนี่เสร็จก็กินเวลาไปเยอะแล้ว”

“อ้างตลอด”

“โอ้ย พี่”

ผมคลำหัวปรอยๆ เมื่อคนตรงหน้าใช้ทีเผลอผลักหัวผมก่อนจะสวมแว่นตากลับคืน ทำให้ผมอยู่ในโลก HD ดั่งเก่า

“จะเปลี่ยนแปลงตัวเองก็เริ่มเชื่อฟังบ้าง จะให้กูดุด่ามึงทุกวันก็ไม่ได้ปะกูก็เหนื่อยเป็น”

พี่เอฟกลับมาทำหน้าที่เดิมอีกครั้ง ผมแอบสลดนิดๆ ที่ถูกเขาบ่นใส่ด้วยสีหน้าหงุดหงิด

ผมคงดื้อมากไปสินะ

“ขอโทษครับ”

“...”

“...”

“อย่ามาทำหน้าหมาหงอยน่า จากที่มึงควรรู้สึกผิด ไหงกลายเป็นกูอะ ตอนนั้นก็มานั่งคุกเข่าให้กูรู้สึกผิดไปทีแล้วนะ”

จำเหตุการณ์วันนั้นได้ด้วยแหะ ฮาๆ

“ผมดื้อใส่พี่อะ ทั้งที่ขอร้องให้พี่มาช่วยแท้ๆ แต่กลับไม่ฟังอะไรเลย”

“เพิ่งรู้หรือไง”

น่ะ...ไม่เคยปลอบใจอะไรเลย เป็นคนไม่สปอย ไม่โอ๋ไม่เอ๋จริงๆ ถ้ามีลูกแล้วเลี้ยงลูก ลูกโตมามีคุณภาพแน่ๆ

“แต่บางอย่างผมว่ามันก็ไม่จำเป็นอะ”

“อะไรที่ไม่จำเป็น”

“เช่น ยกของ”

ผมพูดแบบลอยหน้าลอยตา แอบเห็นพี่เอฟหยุดเช็ดแล้วดึงมุมปากเคืองใส่ผมด้วย

แกล้งพี่แกก็สนุกดีแหะ

“เมื่อวานได้คุยกับไอ้ชาลีบ้างเปล่า”

พอสถานการณ์ดูเงียบคนในห้องดูวังเวงผิดปกติ พี่เอฟก็จัดการถามขึ้น 

“คุยนะพี่”

“เป็นไง สบายใจขึ้นมะ”

“แค่มันไม่ออกนอกทางผมก็โอเคแล้วพี่”

ผมว่าไปตามความจริง ในขณะที่คนตัวสูงเริ่มเดินมาช้อนหลังผมแล้วใช้หน้าท้องดันตัวผมให้ชิดกระจกเพื่อที่เขาจะได้เช็ดกระจกในบริเวณที่ผมเขย่งไม่ถึง

“ขยับไปดิ” แทนที่จะบอกกันดีๆ กลับกลายเป็นพ่นคำบังคับใส่หัวผมซะงั้น “รู้ว่าเตี้ยแล้วยังมายืนเช็ดกระจกอีก”

“เอ้า ผมก็อยากมาช่วยให้พี่เสร็จเร็วๆ นี่”

ผมได้ทีก็หันหน้าไปเถียง กลายเป็นว่าเขากำลังครอบครองร่างผมที่แผ่นหลังกำลังชิดติดกระจกอยู่ เนื่องจากตัวของคนตรงหน้ามันทั้งสูงใหญ่กว่าผมเอามากๆ ทำให้ผมไม่สามารถเขยิบเขยื้อนออกไปจากตรงนี้ แถมจมูกผมยังชนเข้าที่คางเขาในทันทีที่หันมาเผชิญ

ผมห่อตัวเองให้เล็กมากที่สุดเพราะเจ้าตัวไม่เปิดช่องโหว่งให้ผมออกไปหายใจด้านนอกได้เลย

“...”

“พี่ พี่หายใจรดหัวผมแร๊งแรง”

ผมพูดพลางเอามือปิดหัวไว้ คนตัวสูงไม่ได้สนใจอะไรในตัวผมเลย เหมือนผมเป็นก้อนขี้ที่กำลังจะก่อตัวเป็นของแข็งอยู่ตรงหน้าเขา

“หัวเหม็นชะมัด สระผมบ้าง”

ละดูแม่งพูด...

แถมพูดเสร็จยังเอาแขนมาดันตัวผมออกจากอ้อมแขนตัวเองเมื่อครู่อีก ผมเลยทำได้แค่ยืนขมวดคิ้วไม่พอใจอยู่ข้างๆ เขา และก็ต้องจำยอมเช็ดกระจกในระดับเบี้ยงล่างตัวเองต่อไป

“เออพี่” เมื่อผมนึกอะไรขึ้นได้จึงเรียกคนข้างๆ ในทันที ดูเหมือนว่าเขาจะเช็ดเสร็จแล้วแหะ “ผมขอถามไรหน่อยดิ”

“ไม่ให้ถาม”

“เนี่ย พี่ก็เป็นซะอย่าเงี้ยะ”

“จะถามไร”

“คือ...ผู้หญิง...”

“ขอโทษนะ”

ไม่ทันที่ผมจะได้ถามคำถามที่คาใจอยู่ๆ คนที่ผมจะพูดขึ้นก็ปรากฏตัวขึ้นมาในห้อง เธอชะโงกหน้าเข้ามาตรงประตูก่อนจะเอ่ยคำกล่าวเมื่อครู่

“ไจ๋”

อ๋อ เธอชื่อไจ๋...

“โทษทีที่เข้ามาขัดจังหวะนะ กำลังคุยกันเพลินเลยอะดิ”

เธอว่าก่อนจะเข้ามาหาพี่เอฟก่อนจะชำเลืองมองมาที่ผมและพยักหน้าให้ด้วยรอยยิ้มน่ารัก

โห มามองใกล้ๆ นี่ สวยจังแหะ

“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้คุยเรื่องส่วนตัวอยู่แล้ว” ผมตอบก่อนจะก้มเก็บเศษกระดาษ เป็นการปลีกตัวออกให้เขาสองคนคุยกัน “เดี๋ยวผมไปทิ้งขยะก่อนนะ”

“จะไปทิ้งทำไม ใส่ถังขยะเอาไว้ก่อนก็ได้ ไว้ค่อยทิ้งทีเดียว”

แต่พี่เอฟก็ดันมาขวางผมจนได้

“อ๋อ นี่น้องรูมเมทเอฟนี่ ชื่อ...”

“ผมคณิตครับ”

“ชื่อครีเอทมากอะ ชอบ” เธอยิ้มหัวเราะ ผมมองเธอเพลินจนพี่เอฟจ้องให้ผมดึงสติ “แล้วสัจจะอะ”

เธอถามหาใครอีกคนในทันที และเหมือนจะตายยากที่รายนั้นเดินเข้ามาพร้อมถุงหูหิ้วมากมาย ผมเบียดตัวเข้าไปช่วยพี่สัจจะในทันทีเพราะดูจากสภาพที่ทุลักทุเลแล้วคงหนักพอสมควร

“เรียกเราทำไมจ๊ะไจ๋”

พ่อหนุ่มหนวดเฟิ้มทักทายหญิงสาวแสนสวยคนเดียวในห้องนี้ทันที

“โห ดื่มกันถูกมะ”

“นิดหน่อย วันนี้จัดห้องส่งใหม่ด้วยแล้วก็จะรับน้องไอ้นิดเสียหน่อย”

พี่สัจจะว่า ผมรีบนั่งข้างพี่แกพร้อมเตรียมอุปกรณ์การกินเงียบๆ ผมแอบมองพี่เอฟที่ไม่ได้สนใจกับของกิน แต่เขาเลือกที่จะหอบถุงขยะไปกองรวมกันไว้อีกฝั่ง

ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยดีกับพี่ไจ๋เท่าไรแหะ ทะเลาะกันมาปะเนี่ย

“กูขอไม่ดื่มนะวันนี้ พรุ่งนี้กูเรียน เดี๋ยวเมาค้าง”

พี่เอฟนั่งลงที่โซฟาข้างผมพร้อมกับเบียดให้ตัวผมไปนั่งชิดพี่สัจจะอย่างจำยอม ส่วนพี่ไจ๋ก็นั่งที่โซฟาลำลองอีกตัว

“ทำเหมือนว่ามึงเรียนเช้าตรู่” พี่สัจจะไม่สนใจและนั่นคงเป็นคำพูดแกมบังคับให้พี่เอฟดื่ม “แดกไปเหอะ ตื่นสายได้ เชื่อกู”

ผมมองพี่เอฟสลับกับพี่ไจ๋อย่างสนใจ ดูพี่ไจ๋มีเรื่องอยากจะพูดแต่เธอก็ไม่เอ่ย ส่วนคนปากแข็งก็เอาแต่นิ่งหน้าตายอยู่ข้างๆ ผม

“เอฟคออ่อนจะตาย” พี่ไจ๋ว่า

“นั่นมันนานแล้ว” และพี่เอฟเขาก็สวน

เสียตังค์ไม่ว่าเสียหน้าไม่ได้นี่มันเขาจริงๆ สิน้า

“ใครเมาก็นอนนี่สิครับ พื้นที่เยอะแยะ”

และคนตัวตั้งตัวตีก็ยังคงเชียร์ให้ทุกคนแดกตามความต้องการของตัวเองอยู่อย่างงั้น

แต่จะว่าไปห้องส่งวิทยุของคณะนี้ดูดีและกว้างขวางกว่าตอนที่ผมมาเห็นครั้งแรกแหะ พอเอาข้าวของบางอย่างที่ห้องนี้ไม่ใช้มันก็กลายเป็นห้องโถงดีๆ ห้องนึงไปเลย

อิจฉาคนอยู่ชมรมนี้อย่างพี่สัจจะฉิบ

“พี่ ชมรมนี้มีพี่คนเดียวเหรอ” ผมถามคนข้างๆ

“มีกู มีไจ๋ มีไอ้เอฟที่ดูเหมือนไม่ใช่คนในชมรม และก็มีไอ้ทอย”

“ทอย”

แน่นอนว่าคนสุดท้ายดูน่าสนใจสุด และผมคิดว่าคนนี้นี่แหละคือพี่อินเลิฟชัวร์

“สนใจเหรอหรือไง” น้ำเสียงดุๆ ของพี่สัจจะถาม ผมรีบมุดหน้าลงตามสัญชาตญาณเวลาได้ยินพี่ว้ากดุ “ไว้เดี๋ยวมันก็มา”

“ไม่ต้องไปคุยกับมันดีที่สุด”

แต่นี่กลับเป็นประโยคที่หลุดมาจากปากพี่เอฟ หลังจากที่เห็นว่าผมดูสนใจคนชื่อทอยสุดๆ

“ทอยน่ะ น่าคุยกว่าเอฟอีก ฮ่าๆ”

ผู้หญิงตรงหน้าพ่นหัวเราะออกมาเมื่อได้โอกาสแซว พี่สัจจะยื่นมือไปเช็คแฮนด์เธอแสดงความเห็นด้วย

“ทำไมอะ พี่ไม่ถูกกับเขาเหรอ” ผมหันไปถามพี่เอฟ

“เปล่า”

“แล้วห้ามผมไมอะ”

“กูไม่ได้ห้าม กูแค่พูดว่าไม่ต้องคุยกับมันจะดีที่สุด เท่ากับว่าแล้วแต่มึงจะคุยหรือไม่คุย”

หมับเข้าให้

ทำหน้าแบบเซ็งโลกแล้วยังคว้าแก้วเหล้าที่พี่สัจจะชงให้ผมไปต่อหน้าต่อตาอีก พี่สัจจะยกมือส่ายไปมา เป็นเชิงให้ผมปล่อยไปเพราะเดี๋ยวเขาชงให้ใหม่ได้

พอพูดแบบนี้ก็ยิ่งอยากเห็นคนชื่อทอยแล้วน่ะสิ

“เฮ้ยๆ ไอ้เอฟแดกเบาๆ”

“กูไม่เมาหรอกน่า”

“ไม่เมาห่าไร คอแดงเชียว”

พี่สัจจะจัดการดึงแก้วออกจากปากพี่เอฟที่เล่นซัดคนเดียวยกใหญ่ พี่ไจ๋ที่เห็นแบบนั้นก็ทำได้แค่ส่ายหน้าให้กับความดื้อพี่แก ส่วนผมก็จิบนิดๆ เพราะไม่เคยกินอะไรพวกนี้ ขมปี๋ยิ่งกว่าพาราที่กินไม่ลงคออีก

“ทำไมไม่ดื่มล่ะคณิต” พี่ไจ๋ที่เห็นว่าผมนั่งทำหน้ายี๋มาจะสิบนาทีเธอก็เอ่ยถามขึ้น “ดื่มไม่เป็นเหรอ”

“ครับ...”

“โถ่ นี่ไอ้สองคนนี้พามาเสียคนสินะ”

เธอพูดขำๆ ผมหัวเราะนิดๆ ตามมารยาท

“ปลุกกูนะ”

แต่เสียงวิญญาณที่นั่งข้างซ้ายผมกลับกระซิบมาเบาๆ พร้อมกับเอียงคอซบไหล่ผมและเผลอหลับไปในที่สุด ผมแอบสะดุ้งที่จู่ๆ พี่แกก็เล่นมาพิงผมหลับหน้าตาเฉย

เดี๋ยวนะ ได้ข่าวซัดไปแค่แก้วเดียว...

“ตายห่าไปเรียบร้อยภายในครึ่งชั่วโมง”

พี่สัจจะชะเง้อมองพี่เอฟที่พิงอิงแอบหลับใหลไถลไหล่ผมไปโดยไม่เอ่ยลาผู้ใดทั้งนั้นนอกจากผม พี่ไจ๋มีสีหน้าที่ดูเป็นห่วงแต่เธอก็ไม่เอ่ยอะไรขึ้นมา

“ผมไม่ดื่มแล้วนะพี่” ผมรีบปฏิเสธพี่สัจจะทันทีที่เขาทำท่าจะรินเหล้าให้อีกช็อต “เดี๋ยวผมขับโรเบิร์ตกลับไม่ไหว”

“โรเบิร์ต?”

พี่ไจ๋เลิกคิ้วถามผมในทันที พอนึกขึ้นได้ก็ลืมไปว่ายังมีใครอีกหลายคนไม่ได้รู้จักชื่อลูกชายของผม

“รถมอเตอร์ไซค์น่ะครับ”

“คือ...ไม่ได้สงสัยในส่วนนั้นแต่รู้สึกเหมือนว่าเคยได้ยินจาก...”

แกร๊ก!

ดูเป็นจังหะซิตคอมสุดๆ ที่ผมกำลังตั้งใจฟังอะไรบางอย่างแต่ก็มักมีเสียงประหลาดขัดขึ้นมาทุกที อย่างเช่นในกรณีนี้เป็นต้น

เราสามคนหันไปมองที่ประตูก็พบว่ามีใครบางคนกำลังทำท่าลับๆ ล่อๆ ชะเง้อคอเข้ามาสอดส่อง แต่เมื่อเขาเห็นว่ามีคนนั่งอยู่ บุคคลคนนั้นก็รีบกระฉับสายกระเป๋าแล้วดิ่งเข้ามาทันที

พร้อมกับผู้หญิงตัวเล็กอีกหนึ่งคน

พี่อุ่นใจ...

นั่นไงไอ้เวรทอย กูกะแล้วว่ามึงต้องมาถ้าให้บอกว่ามีเหล้า ฮ่าๆ

พี่สัจจะรีบทักทายเขาทั้งสองคนในทันที คนชื่อทอยจัดการวางกระเป๋าแล้วนั่งขัดสมาธิบนพื้น รวมไปถึงพี่อุ่นใจที่ลากเก้าอี้รองนั่งมานั่งข้างๆ พี่ไจ๋

อ้าว

และนั่นคงเป็นคำทักทายแรกที่พี่อุ่นใจเงยหน้าขึ้นมาเห็นผม ด้วยความที่ผมยังคงทำตัวไม่ถูกมือของผมก็คว้ามือพี่เอฟมาบีบไว้ในทันที เจ้าของมือไม่ได้ว่าอะไรเพราะเขาได้หลับใหลตายไปเป็นที่เรียบร้อย

หวะ หวัดดีครับ

ผมก้มหัวให้ผู้มาเยือนใหม่นิดๆ พี่ทอยยิ้มส่งมาให้ผมดูท่าว่าเขาจะเฟรนด์ลี่กว่าที่คิดแหะ

ภาพในหัวตอนแรกคิดว่าพี่เขาคงคล้ายๆ กับพี่สัจจะ แต่ผิดคาด พี่เขาดูเหมือนคนญี่ปุ่น ทรงผมรองทรงสั้นสีน้ำตาลอ่อน เข้ากันได้ดีกับผิวขาว พี่เขาดูไม่ได้สูงมากมายแต่ก็ไม่ได้ตัวเท่าผม ออกจะสูงกว่าผมเสียด้วยซ้ำ

นี่ใครวะพี่ทอยถามพี่สัจจะพร้อมกับชี้มาที่ผม

คณิต เด็กปีหนึ่งคณะมนุษย์ฯว่าไม่พอทำไมต้องเอาแขนมาคล้องคอผมด้วยเนี่ย โห กลิ่นเหล้าแรงเชียว คนที่โทรมาในรายกะ...อุ๊บ

ไม่ได้การ ผมรีบเอามือตะปบปากให้พี่เขาหยุดพูดก่อนที่ผู้หญิงตรงหน้าจะเยาะเย้ยผมได้ แค่โดนปฏิเสธก็น่าอายพอแล้วนี่ยังโทรมาขอความช่วยเหลือเพียงเพราะอกหักจากพี่เขาอีก

พอดีผมแค่ปรึกษาอะไรพี่เขานิดหน่อยน่ะครับ

ผมแอบกระตุกตาเป็นเชิงบอกซิกให้พี่เขาเออออห่อหมกไปกับผม พี่สัจจะดึงมือผมออกทันทีก่อนจะหันไปชงเหล้าให้พี่ทอยต่อ

แล้วไอ้เอฟเป็นไรอะ ไมนอนพิงน้องเขาแบบนั้น

พี่ทอยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าพี่เอฟนอนพิงผมไม่ได้สติ ผมพยายามจะย้ายหัวพี่เขาออกไปจากไหล่ผมแล้ว แต่เจ้าตัวก็เอนตัวกลับมายังที่เก่าราวกับจะแกล้ง

เมาน่ะ

พี่ไจ๋อาสาตอบ แต่แทนที่ผมจะมองคนที่พูดผมกับชำเลืองมองพี่อุ่นใจที่เขยิบไปนั่งข้างๆ พี่ไจ๋ก่อนที่เธอจะเอาแขนพาดตักพี่ไจ๋ไว้ เหมือนเขาทั้งสองจะสนิทกันแหะ

จริงสิ พี่อุ่นใจไม่ใช่คนในคณะนี้นี่ ทำไมถึงได้มาสนิทกับคนในกลุ่มนี้แถมยังเคยถ่ายรูปรวมหมู่กับพี่เอฟด้วย ผมลืมเรื่องนี้ไปเลย ว่าจะถามพี่เขาอยู่หลายทีแต่ก็ไม่มีโอกาสให้ถาม

น้องคณิตดูจะอยากรู้จักเพื่อนพี่นะพี่ทอยทักผมจนผมสะดุ้งตัวโยน มองไอ้ไจ๋ตาไม่กระพริบเลย

ปะ เปล่าครับ คือผม...” ผมมองหน้าพี่อุ่นใจที่ไม่ได้มีท่าทีว่าจะเล่นด้วย เธอทำเป็นก้มหน้ากดมือถือโนสนโนแคร์กับคำแซวพี่ทอยเมื่อครู่ ผมแค่สงสัยว่าทำไมรุ่นพี่ที่คณะถึงมาอยู่นี่ได้

เออ จริงสิ ไอ้อุ่นแกเป็นรุ่นพี่ในคณะน้องคณิตนี่ ว่าแต่คณิตเรียนเอกอะไรอะ

นี่สินะที่เขาบอกว่าพี่ทอยดูน่าคุยมากกว่าพี่เอฟ มันจริงๆ แหละ แววตาท่าทางของพี่เขาดูสนใจกับสิ่งที่ผมพูดไปหมด

มันน่าน้อยใจที่ไอ้คนข้างๆ มักทำหน้าหงุดหงิดใส่ผมทุกครั้งเวลาผมจะพูดหรือบ่นอะไร

พัฒนาชุมชนครับ

คนละเอกกับอุ่นใจอะดิแบบนี้

ครับผมยิ้มน้อยๆ พอมองไปที่เจ้าของชื่อเธอก็ไม่ได้สนใจผมอีกแล้ว มีแต่พี่ไจ๋ที่มองผมนิ่ง

นิ่งจนผมต้องหลบสายตามามองพี่ทอยให้สบายใจ

แต่จะว่าไปพี่สัจจะดูเงียบแปลกๆ แหะ...

ตายไปอีกหนึ่ง

พี่ไจ๋พูดพลางหันหน้าจอมือถือไปที่พี่สัจจะ คาดว่าเธอคงแอบถ่ายรูปเก็บเอาไว้ตามประสาเพื่อนสนิท

แล้วแบบนี้คณิตกลับไงอะ

พี่ทอยถามเมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มผิดแผนไป นี่ผมนึกว่าพี่สัจจะจะคอแข็งกว่าที่คาดการณ์ไว้อีกนะ ล้มตายตามผู้ชายข้างๆ ผมเลย

ผมเอามอเตอร์ไซค์มาครับ ตอนแรกว่าจะให้พี่เอฟนอนนี่แล้วพี่สัจจะคอยดูแล แต่ดูท่าแล้วคงไม่ไปไม่รอด...”

ฮ่าๆ นั่นดิพี่ทอยหัวเราะออกมา เออไจ๋ ไอ้เอฟนี่ย้ายหอไปไหนนะ

หอน้องคณิตนี่แหละ

อ้าว ดูเหมือนว่าพี่ทอยจะยังไม่รู้ว่าพี่เอฟย้ายมาหอผม งั้นเราไปรถพี่ไหม แล้วเราช่วยแบกไอ้เอฟกับไอ้สัจจะขึ้นรถพี่

ได้ทีพี่ทอยก็เสนอแผนการให้ผมในทันที แบกพี่เอฟยังพอเข้าใจ แต่แบกคนหุ่นร่างหมีควายอย่างพี่สัจจะนี่ไม่โอเคเลย

แล้วมอเตอร์ไซค์ผม...”

จอดไว้ที่หน้าคณะนี่แหละ พี่รับประกันให้เลยว่ามันไม่หายแน่นอน

แหงล่ะ สภาพโรเบิร์ตผมมีแต่คนเดินเว้นระยะห่างเกือบสามเมตร เพราะทุกคนกลัวเป็นบาดทะยักตาย

อุ่นใจจะให้เราไปส่งที่คอนโดด้วยไหมอะ แต่คงลำบากหน่อยนะ เพราะต้องเอาไอ้สองคนนี้ไปด้วยอะ

งั้นไม่เป็นไร อุ่นขอตัวกลับก่อนนะ คงอยู่ส่งด้วยไม่ได้อะ

พี่อุ่นใจตอบพี่ทอยในทันที ก่อนจะรีบลุกออกจากห้องไปไม่รอให้คนในห้องพูดลาหรือไถ่ถามอะไร ตามไปด้วยพี่ไจ๋ที่ลุกตามไปติดๆ แต่เธอก็ยังหยุดชะงักเท้าที่หน้าประตู

ฝากเอฟกับสัจจะมันด้วยนะ

ไม่รู้ว่านั่นเป็นคำฝากของพี่ไจ๋ที่มอบเอาไว้ให้ผมหรือพี่ทอย แต่ผมก็พยักหน้ารับไปแล้ว กลายเป็นว่าภายในห้องส่งวิทยุแห่งนี้มีแค่ผมกับพี่ทอยเท่านั้นที่ยังคงมีสติสัมปชัญญะที่ครบถ้วน (?)

เหลือแค่เราที่ต้องลำบากแล้วสินะพี่ทอยเกาหัวก่อนจะย้ายตัวเองไปนั่งแทนที่พี่ไจ๋ เสียดายเหล้ากับน้ำแข็งแหะ พี่ขอซัดก่อนสักสองสามแก้วได้ปะ

แต่ว่า...”

พี่ไม่เมาหรอก ไม่เหมือนไอ้สองคนนี้แน่ๆ

ไม่รู้ว่าจะขัดศรัทธาพี่แกยังไง ผมก็เลยต้องปล่อยไปตามเวรตามกรรม พี่ทอยจัดการชงเหล้าแล้วส่งมาให้ผมหนึ่งแก้วตามมารยาท ผมไม่ได้ยกมันขึ้นมาดื่มเพราะตอนนี้ก็เริ่มตึงนิดๆ แม้จะโดนไปสองสามจิบก็เหอะ

พอเห็นความเฟรนด์ลี่พี่ทอยผมก็อดนึกถึงดีเจอินเลิฟขึ้นมาทันที ผมไม่สามารถจับน้ำเสียงของเขาได้เพราะขนาดพี่สัจจะยังเสียงไม่เหมือนตอนออกอากาศเป็นดีเจคิวปิดเลย

พี่ทอยเป็นลูกครึ่งหรือเปล่าครับ

เหมือนเหรอ

เพราะบรรยากาศมันวังเวงไปผมเลยเลือกที่จะชวนเขาคุย พี่เอฟเริ่มหัวไถลจากไหล่ผมลงมานอนที่ตักผมแทน ตัวของเขาอุ่นนิดๆ ยังพอช่างใจได้ว่าเขาจะไม่ป่วยเพราะฤทธิ์เหล้าแน่ๆ

เหมือนคนญี่ปุ่นน่ะครับ

ถูก

พี่เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นจริงดิ

อืม แม่เป็นคนโอซาก้าโดยกำเนิดเลย ส่วนพ่อก็เป็นคนกรุงเทพฯ หน้าพี่ถึงออกมาหล่อธรรมชาติใช่ไหมล่ะ

ไม่อยากจะด่าแต่ก็ทำได้แค่ยิ้มแห้ง พี่เขามีเขี้ยวน่ารักๆ ตามแบบฉบับคนญี่ปุ่นด้วย เวลายิ้มทีก็น่ามองและมีเสน่ห์น่าจดจำ

แล้วพี่เรียนสาขาอะไรเหรอครับ

พี่เรียนสาขาเดียวกับไอ้เอฟ ออกแบบนิเทศศิลป์

แปลว่าพี่ก็สนิทกับพี่เอฟมากเลยเหรอฮะ

จะว่าสนิทไหมก็ไม่เชิงแหะ

พอพูดถึงความสัมพันธ์สองคนนี้ก็แอบแปลกๆ อยู่น้า เพราะพี่เอฟก็ดูไม่ชอบเขาเอาซะเลยตอนที่ผมสงสัยว่าพี่ทอยเป็นใคร ส่วนพี่ทอยก็ดูคิดหนักเอาตอนที่ถามว่าสนิทกันไหม

มันต้องมีอะไรมากกว่าคำว่าเพื่อนเป็นแน่แท้

ผมว่าพี่พอก่อนเถอะครับ เดี๋ยวจะเมาขับรถกลับไม่ไหว

ผมจัดการดึงแก้วออกจากมือพี่ทอยในทันทีเมื่อเห็นว่าเขาทำท่าจะชงแก้วที่สี่ มันเกินขอบเขตที่เขาขอเอาไว้แต่แรก

เรานี่เป็นเด็กน่ารักดีเหมือนกันนะ

ผมเหรอครับผมชี้เข้าหาตัวเอง ได้แต่หัวเราะออกมาเบาๆ

เออ ดูเป็นเด็กที่ไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่ตอนที่เห็นอุ่นใจนี่แววตาเรามันฟ้องเลยนะพี่ทอยทำท่าล้อเลียน ชอบอุ่นใจอะดิ บอกพี่ได้ พี่จะไม่พูด

คือผมไม่รู้ว่าควรจะบอกพี่ไปไหม คือผมเคย...”

ผมหยุดพูดไปชั่วขณะเมื่อเหลือบตามองต่ำแล้วพบว่าพี่เอฟกำลังพลิกตัวแล้วเอาแก้มไถที่ขาอ่อนผม ไอ้ห่า คนยิ่งใส่ขาสั้นมาด้วยวันนี้ ทำแบบนี้แล้วจักจี้ชอบกล ผมเลิกสนใจพี่เอฟก่อนจะเงยหน้ามองพี่ทอยก็ดูตั้งใจฟังในสิ่งที่ผมกำลังจะเล่า

เคย?

เคยเห็นพี่เขาซ้อมเชียร์ลีดเดอร์น่ะครับ ไม่มีอะไร

ไม่ชอบเหรอ สวยออกทำไมหัวเราะเพราะตลกในคำพูดตัวเองแบบนั้นเล่า

ผมไม่มีสิทธิ์ไปชอบหรอกครับ หน้าตาผมไม่ได้ดีที่จะไปเทียบอะไรกับคนอย่างเขาขนาดนั้น

ตัดพ้อปะวะ

ผมปลงต่างหาก

ผมยักไหล่หัวเราะให้กับความโง่เขลาที่แสนไม่เจียมตัวของตัวเอง ตอนพี่อุ่นใจเห็นหน้าผมเขาแทบจะไม่มองหน้าผมเสียด้วยซ้ำ ทำเหมือนผมเป็นธาตุอากาศ

จริงๆ หน้าตาแกก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น

พี่ทอยไม่ต้องพูดให้ผมรู้สึกดีหรอกครับ

พูดความจริง

พี่ทอยว่าเสร็จก็กระดกน้ำเปล่าขวดใหญ่ในทันที พี่เขาไม่ได้ดูเหมือนคนเมาอย่างที่เขาโม้เอาไว้จริงๆ แม้จะแอบหน้าแดง แต่ผมก็ไว้ใจให้เขาขับรถพาไปส่งได้

พี่ทอย

ไม่รู้ว่าควรถามออกไปไหม แต่ก็อดไม่ได้จริงๆ ผมอยากรู้นี่นา

ว่า

พี่ไจ๋กับพี่เอฟเขาเป็นอะไรกันเหรอครับ

จะว่าผมขี้เสือกก็ได้ ผมยอมรับ แค่ผมอยากรู้สถานะเขาสองคนนี่นา มันดูอึดอัดยังไงไม่รู้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ที่พี่ไจ๋มาหาพี่เอฟที่หอผม เขายังดูสนิทๆ กันอยู่เลย

เพื่อนพี่ทอยว่าขึ้น แต่จะคิดไม่ซื่อไหมอันนี้ไม่รู้ ไว้ไปถามมันเองแล้วกัน

อ่า...”

สนิทกับไอ้เอฟมันมากเลยปะเนี่ย นานๆ ทีมันจะมีเพื่อนใหม่ ส่วนใหญ่ก็ติดไอ้สัจจะเป็นว่าเล่น กับคนอื่นไม่เห็นมันเป็นมิตรด้วยเลย ขนาดกับพี่มันยังไม่ค่อยจะคุยด้วยซ้ำ

เพราะผมให้เขาอยู่ห้องมั้งครับ

ต้องถูกมันไว้ใจเอามากๆ เลยนะเนี่ย มันถึงยอมหมดสภาพลงไปนอนบนตักแกได้น่ะ ไอ้เอฟเป็นคนห่วงตัวสุดๆ ใครมาสกินชิพก็ด่าพ่อล่อแม่ตลอด

ปกติเขาก็ด่าผมประจำอะ

นั่นสินะ

พี่ทอยหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นจากที่นั่งและจัดการคว้าตัวพี่สัจจะให้ลุกขึ้นมา เจ้าตัวที่กำลังเมาได้ที่ก็ทำท่างัวเงียกึ่งลุกกึ่งนอน นับถือใจเลยที่พี่ทอยสามารถดึงคนตัวใหญ่ตรงหน้าขึ้นมาจากโซฟาได้

ผมที่เห็นว่าไม่ได้การจึงรีบย้ายหัวพี่เอฟไว้บนโซฟาและตัวเองปรี่เข้ามาช่วยพี่ทอยอีกแรง แต่เจ้าตัวกลับยกมือห้าม

แบกไอ้เอฟลงตึกเถอะ พี่รับไอ้สัจจะคนเดียวไหว

แต่กูรับไอ้พี่เอฟไม่ไหวเว้ย!

แม้ข้อตกลงเมื่อครู่จะดูคล้ายบังคับให้ทำ ผมก็ต้องจำใจมายืนถอนหายใจรดหัวคนนอนแน่นิ่งตรงหน้า พี่ทอยประคองตัวพี่สัจจะออกจากห้องพร้อมคว้ากระเป๋าของเจ้าตัสไปด้วย ส่วนผมก็ต้องแบกทั้งกระเป๋าทั้งเจ้าของกระเป๋าลงตึกยามวิกาล

สามทุ่มแล้วแหะ เวลาดูผ่านไปไวจนน่าตกใจเลย

ฮึบ!”

ผมรวบรวมพลังกำลังดึงแขนพี่เอฟขึ้นมา แต่จนแล้วจนรอดเจ้าตัวก็ไม่มีท่าทีจะลุกตามแรงผม ได้แต่เลียริมฝีปากจ๊อบแจ๊บเป็นเด็กหิวนม

งื้ออออแน่ะ ยังมีหน้ามาคำรามใส่อีก

ลุก!” ผมพูดเสียงดัง ไม่รู้ป่านนี้พี่ทอยเอาร่างยักษ์ของพี่สัจจะไปถึงรถเขาแล้วหรือยังพี่ กลับหอกัน

อะไรนักไอ้หน้าบานนนน

แม้คำที่ออกจากปากพี่เอฟจะดูเกรี้ยวกราดเกินเบอร์ แต่เขาก็พูดในขณะที่หลับตาพร้อมกับขมวดคิ้ว นี่ถ้าลุกขึ้นมาเกรี้ยวกราดจะไม่ว่าเลย

ความสามารถพิเศษคือหลับตาด่าคนได้สินะ!

จะกลับแล้วพี่ ผมต้องแบกพี่อยู่คนเดียวเนี่ย

ม่ายกาบบบบบ

ให้ตายสิวะ

ไม่รู้จะสบถว่าอะไรแล้ว ผมจัดการโน้มตัวเอามือช้อนคอให้เขาลุกขึ้น แต่เพราะคนบนโซฟามีพลังกำลังและตัวใหญ่กว่า ผมก็เลยเป็นผู้ถูกกระทำลงไปทับเขาเฉย

แถมจมูกผมยังจรดเข้าไปที่ซอกคองามๆ ของพี่เอฟแกอีก เหี้ยแล้วไง

จักจี้เว้ยยยยยย

พี่เอฟดันหน้าผมออกในทันที ผมกลับมานั่งจมปุ๊กอยู่ที่พื้นอย่างจำนน

อ้าว ยังดึงร่างมันมาไม่ได้อีกเหรอคณิต

พี่ทอยวิ่งเข้ามาในห้องในสภาพที่ดูก็รู้ว่าเขาเหนื่อยแค่ไหน ก็เล่นแบกร่างพี่สัจจะไปแล้วหนึ่งรอบ ยังต้องกลับมารับอีกร่างที่ยังคงดื้อไม่ลุกให้ความร่วมมือกับผมสักทีนี่อีก

ผมสู้แรงพี่เอฟเขาไม่ไหวหรอกฮะ

งั้นไม่เป็นไร เขยิบให้พี่เข้าไปที เดี๋ยวพี่แบกมันลงไปเอง

ผมรีบลุกขึ้นหลีกทางตามคำขอพี่ทอยในทันที แต่เพราะจังหวะที่เขยิบออกมันทำให้เท้าผมพลิกผิดจังหวะ ตัวของผมก็เซไปกอดเอวพี่ทอยเอาไว้แน่น คนตรงหน้ารีบโอบร่างผมไว้ไม่ให้กลิ้งลงไปกับพื้น

แต่ความอุบาทมันอยู่ที่หน้าผมซุกลงไปที่หน้าท้องเขาเลยนี่ดิ

โทษครับพี่ผมดันตัวพี่ทอยออกก่อนจะมายืนนิ่งเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้น

พี่ทอยไม่ได้เอ่ยอะไร เขาอุ้มพี่เอฟขึ้นมาอย่างเชี่ยวชาญ ก่อนจะแบกออกจากห้องไปตามด้วยผมที่เดินตามหลังเขาไปติดๆ

เรื่องพี่เอฟน่ะเอาไว้ก่อน...

แต่ไอ้ที่ทำผมค้างคาใจก็คือพี่ทอยนี่แหละ

ทำไมกลิ่นน้ำหอมที่เขาใช้...

มันถึงคุ้นเคยเหมือนผมเคยได้กลิ่นนี้ใกล้ๆ จากที่ไหนมาก่อนเลยนะ







รูปภาพที่เกี่ยวข้อง













-120%-
มาอัพแล้ววว
มีคอมใหม่แล้วค่าาาา อัพได้แบบเต็มเครื่องแล้ว
ทำไมมันดูเหงาๆ หายไปไหนกานน
อย่าบอกนะว่าหนีไปจอย!?!
แง้งงงง กลับมาก๊อนนนนนนนนน
เม้นๆ เป็นกำลังใจให้ก่อน ฉันไม่มีแรง
5555555555555
----------------------------


แอดแฟน กดที่รูปน้องคณิตเลย!
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
โหวต + เม้น ด้วยนะครับ
ตามไปเสริมหล่อคณิตได้ที่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 279 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,634 ความคิดเห็น

  1. #1592 Honery (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 12:55
    ไรท์เป็นติ่งปะเนี่ย5555 ทำไมอิมเมจมีแต่เด็กpd
    #1,592
    2
    • #1592-1 pawpanida(จากตอนที่ 10)
      28 กันยายน 2563 / 01:14
      ห้องน้ำ!!!
      #1592-1
    • #1592-2 เช็ค'บิล(จากตอนที่ 10)
      3 ตุลาคม 2563 / 18:03
      ติ่งทุกซืีซั่นด้วยค่ะ5555555555555555555
      #1592-2
  2. #1589 Noname07 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 01:34
    ทอยคนแรกที่เจอตอนนิดถอดแว่นป้ะะะะชอบทอยอ่ะ555
    #1,589
    0
  3. #1503 buakaiyuan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 04:47
    พี่ทอยคนที่ช่วยเป่าตาให้น้องงงง
    #1,503
    0
  4. #1466 Ppapp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 18:19

    ว่าละต้องเป็นเคนตะ พี่ทอยเนี่ย บุคลิกใจดีๆ ใช่เลย

    #1,466
    0
  5. #1316 Nanthara (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 09:05
    พี่ทอยอาจจะเป็นคนที่เคยช่วยน้องตอนมาครั้งแรกไงอิอิอิอิ
    #1,316
    0
  6. #1246 nuneny_NJ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 22:06
    พี่ทอยนี่คิดว่าเป็นซองอูมาตลอด55555
    #1,246
    0
  7. #1154 มะเเดหวี (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 15:08
    กลิ่นแปลกๆกลิ่นไหม้ป่าววะ
    #1,154
    0
  8. #1111 PareWaPkh (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 22:33
    ความลับ ปมมม
    #1,111
    0
  9. #1054 Hwangie28 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 20:33
    จะมีอะไรพีคๆมั้ยคะ55555555
    #1,054
    0
  10. #988 Choco'l Pis (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 23:48
    หืม...ชั้นว่ามันแปลก...

    เอฟกับทอยนี่มีซัมติงกันมั้ยนะ ไม่ดิ อย่าคิด
    #988
    0
  11. #840 Mistyblack (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 16:42
    ไม่นร้าาาา
    #840
    0
  12. #724 amayys (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:01
    ใช่แน่ๆ กลิ่นพี่ที่มาช่วยเป่าแมลงออกจากตาหนูไงลูกกกกกกกกกก
    #724
    0
  13. #527 namnam68 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 00:08
    เหมือนมีซั่มติง บางสิ่งบางอย่าง
    #527
    0
  14. #508 sydi13 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 17:34
    กลิ่นอุ่นใจป่าวววว
    #508
    0
  15. วันที่ 21 มกราคม 2561 / 21:41
    เป็นคนมีความลับ
    #492
    0
  16. #429 Kanokpornbb (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 01:22
    สรุปพี่ทอยนี้ใคร แล้วไจ๋นี้เป็นอะไร ทำไมมันดูมีปมทั้งๆที่ไม่น่ามีนะ555555555
    #429
    1
    • #429-1 เช็ค'บิล(จากตอนที่ 10)
      20 มกราคม 2561 / 21:52
      เพราะจริงๆแล้วมันไม่มีนั่นเอง555555555555555
      #429-1
  17. #426 ppppmr (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 00:44
    ยังไงๆๆๆๆ แลดูมีความลับกันหมดดด งื้อออ
    #426
    0
  18. #425 away <3 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 20:18
    เราลบอิมเมจพี่เอฟในตอนแรกออกจากหัวไม่ได้เลย!! -บ้า5555 ทำไมว๊า
    #425
    0
  19. #424 away <3 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 20:15
    ทอย เธอเป็นใคร!!!
    #424
    0
  20. #423 เจเจนจูจุ๊บ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 19:55
    ทุกคนแลมีความลับ ยังงัยยู?
    #423
    0
  21. #422 Written by a bear (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 19:25
    เหมือนมีลางบอกเหตุ
    #422
    0
  22. #421 นิ้วของจีมิน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 16:05
    เอ๋?พี่ทอยยังไงงง
    #421
    0
  23. #420 IM-Gimme (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 16:02
    พรี่ทอยยยยยยยยย
    #420
    0
  24. #419 Suttiphong Sribunchoo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 15:37
    อยู่ค่าาาาาา
    #419
    0
  25. #418 Roschees94 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 11:20
    เรื่องนี้พี่ทอยคือพระรองแน่นอนจ้าาาาา
    #418
    0