[YAOI] FANSITE ll แฟนผมเป็นตากล้อง ❤ [THE END]

ตอนที่ 9 : ll แฟนผมเป็นตากล้อง ll EP.08 :: เขาเป็นรูมเมทกัน [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,743
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    14 พ.ค. 60


ll FANSITE ll
#แฟนผมเป็นตากล้อง

EP.08
กฎของการเป็นแฟนคลับข้อที่ 9
'รู้ไลฟ์สไตล์ของเขา'









พรึ่บ


ผมทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนทันทีที่มาถึงห้องไอ้คิวก่อนจะจัดการขว้างกระเป๋าเข้าไปที่มุมห้องด้วยความเหนื่อย


เมื่อคืนผมนั่งวางแผนจัดตารางตัวเองจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน พอมาเรียนก็รู้สึกเพลียๆ แถมยังต้องมาเจอแฟนเก่าที่ทำเอาผมอยากหลบหน้าเธอทุกเมื่ออีก ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกว่าเธอไม่มีเค้าโครงความเป็นแฟนเก่าผมอยู่เลย ในทางกลับกันเธอดูเฉยเมยทำเหมือนผมเป็นเพื่อนร่วมห้องที่เคยเรียนด้วยกันซะมากกว่า


จริงๆ โลกใบนี้กลมพอตัวเลยนะ ทั้งคิว ผม พิมพ์ ไหนจะไอ้เกมส์กดอีกที่มาจากโรงเรียนเดียวกัน แต่ไอ้เกมส์ผมเพิ่งจะมาคุยกันก็ช่วงมหาวิทยาลัยนี่แหละครับ มันช่วยอะไรผมหลายๆ อย่างนะ ยิ่งเรื่องไอ้คิวนี่มันก็ช่วยตลอด ถ้าผมไม่ได้มันผมก็ไม่รู้จะตามไอ้คิวยังไงอะ


อยากกินอะไรปะ เราจะได้ทำให้คนเป็นคนเจ้าของเอ่ยถามผมไม่ได้ตอบแต่เลือกที่จะยกเท้าขึ้นเพื่อถอดถุงเท้า งั้นกินข้าวกล่องแช่เย็นในตู้แล้วกัน


เจ้าของห้องจดการพูดเองเออเอง ผมกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงก่อนจะเปิดกล้องถ่ายรูปที่ชาร์ตมาเต็ม ลองเอาไปถ่ายมันตอนทำอาหารดีกว่า น่าจะได้รูปที่ดูอบอุ่นสาวๆ คงกรี๊ดวี๊ดว้ายน่าดู


ผมลุกขึ้นตามไอ้คิวไปที่ห้องครัวที่ติดกับระเบียงห้อง เหมือนว่าจะเอากล่องข้าวแช่แข็งตามเซเว่นมาอุ่นไมโครเวฟธรรมดา ผมเดินไปยืนข้างๆ มันก่อนจะกดถ่ายรูป คนถูกถ่ายหันมาทำหน้าเหวอเล็กน้อยในการกระทำของผม


ไหนลองใส่ผ้ากันเปื้อนดิผมว่า


ไอ้คิวที่ถูกสั่งอย่าว่าง่ายจึงหันไปคว้าผ้ากันเปื้อนที่แขวนอยู่มาใส่ มันคือผ้ากันเปื้อนสีฟ้าอ่อนลายตุ๊กตาน่ารักๆ นี่ผู้ชายเขาเลือกผ้ากันเปื้อนลายนี้กันเหรอวะ -_-


ใส่แล้วให้เราทำไงต่ออะ


"กระโดดลงไปจากระเบียง"


"โอเค"


"ไอ้สัด กูพูดเล่น"


ผมรีบเข้าไปดึงตัวไอ้คิวทันทีที่มันทำท่าจะกระโดดลงไปข้างล่าง นี่ไม่ใช่ตึกเตี้ยๆ ด้วยนะ ลงไปแล้วพิการใครจะรับผิดชอบเล่าเฮ้ย


"เป็นห่วงเราด้วย"


"กูแค่ไม่อยากติดคุกโทษฐานผลักมึงตกตึกต่างหาก ไอ้ฟาย"


"ด่าเราแบบนี้เดี๋ยวก็..."


"ก็อะไร" ผมถามเมื่อเห็นว่ามันยกยิ้ม แม้จะเกรงกลัวในคำคำพูดมันลึกๆ แต่ผมเลือกที่จะถอยหลังกลับมาหนึ่งก้าวแล้วจัดการถ่ายมันทันที ยืนหันหน้ามายิ้มให้กล้องเฉยๆ กูจะถ่าย


ผมรีบรัวชัตเตอร์ไม่ยั้งในตอนนี้ไม่รู้ว่ามีกี่รูปได้ แต่ที่แน่ๆ มันเยอะพอที่จะถ่ายทันในสองสามวันอะ ไอ้เด็กแอดมินนั่นมันไม่ได้บอกนี่ว่าห้ามรูปซ้ำ ผมก็รัวสิครับรออะไร


ติ้ง!


ผมหยุดรัวนิ้วเมื่อไมโครเวฟแจ้งเตือนว่าได้เวลาอาหารเย็นของเราแล้ว กลิ่นข้าวแกงกะหรี่หมูทงคัตสึหอมฟุ้งในทันทีที่ไอ้คิวเอาออกมาจากไมโครเวฟ ผมรีบสะพายกล้องแล้วช่วยมันเอาอีกกล่องนึงออกมาเพื่อให้มันจับถนัดไม่ร้อนมือ


เอาไปวางไว้ที่โต๊ะทานข้าวตรงนั้นเลยก็ได้นะไอ้คิวชี้ไปที่โต๊ะเล็กๆ สำหรับสองคน ตอนมาครั้งก่อนนี่ไม่เห็นโต๊ะนี้นี่นา แต่ดูท่าว่าจะใหม่ด้วยคงซื้อมาต้อนรับรูมเมทสินะ ขอโทษนะเราไม่ได้ตุนอาหารดีๆ ไว้ต้อนรับรูมเมทเลยอะ กินแบบนี้ไปก่อนเนอะ


มันว่าก่อนจะนั่งฝั่งตรงข้ามกับผม ผมเลือกที่จะไม่พูดอะไร เพราะเท่านี้ก็รู้สึกว่ามันทำให้ดีมากพอแล้ว ผมไม่ได้อยากจะใจอ่อนกลับไปเป็นเพื่อนมันนะ แค่ผมอยากทำหน้าที่นี้ให้ดีไม่มีวี่แววเรื่องราวทะเลาะเข้ามาทำลายบรรยากาศ ไหนแม่งต้องมาช่วยถ่ายหนังสั้นให้ผมอีก ทำดีกะแม่งเพื่อหวังผลแค่ไม่กี่วันมันไม่น่าจะเป็นอะไรหรอก


เออ แล้วพรุ่งนี้มีงานที่ไหนปะผมว่าขึ้นในขณะที่ไอ้คิวกำลังซัดข้าวแกงกะหรี่เข้าปากอย่างเอาเป็นเอาตาย เผื่อกูจะไปด้วย


พรุ่งนี้มีถ่ายรูปเชิญชวนน้องมางานโอเพ้นเฮาส์อะ จะไปเหรอ


อืม” 


ผมตอบในลำคอเบาๆ ก่อนจะตักข้าวกิน ความอร่อยเหมือนเคยสัมผัสรสชาตินี้นี่มัน


ข้าวแช่เย็นร้านป้าตุ๊อะ ที่ป้าเขาเคยขายในโรงอาหารโรงเรียน จำได้ปะ


เหมือนคนตรงข้ามจะรู้ความคิดประหนึ่งมานอนอยู่ในหัวกูเอ่ยขึ้น ผมพยักหน้าเมื่อนึกออก ร้านนั้นเป็นร้านที่ผมกับมันกินด้วยกันตลอดแหละครับ แต่ไม่ยักคิดว่าป้าแกจะทำธุรกิจข้าวแช่แข็งกับเขาด้วย


แล้วมึงใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมาเกือบสามปี คิดบ้าอะไรถึงอยากได้รูมเมทวะ


ผมเปิดประเด็น ผมเพิ่งมารู้เมื่อตอนตามถ่ายรูปมันนี่แหละว่ามันอยู่แถวนี้ แอบใกล้จนอิจฉา ไม่ตื่นเช้าๆ เพื่อมายืนรอรถเมล์มาเรียนแบบผมด้วย


แม่เราอยากให้เราหาเมทน่ะ จะได้มีเพื่อนไว้ปรึกษาบ้างแถมค่าหอมันก็เพิ่มขึ้นมาเกือบเท่าตัว แม่เราแอบบ่นๆ เราไม่อยากให้เขาต้องมากังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเลยให้หาเพื่อนมาอยู่ด้วยซะ


"มีเพื่อนไว้คอยปรึกษา?" ผมทวนคำพูดของมันอย่างตกใจ "ไม่มีเพื่อนเลยจริง เหรอ สักคนล่ะ"


"ไม่มีอ่ะ เรากิจกรรมเยอะ ก็มีแค่เพื่อนคนรู้จักที่ไม่ได้สนิทเหมือนแบบเพื่อนสนิท"


"ทำไมไม่เปิดใจหาเพื่อนไว้คบบ้าง"


"ไม่เอาดีกว่า" มันส่ายหน้าพลางเขี่ยข้าวไปมา "เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เหมือนในอดีต"


ผมหยุดคำพูดที่จะถามต่อไปในทันที เมื่อได้ยินน้ำเสียงของมันแบบนั้นบวกกับคำพูดที่ผมพอจะรู้ว่ามันหมายถึงเหตุการณ์อะไร


เปลี่ยนเรื่องดีกว่าสัดเอ้ย


แล้วตอนนี้แม่ทำงานอะไรอะ


ผมพูดพลางตักมันฝรั่งต้มใส่จานมันด้วยความเคยชิน ผมชะงักมือไปในทันทีที่เผลอทำแบบนั้นไป จะตักคืนมันก็ไม่ใช่เรื่อง


ไม่เป็นไร เรารู้นายไม่กินตักมาให้เราเหอะไอ้คิวยกยิ้มขึ้น ผมเม้มปากก่อนจะก้มหน้าก้มตากินต่อ แม่มีกิจการทำสปาที่หาดใหญ่อะ ส่วนพ่อก็ไปร่วมหุ้นกับเพื่อนทำสวนผลไม้ที่ระยอง


ดีเนอะ ครอบครัวฐานะดีขึ้นแล้วใช่มะ


ก็ดีนะ เราพยายามปรับปรุงตัวเองให้ดูดี หาเอเจนซี่ช่วยพาไปแคสนั่นนี่ พอได้เงินมาเลี้ยงตัวเองบ้างอะ


ผมเงยหน้ามองมันเพื่อพิจารณาเค้าโครงหน้าตาเดิมของมันเมื่อครั้งอดีต แต่ภาพตอนนี้มันลบภาพเหล่านั้นจนผมจำไม่ได้เลยว่าหน้าเก่ามันออกไปแนวไหน รู้แค่ว่ามันต่างกับตอนนี้มากๆๆๆ อะ


นัยน์ตากลมโตมีถุงใต้ตาแบบอายดอลลี่ ไหนจะจมูกที่โด่งรับใบหน้า ริมฝีปากอวบเด้งได้ที่และผิวพรรณดูคุณหนูนี่อีก


มึงศัลยกรรมปะผมเผลอลั่นปากออกไป รู้ว่ามันไม่ควรถามเพราะเสียมารยาทแต่ในสมัยนี้เขาเปิดกว้างแล้วปะวะ ทำก็คือทำ ภูมิใจจะตายมีเงินทั้งทีก็ทำแม่งจะไปเสียหายอะไร หรือแค่ดัดฟันเหมือนที่บอกพ่อกูจริงๆ


ไม่ทำดิ ไม่เชื่อนายบีบจมูกเราก็ได้อะ


ไม่ว่าเปล่ามันยังยื่นหน้ามาให้ผมบีบ ด้วยความขี้เสือกที่มีอยู่แล้วในตัวผมจึงวางช้อนแล้วเอื้อมมือไปจับแกนจมูกโด่งของมันด้วยความสงสัย จมูกนิ่มๆ ไม่แข็งซิลิโคนอย่างที่นึก ผมบิดไปมาอย่างเบามือเพราะถ้ามันทำมาจริงแล้วผมเกิดทำจมูกแม่งเบี้ยว คงไม่มีปัญญาจ่ายแน่ๆ


ผมจับมันไปมาอย่างมันส์มือ แต่พอเผลอไปสะดุดสายตาที่มันมองมา ผมจึงรีบชักมือกลับแล้วหันมากินข้าวตรงหน้าต่อในทันที


อืม ไม่ทำก็ดีแล้ว อิจฉาเนอะโตมาแล้วหน้าตาดีได้โดยไม่พึ่งมือหมอ


เราก็อิจฉานาย ที่นายน่ารักมาตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้โดยไม่พึ่งมือหมอ


มันว่าติดขำ ผมเกือบสำลักข้าวจนต้องคว้าแก้วน้ำมาซัดเอือกๆ เพราะกลัวติดคอ ผมมองหน้ามันอย่างไม่เข้าใจจริงๆ ว่ามันต้องการที่จะกวนตีนผมหรือปั่นประสาทอะไรกันแน่ เพราะพักหลังมันเริ่มพูดจาแปลกๆ ใส่กันอะ


ผมต้องใช้วิชาจิตวิทยาที่เรียนมาให้แตกฉานซะแล้วมั้ง


ตอนที่กูต่อยมึงในเหตุการณ์วันนั้น มึงโกรธกูปะผมถามในประเด็นอดีต มันเงยหน้ามามองผมก่อนจะทำหน้านึก


จำไม่ได้อะ เราไม่ใส่ใจ


จะไม่จำไม่ได้ได้ไงอะ กูต่อยมึงเลยนะเว้ย


เราไม่ชอบจำเรื่องราวที่ไม่สำคัญกับใจตัวเองอยู่แล้วอะ เราจำแต่เรื่องราวดีๆ


ผมถึงกับมองบนไปหนึ่งแปด มันไม่จำหรือมันไม่อยากจำกันแน่ รู้ปะถ้าผมโดนต่อยในตอนนั้นผมคงเกลียดอะ ใครมาต่อยเราเราก็จำฝังลึกไว้ในสมองไม่ใช่เหรอวะ


แล้วจำอะไรได้บ้าง


จำได้ว่าเคยเป็นเพื่อนนาย


เฮ้อ


เหมือนผมกลายเป็นคนบาปที่มาเกลียดพ่อพระแบบแม่ง ผมเกาหัวด้วยความเครียดที่อยู่ๆ ก็ผุดมาดื้อๆ จนในที่สุดก็เลือกที่จะเงียบและจบบทสนทนาในอดีตของเราสองคนซะ


ผมมองหน้ามันที่เต็มไปด้วยสีหน้าที่ดูแล้วมันใสซื่อจริงไม่มีจุดประสงค์ร้ายอะไรทั้งนั้น แม้จะรู้ว่าเรื่องราวของเราที่ต้องมาเจอกันอีกครั้งมันจุดประเด็นที่ผมดันเผลอไปลบรูปมัน ผมจึงไม่อยากคิดว่ามันจะกลับมาแก้แค้นกวนตีนเรื่องราวในอดีตอะไร


เช็ดปากด้วยละ แก้มมึงเลอะผมดึงกระดาษทิชชูบนโต๊ะส่งให้มันลวกๆ เมื่อเห็นคราบแกงกะหรี่ติดมุมปากมันแล้วเกะกะตาชะมัด กินยังไงให้มันไปเผื่อแก้มขนาดนั้นวะ เป็นเด็กไปได้ มุมขวา


ตรงนี้เหรอมันเช็ดมั่วซั่วไปหมดแต่กลับไม่โดนคราบเลอะนั่นสักนิด ขวามือนายหรือเรา


ขวามือมึง


เช็ดให้หน่อยดิ เรามองไม่เห็น


มันว่าไม่พอยังยื่นกระดาษทิชชู่ที่ผมเพิ่งส่งให้ไปเมื่อกี้มาให้ผมอีก


มึงเป็นง่อยเหรอ


เรามองไม่เห็น


ไม่ ผมปฏิเสธเสียงแข็ง คนตรงหน้าดึงมือกลับไปเช็ดปากตัวเองอีกรอบ แต่พอผมมองมันก็ไม่หายคราบนั้นไปเสียที เอามา


ผมโน้มตัวไปแย่งกระดาษจากมือมันพร้อมกับจิปากอย่างไม่พอใจ ผมจัดการเช็ดคราบเลอะนั้นเบามือ แต่ดูเหมือนว่าคนถูกเช็ดจะเกร็งตัวจนผมต้องหันไปมองมันว่าเป็นอะไร


ในระยะเพียงแค่คืบในตอนนี้มันแทบจะสัมผัสลมหายใจกันเลยด้วยซ้ำ ผมที่เช็ดเสร็จก็คว้ามือมันมาแล้วยัดทิชชู่กลับแบบขอไปที


ขอบคุณนะ


อืม


ผมคว้าแก้วน้ำมาดื่มจนหมด แต่พอเห็นคนตรงหน้าที่ยิ้มหน้าบานเป็นจานข้าวหมาก็ถึงกับตรงหยุดการกระทำทั้งหมด


"..."


ยิ้มไร


ผมพูดเมื่อเห็นว่ามันยิ้มออกมาแป้นแล้นแถมไม่ตอบมันยังลุกขึ้นเอื้อมมือมาหยิบจานผมไปเพื่อเอาไปล้างที่ห้องครัว ผมมองตามหลังคนที่ถูกถามแต่ไม่ยอมตอบไปด้วยสีหน้าที่ผมก็ไม่เข้าใจมันเหมือนกัน


“…”


กวนตีน






ผมพูดไล่หลังกลับไป รอเจ้าของห้องทำอะไรจนเสร็จผมจึงลุกขึ้นเตรียมชาร์ตแบตกล้องสำรองเอาไว้ ก่อนจะคว้าผ้าขนหนูในกระเป๋าเตรียมตัวอาบน้ำ ผมเตรียมเสื้อผ้ามาแค่สี่ชุดเท่านั้นนี่รวมชุดนิสิตด้วยนะ ผมไม่ได้ตั้งใจจะอยู่ที่นี่ถาวรอยู่แล้วนี่ เดี๋ยวพอทำภารกิจจบ ผมก็ได้เป็นอิสระสักที


จะอาบน้ำเหรอไอ้คิวที่โผล่มาจากระเบียงเอ่ยถามผมขึ้น เป็นจังหวะเดียวกันที่มันถอดเสื้อนิสิตออก เผยให้เห็นเสื้อกล้ามนี่รัดแน่นเผยสรีระอันเป็นที่หมายตาของคนทั่วไป ยกเว้นผมไว้คนนึงนะ -*- พวกสบู่ ยาสระผมหรือยาสีฟันนายใช้เลยก็ได้นะไม่ต้องเกรงใจ


ฉิบหาย ลืมแปรงสีฟัน…”


ผมสบถขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองลืมแปรงสีฟันไว้ที่บ้านไม่ได้พกมา นี่ต้องใช้นิ้วแปรงเหมือนตอนไปค่ายจริงๆ เหรอวะ แต่แล้วคนตรงหน้าผมก็เบียดตัวเข้ามาในห้องน้ำก่อนจะทำการแกะอะไรบางอย่างแล้วยื่นมาตรงหน้า


มันคือแปรงสีฟันสีชมพูที่ดูมุ้งมิ้งเกินจะเป็นแปรงผู้ชาย


เรามีสำรองอะ


ใครจะไปใช้ สีหวานกว่าหน้ามึงอีกผมว่าก่อนจะขมวดคิ้วเครียด


หรือนายจะใช้ของเราก็ได้เราไม่ถือ


กูถือ!”


วางดิ เดี๋ยวเมื่อย


“…”


“…”


“…”


สงสัยไม่ขำ…”


มันว่าไม่พอยังหันหลังกลับไปนั่งที่โต๊ะคอมเงียบๆ ปล่อยให้ผมส่ายหน้ากับมุกห้าบาทสิบบาทของมันอย่าปลง ผมยกแปรงสีชมพูขึ้นดูก่อนจะเข้าห้องน้ำและวางมันที่อ่างล้างหน้า ผมจัดการชำระล้างร่างกายที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันก่อนจะเปิดอุณหภูมิน้ำให้อุ่น


แกร๊ก


เป๊ะ….มึงนี่มันพล็อตนิยายวายเป๊ะ


น้ำหยุดไหล และไงผมควรตะโกนเรียกไอ้คนข้างนอกให้เขามาช่วยดูถูกมะ


แล้วเราสองคนก็จะเปียกไปด้วยกัน แฮปปี้ไหมละมึง


กูไม่ทำหรอก!


ผมจัดการคว้าผ้าขนหนูพันรอบเอวก่อนจะแหงนมองดูฝักบัวที่หยุดการทำงานไปกะทันหัน ดีตรงที่ล้างสบู่จนหมดตัวแล้วไม่งั้นนะได้คันคะเยอเสมือนสังคังแดกแน่ๆ


กึก


ผมเอื้อมมือไปปรับฝักบัวก่อนจะหมุนดูว่ามันขัดข้องตรงไหน ดูท่าว่ามันจะเสียในส่วนเครื่องปรับน้ำอุ่นนี่สิ


นี่ เงียบเลยเป็นไรเปล่า


เสียงตะโกนจากข้างนอกดังขึ้น ทำให้ผมต้องเดินไปเปิดประตูเพื่อให้มันรู้ว่ากูยังไม่ตาย


เครื่องปรับน้ำอุ่นมึงเสีย


เอ้าจริงดิ


กูจะโกหกเพื่อ?


ผมพูดเพียงเท่านั้นเจ้าตัวที่เป็นเจ้าของก็เดินเข้ามาในห้องน้ำก่อนจะแหงนหน้ามองเครื่องปรับน้ำอุ่นที่ไม่ยอมทำงานแถมไฟที่ติดเป็นสีเขียวในตอนแรกยังดับหายไปอีก


สงสัยเจ๊งแล้วอะ นายมือหนักอะดิคนแหงนมองหันมาโทษผมเฉย


กูอาบน้ำปกติ อย่ามาโทษกูนะเว้ย


อืมนอกจากจะไม่เถียงหรือหาเรื่องมาใส่ร้ายผมต่อ แววตามันยังมองมาที่หน้าอกผมอย่างสนใจ ผมรีบคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กที่แขวนอยู่มาบังร่างกายอันกำยำตัวเองทันที แม่งโรคจิต! “คงต้องโทรหาป้าเจ้าของหอให้มาดูพรุ่งนี้แล้วอะ เสียทั้งเครื่องทำน้ำอุ่นทั้งฝักบัวขนาดนี้คงซ่อมเป็นวัน


มันยักไหล่ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำมาพร้อมผม ดูเหมือนว่าคนที่ไม่ได้อาบน้ำจะเป็นแม่งนั่นละ


มึงจะไม่อาบน้ำ?


ผมถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่ามันถอดเสื้อกล้ามทิ้งลงตะกร้าและหันมาสวมเสื้อยืดขาวเตรียมนอน


เราจะอาบยังไงอะ ฝักบัวมันพังขนาดนั้น


อี๊ เหม็นตายเลยมึง


พูดเหมือนว่าเราจะนอนกอดกันงั้นแหละ


แม่งดับประโยคทุกสรรพสิ่งที่ผมพร้อมจะเอ่ย ผมหันไปรื้อเสื้อกับกางเกงบ็อกเซอร์ในกระเป๋าเป้ ก่อนจะสวมอย่างระมัดระวังไม่ให้อะไรใต้ผ้าขนหนูมันโผล่แพร่มๆ จนไอ้คิวสังเกตเห็นแล้วเอามาพูดล้อผม


แม้ช่วงตอนวัยมัธยมปลายเราสองคนจะเคยอาบน้ำด้วยกันมาสองสามครั้งก็เหอะ แต่นั่นมันตั้งกี่ปีแล้ว แถมสถานะเราสองคนมันห่างจนกลายเป็นคนแปลกหน้าไปเลยด้วยซ้ำ


มึงอยู่ล่างกูอยู่บน


ผมยืนชี้เตียงกับพื้นสลับกัน คนบนเตียงแต่แรกนั่งมองผมตาปริบๆ งงเหี้ยไรมึง


เราอยู่บนนายอยู่บนดิ จะไปนอนล่างทำไมมันว่าอย่างงงใจ อันที่จริงมันนอนได้เว้ย แต่กูไม่อยากนอนกับมึงอะ มึงแม่งอันตราย เตียงตั้งหลายฟุต เราคงไม่กลิ้งทับกันหรอก


งั้นกูนอนล่างเอง


ปวดหลังนะ


เรื่องของกูน่า นอนไปเหอะ


ผมโน้มตัวเอื้อมไปหยิบหมอนและผ้าห่มอีกผินมาปลูกข้างเตียงแบบลวกๆ ก่อนจะจัดการล้มตัวลงนอนในทันที ดีที่ผ้าห่มหนาพอจะรองรับหลังผมได้ ไม่งั้นคงนอนปวดตัวทั้งคืนแน่ ผมที่คิดอะไรออกจึงลุกขึ้นหยิบกล้องบนหัวเตียงมาถ่ายรูปไอ้คิวเล่น คนถูกถ่ายแอบหน้าเหวอไปนิดๆ


ถ่ายทำไมอะ จะนอนแล้วนะ” 


ไอ้คิวว่าก่อนจะยื่นมือมาทำท่าจะปิดกล้อง


แค่สามสี่รูปให้กูไม่ได้ไงผมบ่น มันย่นคิ้วแสดงอาการง่วง


พรุ่งนี้นายก็คงได้ถ่ายแล้ว นอนเถอะ


ไม่


ผมกดชัตเตอร์พร้อมกับหลบหลีกไอ้คิวที่พยายามแย่งกล้องผมอย่างเอาเป็นเอาตาย จนมันโน้มตัวลงมาแล้วร่างสูงของมันก็ค่อยๆ ไหลลงมาจากเตียงและ


ตุบ


แชะ!


เป็นจังหวะเดียวกันที่ตัวมันลงมาทับตัวผมพอดีกับนิ้วที่กดถ่ายรูปหน้ามันอย่างระยะประชิด ผมรีบวางกล้องไว้ข้างๆ ตัวและดันคนบนร่างให้ลุกขึ้นนั่ง หนักฉิบหายเลยเว้ย!


สัด หล่นมาได้ผมบ่นอุบก่อนจะจับไหล่ตัวเองที่ถูกมันทับเต็มแรง ไอ้คิวนั่งขำผมที่เห็นท่าทีผมบ่นมันไปแบบนั้น ขำไรมึง


ขำนายบ่นอะ เหมือนผู้หญิงไม่มีผิด


ไปไกลๆ ปะ อาบน้ำก็ไม่ได้อาบยังจะมาใกล้กูอีก


แล้วใครมันทำฝักบัวเราพังอะ ยังมาทำบ่น


ไอ้…” เดี๋ยวนี้ปากคอเราะร้ายกล้าเถียงด้วยแหะไอ้บ้านี่ จะนั่งบนที่นอนกูอีกนานมะ


นาน


นอกจากจะกล้าได้กล้าเสียมันยังเถียงคำไม่ตกฟากด้วยนะครับผม


ชักจะกวนตีนละไอ้คิว


ขึ้นไปนอนข้างบนเถอะ อย่างน้อยก็ไม่ดูห่างเหินกันนะ


ไม่ กูจะนอนล่าง มึงไม่อาบน้ำด้วยกูไม่นอนด้วยหรอก


นั่นเป็นข้ออ้าง ปกติผมก็ไม่อาบน้ำนอนครับ ขี้เกียจ ส่วนวันนี้เป็นกรณียกเว้น ผมอยากสะอาด -_-


"ถ้าเราอาบนายจะนอนบนหรือไง"


"ถ้าอาบได้กูก็นอนให้ได้" ผมท้าเพราะรู้ว่ามันอาบไม่ได้หรอก


งั้นเราไปอาบก็ได้มันรีบลุกขึ้นผมมองตามมันอย่างสงสัย


อาบ? อาบยังไง


ที่ฉีดก้น


ฉลาดอีก!


มันว่าไม่พอยังเดินคว้าผ้าขนหนูเข้าไปข้างในห้องน้ำอย่างว่าง่าย ผมกัดฟันกับความดื้อรั้นและความพยายามที่หาอะไรมาเทียบก็ไม่เจอ เสียงน้ำแรงๆ กระทบพื้นห้องน้ำดังขึ้นทันทีที่ประตูปิดลง แสดงให้เห็นถึงการลงทุนของแม่งมากแค่ไหน


ผมเหวี่ยงผ้าห่มที่ตัวเองนั่งทับอยู่ขึ้นไปข้างบนเตียงก่อนจะปาหมอนตามไปติดๆ ผมขึ้นมานั่งบนเตียงอย่างจำยอมและเอาหมอนข้างกั้นเอาไว้เป็นอาณาเขตของสองเรา


เออ! กูนอนบนเตียงก็ได้ เห็นแก่ความพยายามของมึงเฉยๆ หรอกนะไอ้คิว!


โอ้ย!”


ไม่ทันที่ผมจะได้บ่นกับแม่งในใจเสร็จ เสียงโวยวายก็ดังมาจากห้องน้ำ ด้วยสัญชาติญาณของมนุษย์ที่มีเป็นทุนเดิม ทำให้ผมรีบเดินไปบิดลูกบิดประตูห้องน้ำในทันที


และวินาทีนั้นภาพตรงหน้าที่ผมเห็นคือคนเปลือยเปล่ากำลังยืนจับหัวตัวเองแล้วหันหน้ามาทางประตูที่ผมยืนอยู่ และสิ่งที่ผมเห็นเป็นอันดับแรกของระดับสายตาผม


เชี่ยเอ้ย


ผมหันหลังในทันทีที่เห็นมังกรกินหมี่ของมันกำลังเริงระบำท่ามกลางหยดน้ำแพรวพราว ผมหลับตาเพื่อให้สมองส่วนซ้ายส่วนขวาลบภาพเมื่อกี้ไปสักที


ไอ้เหี้ย ติดตากู T^T


อ่าโทษๆ


ผมได้ยินเสียงฟึบฟั่บของผ้า เป็นการบอกได้ว่ามันเอาผ้ามาคลุมส่วนต้องห้ามของมันแล้ว ใจผมรู้สึกไม่ดีนักที่เห็นอะไรแบบนั้นไป ผมพยายามรวบรวมสติและหันไปมองมันนิ่งเหมือนไม่ตกใจ 


แต่จริงๆ แล้วแทบอยากจะกระโดดออกนอกหน้าต่างแล้วตะโกนดังๆ ว่า ฟาคยูววว!


เป็นไรมึง ผมถามมันไป เป็นห่วงก็ไม่ใช่เรียกว่าเสือกจะไพเราะกว่า


ฝักบัวตกใส่หัวเราอะดิ เราว่าจะซ่อมเพื่อใช้ได้ แต่เราเผลอไปซุ่มซ่ามซะก่อน


มันว่าไปพลางลูบหน้าผากตัวเองไป แสดงถึงจุดที่มันถูกฝักบัวตกใส่หัวอย่างเต็มแรง ผมเดินเข้าไปก่อนจะกระชากมือมันออกและพบว่ามันมีรอยบากไม่ลึกมากแต่ดูออกมาถูกของแข็งฟาดเต็มแรง


ห้อเลือดด้วยว่ะผมพูดก่อนจะดึงแขนมันออกมา ตัวของมันยังเปียกชุ่ม หยดน้ำที่เกาะที่ปลายเส้นผมหยดใส่แขนผมเป็นว่าเล่น มึงนั่งตรงนี้แปป กล่องยาอยู่ไหน


ตรงหัวเตียง” 


ผมรีบหันไปหยิบกล่องยาปฐมพยาบาลเบื้องต้นมาทันที แล้วพรุ่งนี้แม่งต้องไปถ่ายรูปโปรโมทโอเพ้นเฮ้าส์อีก หัวแตกแบบนี้เปลืองแรงคนรีทัชตายห่า


โง่ฉิบหาย


แม้ปากจะบ่นแต่มือผมก็จับสำลีชุบแอลกอฮอล์เพื่อซับเลือดที่เริ่มไหลซิบออกมานิดๆ คนถูกกระทำร้องซี๊ดเบาๆ จนผมต้องขมวดคิ้วมองหน้ามัน


เราแสบ


ทนหน่อยดิ เป็นผู้ชายห่าไรแค่นี้ก็ร้อง


ทำเหมือนนายไม่เคยร้องคนตรงหน้าต่อร้องต่อเถียงจนผมแอบกดมือหนักๆ ให้ไอ้คิวมันสะดุ้งเล่น นี่นายจะช่วยให้เราหายหรือทำเราให้หนักกว่าเดิมเนี่ย


หุบปากไปเหอะ กับคนอื่นกูยังไม่เคยทำแบบนี้ให้ใครเลย มึงแม่งโชคดีสัดๆ เก็บความดีของกูเอาไว้แล้วมาชดใช้คืนกูซะ


ชดใช้ในรูปแบบไหนดีอะ


สายตาบ๊องแบ๊วกับคำถามใสซื่อมองมาที่ผม ความสำออยเมื่อกี้นี่หายไปเลยนะ


เลิกกวนประสาทกูได้ละ รำคาญ


เอ้า เราถามจริงจังนะเนี่ย อยากให้เราชดใช้แบบไหนก็บอกเรามาดิ


“…”


หืม นึกอยู่เหรอ


ไว้กูบอกทีหลัง แต่ตอนนี้ช่วยเงียบๆ แล้วอยู่นิ่งๆ ทีครับ


ผมพูดแทบไม่มองสายตาที่มันมองลงมาที่ผมเลยสักนิด ในตอนนี้ผมนั่งชันเข่าอยู่ที่พื้นมีมันที่นั่งอยู่บนเก้าอี้คู่โต๊ะคอม ทำให้ระดับสายตาของผมต่ำกว่าใบหน้าของมันค่อนข้างมาก ผมเลยต้องแหงนหน้าและเอื้อมมือทำแผลให้มัน


มือเบาจัง


แหงล่ะ เห็นกูถึกๆ มือน่ะเบาสุด


นุ่มด้วย


เสร็จละสัด


ผมพูดเสร็จก็กดแผลมันไปหนึ่งทีหลังจากแปะพลาสเตอร์ให้มันเรียบร้อย คนถูกกระทำเอามือลูบๆ หน้าผากตัวเองมียู่ปากเล็กน้อยเหมือนถูกขัดใจ ผมรีบเก็บกล่องปฐมพยาบาลไว้ที่เดิมและกระโดดลงเตียงเพื่อเตรียมตัวนอนต้อนรับเช้าวันใหม่


เอาหมอนมาคั่นยังกับนางเอกกลัวพระเอกข่มขืนในละครหลังข่าวไอ้คิวเอ่ยทักที่เห็นว่าผมเอาหมอนข้างมาคั่นตามที่มันพูด เอาออกไปเหอะ เราไม่ทำอะไรนายหรอกไว้ใจได้


คนแบบมึงนี่แหละที่ไว้ใจไม่ได้


เรียนจิตวิทยามายังไงน้าถึงดูคนไม่ออก


เออ กูไม่ได้ตั้งใจเรียนแต่แรกจะทำไม


ผมว่าก่อนจะคว้าหมอนข้างที่วางคั่นเอาไว้ฟาดไปที่ตัวไอ้คิวอย่างหมั่นไส้


นอนดีกว่า พรุ่งนี้ตื่นเช้า


มันไม่สนว่าผมจะด่าจะว่ามันยังไง คนร่างสูงในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นล้มตัวลงนอนด้วยสายตายียวน มันปรับสภาพหมอนให้สูงกว่าปกติก่อนจะหันหน้ามาทางฝั่งผม ไม่ยอมหลับด้วย


มองไร


มองรูมเมทไง


ปิดไฟ” ผมรีบเปลี่ยนเรื่องทันที


อันตราย อันตรายสุดๆ!


ปิดดิมันอยู่ฝั่งนายไม่ใช่ฝั่งเรา


มันยักคิ้วแสดงทิศทางของโคมไฟที่อยู่ข้างเตียงผม ผมเลิ่กลั่กก่อนจะเอื้อมมือไปกดสวิตซ์ปิด ทันที่ทีโคมไฟดับลง แสงสว่างริบหรี่ในห้องยังคงมีอยู่ทำให้ผมรับรู้ได้ว่าไอ้คนข้างๆ มันยังไม่ยอมหลับตานอนสักที


นอนได้ละ มองกูอยู่ได้ เดี๋ยวกูฝันร้ายไอ้ห่า” ผมว่ามันเบาๆ


"ฝันดีนะ" 


ไอ้คิวยิ้มขึ้นนิดๆ ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางหันหน้าออกไปอีกทางซึ่งไม่ใช่ฝั่งผม ผมลงนอนด้วยจิตใจที่หวั่นไหว แม้จะรู้ดีว่ามันคงไม่พิเรนทร์ทำอะไรอย่างที่หัวผมนึก แต่มันอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปหามัน


ในตอนนี้คนด้านข้างกำลังนอนหันหลังให้ผม แผ่นหลังกว้างที่ไม่ถูกปิดบังจากผ้าห่มทำให้ผมสังเกตลมหายใจที่เคลื่อนตัวเข้าออกได้ชัดเจน


จริงๆ มึงก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอกไอ้คิว


แต่เพราะมึงทำตัวให้กูจดจำฝังลึกในเรื่องนั้น กูให้อภัยกับเรื่องราวเหล่านั้นไม่ได้จริงๆ


แม้คำว่าฝันดีของมึงจะกลั่นออกมาด้วยความจริงใจแค่ไหน แต่มึงกับกูก็ยังคงเป็นเพื่อนกันไม่ได้หรอก







ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ v bts gif
"ยิ้มไร"












-100%-

เหมือนเธอมาเดทมากกว่ามาเป็นเมทกันนะยะ
ที่แม่ให้หาเมทนี่สงสัยแม่จะได้ลูกสะเขย (คือไรวะลูกสะเขย)
มาครบอครองแล้วค่ะ วี๊ดวิ้วค่ะ แซวเวอร์



ฝากเรื่องนี้หน่อย5555555555555555

พี่นนท์น้องนาที เป็นเรื่องราวในรั้วมัธยมมมม
ใครกำลังจะสอบแกทแพทวิชาสามัญเข้ามหา'ลัยต้องอ่าน
หลายคนอาจบอก เอ๊ะ มีเนื้อหาสาระในการเข้าสอบเหรอ
อ๋อเปล่าไม่มี ชวนมาอ่านเฉยๆ 555555555555555555

คลิ๊กๆ ไปรับชมมมมม

แอดแฟน กดที่รูปพี่มาร์ชเลย!
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ minjae and v gif

ตามติ่งคิวมาร์ชได้ที่


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,645 ความคิดเห็น

  1. #6602 ไอแนน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:10
    ไม่ใช่แค่คิวหลอกล่อเก่ง
    ไรต์ด้วย หลอกล่อเก่ง
    #6,602
    0
  2. #6579 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 20:20
    ใจแข็งเก่งงงงง
    #6,579
    0
  3. #6534 Nada Am (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 15:36
    คิวปิดบังอะไรเนื่องพิมพ์ คิวก็บอกมาร์ชไปปปป
    #6,534
    0
  4. #6153 Miki_milky (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 21:53
    สงสารคิว
    #6,153
    0
  5. #5995 Disk Nara (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 16:57
    อย่าง**** ผืน****
    #5,995
    0
  6. #5764 Earn jiji (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 23:03
    เป็นเพื่อนกันไม่ได้แต่เป็นแฟนกันได้ใช่ป้ะมาร์ช คึคึ
    #5,764
    0
  7. #5679 กีกี้ส์ :-*) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 18:09
    มาร์ชไม่น่าเรียนจิตวิทยาได้เลยนะ คิวหวังดีขนาดนี้ยังไม่รู้ตัวอีกก 555555
    #5,679
    0
  8. #5171 Som O Usanee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 03:25
    มาร์ชไม่เคยมองใครออก นิวยังด่าเลย 555555 นี่เลยคิดไปว่าคนปล่อยข่าวเรื่องมาร์ชกับคิวอาจไม่ใช่คิวก็ได้ แล้วพิมพ์ก็ดูงี่เง่ามากกับเหตุผลที่ว่าให้มาร์ชเลิกคบคิวเพราะดูไม่ดี และเรื่องเกิดหลังจากพิมพ์บอกให้เลิกคบคิวแต่มาร์ชไม่เชื่อ จนกลายเป็นเรื่อง แล้วพิมพ์ก็มาบอก้ลิกเพราะข่าวมาร์ชเป็นเกย์กับคิวเนี่ยนะ แปลก ๆ ไหม?
    #5,171
    0
  9. #4921 sofar_fa (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 16:18
    ห้องน้ำนี้ไม่มีกลอนใช่ไหม 555555

    เชียร์ให้มาร์ชเมโล่ใจอ่อนเร็วๆ

    แต่ว่านะ 'ร่างกายกำยำ' ช่างกล้าพูด 55555

    //จู่ๆมันก็คิดขึ้นมาอ่ะ ว่าพี่คิวเป็นคนปล่อยข่าวจริงๆหรอ?
    #4,921
    0
  10. #4553 SeowooPark (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 16:30
    ใช่เป็นเพื่อนกันไม่ได้หรอก แต่ถ้าเป็นหลัวก็อีกเรื่อง
    #4,553
    0
  11. #4437 ntn.9846 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 18:56
    มาร์ชน่ารักจัง
    #4,437
    0
  12. #4146 trnqvil (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 17:09
    เรากำลังยิ้มอยู่พอดีตอนเลื่อนมาเจอกิฟวี ยิ้มไร 5555
    #4,146
    0
  13. #4000 taemynnn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 20:53
    "-ข้างล่างกูข้างบน" เรารู้น้าาาาคนเขียนอะไรอยู่ 555555 เป็นประโยคที่คิดดีไม่ได้เลยยยย รู้สึกใจบาปหยาบคาย 555555
    #4,000
    0
  14. #3281 mmjmv_i (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 00:34
    เป็นเพื่อนไม่ได้ก็เป็นแฟนไง-.,-
    #3,281
    0
  15. #3152 Neung Q (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 19:00
    มาร์ชเห็นแก่ตัวอ่า...//กอดคิวนะ 555
    #3,152
    0
  16. #2907 minvvv (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 23:33
    เพื่อนกันเป็นตอนไหนก็ได้ แต่ สามีภรรยา ต้องเป็นเดี๋ยวนี้ นี่คือคำสั่ง >_<
    #2,907
    0
  17. #2092 itzmeboombim (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:39
    ร่วมเตียงกันแล้ว
    #2,092
    0
  18. #1665 Yumajiharu (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:34
    เป็นเพื่อนกันไม่ได้แต่เป็นสามีภรรยากันได้ปะ????
    #1,665
    0
  19. #1595 Black Burn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:59
    เป็นเพื่อนไม่ได้แต่มากกว่านั้นได้ใช่ป่ะ
    #1,595
    0
  20. #1558 แฝดจอมซน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:50
    เบื่อมาร์ชอ่ะ ให้อภัยคิวได้แล้ว ถ้าอีชะนีมันรัก-จริงคงไม่ทิ้ง-ไปง่ายๆอย่างงั้นหรอก ห่า เปิดใจให้คิวสักทีสิโว้ยยยยยยยยย กูอยากเห็นพวก-รักกานนนนนนน!!!!!!!//ขออภัยที่ใช้คำหยาบค่ะ (._.)
    #1,558
    0
  21. #1553 Krisfanfan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:44
    ว้ายยย เขินนน
    #1,553
    0
  22. #1548 kookieso (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:58
    ฟินนนนนน
    #1,548
    0
  23. #1544 01234arzzz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:54
    ให้อภัยคิวได้แล้ววว
    #1,544
    0
  24. #1543 baekbow (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:59
    คิวมีความเคะแรงมากตอนนี้ มีความซื่อๆ บ้องแบ๊ว 555 ไม่รู้เป็นหน้ากากหรือป่าว
    #1,543
    0
  25. #1514 tong8112547 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:40
    เป็นเพื่อนไม่ได้แต่เปนแฟนได้นะ555
    #1,514
    0