[YAOI] FANSITE ll แฟนผมเป็นตากล้อง ❤ [THE END]

ตอนที่ 15 : ll แฟนผมเป็นตากล้อง ll EP.13 :: เขาแกล้งเพราะเขารัก [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,705
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    13 พ.ค. 60



ll FANSITE ll
#แฟนผมเป็นตากล้อง

EP.13
กฎของการเป็นแฟนคลับข้อที่ 14
'ปกป้องความถูกต้องของเขา'













แดก


ผมวางชามที่เพิ่งใส่โจ๊กอุ่นๆ นำมาวางไว้ที่หน้าไอ้คิว มันมีอาการที่ค่อนข้างดีขึ้นหลังจากที่ผมเอาแผ่นเจลลดไข้ที่แช่ไว้ในตู้เย็นมาแปะหัวมันลวกๆ


คนตรงข้ามผมยิ้มขึ้นนิดๆ ก่อนจะดึงชามไปใกล้ตัว ส่วนผมก็ทำได้แค่เท้าคางมองคนป่วยกินข้าว


จริงๆ วันทั้งวันผมยังไม่ได้กินอะไรเลยแหะ


หิวชะมัด


แล้วนายไม่กินเหรอ


เหมือนว่าไอ้คิวจะรู้ความคิดผมเป็นอย่างดี มันเลิกคิ้วขึ้นถามหลังจากตักโจ๊กเข้าปากได้หนึ่งคำ


แก้มไอ้คิวที่ออกระเรื่อแดงๆ เริ่มจางลง สายตาดูแกร่งขึ้นหลังจากปรือจนแทบจะลืมไม่ขึ้นมาเกือบทั้งวัน


กินไปเหอะผมพูดปัด ก่อนจะคว้าสายชาร์ตกล้องมาใกล้ๆ แล้วชาร์ตเพื่อต่อชีวิตถึงวันพรุ่งนี้ กินเสร็จก็รีบนอนซะ


อยากให้เราหายไวๆ?


ตายห่าไวๆ ได้ก็ดีสิครับ


ใจร้าย


มันยกยิ้มมุมปากเป็นเชิงกวน พอเริ่มดีปากก็ดีตาม ดีจนผมเริ่มไม่ไว้ใจตัวเองว่าควรหนีให้ห่างมันหรือควรจะให้อภัยมันในเรื่องอดีตแล้วทำเป็นลืมๆ มันไปดี สิ่งที่มันพูดมาตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ผมรับรู้ได้ว่ามันหมายถึงอะไร มันคิดยังไงกับผม


แต่ผมไม่ได้คิดกับมันในแบบนั้น


แม้ว่ามันจะมีจุดอ่อนไหวในลักษณะที่ผมไม่ตอบโต้จนกลายเป็นคนอ่อนแอชั่วขณะก็เถอะ ผมพยายามปฏิเสธใจตัวเองแล้ว แต่เหมือนว่าผมกำลังโกหกตัวเองยังไงไม่รู้แหะ


ไอ้คิว


หืม


คนตรงหน้าเงยหน้ามองผมอีกครั้ง ปากเลอะเทอะจนเหมือนเด็กแต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจในจุดนั้น สิ่งที่ผมต้องการจะคุยกับมันคือเรื่องนี้ต่างหาก


“ถ้ามึงไม่ตอบกูว่าทำไมถึงไม่ชอบเนียร์ งั้นมึงก็ตอบกูว่าทำไมถึงไม่ชอบไอ้เกมส์


ผมถามไปตามตรง สายตาไอ้คิวชะงักกึก มันวางช้อนลงก่อนจะดื่มน้ำตามเหมือนพยายามนิ่งในคำถามของผม


เราก็เฉยๆ กับมันนะคนตรงหน้าตอบนิ่ง ก่อนจะยกช้อนขึ้นกินอีกครั้งเหมือนไม่ได้แคร์อะไรในคำถามผม ทำไมอะ


ดูท่าทางมึงไม่โอเคกับมัน ทั้งที่กูว่ามันก็โอเคกับมึงนะ


เพราะมันกลัวว่าเราจะปิดความลับมันไม่อยู่ต่างหาก


ความลับอะไร


กินดิ


แทนที่ผมจะได้คำตอบ ไอ้คิวกลับยื่นช้อนที่มีโจ๊กเต็มไปด้วยหมูสับมาให้ผม ผมส่ายหน้าเพราะยังไม่ใช่เวลาในตอนนี้


แดกไปเหอะ เดี๋ยวกูติดหวัด


ถ้าจะติดหวัดคงติดตั้งแต่จูบปากไปแล้วมั้ง


อึก


ผมสะอึกไปในทันทีที่มันพูดพร่อยๆ แบบนั้นออกมา แล้วสีหน้ามึงตอนพูดนี่เหมือนพูดเป็นเรื่องธรรมชาติเลยเนอะไอ้สัส


ทีหลังทำกูแบบนั้นอีก มึงได้จูบตีนกูแน่


กล้าทำ


ลองปะล่ะ


อ่ะลอง


ว่าไม่พอยังลุกขึ้นยื่นหน้าใกล้ผมในระยะห่างเพียงแค่สิบเซน นี่มันใกล้มดยังเดินผ่านไม่ได้เล๊ย!


ผมหลับตาปี๋พยายามย่นเหนียงให้หดลงไม่รู้ทำไมผมไม่พรวดพราดออกไปจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ หรืออาจเป็นเพราะถ้าขยับนิดเดียวปากผมได้ชนกับปากมันอีกรอบแน่


พลั่ก


ผมผลักอกคนตรงหน้าออกเต็มแรง ก่อนจะสูดลมหายใจเอาออกซิเจนรอบๆ เข้าปอดหลังจากทนอึดอัดในเหตุการณ์เมื่อกี้มาสักพัก


ไอ้คิวยิ้มเล็กยิ้มน้อยก่อนจะปัดหน้าอกแล้วนั่งลงตามปกติ สายตาหยอกเย้ายังคงมองมาที่ผม


นี่มึงแกล้งป่วยใช่มะ!”


เปล่า เราไม่ได้แกล้งมันว่าก่อนจะดึงมือที่ผมวางไว้บนโต๊ะไปแตะหน้ามัน ตัวร้อนขนาดนี้ใครจะไปแกล้งอะ ก็เก่งแล้ว


มึงลุกมากวนตีนกูได้ขนาดนี้ แกล้งกูชัดๆ


ไอ้ป่วยอะป่วยจริง แต่ฉากสำออยเดินไม่ไหวลุกไม่ไหวอะ เราไม่ได้เป็นจริง


ไอ้…”


ได้อ้อน ได้คนมาดูแลเราแบบนาย เราก็อยากใช้โควตาป่วยให้คุ้มอะ…” มันว่าไม่พอยังมาทำกระลิ้มกระเลี่ย "รู้แบบนี้น่าจะป่วยไปตลอดชีวิตเลยเนอะ"


มึงตลกอ่อ งานกูเกือบไม่เสร็จเพราะมึงมาแกล้งกูเนี่ย


อ๋อ เรื่องเล่นหนังสั้นเรื่องนั้นเราเล่นให้ไม่ได้จริงๆ หน้าเราไม่ไหวงานจะออกมาไม่ดี สมาธิในการจำบทเราจะสั้นเพราะเราป่วย ส่วนเรื่องตามไปเฝ้าที่บอกว่าเป็นห่วงอะ


“…”


อันนั้นไม่ได้กวนนะ เราเป็นห่วงจริง


พูดเสร็จไอ้คิวก็ยักคิ้วให้ผมสองสามที ผมถอนหายใจออกมาที่ดันตามไอ้นี่ไม่เคยทันสักที ผมควรไปลาออกจากจิตวิทยาเดี๋ยวนี้ละ มันไม่ใช่การเรียนที่ผมถนัดจริงๆ ด้วย เอามาใช้ในชีวิตประจำวันไม่เคยได้เลย!


หุบปากแล้วแดกข้าวไปเหอะ ต่อไปเป็นเหี้ยไรอย่ามาวอแวกูนะ กูไม่ช่วยแล้ว


ผมลุกขึ้นออกจากเก้าอี้ ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงกดมือถือเล่นแก้เซ็ง อัพตัสด่าแม่งสักหนึ่งตัสเป็นการระบายอารมณ์แค้น วันนี้ไอ้นิวลงรูปคู่กับพิมพ์ที่กองถ่ายด้วยแหะ แถมมีแท็กเฟสกันด้วย ผมแอบกดส่องไปดูพิมพ์ว่าเธอใช้ชีวิตในแต่ละวันของเธอยังไงบ้าง


ผมไม่ได้เป็นเพื่อนกับเธอในโซเชียล ทำให้บางสเตตัสของเธอผมจึงไม่เห็น แต่ที่เห็นเด่นๆ คงเป็นรูปโปรไฟล์ของเธอที่ถูกกดไลค์กดแชร์เกือบพัน ไหนจะคอมเม้นที่มีผู้ชายมากหน้าหลายตาอีก


ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมคงตามตอบผู้ชายพวกนี้แทนเธอไปแล้ว แต่ในตอนนี้ผมไม่ได้เป็นอะไรกับเธอ ผมก็ทำได้แค่ดูอะนะ


ส่วนเรื่องหึงหวง ผมกลับไม่มีเรื่องนั้นในหัวเลย


เคร้ง!


ผมหันไปมองเสียงกระแทกของช้อนที่หล่นลงมาที่พื้นห้อง ก่อนสายตาจะเคลื่อนมองผู้ชายที่นอนสลบอยู่บนโต๊ะ หน้าของไอ้คิวฟุบลงที่โต๊ะนิ่ง ผมรีบทิ้งมือถือในมือ แล้ววิ่งไปดูมันในทันที


ไอ้คิวเป็นอะไรของมึงวะ


ผมเขย่าตัวมันก่อนจะมองไปที่มือที่ตกลงมาเหมือนไร้เรี่ยวแรง ผมใช้มืออีกข้างกอดเอวก่อนจะเอาหัวมันพิงมาที่หน้าอกผม มันนอนหลับตานิ่งคล้ายคนเป็นลม


“…”


ไอ้คิว!”


ผมร้องออกมาดังลั่น พยายามเอามือจับหน้ามันแล้วตบเบาๆ เพื่อเรียกสติ ในตอนนี้สมองผมวุ่นวายไปหมด มือไม้สั่นเพราะทำตัวไม่ถูก ไม่ได้เรียนหมอมาด้วยสัดเอ้ย มึงสำลักข้าวตายหรือเปล่าเนี่ย


“…”


ตอบกูดิวะ อย่าเป็นอะไรนะเว้ย กูจะพามึงไปโรงบาลเดี๋ยวนี้


ครืด


เพล้ง!


กึก...


เพราะอะไรไม่รู้ที่ทำให้ผมกระวนกระวายถึงขั้นสุดขนาดที่ว่าผมเผลอปัดแก้วน้ำเคลื่อนตกลงมาที่เท้าตัวเอง วินาทีนั้นนอกจากจะตัวชายังมาเท้าชาเพราะแก้วมันแตกใส่เท้าผมอีก


มะ มาร์ช…”


คนในอ้อมกอดผมเรียกผมเสียงเบา สายตาดูอึ้งเมื่อเห็นว่าเลือดที่เท้าผมไหลมากกว่าน้ำในแก้วนั่นอีก



กูไม่เป็นไร มึงไหวไหม ไปโรง…”


ขอโทษมันพูดขึ้นก่อนจะดีดตัวออกจากผมแล้วเปลี่ยนจากที่ผมประคองมันเป็นมันประคองผมแทน เมื่อกี้เราแค่แกล้งอะ มาร์ชเป็นไรหรือเปล่า


มึงแกล้งเป็นลมเหรอผมถามเสียงสั่น


เราเห็นนายบอกว่าจะไม่ช่วยเราแล้ว เราเลยอยากพิสูจน์อะ แต่ไม่คิดว่า…”


ไอ้บ้าเอ้ย!”


ผมจัดการทุบหน้าอกมันไปที เพราะในตอนนี้ความเจ็บเริ่มมาเยือนผมแล้ว มันใช่เวลามาแกล้งกันไหมวะ


โอ้ย ไอ้เหี้ย พอรู้ว่าเจ็บก็เจ็บเลย T^T


นั่งก่อน


มันว่าก่อนจะพาผมออกจากจุดอันตราย ผมมองเท้าตัวเองที่มีแผลไม่ลึกมาก ผมเป็นคนเลือดไหลเยอะเป็นปกติ จนคนที่เห็นหลายๆ คนมักตกใจนึกว่าแผลต้องลึกมาก แต่ไม่เลย แผลเท่าไม้จิ้มฟันมันก็ไหลได้เป็นแก้วเหมือนกัน


มึงตลกมากปะคิว แกล้งแบบนี้มึงคิดว่ากูขำกับมึงมากนักเหรอ หา!


ผมไม่สนว่าตัวเองจะมาปวดแผลอะไรตอนนี้ แต่ผมโกรธไอ้คนตรงหน้าที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าผมเนี่ย


“เราไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรแบบนี้อะ เดี๋ยวเราทำแผล...


มึงไม่ต้องมาทำหน้าสำนึกผิดเลยผมผลักไหล่มันจนคนตรงหน้าเซไปนิดๆ ไอ้เหี้ย กูนึกว่ามึงจะเป็นอะไรไปซะอีก


ร่างกายผมย้อนแย้งกับคำพูด ในตอนนี้นอกจากผมจะคุมสีหน้าที่มันทั้งโกรธทั้งน้อยใจไม่ไหวแล้ว น้ำตาของผมยังไหลออกมาเพราะอัดอั้นความรู้สึกที่ตกใจไปเมื่อครู่ด้วย


ที่ร้องไม่ใช่ว่าผมเจ็บแผลที่เท้าจนทนไม่ไหวแต่ผมร้องเพราะความรู้สึกในตัวเองที่มีต่อคนตรงหน้าต่างหาก ถ้ามันตายขึ้นมาจริงๆ ผมคงต้องจุกอกแน่ๆ


ร้องไห้ทำไมอะคนตรงหน้าถามผมไม่พอยังมีหน้าเอามือมาเกลี่ยแก้มผมเป็นเชิงปาดน้ำตาอีก ขอโทษ


มึงแม่งบ้า


เจ็บเปล่า


“…”


ขอโทษนะ


ไอ้คิวก้มพูดกับเท้าผมไม่ยอมเงยหน้ามามองผมอีก 


นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเผยด้านอ่อนแอในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องของจริงเลยสินะ...


กูเป็นคนเซนซิทีฟเรื่องความรักมากอะ อะไรนิดหน่อยกูก็ร้องไห้แล้ว


แปลว่า ถ้าพิมพ์มีคนอื่นแล้วมาบอกเลิกนาย นายก็ร้องไห้อะดิ


เอ๋ มึงแช่งกูเหรอคิว


เปล่าเราแค่ยกตัวอย่าง


คนแบบกูผู้หญิงที่บอกเลิกก่อน ไม่ทำกูเสียน้ำตาหรอก


อย่าทำให้เห็นล่ะ ไม่ใช่ว่าเลิกกับพิมพ์แล้วมาร้องไห้นะ ผิดคำพูดเด้อ


คอยดูนะไอ้คิว กูไม่ร้องไห้ให้กับคนที่มาบอกเลิกหรอก กูจะร้องไห้ให้กับคนที่รักกูและยอมทำทุกอย่างเพื่อกู


เหยด ต้องเป็นคนดีแค่ไหนวะที่จะทำให้มาร์ชรักได้ถึงขนาดร้องไห้ให้เนี่ย


เดี๋ยวมึงก็จะรู้เองแหละไอ้คิวเพื่อนรัก :)




------------------------------------------------





หลังจากที่ผมกับไอ้นิวส่งงานหนังสั้นให้อาจารย์แล้วเป็นที่เรียบร้อย ทุกอย่างดูโล่งไปหมดเหมือนเอาภาระก้อนโตออกจากอกยังไงยังงั้น


แต่ภาระที่ติดตัวผมมาเกือบเดือนนี่มันยังไม่หมดไปนะครับ


มึงพากูมาที่นี่ทำไมวะ


ไอ้นิวมองซ้ายมองขวาเมื่อผมพามันมาที่ศูนย์กองกิจการนิสิต ที่เป็นแหล่งนัดรวมคนต้องการความสงบและมุมอ่านหนังสือเงียบๆ ผมนั่งรอใครบางคนเกือบๆ สิบนาทีได้


มาหาไอ้เด็กแอดมินนั่นไงผมพูดเมื่อเห็นว่าคนที่ผมรอเดินมาทางนี้พอดี กูจะเอากล้องมาคืนมัน


ไอ้นิวหันไปมองคนดังกล่าว ไอ้เด็กนั่นเดินมายกมือไหว้แบบลวกๆ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ ผม ผมเม้มปากคิดหนักไปชั่วครู่ก่อนจะจัดการยื่นกล้องในมือให้มัน


พี่ถ่ายครบแล้วเหรอครับ


ยัง


แล้วเอามาให้ผมทำไมอะ


มันเหลืออีกร้อยกว่ารูป กูขอชดใช้เป็นอย่างอื่นได้มะ


ผมขอมันไปตรงๆ ผมขี้เกียจต้องมาคอยถ่ายไอ้คิวแล้ว ไม่ใช่ว่าผมถ่ายไม่ได้เพราะอีกแปปเดียวมันก็ครบตามกำหนดแล้ว แต่


ถ่ายต่อดิครับพี่ เหลือนิดเดียวเอง


ไอ้เด็กด้านข้างดันกล้องคืน ผมรีบประคองเพราะกลัวมันกลิ้งตกลงมาแล้วจะรับผิดชอบไม่หวาดไม่ไหว


ทำไมมึงไม่ถ่ายต่ออะ เหลือนิดเดียวนี่


คนสงสัยกลายเป็นไอ้นิวที่ขมวดคิ้วงง มันยังไม่รู้ว่าผมแอบเก็บข้าวของบางส่วนใส่กระเป๋าเตรียมจะกลับบ้านแล้ว ผมตั้งใจไว้อยู่แล้วว่าจะอยู่ที่หอไอ้คิวให้ไม่ถึงอาทิตย์ นี่ก็เลยมาพอสมควร ผมไม่อยากอยู่เพื่อให้หัวใจตัวเองรู้สึกสับสนไปมากกว่านี้


แค่นี้ผมก็แทบไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่แหละ


กูขี้เกียจแล้วอะผมว่าก่อนจะควักเงินในกระเป๋าจำนวนสามพันบาทที่เก็บเอาไว้ใช้ยามจำเป็นขึ้นมา กูมีให้แค่นี้หวังว่าคงจะพอนะ


ผมไม่เอาอะ


ทำไม


ความตั้งใจของผมคืออยากได้รูปครับ ไม่ใช่เงิน ผมไม่เอาหรอก


ว่าไม่พอยังดันเงินมาเหมือนเดิมเป๊ะ


ดื้อจังไอ้สัด!


มึงไปถ่ายเองเถอะ


พี่คิดว่าพี่หนีแบบนี่แล้วพี่จะรู้สึกดีขึ้นเหรอครับ


คำพูดไอ้เด็กแอดมินทำเอาผมกับไอ้นิวต้องเงยหน้าขึ้นมามองหน้ามันพร้อมกัน


อย่ามารู้ดีไปกว่ากูเลยปะ


ผมว่าตอนนี้พี่ไม่ได้โกรธพี่คิวเหมือนแต่ก่อนแล้วหรอกครับ ผมเดาได้ไอ้เด็กแอดมินพูดพร้อมกับลุกขึ้น แถมไม่เอากล้องตัวเองไปด้วย ใช้เวลาในการถ่ายร้อยรูปของพี่กับพี่คิวให้คุ้มเถอะครับ บางทีผมก็อยากให้พี่สองคนเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างกันมากยิ่งขึ้น ผมเป็นคนใกล้ชิดพี่คิวสุด ผมรู้ว่าพี่เขาไม่ได้มีเจตนาอยากจะทำให้พี่อึดอัดใจหรอกครับ


“…”


อ๋อ ผมชื่อทิวนะครับพี่


มันว่าก่อนจะยิ้มให้หนึ่งทีและกระชับสายกระเป๋าเดินจากไปจุดนี้โดยไม่หันมาพูดทิ้งท้ายอะไรอีกเลย นอกจากประโยคยาวๆ ที่ทำเอาผมไม่สามารถขัดแย้งหรือแทรกเพื่อต่อรองอะไรเพิ่มได้อีก


กูว่าไอ้เด็กทิวอะไรนั่นก็พูดถูกนะ


อะไร


กูสังเกตว่าพักหลังๆ มึงกับไอ้คิวดูไม่ทะเลาะไม่เกลียดกันเหมือนเมื่อก่อน ไม่ดิ มึงต่างหากที่ดูไม่เกลียดมันเหมือนแต่ก่อน ดูเหมือนเพื่อนที่สนิทกันมานานอะ ขนาดกูเป็นเพื่อนมึง มึงยังไม่คอยดูแลกูเท่ามันเลยไอ้นิวพูดจบก็แอบชำเลืองกล้องในมือผม บางทีรูปที่มึงถ่ายมา อาจจะเป็นเรื่องราวความทรงจำเริ่มต้นระหว่างมันกับมึงก็ได้นะ


มึงว่า…” ผมกัดปากแน่น มองต่ำเพื่อมองเท้าตัวเองที่เริ่มหายจากแผลแก้วบาดครั้งก่อน ไอ้คิวคอยทำแผลให้ผมทุกวัน แทบจะอุ้มผมเข้าไปอาบน้ำด้วยซ้ำมั้ง เรื่องบางเรื่องที่เรายอมโกหกเพื่อนนี่ เพื่ออะไรวะ


ไอ้นิวเบ้ปากครุ่นคิด ผมจับกล้องในมือแน่น แบตที่ชาร์ตมาเต็มขึ้นแจ้งพร้อมกับจำนวนรูปประมาณเจ็ดร้อยกว่าๆ เกือบแปดร้อยทำเอาผมถอนหายใจออกมา รูปทุกอย่างเกิดจากวันแรกจนมาถึงปัจจุบัน มีรูปที่ผมแอบถ่ายตอนมันทำอาหาร มันกินข้าว แม่งมันกำลังขี่มอเตอร์ไซค์ผมก็พิเรนทร์ยื่นแขนไปถ่ายหน้ามันมาจนได้


และทุกรูปมีแต่รอยยิ้มของมันที่ทำให้ผมอดยิ้มตามไม่ได้จริงๆ


ถ้าถามในกรณีกู ถ้ากูโกหก  คงเป็นเพราะกูมีเหตุผลที่ไม่อยากให้เพื่อนตัวเองต้องมารับรู้ความไม่สบายใจอะ


ทำไมวะ คนเราจะโกหกเพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สบายใจอีกฝ่าย ถ้าวันหนึ่งความสบายใจที่ว่ามันแตกออกมา แล้วรู้ว่ามึงโกหก กูว่าน่าโกรธกว่าตอนไม่รู้ความจริงอีกนะ


แต่ถ้ามารู้ทีหลัง กูว่านะมันอาจจะเบาลงกว่าตอนเหตุการณ์มันกำลังสดๆ ร้อนๆ ก็ได้ ประมาณว่าเราคงไม่เอาเรื่องอดีตมาตีโพยตีพายอะไรแบบนี้ ในความคิดกูนะ ถ้าเรารู้ความจริงในตอนที่เรื่องนั้นๆ มันเกิดขึ้นใหม่ๆ กูว่าต้องมีการหัวร้อนและอาจจะเกิดอะไรที่มันจดจำจนติดเป็นก้อนเนื้อในอดีตจนถึงปัจจุบันอะไอ้นิวพยายามอธิบาย ผมก็ได้คิดว่าสิ่งที่ไอ้คิวทำมันทำเพื่อความสบายใจของผมหรือความสบายใจของมันกันแน่ ถามแบบนี้แปลว่าไอ้คิวโกหกอะไรมึงอยู่เหรอ


มันไม่ได้โกหก มันปิดบังกูต่างหาก


มึงถามมันไปตรงๆ ดิว่าทำไปเพราะอะไร


ถามแล้ว กูก็ได้มาแต่คำตอบเดิมๆ ว่าเพื่อให้กูไม่ต้องคิดมาก โกรธมันเสียยังดีกว่ารู้ความจริงอะไรแบบนี้ มันน่าโมโหปะวะ พูดก็ไม่พูด


คงยังไม่ถึงเวลาหรอกมั้ง มันพยักหน้าพลางตบไหล่ผมเบาๆ ก่อนจะชะงักมองไปที่จุดๆ หนึ่งที่ทำให้ผมมองตามอย่างว่าง่าย มึงเห็นใช่ปะ


ผมมองไปที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเปิดประตูรถยนต์สีบลอนด์ เธอก้าวเท้าขึ้นก่อนจะปิดประตูลงและรถคันนั้นก็เคลื่อนหายลับตาไป เธอคนเดิม ผู้หญิงที่ทำให้ผมติดกับอดีต แต่ในตอนนี้ผมเลือกที่จะทิ้งความทรงจำทั้งหมดกับเธอลงโถส้วมไปให้หมด


ยิ่งมาเจอภาพเมื่อกี้ผมก็พอเข้าใจว่าเธอเป็นคนยังไงกันแน่


มึงชอบพิมพ์นี่ ให้กูมองทำไม


ชอบก็เหี้ยละไอ้นิวยิ้มมุมปาก ผมแอบสงสัยจนเลิกคิ้วขวาอึ้งในคำพูดผู้ชายตรงหน้าไม่ได้ มึงสังเกตปะตอนที่กูอยู่ใกล้พิมพ์กูพยายามตามน้ำเธอไป ไม่ว่าเธอจะเรียกกูหรือคอยตามกูเพื่อให้อยู่ใกล้พิมพ์


อะหะผมพยักหน้า


เพราะกูอยากรู้ว่าแท้จริงแล้วผู้หญิงคนนี้เป็นคนแบบไหนกันแน่ และนี่คือคำตอบ…”


ไอ้นิวยื่นมือถือที่เปิดหน้าไลน์ชื่อพิมพ์ทิ้งไว้มาให้ผม ผมอ่านข้อความที่ทั้งสองคุยกันจนมาถึงข้อความล่าสุด


PIMPIM :: เราเหงาอะ นิวมาหาเราที่ห้องได้ปะ


เชี่ย


ขนาดนี้เลยเหรอวะ…”


ถามว่ากูตกใจไหม ก็นิดๆ แต่กูก็ตามน้ำบอกไปว่าไม่ว่าง แล้วนางก็หายไปจากชีวิตกู จนเนี่ยกูมาเจอนางขึ้นรถกับคนนี้มาเกือบอาทิตย์ล่ะ


เฮ้ย แต่พิมพ์ไม่น่าใช่คนแบบนี้นะ” ผมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูงงผสมอึ้ง


กูก็ไม่ได้อยากพูดให้ผู้หญิงดูแย่ แต่ภาพมันฟ้องมึงขนาดนี้ อีกอย่างที่กูเข้าใกล้นางเพราะกูอยากรู้ว่านางนิสัยเหมือนที่เขาลือกันหรือเปล่า เพราะไอ้เนียร์มันก็เคยโดนมา มันแอบตกใจเล็กน้อยที่มาเจอพิมพ์อีกครั้งแถมเธอทำเหมือนว่าไม่รู้จักกัน นี่ถ้าไอ้เนียร์ไม่บอก กูก็นึกว่าไม่เคยคุยกันมาก่อนนะ มันก็เล่าให้กูฟังตอนพิมพ์ขอไปเข้าห้องน้ำอะ กูว่าพิมพ์สวยนะ แต่ไม่น่าหลายใจอะไรเบอร์นั้น


“…”


เห้ยมึงโอเคเปล่า กูขอโทษนะที่ทำอะไรไม่ปรึกษามึงอะ


อ๋อ เปล่าๆ กูแค่มาคิดว่าตอนที่พิมพ์คบกับกู เธอไม่เคยทำแบบนั้นกับกูเลยนะ…”


มึงอาจไม่เห็นตัวตนจริงๆ ของนาง ไม่ก็สังคมที่นางอยู่อาจทำให้นางเปลี่ยน” ไอ้นิวว่าก่อนจะดึงมือถือคืน "หรือไม่นางก็คงมีเหตุผลอะไรบางอย่างที่ทำแบบนี้"


คงงั้น...


มึงดูไม่เสียใจนะ ออกแนวอึ้งๆไอ้นิวหัวเราะนิดๆ


ผมจะเสียใจทำไมวะ ในเมื่อผมกับเธอไม่ได้เป็นอะไรกันมาเกือบจะสามปีได้ แถมเธอก็ทำเหมือนผมไร้ตัวตน ถ้าสมมติให้กลับมาคบกันอีก ผมคงกินเธอไม่ลงแล้วล่ะ ไหนจะดูเหมือนผู้หญิงเบื่อง่ายแล้ว ไหนผมจะรู้สึกกับ


เอิ่ม รู้สึกกับเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปน่ะ


กูก็นึกว่ามึงชอบพิมพ์ กูเลยปล่อยเพราะถ้ามึงชอบกูคงไม่ว่าอะไร เพราะยังไงเธอก็เลือกเส้นทางของเธออะ กูจะไปห้ามมึงก็ไม่ได้เพราะตอนเลิกกันคนผิดคือกูที่มัวแต่สนใจไอ้คิวมากกว่าจนลืมไปว่ากูก็มีแฟนที่ต้องดูแล เหตุผลนี่เลยเป็นเหตุอาจทำให้พิมพ์ไม่พอใจกูจนขอเลิกด้วยแหละ


มึงไม่เอะใจอะไรหน่อยเหรอวะ มึงกับพิมพ์เป็นแฟนเก่ากันนะแต่นางดูไม่สลดเวลาเห็นหน้ามึงเลย ดูร่าเริงผิดธรรมชาติอะ


คงโกรธกูมั้ง แฟนหนีไปดูแลคนอื่นดีกว่าตัวเธอทั้งคน


เหรอวะนี่กูก็เพิ่งรู้นะว่ามึงกับนางเลิกกันเพราะมีไอ้คิวเป็นสาเหตุ ทีแต่ก่อนกูถามตั้งนานล่ะไม่บอก


ช่างมันเหอะ


ผมถอนหายใจก่อนจะยกชีทขึ้นมาดูว่าตัวเองต้องอ่านส่วนไหนบ้าง ช่วงนี้ผมเข้าเรียนถี่เพราะว่าอยู่หอไอ้คิวผมเลยตื่นสายมาเรียนได้ ชีทเยอะไม่พอยังมีสัมภาระที่จะเอากลับบ้านอีก


แล้วไอ้เด็กทิวก็ไม่ยอมให้ผมหยุดถ่ายรูปไอ้คิวอีกนะ เฮ้อ เมื่อไรจะจบสักที ผมอยากหนีความรู้สึกแปลกๆ เหล่านี้แล้วนะ


เออ มึงคุยกับไอ้เนียร์บ้างปะ เห็นถามหามึงตลอด มันบอกว่าอยากให้มึงไปถ่ายรูปมันบ้างอะ มันแอบเห็นรูปในกล้องมึงเห็นว่าถ่ายสวยดีไอ้นิวว่า


ผมละสายตาจากชีทในมือมามองหน้าไอ้นิวที่เปิดประเด็นบุคคลที่สามขึ้นมาอีกครั้ง


กูไม่ว่างอะ บอกเพื่อนมึงไปแบบนี้นะ


มึงไม่โอเคกับมันเหรอวะ กูว่ามันนิสัยเหมือนไอ้คิวเป๊ะเลยนะเว้ย พูดก็เพราะ แถมยังดูขี้ตื๊อด้วย นี่กูเพิ่งมารู้ว่าที่มันมาช่วยกูแบกเกมส์กลับบ้านวันนั้นเพราะมันอยากรู้จักมึงผ่านกูอะ มันนั่งในร้านแล้วเห็นมึงแบกไอ้เกมส์ไปห้องน้ำมันจะเข้าไปช่วยมึงแล้วแต่เห็นไอ้คิวดักทางเสียก่อน


อ๋อ แบบนี้สินะที่ทำให้เนียร์ดูคุยกับผมง่ายขึ้น ที่แท้ก็เคยเจอผมก่อนหน้านี้นี่เอง


"ไม่มีใครเหมือนไอ้คิวหรอก กูรู้ดี"


"ไม่เหมือนที่ว่านี่หมายถึงความสัมพันธ์ของมึงกันมันหรือเปล่า"


"กวนตีน"


"แค่ไปถ่ายรูปเอง ไม่เป็นไรหรอกมั้งมึง"


ลำพังแค่ถ่ายรูปไอ้คิวกูก็แย่อยู่ล่ะ กูไม่ถ่ายใครทั้งนั้นแหละผมพูดก่อนจะยัดชีทเข้ากระเป๋า สงสัยต้องจดเลคเชอร์เก็บไว้ซะแล้วมั้ง เออ พูดถึงเกมส์ ช่วงนี้มึงเห็นมันมั้งปะ กูมีเรื่องจะถามมัน


ไม่เห็นนะ กูก็อยู่กับมึงตลอดอะ อีกอย่างตารางเรียนเราไม่ตรงกับเศรษฐศาสตร์ไม่ใช่ไง


เออว่ะลืม


ว่าแต่มีเรื่องอะไรครับเพื่อน


เปิดการ์ดเสือกไม่พอยังเสนอหน้ายื่นหน้ามาใกล้ผมในระยะประชิดอีก ผมดันหน้ามันออกไปด้วยความโมโห


ทำไมความรู้สึกเวลาไอ้นิวมันยื่นหน้ามาใกล้กับไอ้คิวยื่นหน้ามาใกล้มันถึงต่างกันวะ


แล้วทำไมผมต้องนึกถึงไอ้คิวในหัวตลอดวะ โอ้ย!


กูจะถามมันว่าทำไมไอ้คิวดูไม่ค่อยโอกับมัน


ไอ้คิวหึงมึงอะดิ


ไอ้นิว


คร้าบบบ


หุบปากไปไอ้ควาย


ผมตบหน้าม้ามันกระจายไปที ขี้ชิปฉิบหาย


บางทีมันอาจไม่ชอบกันมาตั้งแต่ตอนมัธยมแล้วก็ได้


ไม่น่าใช่ ไอ้คิวไม่เคยพูดถึงไอ้เกมส์ให้กูฟัง


แล้วใครจะไปพูดเรื่องคนที่เกลียดให้ฟังล่ะ คนอย่างไอ้คิวคงไม่ขี้นินทาเหมือนมึงหรอก


เหมือนมึงด้วยไอ้หลักกิโลวิ่งได้


เจ็บนะนั่นน่ะ


ผมส่ายหน้าขำกับมันนิดๆ แต่ก็อดคิดไม่ได้ถึงความสัมพันธ์ของสองคนนั้น ดูไอ้เกมส์เฉยๆ กับคิวมาก ยิ่งตอนที่ผมขอร้องให้มันส่งตาราเรียนแล้วก็คอยรายงานว่าเลิกเรียนตอนไหนคิวอยู่ไหนช่วงแรกๆ มันก็ช่วยผมเต็มที่นะ คงไม่มีทางที่ไอ้คิวจะไปทำอะไรให้เกมส์เคืองหรอก


ส่วนไอ้เกมส์วันๆ มันก็อึนมึนตามประสาผู้ชายกิจกรรมที่ไม่ค่อยทำตัวเด่นเน้นลงแรงมากกว่า มันจะไปทำไอ้คิวโกรธได้เหรอ เพราะทั้งไอ้คิวและไอ้เกมส์ต่างก็มีฐานันดรต่างกันตั้งแต่มัธยม จนมาถึงมหาวิทยาลัย มันก็ยังต่างกันไม่มีอะไรที่จะมาเกี่ยวกันได้นะ


"ไว้ค่อยโทรไปหามันแล้วกัน"


"แต่พักหลังมามึงสังเกตตัวเองบ้างปะ"


"หืม สังเกตอะไรวะ" ผมถามมันที่อยู่ๆ ก็เปิดประเด็นใหม่ขึ้น


"มึงพูดถึงไอ้คิวบ๊อยบ่อย เหมือนมึงคิดถึงมัน"


"กะ ก็เหี้ยแล้ว ใครจะไปคิดถึงมัน"


"ทำไมมึงปากแข็งเป็นถนนราดยางมะตอยแบบนี้ครับเพื่อน"


"เออ ทีหลังกูจะไม่พูดถึงมัน มึงคอยดู"


"ถ้าลำบากกับหัวใจก็ไม่ต้องปิดกั้นความรู้สึกตัวเองหรอก"


ไอ้นิวยังคงไม่เลิกแซว ผมเลยนึกเปลี่ยนเรื่องในทันที


คืนนี้กูไปนอนหอมึงได้ปะ


หอกูไอ้นิวชี้เข้าหาตัวเอง สีหน้าดูตกใจ ไม่เอาอะ มึงก็รู้กูซีเรียสเรื่องการเอาคนมานอนร่วมห้อง


มึงจะกลัวอะไร วันนั้นเอาไอ้เกมส์ไปนอนด้วย มันทำอะไรมึงมะ


ทำ!”


เชี่ยเอาจริงดิ


มันเอามือมากอดคอกู กูนอนผวาทั้งคืน ยิ่งถ้าเป็นมึงนะ เพื่อนกันไว้ใจไม่ได้ มึงอาจจะคิดลึกกับกูมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วอดใจไม่ไหวมาขอนอนด้วยใช่ไหมละ


คนเหี้ยไรเสี้ยนตั้งสามปี เพ้อเจ้อ กูจะไปนอนเพราะกูขี้เกียจกลับไปเจอพ่อบ่นเว้ย นี่พ่อให้กูมาอยู่หอกับไอ้คิวเพราะมันใกล้และค่าอะไรต่ออะไรมันถูกลงหรอก ให้กูไปอยู่สักอาทิตย์น้า กูจะได้คุ้มค่าหอที่พ่อกูจ่ายไอ้คิวไป


คุ้มค่าหอไอ้คิวแล้วมาเกี่ยวเชี่ยไรกะหอกู มึงก็ไปนอนหอไอ้คิวดิโว้ย


มึงเห็นตีนกูปะ นี่เพราะกูกับมันต่อยกันมีปากงปาแก้ว คว้ามีดเสียบกันฉับๆ ถ้ากูตายคาหอไอ้คิวขึ้นมามึงจะไม่มีเพื่อนสนิทอีกต่อไป มึงจะไม่มีคนช่วยหางานทำ มึงจะไม่มีเพื่อนคอยเลคเชอร์ เวลาทำงานกลุ่มมึงจะต้องไปอยู่พวกกลุ่มเศษเหลือนะ…”


มโนเหี้ยไรเนี่ย


ผมเล่าเหตุการณ์ที่เคยโกหกมันไว้ว่า ที่เท้าผมเป็นแผลเพราะต่อยกับไอ้คิวรุนแรง แต่เอาจริงๆ ไอ้นิวก็ไม่ค่อยเชื่อผมเท่าไรเพราะมันรู้ดีกว่าเรื่องเตะต่อยผมคงไม่สู้อะ แถมวันนั้นไอ้คิวยังไม่มีรอยฟกช้ำอะไร และมันก็จำได้ว่าไอ้คิวป่วย ไม่มีแรงมาสู้ผมแน่นอน


น้า เพื่อนนิวที่มีความสูง 185 เซนติเมตร พ่อเน็ตไอดอล พ่อเซเลปแห่งมหาลัย พ่อสาวเยอะรุมล้อม นะครับพี่นิว ให้มาร์ชไปอยู่ด้วยนะครับ สัญญากับใจเลยว่า มาร์ชจะเก็บห้องให้ นอนข้างล่าง ไม่ดื้อไม่ซน


กูดูเหมือนคนสูง 185 เลยเหรอวะ


ไอ้นิวถาม มีแอบยิ้มนิดๆ ไอ้เหี้ยนี่บ้ายอเอาการเลยแหะ


ช่ายยย มึงดูขายาวนะเอาจริงๆ ที่กูบอกมึงเตี้ยนี่กูพูดเล่น มึงไปเป็นโมเดลเกาหลีได้เลย ไอ้คิวนี่ชิดซ้าย พี่กิตที่ว่าสูงสุดในคณะนี่ชิดขวา พี่เฟรมที่ว่าหล่อนักหล่อหนานี่ไม่ได้ครึ่งมึงเลย เชื่อกูววววว


เออมึงมานอนกับกูก็ได้ อย่ามาแตะต้องตัวกูนะ ไอ้นิวน้อยของกูจะเก็บไว้ให้เมียดูคนเดียว


เย่! ขอบคุณมากนะครับเพื่อนรักกกกก


ได้สักทีสินะ ไอ้หมากระเป๋าสูง 172!

 

 

 

 




ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ madtown moos gifผลการค้นหารูปภาพสำหรับ madtown moos gif
"กูสูง 185 เลยเหรอวะ"






-100%-
โง้ย นุ้งมาร์ชขี้แย กลัวคิวตายเหรอหนู
ปากบอกไม่ห่วงๆ พอเห็นเขาแกล้งเป็นลมนี่ช่วยพยุงทันที
นุ้งมาร์ชจะหายปากแข็งไปถึงเมื่อไรกันนะ
แล้วหนีคิวไปแบบนี้ คิวจะหัวร้อนมากไหม
พี่นิวมึงอาจจะไม่ตายดีนะคะ พรากเมียเขามาแบบนี้
ชะตาหรรมขาดเด้อ

ปล.หน้ากากทุเรียน+จิงโจ้ไม่มาอาทิตย์นี้หรอกเหรอ T^T
ภาวนาให้เป็นพี่ทอมกับพี่เป๊ก 
เพราะเพลงพี่แกทำให้เราสมองแล่นเวลาเขียนนิยายค่ะ
55555555555555555555555555555555555555555


แอดแฟน กดที่รูปพี่มาร์ชเลย!
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ minjae and v gif
โหวต + เม้น ด้วยนะครับ
ตามติ่งคิวมาร์ชได้ที่


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,645 ความคิดเห็น

  1. #6628 manodcha (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 12:04
    ขำเว้ย 55555
    #6,628
    0
  2. #6608 ไอแนน (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:26
    มาร์ชพอได้ที่พักแล้วเปลี่ยนเป็นอีกคนเลยนะ
    #6,608
    0
  3. #6585 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 10:14
    ทำไมต้องหนีหัวใจตัวเองงงงงมาร์ชลูกกกกกก
    #6,585
    0
  4. #6540 Nada Am (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 17:51
    โคตรตลกความยอเพื่อนเพื่อหวังผล 5555555555
    #6,540
    0
  5. #6227 mayaangel (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 22:44
    คือรำคาญมากอะ ใช่เรื่องเหรอที่ต้องเข้าไปยุ่งให้เขาคืนดีกัน ถ้าเพื่อนวางแผนให้เราคืนดีกับใคร ถ้าเรารู้ว่าเป็นแผนเราจะโกรธและเกลียดคนนั้นมากกว่าด้วยซ้ำ ถึงตอนแรกอาจจะโกรธแบบไม่จริงก็เถอะ แต่จะเกลียดไปเลยถ้าทำแบบนี้ คือน่ารำคาญมากจริงๆอะ-เด็กชื่อทิวอะไรนั้น
    #6,227
    0
  6. #5691 กีกี้ส์ :-*) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 20:50
    มาร์ชนี่ปากแข็งสุดพลังงงงง ถึงขั้นร้องไห้นี่ไม่ธรรมดาแล้วนะเว้ยยย
    #5,691
    0
  7. #5178 Som O Usanee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 05:16
    มาร์ช ปากแข็งขนาดนี้ต้องให้คิวจุ๊บบ่อย ๆ นะลูก อิอิ แล้วนิวคะ เดี๋ยวคิวตามหึงนะเว้ย จะชิปก็ต้องชิปให้สุดดิ อิอิ ส่วนน้องทิวนี่เหมือนจะรู้อะไรอยู่น้าาาาาาา
    #5,178
    0
  8. #4933 sofar_fa (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 08:30
    172 เตี้ยกว่าจีมินอีกป่ะ 55555
    พี่นิวน่ารักอ่ะ แต่พรากเมียเขามาแบบนี้พี่คิวคงไม่เห็นความน่ารักของพี่แน่ๆ 55
    เอาจริงๆเรื่องนี้เราว่าเกมส์ก็เป็นอีกคนที่น่าสงสารนะ นอกจากจะนกแล้วยังผิดต่อเพื่อนอีก เพราะใคร? เพราะนางพิมพ์แพศยาค่ะ นางทำลายที่คิวของเรา

    ส่วนทิว ใกล้ชิดกับพี่คิวขนาดนั้นไม่เป็นน้องชายคลานตามพี่คิวมาเลยล่ะคะที่รัก
    #4,933
    0
  9. #4901 บีซีมี (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 22:13
    ชอบมากเลยทำไงดี
    #4,901
    0
  10. #4012 taemynnn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 23:06
    เกลียดกิ๊ฟนิว 55555555 หน้าแบบดีใจเบอร์สุดอะ 55555555
    #4,012
    0
  11. #3391 มูตี้ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 14:09
    ^______^
    #3,391
    0
  12. #3287 mmjmv_i (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 02:04
    นี่ว่านิวเหมือนจีมินมากเลย ความสูงได้มาก 555555555
    #3,287
    0
  13. #3198 mzQ. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 17:03
    นิวนี่ให้ความรู้สึกเหมือนจีมินเลยอ่ะ55555555555555555
    #3,198
    0
  14. #2928 minvvv (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 12:28
    ทำไมเกลียดเพศตัวเองว่ะ รู้สึกเกลียดมากๆเลย คือไม่รู้นะ เราไม่ชอบเพศตัวเองเลยอะ
    #2,928
    0
  15. #2646 Atom:) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 23:03
    เกลียดชะนี เราก็ชะนี55
    #2,646
    0
  16. #2480 นักอ่าน. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 19:29
    ต๋งต๋านคิววว มาร์ชจะหนีอีกแว้ว
    #2,480
    0
  17. #2439 01234arzzz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 08:36
    ทำไมต้องหนีคิวอะ
    #2,439
    0
  18. #2392 itzmeboombim (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 08:47
    น้องทิวนี่สงสัยจะเป็นคิวปิดให้พี่คิวใช่ป่ะ?
    ส่วนนิวนี่ดูเหมือนบ้าบอแต่ความเผือกเรื่องพิมพ์ก็ทำให้ดูฉลาดได้ ยกเว้นเรื่องที่บ้ายอไปกับส่วนสูง 185 ที่มาร์ชเพิ่มให้นะ 555
    #2,392
    0
  19. #2378 kookieso (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 19:46
    5555555
    #2,378
    0
  20. #2366 nattanitinpao (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 18:05
    แกมันบ้ายอนะนิว555555
    #2,366
    0
  21. #2352 colinamoursmell (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 16:38
    ชอบรูปตอนขำมากอะ555556
    #2,352
    0
  22. #2350 mykkkk (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 16:16
    อิบ้ายอ 555555
    #2,350
    0
  23. #2342 SP-SP (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 13:37
    สนุกกก
    #2,342
    0
  24. #2341 little_h (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 12:22
    หลอกนิวตะไมม
    #2,341
    0
  25. #2340 Krisfanfan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 12:22
    อย่าหนีคิววววว
    #2,340
    0