[YAOI] FANSITE ll แฟนผมเป็นตากล้อง ❤ [THE END]

ตอนที่ 20 : ll แฟนผมเป็นตากล้อง ll EP.18 :: เขาคือคนของผม [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,681
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    29 มี.ค. 60

ll FANSITE ll
#แฟนผมเป็นตากล้อง

EP.18
กฎของการเป็นแฟนคลับข้อที่ 19
'เชื่อใจ'










ขี่รถดีๆ นะมึงอะ


อืมไอ้คิวพยักหน้าก่อนจะมองหน้าผมนิ่งไม่ขี่รถไปจากหน้าบ้านผมสักที ถ้ามีอะไร โทรหาเราได้ตลอดนะ


ไอ้คิวเม้มปากเหมือนจะไม่ยอมไปง่ายๆ ผมพยักหน้าก่อนจะตบบ่ามันเป็นเชิงให้มันสบายใจเสียที ทำยังกะจะไปตาย นี่มึงไปถ่ายซีรี่ย์นะไม่ใช่ไปเกณฑ์ทหารไอ้ห่า


ผมโบกมือลวกๆ ก่อนที่เจ้าตัวบนมอเตอร์ไซค์คันโปรดของตัวเองจะเคลื่อนตัวห่างออกไปไม่วายยังมีหน้าหันมาโบกมือไม่หยุดหย่อนอีก ผมถอนหายใจออกก่อนจะกระชับกระเป๋าสะพายแน่นและหันหลังเข้าบ้านตัวเองในทันที


พลั่ก


ฮั่นหน่ออออ


ผมยกมือขึ้นกุมจมูกเมื่ออยู่ๆ ก็ไปชนเข้ากับแผงอกผู้ชายร่างสูงนามว่ามาร์ค คนที่พ่วงตำแหน่งพี่ใหญ่ในบ้าน ผมผงะถอยหลังมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ


มายืนใส่บ๊อกเซอร์ตัวเดียวอยู่หน้าบ้านทำไมวะเนี่ย!


อะไรพี่ผมถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าเย้าแหย่ของพี่ชายตัวเอง


ไปอยู่หอแค่ไม่กี่อาทิตย์ สนิทกันถึงขนาดนี้เชียวเหรอ


สนิทอะไรอะ ผมกับมันก็คุยกันปกติ


ผมทำทีจะเดินเข้าบ้านเพื่อเลี่ยงตอบคำถาม แต่พี่มาร์คกลับเขยิบเท้าดักหน้าผมเหมือนรู้ทัน


แบบนี้มันไม่ปกติสักนิด ท่าทีเขรอะเขินและเล่นหูเล่นตาของไอ้คิว มันไม่เรียกว่าเพื่อนหรือศัตรูเลยนะ


โหพี่ ผมกับมันก็เป็นเพื่อนกันแล้ว เรื่องเกลียดกันก็ปรับความเข้าใจลงตัวแล้ว พี่จะมาจับผิดอะไรเนี่ย


ดีกันแล้วเหรอ


ผมพยักหน้าตอบกลับไป พอหันไปมองทางที่ไอ้คิวขี่รถไปเมื่อครู่ เจ้าตัวก็หายวับไปแล้ว วันนี้เป็นวันแรกที่มันต้องไปกองถ่ายถ่ายทำที่โรงเรียนแห่งหนึ่งและไปค้างที่โรงแรมแถวๆ ตัวเมืองกรุงเทพฯ ในทีแรกผมนึกว่าจะมีรถมารับมันแต่เปล่าเลยมันต้องขี่รถไปเอง ซึ่งจากที่นี่ไปกว่าจะถึงมันไกลเอามากๆ เลยแหละ


แล้วมันต้องขี่ผ่านถนนใหญ่อีก น่าเป็นห่วงชะมัด..


เดี๋ยวนะ ผมเผลอหลุดคำว่าเป็นห่วงไปเหรอ O_O


ผมขอตัวนะพี่ ตื่นเช้ามายังไม่ได้หลับต่อเลย ง่วง


ผมทำท่างัวเงียหาววอดๆเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของพี่ชายให้ปล่อยผมเข้าบ้านไปอย่างอิสระ เฮ้อ จะว่าคิดถึงบ้านก็คิดถึง แม้มันจะไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมาก แต่ไม่ได้มาเกือบจะเดือนนี่คิดถึงชะมัด บ้านกึ่งไม้กึ่งปูนดูมีอะไรไม่จำเจ บวกกับร้านข้าวมันไก่ที่ยังไม่ออกมาตั้งหน้าบ้านยิ่งทวีความคิดถึงเข้าไปใหญ่ ป่านนี้คนในบ้านน่าจะพักผ่อนกันอยู่ เพราะทุกคนล้วนแต่ทำงานจนดึกดื่นกว่าจะเก็บร้านกว่าจะล้างจานก็ปาไปตีสี่ตีห้า เป็นเรื่องปกติที่บ้านผมจะนอนกลางวันกันทุกคน


ผมเข้าห้องนอนที่ไม่ได้รกเหมือนก่อน ผมเอาข้าวของรวมถึงกล้องถ่ายรูปที่รักษาไว้อย่างดีวางไว้บนโต๊ะคอมพิวเตอร์ ผมทิ้งตัวลงนอนก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาสไลด์หน้าจอ จะโทรไปถามไอ้คิวว่าตอนนี้ถึงไหนก็ไม่ใช่เรื่อง เพราะมันเพิ่งออกจากซอยผมไปเองนี่


ติ้ง


PIMPIM เพิ่มคุณจาก ID LINE


เดี๋ยว!


ผมรีบดีดตัวขึ้นจากเตียงก่อนจะมองหน้าจอที่เด้งแจ้งเตือนการเพิ่มเพื่อนนไลน์ด้วยความไม่เชื่อสายตาตัวเอง ในทีแรกผมคิดว่าคงเป็นเพื่อนร่วมห้องที่ชื่อพิมเหมือนกัน แต่เมื่อมือตัวดีไปไวกว่ากระบวนความคิดเผลอไปกดดูรูปโปรไฟล์เท่านั้นแหละ


นี่มันพิมพ์ชัดๆ


ผมไม่ได้รับเพื่อนเธอ แต่จะรอดูว่าหลังจากนี้เธอจะทักอะไรผมมาไหม แถมเธอยังเพิ่มผมจากไอดีนี่ก็แปลได้ว่าต้องมีเพื่อนผมใครสักคนให้ไอดีเธอไปแน่ๆ


ผมกดโทรไปหาไอ้นิวเพื่อนรักคนเดียวที่น่าจะจำไอดีผมได้ ในเมื่อมันรู้ว่าผมไม่โอเคกับเธอแล้วมันจะเอาไอดีผมให้เธอไปทำไมวะ


ตู๊ดดดดดด~


(ฮัลโหลครับคุณเมธาวิน) ปลายสายรับเสียงรื่นเริงจนผมอดเอะใจไม่ได้


อยู่ไหนผมถามขึ้น


(กินข้าวอยู่กับไอ้ทิวอะ กูหิวไม่มีเพื่อนกินข้าวเลยชวนมันมา มีอะไรเปล่า)


หน็อยแน่ะ จริงๆ ชวนกูกูก็ออกทุกครั้งปะวะ มาวันนี้อ้างไม่มีเพื่อนกินข้าวแถมนัดน้องออกไปไม่บอกกันอีก


มึงจำไอดีไลน์กูได้ใช่ไหม


ผมรีบวกเข้าประเด็น เสียงกระทะโคร้งเคร้งดังทั่วสารทิศเผยให้เห็นว่ามันไม่ได้โกหกว่าอยู่ร้านข้าวจริงๆ


(จำได้ดิ ไอดีมึงจำง่ายจะตาย ถามทำไมวะ)


มึงให้ไอดีกูกับพิมพ์เหรอ


(บ้า ให้ทำไม) มันทำเสียงตกใจแสดงให้เห็นว่าไม่รู้เรื่องนี้ด้วยเลย (พิมพ์แอดมึงมาเหรอ)


อืม กูสงสัยว่าใครให้ไอดีกูไป


(ไม่ใช่กูอะ มึงหรือเปล่าไอ้ทิว) ไอ้นิวหันไปถามคนที่อยู่ด้วย (น้องก็ไม่ใช่ว่ะ)


ถ้าไม่ใช่มึง ก็ต้องเป็นคนในเซคคลาสเรา ไม่ก็ไอ้คิว ไอ้เกมส์ และไอ้เนียร์


ผมนั่งนึกก่อนจะเขยิบก้นไปชิดหัวเตียงและพิงหลังเข้ากับหัวเตียงเพื่อให้ตัวเองนั่งสบาย


(แล้วพิมพ์แอดมึงมาทำไมอะ คุยกันยัง)


ยัง แอดมาจะสักพักแหละ แต่ไม่เห็นมีข้อความขึ้น


(คงยังไม่มีเรื่องคุยมั้ง มึงใจเย็นๆ รอดูสถานการณ์ก่อน บางทีเขาแค่อาจจะแอดมึงมาเฉยๆ เอาไว้คุยเมื่อจำเป็นต้องการความช่วยเหลืออะไรเปล่า)


ไอ้นิวสาธยายให้ผมคิดตาม ไม่ใช่ว่าผมไม่พอใจที่เธอแอดไลน์ผมมาโดยไม่บอกหรือขอกันก่อน แต่ผมรู้สึกตงิดใจที่ร้อยวันพันปีผมใช้ไลน์นี้มาเกือบสามปีแต่เธอกลับเพิ่งแอดมาหน้าตาเฉย ยอมรับว่าช่วงก่อนหน้าที่ผมจะมาสนิทไอ้คิว ผมไม่ค่อยได้เจอเธอเลย ถึงจะเจอก็ทำเหมือนว่าไม่เคยรู้จักกัน


อืม งั้นกูไม่กวนเวลากินข้าวมึงแหละผมทำท่าจะวางสายแต่ปลายสายรีบเบรกผมก่อน


(เดี๋ยวๆ แล้วตอนนี้มึงอยู่ไหน เห็นน้องทิวบอกว่าไอ้คิวไปค้างที่กรุงเทพนี่)


กูอยู่บ้านแล้ว ส่วนไอ้คิวเพิ่งไปเมื่อกี้


(โอเค มึงกลับก็ดีแหละ ถ้ามีอะไรโทรหากูได้เสมอ แล้วถ้าพิมพ์ทักมาว่าอะไรแล้วอยากปรึกษากู กูพร้อม กูรอเสือก)


เออๆ กูให้เสือกแน่ แค่นี้นะ


ผมว่าติดขำก่อนจะวางสายในทันที เหมือนกับนัดกันไว้เมื่อผมกำลังจะกดปิดหน้าจอข้อความใหม่ในไลน์ก็ปรากฏขึ้น ผมไม่สามารถอ่านที่มันเด้งขึ้นมาได้เพราะเธอดันส่งสติ๊กเกอร์ลงท้ายข้อความ ผมจึงจำใจกดเข้ากล่องข้อความเพื่อเข้าไปอ่านข้อความของเธอทั้งหมด


PIMPIM :: มาร์ช~~


PIMPIM :: นี่พิมพ์เองนะ

/สติ๊กเกอร์หมีแพนด้าตาโต


ผมถอนหายใจออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก่อนที่ร่างของผมจะไถลนอนราบไปกับเตียงและชูหน้าจอขึ้นเหนือขนาบใบหน้า


ความรู้สึกเดิมๆ ไม่มีเลยแหะ รู้สึกดีใจ รู้สึกดี หรือรู้สึกผูกพัน มันหายไปกับภาพที่ติดตาผมในวันนั้นไปหมดแล้ว


MARCH :: มีอะไร


ผมไม่ได้อยากจะเย็นชาหรือใจจืดใจดำทำเป็นเฉยกับเธอ แต่ความรู้สึกมันพาไป มันเป็นไปเองโดยที่ผมไม่เห็นต้องฝืน


ปากที่จูบผมคงผ่านการจูบคนอื่นมาแล้ว ผมไม่ใช่จูบแรกของเธอ แต่เธอกลับเป็นจูบแรกของผม ทำไมตลกอะไรแบบนี้นะมาร์ช


PIMPIM :: วันนี้เย็นว่างไหม


MARCH :: ทำไมเหรอ


PIMPIM :: ออกมาหาอะไรกินไหมมีเรื่องจะคุยด้วยอะ


MARCH :: คุยในนี้ก็ได้นะ


PIMPIM :: ไม่สะดวกน่ะสิ ออกมาเจอกันที่ห้างใกล้มอ น้านะ


ไม่เห็นจะอยากใจอ่อนออกไปตามคำอ้อนวอนเลยสักนิด


MARCH :: ไม่ไปได้ไหม


PIMPIM :: พิมพ์อยากจะคุยเรื่องคิวน่ะ แปปเดียวได้ไหมล่ะ


เหมือนเธอจะรู้จุดอ่อนของผม ถึงเอ่ยชื่อบุคคลที่สามขึ้นมา ไม่รู้อะไรที่ทำให้ใจผมเขว่ ผมไม่อยากให้เธอมายุ่งกับไอ้คิว ไม่อยากให้เธอวุ่นวายกับผู้ชายคนนี้ ผมไม่ได้หวงเธอ แต่ผมเป็นห่วงความรู้สึกไอ้คิวที่ต้องมาเจอเธอเข้ามาวุ่นวายในชีวิตต่างหาก


MARCH :: อืม งั้นเจอกัน


ถ้านี่คือสงคราม คงเป็นสงครามระหว่างเธอกับผม โดยที่เธอเอาไอ้คิวมาเป็นตัวประกัน แบบนี้มันไม่ยุติธรรมสำหรับผมเลย


เพราะคนของผม เธอไม่มีสิทธิ์ยุ่งจะดีที่สุด





ผมวางมือถือไว้ข้างลำตัวมือก่ายหน้าผากว่าจะทำยังไงต่อไปดี ผมควรออกห่างจากพิมพ์กับเกมส์หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ปล่อยให้เขาสองคนรู้ตัวเองว่าเคยทำความผิดอะไรกับผมไว้บ้างดี แต่ถ้าทำแบบนั้น ผมจากที่จะไม่อึดอัดมันจะยิ่งทำให้ผมดูไม่เป็นสุข ขนาดวันที่ไปสมัครเข้าค่ายวันนั้น ผมต้องคีปลุคทำหน้าตาเฉยชาอยู่นานเกือบหลายนาที ไอ้เกมส์คงจะสงสัยผมบ้างล่ะว่าทำไมดูไม่ค่อยคุยกับมันเหมือนแต่ก่อน


ถ้าผมไม่หยิบเมมโมรี่ผิดมาในตอนนั้น ผมก็คงต้องโง่ปล่อยให้แฟนเก่าและเพื่อนที่ไว้ใจหลอกจนถึงตอนนี้ รวมไปถึงผมยังเกลียดขี้หน้าไอ้คิวไปตลอดจนไม่ยอมเปิดใจรับมันเป็นเพื่อนเหมือนในตอนนี้แน่ๆ


มันอาจดูเร็วที่ผมดันเปลี่ยนฝ่ายกะทันหัน แต่ผมรับรู้ความผิดสังเกตของพิมพ์มาว่าพักหลังๆ เธอเหมือนไม่ใช่พิมพ์คนเก่า บวกกับยิ่งได้เห็นรูปที่เธอจูบไอ้เกมส์ ผมก็ไม่ต้องคาดเดาหรือหลอกตัวเองเลยว่าเธอไม่ใช่คนแบบนั้น เพราะการกระทำของเธอในตอนนี้มันยิ่งสอดคล้องทำให้ผมเชื่อในสิ่งที่เห็นโดยทันทีไม่ต้องสืบเสาะหาความเป็นจริงแต่อย่างใด


ครืดดด ครืดดด


มือถือข้างลำตัวปลุกผมออกจากความคิดในทันที ว่าจะหลับสักงีบก็ต้องหันมาสนใจปลายสายที่โทรเข้ามา แถมคอลวิดีโอมาอีก


ไอ้คิวนี่


ผมรีบดีดตัวขึ้นนั่งอีกครั้งก่อนจะจัดเผ้าผมให้เป็นระเบียบและเลื่อนปุ่มรับสายทำหน้าตาให้นิ่งที่สุด 


เฮ้ย นี่ไม่ได้ตื่นเต้นเลยที่มึงโทรมาเนี่ย


ถึงแล้วเหรอวะ เร็วฉิบ


ผมชูหน้าจอให้อยู่ในระดับเดียวกับสายตา คนในสายถือมือถือเดินเข้าเซเว่นจนกล้องมันสั่น ผมแอบปวดหัวเบาๆ ที่หน้าจอมันไม่ยอมหยุดนิ่ง


(ยังอะ แวะปั้มก็เลยคอลมา) ไอ้คิวว่าก่อนจะยิ้มขึ้น ขนาดภาพกล้องแตกละเอียดมึงยังดูดีเลยให้ตาย (แล้วนี่ทำไรอะ ไม่นอนเหรอ)


กูกำลังจะนอนแต่มึงก็คอลมาเนี่ย กูจะนอนหลับไหม


(เอ้าเหรอ เรานึกว่าคิดถึงเราอยู่เสียอีก)


ไอ้คิวก้มหน้าพูดเสียงเบา คงอายคนในเซเว่นสิท่า อายแล้วยังจะด้านพูดออกมาอีก ใครจะไปอยากฟังคำพูดเน่าๆ ของมึงวะ แหวะ


มึงต่างหากที่คิดถึงกู ใช่ไหมล้า


(อืม)


แค่คำพูดสั้นๆ ทำเอาผมชะงักหยุด นี่กูพูดย้อนเพื่อให้มึงติดกับดักจะได้เขินกู ไม่ใช่ให้มึงมายอมรับซึ่งๆ หน้า จนกูเกิดอาการประหม่าแบบนี้!


แล้วนี่มึงแวะเซเว่นทำไม กินข้าวเช้าแล้วนี่ผมรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นว่ามันเดินวนรอบเซเว่นจะสามรอบได้ เดี๋ยวก็ไปถ่ายละครไม่ทัน ไอ้ห่า


(ทันดิ ถ่ายตั้งสี่โมงเย็น นี่เพิ่งจะเที่ยงเอง) ไอ้คิวว่าก่อนจะยกนาฬิกาขึ้นดู (เราแวะมาซื้อนมกินอะ เดี๋ยวปวดท้องระหว่างทาง ยังไงก็รีบนอนนะ เดี๋ยวคืนนี้คอลหาอีก)


ไม่ต้อง


ผมรีบตัดความตั้งใจมันทันที ไอ้คิวขมวดคิ้วยู่ปากแสดงความไม่พอใจ


(ทำไมอะ)


พอเห็นสีหน้างอนๆ ของมันผมก็อดแคปหน้าจอไม่ได้ นี่แน่ะ กูจะเอาไปลงในทวิตให้คนรีเยอะๆ


จะคอลหากูทำไม กูไม่ชอบคุยแบบเห็นหน้าผมว่าไปตามตรง


ที่ไม่ชอบเพราะผมเหมือนถูกจ้องจากคนตรงข้ามตลอดเวลา แล้วหัวสมองผมจะประมวลคำพูดออกมาได้ล่าช้าและเหมือนจะพูดอะไรก็ติดขัดไปหมด เอาง่ายๆ คือผมเขินอะ ไม่ชอบการสบตาตรงๆ แบบนี้


(งั้นคุยแบบไม่เห็นหน้า)


ไม่


(น้า อย่างน้อยก็ได้บอกฝันดีก่อนนอนก็พอ เราอยากมีกำลังใจทำงาน)


ทุกครั้งมึงทำงานก็ไม่ต้องมีกูมะ ไปขอกำลังใจจากไอ้กัสเดือนแพทย์ที่เป็นคู่จิ้นมึงนู้น


(ฮั่นแน่ มีประชด)


ไอ้คิวว่าไม่พอยังเอานิ้วมาชี้เพื่อเย้าแหย่ผมอีก


ไม่มีอะไรแล้วชะ กูจะนอนผมทำเป็นตัดบทสนทนา ไอ้คิวเดินไปจ่ายเงินเคาน์เตอร์ เสียงหวานของพนักงานทำเอาผมแอบเบ้หน้าแรง


(วันนี้ไปไหนเปล่า)


เหมือนมันมีเซ้นส์รู้ว่าผมต้องมีนัด ในตอนแรกผมจะเลือกปฏิเสธ แต่พอเห็นแววตาที่มองมาแบบใสซื่อก็ทำเอาผมแอบโกหกไม่ลง


อะไรวะ ทีมันโกหกผมตั้งหลายเรื่องมันยังทำได้เลย


ไม่มี” แต่ผมเลือกที่จะโกหกมัน


(โกหกเราทำไมอะ)


อะ


ผมผงะไปเมื่อเห็นว่าน้ำเสียงมันไม่ได้มีความล้อเล่นแต่อย่างใด เหมือนมันรู้เรื่องราวก่อนจะมาถามผมอยู่แล้ว


โกหกอะไร ไม่…”


(พิมพ์แอดไลน์มาทำไมเหรอ)


นั่นไง


เรื่องนี้ไม่ไอ้นิวก็ไอ้ทิวนี่แหละที่ส่งสารไปบอก สองผัวเมียคู่นี้นี่นะ!


แค่อยากคุยอะไรนิดหน่อยอะ ไม่มีอะไรหรอกผมว่าไปตามตรง


(นัดไปข้างนอกหรือเปล่า) มันทำหน้าเศร้า


เห้ย! อย่ามาทำให้กูดูผิดแบบนี้ดิวะ 


ก็นัด


(จะไปหาเธอเหรอ)


อือผมพยักหน้ารับ ไอ้คิวเอาลิ้นดุนแก้มเหมือนคิดหนัก มึงจะคิดมากแทนกูทำไมวะ พิมพ์อาจจะแค่อยากคุย ไม่มีอะไรหรอกมั้ง


(ไม่ได้คิด ก็แค่ไม่อยากให้ไป)


เอาน่าผมรู้ว่าความดื้อไอ้คิวมีสูง นี่ถ้าไม่ติดงานแม่งคงบิดมอไซค์กลับมาแล้วแน่ หวงผมยิ่งกว่าหวงมันเองเสียอีก ตั้งใจทำงานเว้ย สู้


ผมชูสองนิ้วพร้อมกับยิ้มไปอย่างที่ผมไม่ได้ยิ้มให้มันมานาน บางทีการปิดกั้นความรู้สึกของผมอาจทำให้ไอ้คิวคิดมากก็ได้ มันคงสบายใจขึ้นเยอะที่ผมเลือกจะไม่โกรธมันเหมือนในตอนแรก


ที่มันไม่กล้าบอกความจริงผม ก็เพราะกลัวผมจะเสียใจเรื่องพิมพ์จนไม่เป็นอันทำอะไร ดีแล้วล่ะที่ผมมารู้ความจริงเอาตอนที่ไม่มีใจเผื่อให้ผู้หญิงคนนั้นแล้ว แต่ก็แอบจี๊ดๆ ตรงที่รู้ว่าคนหักหลังผมเป็นเพื่อนที่ผมเชื่อใจนี่ล่ะ


(ถ้ามีอะไรไม่สบายใจ บอกนะ) น้ำเสียงไอ้คิวเป็นห่วงชัดเจน จนผมแอบใจกระตุกไม่ได้ (เราไม่อยากให้นายเก็บความรู้สึกไม่ดีไว้คนเดียว โอเคไหม)


อืม เลิกดีเลิศประเสริฐศรีกับกูได้แหละ กูรู้สึกผิด


(เราดีแค่กับมาร์ชไง เราไปแหละ เดี๋ยวรถติดจะไปสาย J บ๊ายบายยย)


ไอ้คิวโบกมือพร้อมรอยยิ้ม แม้จะทิ้งแววตาดูเป็นหวงผมทิ้งท้ายไว้ก็เหอะ ผมปิดหน้าจอพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ผมดื้อเองที่เสี่ยงตอบตกลงไปคุยกับพิมพ์ มันเหมือนการเอาตัวเองไปทรมานชัดๆ ไม่มีไอ้คิวอยู่ข้างๆ นี่ ผมจะเป็นยังไงนะถ้าหมดคำพูดหรือไปต่อไม่ได้ก็จะไม่มีผู้ชายหน้าไหนมาดึงผมออกจากจุดๆ นั้น ไม่มีใครโวยวายให้ผมเลิกคุยกับเธอ ไม่มีใครที่ตัดบทสนทนาได้น่าถีบเท่ามัน


ครั้งนี้เหมือนผมต้องเผชิญชะตากรรมด้วยตัวเองสินะ


ผมลุกขึ้นหยิบกล้องตัวโปรดขึ้นมาก่อนจะเลื่อนดูรูปทั้งหมด รูปบางรูปไม่ได้สวยมากถึงขนาดเอาไปลงเพจตามความต้องการไอ้ทิวได้ แต่มันกลับเป็นภาพทรงจำของผมกับไอ้คิวได้เป็นอย่างดี บางทีก็กลับนึกโมโหตัวเองที่ทนความรู้สึกคับแค้นใจต่อไอ้คิวมาตลอดสามปีได้ยังไงโดยไม่ถามความจริงจากปากมันจริงๆ จังๆ


โลกเรานี่แปลกเนอะ คนที่เราคิดไว้ใจก็กลายเป็นคนหักหลัง ส่วนคนที่เราเกลียดเขาแทบตายพอมาได้รู้อะไรหลายๆ อย่างจากตัวเขาเองก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก มันไม่มีอะไรแน่นอนกับใจคนจริงๆ


แต่จะว่าไป แค่มึงหายไปจากกูแค่ไม่กี่ชั่วโมงกูยังรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปเลยแหะ แปลกชะมัด











--------------------------------------------------------------------------------





@ห้างใกล้มหาวิทยาลัย


เท่าไรครับพี่


สิบห้าบาท


ผมจัดการส่งเงินตามจำนวนที่พี่วินมอเตอร์ไซค์ต้องการทันที ก่อนจะหันมามองสถานที่ตรงหน้าที่ไม่ค่อยได้มาบ่อยนักแม้จะอยู่ติดมหาวิทยาลัยของผมก็ตาม


หลังจากที่แอบงีบไปราวๆ สามชั่วโมงผมก็รีบกุลีกุจรมาตามนัดหมายของผู้หญิงคนนั้นทันที ส่วนไอ้คิวก็เงียบไปเลย อาจเป็นเพราะกำลังขี่รถอยู่หรือไม่ก็ไปถึงกองถ่ายแล้ว ช่วงนี้มันค่อนข้างมีชื่อเสียงในหนึ่งระดับอาจเป็นเพราะเพจมหาวิทยาลัยเริ่มเป็นที่รู้จักทั้งในเฟสบุ๊กและทวิตเตอร์ แอดมินเพจก็ดูทำงานโปรโมทกันอย่างบ้าคลั่ง มีทั้งแฟนคลับจากที่อื่นมาติ่งมันมากมาย ผมก็เคยโดนเอารูปไปลงนะ แต่คงเป็นเพราะหน้าตาผมไม่ตรงจริตสาวๆ สมัยนี้มั้งเลยไม่ถูกเป็นที่พูดถึง 


ผมก็เป็นห่วงสุขภาพมันนะ ทำงานหนักไม่พอยังต้องขี่รถไปเองอีก ผมเคยถามว่าทำไมไม่มีผู้จัดการส่วนตัว มันบอกไม่อยากมีปัญหาทั้งเรื่องสัญญากับโมเดลลิ่งอะไรต่างๆ อีก รับงานแบบเน็ตไอดอลคิ้วท์บอยทั่วไปจะดีกว่า


ผมกดนาฬิกาหน้าจอมือถือดูก่อนจะก้าวเท้าไปยังร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดข้างในตัวห้าง ผมมาสายเกือบๆ สิบนาที ถ้าเป็นแต่ก่อนผมคงแคร์และรีบวิ่งไปขอโทษขอโพย แต่ตอนนี้ไม่แล้ว ผมจะเดินชิวเท่าไรก็ได้ ขนาดเธอยังไม่แคร์ความรู้สึกผมเลย ผมจำเป็นต้องแคร์เธอกลับไหม?


ก็ไม่เลยสักนิด


มาสายนะเราน่ะ


ได้ทีผู้หญิงตัวเล็กก็ทำหน้าทำตาเย้าแหย่ผม ผมยิ้มขึ้นนิดๆ ย้ำว่านิดเดียวจริงๆ ก่อนจะนั่งฝั่งตรงข้ามเธอพลางมองรอบๆ ตัวที่มีนิสิตแอบเหล่มองเราสองคนด้วยสีหน้าที่แอบเผือกชัดเจน


ต้องมีคนสงสัยผมกับเธอแน่ๆ เพราะทุกครั้งตัวผมจะติดกับไอ้คิวและเป็นที่สนใจของใครหลายคน แต่วันนี้มาผิดสังเกตตรงที่อยู่กับผู้หญิงนี่แหละ


มีอะไรจะคุยเหรอผมถามเพื่อเปิดประเด็น จะได้รีบๆ กลับ


นี่มาร์ชแกล้งห่างเหินเรากลับปะเนี่ย ตอนแรกๆ ยังดูพูดคุยปกติอยู่เลย


เธอถามผมกลับซะงั้น ผมไม่ได้มองหน้าเธอแต่เลือกที่จะมองลิสต์รายชื่ออาหารบนโต๊ะ ไม่ได้แกล้งซะหน่อย ห่างให้เห็นชัดๆ เลยต่างหาก


เอ๊ะ แต่ที่จริงเราห่างกันมาสามปีแล้วนะ เรียกร้องอะไรเนี่ย


ก็อยากให้เป็นแบบนี้ไม่ใช่หรือไง


แหม่ น้อยใจไปได้เธอว่าไม่พอยังเอามือมาจับมือที่ผมจับรายการอาหารอยู่อีก ผมชักมือออก นอกจากจะไม่หวั่นไหวแล้วยังรู้สึกไม่ชอบมาพากลด้วย ที่ให้ออกมาคุยก็เพราะพิมพ์อยากกลับมาสนิทกับมาร์ชเหมือนเมื่อก่อนต่างหาก


สิ้นสุดประโยคที่เธอพูดมา ผมค่อยๆ เงยหน้ามองเธออย่างไม่เชื่อหูตัวเอง จะมาไม้ไหนกันแน่วะ .หรี่ตามองอ่อน


ทำไมอะ


เราดูห่างกันเกินไป กลัวมาร์ชอึดอัด


ผมต่างหากที่ต้องพูดคำนั้นไหม ยิ่งมาสนิทยิ่งรู้สึกอึดอัดกว่าอีก


อย่าเลยผมว่าก่อนจะยิ้มขึ้นนิดๆ แบบนี้ล่ะ มีความสุขมากกว่าอีก


พิมพ์ดูผงะในคำพูดผมนิดนึง คงไม่คิดว่าผมจะปากร้ายกับเธอมากขนาดนี้ แต่เธอก็กลับมาคีปใบหน้ายิ้มแย้มได้ปกติ ยอมรับว่าเธอสวยกว่าแต่ก่อนขึ้นมามาก แต่ใจผมไม่มีความรู้สึกเต้น รู้สึกอยากกลับไปตกหลุมรักเธออีกครั้งเลยแหะ


อยากเอาดินมาถมหลุมให้มิดมากกว่าอีก J


โกรธพิมพ์ที่พิมพ์บอกเลิกไปในตอนนั้นอยู่เหรอ


“…”


สามปีแล้วนะเธอว่าก่อนจะเอียงคอทำตาใสซื่อ พิมพ์ยอมรับนะว่าตอนนั้น พิมพ์โกรธมาร์ชมากที่มาร์ชนอกใจเราไปคบคิว


โอ้ย! คำนี้กูต้องพูดไหมมมมมมมม!


อ่ะฮะผมพยักหน้าเท้าคางมองหน้าเธอด้วยสีหน้าที่ไม่ได้รู้สึกผิดในคำพูดเธอ


พิมพ์ให้อภัยมาร์ชนะ ในตอนนี้พิมพ์ก็ไม่มีใคร พิมพ์เลยคิดว่า…”


เรากับคิวก็ยังคงสถานะสนิทกันเหมือนเดิมนะ” ผมตัดคำพูดของเธอในทันที


แต่ตอนที่มาร์ชเลิกกับพิมพ์ มีแต่คนบอกว่ามาร์ชเลิกคบคิวแล้ว ทำไมตอนนี้ถึงกลับมาคุยกันล่ะ


เฮ้อ อยากจะยืมคำไอ้คิวจัง แต่จะดูเป็นผู้ชายใจร้ายไปเนอะ


เราเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างแล้วอ่ะ รวมถึงเรื่องๆ หนึ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อนด้วย


ผมยิ้มสู้ ใบหน้าผู้หญิงตรงหน้าดูเจื่อนจนแสดงออกชัดเจน จะว่าไป ทฤษฎีไอ้คิวนี่ก็สนุกดีแหะ เหมือนคำพูดอ้อมๆ จะทำเอาคนตรงหน้าดิ้นไม่เป็นท่าเลย


ระ เรื่องอะไรอะ


อ๋อเรื่องที่มาร์ชทะเลาะกับคิวอะ เข้าใจว่ามันเป็นความเข้าใจผิด ไม่มีอะไรหรอก


ผมทำพูดปฏิเสธ เธอเริ่มวอกแวกจนผมแอบยิ้มมุมปากไม่ได้ แน่จริงก็สารภาพความผิดมาสิ จะได้จบๆ เลิกอึดอัดกันและกันไปเสียที นี่คนอุตส่าห์ถนอมน้ำใจให้เปิดประเด็นเลยนะ


พักนี้คิวดูดีขึ้นแถมดังขึ้นด้วยเนอะ


เธอกลับเปลี่ยนเรื่อง ผมเลยทิ้งช่วงหายใจเอาหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยแววตาเซ็งๆ


อืม บ้านมันก็รวยขึ้น การงานก็ดีขึ้น หน้าตาก็เป็นที่หมายปองใครหลายๆ คน เราตัดสินคนจากภายนอกและอดีตไม่ได้หรอก เราไม่รู้หรอกว่าอนาคตคนๆ หนึ่งจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน


ผมพูดเน้นย้ำ นี่ไม่ได้หมายความถึงไอ้คิวในช่วงท้ายเลยนะ หมายความถึงคนตรงหน้าผมเนี่ย


พิมพ์ก็ติดตามผลงานคิวมาเหมือนกันช่วงพักหลังพิมพ์ทำท่าดี้ด้าจนผมรู้สึกลางเริ่มไม่ดี พิมพ์อยากจะสนิทกับมาร์ชกับคิวนะ อย่างน้อยก็ทำให้พิมพ์มีเพื่อนกับเขาบ้างอะ


แล้วไม่มีเหรอ เห็นผู้ชายตามติดแจเลยนี่


อ้าว หลุดปากจนได้ ว้า! แย่จุงเบยยยยยย


เอ่อก็แค่คนคุยอะ พิมพ์ไม่ได้คิดกับคนพวกนั้นเกินเลยมากกว่าพี่น้อง เธอรีบยกข้ออ้างขึ้น ทั้งชีวิตนี่จริงจังมากสุดก็มาร์ชนี่แหละ ฮ่าๆ


ฮ่าๆ ขำ


ผมขำออกไปแต่หน้านิ่งสุด รู้แหละว่านี่เป็นการประชดของผม เธอสูดลมหายใจมองหน้าผมแรง นี่รู้ตัวยังว่าผมไม่โอเคกับเธอเนี่ย แสดงออกชัดขนาดนี้แล้วนะเฮ้ย!


ขอถามหน่อยสิ


จู่ๆ เธอก็เข้าประเด็นจริงจัง เพราะน้ำเสียงของเธอเปลี่ยนจากดี้ด้าเป็นเรียบนิ่ง แต่หน้าเธอยังมีความเป็นมิตรกับผมอยู่นะ


ว่า


มาร์ชเป็นอะไรกับคิวเหรอ


สิ้นสุดคำถามผมก็ชะงักเล็กน้อย ไม่รู้ว่านี่เป็นคำถามบ้านๆ มากแค่ไหน แต่มันกลับแทงใจดำผมเต็มๆ ถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาผมกับมันจะเคยเป็นศัตรูกันก็เถอะ แต่ในตอนนี้ความสัมพันธ์เรามันถลำจนผมเริ่มจับทางตัวเองไม่ถูกแล้วสิ


เพื่อน…” ผมพูดขึ้น พิมพ์ยิ้มนิดๆ เพื่อนสนิท


ผมพูดไปตามตรง เหมือนตัวเองถูกต้อนจนมุมเสียเอง ก็แค่คำว่าเพื่อนทำไมต้องคิดมากขนาดนี้วะมาร์ช


แค่เพื่อนใช่ไหม


พิมพ์ถามย้ำความแน่ใจจากผม ทำไมตอนทิ้งผมครั้งนั้นไม่ถามแบบนี้มั่งล่ะ ได้แต่ไม่ฟังๆ อีท่าเดียว ทีแบบนี้จะมาย้ำความมั่นใจทำเพื่อ


อืม


ดีเลยยย


เธอดีดนิ้วดีใจก่อนจะส่งรอยยิ้มที่ผมไม่รู้สึกว่าเธอจะจริงใจกับผมสักนิด เธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนผมใจหวั่น ไม่ใช่เพราะรู้สึกดี แต่นี่มันทำให้ผมกลัว กลัวว่ากำลังจะมีความหนักใจเพิ่มเข้ามา


ถามทำไมอะ


มาร์ชกลับมาสนิทกับเราเหมือนเดิมนะ


เพื่อ?


เราชอบคิวน่ะ ช่วยเราจีบคิวหน่อยสิ


อยากจะเอาส้อมทิ่มไก่มาทิ่มนมคนตรงหน้าจังเว้ย!
























-100%-

จากที่รู้สึกผิดหวังที่เลิกกันไป
สงสัยจะได้กลายมาเป็นศัตรูแย่งผู้แล้วค่ะ
งานนี้นังพิมพ์มาไม้ไหนนะ
นางจริงจังหรือปั่นประสาทกันแน่ แล้วคิวจะถูกสิงหรือไม่
แว๊กกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ปล.พรุ่งนี้ผมคบกับบอทวางขายที่งานหนังสือที่แรก
ใครใจดีแวะไปหยิบแล้วจ่ายเงินหน่อยจะดีมากค่ะ55555
มาเจอกันที่งานหนังสือวันที่ 1 ได้นะะะ
มาหาเฉยๆ ก็ได้ อิอิ

เดี๋ยวววว ขออนุญาตขายของ55555555555555
ผมคบกับบอท ตีพิมพ์กับ สนพ.SENSE BOOK นะคะ
ติดตามข่าวสารได้ที่เพจ










แอดแฟน กดที่รูปพี่มาร์ชเลย!
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ minjae and v gif
โหวต + เม้น ด้วยนะครับ
ตามติ่งคิวมาร์ชได้ที่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,645 ความคิดเห็น

  1. #6613 ไอแนน (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:11
    มาร์ชหึง แบบนี้
    #6,613
    0
  2. #6590 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 11:24
    อิผีีีีีีีัพิมพ์!!!!!
    #6,590
    0
  3. #6545 Nada Am (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 01:08
    อีนังพิ๊มมมม เลววว เกรียดแกกก
    #6,545
    0
  4. #6513 Tonfern2755 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 03:41
    อีกะหรี๊ กรี๊ดดกดกก
    #6,513
    0
  5. #6279 $iviα✻ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 17:23
    หมั่นไส้นางพิมพ์ค่ะ หน้าด้านเวอร์55555555555
    #6,279
    0
  6. #6156 Miki_milky (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 22:43
    พิมพ์เธอจะยุ่งกะคิวทำไม
    #6,156
    0
  7. #6046 little_aomam (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 17:50
    ขี้หวงจังนะคะมาร์ช
    #6,046
    0
  8. #5581 61seconds (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 16:27
    อ่านไปอุทาน "อิดอก" ไป แหม อิดอกกกก 555555
    #5,581
    0
  9. #5543 ZakittaA (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 19:28
    ตบเลยค่ะจะได้จบโอ๊ยยยย ดูพูดดดดด ทำไมเป็นคนแบบนี้อ่ะ เสียใจที่คิวไม่เอาและไม่สนใจด้วยนะจ๊าาาา
    #5,543
    0
  10. #5532 Mintae0_0 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 20:30
    อีพิมพ์นี่น่าตบจริงๆเล้ย5555555555
    #5,532
    0
  11. #5358 ppvs_ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 05:31
    อีาดยกมหกากยหมนไ ตบมัน!!
    #5,358
    0
  12. #5248 b2uty_pang2 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 10:15
    อ่านจบถึงกับอุทานอย่าหยาบคาย... เกลียดอีนังชะนีพิมพ์!!!! อ้ากกกหห
    #5,248
    0
  13. #5183 Som O Usanee (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 07:15
    โอ๊ยยยยยยย ดีออก ทอแลจังค่ะ นี่เป็นชะนีที่คันอะไรขนาดนั้น แค่เพื่อน ไม่จริงจังกับใคร อ่านไปเบะปากรัว ๆ เลยค่ะ คันขนาดนี้คารามายสักสองโหลคงไม่พอ
    #5,183
    0
  14. #4949 sofar_fa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 13:17
    โหหหห หน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสจัดๆ มาไม้ไหนวะเนี่ย
    #4,949
    0
  15. #4561 SeowooPark (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 20:23
    โหหหห ชะนีหน้านั่นไปให้-ัดซีเมนต์มาหรอคะ?
    #4,561
    0
  16. #4513 Haruthai-Mookki (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 14:33
    โว้ยยยยยยยยยยยยยย!!!! ล้มโต๊ะแม่ม!!!!! เรื่องนี้นังชะนีพิมพ์ไม่ต้องมายุ่งนะ ไม่เกี่ยวด้วย ไม่-สิ เบื่อ
    #4,513
    0
  17. #4453 Spritezeed_Za (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 21:37
    พิมพ์นี่ไปทั่วเลยนะคะ ผ่านมากี่คนแล้วล่ะนั่น
    #4,453
    0
  18. #4345 Stupides (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 13:15
    โอ้ยย ชอบประโยคท้าย
    #4,345
    0
  19. #4300 민밀 มินเมียมิลค์ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 19:54
    มั่วจริงๆนังพิม
    #4,300
    0
  20. #3953 MadAmI (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 23:02
    โอโห เธอกินตำแยเป็นอาหารหรอคุณพิมมมมมมมมมมมม 55555555
    #3,953
    0
  21. #3947 น้องแคระ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 15:12
    หืมมม แม่นางคะ 11รด จิงจิ๊งงง
    #3,947
    0
  22. #3790 มูตี้ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 20:36
    ^_______^
    #3,790
    0
  23. #3724 ♔S⊙ul◈◆ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 00:54
    เอาส้อมจิ้มไก่มาจิ้มนม 5555
    #3,724
    0
  24. #3721 นักอ่าน. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 00:36
    โอ๊ย บ้านอยู่ไหนหรอ จะไปจุดไฟเผาาาาส
    #3,721
    0
  25. #3687 เคเฮชเย็นเย็น (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 08:54
    โอ๊ยยย เกลียดอีนี่
    #3,687
    0