[YAOI] FANSITE ll แฟนผมเป็นตากล้อง ❤ [THE END]

ตอนที่ 16 : ll แฟนผมเป็นตากล้อง ll EP.14 :: เขาจะหนีได้สักแค่ไหน [120%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,494
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    13 พ.ค. 60

ll FANSITE ll
#แฟนผมเป็นตากล้อง

EP.14
กฎของการเป็นแฟนคลับข้อที่ 15
'รับรู้ความรู้สึกของเขา'








[Q SAY]

อยู่ไหน?


ผมกรอกเสียงไปยังปลายสายไอ้ทิว เด็กปีหนึ่งที่พ่วงหน้าที่แอดมินเพจแฟนคลับของผม มืออีกข้างของผมที่ไม่ได้ถือโทรศัพท์กำลังคว้านหาบางสิ่งบางอย่างในลิ้นชัก


(ผมเพิ่งไปหาพี่มาร์ชมาอะพี่ มีอะไรเหรอ)


ไอ้เมมโมรี่การ์ดกล้องพี่หายไปไหนวะ พี่หาไม่เจอ


ผมพูดออกไปเมื่อเริ่มรู้สึกหัวร้อนนิดๆ ที่หาอะไรไม่เจอ มันหายไปได้ไงวะ


(ผมจะไปรู้ไหมละ ผมไม่ได้อยู่กับพี่ตลอดเวลานะ)


ไอ้ทิวว่าแกมขำ ผมปิดลิ้นชักก่อนจะเคลื่อนย้ายตัวเองไปหาในกล่องเก็บรูปภาพที่ซ่อนไว้ใต้เตียง


เมมฯ อันนี้สำคัญด้วย หายไปแบบนี้มีแต่ความฉิบหายแน่นอน


(พี่ลองดูดีๆ พี่ขี้ลืมออกจะบ่อย วันนั้นบอกว่าแฟรตไดซ์หายผลสรุปก็อยู่ในห้องน้ำ มาวันนี้เมมฯ หาย ผมว่ามันต้องอยู่ในห้องพี่นั่นแหละ)


ผมชักมือออกจากกล่องมานั่งนึกตามคำพูดไอ้เด็กในปลายสายดู ผมเก็บเมมโมรี่ไว้ที่ไหนว้า


ผลสุดท้ายผมก็ต้องปิดกล่องเก็บของก่อนจะถีบมันกลับเข้าไปข้างในอย่างเซ็งๆ แล้วหันมาสนใจปลายสายแบบจริงจัง


แล้วมาร์ชเรียกไปคุยทำไมวะ


ผมถามก่อนจะนั่งลงบนเตียง ข้าวของภายในห้องหายไปบางส่วนและของพวกนั้นก็เป็นของมาร์ชล้วนๆ รายนั้นกำลังชิ่งกลับบ้านแหง


(จะเอากล้องมาคืนผม)


อ้าวผมร้องออกไปทันที ถ่ายครบแล้ว?


(ยังอะดิพี่ เหลือเกือบร้อยกว่ารูปแถมเอาเงินมาให้ผมอีก บอกว่าขอชดใช้ส่วนที่เหลือเป็นเงินสามพันบาท)


แล้วแกบอกว่าไร


(ผมไม่เอาดิ ผมตั้งใจจะเอารูปพี่ตั้งแต่แรก เงินผมจะเอามาทำไม พี่ให้ผมมาตั้งเยอะแล้ว)


ชู่ ผมดุปลายสายก่อนจะสั่งให้มันเงียบเป็นการข่มขู่ เงินที่ให้ ให้เพราะแกคอยจัดตารางงานให้พี่ต่างหาก ไม่ได้ให้ฟรีนะเว้ย


(นั่นล่ะพี่ มันก็คือๆ กันนั่นแหละ)


ไอ้ทิวว่าติดขำ ผมมองนาฬิกานี่ก็ปาไปเกือบจะเย็นแล้ว ผมไม่เห็นมาร์ชจะโทรมาบอกหรือทิ้งข้อความเอาไว้ให้ผมรับรู้เลยว่าเขาจะกลับบ้าน นี่มันพยายามหนีหน้ากันชัดๆ ผมไม่ได้อยากจะตื๊อเขาทุกวันจนเกิดความน่ารำคาญหรอกนะ แต่ผมอยากได้วันเวลาเดิมๆ ความรู้สึกเดิมๆ ที่มาร์ชติดผมเหมือนช่วงนั้นกลับมา ผมพยายามมากแค่ไหน มาร์ชก็ผลักความพยายามผมออกทุกที


มันก็เกิดจากตัวผมเองที่แคร์ความรู้สึกมาร์ชจนลืมไปว่าความรู้สึกตัวเองมันก็สำคัญเหมือนกัน


แล้วตอนที่แกไปคุย มาร์ชอยู่กับใคร


(อยู่กับพี่นิวอะ เพื่อนพี่มาร์ช) ทิวตอบทันที


เออ ไม่มีอะไรแหละผมปัดส่ง โล่งใจไปที่อยู่กับเพื่อน ถ้าอยู่กับคนอื่นอย่างไอ้เนียร์ล่ะก็… “เออทิว พี่ฝากเราดูกล้องตัวใหม่ด้วยนะ ใกล้วันเกิดมาร์ชมันแล้วพี่ยังไม่ได้ไปเลือกของเลย


(หืม พี่จะซื้อกล้องให้เลยเหรอ แล้วกล้องตัวเก่าที่พี่เคยซื้อตอนมัธยมอะ)


ตัวนั้นเก็บเอาไว้เฉยๆ อะ มันเก่ามากแล้ว มาร์ชคงไม่ชอบหรอก


(อ๋อได้พี่ เดี๋ยวผมแวะห้างไปดูให้นะ)


ผมตัดสายทันทีที่ไอ้ทิวเออออตกลงกับคำขอของผม ผมโยนมือถือไปข้างหลังอย่างลวกๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนมองเพดานนิ่ง


ผมรู้สึกว่าตัวเองเริ่มเหนื่อยที่ต้องกลายมาเป็นคนพยายามเข้าใกล้มาร์ชมากกว่าที่มาร์ชจะมาเข้าใกล้ผม ผมไม่รู้ว่าในอนาคตระหว่างผมกับเขาจะพัฒนากันไปได้มากแค่ไหน หรือบางทีอาจจะย่ำอยู่กับที่ ผมจะกลายเป็นคนคอยวิ่งตามมาร์ชไปแบบนี้โดยที่มาร์ชจะไม่เห็นความพยายามผมสักหน่อยเหรอ


ผู้ชายที่ผมมองแล้วมีความสุขแม้ว่ามาร์ชจะทำหน้าดุผมตลอดเวลา เอาแต่ด่าผมปาวๆ ทำหน้าซึนๆ เวลาผมหยอด หรือทำเหมือนรู้ทันทั้งที่ไม่เคยจะตามผมทันเลยสักครั้ง ผมไม่รู้ว่าผมไปแอบชอบผู้ชายพรรค์นี้ไปได้ไง แค่ผมรู้สึกว่ามาร์ชมีอะไรในตัว ในตอนแรกผมคิดว่าความรู้สึกดีๆ ที่ผมมีให้เขามันคือความรักแบบเพื่อนสนิท


แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วล่ะว่ามันไม่ใช่เลยสักนิด


ผมหยิบมือถือขึ้นมาสไลด์หน้าจอหาหมายเลขมือถือของมาร์ชก่อนจะกลั้นใจกดโทรไปเพื่อถามว่าอยู่ไหน ผมเบื่อตัวเองที่กลายเป็นคนเซ้าซี้คอยตามรังควานมาร์ชจนเกินไป ก็มันอดไม่ได้อะ ถ้ามาร์ชมันเป็นอะไรไปหรืออยู่กับคนที่ผมรู้สึกไม่ไว้ใจ ผมก็ไม่อยากให้มาร์ชมันไปอยู่จุดนั้นปะวะ


ตู้ดดดดดดดดดด


เสียงรอสายดังขึ้นทำเอาผมโล่งอกในหนึ่งระดับที่มาร์ชไม่พิเรนทร์ปิดเครื่องหรือตัดสายหนีผม


(ว่า)


ผมรีบเด้งตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะยิ้มออกมาด้วยใจที่เต้นรัว ไม่ชินกับความรู้สึกตื่นเต้นเวลาได้ยินเสียงหรือได้เห็นหน้ามาร์ชเลยแหะ


อยู่ไหนเหรอ?


ผมถามเสียงนิ่ง พยายามคีปเสียงให้ดูเหมือนไม่รู้ว่าคนปลายสายอยู่ไหนกับใคร


(ที่มอดิ เรียนอยู่) มาร์ชตอบมาด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ใช่การตอบแบบขอไปที (มาร์ชมึงล้างตีนก่อนนั่งบนเตียงกูด้วย)


แต่


น้ำเสียงแปลกๆ กลับเล็ดลอดเข้ามา เป็นจังหวะที่มาร์ชคงรีบเอามือตะปบเพื่อปิดบังเสียง


ใครอะ


(ไอ้นิวไง แค่นี้นะจะเรียน)


ที่คลาสมีเตียงด้วยหรือไงอะ


(แม่ง)


เสียงสบถของคนในสายดังขึ้น เผยให้รู้ว่ามันถึงทางตันที่จะต้องมานั่งโกหกผมแล้วล่ะ


อยู่ไหนอะ บอกเรามาเหอะ


(เออ อยู่หอไอ้นิว กูจะไม่กลับไปนอนหอมึงแล้วนะ)


ทำไมอะ


(ก็กูเกรงใจ กูไม่อยากไปแย่งเตียงมึงทุกวัน แต่สบายใจได้ค่าหอกูจะไม่เอาคืน)


เราก็ไม่ได้บ่นสักหน่อยว่านายมานอนเบียดเราผมเบ้ปากรู้สึกงอนมาร์ชจริงๆ มันเป็นคำพูดที่จ้องจะหนีกันชัดๆ ไม่โอเคกับเราเหรอ


(ปะ เปล่า) น้ำเสียงปฏิเสธตะกุกตะกักทำเอาผมเข้าใจแล้วว่ามาร์ชมันคงอึดอัดที่จะอยู่กับผมจริงๆ นั่นแหละ (แค่นี้นะ)


อืม


ผมตอบสั้นๆ ไม่รู้นี่มันเป็นการน้อยใจที่ไร้สาระไปไหม แต่ผมรู้สึกไม่ชอบให้มาร์ชต้องคอยหลบหน้าผมหรือปฏิเสธความหวังดีของผม เข้าใจว่าผมอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ยุ่งย่ามชีวิตเขาเกินไป แต่ผมก็อยากเจอหน้ามาร์ชทุกวันปะวะ


ตู้ดดดดดดดดดดดด


เหมือนมือลั่นไปโดยสัญชาติญาณที่เผลอกดเบอร์นิวออกไป ผมเคยขอไว้ช่วงที่ไปข่มขู่ขอที่อยู่บ้านมาร์ชมาครั้งก่อน ครั้งนี้ผมไม่ได้อยากทำนะแต่มันจำเป็นจริงๆ นี่หว่า


(ฮัลโหลครับ)


คงไม่ได้เมมเบอร์กูสินะ


มาร์ชอยู่กับนายหรือเปล่า


(นี่ใครครับ)


หอนายอยู่ไหน


(หอผมเหรอ หอผมก็อยู่ซีคอนโดไง มีไรครับ นี่ใครเอ่ย)


ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด


ทันทีที่ผมได้รับคำตอบเพียงแค่นั้น ผมก็รีบตัดสายทิ้งทันที ก่อนจะคว้ากระเป๋าแล้วยัดชุดนอนตัวเองเข้าไปด้วย ผมรีบออกจากหอตัวเองแล้วขี่รถมอเตอร์ไซค์มุ่งไปที่ซีคอนโดที่ห่างจากหอผมไม่มากนัก ดีที่ซอยข้างมหาวิทยาลัยรถไม่ติดมาก ทำให้ผมมาถึงที่นี่เร็วราวกับเปิดวาร์ปมายังไงยังงั้น


ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าผมจะขอติดต่อทราบเลขห้องคนที่พักคอนโดนี้ได้ยังไงอะครับ


ผมจอดรถไว้ที่ลานจอดของคอนโด ก่อนจะเดินมาที่ป้อมยามเพื่อถามคุณลุงที่กำลังมึนเอ็มร้อยห้าสิบได้ในหนึ่งระดับ


น้องก็โทรหาเพื่อนน้องที่พักคอนโดนี้สิครับ คุณลุงยามตอบแบบไปที


เอ่อคือว่าผมจะมาเซอร์ไพรส์วันเกิดเขาน่ะครับ เลยไม่อยากให้รู้ตัวก่อน แล้วก็อยากให้ช่วยเปิดประตูให้ผมขึ้นไปเจอเพื่อนทีได้ไหมครับ


ผมพูดพลางแอบยื่นเงินไปที่คุณลุงแบบเนียนๆ ประมาณสามร้อยบาท คุณลุงตาโตทันทีที่เห็นเงินในมือของผม


ทำแบบนี้ไม่ได้นะ มัน…”


คือเพื่อนผมชื่อนิวน่ะครับ หน้าประมาณนี้


ผมพูดพลางส่งให้อีกห้าร้อยพร้อมยื่นหน้าจอมือถือที่มีรูปนิวในเฟสบุ๊คส่วนตัวของมัน


อ๋อ คนนี้จำได้ ชอบลืมคีย์การ์ดห้องบ่อยๆ วันนั้นก็เอาผู้หญิงผมสั้นๆ เมาเละเทะมาขึ้นห้องไปนอนด้วย แถมบ่นตลอดทางเลยนิ


ผมยิ้มขึ้นเมื่อรู้สึกว่ามาถูกทาง แต่ผู้หญิงผมสั้นที่ว่าคงเป็นไอ้เกมส์ ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่ลุงแกว่าหรอก


นั่นแหละครับ ไม่ทราบว่าเขาอยู่ห้องไหนเหรอครับแล้วลุงพอจะช่วยเปิดคีย์การ์ดให้ผมขึ้นไปได้ไหมอะครับ เดี๋ยวผมให้บัตรประชาชนลุงเอาไว้เป็นค่าค้ำประกันเลยครับ ผมไม่ได้ขึ้นไปทำร้ายคนในคอนโดแน่นอน


ผมยื่นบัตรประชาชนพร้อมกับเงินอีกห้าร้อยสุดท้ายในกระเป๋าเงินของผม คุณลุงรับไปทันทีก่อนจะคว้าพวงกุญแจคีย์การ์ดเดินออกมาจากป้อมยามอย่างว่าง่าย ผมไหวไหล่เมื่อเห็นว่าภารกิจการหลอกล่อยามเป็นไปได้อย่างราบรื่น คุณลุงยามสแกนคีย์การ์ดแล้วผลักประตูให้ผมก่อนจะดึงชายเสื้อผมไว้เหมือนจะบอกอะไรบางอย่าง


ห้อง 301 ริมขวาสุด ทำอะไรกันก็เบาๆ หน่อย ห้องไม่เก็บเสียง


อ๋อได้ครับ


ผมยิ้มรับก่อนที่ประตูหน้าคอนโดจะปิดลง ผมรีบกดลิฟท์ไปยังชั้นสามและเดินไปทางขวาตามที่ลุงยามบอก ก่อนที่เท้าของผมจะก้าวมาหยุดที่หน้าห้องสีครีม ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นคอนโดเล็กๆ เหมือนหอของผมแหะ คงไม่ใช่คอนโดหรูที่มีห้องแยกอะไรแบบนั้น


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


ผมเคาะประตูเรียกเจ้าของห้องตามมารยาท ด้วยความฉลาด ผมรีบใช้มือปิดตาแมวประตูหน้าห้องเอาไว้ไม่งั้นถ้ามันเห็นว่าเป็นผมคงไม่มีทางเปิดประตูมาต้อนรับแน่นอน


แอ๊ด


ว่ายังไงคร…”


อึก!


ทันทีที่ประตูเปิดออก คนเปลือยท่อนบนชะงักตกใจที่เห็นว่าคนมาเยือนเป็นผม ผมมองลอดเข้าไปในห้องก็พบว่ามาร์ชกำลังนอนบนเตียงกดมือถือ แถมยังไม่ใส่อะไรนอกจากกางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียวอีก!


มาหามาร์ช


มาร์ชไม่อยู่


"ไม่อยู่บ้าไร"


พรึ่บ


ผมเอามือผลักประตูเอาไว้ไม่ให้ไอ้นิวปิด ดูเจ้าของห้องจะตกใจไม่น้อยที่ผมหาห้องมันเจอ ผมเหลือบมองกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ตรงทางเดินหน้าห้อง ผมที่ไม่อยากให้ภาพมันออกมาเหมือนว่าผมมาหาเรื่องทะเลาะ จึงรีบแทรกตัวเข้าไปในห้องทันทีตอนนิวมันเผลอ


คนบนเตียงที่เห็นผมพรวดพราดเข้ามารีบกุลีกุจนลุกขึ้นมายืนมองนิ่ง ไอ้นิวคว้าเสื้อมาสวมอย่างร้อนรน ส่วนมาร์ชคงสงสัยว่าผมมาที่นี่ได้ไงสินะ


มาทำไมอะ” 


มาร์ชถามผมนิ่ง ผมมองคนตรงหน้าที่เปลือยจนแทบไม่เหลืออะไรแล้วรู้สึกหัวร้อนขึ้นมาไม่ได้


ทำไมถึงแต่งแบบนี้ตอนอยู่กับไอ้เตี้ยนี่สองต่อสองวะ เข้าใจว่าเป็นเพื่อนกัน แต่ทีตอนอยู่กับผมก็ไม่เห็นแต่งแบบนี้เลยสักนิด


เออนี่น้อยใจ มาแต่งที่หอเราบ้างก็ไม่ได้ แม่ง


คือ จะมาคุยกับนายเรื่องสัญญาหอไง


ผมไม่รู้จะแถว่าอะไรก็เลยเลือกเรื่องหอเข้ามาพูด แต่ดูเหมือนว่านิวจะเข้ามาเผือกถึงขนาดลากเก้าอี้มานั่งฟังใกล้ๆ เลยทีเดียว


ไว้คุยพรุ่งนี้ วันนี้มึงกลับไปเหอะมาร์ชพูดกับผมนิ่ง ผมเม้มปากรู้สึกหน้าชาเหมือนกำลังถูกไล่ยังไงยังงั้น หรือมึงมีอะไรจะคุยอีก?


นี่โกรธอะไรเราหรือเปล่า ไม่โอเคที่เราคอยแกล้งคอยกวนตีนนายเหรอ


ผมถามไปตรงๆ ไอ้นิวเริ่มถอยเก้าอี้ออกห่างไปยังหน้าตู้เย็นแล้วคว้าน้ำดื่มอึกใหญ่


ไม่ได้โกรธ ก็กูบอกแล้วว่าไม่อยากอยู่หอมึง


เราขอเหตุผล


กูรู้สึกอึดอัด


มากไหม


มาก


“…”


ผมเหมือนถูกตบหน้าแรงๆ ไปหนึ่งที ไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกไหมที่ต้องมาตามง้อคนๆ หนึ่งที่ความสัมพันธ์ไม่ชัดเจนสักอย่าง ขนาดคำว่าเพื่อนมาร์ชมันยังไม่เคยพูดกับผมเลย


เอ่อกูไปอยู่ตรงระเบียงก่อนนะ ส่วนพวกมึงก็คุยกันดีๆ


ไอ้นิวรีบออกจากจุดนี้ไปยังระเบียงข้างนอกที่มีประตูกระจกกั้นไว้พร้อมกับม่านสีกรมเข้มปิดบังแสงได้เป็นอย่างดี


กึก


 ผมเห็นแบบนั้นจึงเดินไปล็อกประตูระเบียงและปิดผ้าม่านให้ด้านนอกมืด ไอ้นิวที่อยู่ด้านนอกถึงกับโวยวายที่มันไม่สามารถเสือกแอบดูหรือได้ยินเรื่องที่เราจะคุยกันได้


มึงจะคุยอะไรอีกวะมาร์ชพูดปัดส่งก่อนจะนั่งลงบนเตียง ปกติมึงอยู่คนเดียวมาตลอดนี่ ไม่มีกูต่อแต่นี้มันก็ไม่ตายปะวะ


ตาย


อย่ามากวนตีน


เราคงคิดถึงนายอะ ไม่ย้ายออกจากหอไม่ได้เหรอ


ผมพูดไปตามความรู้สึกตรงๆ นี่แค่ไม่เห็นหน้ามาเกือบครึ่งวันผมยังหาทางมาเจอให้ได้เลย เหมือนผมเสพติดมาร์ชไปแล้ว ให้ทำไงได้วะ


เป็นบ้าไรคิว ทุกวันนี้ที่กูอยู่กับมึงก็เพราะกูแค่อยากได้รูปเพื่อชดใช้ไอ้เด็กทิวนั่นให้จบๆ ไป มึงก็รู้นี่


นายยังถ่ายไม่เสร็จเลยไม่ใช่เหรอ


รู้ได้ไง มาร์ชเงยหน้ามองผม แววตาหงุดหงิดแบบนั้นผมไม่ชอบใจเอาซะเลย แค่ร้อยกว่ารูป กูถ่ายมึงที่คณะแปปเดียวก็เสร็จแล้ว


"เหมือนนายกำลังพยายามหนี" ผมพูดเมื่อรู้สึกเจ็บใจแปร๊บๆ "แล้วเรากำลังพยายามวิ่งตามนาย ทั้งที่นายควรตามเราไม่ใช่เหรอ"


"กูไม่ได้สั่งให้มึงมารู้สึกนะคิว"


ที่ผ่านมามันไม่ได้ทำให้นายรู้สึกดีกับเราเลยเหรอวะ


รู้สึกดี?มาร์ชทวนคำพูดผมนิ่ง รู้สึกดีในแบบที่มึงอยากให้กูรู้สึกเนี่ยนะ


ก็ในเมื่อเราตามขอคืนดีนายแบบเพื่อนไม่ได้ เราก็ขอเริ่มต้นใหม่ในสถานะอื่นไง แต่นายก็ทำตัวออกห่างเราแบบนี้ มันโมโหนะเว้ย


แล้วมึงคิดว่ากูไม่โมโหปะ มึงเล่นกับความรู้สึกกูทุกวัน จนกูเริ่มสับสนใจตัวเอง มึงพอเหอะ กูก็เหนื่อยเป็น


มาร์ชพูดพร้อมกับถอนหายใจ แววตาที่ส่งตรงมาที่ผมทำเอาผมหวั่นใจ หรือผิดที่ผมเองที่บีบคั้นความรู้สึกคนตรงหน้าจนเกินไป ไม่ได้ถามว่ามาร์ชจะพร้อมเปิดใจให้ผมแค่ไหน แต่ที่ผ่านมามันชัดเจนไม่พอเหรอ ผมนึกว่ามาร์ชจะโอเคกับมันเสียอีก


นายไม่รู้สึกอะไรกับเราเลยเหรอ ตลอดเวลาที่อยู่กับเราอะ


“…”


ตอบดิผมเม้มปาก ดูเหมือนว่ามาร์ชจะไม่ให้คำตอบที่ชัดเจนกับผมจริงๆ ผมคงเป็นฝ่ายที่คิดไปเองตลอด ถ้าวันนี้มันไม่ใช่ วันต่อไปนายให้โอกาสเราได้ไหม แค่เปิดใจนิดเดียวก็พอ


ถ้าเป็นแต่ก่อนมึงพูดคำนี้ออกมากูคงลุกขึ้นไปถีบปากมึงแล้วคิว


“…”


แต่ตอนนี้แม้จะทำร้ายมึงกูยังต้องคิดเลยว่ากูทำไปเพื่ออะไร


นายเป็นมาร์ชคนเดิมที่เรารู้จักได้ไหมอะผมเดินเข้าไปหามาร์ชที่นั่งมองผมไม่ละสายตา ก่อนที่ผมจะนั่งชันเข่าเพื่อให้ความสูงขนานกับคนที่นั่งอยู่ปลายเตียง อย่าหนีความรู้สึกตัวเองเลยมาร์ช เรารู้ว่านายไม่ได้อึดอัดที่จะอยู่ใกล้เรา แต่นายแค่หนีความรู้สึก


มึงเรียนจิตวิทยามาเหรอ ถึงรู้ดี…”


นายโกหกตัวเองนายไม่เหนื่อยเหรอมาร์ชผมตัดคำพูดมาร์ชก่อนจะเอื้อมมือสองข้างไปจับหน้าประคองเอาไว้ มาร์ชแอบผงะนิดๆ ไม่ได้ขัดขืนแต่เลือกที่จะปล่อยให้ผมจับมันอยู่แบบนั้น โกหกว่าตัวเองเก่งจิตวิทยาทั้งที่ไม่ถนัดเลยสักอย่าง โกหกว่าตัวเองไม่ป่วยทั้งที่เราเห็นนายหน้าซีดจนแทบจะเป็นลมไม่ไหว โกหกว่าตัวเองเฉยๆ กับพิมพ์แต่ความจริงนายเพียงแค่อยากลืมเรื่องทั้งหมดด้วยคำพูดตัวเองก็เท่านั้น และสุดท้ายนายโกหกว่าอึดอัดที่อยู่ใกล้เรา แต่นายก็ปล่อยให้เราครอบครองตัวนายเหมือนในตอนนี้…”


“…”


นายมันบื้อจังเลยมาร์ช


ผมมองคนตรงหน้านิ่ง ภายในห้องมีเพียงแต่ความเงียบที่ครอบงำเราสองคนไว้ แววตาของมาร์ชทำเอาผมไม่สามารถละสายตาออกห่างได้


กู…”


ปัง ปัง ปัง!


เปิดดดดดดด


ผมชักมือออกจากใบหน้ามาร์ชอัตโนมัติเนื่องจากเสียงเคาะประตูระเบียงดังลั่นจนเราสองคนต้องกลับมาทำตัวปกติเหมือนไม่ได้ทำอะไรกัน ผมเลิ่กลั่กเล็กน้อยไม่ต่างจากมาร์ชที่ลอบกลืนน้ำลายแล้วกลับไปนั่งทำตัวปกติอยู่บนเตียง ผมลุกขึ้นจากพื้นก่อนจะยืนมองหน้ามาร์ชที่ช้อนสายตามองผมมาพอดี ไม่รู้ว่านี่อาจทำให้มาร์ชลำบากใจหนักกว่าเดิมไหม แต่ที่รู้ๆ ผมคงทำให้มาร์ชเข้าใจตัวเองมากขึ้น


อย่าหนีเราไปอีกนะ


ผมยิ้มขึ้นนิดๆ พูดเบาๆ กับมาร์ชด้วยคำพูดอ้อนวอนก่อนจะเดินไปที่ระเบียงเปิดให้เจ้าของห้องที่แท้จริงมันเข้ามา


นี่อีกนิดเดียวยุงพากันสวดศพกูแล้ว แม่x!”


ได้ทีไอ้นิวก็บ่นผมชุดใหญ่ ลืมไปว่ามันมีเพียงเสื้อยืดตัวเดียวส่วนท่อนล่างก็เป็นเพียงผ้าขนหนูผืนบางๆ ยุงคงบินเล็ดลอดผ่านไปกัดง่ามไข่ได้เป็นที่เรียบร้อย


เรากลับก่อนแล้วกัน


ผมพูดกับนิวด้วยสีหน้าที่เจื่อนไปนิดๆ ดูท่าว่านิวจะสงสัยว่าผมกับมาร์ชคุยอะไรกัน ผมหันไปมองมาร์ชที่ก้มหน้าก้มตา เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่


มึงมาหามาร์ชแค่นี้?


ไอ้นิวได้ทีจึงหันมาถามผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยอย่างหนักหน่วง ผมถอนหายใจพยักหน้าไป


อืม แค่คุยอะไรนิดหน่อยผมหันไปพูดกับนิวก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายตัวเองขึ้นมา ยังไงก็ฝากดู…”


กินอะไรยังอะ อยู่ก่อนดิ


อยู่ๆ เสียงของคนบนเตียงก็ทำเอาผมชะงักเท้าหยุด ไม่ต่างจากนิวที่เบิกตากว้างดูตกใจในคำพูดของมาร์ชเมื่อครู่ ผมหันไปมองหน้านิวด้วยอาการอึ้งกิมกี่เล็กน้อย ถามว่าชอบไหม


มากเลยครับผมมมมม!


ผมรีบปากระเป๋าไปที่เดิมก่อนจะยืนยิ้มมองมาร์ชที่ทำเหมือนไม่ใส่ใจผมแต่แท้จริงแล้วเขาก็มีมุมน่ารักแอบอยู่เหมือนกันนะเนี่ย


อะ เอ่อกินอะไรดี


ได้ทีเจ้าของห้องจึงเปิดประเด็นชักชวน ผมนั่งลงที่เก้าอี้หน้าคอมหันไปทางมาร์ชที่เงยหน้ามาสบตาผมเข้าพอดี เหมือนว่าจะเป็นบรรยากาศอึดอัด แต่มันไม่ใช่ มันคือบรรยากาศของความกังวลและทำอะไรไม่ถูกของผมกับมาร์ชต่างหาก


มาม่า


มาร์ชหันไปตอบเพื่อนจนไอ้นิวทำหน้าอี๋


ไม่แดก เบื่อไอ้นิวตอบในทันที มึงอยากกินอะไรคิว


ว่าแล้วนิวก็หันมาถามผม ผมยิ้มนิดๆ ก่อนจะตอบไป


มาม่า


เอ๋ ไอ้สองคนนี้มึงกวนตีนกูเหรอเหมือนว่านิวจะถูกรุม แต่จริงๆ ผมกินอะไรก็ได้ขอแค่มีคนบนเตียงกินกับผมก็พออะ มาม่าก็มาม่าเว้ยยยย


ไอ้นิวทึ้งหัวก่อนจะหันไปเปลี่ยนกางเกงและเดินไปยังโซนครัวในห้องตัวเอง มันจัดการตามคำขอของเราสองคน ส่วนผมก็เท้าคางกับโต๊ะคอมฯ มองมาร์ชที่กำลังตั้งใจอ่านบางอย่างบนหน้าจอมือถือ


ไม่รู้ว่าคำพูดที่ผมพูดออกไปจะทำให้มาร์ชคิดตามแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ จิตวิทยาของมาร์ชที่เรียนมาไม่ได้ช่วยให้เจ้าตัวยอมรับความจริงในใจตัวเองได้เลย เป็นปกติถ้าเรารู้สึกกับอะไรมากๆ แล้วเราไม่เชื่อในตัวเองคนเรามักจะหนีความจริง เหมือนตอนที่ผมเรียนมัธยม ผมไม่รู้ตัวตนตัวเองเลยด้วยซ้ำว่าผมสามารถพัฒนาตัวเองได้และดูดีขึ้นได้ ผมหนีความจริงเหล่านั้นจนกระทั่งผมกลับมาคิดว่าผมควรเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อมาร์ช แต่ไม่ทันที่ผมจะได้เริ่มความสัมพันธ์ของเราสองคนก็ยุติไปเสียแล้ว


มองไร


คนตรงหน้าผมเงยหน้าขึ้นมาหาเรื่องผมด้วยสีหน้าน่ารัก แก้มแดงๆ ลามไปยังใบหูนี่น่ามันเขี้ยวชะมัด


มองไม่ได้เหรอ


มองน่ะมองได้ แต่ไม่ใช่สายตายั่วตีนแบบนั้นไอ้เวร


ผมอมยิ้มนิดๆ เป็นคำด่าที่ไม่เห็นจะรู้สึกเจ็บบ้าเจ็บบออะไรเลย ไม่ใช่ว่าผมด้านจนรับคำด่าของมาร์ชได้โดยไม่รู้สึกสะเทือนอะไรนะ แต่คำด่าของคนที่เราชอบต่อให้ด่าว่าผมหน้าแย้ ผมยังรู้สึกเหมือนตัวเองหน้าเหมือนมิกกกี้เมาส์เลย


แล้วจะกลับไปนอนหอเราอีกไหมอะ


ผมถามมาร์ชอีกรอบ คนตรงหน้าละสายตาออกจากหน้าจอก่อนจะปิดแล้วหันมาใส่ใจในคำถามของผม


ไม่


โห นึกว่าจะเข้าใจกันแล้วซะอีกผมเบะปากเหมือนถูกขัดใจ


“ไม่ ไม่ใช่วันนี้มาร์ชพูดขึ้น เดี๋ยวกูก็ต้องกลับไปเก็บของที่เหลือ ไว้กูจะออกกูจะบอกอีกรอบแล้วกัน


ผมยิ้มออกมาโดยไม่ปิดบังอะไรทั้งนั้น ดูเหมือนจะแอบผงะกับรอยยิ้มของผมนิดๆ


จริงๆ อยู่ถาวรเลยก็ได้นะ เราไม่คิดค่าหอ


ผมพูดเชิญชวนคนตรงหน้าด้วยยิ้มกรุ่มกริ่ม ผมไม่ซีกับค่าหอพวกนี้หรอกจริงๆ แล้ว แม่ผมอาจจะให้หารูมเมท แต่ถ้าหาไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ยังไงผมก็หาเงินจากการไปเล่นซีรี่ย์ ถ่ายโฆษณา ออกงานนั่นนี่ มันไม่ได้เงินขาดอะไรขนาดนั้นซะหน่อย


มึงนี่จะเอากูไปอยู่ด้วยให้ได้เลยใช่มะ


ได้ปะล่ะ


เลิกอ่อยได้แหละ รำคาญ


ผมขำออกมานิดๆ ที่สามารถหยอกคนตรงหน้าจนมาร์ชไม่กล้าสบตาผมได้ ถ้าเป็นช่วงแรกคนตรงหน้าคงแข็งราวกับหิน ไม่ยอมอ่อนข้อให้ผมหรอก แต่ตอนนี้เหมือนจะเริ่มดื้อแถมยังไม่รู้ใจตัวเองอีก


จากคนใจแข็งเปลี่ยนเป็นปากแข็งไปได้ยังไงนะ


มาม่ามาแล้วววววว


ไอ้นิวที่หายจากบทสนทนาไปเกือบสิบนาทีก็กลับมาพร้อมหม้อเล็กๆ ที่มีควันพวยพุ่งแสดงให้เห็นว่ามันร้อนพอสมควร


มา กูช่วย


มาร์ชรีบวางมือถือก่อนจะเข้าไปช่วยเพื่อนตัวเองในทันที ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้คอยมองว่ามาร์ชจะไม่ทะเล่อทะล่าทำน้ำร้อนลวกมือ ไอ้นิวจัดการกางโต๊ะเล็กตั้งพื้นเตรียมกิน ผมรีบหยิบจานชามที่วางไว้ที่โต๊ะข้างครัวมาจัดแจงเตรียมให้คนในห้อง


ผมนั่งฝั่งตรงข้ามกับมาร์ช ส่วนไอ้นิวนั่งทางด้านขวามือของผม กลิ่นมาม่ารสต้มยำกุ้งคละคลุ้งไปทั่วห้องเรียกน้ำย่อยในกระเพาะได้เป็นอย่างดี


น่าจะทำให้มึงอิ่มกันได้นะ โทษทีพอดีมีแค่สามห่อไอ้นิวว่า


ผมส่ายหน้าเป็นเชิงบอกมันว่าไม่เป็นไร เพราะแค่บุกรุกแล้วยังมานั่งกินข้าวด้วยก็รู้สึกแย่พอแล้ว


ผมคีบเส้นมาม่าก่อนจะยื่นไปให้คนฝั่งตรงข้ามตามปกติ มาร์ชไม่ได้ดูตกใจในการกระทำผมเท่าไร เพราะตอนอยู่หอผมก็ทำแบบนี้ให้มันเป็นประจำ แต่คนด้านข้างผมนี่สิ ดูสตั้นถึงขั้นอมตะเกียบมองการกระทำผมตาปริบๆ


มีอะไรเหรอผมหันไปถามนิวที่ดูตกอกตกใจไม่หาย


นี่ตักอาหารให้กันแบบนี้ประจำเลยเหรอวะ


อืม/อืม


ผมกับมาร์ชตอบพร้อมกันพลางพยักหน้าตอบโดยไม่ปฏิเสธอะไร


แต่ไม่มีผู้ชายที่ไหนเขาตักอาหารให้กันเว้ยไอ้นิวโพล่งออกมา มาร์ชถึงขั้นคีบเส้นมาม่าเข้าปากค้างกลางอากาศ นี่พวกมึงเป็นแฟนกันใช่ไหม


พรวด!


คนตรงข้ามผมถึงกับสำลัก ผมรีบหันไปคว้าทิชชู่ส่งให้เขาทันที


ไอ้เหี้ยนิว พูดจาห่าไรเนี่ย


มาร์ชรับทิชชู่ผมไปพร้อมกับหันไปด่าเพื่อนตัวเองด้วยสีหน้าที่คุมไม่อยู่ ผมไม่ได้ปฏิเสธหรือร้อนรนอะไร ได้แต่แอบยิ้มเงียบๆ พร้อมกับกินไปโดยไม่ได้ขัดแย้งในความคิดไอ้นิว


ถ้าเป็นจริงก็ดีดิวะ


เป็นก็บอกว่าเป็นครับ ไม่มีเพื่อนหรือศัตรูที่ไหนตามมาหาถึงที่หรอก แถมยังดูเป็นห่วงออกนอกหน้าขนาดนั้น


ไอ้นิวหันมาแขวะผม ผมทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาอะไร


หุบปากแล้วแดกไปมาร์ชจัดการคีบเส้นแล้วยัดปากเพื่อนเป็นการปิดปาก


ก่อนที่ไอ้นิวจะแซวเราสองคนไม่หยุดหย่อน สายตามาร์ชที่ลอบมองผมเป็นระรอกๆ ทำให้ผมรู้ว่ามาร์ชก็มีมุมแอบเขินนิดๆ แม้จะพยายามทำเฉไฉว่ามองไปทางอื่น แต่ผมที่จ้องมองมาร์ชตลอดเวลาก็พอจับไต๋ได้ว่าคนตรงหน้าก็แอบเหล่ผมบ่อยเหมือนกัน


นี่ไม่ได้หลงตัวเองเลยนะ ไม่ได้คิดไปเองด้วย หึหึ


กูอิ่มแหละ เดี๋ยวเข้าห้องน้ำแปป ฝากล้างจานด้วยนะ


ไอ้นิวทิ้งภาระอันใหญ่หลวงไว้ที่พวกเราเฉย จะเรียกให้มันมาช่วยก็คงไม่ทันเพราะเจ้าตัวใช้ความเตี้ยหลบหลีกได้ทัน ผมกับมาร์ชที่กินอิ่มแล้วก็ส่งซิกพยักหน้าพากันเก็บจานชามบนโต๊ะไปยังระเบียงด้านนอกเตรียมล้างจาน


บรรยากาศเย็นสบายบวกกับลมพัดอ่อนๆ ทำให้ไม่รู้สึกน่าเบื่อกับการล้างจานอีกต่อไป ผมจัดการรับหน้าที่ล้างจานส่วนมาร์ชก็เป็นคนนำมันไปผึ่งไว้อีกด้าน


ให้กูช่วยไหมมาร์ชยืนอยู่ด้านข้างถามผมด้วยมารยาท ผมส่ายหน้าปฏิเสธความหวังดีนั่นไป ไม่เป็นไร ช่วยๆ กันจะได้เสร็จเร็วๆ


แต่ความดื้อของมาร์ชก็ไม่สามารถห้ามอะไรได้ ตัวของผมถูกขยับไปด้านซ้ายอัตโนมัติ เพราะมีอีกคนมายืนขนาบข้างผม กลิ่นสบู่อ่อนๆ ที่ไม่ใช่กลิ่นประจำของผมที่มาร์ชจะใช้ตอนอยู่หอทำเอาผมแปลกใจไปนิดๆ บวกกับยาสระผมกลิ่นใหม่นี่อีก เวลามาร์ชกลิ่นไม่เหมือนผมนี่รู้สึกใจเต้นแปลกๆ จังเลยแหะ


พรึบ


ผมชะงักไปนิดๆ ก่อนจะมองคนด้านข้างที่เงยหน้ามามองผมพอดี ภายใต้อ่างล้างจานมีมือของมาร์ชกำลังจับมือผมเพราะความบังเอิญ ก่อนที่คนร่างบางจะผละมือออกแล้วล้างจานเป็นปกติ


ขออุทานหน่อยนะครับ


ไอ้เหี้ย...ใจเต้นแรงสัสๆ เลยเว้ย!


แล้วมึงขึ้นมาที่ห้องไอ้นิวได้ไง ใครบอกเลขห้องมึงอะ


ขณะที่ผมมัวแต่ล้างจานไปหลับตาปลื้มปริ่มไป อยู่ๆ มาร์ชก็เอ่ยถามผมขึ้นมาทันที ผมเก็บอาการเขินไว้ลึกๆ ก่อนจะหันไปตอบตามตรง


ถามยามอะ ยามที่นี่ใจดีเขาให้แลกบัตรประชาชนไว้


ซะที่ไหนล่ะ เสียเงินไปเกือบพันกว่าบาทแล้วเนี่ย


แต่เพื่อมาเจอหน้าคนข้างๆ ยอมเสียเท่าไรก็ยอม แน่นอนฮะ สายเปย์ยอมไม่มีจะแดก


อ๋อจริงๆ มึงก็ไม่ต้องลงทุนมาหามาคุยกับกูอะไรขนาดนี้ก็ได้ เดี๋ยวยังไงก็เจอกันปะวะ กูยังถ่ายรูปมึงไม่ครบ


ที่เราอยากมาเจอเพราะอยากรู้ต่างหากว่าสบายดีหรือเปล่า เล่นหายเงียบไม่บอกว่าไปไหน แถมมานอนที่นี่กับนิวสองต่อสองอีกผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนมาร์ชต้องหยุดมอง คนยิ่งเป็นห่วงแล้วก็มาทำให้ห่วงหนักไปอีก


ผมพูดติดสำเนียงน้อยใจนิดๆ เพื่อเรียกคะแนนสงสาร มาร์ชถอนหายใจส่ายหน้าใส่ผมเฉย โห ใจร้ายฉิบ พูดกลับมาให้รู้สึกดีหน่อยก็ไม่ได้


คิวคนข้างๆ เรียกผมเสียงเบา เรายังคงจดจ่อกับการล้างจานอยู่ บรรยากาศรอบตัวมันเงียบไปหมด ยิ่งพอได้ยินเสียงลมหายใจที่ต่อเนื่องแล้วยิ่งดูวังเวงแปลกๆ ที่มึงเคยบอกชอบกูนี่ชอบในฐานะไหนวะ


ผมหยุดมือตัวเองไปในทันที มาร์ชถามแต่ไม่ได้หันมามองหน้าผม ส่วนผมก็จดจ่อมองจานในมือด้วยความคิดที่ตีกันในหัวไปหมด ความเงียบคลุมเราสองคนอีกครั้ง และครั้งนี้ดูเหมือนจะกดทับมาที่ผมอย่างแรง


แบบที่ไม่ใช่เพื่อนผมพูดเพียงแค่นั้น มาร์ชเม้มปากพยักหน้าเข้าใจก่อนจะหันไปวางจานไว้ที่โต๊ะอีกฝั่ง “แต่ถ้าไม่โอเค…”


กูเข้าใจว่าเรื่องนี้มันลำบากทั้งมึงทั้งกู


“…”


กูขอเวลาคิดก่อนแล้วกัน


มาร์ชเงยหน้ามองผมแค่ครู่ก่อนจะจัดการล้างหม้อใบสุดท้ายจากมือผม ในตอนนี้เหมือนผมมีอะไรบินรอบหัวและในท้อง มันเกิดทั้งความไม่เข้าใจและหน่วงอกอย่างบอกไม่ถูก ผมไม่รู้ว่าคำพูดของมาร์ชมันแปลว่าอะไร แต่ผมเหมือนกำลังได้รับโอกาสอย่างหนึ่ง


เหมือนมันกำลังบอกผมว่าให้ผมรอมันก่อน อย่าพึ่งไปไหน ยังไงยังงั้น


ผมปัดความคิดทั้งหมด ได้แต่ยิ้มกรุ่มกริ่มล้างหม้อมาม่ากับมาร์ชไปจนเสร็จ ดูท่าว่าเจ้าของห้องจะออกมาจากห้องน้ำและนอนดูการ์ตูนสบายใจเฉิบ ต้องขอบคุณไอ้นิวที่มันดันหาเรื่องขี้เกียจ ถ้าขยันผมคงไม่มีโมเม้นท์มายืนล้างจานกันสองต่อสองหรอก 


ส่วนเราสองคนก็ได้แต่ทำอะไรไม่ถูก ยิ่งพอตอนมองตากันแบบบังเอิญยิ่งแล้วใหญ่


จะกลับหอแล้วใช่ปะมาร์ชถามผมในขณะที่ผมหันไปเช็ดมือกับผ้าขนหนูที่แขวนอยู่ข้างอ่างล้างจาน


อือ แค่เห็นว่านายปลอดภัยก็พอใจแล้วล่ะผมยิ้มมุมปาก คือยังไงเราก็รอนายกลับไปที่หอนะ อย่าหายไปนานล่ะ


เออ มึงนี่ขี้เซ้าซี้ชะมัด


รำคาญเราเหรอ


ถ้ากูบอกว่ารำคาญอะ


เราก็คงเป็นแบบที่นายคิดแหละ เราจะไปห้ามความรู้สึกได้ไง


นี่มาร์ชว่าไม่พอยังเอามือเปียกๆ มาตีแก้มผมเบาๆ อีก มันไม่ใช่ตบอะ มือนุ่มชะมัด ผมลูบแก้มตัวเองปอยๆ ก่อนจะมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ “กูพูดประชดเฉยๆ มึงก็ไม่เห็นจำเป็นต้องประชดกลับกูมาเลยไอ้ห่า กลับหอไปได้แหละปะ


เดี๋ยวดิ


ผมคว้าแขนมาร์ชเอาไว้เมื่อมาร์ชจะทำท่ากลับเข้าไปในห้อง ผมเม้มปากไปชั่วครู่ กลัวนะ กลัวตัวเองจะไปทำให้ความรู้สึกของมาร์ชที่มีต่อผมมันลำบากอีกครั้ง


มีไรวะมาร์ชเลิกคิ้วขึ้น


ถ้าเรากลับแล้ว เดี๋ยวเราจะโทรมาบอกฝันดีนะ อย่าลืมเปิดเครื่องล่ะ


ฝันดีบ้าไร ไม่ต้องมาร์ชพูดขำนิดๆ มันตลกเหรอ หว่า… “บอกตรงนี้ล่ะ


หะ


บอกฝันดีกูตรงนี้แหละ


ผมยิ้มออกมาเป็นหนที่ล้านแล้วมั้ง ตอนแรกยังรู้สึกหน่วงกับตัวเองที่มาคอยตามรังควานคนตรงหน้าอยู่เลย แล้วดูตอนนี้ดิ เขาคงเข้าใจความรู้สึกผมได้ชัดเจนมากขึ้นแล้วใช่ไหมครับ Y^Y


ฝันดีนะ


อืมมาร์ชพยักหน้า แม้จะไม่มีรอยยิ้มที่กว้างมากมาย แต่ผมก็เห็นประกายในแววตาของมาร์ชที่วิบวับไปหมด ฝันดีเช่นกัน


ครับผมมมม


ผมพยักหน้ารับบ้างก่อนจะทำท่าเปิดประตู แต่แล้วท้องฟ้ากลับเกิดอาการแปลกๆ จนผมกับมาร์ต้องเงยหน้าดู ท้องฟ้าจากสีดำมืดกลับแปรผันเป็นท้องฟ้าครึ้มมีเมฆเคลื่อนตัวมากกว่าเดิม บวกกับแสงแว๊บๆ คล้ายเป็นสัญญาณฟ้าร้อง ผมหันไปมองมาร์ชที่หันมามองผมยังกับนัดหมายไว้ แล้วก็รู้ดีว่าต่อแต่นี้มันจะเกิดอะไรขึ้น


ครืดดดด ครืดดดด


ซู่~~~


ดั่งกับจับวาง สายฝนกระหน่ำสาดลงมาจนผมต้องดึงตัวมาร์ชมากอดเพื่อบังน้ำฝนให้ ระเบียงคอนโดไอ้นิวก็มีกำบังยื่นออกมาเพียงนิดเดียว ไว้ใช้กันเสื้อผ้าเวลาออกมาตากแค่นั้น น้ำฝนสาดกระเซ็นเต็มหน้าเราสองคนไปหมด ผมรีบปลดล็อกประตูแล้ววิ่งเข้ามาในห้องทันที ไอ้นิวที่เพิ่งได้ยินเสียงฝนตกก็รีบปิดทีวีแล้วหันมามองเราแบบตกใจ


เอ้า ไอ้เชี่ย ฝนตกกกกกก


ไอ้นิวลุกขึ้นจากเตียงกุลีกุจรออกไปเก็บผ้าเก็บของที่มันเอาไปตากไว้ด้านนอก ส่วนผมสองคนก็เปียกกันไปนิดหน่อย ผมคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กที่วางไว้บนเตียงมาคลุมหัวมาร์ชก่อนจะขยี้เล็กน้อยเพื่อไม่ให้หัวมันเปียก ไอ้มาร์ชยิ้มก่อนจะจับผ้านั้นขยี้เองโดยไม่ต้องใช้แรงผม


แบบนี้มึงก็กลับหอไม่ได้แล้วอะดิมาร์ชพูดขึ้น ผมพยักหน้าไปตามตรง


ไม่เป็นไร เดี๋ยวรอฝนหายค่อยไปก็ได้


ผมเสยผมหน้าตัวเองขึ้นลวกๆ เพื่อสะบัดน้ำบนหัวออก เพิ่งหายป่วยมาด้วย นี่ถ้ากลับทั้งที่ฝนยังตกอยู่มีหวังไอ้ไข้ที่จะหายมันต้องรีเทิร์นกลับมาอีกรอบแน่


กูว่าฝนตกหนักมากอะ คืนนี้คงไม่หยุดง่ายๆมาร์ชมองออกไปข้างนอกระเบียง ไอ้นิวกำลังทะเลาะกับราวผ้าอย่างเอาเป็นเอาตาย รายนั้นดูจะวุ่นวายกับฝนพอสมควร ถ้าพรุ่งนี้มึงไม่มีเรียนเช้า…”


อ๋อ เราไม่มีเรียนอะ


ผมว่าขึ้นทันที มาร์ชเลียริมฝีปากเหมือนคิดอะไรบางอย่าง ผมเลิกคิ้วเพื่อรอฟังประโยคคำพูดของมาร์ช


งั้นถ้ามึงสะดวก


“…”


นอนที่นี่กับกูก็ได้นะ









"อยู่ไหนเหรอ?"














-100%-
เกลียดความใจแข็งปากแข็งและอะไรแข็งๆของมาร์ช
หมั่นไส้มากๆ ฉันจะจัดให้พี่คิวแข็งบ้าง!
แล้วอะไรคะ หนีเค้าแทบตาย เค้ามาอ่อยนิดหน่อย
ก็ยอมอ่อนข้อชวนเค้ามานอนด้วยเลยรึ
หึหึหึหึ
ปล.เรื่องนี้ควรมีเอ็นซีไหม???
กด 1 ไม่ต้องมีเลยค่ะ ห้ามมี
กด 2 เป็นวายใสๆ ไม่ต้องมีค่ะ
กด 3 อย่ามีเลย อย่ามีนะ
ขอบคุณค่ะสำหรับเสียงโหวตค่ะ5555555555555555555


แอดแฟน กดที่รูปพี่มาร์ชเลย!
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ minjae and v gif
โหวต + เม้น ด้วยนะครับ
ตามติ่งคิวมาร์ชได้ที่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,645 ความคิดเห็น

  1. #6609 ไอแนน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:29
    มาร์ชมีชวนนงชวนนอน
    ทั้งที่ห้องตัวเองก็ไม่ใช่
    5555 ร้ายนักนะ
    #6,609
    0
  2. #6586 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 11:17
    ขี้อ่อยยยยยยยย
    #6,586
    0
  3. #6541 Nada Am (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 18:17
    เกลียดการอุทานของคิว รู้เลยว่าใจเต้นแรงจริง 555555 NC นี่...ทางเลือกมีทางเดียวเลยนะคะนั่นนน
    #6,541
    0
  4. #6251 Farenze (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 06:12
    4มีค่ะ ขอยาวๆนะ #มันมีด้วยหรอวะ#ผิด
    #6,251
    0
  5. #5694 กีกี้ส์ :-*) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 21:06
    เหยยยยย ว่าแต่คิวอ่อย มาร์ชก็อ่อยใช่ย่อยว่ะ คิวนี่ที่สุดแห่งสายเปย์อะ
    #5,694
    0
  6. #5179 Som O Usanee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 05:44
    คิว ติดสินบนพระพิรุณหรือคะ? 5555
    #5,179
    0
  7. #4934 sofar_fa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 09:33
    สรุปคือไม่มี 5555555

    อีพี่คิวร้ายอ่ะ หยิบชุดนอนมาด้วยแบบนั้นคือจงใจตั้งแต่แรกแล้วเหอะ แล้วที่ว่าไม่มีเรียนนี่เชื่อได้แค่ไหนกัน 5555
    #4,934
    0
  8. #4548 zaran (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 11:59
    ใครอ่อยใครแน่เอาดีดี 555555
    #4,548
    0
  9. #4506 ภูตเงา [Doppelganger] (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 00:42
    กด4 ต้องมีแน่นอนค่ะ>\\\<
    #4,506
    0
  10. #4503 Haruthai-Mookki (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 21:25
    เอา5ล้ะกันโน๊ะะะ
    #4,503
    0
  11. #4484 M'Mint Naruemon (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 01:31
    ขอเรียกตัวเลขเสริมค่ะ 55+
    กด 4 สิ่ค่ะ ต้องมีค่ะต้องมี มีสักนิดให้พอชุ่มชื่นหัวจายยยย *0*
    #4,484
    0
  12. #4115 taemynnn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 23:01
    นิววว นายมันเฟอะฟะ หมั่นเขี้ยวเว้ยยยย คนอะไรทะเลาะกับราวตากผ้า เอ็นดูอะ 55555555555
    #4,115
    0
  13. #3939 น้องแคระ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 01:25
    เขินอ่าาาาา
    #3,939
    0
  14. #3392 มูตี้ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 14:43
    ^_______^
    #3,392
    0
  15. #3290 mmjmv_i (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 11:46
    ต้องมีสิ โหวตข้อไหนก็เสียเปรียบ เราอยากอ่านเอ็นซี ฮืออออ เริ่มรักกันแล้ว มาร์ชโคตรน่ารัก คิวด้วย ชอบอ่า
    #3,290
    0
  16. #3162 Aom Narumon (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 09:39
    มีเถอะค่ะ สักตอนยังดี 555
    #3,162
    0
  17. #3151 กมรสน. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 18:48
    กด4 มีค่ะะะะ ด่วนนน555555
    #3,151
    0
  18. #3138 Meigeni1106 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 08:39
    กด 4 ดันๆๆๆๆ ต้องมีสิ ชุ่มชื่นจิตจายย นะๆๆๆน้าา
    #3,138
    0
  19. #3126 mintbeauty (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 01:31
    รูปนี้ใช่เลย มินแจโทรหาวี><กรี๊ดดดดดด
    #3,126
    0
  20. #3093 mintcwn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 20:50
    กด4ค่ะต้องมียังไงก็ต้องมีขอตอนเดียวก็ได้แต่ต้องมี555555555
    #3,093
    0
  21. #2929 minvvv (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 12:40
    กด4 ขอแบบรักจัดหนัก
    #2,929
    0
  22. #2920 Gammmmmmmmmm (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 11:22
    เผาปุ่มทิ้งได้มั้ย 5555
    #2,920
    0
  23. #2896 Muk Musa (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 22:27
    ขอเบิกเลขลับค่ะ.... =.,= #4รัวๆ
    #2,896
    0
  24. #2842 Hoshi__ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 12:22
    ชั้นควรกด4ไหมคะ?55555
    #2,842
    0
  25. #2763 pompomy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 21:02
    กด 4 ค่ะ ไม่ต้องอธิบายละเอียดจนเกลื่อนกลาดก็ได้ค่ะ แค่ให้รู้ว่าเขาทำอะไรกันก็พอ~
    #2,763
    0