[YAOI] FANSITE ll แฟนผมเป็นตากล้อง ❤ [THE END]

ตอนที่ 14 : ll แฟนผมเป็นตากล้อง ll EP.12 :: เขาเป็นห่วงของเขา [100%] Ver.คนแต่งสอบเสร็จแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,460
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    13 พ.ค. 60

ll FANSITE ll
#แฟนผมเป็นตากล้อง

EP.12
กฎของการเป็นแฟนคลับข้อที่ 13
'ให้ความเป็นห่วงเป็นสื่อทางใจ'














อ่าคือขอตัวก่อนนะเนียร์


ผมมองหน้าไอ้คิวสลับกับหน้าเนียร์ก่อนจะทำการดึงแขนเสื้อไอ้คิวให้ออกจากจุดนี้แล้วมานั่งที่โต๊ะหินอ่อนซะ


มือผมแอบไปแตะโดนแขนอันร้อนระอุของมันด้วย ยังไม่หายแล้วออกมาได้ไง


พรึ่บ


คนถูกดึงนั่งลงไปกับโต๊ะแถมยังมีหน้ามาเบะปากใส่ผมอีก


ถ่ายเสร็จยังอะคนตัวสูงที่นั่งอยู่ถามผมทันที นี่กูมาไม่ถึงชั่วโมงเลย ถ่ายห่าเหวอะไร เราอยากกินโจ๊ก


มึงขี่รถตามกูมาเหรอผมถามเสียงนิ่ง คนถูกถามไม่ตอบ ไหนบอกว่าไม่ไหวไง


เราไม่ได้บอกเลยว่าไม่ไหว


“…”


เราบอกว่าเราอาจจะถ่ายให้ไม่ได้ต่างหาก หน้าเราซีดขนาดนี้


แล้วทำไมไม่นอน ถ้ามึงเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมา รถชนคาฟุตบาทหน้ามองี้ใครรับผิดชอบ


บ่นอีกดิ


อะไร


เราชอบเวลานายโมโหแล้วแอบเป็นห่วงอะ คิดถึงตอนนั้นจัง


ผมจิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์ ไอ้คิวเท้าคางมองผมเหมือนยียวนนิดๆ แถมปากก็ซีดจนนึกว่ากินบ๊วยเค็มมางั้นแหละ


ที่มันหมายถึงตอนนั้นคงเป็นตอนที่มันแอบโดดกำแพงโรงเรียนไปซื้อข้าวเหนียวไก่ให้ช่วงที่ผมพูดกับมันว่ายังไม่ได้กินข้าวเช้ามา พอผมรู้ว่ามันกระโดดกำแพงพลาดจนเข่าแตก ผมเลยจัดการสวดมันไปยาวสามสิบแปดบรรทัดหนึ่งหน้ากระดาษเอสี่ ก็แม่งดันทำอะไรไม่เข้าเรื่อง


เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว หนังแค่ห้านาที นอนรอไปก่อนแล้วกันนะ


ผมว่าขึ้นก่อนจะหันหลังเตรียมกล้องต่อ เนียร์วิ่งมาหาผมแต่ไกลก่อนจะหยุดแอบชะเง้อมองคิวที่นั่งมองมาที่เราสองคนตาไม่กระพริบ


ทำไมต้องมาเจออะไรอึดอัดแบบนี้ด้วยวะ


เพื่อนเหรอ


เนียร์ถามผมขึ้น ตอนนั้นไม่อยากพูดอะไรมากผมเลยพยักหน้าตอบส่งเนียร์ไป


เรามาเริ่มถ่ายดีกว่าครับ ไอ้นิววางคิวนักแสดงให้ที


ผมพูดขึ้น ไอ้นิวทำมือโอเคก่อนจะมาดึงตัวเนียร์ที่เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง ผมหันไปมองไอ้คิวที่ฟุบหลับไปหน้าตาเฉย แต่พอจะก้าวไปถ่ายงาน ผมก็ต้องหันกลับไปดูมันอีกรอบ


มึงไหวไหมเนี่ยผมถามมือจับเข้าที่แก้มซ้ายของมัน ผมชักมือออกเพราะมันร้อนจนผมยังทนไม่ได้ กูว่ามึงไปหาหมอเหอะ


รีบถ่ายเร็วๆ นะมันไม่ยอมทำตามคำสั่งแต่กลับหันหน้ามาบอกผมด้วยคำสั้นๆ แล้วพาเราไปกินโจ๊กตามสัญญา


ดื้อจังวะ


เข้าใจเปล่าเนี่ย…”


“…”


รีบถ่ายนะ


อือ เข้าใจแล้ว


ผมพยักเพยิดบอกคนตรงหน้าก่อนที่คิวจะอมยิ้มให้ผมนิดๆ ผมรีบวิ่งไปยังฉากที่ไอ้นิวเตรียมนักแสดงเสร็จแล้ว ใจในตอนนี้เป็นห่วงไอ้คนที่นอนอ่อนเพลียบนโต๊ะจนทำอะไรก็ดูขัดใจผมไปหมด


เริ่มเลยนะ แอคชั่น!”


ไอ้นิวสั่งในทันทีที่ผมตั้งกล้องในมือพร้อม บทของพิมพ์คือนางเอกที่เป็นเพียงที่ปรึกษาชั่วคราวให้กับพระเอก โดยที่พระเอกไม่รู้เลยว่าที่นางเอกคอยอยู่ข้างๆ เป็นเพราะอะไร และเรื่องราวที่พระเอกเอามาปรึกษานางเอก เป็นเพียงเรื่องราวที่พระเอกคิดไปเอง ประมาณว่าพระเอกเอาเรื่องราวความฝันที่คิดว่าจริงมาพูดอะไรทำนองนั้นอะครับ เนื้อเรื่องไม่ยาวหรอก แต่จะตัดต่อยังไงให้ได้ห้านาทีนี่ดิ


ไอ้มาร์ชเสียงกระซิบทำให้ผมต้องหันกลับมามองไอ้นิว


หืม


มึงมองกล้องหน่อย มัวแต่หันไปมองอะไร


อ๋อเปล่าๆ


อ้าว ไอ้คิวปะน่ะ


ผมไม่ได้ตอบอะไร แต่ไอ้นิวกลับดึงประเด็นมาเฉย เมื่อจบฉากแรกผมก็รีบปิดกล้องเพื่อเซฟแบตทันที ไอ้นิวรีบวิ่งส่งน้ำให้นักแสดงยกใหญ่ ส่วนผมจะเดินไปที่โต๊ะนั้นก็ต้องห้ามใจตัวเอง


มันคงหลับสบายไปแล้วล่ะ


มึง กูขอน้ำขวดนึง


ผมหันไปขอไอ้นิวที่กำลังยืนซับหน้าซับตาพิมพ์อย่างสมสุข มันหยุดมือก่อนจะหันไปมองถุงที่ว่างเปล่า บ๋อแบ๋


เชี่ย กูลืมซื้อมาให้มึง


ไอ้ชั่ว!” ผมด่ามันทันทีที่สิ้นหวังในสิ่งที่ขอ


แต่แล้วอะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ อยู่ๆ ขวดน้ำที่มีน้ำอยู่เกือบครึ่งขวดก็ยื่นมาตรงหน้าผมทันที ผมมองคนที่ยื่นให้แล้วได้แต่ยกยิ้มแบบเกรงใจ


เฮ้ย เนียร์ไม่ต้องก็ได้มั้ง เหนื่อยๆ กินไปเหอะ เดี๋ยวไปซื้อเองได้


เอาไปเถอะ เราดื่มแค่นี้แหละ


งั้นใจเว้ย


ผมดึงขวดมาจากมือเนียร์ก่อนจะเดินมุ่งไปยังโต๊ะหินอ่อนที่ว่า ผมนั่งลงข้างๆ ไอ้คิวและปลุกมันด้วยการเขย่าไหล่สองสามที คนป่วยนอนซมค่อยๆ ลุกขึ้นมาด้วยความเพลีย


กินน้ำก่อนไหมเผื่อดีขึ้น


อ่า


ไอ้คิวพยักหน้าก่อนจะจัดการอ้าปากนิดๆ เพื่อให้ผมยกขวดจ่อปากมันสะดวกๆ ดีที่น้ำไม่เย็นมาก ไม่งั้นคนป่วยแบบมันคงอาการหนักกว่าเดิมแน่


เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว ถ้าไม่ไหวกลับไปก่อนไหมผมถามมันหันมายื่นปากส่ายหน้าเรียกความสงสารตัวเอง แล้วจะมาทำไมวะ มานอนที่นี่มันสบายกว่าหอหรือไง


ห่วง


หะ


เป็นห่วง


อยู่ๆ คนป่วยตรงหน้าก็เอาหน้ามาพิงไหล่ผมนิ่ง ถ้ามันดีกว่านี้ผมจะถีบมันตกเก้าอี้เดี๋ยวนี้แหละ


ห่วงห่าอะไร กูมาถ่ายหนังไหมไม่ได้ไปกระโดดตึกตาย


เราห่วงเราผิดไหมอะมันพูดเสียงอู้อี้อยู่บริเวณอกผม เป็นห่วงเฉยๆ โดยไม่มีเหตุผลเราผิดเหรอ


มันไม่ผิดแต่…”


ผมหยุดพูดเมื่อเห็นสายตาของพิมพ์และเนียร์มองมาที่จุดนี้ ในตอนนี้ผมไม่สนอะไรไปกว่าหัวใจตัวเองที่ไม่ยอมหยุดดังเสียที ไอ้คิวแม่งต้องได้ยินแน่ๆ


ผมยกกระเป๋าสะพายตัวเองขึ้นวางไว้บนโต๊ะและจัดการย้ายหัวไอ้คิวให้มานอนสงบๆ ที่โต๊ะตามเดิม ตัวร้อนจี๋เลยว่ะ


เมื่อกี้ยังมาทำแอ็คยืนจังก้าด่ากล้องหน้าคนอื่นอยู่เลย ทีงี้ละหงอเชียวนะแม่ง


ก่อนจะเป็นห่วงกู ห่วงตัวเองด้วย


ผมบ่นขึ้นแม้จะเห็นว่าไอ้คิวจะไม่มีแรงจะลืมตาเลยก็ตามเหอะ


“…”


อย่ามาทำตัวให้กูเป็นห่วงแบบนี้




ผมพูดเพียงแค่นั้นก่อนจะกลับมาที่จุดเดิมเพื่อถ่ายอีกรอบ ในมือมีขวดน้ำที่เหลืออยู่ผมจึงเอาไว้ข้างๆ กระติกตามเดิม


มันจะมาทำไมวะ ท่าทางดูเหมือนคนกำลังจะตาย


ไอ้นิวเดินมาถามผม สายตามองไปยังผู้ชายที่นอนแน่นิ่งหัวซบกระเป๋าผมอย่างจำยอม


มันไม่อยากอยู่หอน่ะผมตอบแบบปัดส่ง ใครจะไปกล้าบอกวะว่ามันเป็นห่วงผมเลยมาหาอะ ถ่ายต่อเถอะ เดี๋ยวแสงจะหมด


ผมพูดก่อนจะหันไปมองนักแสดงทั้งสองที่กำลังจัดแจงต่อบทกันอยู่ สายตาผมมองไปยังคนที่นั่งม้าหินอ่อนเป็นระยะๆ มันไม่ได้หันหน้ามาทางผมแต่ก็รู้แหละว่ามันคงหลับอยู่


เราฝากเสื้อเราไว้หน่อยนะ


เนียร์เดินมาหาผมพร้อมกับเอาเสื้อช็อปสีเลือดหมูมาวางไว้ที่ไหล่ผมอย่างพละการ ผมพยักหน้ารับทำท่าจะเอาเสื้อมันวางไว้ที่พื้น แต่มันกลับยืนกดดันจนผมต้องชะงักมือ


หืม มีไร ผมเลิกคิ้ว


คลุมไว้ได้ไหมอะ


เสื้อนี้อะนะผมชูขึ้น แล้วชี้เข้าหาตัวเอง ให้เราคลุมไว้อะเหรอ


อืม อย่าวางนะ


อ๋อได้ดิ


ผมจัดแจงคลี่เสื้อออกและคลุมไหล่ตัวเองลวกๆ ก่อนจะเตรียมกล้องพร้อมถ่าย เจ้าของเสื้อยิ้มขึ้นนิดๆ แล้ววิ่งไปยังฉากที่ไอ้นิวมาร์กไว้ให้


ไอ้นิววิ่งกลับมายืนข้างผม และสั่งการเป็นผู้กำกับในทันที ทุกฉากถูกดำเนินจนมาถึงฉากสุดท้าย ฉากที่นางเอกต้องหายไปจากชีวิตพระเอก ผมพยายามทำมือให้นิ่งที่สุดเพราะฉากที่ว่ามันเหมือนในตอนที่ผมถูกพิมพ์บอกเลิกไม่มีผิด เหมือนมีหน้าตัวเองซ้อนทับหน้าเนียร์ยังไงยังงั้น


คัท!”


สิ้นสุดเสียงไอ้นิว ผมก็ถอนหายใจออกมาก่อนจะนั่งลงกับพื้นเพราะเกร็งร่างกายไปหมด นักแสดงสองคนรีบวิ่งเข้ามาใต้ร่มต้นไม้ใหญ่ก่อนจะจัดการดื่มน้ำดื่มท่าเนื่องจากไปยืนกลางแดดมานานพอควร


อ่ะผมดึงเสื้อคลุมออกแล้วยื่นให้เจ้าของเสื้อไป เนียร์ยิ้มรับพลางนั่งลงข้างผม


นี่ เพื่อเป็นการตอบแทน ไว้นายมาถ่ายรูปให้เราได้ปะ


ไม่ทันขาดคำคนด้านข้างก็ทวงบุญคุณกันเสียแล้ว


ไม่ใช่กล้องเราอะผมตอบไปตามจริง


ไอ้นิวจัดการเก็บนั่นนี่ ส่วนพิมพ์ก็ยืนกดมือถือไม่สนใจอะไร ผมกับเธอดูกลายเป็นคนแปลกหน้าเหมือนเป็นเพียงเพื่อนข้างห้องสมัยมัธยมที่รู้จักผ่านๆ เลยเนอะ


เรามีกล้องของเมทที่หอนะ เดี๋ยวเรายืมมาให้


อ้าว มีเมทแล้วไมไม่ให้เมทถ่ายอะ เราถ่ายไม่สวยหรอก


แต่รูปเพื่อนนายนี่ก็สวยนะ


ผมละสายตามามองหน้าจอกล้องที่เปิดค้าไว้ที่มือ รู้ตัวอีกทีผมก็เปิดรูปไอ้คิวมาดูเฉย พอถูกทักแบบนั้นผมจึงรีบปิดจอและปล่อยตัวกล้องให้คล้องคอปกติ


มันเป็นความบังเอิญอะรูปเลยออกมาดี จริงๆ อยากให้ถ่ายก็ถ่ายให้ได้ แต่เราไม่ขอรับปากนะว่าว่างไหม


งั้น…” เนียร์พูดเป็นเชิงนึกก่อนจะล้วงอะไรบางอย่างออกจากเสื้อนิสิต ขอเบอร์กับไลน์หน่อยดิ


มือถือเครื่องสีดำขลับถูกยื่นมาตรงหน้าผม มันเป็นเรื่องปกติที่เราจะเจอเพื่อนใหม่ๆ ได้ทุกวัน แต่เพื่อนคนนี้ผมรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลในแววตามันเลยแหะ


ติดต่อไอ้นิวเลย เพื่อนกัน


ขอไลน์เอง เราไม่ทักไปกวนหรอกน่า


เอองั้นก็ได้


ผมคว้ามือถือมากดให้ไลน์เพราะขี้เกียจฟังคำตื๊อของคนข้างๆ ถือว่ามันมาช่วยให้งานผมดำเนินจนเสร็จแล้วกัน


ส่วนไอ้คิวยังคงนอนตายคาโต๊ะไม่คิดจะตื่นมาเก่งกาจเหมือนตอนแรกเลยแหะ


ดูนายเป็นห่วงเพื่อนนายจัง เห็นมองตลอดเลยเนียร์พูดพร้อมชายตาไปที่ไอ้คิวตามสายตาผม นั่นก็เพื่อนสนิทปะ


ไม่อะ ไม่ใช่เพื่อน


แฟน?


ไม่ใช่เว้ย


ผมขมวดคิ้วซีเรียส ไม่ใช่เพื่อนก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแฟนปะวะ


"แล้วเป็นอะไรกันอะ"


เมทร่วมห้องที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันมากมาย


ผมยักไหล่ตอบ เนียร์ยู่ปากพยักหน้าเหมือนเข้าใจก่อนจะกระดกน้ำในขวดที่เหลือจนหมด


ผมแอบเห็นมันอมยิ้มนิดๆ ด้วยว่ะ


มึงไปไหนต่อไหมไอ้มาร์ช


สิ้นสุดบทสนทนาระหว่างผมกับเนียร์ เพื่อนตัวดีของผมก็แบกข้าวของมาหาพร้อมกับถามไถ่ ผมส่ายหน้าตอบมันไป


กูว่าคงพาไอ้คิวไปกินอะไรก่อนค่อยกลับหอ


งั้นกูกลับแล้วนะ มึงส่งไฟล์วิดีโอให้กูด้วยเดี๋ยวกูเซฟลงแฟลชไดรฟ์ส่งอาจารย์เอง


เออดี ฝากด้วยนะผมยกมือบอกลาพลางลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ


มึงจะกลับยังไงอะ ให้เนียร์ไปส่งดิไอ้นิวอาสาเสนอ ผมเลยส่ายหน้า มึงจะขี่มอเตอร์ไซค์ไอ้คิวกลับหรือไง เดี๋ยวก็ล้ม


กูกลับเองได้น่า ไม่ล้มหรอก


"แต่มึงขี่มอเตอร์ไซค์ไม่คล่องนี่ เดี๋ยวก็เสยฟุตบาทตายคู่" ไอ้นิวดุจนเหมือนพ่อคนที่สอง "ให้ไอ้เนียร์ไปส่งล่ะ คุ้มชีวิต"


ให้เราไปส่งไหม ส่วนรถเพื่อนนายที่ขี่มาก็จอดทิ้งไว้ที่คณะ พรุ่งนี้ค่อยมาเอากันก็ได้เนียร์แทรกขึ้น


ผมมองไปที่ไอ้คิวอย่างเหลืออด รู้ว่าไม่ไหวยังจะแบกสังขารขี่รถมาอีกแล้วมันก็กลายเป็นภาระพวกกูเนี่ย


ไม่เป็นไร กลับกันไปเถอะ


ผมปฏิเสธความหวังดีของผู้ชายร่างสูง ไอ้นิวดูเหมือนจะไม่ค่อยไว้ใจในตัวผมเท่าไรแต่ก็ทำได้เพียงยกมือโบกลาตามมารยาท ส่วนเนียร์ก็ดื้อถึงขนาดว่ายืนเทียบข้างผมไม่ไปไหน


เอ้า นิวกลับไปแล้วเหรอ


ผู้หญิงร่างบางที่ดูเหมือนหายไปในฉากนานพอตัวเธอโผล่มาอีกครั้งพร้อมกับมองหาเพื่อนผมที่กลับไปโดยไม่ได้เอ่ยลาเธอแม้แต่นิด


อืม มีไรเปล่าผมที่จะกลับไปปลุกไอ้คิวก็ต้องหยุดหันมาตอบเธอ เนียร์ยืนมองเราสองคนคุยกันโดยไม่สงสัยอะไร เพราะรายนี้ก็รู้อยู่แล้วว่าอดีตของเราเป็นอะไรกัน


เปล่า แค่ถามหาเฉยๆ น่ะเธอยิ้มขึ้น รอยยิ้มน่ารักที่เคยหลงใหลมันในตอนนั้น มันช่างแตกต่างกับรอยยิ้มน่ารักในตอนนี้จริงๆ ว่ะ งั้น พิมพ์กลับก่อนแล้วกัน


แล้วกลับยังไงผมถาม


นี่ถามตามมารยาทเฟ้ย


วินมั้งเธอตอบแบบไม่แน่ใจ


เนียร์ไปส่งพิมพ์ดิ


หะ?คนด้านข้างหน้าเหวอเมื่ออยู่ๆ ก็ถูกถีบหัวส่งในทันที ให้เราไปส่งพิมพ์อะนะ แล้วนาย…”


เรากลับได้ไปเหอะ


ผมตบหลังเนียร์เบาๆ ก่อนจะเดินไปหาคิวที่นอนเงียบหายใจนิ่งเสมอต้นเสมอปลาย


กลับกัน


“…”


ไอ้คิว


ผมเอียงหน้าเข้าไปใกล้ๆ เพื่อดูว่ามันมีสติพอจะลุกขึ้นไหม แต่ก็ไม่ มีเพียงลมหายใจร้อนๆ ที่รดอังหน้าผมในระยะประชิดเท่านั้น


ผมชะเง้อมองสองคนนั้นว่าไปหรือยัง ปรากฏว่าเขาได้หายไปจากจุดนั้นแล้ว กลายเป็นเหลือเพียงเราสองคนที่อยู่ตรงนี้


ผมลองเอื้อมมือไปแตะแก้มมันอีกรอบ คราวนี้ต้องชะงักมือออกทันที โคตรร้อน!


เฮ้ยไอ้คิว มึงไหวปะเนี่ย


หืม


เสียงขานกลับทำให้ผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก กูคิดว่ามึงจะตายไปแล้วแม่เช็ด!


กลับไปพักผ่อนแล้วแดกยาเหอะ ตัวร้อนฉิบ


เสร็จแล้วเหรอน้ำเสียงอ่อนยวบยาบถามผม มันค่อยๆ ดันหัวขึ้นมองแต่พอไม่พบใครมันก็เลยหันมาถามผม ไปกินโจ๊กกัน


จะตายห่าอยู่แล้วโจ๊กบ้าบออะไร ไว้กูซื้อให้กินที่หอดีกว่า


เป็นห่วงเราเหรอ


“…”


น่ารักว่ะ


เฮ้อ! แม่เอ้ย จะเถียงจะด่าก็สงสารหน้าซีดๆ ของมันเหลือเกิน ป่วยจนตัวร้อนเยี่ยงพระอาทิตย์ยังมีอารมณ์มากวนตีนกูอีกนะ


ถ้าไม่รีบกลับไปนอนกูจะถ่ายรูปมึงตอนนี้เลยนะ


ไม่เอาเราไม่หล่อ


เคยหล่อหรือไงมึงอะ


ไม่หล่อเหรอ


ถามกูไม่พออย่ามายื่นหน้าใกล้กูแบบนี้!


ผมเอามือผลักหน้ามันออกก่อนจะสะพายกระเป๋าและดึงแขนเสื้อให้มันลุกขึ้น แต่มันกลับไม่ขยับตามแรงดึงผมเลย


ลุกดิ


เราลุกไม่ไหวอะปวดหัว


งั้นมึงก็นอนไป กูกลับละ


“…”


ผมทำท่าจะเดินแต่ก็อดแอบมองมันไม่ได้ ดูเหมือนว่ามันจะพูดจริงเรื่องปวดหัวจนลุกไม่ไหวแหะ


กอดคอกู


ผมย่อตัวลง ไอ้คิ้วยิ้มขึ้นนิดๆ ก่อนจะจัดการคล้องคอผมทันที ผมยกเอวมันเพื่อประคองถนัดๆ ไอ้คิวเอาหัวมาพิงหัวผมพร้อมกับก้าวเท้าเดินชิดตัวผมติดๆ


กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมจากเสื้อผ้าของมันทำเอาผมแอบรู้สึกดี มันเป็นกลิ่นน้ำหอมที่ผมชอบมาก เวลาได้กลิ่นมันทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย มันไม่ฉุนมากหรือแรงจนแสบจมูกอะไรแบบนั้น


แต่แม่งก็ไม่ช่วยให้ผมหายเหนื่อยอะไรหรอกนะ ตัวก็หนัก ร้อนก็ร้อน มึงนี่มัน


พรึ่บ


ผมผละอ้อมกอดออกจากตัวไอ้คิวเมื่อเรามาถึงลานจอดมอเตอร์ไซค์ ผมล้วงกุญแจออกมาจากกระเป๋ากางเกงไอ้คิวก่อนจะทำท่าเงอะงะ


ผมควรเอาไอ้คิวไว้ส่วนไหนของรถอะ


ถังน้ำมัน ตะกร้าหน้ารถ หรือใต้ล้อรถ


มึงซ้อนได้ปะผมหันไปถามมันที่ยืนพิงไร้เรี่ยวแรงอยู่


จะขี่เองเหรอ


เออดิ มึงไม่ไหวหรอกกูไม่อยากตายผมพูดพร้อมกับขึ้นคร่อมด้วยท่าทางเก้งๆ กังๆ หรือว่าเราจะขึ้นแท็กซี่ดีวะ…”


นี่เป็นความคิดชั่ววูบและมันดันเป็นจังหวะพอดีที่แท็กซี่ขับเลี้ยวเข้ามาหน้าคณะ


ผมออกจากรถและดึงกุญแจออกก่อนจะหันกลับมากอดเอวไอ้คิวอีกรอบ ผมใช้มือที่ว่างเสยผมหน้าม้าไอ้คิวที่ปกตาออก เหงื่อเต็มไปหมด


ไปไหนครับน้อง


คนขับแท็กซี่ดูเหมือนจะรู้งานดีเลื่อนกระจกรถลงถาม


ไปหอแสนดีมีชัยโยโหฮิ้วครับ


ดูเหมือนว่าเพื่อนจะไม่ไหวนะไปโรงพยาบาลไหม


มะ ไม่ครับ


คนปฏิเสธคนขับรถไม่ใช่ผม แต่เป็นไอ้คิวแทน จริงๆ ไปโรงพยาบาลน่าจะทำให้อะไรดีขึ้นนะ อย่างน้อยก็ได้ยามากิน


งั้นไปหอเหมือนเดิมล่ะครับ


ผมบอกคนขับเพื่อย้ำความมั่นใจก่อนจะเปิดประตูยัดคนป่วยเข้าไปนั่งก่อนตามด้วยผมที่นั่งข้างมันติดๆ


รถเคลื่อนตัวออกไปในทันที ผมพยายามค้นว่าในกระเป๋าตัวเองมียาสำรองไว้ไหมแต่ก็ล่มเหลว เพราะแม้แต่ยาดมผมก็ไม่มี


แอร์รถเย็นเฉียบแต่คนด้านข้างกลับเหงื่อท่วมหน้าไปหมดจนผมอดใช้มือเสยผมมันขึ้นอีกรอบไม่ได้ ไม่รู้ว่าตัวเองจะกังวลอะไรกับมันหนักหนาแต่มันอดใจไม่ไหวจริงๆ เพราะสภาพมันในตอนนี้หนักพอควร


ทีหลังไม่ต้องออกมานะถ้ารู้ว่าไม่ไหวผมบ่นขึ้น


ครับ


ไอ้คิวตอบเพียงแค่นั้นก่อนจะเอียงหัวมาพิงไหล่ผมอีกระรอก ผมปล่อยให้มันครอบครองไหล่กว้างของผมไว้ ผมอดไม่ได้ที่จะยกมือถือขึ้นมาเปิดกล้องหน้าแล้วถ่ายมันตอนกำลังหลับตาพริ้ม เวลามันไม่เถียงหรือพยายามกวนประสาทนี่ก็ดีนะ ผมไม่หงุดหงิดใจมากกว่ามันพูดเสียอีก


พี่ครับเดี๋ยวช่วยแวะร้านโจ๊กตรงหน้าปากซอยทีนะครับ


อ๋อได้สิ


ผมตบเบาะคนขับเพื่อให้เขาเลี้ยวชิดซ้ายเพื่อจอดข้างทาง ผมค่อยๆ เคลื่อนหัวไอ้คิวไปพิงประตูฝั่งมันไว้ ก่อนจะลืมลงจากรถมาซื้อโจ๊กตามสัญญา ผมจัดการสั่งโจ๊กใส่ไข่ลวกไม่ใส่ขิงไม่ใส่หมี่กรอบในทันที น่าแปลกที่ผมดันจำรายละเอียดการกินของไอ้คิวได้หมด แทนที่จะลืมๆ มันไปได้แล้ว


เมื่อได้รับโจ๊กมา ผมรีบขึ้นรถกลับเข้ามานั่งที่เดิมในทันที


ไปเลยครับพี่


ผมว่าเสร็จก็จับหัวไอ้คิวกลับมาพิงไหล่ผมอีกรอบ เพราะถ้าพิงประตูไปเรื่อยๆ เวลาเจอลูกระนาดคงได้เพิ่มหัวแตกแถมมาด้วย


จ่ายค่าโจ๊กกูมาด้วยละ


ผมบ่นอุบ จริงๆ ก็หาเรื่องบ่นแม่งไปงั้นแหละ หมั่นไส้


ติ้ง!


เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นผมจึงละจากการมองหน้าไอ้คิวมาดูหน้าจอมือถือตัวเอง ชื่อไลน์ไม่คุ้นส่งสติ๊กเกอร์ทักทายผมมาจนผมต้องกดเข้าไปอ่าน


ไม่ใช่ส่งเกมส์คุกกี้รันมาให้กูเล่นล่ะ


NEAR :: มาร์ช นี่เราเองนะจำได้ปะ

/ สติ๊กเกอร์ปลาทูทำหน้าแบ้ว


ผมอ้าปากร้องอ๋อเบาๆ เมื่อกดเข้าไปดูดิสก็พบว่าเป็นเนียร์จริงๆ


MARCH :: เออว่าไง


ผมตอบกลับไปตามมารยาท


NEAR :: เราอยากถ่ายรูปเร็วๆ แล้วอ่ะ นายว่าง


พรึ่บ


ผมที่ยังอ่านไม่จบ มือถือผมถูกดึงไปกดปิดหน้าจอและถูกยึดไปในทันทีด้วยฝีมือจากผู้ชายข้างๆ ผมจะเอ่ยด่าแต่ก็เกรงใจพี่คนขับที่กำลังคุยโทรศัพท์กับเมียที่บ้านด้วยความมุ้งมิ้ง


เป็นเชี่ยไรผมก้มกระซิบคนที่พิงไหล่ผมอยู่


อย่าเล่นมือถือบนรถ สายตาเสีย


แต่มึงกำลังมารยาทเสีย กูคุยกับเพื่อนอยู่นะเว้ย


ไอ้วิศวะหน้าวอกนั่นอะนะ


ไม่รู้จะขำหรือจะแก้ต่างดี ผมจิ๊ปากเมื่อรู้ว่ามันคงไม่ได้แฮปปี้ด้วยกับเนียร์เท่าไร ก็เล่นเจอกันครั้งแรกก็ไปเหน็บเขาซะแล้ว


"มึงไม่ชอบอะไรเขาวะ" ผมถามกลับไปอย่างไม่เข้าใจ "ไม่ชอบขี้หน้า?"


"ไม่ชอบให้มายุ่งกับนาย แค่นั้นแหละ"


"เหตุผลโคตรส้นตีน"


"นายก็อย่าใจง่ายดิ ขี้อ่อย"


"ใครกันแน่!!! มึง..."


จุ๊บ


"อย่าเสียงดัง"


ผมหยุดปากทันทีที่คนพิงไหล่แหงนหน้าเอาปากมาแตะปากผมเพียงเสี้ยววิ ย้ำว่าแปปเดียวเท่านั้น แต่สามารถทำผมสตั้นไปราวๆ หนึ่งนาทีได้...


เอามือถือกูมา


ผมจัดการเปลี่ยนเรื่องเพราะทำตัวไม่ถูก หน้าอกผมมันสะเทือนจนแทบจะระเบิดออกมา


ทำไมมึงนับวันถึงอันตรายกับใจกูจังวะ!


ทีกับคนที่เจอกันครั้งแรกละเรียกเพื่อน


น้ำเสียงน้อยใจเอ่ยขึ้นจนผมต้องหยุดแย่งยื้อมือถือจากมือมัน


ประชดอะไรของมึง


ทีกับเราละไม่ยอมเรียกเพื่อนเต็มปาก


ก็มันต่างกันเว้ย


งั้นต่อไปเราจะไม่อยากเป็นเพื่อนนายแล้ว


เอ้า ตัดพ้อไม่พอยังมาพูดจาน้อยใจกันอีก


เออดี


ไม่อยากเป็นเพื่อนกันก็ไม่เป็นไร


เฮ้อ มึงนี่นะ…”


เราจะได้ตามจีบในฐานะอื่นมากกว่าเพื่อนซะที












ผลการค้นหารูปภาพ







-100%-
ไปค่า พายเรือแล่น ปู๊นๆ
คุณหนูมาร์ชแกเป็นห่วงเขา
จำเป็นต้องปากแข็งยืนแอคท่าไรเบอร์นั้นมะ
แล้วใครสั่งสอนให้ปิดปากคนด้วยวิธีนี้คะ
ถ้าลุงขับแท็กซี่มองกระจกพอดีนี่เลี้ยวรถคว่ำ
ตายห่าทั้งคันเด้อ ใจเย็น ค่อยไปต่อที่หอ / ผิด
ถ้าชอบหรืออยากด่าคนแต่งไปติดแฮชแท็ก 
#แฟนผมเป็นตากล้อง
เพื่อเพิ่มสกิลความขยันของดิฉัน ไปทวงได้
เพราะฉันสอบเสร็จแล้ว จิกหัวมาแต่งได้ค่ะ

ปล.แก ฉันได้ไปงานหนังสือด้วยนะ
เดี๋ยวมาแจ้งข่าวอีกรอบว่าไปบูทไหน 
ไปในฐานะนักเขียนวายจ้าาาา แต่ไม่ใช่เรื่องนี้นะ
ฉันยังไม่รีบเปิดพรีเรื่องนี้5555555555555555555
ปล(สอง). ใครคือหน้ากากจิงโจ้




แอดแฟน กดที่รูปพี่มาร์ชเลย!
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ minjae and v gif
โหวต + เม้น ด้วยนะครับ
ตามติ่งคิวมาร์ชได้ที่


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,645 ความคิดเห็น

  1. #6607 ไอแนน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:01
    มาร์ชเป็นคนเรียนจิตวิทยาที่ดูคนไม่ออก
    #6,607
    0
  2. #6584 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 09:43
    หูยยยยยยแอทแทคคคคคคคคคค
    #6,584
    0
  3. #6539 Nada Am (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 17:09
    โอ้ยยย มันก็จะฟินหน่อยๆอ่ะเธ๊อออ ~ >///<
    #6,539
    0
  4. #5999 Disk Nara (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 17:40
    ล้มเหลว***
    #5,999
    0
  5. #5970 Bruva (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 22:32
    เหมือนเคยอ่านนิยายเรื่องนึง มีผู้ชายชื่อเนียร์ เคะ อยู่วิศวะโยธาเยี่ยงเนียร์นี้ และที่สำคัญ นางมีผั-แล้ว...........
    เนียร์จ๊ะ กลับไปหาผั-จร้ะ เดี๋ยวผั-งอลนะ
    #5,970
    0
  6. #5686 กีกี้ส์ :-*) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 20:25
    เนียร์ หนูเป็นได้แค่พระรองอะลูก บทหนูมันส่งแค่นี้อะลูก ถึงจะยังไม่หวือหวา แต่อย่างน้อยมาร์ชก็หวั่นไหวกับคิวบ้างแล้วล่ะว้าา
    #5,686
    0
  7. #5177 Som O Usanee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 04:56
    พิมพ์ หล่อนควรไปตามทางของหล่อนย่ะ น้องมาร์ชมีคิวอยู่แล้วอย่ามายุ่งเข้าใจไหมมมมมมม อย่าพยายามมามีบทบาทในชีวิตน้องมาร์ชค่ะชะนี ส่วนเนียร์ อย่าจีบคนมี(ว่าที่)ผัวแล้วเลยลูกกกกกกก
    #5,177
    0
  8. #4930 sofar_fa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 22:39
    นางพิมพ์ดีดดดดด อย่ามายุ่งกับพี่นิวของเรานะ!!

    คุณวิศวะหน้าวอกของพี่คิวด้วย อย่ามายุ่งกับหนูมาร์ชของเรา เราเก็บหนูมาร์ชไว้ให้พี่คิวคนเดียว

    แต่เขินอ่ะ พี่คิวรุกหนักมาก เราเขิน ><
    #4,930
    0
  9. #4837 sp-in-k (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 11:41
    >< เขินนน
    #4,837
    0
  10. #4547 zaran (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 10:53
    เห้ยยยยแกกกก ก็ได้อ่อเป็นเพื่อนไม่ได้รุกเป็นแฟนงี้ พิคิวคนจริง 555555555
    #4,547
    0
  11. #3390 มูตี้ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 13:40
    ^______^
    #3,390
    0
  12. #3382 민밀 มินเมียมิลค์ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 01:10
    เอาแล่ววววววววววววว รุกสุดดดดดดดดด
    #3,382
    0
  13. #3285 mmjmv_i (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 01:45
    เป็นเพื่อนไม่ได้ก็เป็นแฟนนี่แหละง่ายดี 5555555
    #3,285
    0
  14. #2926 minvvv (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 11:58
    เป็นไรกันว้าาาาาา
    #2,926
    0
  15. #2229 01234arzzz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 22:10
    จัดเลยคิวววว
    #2,229
    0
  16. #2223 baekbow (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 21:11
    เอาแล้ววววววววว โดนแน่ไม่อยากเป็นเพื่อนดีนัก งั้นเป็นอย่างอื่นละกัน 555
    #2,223
    0
  17. #2221 kookieso (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 20:29
    ชอบกิฟต์อ่ะชอบมากก5555555+
    มีจุ๊บอีกก กุตายยยย
    ปล.เบื่อเนียร์มาก ลำไยค่ะ ลำเบอร์แรง
    #2,221
    0
  18. #2215 itzmeboombim (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 17:44
    ขี้หึง ขี้งอนว่ะ แต่ก็ดี ได้เหตุผลที่จะจีบ ก็ไม่ใช่เพื่อน ก็จีบเป็นแฟนเลย
    #2,215
    0
  19. #2211 sjyRPzz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 16:47
    อ้ากกกกกก จุ๊บ...อย่าเสียงดัง อร้ายยยยยยเขิลเว้ยยยยไรทึ
    #2,211
    0
  20. #2192 tong8112547 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 13:31
    ฮา ปล2 อะใครคือน่ากาก จิงโจ้
    คำตอบ : ไม่รู้ค่ะ
    #2,192
    0
  21. #2187 aomnovel (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 13:08
    คนป่วยนี่ปากตรงกับใจจังนะ
    #2,187
    0
  22. #2166 c h e r . (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 11:52
    เราอ่านตอนนี้ตอนครบ 100% บอกเลยว่าโคตรเขินนนนนน ตอนนุ้งมาร์ชบอกเป็นห่วงเขานี่แบบโอ้ยยยยฟหกเ้อั่ทสสาเกเ้า
    แล้วตอนจุ้บนี่อะไรค้าาา บอกเกลียดเขาแต่ไม่มีการต่อต้านนน น่ารักโคตรรร เขินโคตรรรรรร
    #2,166
    0
  23. #2165 fom'fann (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 10:37
    ตายแล้วววววววว
    #2,165
    0
  24. #2164 KlangiizZ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 09:48
    อร้ายยยย ป่วยจะตายอยู่แล้วยังจะมีแรงมาพูดจาอ้อยอีก
    #2,164
    0
  25. #2163 MuuZhang (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 09:43
    ปากแข็งจังหว่าาา มาร์ช
    #2,163
    0