[YAOI] FANSITE ll แฟนผมเป็นตากล้อง ❤ [THE END]

ตอนที่ 23 : ll แฟนผมเป็นตากล้อง ll EP.21 :: เขาเป็นของผม [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,243
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    13 พ.ค. 60


ll FANSITE ll
#แฟนผมเป็นตากล้อง

EP.21
กฎของการเป็นแฟนคลับข้อที่ 22
'ห้ามถลำความสัมพันธ์ตัวเองจนเกินไป'















มันใช่เรื่องของกูไหมวะเนี่ยยยยย


เสียงบ่นของไอ้คนข้างๆ บ่นขึ้นอีกครั้ง ทำไมมันถึงไม่ชินกับเรื่องแบบนี้สักที รู้ก็รู้นะว่าผมชอบดึงมันมาด้วยบ่อยๆ แต่แม่งก็บ่นด้วยประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมา วันนี้ก็อีกเช่นเคย ผมลากมันมาที่ตึกK ตึกเรียนรวมของคณะมนุษย์ฯ วิศวะ รัฐศาสตร์ นิติฯ และภูมิสารสนเทศศาสตร์


ถามว่าผมมารอใครน่ะเหรอ


มึงก็รอเป็นเพื่อนกูแปปเดียวเอง เดี๋ยวไอ้คิวก็ลงมาแล้ว


นั่นล่ะครับ คนที่ผมมารอ ไม่ใช่ว่าผมคิดถึงมันถึงขนาดทนไม่ไหวมาดักรอที่ตึกเรียนมันนะ ผมแค่นัดมันกินข้าวเย็นตั้งแต่เมื่อวานต่างหาก มันกลับมาจากกรุงเทพฯ ก็ไม่ได้แวะเข้าหอเลย เห็นมันบ่นว่ามันกลับมาถึงที่นี่ก็ราวๆ ตีสองตีสามมีแอบงีบใต้ตึกพอถึงเวลาเรียนก็ขึ้นไปเรียนเลย


นี่ชีวิตนักแสดงสมทบเหรอวะ ดีนะหน้าไม่ดีพอไม่งั้นผมคงต้องได้แสดงซีรี่ย์แน่ๆ (มีความมั่นหน้าในระดับสิบ)


เอ๋ มึงนี่” ไอ้นิวว่าพลางบ่นขึ้นอีกครั้ง ติดไอ้คิวเป็นหมากฝรั่งเคี้ยวแล้วคายทิ้งแต่เผลอเอาตีนไปเหยียบมันเลยติดตีนเลยนะ


เปรียบเทียบเหี้ยมาก


กูนัดมันไปกินข้าวเพราะจะได้ถ่ายรูปหรอก” ผมพูดพลางเล่นฟังค์ชั่นในกล้องรอ


มีนัดกินขงกินข้าว หมั่นไส้


เบ้ปากเบ้หน้าทำเหี้ยไร ทีมึงไปกินข้าวกับน้องทิวบ่อยๆ กูยังไม่พูด


แค่น้องปะวะ


มึงแน่ใจว่าคิดกับเขาแค่น้อง” ผมย้อน ไอ้นิวหุบปากทำเฉไฉมองไปทางอื่นเป็นการกลบเกลื่อน สารเลว! “เออ ไอ้นิว วันที่กูไปคุยกับพิมพ์อะ กูเจอไอ้เนียร์ด้วย


ผมพูดขึ้นเมื่อตามองไปเห็นคนใส่ช็อปวิศวะพอดี เลยนึกถึงเรื่องนั้นได้


ทำไมวะ มันทักมึงเหรอ?


เออดิ กูอุตส่าห์ทำเนียนๆ จะเดินผ่าน แต่แม่งก็ดักทางเดินกู


มึงนี่มีเสน่ห์กับผู้ชายหน้าตาดีเหรอ แต่ทำไมกูไม่เห็นหลงมึงเลยเพราะกูก็หน้าตาดี


ว่าแล้วก็เสยผมใส่กูมาหนึ่งดอก เป็นหมาแคระที่หลงตัวเองจริงๆ เอาแผนที่ไหม จะได้ไม่หลงไปมากกว่านี้


กูว่าไอ้เนียร์มันแปลกๆ กับกู” ผมว่าคิดพลางครุ่นคิด


นี่มึงยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ กูดูออกตั้งแต่วันแรกที่ถ่ายหนังสั้นล่ะว่ามันชอบมึง


กูรู้ แต่พฤติกรรมที่มันแสดงออกกับกูมันมากไปปะวะ มันน่ากลัวอะ มันไม่ใช่ตามตื๊อแบบไอ้คิวอะ


ยังไงวะ” ไอ้นิวเลิกคิ้วขึ้น


ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง ด้วยความที่มีเซ้นส์ทางด้านการเข้าหาคนของผม ผมรู้สึกว่าไอ้เนียร์มาแปลกเกินไปอะ อย่างไอ้คิวมันก็ไม่ได้โจ่งแจ้งถึงขนาดไอ้เนียร์ปะวะ


คนแบบนี้น่ากลัวชะมัด


กูคงคิดมากไปอะ


เอ้าไอ้สัด คนถามก็ไม่ตอบ มันคงไม่รู้วิธีเข้าหามึงมั้ง มันก็ดูเรียบร้อยๆ พูดจาเพราะดีนะ มึงอึดอัดเหรอวะ


นิดนึง มันดูเรียบร้อยแบบแสดง


กูผิดปะเนี่ยที่ดึงแม่งมารู้จักมึงเนี่ย


ไอ้นิวว่าก่อนจะเอามือมาตบบ่าผมเป็นการถามด้วยความเป็นห่วง


ไม่หรอก” ผมปฏิเสธไม่ให้ไอ้นิวคิดมาก ถ้ามันเกินเลยกว่านี้กูก็จะบอกมันตรงๆ ว่ากูไม่โอเค


ยังไงมึงก็พูดกับมันตรงๆ ไปเลย เก็บเงียบแม่งก็อึดอัดแบบนี้


อืม


ผมพยักหน้ารับ ไม่ใช่อยากเก็บให้มันเป็นก้อนเนื้อในตัวเองหรอก แต่เพราะอยากรักษามิตรภาพระดับความเป็นเพื่อนเอาไว้อยู่ ไอ้เนียร์มันก็ไม่ได้แสดงท่าทีเลวร้ายกับผม แต่มันอาจจะใช้วิธีสนิทกับผมแบบผิดๆ ไปบ้างโดยไม่สนใจว่าคนตรงข้ามจะรู้สึกยังไงแค่นั้นเอง


เคยเป็นไหมอะ เวลามีคนๆ หนึ่งที่แค่เห็นหน้าแม่งพูดอะไรมาเราก็รู้สึกรำคาญแล้ว ผมก็เป็นกับไอ้เนียร์แหละ แต่ไม่ใช่ว่าเราสองคนจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้นะ มันเป็นได้ แต่สถานะที่ไอ้เนียร์กำลังพยายามยัดเยียดใส่ผมมันไม่น่าใช่ในแบบเพื่อนนี่ดิ


แฟนมึงมาล่ะ


คำแซวไอ้นิวทำเอาผมเงยหน้ามองไปที่บันได แทนที่ผมจะปฏิเสธแล้วหันไปด่าเพื่อนตัวดีที่หยิบยื่นสถานะใหม่ให้เราทั้งสอง แต่ผมกลับมองไปจุดๆ นั้นโดยไม่ขัดแย้งคำพูดไอ้นิวสักนิด ช่างมันเหอะ มันพูดคำนี้กับผมจนชินไปแล้ว ต่อให้ปฏิเสธหรือด่ามันยังไงมันก็ไม่ฟังผมหรอก


มึงจะกลับเลยก็ได้นะ” ผมพูดกับไอ้นิวทันทีที่เห็นไอ้คิวกำลังเดินลงบันไดมา


โอ้โห หมาหัวเน่าเลยกู ตอนไม่มีคุณคิวคุณมาร์ชก็ยื้อผมไว้ไม่ให้ผมไปไหน แต่พอคุณคิวมาคุณก็ถีบหัวผมเลยเหรอครับ


หรือมึงจะไปกินข้าวกับกู?


ไม่อะ ไม่อยากเป็นก้างขวางคอ รำคาญ


ไอ้นิวว่าก่อนจะหันไปยกมือทักทายไอ้คิวที่กำลังเดินมาด้วยท่าทางอ้อยอิ่ง


กลับดีๆ” ผมว่าขึ้นเมื่อไอ้นิวควงกุญแจในมือเล่น


กูกลับล่ะ บายไปแหละไอ้คิว ดูแลเพื่อนกูด้วยนะสัด


ไอ้นิวบอกลาผมก่อนจะหันไปชี้หน้าไอ้คิวเป็นการขู่ ไอ้คิวยกมือบ๊ายบายพลางยิ้มเล็กน้อย ทันทีที่เพื่อนรักของผมเดินจากไป ไอ้คิวก็นั่งลงกับเก้าอี้ม้านั่งตรงข้ามผมทันที


กินไรดีวะ


ผมถามขึ้นด้วยสีหน้าปกติ นี่ไม่ได้ตื่นเต้นที่ได้เห็นหน้ามันในรอบสามวันนะ


มาร์ชอยากกินอะไรอะ” มันถามผมกลับหน้าตาเฉย วันนี้หน้ามันโทรมสัดๆ ดูได้จากขอบตาที่เป็นดอลลี่อายชัดเจนบวกกับตาปรือๆ คล้ายคนง่วงนอน เรากินได้หมดอะ


ไหวไหมมึงอะ


หืม


ง่วงเหรอวะ” ผมถามขึ้น มันเอาแขนเท้าคางเข้ากับโต๊ะก่อนจะพยักหน้าหงึกหงักให้ผมเบาๆ เอาไงอะ มึงจะกลับไปนอนเปล่า กูซื้อไรแถวข้างมอไปกินที่หอก็ได้


ไม่เอาอะ อยากไปกินข้างนอก


กูเห็นหน้าตามึงกูก็รู้สึกง่วงแล้วไอ้สัด ทำดื้อด้านเป็นเด็ก


เราขอเวลาสิบนาทีได้เปล่า” ไอ้คิวมองหน้าผมด้วยสายตาอ้อนวอน ผมขมวดคิ้วในคำขอร้องของมัน


ทำไมวะ


ฟึ่บ


จู่ๆ คนตรงหน้าผมก็ดึงมือไปจับก่อนจะฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะ ผมแอบผงะตกใจอยากจะดึงมือกลับแต่คนตรงข้ามดันจับไว้แน่นจนผมต้องยอมจำนนกับการกระทำของมัน


เราของีบตรงนี้แปปนึงนะ


เอ้า ไอ้นี่!


มือผมถูกดึงเข้าไปใกล้หน้ามันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ดูท่าว่ามันจะหลับจริงจังซะด้วย ผมค่อยๆ เขยิบตัวติดกับโต๊ะให้มากที่สุดเพื่อตัวเองจะได้ไม่เมื่อย


มึงจะงีบแล้วเอามือกูไปจับทำเพื่อ


กลัวหายไป


เสียงอู้อี้ตอบกลับมา ผมพ่นลมหายใจให้กับเหตุผลบื้อๆ ของมันก่อนจะเอากล้องที่แขวนอยู่ที่คอมาตั้งบังมือที่ผมกับมันจับกันไว้ เพราะตอนนี้คนเริ่มทยอยลงมาจากตึกกันบ้างแล้ว ผมไม่อยากเป็นประเด็นจนกลายเป็นข่าวโครมครามว่าคิ้วท์บอยชื่อดังอย่างไอ้คิวมาจับมือหนุงหนิงกับตากล้องหน้าบ้านๆ ลูกชายร้านข้าวมันไก่


ผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูตอนนี้มันหลับไปราวๆ ห้านาทีได้ ไม่รู้ว่ามันได้หลับได้นอนเพียงพอมากไหม แต่ที่รู้ๆ มันคงจะเหนื่อยเอามากๆ ไม่งั้นหน้าตามันคงไม่โทรมถึงขั้นนี้


ผมปล่อยให้คนที่นอนฟุบอยู่ครอบครองมือซ้ายตัวเองอย่างง่ายดาย แม้มือจะรู้สึกชื้นๆ เพราะถูกจับจนแน่นไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลยแต่ผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองสำคัญกับชีวิตมันยังไงไม่รู้


มาร์ช


ผมสะดุ้งจนต้องละสายตาออกจากคนตรงหน้า เสียงเรียกเบาๆ ไม่ทำให้คนที่ฟุบอยุู่ตื่น ทันทีที่ผมได้ยินเสียงเรียกนั่นผมก็จำได้แม่นว่าเธอคือใคร


ว่าไง


ผมหันไปขานรับเธอ มือของผมไม่ได้ชักออกจากมือไอ้คิวแต่อย่างใด พิมพ์ที่เดินลงมาจากตึกก็มายืนอยู่ข้างโต๊ะเราก่อนที่เธอจะเคลื่อนสายตามองไปยังคนที่ฟุบหลับอยู่


มีเรียนตึกนี้เหรอ” เธอถามด้วยน้ำเสียงแข็ง


ผมเข้าใจแหละว่าเธอคงโกรธที่ผมปฏิเสธในการช่วยเธอในคราวนั้น แต่ใครจะไปช่วยวะ ผมไม่อยากให้ไอ้คิวได้คนแบบเธอเป็นแฟนนี่หว่า


เปล่า มารับไอ้คิวไปกินข้าว


ในขณะที่ผมบอกเธอไป ไอ้คิวก็ขยับมือผมเขาไปใกล้ปากมันจนติดชนิดที่ว่านี่มันจูบมือกันชัดๆ ภาพนั้นคงทำให้พิมพ์จับผิดสังเกตเราสองคนได้ในทันที เธอมองมือผมกับไอ้คิวนิ่ง ถ้าเป็นแต่ก่อนผมคงชักมือออกแล้วปฏิเสธในทันทีว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ไม่รู้ทำไมผมรู้สึกตัวเองอยากลองดีและมีความคิดร้ายลึกภายในใจ 


เห็นไปดิจะได้รู้ว่าผมกับไอ้คิวมันมีความสัมพันธ์มากกว่าที่เธอไม่ควรก้าวก่ายเสียอีก


ดูสนิทกันดีเนอะ” เธอว่าขึ้น สายตามองมาที่ผมเปลี่ยนโดยฉับพลัน จากความรู้สึกเฉยชากลายเป็นไม่พอใจ ถึงขนาดนอนจับมือกันเลย


ปกตินะ


ผมพูดพร้อมกับยิ้มขึ้นก่อนจะไหวไหล่รับความจริง


เพื่อนกันเขาจับมือกันขนาดนี้เลย


มากกว่าจับมือก็ทำกันมาแล้ว” ผมพูดปั่นประสาทเธอ พิมพ์อาจจะคาดไม่ถึงเลยก็ได้


ฮึ่มๆ” เธอกระแอ่มกลบเกลื่อนคำพูดของผมเหมือนจะเลี่ยงไม่ให้ผมพูดกับเธอไปมากกว่านี้ แหม่ กะจะแกล้งเล่นเอง เอาเป็นว่าพิมพ์ขอตัวก่อนนะ แล้วนี่คิวไม่สบายใช่ไหม บอกเขาหายไวๆ นะ


ไม่ต้องห่วง เราดูแลเองได้


ผมพูดปัดความหวังดีของเธอในทันที ไม่รู้ว่าคนที่ฟุบกำลังแกล้งหลับไม่ได้ยินที่เราสองคนพูดกันหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ผมเหมือนกุมชัยชนะเอาไว้เลย ที่เขาบอกกันว่าแฟนเก่าไม่มีทางเป็นเพื่อนที่ดีกันได้มันเป็นแบบนี้นี่เอง เข้าใจแจ่มแจ้งเลยแหะ


ก็ดี” เธอยิ้มขึ้นก่อนจะกระชับกระเป๋าสะพายตัวเอง “ดูแลดีๆ นะ อย่าปล่อยให้เพื่อนหลุดมือล่ะ


เธอทิ้งท้ายเพียงแค่นั้นก่อนจะเดินออกไปจากจุดนี้ เหมือนผมถูกเธอตบหน้าเข้าให้หนึ่งฉาด จะมีไหมวะที่ผมกับเธอเจอกันแล้วบรรยากาศไม่อึดอัดแบบนี้ ผมมองแผ่นหลังเธอไปจนสุดสายตาก่อนจะละสายตาเคลื่อนมามองคนตรงหน้าที่ไม่มีท่าทีจะลุกขึ้นมาเลย


ผมถอนหายใจออกมา เหมือนตัวเองแกร่งขึ้นที่จะรับมือผู้หญิงคนนั้น ผมไม่ต้องโดนต้อนจนมุมโดยไม่มีไอ้คิวเข้าช่วย ใจผมสั่นทุกครั้งเวลาพิมพ์มาเจอผมแล้วจุดประสงค์ของเธอเป็นไอ้คิว ผมไม่อยากเสียคนดีๆ แบบไอ้คิวให้กับคนในอดีตที่เคยทำผมเจ็บเอาไว้เลย อย่างน้อย ถ้าผมไม่สามารถดูแลมันได้ ไอ้คิวก็ควรเจอคนดีกว่านี้ ใครก็ได้ที่ไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น


อืมมมม


เสียงบิดขี้เกียจทำเอาผมหลุดจากความคิดวุ่นวายภายในหัว ไอ้คิวปรือตาขึ้นก่อนจะปล่อยมือผมเป็นอิสระ ผมทำตัวให้เป็นปกติมากที่สุดและคิดเข้าข้างตัวเองว่าเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้านี้ไอ้คิวคงไม่ได้ยิน ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น


มึงโคตรตรงต่อเวลาเลย


ผมแขวะมันขึ้นเมื่อลองก้มมองนาฬิกาก็พบว่ามันตื่นในนาทีที่สิบพอดิบพอดี ไอ้คิวยิ้มขึ้นก่อนจะกลับมาเท้าคางเข้ากับโต๊ะอีกรอบ


คิดได้หรือยังอยากกินอะไรอะ


อะไรอร่อยก็กินอันนั้น


งั้นกินอันนี้


ว่าแล้วมันก็ชี้มาที่ผม ทำเอาคนถูกชี้อย่างผมถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก


อะไร


นายไง น่าอร่อย


เดี๋ยวมึงได้หลับถาวรไม่ใช่แค่สิบนาที


ผมทำท่าจะง้างมือต่อย แต่ไอ้คิวรีบยกมือห้ามก่อนจะใช้สายตาอ้อนวอนระงับอารมณ์ผมให้เย็นลง 


กวนตีนก็ที่หนึ่ง เห็นนิ่งๆ แบบนี้มุกกวนตีนนี่เต็มไปหมด มีผมคนเดียวแหละมั้งที่เห็นมุมนี้ของมัน


อยากเอาไปเผาให้คนอื่นรับรู้ก็กลัวจะไม่มีใครเชื่อ


งั้นไปดูก่อนก็ได้ ปะ


ไอ้คิวได้ทีจึงลุกขึ้นตบโต๊ะเป็นการปลุกความคึกให้กับตัวเอง ผมรู้แหละว่ามันยังมีความง่วงบ้าง เห็นมันพยายามขยี้ตาตัวเองตลอดเลย ผมจัดการสะพายกล้องแล้วลุกออกจากที่นี่เพื่อไปยังห้างใกล้มอ


จริงๆ ถ้าง่วงมึงควรกลับหอนะ มาฝืนตัวเองทำไม


เรางีบไปแล้วไง เดี๋ยวมันก็เฟรชเอง


คนห่าไรหลับแค่สิบนาทีแล้วรู้สึกสดชื่น บ้าบอ


เราไง เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ ดูสิเราเดินคล่องจะตาย งัวเงียที่ไหน


มันว่าไม่พอยังทำท่าเดินอวดผมอีก ผมส่ายหน้าให้กับความดื้อของมัน แต่ห้างที่เราไปอยู่แค่หน้ามอนี่เอง ผมก็ไม่อยากเสี่ยงให้มันขับรถทั้งๆ ที่รู้สึกง่วงเลยแหะ


เราเดินกันดีกว่าว่ะ” ผมดึงชายเสื้อนิสิตมันไม่ให้พุ่งไปยังลานจอดรถ มึงจะได้ตื่นด้วย ขับตอนกำลังเพลียๆ อันตราย


เอางั้นเหรอ


อืม


ก็ดะ!”


มันเลี้ยวตัวกลับทันทีก่อนจะเดินไปข้างๆ ผม เราสองคนเดินไปตามทางฟุตบาทของมหาวิทยาลัยเพื่อไม่ให้รถที่วิ่งผ่านไปมาชนเราเข้าเสียก่อน


ตอนมึงหลับอยู่…”


พิมพ์


ไอ้คิวเอ่ยชื่อผู้หญิงคนที่ผมจะเปิดบทสนทนา ผมหันไปมองหน้ามันด้วยอาการที่แปลกใจ นี่มึงไม่ได้หลับหรอกเหรอ


เอ้า มึงได้ยินหมดเลยดิ


อืม ตลกดีอะ


สัด ตลกห่าไร กูนี่ต้องสรรหาประโยคมาต่อร้องต่อเถียงกับนาง อึดอัดฉิบหาย


ชอบอะ เหมือนนายหึงเราเลย” ไอ้คิวว่าก่อนจะเอาหัวตัวเองมาเอียงโดนหัวผมเข้าให้หนึ่งที ผมเลยยกเท้าเตะก้นมันไปแบบลวกๆ โทษฐานมาทำตัวน่าหมั่นไส้ใส่ เรารู้สึกตัวตอนที่เธอเรียกนายนั่นแหละ ตอนแรกว่าจะตื่นมาช่วยแต่ไม่เอาดีกว่า อยากรู้ว่านายจะพูดกับเธอว่าอะไรอะ


สนุกกกก” ผมผลักหัวมันพลางทำหน้าเซ็งๆ แกล้งกูจังเลยแม่ม


โอ๋ๆ ขอโทษครับ เดี๋ยววันหลังจะร่วมมือด้วย


มึงเลี้ยงข้าวกูเลย โทษฐานไม่ช่วยกูทำสงครามประสาท


ได้ทีผมจึงหาเรื่องแดกฟรีแม่ง ไอ้คิวทำเฉไฉเป็นไม่ได้ยินจนผมอดหมั่นไส้มันขึ้นมาไม่ได้จริงๆ  นี่เกิดมาเป็นผู้ชายกวนตีนหน้าตายใช่ไหม


เอาอันนี้เป็นค่าทำขวัญก่อนได้เปล่า


มันว่าก่อนจะล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อนิสิตและส่งมาให้ผม ผมรับมันมาก่อนจะหมุนดูรอบๆ


มันคือจุ๊ปปาจุ๊ปสีเขียวอ่อน ถ้าให้เดานี่คงเป็นรสมะนาวสินะ


เอาให้กูทำไมวะ


ให้กินไง เราซื้อมาฝาก


รสมะนาวเนี่ยนะ


อืม หาซื้อยากนะ เซเว่นแถวหอเราไม่เห็นมี นี่มันรสโปรดเราเลยอะ


ไม่กินได้ปะ” เราแหย่มันเป็นการแก้แค้น ดูท่าว่าเจ้าของของลูกอมจะเบะปากไม่พอใจนิดๆ กูล้อเล่น


ผมจัดการแกะเปลือกมันออกก่อนจะเอาเข้าปากในทันที จริงๆ ผมไม่ค่อยชอบพวกรสเปรี้ยวซะเท่าไร เพราะผมรู้สึกปวดกรามทุกครั้งเลยเวลากินของพวกนี้


อร่อยปะ


อืม ก็ดี กูนึกว่ามันจะเปรี้ยวมากกว่านี้เสียอีก


อันสุดท้ายของเราเลยนะน่ะ


มันว่าทำหน้าน่าสงสาร เอ้า อันสุดท้ายแล้วเอามาให้กูทำเพื่อ


อะ กูแบ่ง


ผมแกล้งมันด้วยการเอาออกมาจากปากตัวเองก่อนจะทำท่ายื่นไปจ่อปากมัน ไอ้คิวหันมาทำหน้านิ่งใส่ผมก่อนจะเลิกคิ้วเหมือนไม่เล่นด้วย


ให้เราเหรอ


กล้ากินขี้ปากกูไหมล่ะ


กล้า


มันว่าไม่พอยังจัดการโน้มหน้าลงมาอมลูกอมจากมือผมหน้าตาเฉย ผมปล่อยให้ลูกอมถูกพันธนาการโดยคนตัวสูง วินาทีนั้นผมได้แต่อึ้งกับการกระทำของมันเล็กน้อย


นี่มึงจูบกูทางอ้อมชัดๆ!


ไอ้คะ คิว…”


ผมทำท่าจะห้ามแต่ก็คงไม่ทัน มันหันมาทำหน้านิ่งเหมือนว่าสิ่งที่มันทำเป็นเรื่องปกติมาก


หวานจัง” ยังมาทำหน้าทำตาอีก!


สรุปคือซื้อมาแดกเอง


นายแบ่งเราอะ หรือจะเอาคืน


ไม่อะ มึงกินไปเลย


ไม่ใช่ว่าผมรังเกียจมันนะ แต่มึงจะคายทิ้งส่งต่อแบบนี้ไปมาไม่ได้ มันไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นเขาทำกันเว้ย!


จริงๆ มันมีวิธีกินลูกอมให้อร่อยมากกว่านี้อีกนะ


ไอ้คิวว่าก่อนจะดึงลูกอมออกมาจากปาก ตอนนี้ลูกอมสีเขียวมะนาวหดเหลือเพียงนิดเดียว ผมหันไปให้ความสนใจกับคำอธิบายของมัน


ยังไงวะ


อย่างนี้


ผมตั้งใจดูวิธีสาธิตของมัน คนตรงหน้าผมโน้มหน้าลงมาครอบครองริมฝีปากของผมก่อนจะเม้มริมฝีปากล่างของผมเบาๆ โดยไม่ทันตั้งตัว วินาทีนั้นผมได้แต่ยืนเกร็งตัวแข็งทื่อ รู้ตัวอีกทีผมก็ได้รับรสมะนาวชัดเจนจากปากไอ้คิวเป็นที่เรียบร้อย ไอ้คิวผละริมฝีปากของมันออกจากปากผมก่อนจะอมลูกอมในมือมันต่อ แถมยังดึงแขนเสื้อผมให้เดินตามเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


พลั่ก


ไอ้สัดมึงจูบกูอีกแล้ว


ผมจัดการง้างมือทุบหลังมันเต็มแรง ไอ้คิวแอ่นไปตามแรงของผมก่อนจะเดินถอยหลังมองหน้าผมด้วยสีหน้างอนๆ


แค่อยากให้กินลูกอมแบบใหม่เอง เห็นถาม


กูแค่ถามไม่ได้อยากให้มึงมาสาธิตกับกูมะ


อร่อยปะล่ะ


ถ้ามึงทำกูอีกนะ


สงสัยอร่อย เลียปากใหญ่เลย ฮาๆ


เหมือนแม่งหูหนวกไม่ได้ยินคำบ่นของผมยังไงยังงั้น มีหน้ามาทำกรุ่มกริ่มใส่ผมอีก ผมเลิกเถียงมันแล้วเดินลัดเลาะไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โชคดีที่จุดทางเดินเมื่อกี้ไม่มีคนพลุ่กพล่านหรือมีรถวิ่งผ่านไปมา ถ้ามีล่ะก็ไม่ใครสักคนต้องดับแน่ๆ


เราสองคนมาถึงห้างเจ้าเก่า เราสองคนเดินไปเรื่อยๆ ม่มีใครมีอาหารที่อยากกินภายในหัวเลยสักเมนู แต่ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนเดินตามเรามาตั้งแต่ทางเดินเข้าห้างจนถึงตัวห้าง ผมลองหันหลังไปดูก็พบว่าเป็นนักเรียนหญิงม.ปลายจำนวนห้าหกคน ทำท่าทำทางเอามือถือขึ้นมาแอบถ่ายไอ้คิวด้วยความดี้ด้า


น้องจะถ่ายรูปไหมครับ


ผมหยุดเดินถามกลุ่มน้องพวกนั้น ไอ้คิวที่ไม่ได้รู้ตัวก็หันมองตามผมด้วยสีหน้าสงสัย พอเด็กพวกนั้นถูกถามจึงพยักหน้ารับในทันที


ขอรบกวนหน่อยนะคะ


น้องคนนึงวิ่งปรี่เข้ามา ผมที่กำลังจะเดินหลบทางให้ อยู่ๆ น้องเขาก็จับตัวผมให้ยืนชิดไอ้คิวซะงั้น


เอ่อถ่ายพี่คิวสิครับ” ผมหันไปพูดกับเธอ เดี๋ยวพี่หลบพื้นที่ให้


หนูอยากได้รูปพี่สองคนค่ะ หนูเห็นรูปพี่ในทวิตเตอร์ พี่ทั้งคู่เหมาะมากๆ ค่ะ ฮืออออ ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอพี่ทั้งคู่ที่นี่


ผมรู้สึกแปลกๆ เมื่ออยู่ๆ ผมก็กลายเป็นคนถูกรู้จักในโลกโซเชียลไปโดยปริยาย ผมไม่ได้ตั้งใจอยากจะเกาะไอ้คิวดังอย่างที่เคยโดนว่าไว้คราวนั้น ผมเลยเลือกที่จะเดินหลบกล้องมือถือของน้องๆ ซะ


พี่ขอโทษนะครับที่ถ่ายด้วยไม่ได้จริงๆ พี่เป็นแค่ตากล้องประจำตัวมันน่ะ คู่จงคู่จิ้นอะไรไม่ใช่หรอกครับ


ผมปฏิเสธน้องๆ ไปตามตรง ไอ้คิวหันมามองหน้าผมอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก พวกน้องพยักหน้าเข้าใจแม้จะดูงงๆ ไปบ้างก็เถอะ ไอ้คิวจัดการพูดคุยกับน้องๆ ที่เข้ามาขอถ่ายรูป จากตอนแรกที่เป็นแค่กลุ่มนี้ ก็เริ่มมีบางกลุ่มทยอยเข้ามาขอถ่ายบ้าง


ผมยกกล้องขึ้นแอบถ่ายมัน รอยยิ้มที่มีต่อแฟนคลับของมันดูจริงใจเหมือนเวลามันยิ้มให้ผมไม่มีผิด รู้สึกดีใจที่ชีวิตมันพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือไปในทันที ในอดีตที่ไม่มีใครสนใจมันยกเว้นผม กลายเป็นตอนนี้ถูกจับตามองจากสังคม เป็นที่สนใจของทุกคนโดยเฉพาะคนที่เคยเกลียดมันอย่างพิมพ์ก็แปลผันเป็นชอบภายในข้ามคืน


โลกโซเชียลนี่มีอิทธิพลจังแหะ


ผมเตรียมกล้องจะถ่ายไอ้คิวอีกรูป แต่พอเงยหน้ามากลับพบผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาคุ้นๆ เหมือนผมเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อน ครั้งก่อนเหมือนผมเจอเธอในรูปแบบหญิงสาวเรียบร้อยใส่แว่นหนาๆ ถักเปียสองข้างพร้อมสะพายกล้องตัวใหญ่ไว้ที่คอ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ใส่แว่นแต่อย่างใด เธอยกมือถือขึ้นถ่ายไอ้คิวด้วยสีหน้านิ่งก่อนจะเดินออกไปเงียบๆ ไม่ได้วี้ดว้ายเหมือนแฟนคลับทั่วไป


ผมจำเธอได้ เธอเคยชนเก้าอี้ที่ผมยืนอยู่ครั้งนั้น ที่ผมเกือบหัวแตกตายอะ


ปะ หาไรกินกัน


ผมที่กำลังมองเธอไปจนลับสายตาไอ้คิวก็ฝ่าฝูงชนออกมาชวนผมตามปกติ ผมเลยต้องละสายตามามองมัน รู้สึกไม่ค่อยโอเคกับผู้หญิงคนนั้นเลยแหะ เหมือนเธอจะไม่พอใจผมเล็กๆ ดูได้จากสายตาที่มองผมเพียงครู่เดียว 


แต่ช่างเหอะ ผมคิดมากไปเรื่อยอะ บางทีหน้าเธอก็อาจจะเป็นแบบนั้นมาแต่เกิดแล้วก็ได้


สรุปแล้วผมกับไอ้คิวตัดสินใจที่จะกินชาบูในห้างแห่งนี้เพราะมันมีโปรโมชั่นลดราคาพอดี บวกกับผมรู้สึกหิวมากๆ การได้กินบุฟเฟ่ต์ถือว่านิพพานสุดๆ


มึงรู้สึกยังไงบ้างวะที่มีคนตามถ่ายรูปมึงเป็นร้อยๆ คนอะ


ผมถามพลางเอาเนื้อหมูและผักที่เลื่อนตามสายพานมาใส่หม้อของเราสองคน


รู้สึกดีนะ ดูเป็นคนสำคัญอะ ไอ้คิวตอบตามตรง แต่เราก็ไม่ค่อยชินกับเรื่องแบบนี้สักที เพราะเมื่อก่อนเราตามถ่ายแต่คนอื่น ไม่มีใครมาตามถ่ายเราแบบนี้


นี่มึงถ่ายคนอื่นนอกจากกูด้วยเหรอ” ผมถามกลับ 


ไม่ใช่ว่าไม่พอใจแต่ผมแค่สงสัยเท่านั้นเฟ้ยยยย


อืม พิมพ์กับเกมส์ไง รูปนั้นอะ


เดี๋ยวกูก็แดกไม่ลง


ล้อเล่น


ไอ้คิวว่ายิ้มๆ ถ้าผมเป็นมัน ผมก็คงรู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่อะ จากคนที่ไม่มีใครเห็นหัวในสังคม อยู่ๆ ก็กลายเป็นที่รู้จักเพียงเพราะหน้าตาที่ดูดีขึ้น บวกกับโลกโซเชียลที่เป็นการตลาดแบบใหม่ด้วย สาวๆ ยิ่งชอบพิมพ์นิยมแบบมันด้วย ไหนจะเรียนสาขาที่ผู้ชายเท่ๆ เขานิยมเรียนกันอีก ยิ่งถูกเสริมภาพลักษณ์ให้เป็นที่น่าสนใจอย่างแรง


ผมหน้าม้ามึงเริ่มยาวแล้วนะ


ผมคีบหมูขึ้นมาจากหม้อพลางเป่าพร้อมกินแต่ก็อดบอกคนตรงหน้าเรื่องผมข้างหน้ามันไม่ได้ รู้สึกขัดใจเวลาเห็นใครผมยาวแล้วทิ่มตาชะมัด


ไม่มีเวลาไปร้านตัดผมเลยอะ


ไปทำไม กูยังตัดเองเลย


เราไม่อยากหน้าม้าแหว่งแบบนายนะ


ผมรีบตะครุบหน้าม้าตัวเองทันทีที่ถูกตอกกลับมาแบบนั้น นี่หน้าม้ากูแหว่งเหรอ ไม่เห็นมีใครทักกูเรื่องนี้เลยนะ


แหว่งไรมึง กูนี่เซียนตัดผม เดี๋ยวกูตัดให้” ผมพูดขึ้น แต่ตอนนี้มึงมัดไปก่อน มันแทงตามึงกูรำคาญแทน


ผมล้วงยางมัดผมที่เอาไว้มัดเวลาเรียนแล้วรู้สึกร้อนหน้าม้า ผมลุกขึ้นยืนก่อนจะโน้มตัวข้ามหม้อชาบูไปที่ไอ้คิวที่นั่งตัวตรงยื่นหัวมาให้ผมกระทำอย่างง่ายดาย ผมจัดการรวบผมหน้าม้ามันขึ้นเป็นน้ำพุก่อนจะมัดให้มันเหมือนที่ผมมัดประจำ


พอมัดเสร็จผมก็กลับมานั่งที่เดิม พอดูหน้ามันในตอนนี้ก็ขำชะมัด เหมือนเด็กสัดๆ


ขำเราทำไมอะ” ไอ้คิวว่าก่อนจะลูบจุกหน้าม้าตัวเอง เพราะคงยังไม่ชิน เหมือนมีเรดาห์เลยแหะ


มัดไว้


ผมอดไม่ได้ที่จะเปิดกล้องแล้วถ่ายมันตอนที่กินชาบูเพลินๆ เจ้าตัวไม่ได้สนใจว่าผมกำลังแอบถ่ายมันหรือไม่ แต่ที่รู้ๆ ภาพเซ็ตนี้ต้องถูกแชร์เยอะแน่ๆ ไม่มีใครเคยเห็นโมเม้นต์พี่คิวบ๊องแบ๊วหรอกครับ


อีกไม่กี่วันจะไปค่ายแล้วอะ มาร์ชคิดไว้ยังว่าอยากถ่ายอะไรก่อน


ไอ้คิวเงยหน้าขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่ผมเผลอลั่นชัตเตอร์ไปที่มันพอดิบพอดี


ไม่ได้คิดวะ ถ้าไปถึงที่นั่นคงคิดว่าถ่ายอะไรสวยก็ถ่าย


“งั้นถ่ายเราก่อน” ไอ้คิวยิ้มขึ้น พอแม่งยิ้มบวกกับทำทรงนี้ยิ่งทวีคูณความเด๋อยกใหญ่


ถ่ายมึงน่ะมันแน่อยู่แล้ว กูจะต้องถ่ายรูปมึงให้ครบให้ได้


โธ่ ยังห่วงเรื่องรูปครบอยู่อีกเหรอ


อะ แน่นอนดิ กูต้องรับผิดชอบน้องแอดมินเพจมึงไง


อ่า…”


ไอ้คิวไม่ได้พูดอะไรต่อ เหมือนมันจะแอบๆ น้อยใจที่ผมพูดไม่ถูกใจมัน ทำไมวะกับอีแค่กูอยากรีบถ่ายให้ครบเอง


กูถ่ายครบก็ไม่ได้แปลว่ากูจะไม่อยู่กับมึงนี่


ผมพูดขึ้นลอยๆ ทำเป็นว่าดูรูปในกล้องไม่ได้มองหน้ามัน ไอ้คิวที่ได้ยินแบบนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาแถมยิ้มกว้างยกใหญ่


หมายความว่าไงอะ คือต่อให้ไม่มีเรื่องรับผิดชอบเรื่องรูป นายก็อยู่กับเราเหมือนเดิมเหรอ


น้ำเสียงดูดีใจถามผมขึ้น จะให้บอกว่าไงดีอะ ทีแรกผมตั้งใจที่จะรีบถ่ายให้ครบและจะได้ไม่ต้องยุ่งกับมันอีก แต่ตอนนี้อะไรๆ มันก็เปลี่ยนไปแล้ว ผมอยู่กับมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรเลยสักนิด


อืม


ไม่หนีเรานะ


อืม


โอ้ยยยยย ดีใจจัง


มันว่าไม่พอยังกอดตัวเองบิดไปบิดมาพลางหลับตาทำท่าปลื้มปริ่มอีก ผมเม้มปากเก็บอาการรู้สึกดีตัวเองเอาไว้


ก็เป็นซะอย่างเงี้ย มึงน่ารักขนาดนี้ ใครจะไปทิ้งลงวะ

 

 






















-100%-
อู้ยยยยยยยยย
หวานกันจนมดจะกัดง่ามขาแล้วขาาาาา
บทนี้ให้หวานให้เป็นเบาหวานไปเลย
เพราะเราไม่ได้หวานกันมานานแล้วนี่เนอะ ฮิฮิ
ฉากลูกอมคือแบบ โอ้ยยยยยยย


แอดแฟน กดที่รูปพี่มาร์ชเลย!
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ minjae and v gif
โหวต + เม้น ด้วยนะครับ
ตามติ่งคิวมาร์ชได้ที่
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,645 ความคิดเห็น

  1. #6615 ไอแนน (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:20
    พี่คิวน่ารัก
    #6,615
    0
  2. #6565 EarthMayer (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 13:57
    กรี้ดดดดดดดดดดด
    #6,565
    0
  3. #6549 Nada Am (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 16:55
    สรุปจะสลับบทเคะเมะกันดีมั้ยคะ? 5555555
    #6,549
    0
  4. #6449 01234arzzz (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 19:23
    อยากให้กินลูกอมบ่อยๆจัง5555
    #6,449
    0
  5. #6021 Dearcb (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 17:04
    หวานนนมากกก
    #6,021
    0
  6. #5554 Mintae0_0 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 22:10
    ฉากลูกอมมมม คือมันดี5555555
    #5,554
    0
  7. #5544 ZakittaA (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 20:40
    อิอิ น่ารักกกก
    #5,544
    0
  8. #5187 Som O Usanee (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 08:07
    ชะนีนั่นต้องมาสร้างปัญหาอะไรให้แน่นอน แอคทวิตที่ว่าน้องมาร์ชนั่นก็อาจเป็นของนางก็ได้ แต่ตอนนี้หวานกว่าลูกอมก็คิวมาร์ชนี่ล่ะค่ะ
    #5,187
    0
  9. #4953 sofar_fa (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 08:08
    มาร์ชเคยผูกผมหน้าม้าตัวเองด้วยหรอ??? ไม่นะ อย่าโชว์ลานสนามบินสิ 55555555

    ตอนนี้หวานอ่ะ น่ารัก แต่แอบมีน้องคนนั้นเข้ามาอีกแล้ว โกรธพี่คิวป่ะ แต่มาร์ชนี่แน่ๆเลยล่ะ
    #4,953
    0
  10. #4534 Tk0954519300 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 23:26
    ตายแป๊บบบบบบบ
    #4,534
    0
  11. #4472 beemluv2468 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 12:53
    อืออออเขินตามมมม><
    #4,472
    0
  12. #4410 baekbow (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 17:12
    คิวดูน่ารักมากเลยอ่ะ มาร์ชก็น่ารัก ดูจะอ่อนให้คิวเยอะเลย
    #4,410
    0
  13. #4361 itzmeboombim (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 17:41
    โมเม้นท์กระจาย
    #4,361
    0
  14. #4354 _tuaneun (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 15:36
    ฮือออเขินนนง่าาาาหวานกันเกินไปแล้วค่าาาจุ้บมือไม่พอ จูบปากอีกแล้วแงงงข
    #4,354
    0
  15. #4339 mintbeauty (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 11:21
    ตายแฟรบ
    #4,339
    0
  16. #4330 chikino (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 08:21
    ให้เธอได้กับเขาแล้วจงโชคดี//โบกผ้าเช็ดหน้า
    #4,330
    0
  17. #4327 มูตี้ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 07:44
    ^______^
    #4,327
    0
  18. #4314 Sutenee Naae (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 23:08
    เขิลอ่าาาาาาาาาหุ้ย
    #4,314
    0
  19. #4301 Gammmmmmmmmm (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 20:22
    น่อวววว จูบแล้วไม่โกรธด้วย ฮิๆ
    #4,301
    0
  20. #4297 1OmiJung8 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 02:12
    เขินง่าาาาาา ชอบฉากลูกอม ถ้าคิดภาพตามแล้วคือแบบ งุ้ยย>\\\ #4,297
    0
  21. #4293 BangJae_ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 21:01
    โห้ยยย เขินเด้>\\\\\\<
    #4,293
    0
  22. #4292 ♔S⊙ul◈◆ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 20:50
    โอ้มายก็อต ฟินนนน ฮืออออ ฟินมากกก เขินนนน ฉากลูกอมนี้แบบ กรี๊ดดดดดดด น่ารักงะะะะะ แต่ฉากพิมพ์ แซ่บกว่า ไม่หึงเลยยยมาร์ช ไม่หึง ไม่หึง 5555
    #4,292
    0
  23. #4291 BlackSky_glow (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 19:42
    น่าร๊ากกกก แต่มารเยอะมากกกก //ขอให้ได้กันไวๆค่ะ
    #4,291
    0
  24. #4290 Mika ichiko (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 18:22
    คือแบบ คือแบบ...ชะนีอิจฉาค่ะ>~< .////.
    #4,290
    0
  25. #4288 nattanitinpao (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 14:59
    แง๊กกกกกกกกกำำ เขินโว้ยยยยยยยยยยดทกยดยหงหาทปน
    #4,288
    0