[YAOI] FANSITE ll แฟนผมเป็นตากล้อง ❤ [THE END]

ตอนที่ 25 : ll แฟนผมเป็นตากล้อง ll EP.22 :: เขาไม่น่าอึดอัดหรอก [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,982
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    21 พ.ค. 60

ll FANSITE ll
#แฟนผมเป็นตากล้อง

EP.22
กฎของการเป็นแฟนคลับข้อที่ 23
'เป็นมิตรกับแฟนคลับด้วยกัน'









น้องมีนา


มาค่ะ


น้องเซฟตี้


มาครับ


น้องทิว


มาครับ


มาร์ช


มา


ผมยกมือขานรับหัวหน้าชมรมที่อยู่ปีเดียวกับผม ก่อนจะก้มหน้าก้มตาตรวจดูกล้องในมือตัวเองว่ามันปกติดีไหม


เราจะมุ่งตรงไปยังจังหวัดนครราชสีมากันนะคะ


พี่ป่านหัวหน้าผู้ดูแลทริปนี้เอ่ยขึ้น เธอเป็นรุ่นพี่ปีสี่แต่งตัวเป็นเอกลักษณ์ทั้งผมสั้นใส่แว่นทรงกลมบวกกับสะพายกล้องตัวใหญ่ประจำตัวของเธอ พวกเราพยักหน้าตอบรับพี่แกไปก่อนที่จะสำรวจข้าวของเครื่องใช้ในกระเป๋าอย่างถี่ถ้วน


ตอนนี้พวกเรานั่งเรียงกันบนทางเดินฟุตบาทหน้าคณะมนุษย์ฯ เพื่อเตรียมพร้อมขึ้นรถบัสที่ทางชมรมได้จัดเตรียมไว้ให้ คนข้างๆ ผมเอาหัวมาพิงไหล่ฟุบหลับมาราวๆ ยี่สิบนาทีได้ แม้สายตาของใครหลายคนจะมองมาแต่ก็คงไม่คิดมากเท่าไร คงคิดว่าผมกับมันเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากก็แค่นั้น แต่สายตาของผู้หญิงนามว่าพิมพ์ที่นั่งห่างจากเราออกไปนี่สิ คงไม่ได้คิดว่าเราเป็นเพื่อนกันเหมือนที่คนอื่นคิดหรอก


เบลอหลังละลายหลังนี่ปรับส่วนไหนวะทิว


คนที่นั่งข้างผมอีกฝั่งกำลังศึกษาเกี่ยวกับการถ่ายรูปเต็มที่เพราะกล้องที่มันได้มาไม่ใช่ของมันจึงไม่ค่อยรู้วิธีใช้เท่าไร ไอ้นิวตั้งใจฟังไอ้ทิวพูดขั้นตอนการจัดภาพถ่ายภาพ ผมรู้น่าว่ามันคงไม่ได้อยากมาถ่ายรูปหรอก มันอยากอยู่ใกล้ทิวมากกว่า


น่าแปลกเนอะไอ้นิวชอบผู้หญิงมาตลอด แถมสเป็กก็สูงจนผมเอือมระอาทุกทีที่ผมเห็นมันตามจีบแต่ละคน แล้วดูตอนนี้สิ กลายเป็นว่ามันกำลังตามจีบเด็กปีหนึ่งตัวเล็กไม่มีอะไรโดดเด่นนอกจากความน่ารักและกิริยาเรียบร้อยแถมเป็นผู้ชายอีก


คนเรานี่มีความรักโดยไม่มีเงื่อนไขจริงๆ เนอะ


ผมก้มมองไอ้คิวที่หลับสนิทเพราะเมื่อคืนมันต้องเตรียมบทพูดที่จะไปเปิดตัวซีรี่ย์ที่ห้างแห่งหนึ่งในตัวกรุงเทพบวกกับจัดเก็บเสื้อผ้าอุปกรณ์ในการไปเข้าค่ายนี่อีก


อะ ทุกคนขึ้นรถเลยนะครับ อยากนั่งกับใครตรงไหนเชิญตามสบายยย


ทันทีที่หัวหน้าชมรมเปิดทางให้พวกเราทั้งหมดขึ้นรถ ผมรีบปลุกไอ้คิวให้ตื่นก่อนจะดึงมันลุกขึ้น อาการงัวเงียของมันยังคงมีอยู่ผมเลยถือโอกาสจับมือมันให้เดินตามผมมาในทันที ไม่งั้นมันคงขึ้นรถไม่ทันแถมจะได้ที่นั่งไม่ดีด้วย


นั่งข้างเรานะ” ไอ้คิวพูดก่อนจะบิดขี้เกียจ พวกเราต่อแถวขึ้นรถบัสทีละคนสองคน จะได้นอนพิงมาร์ช


ถามกูไหมว่าเมื่อยหรือเปล่า ไอ้ห่า” ผมบ่นอุบ


ไม่เมื่อยหรอก รู้ว่าชอบ J


มโน


ผมผลักมันให้ขึ้นรถไปก่อนผม จริงๆ คือกลบเกลื่อนความเขินตัวเองต่างหาก แม่งเล่นหยอดผมทุกวี่ทุกวันไม่เบื่อกันบ้างเหรอวะ


เรามองหาที่นั่งกันสักพักเมื่อเห็นมีที่นั่งว่างสองที่ผมจึงรีบแทรกตัวนั่งริมหน้าต่างก่อนจะหันมาเรียกไอ้คิว แต่แล้ว


พรึ่บ


คนที่มานั่งข้างผมกลับกลายเป็นไอ้เนียร์ซะงั้น ผมที่จะอ้าปากยกมือเรียกไอ้คิวก็ไม่ทันเสียแล้ว รายนั้นเหมือนถูกใครบางคนดึงตัวไปนั่งด้วย ผมลุกขึ้นมองก็พบว่าเป็นพิมพ์


ผมกลับลงมานั่งที่เดิม ที่ๆ มีไอ้เนียร์นั่งอยู่ด้านข้าง มันหันมายิ้มให้เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนว่าผมเต็มใจที่จะนั่งกับมัน เอาเหอะ แค่นั่งข้างกันไม่กี่ชั่วโมงคงไม่อึดอัดตายล่ะมั้ง


ที่ไหนล่ะ แค่ผมรู้ว่าไอ้คิวไปนั่งข้างพิมพ์ผมก็ร้อนรนจนจะเป็นบ้าอยู่แล้วเว้ย!


ให้เราเอากระเป๋าเก็บให้ข้างบนไหม


ไอ้เนียร์ที่นั่งมองผมมาสักพักเริ่มเอ่ยประโยคสนทนาขึ้น ผมกอดกระเป๋าแน่นก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธมันไป


ไม่เป็นไร กูไม่หนัก


ผมตอบแต่สายตาจ้องมองไปยังเบาะด้านข้างตรงหน้า ที่นั่งไอ้คิวกับผมห่างกันประมาณสองที่นั่งแถมอยู่คนละฝั่งด้วย ผมทำได้แต่ชะเง้อมองก็พบว่าไอ้คิวหันกลับมามองผมด้วย


มานั่งนี่


ผมขยับปากช้าๆ ให้มันเห็นว่าผมต้องการสื่ออะไร ไอ้คิวที่เห็นความต้องการผมจึงทำท่าจะลุก แต่โชคดันไม่เข้าข้างตรงที่รถดันเคลื่อนในจังหวะที่มันจะลุกพอดิบพอดีทำให้มันต้องกลับไปนั่งที่เดิม ผมถอนหายใจพลางใช้มือทุบเบาะหน้าอย่างโมโห


ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้วะ


มาร์ช


หะ


แชะ


ผมที่หันไปตามเสียงเรียกของคนข้างๆ ก็ถึงกับเหวอเมื่อตัวเองถูกมือดีถ่ายรูปเข้าให้ ผมขมวดคิ้วไม่พอใจชั่วครู่แต่ก็ทำได้แค่ปล่อยมันไปเพราะผมคงห้ามอะไรไม่ได้อยู่แล้ว


น่ารักแหะ


อะไร ผมหันไปถามไอ้เนียร์ที่อยู่ๆ ก็โพล่งขึ้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย


คนในรูป


มันว่าก่อนจะหันกล้องมาให้ผมเห็น ใบหน้าเหวอๆ เต็มกล้องทำเอาผมถึงกับเอือมมันเบาๆ หน้ากูแทบจะเต็มพื้นที่จออยู่แล้วห่า เชื่อเลยว่าแม่งถ่ายรูปไม่เป็น


ถ่ายรูปเผลออะ มึงจะซูมทำมะเขือเทศดอยคำทำไม


ผมว่าก่อนจะกระชากกล้องมันมาไว้กับตัว รถเคลื่อนตัวทันที ไอ้นิวกับทิวนั่งอยู่ข้างๆ ผม ไอ้นิวมันไม่สนใจหรอกครับว่าผมจะเป็นตายร้ายดีอะไร ได้นั่งกับไอ้ทิวนี่ สบายใจแม่งสิครับ


เราบอกมาร์ชแล้วว่าเราถ่ายรูปไม่เป็น” ไอ้เนียร์ไหวไหล่ก่อนจะทำท่าเขยิบมาใกล้ผม สอนเราดิ


เวลามึงจะถ่ายรูปอะ ช่วยปรับโฟกัสตรง…”


หลบดิ


อยู่ๆ ก็มีบุคคลที่สามแทรกเข้ามาในบทสนทนา ผมเงยหน้าก็พบว่าเป็นไอ้คิวที่เดินมานั่งข้างๆ ไอ้เนียร์หน้าตาเฉย กลายเป็นว่าที่นั่งสำหรับสองคนในตอนนี้เปลี่ยนเป็นสามที่นั่งเป็นที่เรียบร้อยโดยที่ไอ้เนียร์นั่งอยู่ตรงกลางและถูกเบียดแบนแต๋ดแต๋เยี่ยงกล้วยปิ้ง


อ่า…” ผมถึงกลับไปไม่เป็น พอเห็นสีหน้าไอ้คิวที่มองมาที่ผมด้วยแววตานิ่งๆ ด้วยแล้ว ให้ไอ้คิวสอนดิ มันเก่งกว่า


แล้วผมก็จัดการโยนขี้ให้ผู้มาเยือนใหม่ทันทีด้วยการส่งกล้องของไอ้เนียร์ใส่มือไอ้คิว แต่ดูท่าว่าไอ้คิวจะไม่ปฏิเสธมันกดเข้าไปดูรูปในกล้องก่อนจะ


FORMAT*


อ้าว กดผิด


เชี่ย…”




คนตรงกลางถึงกลับสบถออกมาเบาๆ เมื่อไอ้คิวมือลั่นลบรูปทุกรูปในกล้องถาวร ผมยกมือปิดปากก่อนจะหันหน้าไปทางหน้าต่างเพื่อแอบขำการกระทำของไอ้คิว ผมรู้ว่ามันจงใจกวนตีนไอ้เนียร์ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่ดีอย่างหนึ่งเลย ถ้าเป็นผมนี่ไม่กล้าทำอย่างมันเลยนะ


โทษที จะกดเลื่อนดูรูปแต่ดันฟอร์แมทซะได้” มันว่าก่อนจะตบไหล่คนตรงกลางเบาๆ ถือว่าเคลียร์เมมโมรี่ไว้ถ่ายวิวที่ค่ายเนอะ


ไอ้คิวแสยะยิ้มขึ้น แม้ใจจริงไอ้เนียร์อยากจะซัดหน้าคนข้างๆ มากแค่ไหนแต่มันก็คงไม่พลีพล่ามใจร้อนจนห้ามตัวเองไม่อยู่ขนาดนั้น ผมยิ้มให้ไอ้คิวที่หันมายิ้มให้ผมเหมือนกัน


เหมือนตัวเองกำลังถูกปกป้องยังไงไม่รู้แหะ


ก็เห็นอยู่ว่าจงใจลบชัดๆ” ไอ้เนียร์เหมือนจะไม่ยอม


ฉลาดแหะ


ไอ้…”


กูจะนอน


ผมพูดขึ้นเพื่อยุติการทะเลาะของสองคนนี้ แม้น้ำเสียงจะไม่ได้ก้าวร้าวถึงขนาดตะคอกใส่ แต่มันก็ทำให้ไอ้คนตรงกลางหุบปากได้ในทันที


ถามว่าผมสงสารไอ้เนียร์ไหม บอกได้เลยว่ามาก มันไม่ใช่คนที่เลวร้ายสำหรับผมแต่ผมไม่ชอบการถูกวอแวแบบออกสื่อของมัน ยิ่งได้ใกล้กันผมยิ่งอึดอัด มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกอะ ผมรู้หลายคนก็ต้องมีอารมณ์แบบนี้บ้างล่ะ


งั้นเราไปนั่งที่อื่นแล้วกันนะ


ไอ้เนียร์พูดเสร็จก็ลุกขึ้นไปยังที่นั่งข้างพิมพ์ที่ก่อนหน้านี้เป็นของไอ้คิวในทันที ผมมองตามหลังมันไปในใจก็รู้สึกผิดที่พักหลังเริ่มตีตัวออกห่างเพราะไม่โอเคกับมันมากๆ มันคงรู้แล้วล่ะว่าผมคิดกับมันในฐานะแบบไหน


แต่ไอ้เนียร์คงไม่ได้คิดกับผมในฐานะแบบเดียวกับที่ผมคิดกับมันแน่นอน


อ่ะ นอนได้


ผมหันมามองไอ้คิวที่จู่ๆ ก็พูดขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย มันปัดไหล่ตัวเองเป็นการเรียกเชิญชวน


อะไรมึง


นอนซบเราไง โรแมนติก


ไอ้คิวว่าพลางทำหน้าเย้าแหย่เพราะคงเห็นผมมีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก เจ้าตัวที่นั่งห่างจากผมเกือบคืบค่อยๆ เขยิบมาจนใกล้ผม ทีกับไอ้คนนี้ทำไมตัวผมถึงรู้สึกสบายใจมากกว่าตอนอยู่ใกล้ไอ้เนียร์อีกนะ


มาร์ชมึงนี่สองมาตรฐานสัดๆ เลยว่ะ เอาแต่ใจแบบนี้ต่อไปมึงต้องเคยตัวกับไอ้คิวแน่ๆ


กูมีหน้าต่างไว้ซบน่า มึงนั่นแหละนอนเหอะ อีกไกลกว่าจะถึง ได้ข่าวว่าเมื่อคืนน้อยไม่ใช่


แล้วเราซบใครอะ” มันหันมาทำหน้าสงสัยจริงจัง เราไม่ได้มีหน้าต่างแบบนายนี่


“…”


ปวดคอแย่


“…”


เกร็งหัวไปตลอดทางต้องปวดมากแน่ๆ


เออๆ นอนซบกูก็ได้


ผมตอบส่งๆ ไอ้คิวยิ้มกรุ่มกริ่มจนผมอดหมั่นไส้ที่จะผลักหัวมันไม่ได้ หมั่นไส้ถึงขนาดเบาะข้างๆ ผมกำลังเย้าหยอกเลียนแบบพวกผมสองคน


ปวดคอมากๆ เลยน้องทิว


ไอ้นิวว่าพลางทำท่าบิดคอไปมา


เป็นอะไรเหรอพี่


สงสัยต้องนอนซบไหล่แล้วล่ะ


แลกที่นั่งกับผมไหมพี่ จะได้พิงหน้าต่าง


มึงนี่ไร้ความโรแมนติกไม่เหมือนไอ้คิวไอ้มาร์ชเลยนะ!”


เอ้า


ไอ้นิวจิปากเหมือนถูกขัดใจที่น้องไม่เล่นมุกด้วยเลย ผมกับไอ้คิวแอบขำเบาๆ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผมเพิ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้


ไอ้เกมส์อะ


ผมพูดขึ้นพลางชะเง้อมองไปยังแถวเบาะนั่งของพิมพ์ แต่กลับไร้วี่แวว ลืมมันไปซะสนิทเลย


ถามพี่ป่านดิ” ไอ้คิวว่าขึ้นเป็นการเสนอ เป็นจังหวะพอดีที่พี่เขาเดินเพื่อสำรวจน้องๆ ตามที่นั่ง “พี่ป่านครับ เกมส์ที่เป็นประธานสโมสรนิสิตนี่เขาไปไหนเหรอครับ


ไอ้คิวอาสาถามแทนผมในทันที พี่ป่านทำท่านึกก่อนจะไล่ชื่อในกระดาษเอสี่ในมือ


น้องเขาจะตามมาทีหลังน่ะ เห็นบอกว่ามีธุระที่บ้านด่วน


ขอบคุณครับ


ทั้งผมและไอ้คิวยกมือขอบคุณพี่แกตามมารยาท นั่นเลยไขข้อสงสัยผมได้เป็นอย่างดี แต่ผมก็อดที่จะชายตามองเบาะตรงหน้าที่ถัดไปไม่กี่เบาะไม่ได้ ทั้งเนียร์ทั้งพิมพ์ดูไม่ได้สนิทอะไรกันมากขนาดนั้นเพราะทั้งคู่นั่งเงียบมาตลอดทางเลย ไม่อยากจะเชื่อว่าพิมพ์จะชวนไอ้เนียร์มาค่ายได้ ถ้าเธอชวนจริงๆ คงมีเหตุผลนั่นแหละ


นี่หึงได้ปะ


เสียงไอ้คิวทำเอาผมดึงสายตากลับมาที่มัน ผมเกือบหลุดขำหมอนรองคอสีสายรุ้งมีขนเฟอร์ฟูฟ่องของมัน นี่มึงพกหมอนรองคอสีนี้ไปได้วะ


อะไร


เอาแต่มองไอ้เนียร์กับพิมพ์อยู่นั่นแหละ


เอ้า ก็อยากรู้ว่าสองคนนั้นสนิทกันตอนไหน” ผมว่าติดขำ ที่ขำนี่ขำหมอนรองคอมึงล้วนๆ เลยไอ้ห่า มึงไปเอาหมอนนี่มาจากไหนเนี่ย โคตรสะเหล่อ


แฟนคลับแม่จีนให้มาเลยนะ สวยออก สบายนุ่มนิ่ม


มันว่าไม่พอยังเอามาคล้องคอผมอีก แม้ผมจะพยายามหลบเอี่ยวตัวแต่ด้วยความที่มันมือไวบวกกับแขนยาวๆ ที่ล็อกคอผมได้พอดิบพอดีนี่ จึงทำให้ผมยอมจำนนใส่หมอนรองคอสีสันฉูดฉาดด้วยความขมขื่น


แชะ


เฮ้ย


ไอ้คิวใช้ทีเผลอของผมแอบถ่ายรูปหน้าตาเฉย แถมหน้าผมเมื่อกี้ยังดูเหวอๆ ด้วย


น่ารักกกกกกก” มันวางพลางหันกล้องมาที่ผม รูปแรกในกล้องเราวันนี้เป็นรูปมาร์ช


ไม่ขออนุญาตกูเลยนะ


ต้องขอด้วยเหรอ


ต้องสิเว้ย


แงะ ทีเราละไม่เห็นขอ


กูขอ


ตอนไหนอะ


วันแรกเลย


เอ๋ วันแรกนี่ตอนไหนอะ


ตอนที่กูไปเข้าเรียนเลขเนียนๆ กับเซคมึงไง พอออกจากห้องมากูก็ขอ ถึงแม้จะขอแบบขอไปทีก็เหอะ


ผมเล่าเป็นฉากๆ เสมือนสมองเป็นเมมโมรี่รองรับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น ไอ้คิวยกยิ้มจนผมอดสงสัยไม่ได้ว่ามันยิ้มบ้าอะไร


จำแม่นจัง” มันว่าก่อนจะก้มมองรูปในกล้อง รู้สึกดีแหะที่จำเรื่องราวของเราสองคนได้อะ


กูจำได้หมดแหละน่า” ผมพูดดับฝันมัน


จำได้หมดงั้นจำวันเกิดกูได้ปะ” จู่ๆ ไอ้นิวที่เหมือนนั่งหูผึ่งฟังเราพูดมาตลอดทางก็เอ่ยขึ้น สายตาทั้งสามคนจ้องมองมาที่ผมเหมือนรอลุ้นคำตอบ วันเกิดกูวันไหนเดือนไหน อะ ตอบ


ผมกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ แม้มันจะเป็นเพื่อนมาเกือบสามปีแต่เรื่องวันเกิดของมันนี่ผมไม่เคยจำเข้าสมองเลยในแต่ละปี อาศัยการแจ้งเตือนเฟสบุ๊คไปวันๆ


สิบสอง เมษา” ผมเดาไปเรื่อย จำได้แค่ว่ามันเกิดตอนใกล้ไฟนอลอะ ถูกใช่ปะ


ส้นตีน


ไอ้นิวว่าก่อนจะชูนิ้วกลางให้เหมือนเคืองโกรธ


สิบห้า เมษาก็ได้ กูอาจจะสับสน


ยี่สิบมีนาเว้ย! มึงไปคนละเดือนคนละวันเลย แม่ง เลิกคบตอนนี้ทันไหม


ไอ้นิวทำหน้าโกรธจริงจังแต่ผมกลับไม่รู้สึกผิดบาปต่อมันเลยสักนิด ก็ผมจำไม่ได้จริงๆ อะ ขนาดวันเกิดตัวเองผมยังลืมเลย


แล้ววันเกิดไอ้คิวอะ วันอะไร


ไอ้นิวเสริมบทขึ้นอีกครั้ง เจ้าของวันเกิดหันมามองหน้าผมพร้อมกับส่งสายตาเหมือนตั้งใจฟังสุด จะเป็นไรไหมถ้าผมบอกว่าผมจำวันเกิดมันได้แม่นเลย


โกหกดีไหม จะได้เฉไฉไปด้วยอย่างน้อยก็ทำให้ไอ้นิวสบายใจ


ถ้าจำได้ก็อย่าโกหกกันนะ” ไอ้คิวยิ้มพลางพูดดักผม… “เสียใจแย่


มันเบะปากเรียกร้องความเห็นใจเอาซะผมแผนแตกในการโกหกไปเลยสิ


ยี่สิบแปด…” ผมพูดขึ้นสายตาก็จ้องมองคนด้านข้างที่ไม่ละสายตาจากผมไปซะที ธันวา


ถูกไหมไอ้คิว” ไอ้นิวถามขึ้นเพื่อต้องการคำยืนยัน “ถ้าถูกนะ กูล่อมึงแน่ไอ้มาร์ช


ไม่ถูกแหะ” 


ไอ้คิวยักไหล่ก่อนจะมองตรงไปข้างหน้าเพื่อตัดบทสนทนาทุกอย่างทิ้ง


ไม่ถูกได้ไงวะ


มันวันเกิดมึงไม่ใช่เหรอ


ผมแอบกระซิบย้ำความมั่นใจให้ตัวเอง


ใช่ วันเกิดเรา” มันเอียงคอกระซิบผมตอบ


อ้าว แล้วมึง…”


เดี๋ยวนิวน้อยใจแย่ ถ้าเห็นนายจำวันเกิดเราได้แต่จำของนิวไม่ได้อะ เอาเถอะ เรารู้กันสองคนก็พอ J


ผมเม้มปากแน่น มันจะใส่ใจความรู้สึกคนอื่นไปถึงไหนวะ นี่ขนาดความรู้สึกเพื่อนผมมันก็ยังใส่ใจเลย


พี่คิวเกิดยี่สิบแปด ธันวานี่ครับ


เสียงแหลมเอ่ยขึ้น เป็นเสียงคนข้างๆ ไอ้นิวที่พ่วงตำแหน่งแอดมินแฟนคลับไอ้คิวด้วย 


ลืมแม่งไปเลย!


อ้าว


คราวนี้ไอ้นิวหันขวับมาทำหน้าเหลอหลาใส่พวกเรา สิ่งเดียวที่เราสองคนทำได้ในตอนนี้คือการเลี่ยงตอบคำถามทุกอย่างของไอ้นิว!


พรึ่บ


เหมือนนัดกันมา ผมกับไอ้คิวเอาหัวชนกันแกล้งหลับตาสนิททั้งคู่ ลมหายใจชนกันในระยะประชิดเล่นทำเอาผมหัวใจเต้นผิดจังหวะ


ไอ้สองคนนี้นี่มึงรวมหัวกันโกหกกูเหรอ ยังมาแกล้งหลับใส่กูอีก เลว!”


แม้เสียงโวยวายด้านข้างจะดังจนทำเอาคนในรถได้ยินกันทั้งบางก็ตาม แต่เราสองคนก็ทำเป็นไม่รู้อีโหน่อีเหน่แกล้งหลับไม่ได้ฟังไม่สนใจคนดังกล่าว


ผมเอียงหัวจนมันไหลไปซบไหล่ไอ้คิวหน้าตาเฉยแต่นั่นมันก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอยากผงะออกแต่อย่างใดแถมสบายและทำเอาผมแอบเคลิ้มหลับไปในที่สุด ไม่รู้ว่าจุดสิ้นสุดของปลายทางจะไกลอีกกี่กิโล แต่ในตอนนี้ผมคิดว่าการได้นั่งข้างมันไปตลอดการเดินทางเป็นอะไรที่ผมรู้สึกอุ่นใจมากที่สุดแล้ว ถ้าคนข้างๆ ผมเป็นคนอื่นผมคงไม่มีความสุขเหมือนอย่างในตอนนี้แน่ๆ


ขอบคุณที่มึงเข้ามาในชีวิตกูอีกครั้ง ฝันดีนะมึง









-------------------------------------------------------------------------





@แคมป์และรีสอร์ตเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา


ขอให้ทุกคนนั่งเรียงแถวตามคณะเป็นแถวตอนลึกตรงด้านนี้ด้วยค่า


เสียงพี่ป่านออกคำสั่งพวกเราในทันทีที่มาถึงสถานที่ของค่ายที่เราจะมาถ่ายรูปกัน ผมแบกสัมภาระขึ้นไหล่แม้จะรู้สึกหนักแต่มันก็ต้องทนเพราะดันอยากพกของมาเยอะเอง ทุกคนลงนั่งที่อาคารโล่ง ดูเหมือนจะเป็นลานกิจกรรมของค่าย มีเวทีเล็กๆ อยู่ตรงหน้า เอาง่ายๆ คือเหมือนค่ายวรชิราวุติสมัยเรียนลูกเสืออะ แต่แอบเห็นรีสอร์ตบนเนินทางเดินนะ สวยฉิบหาย


ไอ้คิวนั่งต่อหลังจากผม มันให้ความสนใจกับสิ่งรอบตัวตั้งแต่ลงรถมา เห็นมันถ่ายทุกอย่างที่ขวางหน้าเลย ส่วนไอ้นิวก็ถ่ายเหมือนกันแต่ถ่ายไอ้ทิวอย่างเดียว อย่างอื่นแม่งไม่สนใจห่าเหวอะไรเลย


มึงมาค่ายเพื่อถ่ายไอ้เด็กแคระนั่นอย่างเดียวเนี่ยนะ!


สวัสดีครับ ชื่อแอมนะครับ เรียนอยู่ปีสามเอกฟิล์ม เป็นหัวหน้าชมรมค่ายถ่ายภาพนะครับแอมหัวหน้าชมรมขึ้นแนะนำตัว ก่อนที่เราจะไปเข้าที่พัก ผมอยากให้ทุกคนจับฉลากรูมเมทก่อนน่ะครับ เป็นการหาเพื่อนใหม่ทำความรู้จักคละเคล้ากันไปนะครับ


โหวววววววววว


เสียงโหร้องทำให้รู้ว่าไม่ค่อยมีใครโอเคกับข้อเสนอนี้เท่าไร ผมก็เช่นกัน อยากนอนกับเพื่อนตัวเองอะ คนอื่นเราไม่รู้ว่าเขาจะอยู่ร่วมกับเราได้ไหม ทะเลาะกันตาย


แค่สองคืนเองเนอะ ฮ่าๆ เราจะจับแยกชายหญิงนะครับ ห้องนึงจะอยู่กันสี่คนนะครับ แอมว่าขึ้น


หนูอยากนอนกับพี่คิวค่า


หนูด้วยค่า


หนูๆๆๆ หนูยอมนอนกับพี่คิว


เสียงบรรดารุ่นน้องผู้หญิงที่นั่งแถวริมสุดคนละฝั่งกับแถวผมโพล่งขึ้นเจี้ยวจ้าว เล่นเอาเจ้าของชื่อในประโยคถึงกับหน้าเหวอไปนิดๆ


หนูลูก เป็นกุลสตรีกันหน่อยค่า พี่คิวกลัวพวกหนูกันหมดแล้วลูก


พี่ป่านห้ามแต่ก็ไม่วายแอบขำเพราะคงรู้ดีว่านั่นเป็นการแซวขำๆ ที่ไม่ได้จริงจังอะไร ส่วนแถวข้างๆ แถวผมมีผู้หญิงเพียงคนเดียวในคณะรัฐศาสตร์แอบหันมามองหน้าผมกับไอ้คิวชั่วครู่ สายตาเธอแค่มองผ่านๆ ยังทำเอาผมใจไม่ดีเลยสิ


ไม่ใช่เพราะผมกลัวตกหลุมรักเธออีกครั้ง แต่กลัวเธอมาทำให้ไอ้คนที่นั่งข้างหลังผมตกหลุมที่เธอกำลังก่อขึ้นมาเพื่อมันต่างหาก


อะ พี่จะส่งกล่องให้จับทีละคนนะค้า


พี่ป่านว่าขึ้นก่อนจะเดินถือกล่องคนละสีกับแอมหัวหน้าชมรม พี่ป่านรับหน้าที่ถือกล่องหมายเลขห้องของผู้ชาย ผมจัดการล้วงมือลงไปในกล่อง ใจก็ภาวนาขอให้นอนกับคนที่อยากนอนด้วยเถิด อย่างน้อยก็มีสามสหายสระอิวมานอนกับผมก็พอ


อย่าเพิ่งเปิดหมายเลขนะครับ


แอมสั่งก่อนที่ผมจะร้อนใจเปิดมัน เมื่อแจกแจงหมายเลขห้องครบทุกคนแล้ว แอมกับพี่ป่านก็ไปยืนยิ้มแฉ่งที่หน้าแถว เมื่อทั้งสองพยักหน้าเป็นสัญญาณให้เราเปิด ผมก็รีบคลี่กระดาษสีฟ้าในมือตัวเองทันที


ห้อง 04’


ผมกุลีกุจรชะเง้อหน้ามองไอ้นิวในทันที มันหันมาชูกระดาษสีฟ้าในมือแสดงให้เห็นว่ามันได้… 


ห้อง 03’


WHAT THE x!


ไอ้ทิว มึงห้องไรผมตะโกนข้ามหัวเพื่อนตัวเองไป มันชูกระดาษขึ้นและพบว่ามันนอนห้องเดียวกับไอ้นิว ฉิบหายนี่กูอยู่กับใครเนี่ย


ผมหัวร้อนขึ้นมานิดๆ ไม่ต่างกับทุกคนที่ตอนนี้เริ่มกระวนกระวายชะเง้อหารูมเมทตัวเองยกใหญ่


อ่ะผมลืมอีกคน


ไอ้คิว


ผมหันหลังไปเรียกคนด้านหลังที่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จาอะไร แถมไม่ยอมคลี่กระดาษอีก


หืม


ห้องอะไรอะ


อะมันยื่นกระดาษมาให้ผมเปิดเองพร้อมยกกล้องขึ้นถ่ายผมโดยที่นาทีนี้ผมไม่สนใจแล้วว่ามันจะถ่ายผมออกมาดูดีหรือไม่ ผมสนใจแค่ว่ามันจะอยู่ห้องเดียวกับผมไหมแค่นั้น เราจะได้อยู่ห้องเดียวกันเหรอ


อยู่…”


ผมพยักหน้าตอบมันหลังจากที่ผมเปิดกระดาษในมือดูก็พบว่ามันอยู่ห้องเดียวกับผม โอ้ย น้ำตาจะไหลไอ้สัด!


พรึ่บ


อะ…”


ไอ้เหี้ย ดีใจๆๆๆ


ผมคว้าคอไอ้คิวมากอดแน่นโดยที่เจ้าตัวไม่ทันตั้งตัว อย่างน้อยก็มีมันมาเป็นรูมเมทตั้งคนนึงแน่ะ


อ่ะ


ผมชะงักเมื่อเห็นสายตารอบข้างมองมาที่เราสองคนเป็นจุดเดียว ผมรีบผละอ้อมกอดออกและทำตัวปกติแต่ใบหน้ายังคงความดีใจไว้อยู่ นึกว่าจะอยู่คนเดียวเหงาๆ เสียแล้ว แม่งเอ้ย


เอาแล้วค่ะ ถ้าทุกคนรู้หมายเลขห้องตัวเองแล้ว เชิญลุกขึ้นมาเอากุญแจจากพี่แล้วเดินไปที่ทางเดินที่เป็นเนินด้านขวาเลยน้า มันจะมีทางบอกตรงไปยังรีสอร์ตอยู่ ห้องอาจจะเล็กไปหน่อยแต่ทนๆ อยู่กันหน่อยนะคะ งบค่ายเราน้อยมากจริงๆ ยังไงก็ขอให้มีความสุขกับการอยู่ร่วมกันของรูมเมทน้า อาบน้ำแต่งตัวใส่เสื้อโปโลคณะตัวเองมาตอนเวลาสิบเจ็ดนาฬิกานะคะ เจอกันค่ะ


หลังจากพี่ป่านปล่อยทุกคนให้ไปทำธุระส่วนตัวในห้องนอนของตัวเอง ผมก็ลุกขึ้นไปรับกุญแจจากพี่ป่านตามด้วยแบกสัมภาระเตรียมมุ่งไปยังห้องศูนย์สี่ที่ได้มาทันที กระเป๋าที่แบกในตอนแรกอยู่ๆ ก็ลอยขึ้นจนผมตกใจขึ้นว่ามันร่วงแต่ที่ไหนได้ไอ้คนข้างๆ กลับดึงไปถือหน้าตาเฉย จะปฏิเสธก็เกรงใจ ไหนๆ มึงจะแมนให้กูแล้วก็เต็มที่เลยนะไอ้คิว กูเต็มใจให้แบก เพราะแม่งหนักฉิบหาย


นอนเตียงเดียว…”


บังคับกูอีกแล้วนะผมหันไปพูดดักเพราะรู้ว่ามันต้องการจะพูดอะไรกับผม นอนไปเหอะน่า ถ้าได้เตียงเดียวกันก็นอน


ไม่อยากนอนกับคนอื่นงะ -3-“


เออ ได้นอนกับกูแน่” 


ผมยักคิ้วเป็นการเสริมความมั่นใจ มันยิ้มแป้นแล้นผมเลยหลบสายตาในทันที 


รีสอร์ตที่นี่คล้ายๆ บ้านเช่าทั่วไป แต่ดูค่อนข้างกว้างเมื่อมองจากภายนอก แต่ละหลังทาสีแตกต่างกันไป ดูสดใสและน่าอยู่สุดๆ แถมรอบข้างยังมีแต่เขาและต้นไม้ขนาดใหญ่เต็มไปหมด คาดว่าถ้าตกช่วงหัวค่ำคงจะหนาวไม่ใช่น้อย แต่ตอนนี้ดูท่าว่าเราสองคนจะมาถึงห้องก่อนใครเพื่อนเพราะอีกสองคนที่เป็นรูมเมทยังไม่เห็นมา


มึง ปลุกกูด้วยนะไอ้นิวที่ยืนอยู่ห้องข้างๆ ตะโกนข้ามมาที่ห้องผม กูกลัวมือถือไม่ปลุกกู


น้องทิวไงผมว่าขึ้น มือจับเข้าที่ลูกบิดประตู


มึงคิดว่ามันจะปลุกกูมะ


เออๆ ถ้ากูตื่นกูจะปลุกนะ


ผมตะโกนกลับไปพยายามส่ายหน้าให้กับความดื้อด้านของไอ้นิว ผมเปิดประตูเข้าไปข้างในก็พบกับความกว้างของห้องที่ใหญ่มากกว่าห้องนอนผมคูณสอง ในตอนแรกที่บอกว่างบน้อยได้ห้องเล็ก ก็คิดว่ามันจะเล็กเทียบเท่ารูหนูเสียอีก


มึงจะนอนเตียงไหนผมดึงกระเป๋าจากมือมันก่อนจะวางไว้ข้างๆ ตู้เสื้อผ้า เตียงใต้แอร์มะ กูว่ากลางคืนน่าจะหนาว เดี๋ยวรูมเมทแม่งเปิดแอร์อีกป่วยพอดี


อืม แล้วแต่มาร์ชเลยเรานอนได้หมดแหละขอให้เตียงเดียวกับมาร์ชก็พอ


รำคาญ


ผมผลักหน้าผากมันออกเพราะรู้สึกเลี่ยนหูสุดๆ เวลาได้ยินมันพูดอะไรที่ดูเน่าๆ ใส่ เข้าใจแหละว่ามันคงไม่ได้จงใจพูดให้ผมเขิน เหมือนมันตั้งใจพูดออกมาจากความคิดมันจริงๆ แต่ใครจะไปรับได้วะ ผู้ชายที่ไหนเขาพูดใส่กันด้วยประโยคหวานๆ แบบนี้ กูรับไม่ได้เว้ย!


แกร๊ก


เหมือนว่าจะมีคนเปิดประตูตามเข้ามาและเดาได้ว่าคงเป็นรูมเมทอีกสองคนที่เหลือแน่นอน ผมที่จะหันไปยิ้มต้อนรับก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ชายร่างสูงโปร่งที่ผมและไอ้คิวรู้จักเป็นอย่างดี


ไอ้เนียร์...


เอ้า นอนห้องนี้เหรอ


ดูเหมือนไอ้เนียร์จะตกใจนิดๆ และคงไม่คิดว่าผมกับไอ้คิวจะอยู่ห้องเดียวกับมัน ความรู้สึกอึดอัดเริ่มครอบงำตัวผมอีกแล้วสิ


แบบนี้เรียกว่าบังเอิญหรือพรมเช็ดตีนดีวะ


อืม นอนเตียงนู้นนะผมชี้ไปยังเตียงอีกเตียง ไอ้เนียร์พยักหน้าก่อนจะวางกระเป๋ามันไว้ สายตาที่มองผมสลับกับไอ้คิวค่อนข้างผิดหวังนิดๆ ไม่รู้ว่าผิดหวังที่ได้ห้องร่วมกับผม หรือผิดหวังที่ผมอยู่กับไอ้คิวกันแน่ กูอาบน้ำก่อนเน้อ


ผมรีบเปลี่ยนประเด็นความอึดอัด เมื่อเห็นว่าทั้งไอ้คิวและไอ้เนียร์ไม่พูดอะไรต่อกันเลย พอผมกำลังคว้านหาผ้าขนหนูในกระเป๋า อยู่ๆ ใครอีกคนก็เดินเข้าห้องมาและก็พบว่าเป็นแอมหัวหน้าชมรม


เอ้า นอนนี่เรอะผมถามขึ้น ดูทุกคนจะสงสัยไม่ต่างกัน


อ๋อเปล่าๆ พอดีจะมาบอกว่า เราจับฉลากให้เกมส์ไว้น่ะ เกมส์อยู่ห้องนี้ ถ้ายังไงรบกวนบอกเกมส์ด้วยนะ เดี๋ยวก็คงมาดึกๆ หน่อย


แอมว่าเสร็จก็โบกมือลาเป็นมารยาทก่อนจะปิดประตูลงทิ้งไว้ท่ามกลางความเงียบของคนภายในห้อง ไม่รู้ว่าไอ้เนียร์รู้จักบุคคลดังกล่าวไหม แต่ผมกับไอ้คิวรู้จักดีและค่อนข้างเป็นเพื่อนรักกันเสียด้วย


ครับ


รูมเมทผมแต่ละคนดีๆ ทั้งนั้นเลยครับ


เหมือนกูไปทำบาปอะไรสักอย่างไว้เลยแม่ง U_U














รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
















FORMAT :; การลบไฟล์ออกทั้งหมด จะกู้คืนได้เมื่อใช้โปรแกรมกู้ไฟล์โดยเฉพาะ แต่มักได้กลับมาไม่สมบูรณ์แบบ
-100%-
อะ หลังจากหายไปนานราวๆ สิบปีได้ (เวอร์ไป)
ไรท์สอบไฟนอลบวกกับพ่อไรท์เสียค่ะ 
เลยทำให้เกิดเอคซิเดนเล็กน้อย ไม่โกรธกันเนอะ
ตอนนี้ทำใจได้แล้ว คนเราต้องมีเวียนว่ายตายเกิด
ทำใจให้ชินกับสิ่งที่เกิดเนอะ สู้ๆ5555555
รักกันๆ กลับมาแล้วนะ หายคิดถึงกันแล้วเนอะ รัก
ปล.ขอบคุณคอมเม้นให้กำลังใจมากๆ นะคะ
อยากตอบทุกคนเลยแต่มันกดส่งไม่ได้ 
อาจจะเพราะคอมเราเอง5555555555555555
กดไลค์เพจไว้น้าาา เดี๋ยวพลาดกิจกรรมดีๆ

แอดแฟน กดที่รูปพี่มาร์ชเลย!
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ minjae and v gif
โหวต + เม้น ด้วยนะครับ
ตามติ่งคิวมาร์ชได้ที่
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,645 ความคิดเห็น

  1. #6566 EarthMayer (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 16:57
    ไรท์เข็มเเข็งอยู่เเล้วว ~ ไฟต์ติ้งฮึบๆ
    #6,566
    0
  2. #6553 Nada Am (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 19:43
    ความฉิบหาไม่เจอมาเยือน...0_0
    #6,553
    0
  3. #6285 Zistar (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 17:38
    ทำไมไม่รู้ มีฟิลอยากให้ นิวเคะ ขึ้นมาทันที 55555555 ช่างเถอะ ชอบทั้งคู่หลักและคู่รองเลย
    #6,285
    0
  4. #5766 fb040686 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 23:28
    พอสมาชิกคนที่ 4 ของห้องคือเกมส์
    อ่า... พรมเช็ดตีนจริงๆค่ะลูก
    #5,766
    0
  5. #5199 FairyP718 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 23:52
    เข้มแข็งไว้นะคะไรเตอร์ คิดถึงคิวมาร์ช รอตอนต่อไปน้าา
    #5,199
    0
  6. #5189 Som O Usanee (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 08:37
    เนียร์กับชะนีนั่นนางอาจวางแผนร่วมกันมานะ
    #5,189
    0
  7. #5103 มูตี้ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 21:59
    ^_______^
    #5,103
    0
  8. #4996 sofar_fa (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 01:41
    ถ้าพี่คิวไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันด้วย เราคงคิดว่ามาร์ชไปทำอะไรให้ไรท์เกลียดมาแล้ว 55555
    #4,996
    0
  9. #4964 SPDDP Dayn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 19:32
    พรมเช็ดตีนนน
    #4,964
    0
  10. #4948 1OmiJung8 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 22:26
    พรมเช็ดตีนคร้าย พรมเช็ดตีนนน //ชูป้ายไฟฟฟ555
    #4,948
    0
  11. #4929 itzmeboombim (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 22:16
    ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ 

    เม้นท์เรื่อง รอดูความวุ่นวายที่จะเกิดจากค่ายครั้งนี้ แต่ละคนดีๆทั้งนั้น
    #4,929
    0
  12. #4928 - kunpimook - (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 22:04
    อย่างน้อยก็มีคิวแหล่ะน่าา555 สงสารนางไปทำบุญกันไหมคะรู๊กกก
    #4,928
    0
  13. #4895 __rraindear (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 16:31
    สู้ๆนะมาร์ช เราให้กำลังใจนายอยู่
    #4,895
    0
  14. #4876 Haruthai-Mookki (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 11:09
    ไปทำบุญบ้างนะมาร์ช
    #4,876
    0
  15. #4855 SpongBob (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 09:06
    สงสารมาร์ชเค้านะค่ะ 555555
    #เสียใจด้วยนะค่ะไรท์ สู้ๆ ^^
    #4,855
    0
  16. #4854 Moonoi_LN (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 01:31
    เสียใจด้วยนะคะ สู้ๆน๊าาา
    #4,854
    0
  17. #4852 BeammyBoom (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 00:26
    เสียใจด้วยนะคะ สู้ๆนะ(:
    #4,852
    0
  18. #4851 KhunThan DSPU (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 22:16
    มาแล้ว งื้อออ T~T
    #4,851
    0
  19. #4850 Tk0954519300 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 21:07
    เสียใจด้วยนะคะไรท์. สู้ๆคะ รอติดตามตลอดคะ ;)
    #4,850
    0
  20. #4848 민밀 มินเมียมิลค์ (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 17:24
    พรมเช็ดตีนจริงๆคนับ
    #4,848
    0
  21. #4847 Pokie_wiva (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 09:44
    ขอเเสดงความเสียใจด้วยนะค่ะ  
    #4,847
    0
  22. #4845 ♚S⊙ul•• (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 09:34
    5555 สงสาร แต่อย่างน้อยก็ยังมีคิวละนะ -.,-
    #4,845
    0
  23. #4844 SuklitHomnual (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 03:07
    อุ้ย!!พึ่งเห็นอิมเมจเนียร์ นั้นมันBMสามีเราหนิ555//หลบเกิบ
    #4,844
    0
  24. #4843 Naiicue98 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 00:04
    สงสารมาร์ช นี่ยังดีที่ยังมีคิว หวานกันเยอะๆให้อีกสองหน่อมดกัดตายไปเลย 5555
    #4,843
    0
  25. วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 22:48
    เสียใจด้วยนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆค่ะ
    #4,842
    0