[YAOI] FANSITE ll แฟนผมเป็นตากล้อง ❤ [THE END]

ตอนที่ 21 : ll แฟนผมเป็นตากล้อง ll EP.19 :: เขาคิดถึงได้ไหม [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,485
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    1 มิ.ย. 60


ll FANSITE ll
#แฟนผมเป็นตากล้อง

EP.19
กฎของการเป็นแฟนคลับข้อที่ 20
'อยู่ข้างเขาเสมอ ถูกผิดว่ากันอีกที'












มาร์ช!” ผมสับเท้าออกจากร้านนั้นก่อนจะตรงดิ่งไปยังทางเดินโล่งของห้าง พิมพ์แค่ขอให้ช่วยเอง


ผู้หญิงในอดีตของผมยังคงตามวอแวไม่เลิกรา ผมหยุดก้าวเท้าก่อนจะหันหลังไปมองหน้าเธอด้วยสีหน้าปลงๆ ผมไม่อยากช่วย ไม่อยากจะพูดกับเธอด้วย มีอย่างที่ไหนวะ ให้แฟนเก่าที่เลิกจบไม่ได้สวยงามอะไรทั้งนั้นมาให้ช่วยตามจีบผู้ชายที่คิดชื่อว่าสนิทกับแฟนเก่าเนี่ย


เธอเป็นคนประเภทไหนกันแน่พิมพ์


เราไม่ช่วย” ผมตอบเธอไปตามตรง พอจะเดินหนีพิมพ์ก็คว้ามือผมรั้งเอาไว้


นี่มาร์ชยังโกรธที่พิมพ์บอกเลิกอยู่ใช่ปะ


ถ้าให้พูดตรงๆ ก็ใช่ แต่จะมาให้เราช่วยจีบไอ้คิวทำไม แต่ก่อนไม่ได้ชอบมันเลยนี่


ผมถามย้อนกลับ ผู้คนเดินผ่านไปมาเริ่มหันมามองเราสองคนอย่างสนใจ ผมแกะมือเธออกก่อนจะยืนเผชิญหน้าฟังเธอพูดเหตุผลที่หวังว่าจะมีมากพอ


ตอนนั้นคิวดูไม่น่าคบหากับมาร์ชเลยนี่ แถมยังไม่เหมาะเป็นเพื่อนกับมาร์ชอีก


ตรงไหนที่ไม่เหมาะ?” ผมถามย้อน ถ้าหมายถึงหน้าตาของมันในตอนนั้นมันก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะคบหรือไม่คบเป็นเพื่อนปะพิมพ์ ตอนนั้นพิมพ์โคตรงี่เง่ากับเรามาก เราก็พยายามไม่ติดไอ้คิวเพื่อมาอยู่กับพิมพ์ แต่แล้วไงพิมพ์ก็เฉกหัวมาร์ชออกมาแบบนี้ เพราะเชื่อว่าเราเป็นแฟนกับไอ้คิวแค่นั้น


ผมพูดความในใจที่อยากอธิบายออกไปจนหมด พิมพ์เริ่มมองซ้ายขวาเพราะเธอกลายเป็นจุดน่าสนใจ


มาร์ชใจเย็นก่อนดิ” เธอเอามือมาแตะแขนผม ผมรีบชักถอยห่าง แต่ก่อนพิมพ์ยอมรับว่าเป็นคนหูเบามองโลกในแง่ร้าย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่อย่างนั้นอะ เห็นใครๆ ก็บอกว่าคิวไม่ได้เป็นเกย์ มาร์ชก็ไม่ได้เป็น ที่เรากลับมาขอร้องสนิทกับมาร์ชเพราะอยากรับผิดชอบความรู้สึกผิดนะ


เธอตีหน้าเศร้าใส่ผมยกใหญ่ นี่ลืมไปแล้วเหรอว่าไอ้คิวเป็นอีกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ที่เธอนอกใจผม ทำไมเธอถึงอยากสนิทกับไอ้คิวนัก หรือเพราะว่าเห็นพวกผมกลับมาสนิทกันอีกครั้ง เธอเลยอยากอ้อนวอนให้มันเห็นใจไม่ให้บอกความจริงกับผมกันแน่


ผมไม่อยากคิดลบกับเธอ แต่ดูเธอตอนนี้สิ มีผู้ชายที่ไหนจะยอมรับเธอได้นอกจากความสวยที่โดดเด่นออกมาเพียงภายนอก


คนเรานี่ชอบใครที่ภายนอกไม่ได้จริงๆ นะ


"รับผิดชอบหรืออยากหาผลประโยชน์เพื่อเข้าไปหาไอ้คิวกันแน่"


ผมพูดแทงใจดำเธอ แต่แววตาเธอไม่ได้เคืองโกรธอะไร เพราะเธอตีหน้าเศร้าอยู่น่ะสิ เป็นเมื่อก่อนผมคงสงสารและปลอบเธอไปแล้ว ตอนนี้ไม่รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด


"ที่พิมพ์ชอบคิวเพราะพิมพ์รู้สึกดีต่างหาก คิวไม่ได้เลวร้ายอย่างที่พิมพ์เคยคิดไว้เลย"


เธอว่าขึ้น ทำไมเธอต้องมาเห็นความดีของไอ้คิวพร้อมๆ กับผม เธอจะชอบคนที่เคยเห็นเธอจูบกับผู้ชายต่อหน้าต่อตา คนที่กุมความลับต่อผมมาตลอดสามปี เธอจะชอบได้ไงวะ มีเหตุผลอะไรที่ต้องการแน่วะพิมพ์


ถ้าชอบไอ้คิวมาก ก็ไปคุยกับมันเองแล้วกัน


ไม่รู้อะไรที่ทำให้ผมประชดเธอไปด้วยประโยคแบบนั้น ผมรู้ว่านั่นไม่ทำให้เธอเจ็บปวดหรอก ผมต่างหากผมกลัวว่าถ้าเธอไปคุยกับไอ้คิวจริงๆ แล้วรายนั้นใจอ่อน ผมจะทำยังไงต่อไปดี


คิวคงไม่ยอมคุยกับพิมพ์อะ ถ้าไม่มีมาร์ชคอยช่วย คอยหวังดีบอกคิวว่าพิมพ์อยากขอโทษ คิวคงไม่ฟังพิมพ์แน่ๆ


ผมก้มมองคนตรงหน้าที่ทำสีหน้าและแววตาเศร้าหมองได้เป็นธรรมชาติที่สุด ไม่รู้ว่าเธอกำลังแสดงหรือเป็นความรู้สึกจริงๆ ที่อยากสนิทกับไอ้คิว


แต่ผม ไม่โอเคเลยว่ะ


ไม่โอในทุกๆ อย่าง แม้แต่ความสัมพันธ์ที่เธอพยายามหยิบยื่นมาให้ผมในฐานะเพื่อน ผมก็ไม่อยากรับ ผมอยากเดินออกห่างจากเธอให้มากที่สุด แต่ดูตอนนี้สิ เหมือนเธอกำลังเอามีดมาวิ่งไล่แทงผมอยู่เลย


นั่นมันก็เรื่องของพิมพ์ มาร์ชขอตัวกลับก่อนนะ


งั้นพิมพ์จะตามจีบคิวเองก็ได้” ผมชะงักเท้าที่ก้าวหันหลัง ผมไม่หันกลับไปมองแววตาเธอ แค่น้ำเสียงดุดันนั่นผมก็สัมผัสได้ว่าเธอกำลังเกรี้ยวกราดมากเพียงไหน มาร์ชไม่ต้องช่วยพิมพ์เรื่องคิวก็ได้ แต่อย่ามาห่างเหินกันแบบนี้


"ทำไไมเพิ่งมาเรียกร้องเหรอพิมพ์" ผมตอบโดยไม่มองหน้าเธอ "เรียกร้องเอาตอนที่ความสัมพันธ์เรากับไอ้คิวกำลังมาดีกันเนี่ยนะ"


"..."


"ส่วนเรื่องจีบไอ้คิว" ผมหันไปมองหน้าเธอก่อนสบตานิ่ง "ถ้ามันเล่นด้วยก็เชิญ"


"พิมพ์ไม่ยอมแพ้แน่ ต่อให้มาร์ชไม่คิดจะช่วย พิมพ์เดินหน้าเองได้"


“…”



ถ้ามาร์ชไม่อยากคืนดีกับพิมพ์ พิมพ์ก็ไม่ว่า แต่ขอถามหน่อยสิถ้ามาร์ชเป็นเพื่อนกับคิวจริง เรื่องแค่ขอให้ช่วยเพื่อสานสัมพันธ์ทำไมถึงทำให้กันไม่ได้” เธอคงไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพยายามพร่ำออกไปเลยสินะ นอกจากมาร์ชจะคิดไม่ซื่อกับคิว


ผมตัวชาวูบเมื่อถูกประโยคสุดท้ายออกจากปากเธอ พอผมเหลือบสายตาหันไปมอง เธอก็ทิ้งไว้เพียงการถอนหายใจและเดินสับเท้าออกไปอย่างไว เธอเป็นคนที่ไม่เคยฟังเหตุผลอะไรสักอย่างแบบนี้มาตั้งแต่ครั้งแรกที่เรารู้จักกัน ผมทนเธอไปได้ยังไงในตอนนั้นวะ เธอไม่ฟังใครเลยนอกจากความคิดตัวเอง นั่นก็เป็นสิ่งที่เธอเอามาใช้ตอนบอกเลิกผมได้อย่างง่ายๆ โดยที่ผมไม่ระแคะระเคืองใจอะไรกับเธอเลย


ผมเหมือนมีอะไรจุกคอจนเถียงเธอไม่ออก มือกำสายสะพายกระเป๋าแน่นจนอยากต่อยหน้าใครสักคนระบายความอึดอัดนี้


พลั่ก


ผมก้าวออกจากจุดพื้นที่อึดอัดได้ไม่นาน หน้าของผมก็ชนเข้ากับแผงอกใครบางคนอย่างเต็มแรง ผมก้าวถอยหลังอัตโนมัติเมื่อเห็นผู้ชายสามคนใส่ช็อปสีแดงเลือดหมู ผมมองหน้าคนที่ชนก็รับรู้ได้ว่ามันคือไอ้เนียร์ คนที่ผมพยายามหนีอีกราย


เอ้า มาร์ช” เนียร์เอ่ยทักผมก่อน ผมพยักหน้ารับแบบขอไปที มาทำอะไรที่นี่อะ มาคนเดียวเหรอ


อือ มาคุยธุระกับเพื่อนนิดหน่อย เดี๋ยวกลับล่ะ


ผมกำลังจะเดินเลี่ยงแต่ไอ้เนียร์กลับเขยิบบังทางผม เพื่อนมันอีกสองคนไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าผมคือเพื่อนมันปกติ


ไปหาไรกินเปล่า เลี้ยง” ไอ้เนียร์ยักคิ้วใส่ ผมส่ายหน้า


อยากกลับไปนอน อยากกลับไปอยู่เฉยๆ ขี้เกียจฟุ้งซ่าน


ไม่เป็นไร กูรีบ


ผมเปลี่ยนสรรพนามจากเรากับนายเป็นกูมึงเป็นที่เรียบร้อย ไอ้เนียร์แอบดูตกใจไปเหมือนกัน ไม่รู้สิ ผมขี้เกียจมาสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ใช่ตัวเองกับคนตรงหน้าแล้ว ไม่รู้ว่าไอ้เนียร์นิสัยยังไง ผมไม่อยากสนิทกับใครไว้ใจใครเพิ่มแล้ว เหนื่อย


อ่า สีหน้าไม่ดีเลยแหะ” ไม่ว่าเปล่ายังเอามือมาวางบนหัวผมจนผมต้องปัดออก อารมณ์ไม่ดีซะด้วย


ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม


มีดิ” มันว่าก่อนที่ผมจะถอนหายใจออกมาอย่างเต็มแรง วันนี้มันวันอะไรของผมวะ อยากให้ไอ้คิวอยู่ตรงนี้ฉิบหาย มันน่าจะช่วยลดความอึดอัดผมได้ไม่มากก็น้อย เราสมัครค่ายถ่ายภาพไปแล้วนะ พิมพ์ชวน


สัส


ผมแทบอยากสบถออกมาเมื่อได้รู้ว่ามีคนมาเพิ่มบรรยากาศมาคุอีกคนอย่างไอ้เนียร์ ผมน่ะไม่เท่าไร แต่ไอ้คิวนี่สิคงไม่โอกับเรื่องนี้มากแน่ๆ


แล้วกูจะได้ถ่ายรูปไหมวะเนี่ย แต่ละคน! U_U


มึงไม่มีกล้องไม่ใช่ จะไปทำไมวะ” ผมถามกลับ


เรายืมกล้องไอ้ซันอะ” ว่าไม่พอยังชี้ไปคนทางซ้ายที่ยืนทำหน้าเซ็งโลกอยู่ พอตัวเองถูกเข้ามาเกี่ยวบทสนทนาจึงหันมาพยักหน้าให้ผมเล็กน้อย หวังว่าเราจะได้ถ่ายรูปมาร์ชและมาร์ชจะได้ถ่ายรูปเรานะ แลกเปลี่ยนความทรงจำกัน J


อืม


"งั้น ไว้เจอกันที่ค่ายนะ" ไอ้เนียร์ยกมือทำท่าลา ผมไม่ได้ตอบแต่ก็อือออกลับไป


"เค"


ผมไม่ได้ว่าอะไรได้แต่หลบหลีกทางให้สามคนนั้นเดินจากไป ไอ้เนียร์ไม่วายหันมาโบกมือลาผมก่อนจะกระโดดดี้ด้าดีใจเหมือนได้รับข่าวดี ต่างจากผมที่ยืนรับบรรยากาศเศร้าหมองเพียงลำพัง ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากให้มันไปนะ ไปน่ะไปได้ ผมไม่ซีกับมันอยู่แล้วแต่ไอ้คิวมันต้องหัวร้อนแน่ๆ เพราะฉะนั้นผมควรจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ว่าไอ้เนียร์จะมาค่ายแล้วกัน Y^Y


ToT ขอโทษเว้ยไอ้คิว แต่เพราะกูอยากไปค่ายนี้มากๆ มึงรู้ว่าไอ้เนียร์มามึงคงล่มแผนการไปถ่ายรูปกูพังเละเทะแน่นอน


ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด 


เสียงมือถือทำผมสะดุ้งออกจากความคิดมากที่กำลังประมวลแผนการในหัว ผมยกมือถือขึ้นมาก่อนจะดูว่าเป็นรายชื่อใคร พอเห็นว่าเป็นเบอร์ไอ้คิวเจ้าเก่าจึงรีบกดรับในทันที


เพิ่งขอโทษมึงในใจเมื่อกี้รู้ถึงขนาดโทรมาเลยเหรอวะ ท่าทางจะตายยากใช่ย่อย



มีไรวะ” ผมรับเสียงปกติ พยายามทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น


ไอ้นี่ก็โทรหากูถี่เหมือนไม่มีการมีงานเลยเนอะ -_-


ผมเดินออกจากห้างพอเห็นไม่มีวินมอเตอร์ไซค์ที่หน้าห้าง ผมเลยเลือกที่จะเดินกลับ เพราะยังไงบ้านผมกับห้างนี้ก็ไม่ไกลมากถ้าไม่รีบก็เดินได้สบายๆ แต่ถ้ารีบเหมือนตอนมาก็คงต้องพึ่งวินมอเตอร์ไซค์อย่างที่เห็น


(กลับยังอะ)


น้ำเสียงดูงัวเงียของมันพูดขึ้น ถ้าให้เดาคงจะอยู่ที่กองถ่ายแน่ๆ เพราะเสียงคนจอแจลอดตามสายเข้ามาเป็นว่าเล่น


กำลังอะ มึงทำอะไรอยู่


ผมพยายามหาเรื่องชวนคุยเผื่อเลี่ยงพิรุธในวันนี้ แต่เชื่อเถอะ คนอย่างไอ้คิวมีความสงสัยอยู่เต็มหัว


(เพิ่งเลิกกองวันนี้ เพลียแดดมาก เดี๋ยวจะกลับโรงแรมแล้ว) มันพูดพลางหันไปคุยกับคนข้างๆ เหมือนกำลังจะบอกลาคนในกองอะไรแบบนั้น (แล้วกินอะไรหรือยัง)


"ถามกู?"


(อืม ต้องถามนายดิ เราจะถามคนอื่นทำไมไม่สำคัญสักหน่อย)


ผมเผลอรู้สึกดีในคำพูดมันนิดๆ ย้ำว่านิด เออก็แค่แอบยิ้มออกมาอะ เฮ้อ เลิกเป็นห่วงกูสักทีสิเว้ย กูรู้สึกผิด


กินล่ะ” ฉิบหาย คิดคำสนทนาต่อไม่ออก… 


(แล้วคุยอะไรกับพิมพ์บ้างอะ)


นั่นไงจนได้ แม่งวกมาที่ข้อสงสัยของมันจนได้ ผมเดินเลียบฟุตบาทไปเรื่อยๆ ดีที่แดดไม่ร้อนจัดเพราะเป็นเวลาเย็นพอควรแล้ว


พิมพ์แค่อยากกลับมาสนิทเหมือนเดิม ส่วนเรื่องอื่น…” ผมหยุดชะงักคำพูดตัวเองก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก็ไม่มีอะไร


(แล้วนายจะกลับไปคุยเหรอ) 


น้ำเสียงดูงอนๆ ทำเอาผมแอบใจเขว่ไม่ได้


คงไม่อะ


(ทำไมพิมพ์ถึงอยากกลับมาสนิทอะ บอกเหตุผลได้ไหม)


ไม่รู้ดิ คงไม่อยากอึดอัดเวลาเจอหน้ากันล่ะมั้ง


กูขอโทษที่ต้องโกหกมึงนะไอ้คิว แต่กูไม่อยากให้มึงรู้จุดประสงค์ของเธอจริงๆ ว่ะ


แค่พิมพ์อยากจะจีบมึงแค่นี้ ทำไมกูต้องทำเฉไฉไม่บอกมึงด้วยว่ะ


นี่ไม่ใช่ว่าผมกำลังกลัวพิมพ์มีคนอื่นนะ ผมกลัวไอ้คิวมีคนอื่นที่ผมไม่โอเคต่างหาก


ผมไม่เคยรู้สึกกังวลอะไรมาก่อนขนาดนี้เลย หน่วงหัวใจตัวเองจนอยากจะวิ่งไปแหกปากในน้ำทะเลให้รู้แล้วรู้รอด


(มาร์ช) น้ำเสียงนิ่งเอ่ยเรียกผมจนผมต้องขานรับอัตโนมัติ


หะ


(โกหกเราหรือเปล่า)


ปะ เปล่า


(แน่ใจ)


อืม


(โอเค งั้นถ้ามีอะไรไม่สบายใจบอกเรานะ เราเป็นกระดาษ ส่วนมาร์ชเป็นสีน้ำ ระบายมาเหอะ เรารับได้)


"มึงเอาบทซีรี่ย์มึงมาพูดหรือเปล่าเนี่ย เสี่ยวเหี้ยๆ"


(ไม่ดีเหรอ) มันว่าด้วยน้ำเสียงแปลกใจ (แต่ช่างเหอะ อย่าลืมนะถ้าไม่สบายใจก็ให้บอกเรา เราพร้อมฟัง อย่าเก็บความรู้สึกไม่ดีไว้นะ)


แม่งยังกับก๊อปบทที่ 18 มาพูด อิเวร


พูดแต่คำนี้เป็นอย่างเดียวหรือไงมึงอะ” ผมแซะมัน


(ให้พูดคำไหนอะ)


กูประชด


(คิดถึงนะ)


“หา”


ผมหยุดเดินพร้อมกับตั้งใจฟังคนในสายพูดเมื่อกี้ ผมไม่ได้หูฝาดใช่ปะวะ


(คิดถึงนะครับ)


"มึง..."


(อะ พูดคำอื่นให้แล้วนะ)






กวนตีน?” 


"นี่พูดจากใจเลยไม่กวนตีน"


ผมจะไม่หาคำด่ามาเพื่อกลบเกลื่อนในความทำตัวไม่ถูกของตัวเอง พยายามจะไม่อ่อนไหวไปตามคำพูดของมัน 


เดี๋ยวกูกลับบ้านก่อนแล้วกัน ถ้าถึงเดี๋ยวบอก


(กลับไงอะ)


เดิน


(ไกลนะน่ะ)


เออ แค่นี้เองเดินได้ๆ” ผมไม่อยากนั่งรถกลับด้วยแหละ อยากเดินคิดอะไรไปเรื่อยๆ ผมเบื่อกับความวุ่นวายในความคิดของตัวเองเหลือเกิน แค่นี้นะ


(อืม กลับดีๆ นะ)


เดี๋ยว” 


ผมที่นึกอะไรบางอย่างที่จะถามมันได้จึงรีบดักทางไม่ให้คนปลายสายวางก่อน ผมรู้สึกกังวลกับเรื่องที่เกิด จะบอกดีไหมวะ


(ว่า)


ถ้ามีใครสักคนมาชอบมึง แต่มึงรู้ว่าเขานิสัยไม่ดีในสายตามึง มึงจะชอบเขาไหมวะ


ผมถามลองเชิง ตอนนี้ถ้าถามว่าระหว่างเท้ากับใจผมอะไรเดินเร็วกว่ากัน คงเป็นที่หน้าอกผมนี่แหละ รู้สึกมันหน่วงจนผมเหนื่อยเบาๆ ทำตัวเองทั้งนั้นมาร์ช มึงปากแข็งใจแข็งเอง ช่วยไม่ได้จริงๆ


(คนเราจะชอบใครจะรักใครสักคน มันไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ว่าเขานิสัยดีหรือไม่ดีหรอกนะ) มันว่าขึ้น ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ (แต่ขึ้นอยู่กับใจเรามากกว่าว่าเรารู้สึกดีกับเขาแค่ไหน เคยเป็นปะ คนๆ นึงเกลียดเราแทบตาย เรายังไม่รู้สึกเกลียดเขาเลย แถมยอมให้เขาเกลียดทั้งที่ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น)


“…”


(เหมือนเราอะมาร์ช เรายังชอบนายทั้งที่นายก็เกลียดเราเลย)


ผมเกือบหยุดหายใจเพราะถูกประโยคของไอ้คิวตอกหน้ากลับมาจนชาไปทั้งใบหน้า จริงสินะ ผมทั้งด่าทั้งหนีมันแต่แล้วคนที่แพ้ก็เป็นผมเอง ผมที่ต้องมาคอยรับความรู้สึกผิดที่เคยทำต่อมัน ไม่ใช่ว่าผมเกลียดมัน แต่ผมไม่พอใจที่มันทำให้ผมกับพิมพ์เลิกกันคราวนั้นต่างหาก แต่พอมารู้จุดประสงค์ ความรู้สึกเดิมๆ ของผมก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผมพยายามจะโมโหมันแล้ว แต่กลับทำไม่ได้ ได้แต่เข้าใจว่าสิ่งที่มันทำคือรับผิดชอบความรู้สึกของผม


แค่ความรู้สึกเล็กน้อยมันยังแบกของผมไปเลยจะให้เกลียดมันไปตลอด ผมคงทำไม่ได้


แล้วถ้าวันหนึ่งมีใครบางคนมาชอบมึงล่ะ มึงจะเปิดใจให้ไหมวะ


(เป็นไรเปล่ามาร์ช ถามแปลกๆ แหะ)


เปล่า กูแค่สมมติอะ ตอบดิ” ผมทำเฉไฉ ไอ้คิวเงียบจนผมอดกังวลไม่ได้


(ต้องดูก่อนว่าเป็นใคร)


แปลว่ามึงจะเปิดใจให้คนที่โอเคสินะ


(อืม ก็ต้องดูก่อน ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่นายเราก็ไม่เปิด) ไอ้คิวว่าขึ้น (แต่ถ้าเป็นนาย เราพร้อมเสมอนะ)


มึงนี่นะ


(ล้อเล่น เราไม่ใช่คนใจง่ายที่จะชอบใครเรื่อยเปื่อยนะ)


ผมอยากบอกมันแทบตายว่าพิมพ์กำลังชอบมัน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ผมควรไปยุ่งกับคนสองคน เพราะผมยืนยันไปแล้วว่านั่นไม่ใช่เรื่องของผมและผมไม่คิดจะบอกหรือช่วยเพื่อให้พิมพ์ได้ใกล้ชิดคิวแน่ๆ


มันไม่เลวหรอกที่เพื่อนจะได้แฟนเก่าไป แต่มันแย่ที่แฟนเก่าผมไม่ดีพอที่คิวมันจะได้คบนี่สิ


มึงว่าพิมพ์น่ารักในสายตามึงไหมวะ


ผมลองเชิงถามอีกครั้ง ใจเต้นตุบๆ ไม่เป็นจังหวะรอเพียงคำตอบตอบกลับมา ถ้ามันไม่สนใจพิมพ์เลย ผมก็ยังพอชื้นใจขึ้นบ้าง


(มาร์ช เดี๋ยวเรานั่งรถพี่ในกองกลับก่อนนะ ถ้าถึงแล้วเดี๋ยวเราโทรไปคุยใหม่ แค่นี้นะ)


เหมือนมันกำลังถูกใครบางคนเรียกให้ขึ้นรถ คำตอบที่ผมรอกลับไม่ได้รับกลับมา ผมถอนหายใจได้แต่กดวางสายแล้วเดินคอตกกลับบ้านของตัวเองไปเรื่อยๆ จะอ้อมค้อมทำไมวะมาร์ช คือเข้าใจผมปะ ผมกลัวทุกอย่างกลัวว่าถ้าไอ้คิวรู้ว่าพิมพ์แอบชอบแล้วมันจะยอมเปิดใจให้ ผมไม่ได้อยากขัดขวางความรักใครทั้งนั้นแต่ผมไม่โอเคที่ไอ้คิวจะคบคนๆ นึงที่เคยหักอกผม ผมไม่อยากให้ไอ้คิวต้องมาซ้ำรอยผม แถมเจตนาของเธอก็ไม่รู้ว่ามาไม้ไหน


และเหตุผลอีกอย่างผมไม่อยากให้ไอ้คิวมีใครเลยเอาตรงๆ


เฮ มายเฟรนด์~~~”


เสียงทักทายของใครบางคนเอ่ยขึ้นหลังจากผมก้าวเท้าเข้ามาในบ้านได้เพียงสามก้าว พอเงยหน้ามองก็พบว่าเป็นไอ้นิวกำลังนั่งรอผมอยู่ในบ้าน โดยมีพี่ชายผมนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย พอเห็นว่าผมกลับมาพี่ชายผมก็ลุกเดินออกมานอกบ้านก่อนจะตบไหล่ผมเป็นการทักทายสองสามที


มาไมวะเนี่ย


เอ้า นี่คำทักทายมึงเหรอสาด


ไอ้นิวทำหน้าเคืองๆ ก็เดี๋ยวนี้ติดน้องทิวเป็นว่าเล่น กูคงไม่สำคัญในสายตามึงน่ะสิ


"แล้วมึงมาตั้งแต่กี่โมงเนี่ย" ผมยกนาฬิกาขึ้นดู 


จะเย็นแล้วแหะ ถึงว่าทำไมพี่มาร์คถึงออกไปตั้งร้านหน้าบ้าน


"ก็มารอตอนที่ไอ้คิวโทรมาบอกให้มาดูมึงให้ทีนี่แหละ วุ่นวายกูจังนะมึงสองคนน่ะ"


"กูก็ไม่ได้อยากให้มึงมาวุ่นวายนี่" ผมยักไหล่


"ไอ้คิวมันเป็นห่วงมึงไอ้ห่า มันส่งข้อความมาบอกว่าตอนที่โทรไปหามึงน้ำเสียงไม่โอเค เลยวานให้กูมาดูมึงให้ที นี่มึงเป็นเพื่อนหรือผัวเมียกันแน่วะ"


ไอ้นิวบ่นอุบ จะว่าไปไอ้คิวนี่มันก็เป็นห่วงผมเกินอะ ขนาดมันไม่อยู่ยังเหมือนว่ามีมันอยู่ใกล้ๆ เลย 


ความรู้สึกเป็นห่วงเดิมๆ ของมันเหมือนตอนมัธยมไม่มีผิด มันก็เป็นห่วงผมแบบนี้มาตลอด ซึ่งในตอนนั้นผมก็ไม่ได้หวั่นไหวอะไรมากขนาดนี้นะ


"จริงๆ มึงไม่ต้องมาก็ได้แหม่"


"ต้องมา เพราะกูมีเรื่องจะคุยพอดี"


สายตาจริงจังพุ่งตรงมาที่ผมจนผมอดสงสัยไม่ไได้


มีไรวะ” ผมว่าก่อนจะนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามมัน ไอ้นิวเอามือเท้าคางมองผมอย่างจับผิด ถามก็ไม่ตอบ มานั่งมองหน้ากูอีก


ไปคุยอะไรกับพิมพ์มาเล่า กูจะเสือก


ได้ทีก็รีบเข้าประเด็นความสงสัยของตัวเองทันที นี่มึงเป็นญาติกับไอ้คิวปะ มีคำถามเดียวกันเป๊ะไอ้ห่า


คุยนิดหน่อย ทั่วไป


โกหกชัดๆ กูเป็นเพื่อนมึงมาจะสามปี สีหน้ามึงที่กูเห็นเป็นระยะทางสามสิบเมตรตั้งแต่หน้าปากซอยจนมาถึงบ้านมันไม่โอเคสักนิด กูรู้ว่ามึงไม่ได้คุยเรื่องทั่วไปชัวร์


ไอ้นิวสาธยายจนผมนับถือความขี้เสือกของมันจริงๆ ไอ้ไม่โอเคน่ะใช่ แต่ผมอุตส่าห์ทำหน้าให้เป็นปกติแล้วนะ ยังมาจับพิรุธกูได้อีก


เออ พิมพ์แค่อยากกลับมาสนิทกับกู


กลับมาขอมึงเป็นแฟน” สีหน้าไอ้นิวดูตกใจในคำบอกเล่าผมจริงจัง


ไม่ดิ


แล้วมาสนิทในฐานะอะไรวะ


เพื่อน


เดี๋ยวววว” ไอ้นิวรีบเบรก เพื่อนเหี้ยไร ร้อยวันพันปีเจอกันก็บ่อยแค่ไม่ค่อยคุย ทำไมถึงอยากมาขอคืนดีเอาตอนนี้ แล้วพิมพ์คิดอะไรอยู่วะถึงมาขอแฟนเก่าเป็นเพื่อนทั้งที่เลิกกันก็จบไม่ได้สวยนะ ไอ้การเป็นมิตรกันหลังจากเลิกราในความรักอะมันเป็นได้อยู่แล้ว แต่พิมพ์ไม่ได้มีวี่แววอยากสนิทกับมึงตั้งแต่ทีแรกเลยนี่หว่า แปลกคน


ไอ้นิวได้ทีก็บ่นยาวเป็นหางว่าว ปกติมันไม่ค่อยบ่นหรือว่าผู้หญิงเท่าไร แต่สำหรับพิมพ์มันไม่โอเคตั้งแต่เธอเข้ามาวุ่นวายในชีวิตมันแล้วสุดท้ายก็เทเพียงเพราะไอ้นิวไม่ไปหานี่ละ ตอนนั้นผมยังมองโลกในแง่ดีว่าเธอคงอยากหาเพื่อนผู้ชายสักคนไว้ปรึกษา ไอ้นิวอาจจะคิดมากจนมองเธอผิดไป แต่นี่มันไม่ใช่แล้ว ผมเจอเธอในรูปแบบที่ทำให้ผมแอบอึ้งไปเหมือนกัน


ถ้ากูบอกมึง มึงอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครนะ


ผมพูด ไอ้คำว่าอย่าเอาไปบอกใครมักไว้ใจไม่ได้ แต่สำหรับไอ้นิวมันเป็นเพื่อนผมดีพอ ต่อให้ความลับมันน่าคันปากถึงขนาดอยากเมาส์แค่ไหน มันก็ไม่ปล่อยในรั่วแน่นอน 


ทำไมวะ อย่าบอกนะว่าพิมพ์มีจุดประสงค์จริงๆ


อืม” ผมพยักหน้าไปตามตรง เธออยากให้กูช่วยเรื่องคิว พิมพ์บอกกับกูว่าเธอชอบไอ้คิวและอยากให้กูเป็นพ่อสื่อในเรื่องนี้


ป๊าบ!


ไอ้นิวตีโต๊ะดังลั่น ผมรีบหันซ้ายขวาหวังว่าคนในบ้านจะไม่โผล่หน้าออกมาด่าพ่อแม่มันเสียก่อน


จะมางาบไอ้คิวเหรอวะ


ไม่รู้ ไม่รู้ว่าเธอจริงจังแค่ไหน กูไม่เข้าใจผู้หญิงคนนี้จริงๆ เกิดมากูเจอผู้หญิงนิสัยดีๆ ก็เยอะ อย่างพิมพ์ก็ถือว่าดีสำหรับกูในช่วงนั้น แต่พอกูมาตาสว่างรับรู้บางอย่างในตัวเธอ กูก็มองเธอในแง่ลบไปเลยว่ะ กูดูเลวไหมวะ


ไม่เลว” ไอ้นิวว่าขึ้นก่อนจะมองหน้าผมด้วยสีหน้าจริงจัง คนเราความรู้สึกต่อบุคคลมันแตกต่างกัน แค่เห็นหน้าไม่เคยรู้จักไม่เคยคุยยังเกลียดกันเลยก็มี เหมือนแม่เหล็กที่มีขั้วบวกขั้วลบ ถ้าใช่มันก็ดึงเข้าหากัน ถ้าไม่ใช่มันก็ผลักกันออก เหมือนตอนที่มึงคบเธอทีแรก มึงก็แค่พยายามจะเอาขั้วที่เหมือนกับเธอมาต่อให้ติด แต่ตอนนั้นแม่เหล็กของมึงกับเธอแค่มีกาวตราช้างช่วยยึดไว้อยู่ เมื่อกาวเสื่อมสภาพมันก็หลุดและผลักออกจากกัน คราวนี้พอมึงรู้ว่าอะไรที่ไม่ใช่มึงก็คงไม่พยายามเอากาวมาแปะซ้ำรอยหรอก เพราะมึงรู้ว่ายังไงวันนึงกาวนั่นย่อมเสื่อมสภาพอยู่ดี


แต่อาจารย์ดัชนีบอกว่า คนเราถึงจะเหมือนหรือแตกต่าง แต่มันก็มีส่วนเติมเต็มนี่


มันคนละอย่างกัน นี่มึงเรียนกับกูมาจริงไหมสัด” ไอ้นิวว่าไม่พอยังเอาส้อมบนโต๊ะทำท่าจะจิ้มหน้าผมอีก ไอ้นี่มึงก็ดุจัง อันนั้นมันเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่ต่างกัน คนบางคนอาจจะไม่เก่งในเรื่องบางเรื่อง แต่พอเจอใครสักคนที่เก่งด้านนั้นเข้ามาเติมเต็มมันก็จะทำให้ชีวิตของคนทั้งสองไปด้วยกันได้ ไม่ใช่อย่างที่มึงกับพิมพ์เป็น


มึงมานี่เพื่อสอนจิตวิทยากูใช่ไหมนิว


ฟังไอ้สัด” มันเบรกผมอีกรอบ นี่เหมือนมันเป็นพ่อผมเลยว่ะ ถ้าใช่ชีวิตปกติไอ้นิวจะเป็นคนไร้สาระคนหนึ่ง แต่พอเรื่องไหนที่ต้องใช้เหตุผลอธิบายมันก็มาเต็มแบบนี้แหละ เหมือนมึงกับไอ้คิวอะ มึงเป็นคนโง่ไอ้คิวเป็นคนฉลาด คนที่เติมเต็มความฉลาดและแบ่งความโง่จากมึงมาได้บ้างก็คือมัน มึงปากหมาทำเหมือนตัวเองฉลาดแต่จริงๆ มึงก็ตามใครไม่ทันเพียงมึงสื่อภาพลักษณ์ภายนอกตัวมึงออกมาให้คนเขาเห็นว่ามึงไม่ได้โง่นะ แต่กลับไอ้คิว ภายนอกดูซื่อๆ แต่มึงรู้ไหมมันน่ะทันคนมากกว่ามึงเสียอีก มันมีเหตุผล ทุกครั้งที่มันตัดสินใจอะไร กูรู้ว่ามันไตร่ตรองมาดีเสมอ


เหมือนผมกำลังมานั่งให้เพื่อนด่าเลยวะ


เออๆ กูเข้าใจแล้วว่ามันต่าง ย้ำความโง่กูอยู่ได้


มันโง่มาตั้งแต่ผมโดนพิมพ์กับไอ้เกมส์หลอกแล้วเว้ย T^T


แล้วมึงบอกไอ้คิวไปหรือยัง


ไอ้นิวว่าขึ้น ผมหลุบตาลงเพื่อคิดถึงเรื่องนี้ กำลังจะบอกแต่ก็อยากดูเชิงก่อน ถ้าผมบอกแล้วมันดันเปิดใจรับพิมพ์เข้ามา ผมควรทำไงดี


ทำไมผมเห็นแก่ตัวจังวะ


ยัง


วอทเดอะฟัค” ไอ้นิวสบถออกมา ผมเบะปากขึ้นรู้สึกผิด ไม่ต้องมาทำหน้าตะมุตะมิเลยไอ้เหี้ย บอกไอ้คิวดิวะ บางทีมันก็ไม่อยากให้ใครเข้ามาในชีวิตมันหรอก ถ้ามันโอเคกับพิมพ์มันคงไม่พยายามดึงมึงออกห่างจากคนพวกนั้นหรอก


กูไม่รู้ว่าตัวเองกังวลอะไรวะ กูบอกกับพิมพ์ว่ากูจะไม่ช่วยเรื่องนี้ เธอเลยบอกว่างั้นจะตามจีบไอ้คิวด้วยตัวเอง กูอยากดึงไอ้คิวออกห่างเธอมาก ทำไงดีวะ


มึงชอบไอ้คิวเหรอมาร์ช


ผมสำลักน้ำลายตัวเองทันทีที่ถูกตามตรงๆ แบบนั้น สายตาดูอึ้งๆ ของไอ้นิวมองมายิ่งพาผมกดดันเข้าไปยกใหญ่


เปล่า กูแค่ไม่อยากให้เพื่อนกูเจอคนที่ไม่โอเค” ผมรีบปฏิเสธ


ไม่เห็นรู้สึกแบบนั้น ดูก็รู้ว่าหึง


มึงคิดไปเอง


เพราะมึงหมดใจให้กับพิมพ์ไปแล้วอันนี้กูรู้ กูเลยไม่กังวลว่ามึงจะยังหวงถ่านไฟเก่าหรือไม่  แต่มึงรู้ปะ การแสดงออกของมึงในตอนนี้มันเหมือนมึงเป็นห่วงเป็นใยไอ้คิวฉิบหาย


เออ กูไม่อยากให้มันมีใคร” สุดท้ายผมก็แพ้คนตรงหน้า ให้กูบอกเลยเหรอวะ มันไม่ใช่เรื่องของกูนะเว้ย


แล้วทำไมบอกกูได้ ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ใช่เรื่องของมึงกับกู มึงก็บอกไอ้คิวเหมือนที่มึงบอกกูตอนนี้นี่ไง มันยากมากเหรอวะ


มึงไม่เป็นกู มึง…”


ไม่รู้หรอก” ไอ้นิวเสริมประโยคต่อจากผม เรียนจิตวิทยามันเรียนมาเพื่อเข้าใจถึงจิตใจคนนะไอ้มาร์ช กูเบื่อที่มึงเป็นคนลังเลสับสนแบบนี้ตลอด กูอาจจะดูไม่มีสาระอะไรในชีวิต ปากหมาเหมือนมึง ชอบแกล้งเพื่อนในคลาส หาของฟรีกินไปวันๆ แต่กูก็แยกแยะความรู้สึกตัวเองได้นะ


ไอ้คิวมันเป็นคนดี จนกูกลัวว่ามันจะให้โอกาสพิมพ์เข้ามาในชีวิตอะดิ


มันดีแค่กับมึง กับกูกับไอ้ทิวมันก็ไม่ได้ดีด้วยหรอก คำพูดไอ้นิวทำผมคิ้วขมวด ภาพลักษณ์ที่เห็นของไอ้คิวมันมีให้แค่กับมึงนะมาร์ช มันพยายามดึงความอ่อนโยนของมึงด้วยความอ่อนโยนของมัน ที่มันไม่แข็งกับมึงเพราะคนแบบมึงไม้แข็งเจอไม้แข็งมันเอาไม่อยู่หรอก มีแต่หักกับหัก


“…”


และตอนนี้มึงดูอ่อนลงกว่าเดิมมาก ความหัวร้อน ความโวยวายของมึงมันดูเบาลงกว่าเดิม ไอ้คิวทำมึงเปลี่ยนเยอะนะกูสังเกตมาพักหนึ่งแล้ว


แปลว่าถ้ากูบอกมัน มันก็จะเฉยๆ ใช่ไหมวะ


ไม่รู้กูไม่ใช่มัน


อ้าว


แต่บอกเพื่อให้ตัวเองสบายใจมันดีไม่ใช่เหรอ ยังไงถ้ามึงไม่บอก ในวันข้างหน้าที่พิมพ์เข้ามาวุ่นวายในชีวิตไอ้คิว ยังไงไอ้คิวก็ต้องรับรู้ว่าพิมพ์ต้องการอะไรจากมัน มึงบอกตอนนี้จะได้รู้และรับมือกับเธอได้ ผลออกมาจะเป็นยังไงมึงจะได้รู้ด้วย ถ้าไอ้คิวบอกกับมึงว่าจะไม่ยุ่งนั่นก็เป็นผลดีที่ได้รับ แต่ถ้ามันเฉยๆ และบอกจะให้โอกาสพิมพ์ มึงก็ต้องปล่อยไปตามเวรกรรมของมันแค่นั้นล่ะ” ไอ้นิวว่าก่อนจะตบบ่าผมเป็นการปลอบประโลม บอกมันซะ กูเชื่อว่าไอ้คิวคงไม่เปิดใจให้ใครนอกจากมึงหรอก


“…”


เพราะสิ่งที่มันแสดงออกมาเวลาอยู่กับมึง เขาเรียกว่าใส่ใจ


"อืม กูจะลองบอกมันดู" ผมยิ้มขึ้นนิดๆ 


"ดีมาก จะได้รู้ไปเลยว่ามันคิดยังไง อย่างน้อยมึงจะได้รับมือกับสิ่งที่เกิดทัน" มันย้ำความมั่นใจ "แค่ผู้หญิงคนเดียวมึงอย่ากลัวดิวะ"


"เปล่ากลัว แต่กู..."


"คนปัจจุบันสำคัญมากกว่าคนในอดีตนะ อะไรที่ทำมึงเจ็บปล่อยมันไปเหอะ ไอ้คิวมันดีกับมึงนะ กูมั่นใจ"


มันแค่อยากกลับมาเป็นเพื่อนกูไง มันถึงทำแบบนั้น” ผมพูดปัดส่งในใจผมรู้ดีเพราะวันนั้นมันก็ชัดเจนกับผมไปแล้วว่ามันคิดกับผมยังไง


“ไม่ใช่อะ การกระทำของไอ้คิวดูก็รู้ว่ามันไม่ได้ทำกับมึงในฐานะเพื่อนคนหนึ่งหรอก แล้วกูก็รู้ว่ามึงเต็มใจที่จะรับการกระทำของมันด้วย


“…”


มันมากกว่านั้น มากกว่าคนเป็นเพื่อนเขาทำกันเสียอีก J











ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ moos madtown gif
สู้ๆ ครับมายเฟรนด์











-100%-


ถ้าเราเป็นมาร์ชคงแบบอึดอัดใจน่าดู
ไม่มีคิวที่คอยแก้ไขสถานการณ์อะ มันแย่สุดๆ
แบบมาร์ชนี่ไม่ได้เก่งนะ นางซึนแถมยังไม่ตั้งใจเรียนอีก
น่าตีให้ตายยยยยยยยยยยยย
ส่วนนิวหล่อมากค่ะลูกปรบมือรัวๆ เป็นพระเอกสักเรื่องไหม
555555555555555555555555555555555
มาดูกันว่าบทต่อไปมาร์ชจะบอกคิวไปเลยไหม 
แล้วคิวจะรับมือยังไง งานนี้บอกเลยว่า มันส์เด้อออ
ปล.แกจากหอคิวเป็นบ้านมาร์ชแล้วค่ะ 
ลืมไปว่านางอยู่บ้าน แอมซอรี่มาก เมาเฟ่อ

ผมคบกับบอท วางขายที่งานสัปดาห์หนังสือและ
ร้านหนังสือทั่วไปแล้วนะคะ ตอนนี้นายอินทร์มีทุกสาขาแล้ววว
อย่าลืมไปจับจองนะ บอกเลยว่าพี่เฟรมน่ายั่วมั่กมากกก
ติดตามรายละเอียดได้ที่แฟนเพจ สนพ










แอดแฟน กดที่รูปพี่มาร์ชเลย!
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ minjae and v gif
โหวต + เม้น ด้วยนะครับ
ตามติ่งคิวมาร์ชได้ที่
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,645 ความคิดเห็น

  1. #6640 taetan06518 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 11:53
    ตอนนี้คือนิวหล่อมากกก พระเอกของเรื่องตัวจริงรึป้ะ55555
    #6,640
    0
  2. #6627 Ployploy6069 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 10:30
    ชอบนิวอ่ะมีความคิดที่ดีและทันคน
    #6,627
    0
  3. #6614 ไอแนน (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:38
    นิวเป็นพระเอกของตอนนี้เลยอะ
    #6,614
    0
  4. #6546 Nada Am (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 01:23
    นิวหล่อขึ้นมาเลยจ้าาาา 5555555
    #6,546
    0
  5. #6509 Ccccho (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 14:52
    Jคือไรอ่ะ งง
    #6,509
    1
    • #6509-1 เช็ค'บิล(จากตอนที่ 21)
      5 ตุลาคม 2560 / 08:53
      เป็นอีโมติค่อนยิ้มจ้า ในเว็บมันไม่ขึ้นให้
      #6509-1
  6. #6020 Dearcb (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 16:44
    โห้! นิวพูดโครตดีอ่ะปรบมือๆๆๆ
    #6,020
    0
  7. #5185 Som O Usanee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 07:32
    น้องนิวรัวมาเป็นชุดซึ่งเลิศมากค่ะลูกกกกกกกก มาร์ชจะกลัวอะไรล่ะ คิวชอบมาร์ชมากี่ปีกี่เดือนกี่วัน บอกไปเถอะ หาทางรับมือชะนีสายพันปลิงนั่นดีกว่า
    #5,185
    0
  8. #4950 sofar_fa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 14:00
    แปะๆๆๆๆ ปรบมือให้อิพี่นิว แหม่ พอเข้าโหมดจริงจังนี่บอกได้คำเดียวเลยว่า หล่อเลยยยยย
    เอาจริงๆก็คิดเหมือนพี่นิวอ่ะ เหมือนพี่นิวมานั่งพูดแทนในสิ่งที่เราคิดเลย 55555 นี่ไม่โอเคทุกครั้งอ่ะที่มาร์ชโกหก เพราะมักจะคิดเสมอว่าทุกคำโกหกคือจุดเริ่มต้นปัญหาของคนรักกัน ทางที่ดีที่สุดคือเชื่อใจและเปิดใจคุยกันไปตรงๆเลยดีกว่า
    #4,950
    0
  9. #4841 feonixsh (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 21:20
    กราบนิวงามๆซะทั้งคิวทั้งมาร์ช เพื่อนดีโคตร มาร์ชก็น่าจะมั่นใจในตัวคิวได้แล้วป่ะว่ะ จะเอาชัดแค่ไหนอีก ผู้หญิงอย่างพิมพ์ควรจะได้รับบทเรียนนะ ย้ำว่าต้องได้รับบทเรียนดีกว่า
    #4,841
    0
  10. #4566 คุณหนูดวงดาว (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 22:00
    นี่อ่านมาตั้งแต่ตอนแรกคือแบบ...นิวเอ้ย! แกทำได้ โดน-ใจ-เจ๊ มาก! >O #4,566
    0
  11. #4455 Spritezeed_Za (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 22:01
    นิวเปรียบเสมือนพ่อคนที่สองของมาร์ชจริงๆอ่ะ 555
    #4,455
    0
  12. #4351 _tuaneun (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 15:12
    นี่อ่านไปบ่นสาธุไป ทำไมพี่นิวเทศน์ยาวขนาดนี้/กราบ
    #4,351
    0
  13. #3949 aomnovel (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 15:57
    ตอนนี้นิวดูมีสาระสุด หล่อเลยอ่ะเอาซะนายเอกดูโง่เลยทั้งที่ดูเหมือนโง่อยุแล้ว
    #3,949
    0
  14. #3928 tanpitcha_1414 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 22:19
    ืืทำไมตอนนี้นิวดูหล่อขึ้นอ่ะ555555555555555555
    #3,928
    0
  15. #3918 itzmeboombim (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 20:05
    นางช่างกล้าหน้าด้านมาก มาร์ชรับมือไม่ไหวหรอก คนแบบนี้ต้องเจอคนที่ทันนาง อย่างนิว อย่างคิว อย่าให้นางได้ชูหน้ามั่นได้อีก



    #3,918
    0
  16. #3894 itun197 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 16:00
    เบื่อมาร์ช ลำไยพิมพ์ ชอบนิว รักพี่คิวสุด
    #3,894
    0
  17. #3882 Supertae95 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 13:58
    ตอนนี้นิวดูมีสาระมาก5555555 พี่หล่อขึ้นมาทันทีเลยค่ะ เบะปากแรงใส่พิมพ์สุดนั่มคานมากกกอย่ามายุ่งกับคิวนะ! คิวของมาร์ชคนเดียวเท่านั้นนน ไม่อยากนึกถึงตอนไปค่ายต้องวุ่นวายมากแน่ๆ ยัยนี่มันร้ายชวนเนียร์ไปด้วยเพื่อตัวเองจะได้ไปวอแวคิวได้สะดวก หึ่ย
    #3,882
    0
  18. #3874 Suttiphong Sribunchoo (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 02:47
    โอ้ยยยยย ยัยพี่มาร์ช เดะตีเลยยยยย ไปบอกพี่คิว!!! อย่าให้องค์แม่นิวลงคร้ะ
    #3,874
    0
  19. #3860 PKP_Petty (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 20:41
    รักนิว^^><
    #3,860
    0
  20. #3815 Cyanide_06 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 12:49
    ลำใย พิม????
    #3,815
    0
  21. #3814 lvbaek (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 11:52
    ไม่ชอบผู้หญิงแบบพิมเลยอะ มาร์ชบอกคิวไปเถอะยังไงคิวก้อรักมาร์ชอยู่ดี เราเป็นคิวก้อคงไม่มีทางชอบเธอหรอก
    #3,814
    0
  22. #3813 squide14 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 10:05
    ชูป้ายไฟ fc พี่นิวรัวๆๆๆๆ
    #3,813
    0
  23. #3812 creamfriday (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 10:00
    วันนี้นิวโครตมีสาระะะะะะ
    #3,812
    0
  24. #3811 Gammmmmmmmmm (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 09:59
    สาธุ 5555
    #3,811
    0
  25. #3810 missmaud (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 07:56
    บรรลุเลอ
    #3,810
    0