[YAOI] FANSITE ll แฟนผมเป็นตากล้อง ❤ [THE END]

ตอนที่ 7 : ll แฟนผมเป็นตากล้อง ll EP.06 :: เขาเรียกว่าน่ารัก [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    23 มี.ค. 60



ll FANSITE ll
#แฟนผมเป็นตากล้อง

EP.06
กฎของการเป็นแฟนคลับข้อที่ 7
'ทำทุกอย่างเพื่อเขา'













[MARCH SAY]

ย้ายมาอยู่กับเราคืนนี้เลยสิ เราเหงาอะ


ผมสตั้นกับคำพูดผู้ชายตรงหน้าไปนิดๆ ก่อนจะทำการรวบรวมสติแล้วตีหน้านิ่งเก็บอาการโวยวายให้มากที่สุด ผมขยับเก้าอี้ให้ชิดโต๊ะก่อนจะยื่นหน้าไปใกล้ๆ ไอ้คิวเพื่อทำการกระซิบกระซาบ


เป็นบ้าเหรอ เหงาไรมึง


เราไม่อยากอยู่คนเดียวนี่ ก็เหงาเป็นธรรมดา


ตลกล่ะ มึงอยู่หอคนเดียวมาตลอดเหอะ


ผมว่าก่อนจะรีบกลับมานั่งปกติเมื่อเห็นว่าพ่อตัวเองกำลังเดินมาทางนี้ พ่อหยุดที่โต๊ะเราสองคนก่อนจะเอียงคอมองไอ้คิวอย่างสนใจ


เพื่อนลื้อเหรออามาร์ชพ่อถามขึ้น คนตรงหน้าผมยกมือไหว้ตามมารยาท หน้าคุ้นๆ แหะเรา


ผมคิวไงครับคุณลุง ที่เคยอยู่ข้างบ้านคุณลุงเมื่อตอนที่มาร์ชเรียนเนวินวิทยาคมน่ะครับ


ไอ้คิวรีบทำการเสนอหน้าแนะนำตัวเองทันที พ่อผมกรอกหน้านึกก่อนจะชี้หน้ามันแล้วร้องอ๋อเสียงดังดั่งจำได้ แหงล่ะ ไอ้คิวหน้าแต่ก่อนมันหล่อเหมือนตอนนี้ซะที่ไหน พอมันขึ้นมหาวิทยาลัยมันก็จัดฟัน ทาครีม ดูแลตัวเอง แถมหนุ่มแว่นสายตาสั้นสี่ร้อยคนเดิมก็ไม่เหลือเคร้าโครงในตอนนี้เลยสักนิด


หมั่นไส้!


นี่ลื้อไปทำอะไรมารึอาคิว ทำไมถึงหล่อขึ้นมากมายก่ายกองแบบนี้ โห


พ่อผมว่าไม่พอยังไปจับหน้าไอ้คิวหันซ้ายหันขวาสำรวจบีบจมูกบีบแก้มบีบหมดแม้กระทั่งในกางเกง คนถูกบีบผงะถอยเพราะเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองถูกลามปาม


ผมแค่จัดฟันแล้วก็สวดมนต์ทุกวันน่ะครับ ฮ่าๆ


"ลื้อนี่ยังตลกเหมือนเดิมเลยนะ ฮาๆ"


พ่อผมหัวเราะให้กับมุกมันเป็นว่าเล่น ผมถึงกับเอือมก่อนจะแอบจิ้มไก่ในจานข้าวมันมาเคี้ยวเล่นอย่างคนไม่มีอะไรทำ


นี่อามาร์ชกลับมาคุยกะอาคิวแล้วเหรอ แต่ก่อนไม่ถูกกันนี่พ่อหันมาถามผมในขณะที่ผมกำลังเอาแตงกวาในจานข้าวมันไก่มาโปะตาซ้ายเล่น


ใครบอกป๊าอะ ตอนนี้ผมก็ไม่ถูกกับมันผมว่าขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์


คนไม่ถูกกันเขาไม่มานั่งคุยกันหรอกเนอะครับคุณลุง


คนตรงหน้าได้ทีรีบฟ้องพ่อผมยกใหญ่ ผมเม้มปากพยายามคุมอารมณ์ตัวเองให้นิ่งไว้


นึกถึงคำว่ารูมเมทไว้เจ้ามาร์ช


นั่นสิ อย่าไปถือสาอามาร์ชมันเลย แล้วนี่เรียนที่นี่เหมือนกันใช่ไหม” ไอ้คิวพยักหน้าแทนคำตอบ พ่อผมเริ่มเขยิบเก้าอี้โต๊ะข้างๆ มานั่ง ลูกคงลูกค้าไม่สนใจแล้วสินะ เป็นไงบ้างครอบครัวลื้อตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง


ดีขึ้นในหนึ่งระดับแล้วครับ พ่อแม่ก็ทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ส่วนผมก็ย้ายมาอยู่หอหน้ามหาวิทยาลัยครับกำลังหารูมเมทอยู่น่ะครับ


มันพูดไม่พอยังแอบส่งสายตามามองผมแบบมีเลศนัยอีก -_-


หารูมเมทเหรอ ทำไมลื้อไม่อยู่คนเดียวล่ะ


ผมไม่มีเงินจ่ายคนเดียวน่ะครับไอ้คิวว่าก่อนจะเกาหัวทำตัวน่ารักมากไหมสัด เลยอยากหาใครสักคนมาออกอีกส่วนหนึ่งน่ะครับ…”


ค่าหอลื้อเท่าไรล่ะพ่อดูจะสนใจจึงถามมันกลับไป


สี่พันแปดน่ะครับ ยังไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ ถ้าหารสองก็คนละสองพันสี่ครับ


งั้นเหรอพ่อผมพยักหน้าเข้าใจ ในตอนนี้กลัวว่าพ่อจะไม่สนับสนุนผมอย่างแรงนี่สิ… “อามาร์ชอยากไปอยู่กับอาคิวไหมล่ะ จะได้ไม่ต้องเปลืองค่ารถเมล์ไปมหาวิทยาลัยบ่อยๆ


ขวับ!


ผมหันไปถลึงตาขยี้หูตัวเองเพื่อฟังคำพูดของพ่อเมื่อกี้


ป๊าว่าไงนะ


ไปอยู่กับอามาร์ชสิ ค่ารถเมล์ลื้อต่อเดือนคงน่าจะพอกับค่าหอเลยล่ะมั้ง ใช่ไหมอาคิว


ใช่ครับ พูดอีกก็ถูกอีกครับ


ไอ้คิวยิ้มดี้ด้าก่อนจะหันมายักคิ้วใส่ผมเป็นเชิงเอาชนะสำเร็จ หึ! คิดว่ากูจะอยู่ถาวรเหรอ ฝันไปเหอะ แค่สามวันกูก็ได้รูปครบแล้ว ดูถูกความสามารถมาร์ชเยอะเกินไปแล้วครับคุณคิว


ป๊าให้ผมไปจริงดิ แล้วไหนบอกอยากให้ช่วยที่ร้านไงไหงไล่ลูกแบบนี้อะ


ก็ร้านมีอาหนูแอนแฟนอามาร์คมาช่วยแล้วไง


พ่อพูดพร้อมกับหันไปมองพี่สาวตัวเล็กที่เป็นพี่สะใภ้ของผมเอง พี่ชายผมชื่อมาร์คครับ จริงๆ สองคนนั้นมีกิจการร้านกาแฟเล็กๆ ด้วยนะ แต่ไม่รู้ทำไมถึงขายกิจการนั้นให้กับเพื่อนตัวเองแล้วหันมาช่วยร้านข้าวมันไก่ผมด้วยก็ไม่รู้


ป๊าให้ผมไปจริงดิ


อืม


จริงดิ


"อืออออ"


"จริง?"


มึงไม่ต้องไปแล้วอามาร์ช อั๊วรำคาญฉิบหาย


โอ่ๆ ผมแค่ลองใจเฉยๆ ไปครับไปด่วนเลย


ผมว่าก่อนจะเอาหัวพิงไหล่พ่อตัวเองด้วยท่าทางอ้อนๆ แต่ไม่วายแอบแยกเขี้ยวใส่ผู้ชายที่นั่งยิ้มหน้าแป้นแล้นประหนึ่งว่าเป็นลูกรักคนหนึ่งของพ่อผมก็ไม่ปาน


อั๊วไปทำงานแล้ว ดูแลอาคิวดีๆ อย่าไปขู่กรรโชกเขาล่ะ


คร้าบบบ


ผมตอบแบบขอไปที ไอ้คิวยกแก้วน้ำขึ้นดูดสายตาอ้อล้อตรงเขามาหาผมจนผมต้องลุกขึ้นเพื่อจะเลี่ยงสายตากรุ่มกริ่มที่ตอดผมแบบนั้น เห็นหน้าแม่งแล้วคันส้นตีนยุบยิบๆๆ


มันเป็นเรื่องปกติมากที่พ่อผมโอ๋มันยิ่งกว่าลูกตัวเอง อาจเป็นเพราะตอนที่อยู่ข้างบ้านกันไอ้คิวมักจะมาช่วยพ่อผมยกของเข้าร้านล่ะมั้ง ช่วงนั้นผมเป็นเดือนโรงเรียนเลยไม่มีเวลามาช่วยพ่อด้วยแหละ มีแต่ไอ้คิวนี่แหละที่กลับจากโรงเรียนปุ๊บก็มาช่วยพ่อผมปั๊บ แต่พอหลังๆ ผมเริ่มไม่ถูกกับมัน ผมเลยสั่งไม่ให้มันเสนอหน้ามาที่บ้านผม


จากนั้นมาพ่อผมก็ไม่ค่อยเห็นมันอีกเลย -_-


ดูเลวเนอะ แต่เชื่อดิ เหตุผลของผมมันทำให้ผมสบายใจเวลาไม่เจอหน้ามันตั้งเยอะ


“ไหนๆ พ่อนายก็อนุญาติแล้วอะ จะย้ายมาตอนไหนเหรอ หอเราสะอาดเอี่ยมเลยนะ


พรุ่งนี้ผมพูดปัดๆ พรุ่งนี้เย็นกูค่อยย้ายไป


หว่า…” มันถอนหายใจออกมาก่อนจะบิดตัวเล็กน้อย งั้นวันนี้เราก็ไม่ได้ถ่ายรูปอะดิ


ผมหยุดความคิดที่จะไล่มันกลับบ้านในตอนแรกไปทันทีที่นึกถึงเรื่องถ่ายรูปได้ เพราะก่อนหน้าที่มันจะมาผมเพิ่งบังคับให้มันมาถ่ายรูปนี่หว่า


แล้วทำไมผมต้องมือลั่นไปบังคับให้มันมาหาผมด้วยว่ะ


ถ้าจะถ่ายก็รออยู่นี่แล้วกัน กูขึ้นไปเอากล้องแปปเดียว


เราขึ้นไปห้องนายไม่ได้เหรอ


มันเอียงคอถามผมด้วยสายตาใสซื่อ ผมอึกอักพอเห็นความวุ่นวายข้างล่างบวกกับเสื้อผ้าตัวเองที่ดูชิวพร้อมนอนนี่แล้วแถมนี่ยังดึกมากด้วยถ้าให้ถ่ายคงแสงไม่สวยแน่ๆ อะ


ไว้ถ่ายวันอื่นแล้วกัน กลับไปเหอะ


นี่คิดถึงเราปะถึงบังคับให้เรามาหาอะ


ทันทีที่มันพูดประโยคเมื่อกี้จบผมรีบพุ่งไปปิดปากมันพร้อมกับถลึงตาให้มันหุบปาก ถ้าพ่อผมมาได้ยินประโยคอุบาทว์นั้นมีหวังอีโต้ในมือลอยมาเฉาะหัวแน่


เลิกเพ้อเจ้อแล้วตามขึ้นมาเงียบๆ


ผมปล่อยปากให้มันเป็นอิสระ คนเดินตามยิ้มเยาะกวนส้นตีนจนผมต้องข่มตาและสูดลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสามช่า พอเราสองคนขึ้นมาชั้นสอง ไอ้คิวดูจะสนอกสนใจสิ่งรอบข้างภายในบ้านผมเป็นพิเศษ


คิดถึงตอนนั้นอะ ที่นายชวนเรามาเล่นเกมส์ที่ห้องคนตัวสูงพูดเรื่องอดีตขึ้น ผมเลยหันไปมองมันนิ่ง เราแค่คิดถึงเฉยๆ


รีบถ่ายรูปแล้วก็รีบกลับไปนะ รำคาญ


ผมพูดเพียงเท่านั้น ก่อนจะเปิดประตูเปิดไฟในห้องนอนตัวเองตอนรับแขกที่ไม่ค่อยอยากให้มาเยือนเท่าไร


หืม กลิ่นห้องนี่เหมือนกลิ่นตัวนายเลยอะ


ทันทีที่ประตูปิด คนตัวสูงเอ่ยขึ้นไม่พอยังเอาหน้ามาฟุดฟิดๆ ใกล้ๆ หัวผมอีก ผมรีบเขยิบถอยแล้วหันไปคว้ากล้องที่อยู่บนที่นอนมาเปิดใช้งาน


มานั่งตรงเตียงดิ แสงเยอะดี


ผมพูดพร้อมกับก้าวถอยหลังให้ห่างมัน ไม่รู้ทำไมรู้สึกไม่ไว้ใจมันมากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกผมยิ่งมันทำใสซื่อกับผมมากเท่าไรยิ่งดูอันตรายเท่านั้นอะ


ผมเปิดกล้องแล้วทำการปรับเลนส์ให้ดูดีบวกกับปรับเลเยอร์ของแสงภายในกล้องให้พอเหมาะกับสภาพแสงห้อง ดีนะที่ผมเก็บกวาดห้องก่อนหน้านี้แล้วไม่งั้นคงไม่มีพื้นที่ถ่ายสวยๆ แบบนี้แน่ ผมยกกล้องขึ้นมองไอ้คิวผ่านกล้องที่นั่งหลังตรงมองมาที่ผมอย่างตั้งใจในการถ่าย ผมแอบกดชัตเตอร์ไปประมาณสามสี่รูป ทุกอย่างดูโอเคจนผมอดยิ้มให้กับผลงานตัวเองไม่ได้


แอบถ่ายเราเหรอไอ้คิวว่าก่อนจะเลิกคิ้วถาม ผมไม่ตอบแต่ยกกล้องขึ้นถ่ายมันอีกรอบ คราวนี้รัวหนักกว่าเดิมอีกครับ ไหนๆ ก็มาทั้งทีผมต้องได้กำไรดิ ถ่ายเราทีเผลอมันไม่หล่อนะ


มึงจะเผลอหรือไม่เผลอก็หล่อหมดแหละ


“…”


เงียบไม


นายชมเราอะ เราควรเขินปะ


มันว่าก่อนจะยิ้มออกมา ผมรีบละสายตาก้มมองกล้องไม่สนใจในคำพูดลอยๆ ของมันทันที กูไม่ได้ตั้งใจจะชมกูแค่บอกว่ามึงเผลอมึงก็หล่อแค่นั้นก็พูดตามจริง ถ้าเป็นผม ผมเผลอผมก็หล่อเหมือนกันแหละ ทำไม -_- / ใครอ้วกวะ


ช่วยขึ้นไปนั่งขัดสมาธิแล้วเอาแขนเท้าตักเอาคางเกยมือไว้หน่อยดิ


ผมรีบเสนอท่าให้มันทันที คนถูกสั่งทำตามว่าง่ายแต่ดูท่าทางเงอะงะจนผมอดเข้าไปจัดท่าให้มันไม่ได้


เอาแขนข้างไหนอะไอ้คิวถามสงสัย ผมรีบยกแขนขวามันเท้าตักขวาตัวเองแล้วเอามือดันคางให้มันทำท่าเหม่อๆ แบบที่นายแบบชอบทำกันอะ แบบนี้เหรอ


อือ เอียงคอหน่อย


ทางไหน


ผมปล่อยกล้องแขวนไว้ที่คอก่อนจะจับหน้ามันเอียงขวาเพื่อจัดความสมดุลของท่าทางของมัน


ทางขวา แบบ…”


มหยุดสั่งเมื่อเห็นว่ามันมองผมไม่ยอมหันหน้าตามที่มือผมบังคับแถมในตอนนี้มันยังใกล้มาก ผมจับหน้ามันค้างไว้อยู่เกือบสิบวินาที จนผมต้องปล่อยหน้ามันให้เป็นอิสระ ไม่จงไม่จัดแม่งละ


แต่ว่า...แก้มนุ่มสัด ผู้ชายไรวะ


หน้าแดงหมดแล้ว


ไร


หน้านายแดงอะ ร้อนเหรอ


อือ


ผมว่าก่อนจะยกกล้องขึ้นมาปิดหน้า แต่แทนที่จะถ่ายแม่งกลับกลายเป็นว่าคำพูดของไอ้คนตรงหน้าเสือกวนเวียนในหัวเฉย หงุดหงิดสัด เวลามันชอบมายุ่งย่ามอะไรกับตัวผมเนี่ยรู้สึกเสียสมดุลความเป็นตัวเองทุกที


ถ่ายเสร็จยังอะ ขอดูรูปหน่อย


ไม่พูดเปล่ามันรีบลุกขึ้นมายืนข้างหลังผมอัตโนมัติแถมยังมีหน้ามายืนหายใจรดหูขวาผมอย่างพลการอีก ผมกลืนน้ำลายเอือกใหญ่แล้วส่งกล้องให้มันไปแบบรีบๆ


เอาไปดูเอง


ผมว่าก่อนจะเขยิบออก คนตรงหน้ารับกล้องไปดูก่อนจะเลื่อนรูปไปเรื่อยๆ


รูปนี้เบลออะ มือสั่นเหรอ


มันว่าก่อนจะหันรูปในกล้องมาให้ดู มันคือรูปที่ผมจัดท่าอย่างดิบอย่างดีให้มันนั่นแหละ


แชะ!


เฮ้ย!” ผมร้องออกมาทันทีที่มัวแต่เหม่อคิดอะไรไปเรื่อยจนคนตรงหน้าแอบถ่ายผมซะงั้น ถ่ายกูทำไมเนี่ย


เราอยากเป็นตากล้องดูบ้างอะ” 


มันว่าก่อนจะยิ้มหัวเราะจนผมต้องรีบเดินเข้าไปดูรูปที่มันถ่ายเมื่อกี้ว่าออกมาทุเรศมากแค่ไหน


“ไหนดูดิผมว่า 


ไอ้คิวเปิดรูปที่ถ่ายเมื่อกี้ขึ้นมาให้ผมดู ดีนะที่แม่งไม่เผลอถึงขนาดหน้าเหวอ แถมรูปออกมายังดูดีกว่าที่คิดไว้เยอะเลย 


เออดีวะ ลืมไปเลยว่ามีกล้องไว้แอบเอากล้องถ่ายรูปไปลงเฟสหน่อยดีกว่า ไม่ค่อยมีรูปดีๆ ในเฟสกับเขาเลย


น่ารักเนอะ


กูน่ารักใช่มะ ไม่ต้องชมหรอกกูรู้ตัว


ผมพูดยอตัวเองก่อนจะคว้าเอากล้องกลับมาที่ตัวเองหวังจะถ่ายมันต่อแต่อยู่ๆ มันก็มองผมนิ่งจนผมต้องเลิกคิ้วมองมันอย่างไม่เข้าใจ


อืม


อืมไรมึงผมพูดติดขำ อยู่ๆ ก็มาอืมมึงบ้าปะเนี่ย


ก็ที่ถามว่า 'กูน่ารักใช่มะ' เมื่อกี้ไง


“…”


อืม




ผมลดกล้องในมือลงก่อนจะอ้ำอึ้งเพราะตกใจกับสิ่งที่มันสื่อออกมานิดๆ


กลับบ้านไปได้แหละ แสงมันไม่สวยแล้ว


ผมพูดก่อนจะตีหน้านิ่งไล่มันไป ไอ้คิวเลิกคิ้วสูงก่อนจะยิ้มออกมาพลางพยักหน้าเหมือนเข้าใจ


"ไม่ถ่ายเราต่อแล้วเหรอ"


"ไม่อะ"


"เขินเหรอ"


"จะกลับดีๆ หรือให้กูขี่ยูนิคอร์นมาไล่มึง สัดนี่"


“โอ๋ๆ เราล้อเล่น แต่ไปส่งเราหน่อยดิ


ไอ้…”


ในฐานะรูมเมทในอนาคต เราควรปรองดองกันไว้นะ


มันว่าก่อนจะเอียงคอยิ้มให้เหมือนกวนประสาท ผมกระแอมเพื่อจะให้น้ำลายที่จุกอยู่บริเวณลำคอให้หายไป ผลสุดท้ายผมก็แพ้มันราบคาบก่อนจะเดินนำมันออกจากห้อง เพราะความร้อนรนทำให้ผมลืมที่จะเก็บกล้องไว้ที่เดิม แขวนลงมาให้หนักคอซะงั้น


เดี๋ยวพรุ่งนี้ถ้าไปหอมึงกูจะไลน์ไปหาแล้วกัน


ผมว่าขึ้นเมื่อเท้ามาถึงพื้นล่างตัวบ้าน เหมือนว่าร้านที่คึกโครมในตอนแรกจะดูสงบกว่าเดิม พี่แอนพี่มาร์คกำลังนั่งกินข้าวดูทีวีกันอย่างสนุกสนาน ผมทำท่าจะรีบเดินเพื่อไม่ให้เป็นเป้าสายตาของทั้งสอง แต่มันก็ไม่ทันเพราะลืมไปว่าคนมีมารยาทที่สุดอยู่ข้างหลังผม


ผมกลับก่อนนะครับพี่แอนพี่มาร์คมันว่าก่อนจะยกมือไหว้


เอ้า รีบกลับไปไหน มานั่งกินข้าวคุยกันก่อนสิ


พี่มาร์คเริ่มชักชวนไอ้คิวขึ้น ผมรีบเดินเข้าไปชิดคนถูกเรียกก่อนจะดึงมือมันให้เดินออกจากบ้าน


มันกินข้าวแล้วเฮียผมพูดแทนคนถูกชวน


เอ้าเหรอ มานั่งคุยกันก่อนก็ได้นี่ พี่ไม่เจอคิวนานมากอะ หล่อขึ้นเยอะเลย


พี่มาร์คว่า ผมหันไปมองไอ้คิวที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไม่รู้ว่ายิ้มทำไมแต่ที่รู้ๆ มันดันเลือกที่จะเดินไปนั่งร่วมโต๊ะกับสองคนนั้นในทันที


ไอ้คิวววววววววววววววว!


ที่ผมไม่อยากให้มันอยู่เพราะสาเหตุหลักๆ เลยคือ หนึ่ง ผมไม่อยากจะให้ครอบครัวผมยุ่งกับมันอีก สอง ผมอยากให้มันรีบๆ กลับไปสักที เพราะแค่อยู่กับมันเพียงไม่กี่นาทีก็ทำผมแทบคลั่งแล้วเนี่ย


ผมข่มตาถอนหายใจเดินคอตกไปนั่งข้างมันอย่างจำยอม สายตาพี่แอนที่มองผมมาดูเหมือนเขาจะเข้าใจว่าผมไม่แฮปปี้ แต่แล้วพี่แอนก็เลือกที่จะรินน้ำใส่แก้วยื่นให้คนข้างๆ ผมเหมือนเป็นการต้อนรับ


จะไม่รักพี่สะใภ้ก็วันนี้ล่ะ


สบายดีไหมครับพี่ ผมไม่เจอพี่นานมากอะไอ้คิวว่าขึ้นแถมยังพูดด้วยสีหน้าที่ดูจริงจังจริงใจ ขอโทษที่ตอนเข้าร้านผมไม่ได้ทักทายนะครับ เห็นพี่ยุ่งๆ


พอพูดคำว่ายุ่งผมก็เพิ่งสังเกตว่าพี่มาร์คใส่ผ้ากันเปื้อนทำอยู่หน้าร้านมาเพิ่งเสร็จ ตอนนี้เป็นหน้าที่ของพ่อผมที่รับช่วงต่อจากพี่ชาย


แล้วนี่เรียนคณะไหนอะ


คณะเดียวกันกับมาร์ชน่ะครับแต่คนละเอก ผมเรียนเศรษฐศาสตร์น่ะครับ


โห โลกนี่กลมจังเนอะ J


แต่ผมอยากให้เบี้ยวมากครับพี่ เบ้หน้าเป็นรูปตีนแปป -^-


ครับ จริงๆ ก็พอเจอมาร์ชมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วล่ะครับ แต่ว่า…”


อะไร


ผมถามมันห้วนๆ เมื่อเห็นว่ามันหันมามองผมแล้วไม่ยอมพูดต่อ


ไม่ได้คุยกันเลยน่ะครับ


แล้วมันก็หันไปบอกพี่ชายผมด้วยรอยยิ้มสดใสที่ใครๆ เห็นเป็นอันตาย แต่นั่นมันภาพลวงเว้ย รอยยิ้มแบบนั้นมันการแสดงชัดๆ ไม่ไปเรียนนิเทศวะ จะได้รุ่งๆ เกรดเอบวกๆๆ


บวกๆ นี่เลือดมึงน่ะสัด


แต่ก่อนนี่ไม่ได้คุยกันเลยไม่ใช่เหรอ ทำไมหันมาสนิทกันแล้วอะ


ทันทีที่โดนคำถามซ้ำๆ จากคนในบ้านกลับมาทุกอย่างก็เงียบ ไอ้คิวไม่ตอบผมไม่ตอบ พี่แอนได้แต่กินข้าวเงียบๆ มองเราสองคนด้วยสายตาสงสัยเพราะพี่แกไม่ได้รู้จักไอ้คิวมาก่อนหน้านี้ด้วย


ใครบอกว่าสนิทอะเฮีย ผมกับมันแค่ต้องทำงานร่วมกันนิดๆ หน่อยๆ


ผมตอบกลับไป ไอ้คิวได้แต่ยิ้มน้อยๆ ไม่ได้พยักหน้าเห็นด้วยหรือไม่ในคำพูดของผม


จริงๆ มาสนิทกันเหมือนก่อนก็น่ารักดีนะ เพราะคิวไปไหนมาไหนก็ชวนแกไปตลอด แถมแกก็ยังดูมีความสุขเวลาได้ไปเที่ยวกับคิวด้วย


มันเมื่อก่อนเฮีย ตอนนี้ผมโตพอที่จะไปไหนมาไหนด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งมันแล้วนี่ผมรีบขัด ขืนพูดเกินเลยไปมากกว่านี้ผมจะโมโหในคำพูดพี่ชายตัวเองเปล่าๆ คุยเสร็จแล้วปะเฮีย ผมจะไปส่งมัน


แกจะรีบไล่คิวกลับไปไหนเนี่ย คุยกันแปปๆ ยังไม่ดึกมากเลยเพิ่งสามทุ่มเอง


พี่ผมว่าก่อนจะหันไปมองนาฬิกาติดผนังที่แสดงเวลาตามที่เฮียแกบอกจริงๆ ผมเลยทำได้แต่นั่งหน้าเบื่อหน่าย นี่มันจะถูกกดดันจากครอบครัวไปแล้วนะเฟ้ย


แล้วมาร์ชเอากล้องมาจากไหนอะ


พี่แอนว่าขึ้น ผมก้มมองดูกล้องที่ห้อยคอตัวเองก่อนจะหันไปตอบเขาให้หายสงสัย


กล้องของคนรู้จักไอ้คิวน่ะครับ ยืมมาถ่ายงาน


เหรอ


คนพูดไม่ใช่พี่แอนหรือพี่มาร์ค แต่เป็นไอ้คนข้างๆ ที่พูดด้วยน้ำเสียงกวนตีนบวกกับทำหน้าเหลอหลาทั้งที่รู้แก่ใจว่าผมเอากล้องมาถ่ายแม่งนั่นแหละ


เออ


ตลกสองคนนี้อะ ดูน่ารักเคมีเข้ากั๊นเข้ากันดีเนอะพี่แอนว่าขึ้น


มีโถส้วมไหมจะอ้วก!


เหมือนเราตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลยอะ กัดกันแบบนี้แหละ


พี่มาร์คหันไปยิ้มให้พี่แอนด้วยสายตาหยดย้อย ผมมองสองคนนี้แล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้ ตอนที่พี่แอนตามมาทวงเงินพี่มาร์คที่บ้านสมัยผมเรียนปีหนึ่งนี่ตลกชะมัด เพราะตอนนั้นสองคนนี้เรียนปีสี่แล้วไม่ถูกกันสุดๆ แล้วดูตอนนี้สิ จากคู่กัดมาเป็นคู่รักซะได้


แต่เหตุการณ์นั้นจะมาเกิดกับกูและไอ้เปรตนี่ไม่ได้เด็ดขาด ขนลุก!


ผมกับมันไม่มีทางมาดีกันหรอกครับผมตัดความหวังของพี่ตัวเองทั้งสองทันที รวมไปถึงคนข้างๆ ที่หุบยิ้มกะทันหัน ถ้าอยากจะคุยกันต่อ ผมขอตัวขึ้นข้างบนแล้วกันนะครับ


งั้นผมกลับเลยดีกว่าครับ


ไม่พูดเปล่าไอ้คิวยังลุกขึ้นมาติดๆ ผมหันไปมองพี่ตัวเองที่เริ่มมีสีหน้าจับผิดเราสองคน


เราสองคนเคยเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน ถ้าอะไรที่มันไร้สาระและทำให้เคืองโกรธกันพี่ว่าหันมาคุยกันดีๆ จะดีกว่านะพี่มาร์คพูดขึ้นในขณะที่ผมกำลังจะก้าวเท้าออกจากจุดนี้ เรื่องบางเรื่องก็ลองคิดดูว่ามันสมควรเก็บมาโกรธเก็บมาใส่ใจไหม เพราะบางทีมิตรภาพไม่ได้สร้างมาง่ายๆ นะมาร์ช แกเป็นคนโกรธง่ายและหายยากพี่เข้าใจ แต่ไม่อยากให้แกเอาเรื่องเล็กน้อยมาตัดสินใจตัดความสัมพันธ์กันซึ่งๆ หน้าแบบนี้


ผมฟังพี่ตัวเองพูดเพียงแค่นั้นก่อนจะก้าวเท้านำหน้าเพื่อจะไปส่งไอ้คิวที่รถมอเตอร์ไซค์ของมัน แม้มันจะจุกที่อกแปลกๆ ก็เถอะ แต่ผมตัดสินใจจะไม่หันไปดีกับไอ้คนที่เดินข้างๆ ผมในตอนนี้แน่นอน แม้มันจะมีเรื่องไขว่เขว่ทำให้ผมหยุดเกลียดมันไปชั่วขณะบ้างก็เหอะ


เป็นไรเปล่าน้ำเสียงสงสัยถามผมขึ้นเมื่อเห็นว่าผมเงียบไป


ไอ้คิวเอารถมาจอดที่หน้าร้านทองข้างๆ บ้านผม ซึ่งมันก็ห่างจากบ้านผมพอตัวนะแถมเงียบสงบด้วย ผมหยุดยืนก่อนจะหันมาคุยกับมันโดยไม่เอาอารมณ์เสียเมื่อกี้เข้าแลกดู


มึงอย่าใส่ใจคำพูดพี่กูเลยนะ เอาเป็นว่ามึงกับกูแค่ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีก็พอ หลังจากนั้นก็ทางใครทางมัน


เราไม่ใส่ใจอะไรบนโลกนี้ยกเว้นนายอยู่แล้วอะอยู่ๆ มันก็พูดขึ้นเล่นเอาผมจะเปิดปากด่ามันแต่ไม่รู้ว่าจะด่ามันในฐานะอะไร เพราะสิ่งที่มันพูดไม่ได้ทำให้ผมโกรธเคืองมันจริงจัง คนเรามีสิทธิ์เกลียดมีสิทธิ์โกรธกันได้ ต่อให้เราจะอธิบายอะไรออกไป คนมันเกลียดก็คือเกลียดไปแล้วนี่เนอะ นายจะไม่ชอบเรามันก็เรื่องของนายอะ เราไม่ใช่เจ้าชีวิตที่จะเข้าไปบอกนายว่า เห้ย นายอย่าเกลียดเรานะเราเป็นคนดี


"..."


"เพราะเราไม่ใช่คนดีมากมายในสายตานายอยู่แล้ว"


มันพูดขึ้นด้วยแววตาที่ทำเอาผมหยุดความคิดทุกอย่างแต่หันมาสนใจในคำพูดที่ดูเหมือนจะดีแต่จริงๆ แล้วแค่อยากจะพูดเอาใจผมมากกว่าอะดิ


รู้ตัวก็ดี


เพราะฉะนั้นเราบังคับให้นายหันมาเป็นเพื่อนเราไม่ได้ แต่เราจะทำให้นายเห็นว่าเราสองคนจะต้องกลับมาดีกันได้ ขอแค่นายให้โอกาสเราแค่นั้นแหละ


มึงหวังไปก็เปล่าประโยชน์ กูเกลียดมึงมาเกือบสามปี กูเกลียดต่อไปอีกสักสิบปีกูก็ทำได้


แน่ใจเหรอ


“…”


ผมชะงักเมื่ออยู่ๆ มันก็ดันยื่นหน้ามาใกล้จนลมหายใจปะทะเข้าหน้าผมเต็มแรง ผมจะถอยห่างแล้วแต่ตัวผมติดกับมอเตอร์ไซค์มันนี่ดิ


นายเป็นเพื่อนคนแรกในช่วงชีวิตม.ปลายของเราเลยนะ


แล้วไง


เราแค่อยากให้ช่วงชีวิตเดิมๆ เหล่านั้นมันกลับมาในช่วงชีวิตมหาวิทยาลัยของเราไงมันพูดพร้อมกับสวมหมวกกันน็อคใส่หัวตัวเองเพื่อเตรียมตัวจะกลับ มันเปิดกระจกหน้าหมวกขึ้น ผมเห็นเพียงแค่ตากับจมูกมันเท่านั้น ช่วยเห็นความพยายามของเรามากกว่านี้ด้วยนะครับ


กลับไปปะ พูดไร้สาระและมึงอะ


อืม เรากลับแหละ แต่เราจะบอกว่าขอโทษสำหรับวันนั้น วันที่ทำให้ทุกอย่างของนายมันพังลง


“…”


เราไม่ได้ตั้งใจนะ


มันว่าเสร็จก็เบียดตัวผมออกห่างและจัดการขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ ผมเหมือนมีอะไรติดค้ำคอจนแทบพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าสิ่งที่มันพูดมันแค่ลมปากหรือออกมาจากใจกันแน่ ผมไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวที่มันเอ่ยถึงได้เลยสักนิด


เรียนจิตวิทยามาจะสามปีแล้ว ทำเหี้ยไรไม่ได้เลยนะสมอง!


พรุ่งนี้…” ผมพูดขึ้น คนที่กำลังสตาร์ทมอเตอร์ไซค์หยุดชะงักแล้วหันมามองผมอีกครั้ง เลิกเรียนกี่โมง


บ่ายสี่” มันว่าก่อนจะมองผมด้วยสายตาสนใจ "อยากถ่ายรูปเราก่อนกลับสักสองสามรูปปะ นี่แถมให้เลยนะ"


"ไม่อะ"


"รู้ปะ รูปทุกรูปมีความทรงจำของมันนะ" มันว่าขึ้น แม้จะไม่เข้าใจว่าจะพูดทำไม แต่ผมกลับไม่ตัดบทคำพูดของมัน "เสียดายที่เมื่อเราสนิทกันกลับไม่มีรูปคู่กันเลย..."


"..."


"ไว้สนิทกันอีกเมื่อไร เรามาถ่ายรูปคู่กันเยอะๆ นะ"


"..."


"ไม่มีอะไรแล้วเนอะ"


อือ ไม่มีไรแหละ


ผมพูดเพียงแค่นั้น ร่างกายสร้างความตื่นเต้นอะไรให้ผมก็ไม่รู้ รู้สึกผิดที่บางทีก็เผลอไปพูดอะไรไม่ดีกับมันจนเริ่มกลายเป็นสงสาร แม้ตัวเองจะต่อต้านความคิดว่ามันไม่ได้ใสซื่อก็เหอะ แต่ทำไงได้วะ ดูมันทำกับผมดิ เป็นใครใครเขาก็ต้องรู้สึกผิดที่ไปพูดไม่ดีกับมันปะ


มันดันมาอ่อนข้อให้ผมแบบนี้ โต้เถียงก็ไม่ แถมยังเอาแต่ตามใจจนผมเริ่มจะกลายเป็นเคยตัว


มันจะมาทำให้ผมไม่เป็นตัวของตัวเองเหรอ เหอะ ไม่มีทางอะ


มาร์ช


ผมที่หันหลังจะเดินกลับบ้านก็ถูกคนบนตัวมอเตอร์ไซค์เรียกจนต้องหันไปมอง มือของผมจับกล้องตัวเองแน่นพยายามคีพลุคให้นิ่งอย่าไปแสดงด้านอ่อนโยนอะไรให้มันเห็น


อะไรของมึงอีก


นายชอบตัวเองปะ


มันถามคำถามแปลกๆ ขึ้น ผมขมวดคิ้วในคำถาม


ทำไม


ตอบเราดิว่าชอบตัวเองไหม


ก็ต้องชอบดิ


เรากับนายต้องเป็นศัตรูกันต่อไปเรื่อยๆ แน่เลยอะ


อะไรของมึงวะ


ผมเกาหัวเพราะไม่เข้าใจคำพูดวกไปวนมาของมันสุดๆ ใครๆ เขาก็ต้องชอบตัวเองทุกคนปะ ไม่มีใครเกลียดตัวเองหรอก


เพราะนายชอบคนเดียวกับเราอะดิ


มันพูดแค่นั้นก็สตาร์ทมอเตอร์ไซค์ขี่ออกไปหน้าตาเฉย ปล่อยให้ผมยืนงงในดงควันรถแบบหาความสาระอะไรไม่ได้ 


ผมขมวดคิ้วงงกระพริบตาปริบๆ ทบทวนคำพูดของมันเมื่อกี้อย่างงงใจ


อะไรของมันนะ


ชอบตัวเองไหม


ก็ต้องชอบดิ


เราต้องเป็นศัตรูกันแล้วล่ะ


อะไรของมึงวะ


เพราะนายชอบคนเดียวกับเราอะดิ


...


พอเข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง อยู่ๆ หน้าอกผมก็เหมือนโหวงๆ คล้ายมีตัวอะไรมาบินทั่วร่างกายไปหมด


บ้า แม่งบ้าไปแล้วแน่ๆ ไอ้สัดคิว!













รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
"อืม"















-100%-

'อืม'
'นายชอบตัวเองปะ'
บ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
นี่ถ้าฉันเป็นมาร์ชฉันมุดท่อมอไซค์ตายห่าไปแล้วเนี่ย
5555555555555555555555555555555555555
ช่วงนี้อัพเรท เอ้ย เลทนิดนุงเพราะตารางเรียนเลิกดึกทุกวันเลยแจ้
แต่จะพยายามเขียนตุนไว้นะ อิอิ

แอดแฟน กดที่รูปพี่มาร์ชเลย!
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ minjae and v gif

ตามติ่งคิวมาร์ชได้ที่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,645 ความคิดเห็น

  1. #6644 จูปาจุ๊ปสฺ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 22:04
    โอ่ยย.. ตอนนี้คือตาย แล้วตอนต่อๆไปเราคงนิพพาน T^T
    #6,644
    0
  2. #6639 taetan06518 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 13:51
    หยอดด้วยอะ ก่อนกลับก็ดี5555
    #6,639
    0
  3. #6626 เบสิดิโอไมโคตา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 01:25
    โอ๊ยยยยยยยยยยยย ตายแล้ววววววว
    #6,626
    0
  4. #6600 ไอแนน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:17
    มียงมีหยอด
    #6,600
    0
  5. #6577 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 19:01
    หูยยยยหูยยยยยหนึ่งดอกกกก
    #6,577
    0
  6. #6572 Crema' (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 02:46
    โหหหหหหหหกกกหหหหหหหหหหห อยากจะแหมมมมมมมมมมมมม. มม. มมมมมม
    #6,572
    0
  7. #6532 yongjaeye (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 08:49
    หืมมมม มุกจีบนี้ 555
    #6,532
    0
  8. #6528 Nada Am (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 16:20
    โหยยยย มาชชชแกลดความฐิถิลงนิดนึงเถอะน้าาาา สงสารนุ้งคิววว
    #6,528
    0
  9. #6151 Miki_milky (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 20:48
    สงสารคิว เลิกชอบมาร์ซเถอะ
    #6,151
    0
  10. #6149 Timtha (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 19:26
    โอ้ยยย ทั้งเขินทั้งหน่วง
    #6,149
    0
  11. #6017 Dearcb (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 12:19
    ้ืเขิลลล โว้ยยย
    #6,017
    0
  12. #5955 little_aomam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 13:53
    คิวววววววววววววว ยอมสกิลความเต๊าะ ฮื่อออออออ
    #5,955
    0
  13. #5833 ไม่บอกกก1 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 20:07
    หยอดแล้วก็ไป >< / อยากรู้เรื่องในอดีตที่ทำให้สองคนนี้โกรธกันเพราะอะไร
    #5,833
    0
  14. #5243 Kon--Kon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 07:55
    มีความเนียนเบาๆ
    #5,243
    0
  15. #5168 Som O Usanee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 02:43
    มาร์ช ใจแข็งไปแล้ววววววว เดี๋ยวตกหลุมรักไม่รู้ตัวนะเออ
    #5,168
    0
  16. #4918 sofar_fa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 14:36
    ว่าแล้วววววววว ว่าแล้วว่าพี่แกต้องมามุขนี้ 5555555
    น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกล่อน ท่งนี้ไว้พี่คิว ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก 5555

    อ้อ แต่ชักจะสงสัยเรื่องที่ทำให้มาร์ชเกลียดพี่คิวขึ้นทุกที คงไม่ใช่ว่าพี่คิวไม่ขโมยยางลบมาร์ชมาหรอกนะ 5555
    แต่มันเหมือนจะเป็นเรื่องที่พี่คิวไม่ได้ตั้งใจจริงๆนั่นแหละ แต่ถ้าถึงขั้นใช้คำว่า 'พัง' มันก็ไม่น่าจะใช่เรื่องเล็กสำหรับมาร์ช

    ปล. สองคนนี้อายุเท่ากันแต่ทำไมเราถึงไม่เรียกมาร์ชว่าพี่ ทั้งๆที่เรียกพี่คิวว่าพี่ คำตอบคือ แทเมนเราาาา เราไม่เคยเรียกเมนตัวเองว่าพี่ แม้ว่าเขาจะแก่กว่าเราก็ตาม 55555
    #4,918
    0
  17. #4636 iibnz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 01:13
    ถ้าจะหยอดกันขนาดเน้
    #4,636
    0
  18. #4551 SeowooPark (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 15:54
    เอาเว้ยรุกหนักขนาดนี้ มีหรือจะรอด
    #4,551
    0
  19. #4515 jaruwat khurasri (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 22:23
    เขินอ่า แก้มจะแตกแล้ว555+
    #4,515
    0
  20. #4435 ntn.9846 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 18:45
    มุกอะไรเนี่ยยยย
    #4,435
    0
  21. #3965 RhongTood (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 02:26
    ฉันทันมุกแกเว้ย 555555

    ขอตบมาร์ชหลายๆที เผื่อความหมั่นไส้จะลดลง-_-*
    #3,965
    0
  22. #3964 ifai___ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 01:25
    เกร้สสสสสสสสสส ยอดได้ยอดดีจริงจริ้ง
    #3,964
    0
  23. #3887 Saturdayy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 15:18
    หยอดหนักมากกกก >\\\<
    อยากรู้แล้วเนี่ยว่าเคยเกิดไรขึ้นทำไมมาร์ชไม่ชอบคิว
    #3,887
    0
  24. #3879 AomAm... (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 12:15
    โอ้ยยยย ฟินคร้าาาท่านผู้ช้มมมมมม
    #3,879
    0
  25. #3376 มูตี้ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 23:13
    ^______^
    #3,376
    0