FRAUD LOVE ♣ รักอันตราย ผู้ชายสายเปย์!

ตอนที่ 6 : ││FRAUD LOVE││CHAPTER 05 :: จะให้เปย์ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 728
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    9 มิ.ย. 60


ll FRAUD LOVE ll
ll CHAPTER 05 ll
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ baro gif


5

 

ครืด ครืด ครืด


ขัด! ขัดเข้าไป! -_-;


แม้จะบ่นแต่สองมือยังคงกำด้ามแปรงขัดท่อแน่น ฉันยกแขนปาดเหงื่อเมื่อมันกำลังจะไหลเข้าตา ดีที่อีตาปิงยังมีจิตใจดีงามส่งผ้าปิดปากมาให้ฉันใส่ ไม่งั้นคงดมซากขนมปังและกลิ่นนมบูดที่ติดค้างอยู่คาท่อระบายน้ำหลังครัวนี่แน่ๆ


คิดซะว่าท่อนี่เป็นหน้านายนั่น ต้องขัด! ขัดคราบสกปรกออกจากหน้าอีตานี่ ขัด!


แกจะไม่ให้ฉันช่วยจริงๆ เหรอฟรัง


เสียงสาวสวยนามว่าจับหยี่เอ่ยถามฉัน เธอพยายามมาช่วยฉันอยู่หลายครั้ง แต่คุณเจ้าของร้านกลับบอกว่าถ้าจับหยี่ช่วยฉันจะไม่ได้ค่าชั่วโมงเต็ม


ไม่ได้! ฉันต้องได้เจ็ดสิบบาทต่อชั่วโมงตามที่เราสัญญากันไว้สิ


ไม่เป็นไร แกกลับไปเถอะ พรุ่งนี้แกก็ต้องมาทำอยู่แล้ว


แกไหวแน่นะ


แปปเดียวเอง ใกล้เสร็จล่ะ ไปเถอะ


ฉันหันไปส่งตาหยีเพราะส่งยิ้มไปเธอคงไม่เห็น ผ้ามันปิดปากฉันอยู่น่ะสิ


งั้นไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ แกอย่าหักโหมนะฟรัง


ฉันพยักหน้าก่อนจะโบกแปรงในมือบ๊ายบายจับหยี่ที่บอกลาฉันและเดินออกจากร้านไป ส่วนฉันก็ทำหน้าที่ตัวเองต่อ เพื่อเงินฉันไม่สามารถต่อร้องต่อเถียงเจ้านายได้อยู่แล้วนี่ อะไรที่ทำให้ฉันได้เงินเร็วๆ ฉันก็ต้องทำ


อะฉันชะงักมือ เมื่ออยู่ๆ ตรงหน้าฉันก็มีน้ำปั่นหนึ่งแก้วยื่นมาให้ ฉันเงยหน้ามองบุคคลนั้นก่อนจะรีบผงะถอยอัตโนมัติ พักก่อนก็ได้


เจทยิ้มพลางยื่นน้ำให้ฉันอีกครั้ง ที่ผงะเพราะตกใจตรงที่เขามายืนชิดฉันนี่แหละ มันยังไม่ชินที่ต้องทำงานร่วมกับเขานี่หว่า


คนที่ฉันหลอกเขามาตลอดโดยที่เขาไม่รู้อีโหน่อีเหน่เนี่ย


เอ่อ ขอบใจนะ แต่ไม่เป็นไรจะดีกว่า เดี๋ยวเพื่อนนายจะว่าฉันเอาฉันยิ้มแหยโบกมือปฏิเสธ


เดี๋ยวคุณปิงจะยกแม่น้ำทั้งทวีปมาแซะฉันพร้อมกับหาว่าฉันอู้งานมาดื่มน้ำในร้านเขาอย่างสบายใจเฉิบ นอกจากจะได้หักเงินฉันแล้วเรื่องหักหน้านายนั่นน่ะถนัดนัก


รับไปเถอะเจทว่าก่อนจะดึงแปรงออกมาจากมือฉันและยัดแก้วน้ำใส่มืออย่างว่าง่าย เราเป็นเพื่อนร่วมงานกันแล้ว ไม่มีใครมาว่าหรอก


แต่…”


ดื่มสิ


“…”


กลัวเราทำไม่อร่อยเหรอ


เจทยู่ปากอย่างงอนๆ เฮ้อ ทำไมฉันถึงบาปหนาหลอกผู้ชายน่ารักๆ แบบเขาได้ว่ะ


ฉันดึงผ้าปิดปากออก ก่อนจะดูดน้ำปั่นที่คาดว่าน่าจะเป็นน้ำผลไม้รวม คนตรงหน้ายิ้มแป้นแล้นอย่างน่ารัก มีความรู้สึกว่าน้ำอร่อยแล้วเจอรอยยิ้มคนตรงหน้าน้ำยิ่งอร่อยไปยกใหญ่


ไม่สิฟรัง แกจะมาตกหลุมความน่ารักของเหยื่อแกไม่ได้หรอกนะ


ขอบคุณนะ


อร่อยอ่ะดิ ดูดใหญ่เลย ฮ่าๆ


เฉยๆฉันแกล้งพูด เจทหุบยิ้มทันที โหย พูดเล่น


เจทกลับมายิ้มร่าอีกครั้ง เขายกนิ้วโป้งทำท่าทางให้ฉันเอออว่าเขาก็สุดยอดใช้ได้ เจทจัดการขัดท่อโดยไม่บอกไม่กล่าวจนฉันต้องรีบวางแก้วไว้ที่โต๊ะและแย่งแปรงจากมือเขาเป็นการด่วน


เธอไปพักก่อนเถอะ ทำคนเดียวเหนื่อยแย่เขาดึงแปรงเข้าหาตัวเองทันที


นี่มันหน้าที่ฉัน อย่าแย่งสิ!” ฉันว่าก่อนจะดึงแปรงมาทางตัวเองอีกรอบ


เป็นผู้หญิงตัวนิดเดียว ไปพักก่อนสิ


นายไปเก็บโต๊ะด้านนอกนู้นเลยฉันจัดการไล่ กดเสียงเข้มเพื่อให้เขาอ่อนข้อเสียที ไม่งั้นฉันจะฟ้องปิงแน่นายแย่งงานฉันทำ


อ่ะๆ ไม่แย่งแล้วก็ได้


ฉันรีบยึดแปรงเข้าหาตัวด้วยท่าทางห่วงก้างประหนึ่งว่าแปรงนั่นเป็นทองอะไรเบอร์นั้น เจทยิ้มน้อยๆ แถมยังส่ายหน้าตลกกับท่าทางฉันอีก แต่อยู่ๆ เจทกับค่อยๆ หุบยิ้มเมื่อเราจ้องหน้ากันพอดิบพอดี แววตาสงสัยของเจททำเอาฉันใจแป้วแปลกๆ คิ้วที่ขมวดเป็นปมเหมือนพยายามนึกคิดอะไรบางอย่าง


ฉันรีบดึงผ้าปิดปากปิดหน้าก่อนที่เขาจะนึกอะไรได้ทัน ฉันก้มหน้าก้มตาขัดท่อต่อ พยายามเบี่ยงประเด็นให้เขาลืมเรื่องที่จะนึกซะ


นายออกไปสิ มายืนขวางท่อแบบนี้ฉันทำไม่ได้หรอกนะ


เธอชื่ออะไรอะ


คำถามเจททำเอาฉันหยุดการกระทำอีกครั้ง ฉันกัดฟันข่มตาเก็บความรู้สึกอย่างเลี่ยงไม่ได้ รู้สึกถึงหายนะบางอย่างกำลังมาเยือนเสียแล้วสิ


ถามทำไมอะฉันพูดไปขัดพื้นไป แต่ที่แน่ๆ ถ้าฉันเอ่ยชื่อตัวเองออกไป กระบวนการความคิดที่เขาทำหน้าตาสงสัยเมื่อกี้ต้องผุดขึ้นมาแน่นอน อยากรู้จักหรือไง


เอ้า เธอเป็นเพื่อนร่วมงานเรานะ ไม่ให้รู้ชื่อกันได้ไงล่ะ


อ่ะเอ่อ…” ฉันหันมาอ้ำอึ้งใส่เขา จะโกหกแต่แล้วคงไม่พ้นวันพรุ่งนี้ ยังไงจับหยี่ก็ต้องเรียกฉันฟรังอยู่ดี งั้นบอกเขาไปตรงๆ นี่แหละ ฉันชื่อ…”


ฟรัง


เสียงเอ่ยเรียกชื่อฉันดังขึ้นประจวบเหมาะกับประโยคฉันพอดิบพอดี ฉันและเจทหันไปมองต้นเสียงที่ยืนเท้าเต๊ะเคาน์เตอร์ครัวด้วยท่าทางเท่ๆ ซึ่งดูยังไงก็ไม่เห็นว่ามันเท่ตรงไหน จะเก๊กทำแมวอะไร -_-


อืม ฉันชื่อฟรัง


ฉันย้ำคำพูดของปิงเมื่อกี้อีกครั้งให้เจทเข้าใจ เอาเถอะ ฉันคงไม่หลอกเจทอีกแล้ว เขาดูซื่อและดูไม่ขยันทำงานมากกว่าฉันเสียอีก กว่าเขาจะเก็บเงินได้แต่ละบาทคงลำบากน่าดู


ต่างกับอีตาเจ้าของร้านเนี่ย วันๆ ทำอะไรบ้างนอกจากเดินลอยชายไปมา ฉันไม่เห็นทำอะไรสักอย่างแต่กลับมีเงินเป็นกอบเป็นกำ มีรถมีบ้าน ขนาดวันนั้นที่เจทมาหาฉันที่คลับเขายังนั่งแท็กซี่มาเลย -*-


โถ่ พ่อคุณ...


ทำไมชื่อเหมือนคนที่เรารู้จักเลย ฮะๆ ตลกเนอะ


แม้คำพูดของเจทจะดูปั้นยิ้มหัวเราะออกมา แต่สายตาของเขากลับโกหกฉันไม่ได้เลย แววตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจแปลกๆ นั่นทำเอาฉันรู้สึกตัวชาวูบขึ้นมาทันที


ชื่อฉันโหลจะตายแต่ฉันกลับแถต่อซะงั้น


หรา!”


ฉันหันไปจิ๊ปากใส่ปิงที่ยืนเบะปากทำหน้าทำตาอยู่หลังเจท พอเจทหันไปมอง เขาก็ทำชมนกชมไม้มองสำรวจเครื่องครัวหน้าตาเฉย แต่พอเจทหันมายิ้มให้ฉันต่อ เขาก็เล่นหูเล่นตาทำหน้าล้อเลียนฉัน อยากจะปาแปรงขัดท่อในมือใส่หน้าจริงๆ หมั่นไส้เว้ย!


งั้นเราไปเก็บของหน้าร้านก่อนนะเจทไม่ได้สาวความยืดยาวอะไร ดูไม่ติดใจอะไรกับชื่อฉันเสียเท่าไร หรือไม่เขาคงไม่อยากนึกถึงน้องฟรังคนหลอกลวงของเขาแล้วล่ะ นึกไปก็เศร้า เจอกันครั้งเดียวก็หายไปจากชีวิตถาวรเลย เฮ้อ


ทันทีที่หลังเจทลับหายไปจากครัว ฉันจึงก้มหน้าก้มตาขัดท่อต่อไม่สนใจผู้ชายอีกคนที่ยืนมองอยู่ ฉันจะคิดว่าอีตานี่เป็นวิญญาณเร่ร่อนขอส่วนบุญแล้วกันนะ


แค่จะเสวนาด้วยหนึ่งประโยคก็ปวดหัวจนอยากจะอ้วกอยู่แล้ว


เมื่อไรจะบอกความจริงเพื่อนฉันสักทีปิงพูดขึ้น


ไว้เมื่อพร้อม ฉันรู้ว่าตอนนี้เขาคงยังเฮิร์ทกับเรื่องน้องฟรังของเขาอยู่” ฉันตอบโดยไม่มอง


ก็รู้นี่ ไหนๆ เป็นโจรแล้ว โจรเขาไม่นึกถึงจิตใจเหยื่อหรอกถูกมะฉันถอนหายใจพลางยืนเท้าเอวมองหน้าปิงอย่างเหลืออด บอกความจริงไปเลย เพื่อนฉันจะได้ออกห่างเธอ


เป็นบ้าเหรอ


จะแถอีกนานไหมล่ะรู้สึกว่าเขาจะชวนทะเลาะอีกแล้วสินะ


ฉันไม่ได้หลอกเงินนาย อย่ามายุ่งกับเรื่องนี้ได้ไหม ออกไปเลยป่ะเป็นแค่นายจ้างนี่มาวุ่นวายอะไรกับลูกจ้างเหรอคะ!


ฉันพูดปัดส่ง รู้สึกว่าเขาจะวอแวตามเจ๊าะแจ๊ะฉันมากจนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารำคาญมากที่สุดในโลกไปแล้วเนี่ย


เจทมันก็เพื่อนฉัน


จะเอายังไงฉันปาแปรงลงพื้นอย่างโมโห เออ พูดมาจะให้ทำไง


ไปบอกมันว่าเธอคือน้องฟรังสิ


ได้!” ฉันพยักหน้ารับคำก่อนจะเดินเพื่อออกไปหาเจท มันจะได้จบๆ ไปเสียที ปิงจะได้เลิกหาเรื่องโง่ๆ นี่มาปั่นประสาทฉัน แต่ก่อนที่จะออกจากห้องครัว ฉันชะงักเท้าก่อนนิดนึงและถอยหลังมายืนข้างๆ ปิง สายตาของฉันมองเขาตั้งแต่เท้าจรดหัวแถมด้วยการยักคิ้วให้เป็นการกวนส้นตีน ฉันจะเลิกหลอกเพื่อนนายนะ


ก็ดีปิงไม่มองฉันเขาไหวไหล่อย่างไม่แยแส


แต่ฉันลืมบอกอะไรบางอย่าง


อะไร


ปิงเหวี่ยงสายตามาหาฉันเป็นจังหวะที่ฉันเขย่งเท้าขึ้นเพื่อกระซิบอะไรบางอย่างกับเขา ร่างสูงนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะเบิกตาเตรียมด่าฉันทันควัน


ดูแลกระเป๋าเงินนายไว้ดีๆ


“...!”


ระวังจะเปย์ฉันโดยไม่รู้ตัว

 


-----------------------------------------------


ถือซะว่าสองชั่วโมงที่แล้วฉันไม่ได้พูดอะไรไปแล้วกัน ^^


แม้จะปากดีท้าทายปิงไปแบบนั้น ฉันกลับไม่สามารถบอกความจริงกับเจทได้เลยว่าตัวเองเป็นใคร และในตอนนี้ฉันดันมายืนรอเขากำลังดึงประตูเหล็กม้วนอยู่หน้าร้าน ข้างๆ มีปิงยืนดูสถานการณ์ด้วยสีหน้าที่พยายามกดดันฉันอยู่


ไหน บอกมันหรือยังล่ะ


เสียงกระซิบกระซาบของร่างสูงทำเอาฉันต้องเดินกระเถิบหนี ฉันส่งสายตามองค้อนให้เขาสื่อให้รู้ว่า เงียบๆ ไปเถอะ พูดมากอยู่ได้ รำคาญเป็นบ้า -_-


แล้วนี่ฟรังกลับบ้านยังไงอะ


เจทหันมาถามฉันทันทีที่ปิดร้านเสร็จ เขาปัดมือไปมาพร้อมกับเลิกคิ้วตั้งคำถาม ฉันอ้ำอึ้งไปเล็กน้อยแต่แล้วก็ต้องตอบไปตามความเป็นจริง


เดินกลับน่ะ


งั้นเราไปส่งดีกว่า ดึกแล้วอันตราย


เอ่อไม่…”


เออน่า เรามีจักรยาน ดีกว่าเดินนะ


เจทพูดติดขำ เขาหันไปคว้าจักรยานที่พิงอยู่ข้างกำแพงด้านข้างร้านกาแฟ ฉันหันไปมองปิงที่ยืนมองดาวมองเดือนทำเป็นไม่สนอกสนใจ ฉันเลยยกขาเตรียมซ้อนท้ายเจททันที


รบกวนทีนะ ถ้าหนักปล่อยฉันลงกลางทางก็ได้ฉันพูดอย่างเกรงใจ อันที่จริงไม่ได้อยากไปกับเขาเท่าไรหรอก แต่เพราะเส้นทางนี้มันเปลี่ยวจนน่ากลัวตามที่เขาบอกจริงๆ น่ะสิ


ไว้ออกจากซอยค่อยตื้อให้เขาจอดก็ได้...


ปิง งั้นกูไปส่งฟรังก่อนนะ มึงกลับหอก่อนเลยเดี๋ยวกูปั่นจักรยานกลับเอง


ปิงไม่ได้ตอบอะไรเจท เขาได้แต่พยักหน้ารับและมองฉันนิ่งดั่งกับจับผิดว่าฉันจะทำอะไรกับเจทต่อไป แต่ขอบอกเลยว่า ฉันตัดขาดที่จะวุ่นวายกับสองคนนี้แล้ว ขืนถ้ายุ่งต่อไปชีวิตฉันก็วกกลับมาพัวพันอยู่แบบนี้ ฉันคงหาเงินมาเก็บไว้ไม่ทันแน่ๆ


เจทตั้งหน้าตั้งตาปั่นจักรยานมาส่งฉันโดยที่เขาไม่บ่นว่าหนักหรือปั่นลำบากสักคำ แม้ล้อของจักรยานจะเริ่มแบนแต๋ดแต๋แล้วก็ตามที ฉันพยายามมองหลังเผื่อว่าปิงจะเป็นโรคจิตติดตามมาแบบเงียบๆ แต่กลับไม่ อีตานั่นไม่สนใจพนักงานที่เป็นลูกจ้างสุดสวยอย่างฉันเลยหรือไง ถ้าฉันโดนฉุดไปกลางทางแล้วเจทช่วยเหลือไม่ได้ใครจะรับผิดชอบ -_-


แล้วฉันจะมาหงุดหงิดที่เขาไม่สนใจใยดีฉันทำไม นั่นมันถูกของเขาแล้วไม่ใช่เหรอวะ ฉันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรที่ทำให้เขาต้องมาเป็นห่วงตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนี่หว่า


เจทกับปิงนี่เป็นเพื่อนกันมานานหรือยังอะเพื่อไม่ให้บรรยากาศวังเวงจนเกินไป ฉันรีบชวนคุยเข้าประเด็นไถ่ถามความเป็นมาของสองคนโดยทันที คือไม่ได้อยากรู้หรอก แต่ถามเฉยๆ อะ


ประมาณสองปีแล้วอะ


เรียนมหาลัยเดียวกันเหรอ?


เปล่า ทำงานเกี่ยวกับด้านดนตรีแรปเปอร์เหมือนกัน เลยรู้จักกันน่ะ


อือหือ มีความสามารถพิเศษเกี่ยวกับดนตรีไปอีก นายนั่นมีอารมณ์สุนทรีไรกับเขากัน แค่สีหน้ายังดูไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรเลยสักอย่าง


ดูสนิทกันเนอะ


จริงเหรอ ฮ่าๆเจทหันมาก่อนจะขำในคำพูดของฉัน เอ้า ฉันพูดอะไรผิดอะ เห็นปิงดูเป็นห่วงเป็นใยเจทออกหน้าออกตาซะขนาดนั้น ไม่ดูสนิทก็บ้าแล้ว ฉันแทบจะไม่ค่อยได้คุยกันเลยในแต่ละวัน ปิงมันโลกส่วนตัวค่อนข้างสูงอะ ส่วนเรามักจะติดเล่นมากกว่า


อันนี้ฉันเห็นด้วย นิสัยและลักษณะของผู้ชายสองคนนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เจทจะดูบุคลิกกวนๆ ทั้งที่จริงเขาดูซื่อมากกว่า เรียกง่ายๆ ว่านิสัยเด็กอะ ถ้ามาได้รู้จักเขาหลายคนต้องคิดว่าเขาเป็นน้องชายคนหนึ่งเหมือนกับฉันในตอนนี้แน่นอน ส่วนนายปิงจะอยู่ในโหมดผู้ชายที่นิ่งแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูด แต่เอาจริงๆ ความกวนตีนหมอนั่นสูงมาก คุยด้วยแล้วคล้ายจะเป็นประสาท -*-


ไม่น่ามาคบกันเลยยยฉันพึมพำพลางมองท้องฟ้าที่วันนี้มีพระจันทร์เต็มดวง


ยิ่งเห็นอะไรแบบนี้ฉันยิ่งคิดถึงคนหนึ่งขึ้นมาทันทีเลยแหะ….


เลี้ยวซ้ายใช่ปะ


เจทส่งฟรังตรงนี้ก็ได้นะ พอดีลืมไปว่ามีธุระต่อ


ฉันรีบตีหลังเจทเบาๆ เป็นการสั่งให้เขาจอด ฉันลืมเรื่องที่ต้องไปทำงานร้านป้าเช้งต่อเลย ป่านนี้จานชามร้านป้าแกคงท่วมกะละมังแล้วมั้ง


จะเดินกลับเหรอ ทางมันยังมืดอยู่เลยนะ


ฉันจะไปทำธุระแถวนี้น่ะ นายกลับไปได้เลยไม่ต้องห่วง


ฉันรีบตัดบทหันหลังเตรียมเดินให้เร็วที่สุด แต่เสียงล้อจักรยานยังคงตามฉันมา ดูท่าว่าเขาจะไม่ยอมให้ฉันเดินกลับคนเดียวทั้งที่ก่อนหน้านี้ฉันน่ะเดินกลับคนเดียวประจำจนสนิทกับโจรข้างทางแล้ว -_-;


แล้วยิ่งมายุ่งวุ่นวายกับฉันแบบนี้ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกสำนึกผิดไม่ทันเข้าใจไหม!


ฟรังเรียนปีอะไรแล้วอะเสียงเจื้อยแจ้วถามฉันในขณะที่ฉันยังคงซอยเท้าหนีเขาอยู่ นี่เขาดูไม่ออกจริงๆ เหรอว่าฉันไม่อยากให้เขาเข้ามาวอแวเนี่ย ดูท่าฟรังจะอายุเท่าเราเลยอะ


ปีสามอะ


อ้าวแก่กว่าเราเฉย -3-“


ไม่เป็นไร เรียกแบบเป็นกันเองนี่แหละฉันหันไปยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาเดินต่อ อีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงร้านป้าเช้งแล้วอะ เอาไงดี… “เอ่อ เจทเราถึงบ้านแล้วอะ


ฉันรีบชี้ไปที่บ้านหลังหนึ่งที่ดูคล้ายๆ บ้านร้างไม่มีคนอยู่ เจทมองไปตามนิ้วฉันก่อนจะทำหน้าเหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเองสักเท่าไร


อยู่คนเดียวเหรอ…”


อะ อืม!” ฉันพยักหน้ารับ กลับไปเถอะ ขอบคุณมากน้า


คือ…”


กลับดีๆ น้า


สองมือรีบดันตัวให้เจทปั่นจักรยานออกตัวไปเสียที เขาพยักหน้ารับอย่างจำยอมก่อนจะออกตัวเลี้ยวไปอีกทางซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นทางไปหอพักของเขา โอ้ยยย กว่าจะไปฉันนี่แทบจะยกแม่น้ำมาอ้างทั้งทวีปอยู่แล้ว!


ฉันถอนหายใจพลางมองตามหลังเขาเพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่พิเรนทร์เลี้ยวกลับมา สองเท้าใส่เกียร์วิ่งข้ามไปยังฟุตบาทตรงข้ามก่อนจะตรงดิ่งไปยังร้านป้าเช้ง ซึ่งตอนนี้ลูกน้องทุกคนต่างหัววุ่นเสิร์ฟอาหารตามสั่งกันยกใหญ่ หน้าที่ปกติของฉันคือสวมผ้ากันเปื้อนลายดอกที่ใช้ประจำแล้วไปนั่งสถิตล้างจานอยู่หลังร้านเงียบๆ รอจานชามที่คนกินเสร็จแล้วมาลงกะละมังใบใหญ่ทั้งสามใบเพียงแค่นั้น


ชีวิตฉันนี่ละครช่องสามสิบสามยังสู้ไม่ได้เลยเหอะ!


เจ้าฟรัง เอ็งไม่ต้องล้างนะวันนี้ ไปเสิร์ฟแทนข้าที พอดีขาข้าเจ็บไม่อยากเดิน


จู่ๆ ลุงผัวเจ้าของร้านก็มายืนสะกิดให้ฉันลุกขึ้น ฉันที่ไม่ทันจะได้ถามไถ่อะไร ลุงแกก็รีบนั่งล้างจานแทนฉันทันที


ฉันหันไปล้างมือที่ก๊อกน้ำข้างๆ ก่อนจะจัดการย้ายตัวเองมาทำหน้าที่ยกถาดข้าวเพื่อเสิร์ฟตามโต๊ะในใบสั่งอาหาร


โต๊ะ 7 ข้าวผัดหมูไม่ใส่ไข่ ไม่ใส่ผัก ไม่ใส่หมู


เอดรอกกกกก สาบานไหมว่านี่ของแดกได้น่ะฮะ


แม้จะแอบด่าลูกค้าในใจแต่ฉันต้องปั้นหน้ายิ้มแป้นแล้นบริการอย่างเต็มที่ ฉันจำเป็นต้องมาเสิร์ฟข้าวเปล่าผัดน้ำปลาที่ยังหน้าด้านใช้ชื่อข้าวผัดหมูนี่จริงๆ เหรอ


ข้าวผัดหมู มาเสิร์ฟแล้วค่ะ…”


ขยันจัง


อ่ะ! O_O”


ฉันผงะถอยเมื่อเห็นว่าลูกค้าโต๊ะเจ็ดที่ว่ากลับเป็นอีตาปิงที่นั่งเท้าคางทำหน้าอ้อล้อใส่พนักงานเสิร์ฟแบบฉันอยู่ เขายกแก้วสแตนเลสขึ้นมาดูดน้ำด้วยท่าทางที่ดูยังไงก็ดูออกว่าเขากำลังจงใจกวนตีนฉันอยู่


ไปทำงานสิครับ มาตะลึงความหล่อลูกค้าตรงนี้ได้ไง


คนบนเก้าอี้รีบออกลูกโวยวายจนคนบริเวณรอบหันมามอง ฉันแยกเขี้ยวอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะหันไปรับข้าวมาเสิร์ฟโต๊ะอื่น รู้สึกว่าการทำงานของฉันวันนี้จะไม่สงบสุขเสียแล้วสิ ฉันลืมไปว่าเขารู้ว่าฉันทำงานที่ไหนเพราะในวันแรกที่เราเจอกัน ฉันต้องเล่าความจริงเพื่อให้เขาเชื่อ!


ก็ไม่คิดว่าจะตามมารังควานอะไรแบบนี้นี่หว่า!


เคร้ง เคร้ง เคร้ง~~


โอ๊ะๆ แก้วตก


ตัวปัญหาเจ้าเดิมทำเอาฉันต้องหยุดเดินเมื่ออยู่ๆ เขากลับปัดแก้วสแตนเลสของเขากลิ้งมาอยู่ตรงเท้าฉัน


ฉันเห็นแกจงใจไอ้บักเขือ!


เก็บเองค่ะ


ฉันพูดก่อนจะทำหน้าเชิ่ดเดินหน้าต่อ แต่ใครจะรู้ล่ะว่าอีตานี่กลับเล่นพิเรนทร์เอาขาตัวเองยื่นมาแถมฉันยังเบรคตัวเองไม่ทันเผลอเสียหลักพลาดท่าเสียทีสะดุดขาเขาไปเต็มๆ ผลที่ตามมาคือถาดในมือของฉันลอยสง่าเป็นจังหวะเดียวกันที่ฉันทรงตัวไว้ไม่อยู่ และ


โครม!


กรี๊ดดดด!”


เสียงกรี๊ดของลูกค้าที่นั่งอยู่และต่อแถวยืนซื้อข้าวต่างตื่นตระหนกตกใจโวยวายกันหน้าตาเหลอหลา ฉันที่ล้มก้นจ้ำเบ้ารู้สึกปวดก้นกบมาตงิดๆ แถมข้าวในถาดที่ถืออยู่ยังกระจายระเนระนาดเห็นถึงหายนะที่จะถูกป้าเจ้าของร้านด่าเละแน่ๆ T^T


เป็นบ้าหรือไงฮะ ไม่เห็นหรือไงว่าฉันเดินอยู่!!” ฉันเงยหน้ามองคนที่นั่งอยู่ เขายังคงตีหน้าเศร้าปั้นหน้าตกใจไม่แพ้ใครในโลก จะกวนตีนก็ไปกวนที่อื่นนะ ที่นี่มันที่ทำงานของฉัน


ฉันตั้งใจซะที่ไหนล่ะ


ยังกล้าพูดว่าไม่ตั้งใจอีกเหรอ


ฉันจะก้มไปเก็บแก้วตามคำที่เธอพูด แต่เธอดันซุ่มซ่ามมาเดินขัดขาฉันเองอะ ปิงเถียงฉันยกใหญ่ ตอนนี้จุดสนใจเป็นเราสองคนเป็นที่เรียบร้อย ลุกขึ้น


ปิงยื่นมือมาเพื่อให้ฉันจับและหวังจะดึงฉันขึ้นตามแบบพระเอกซีรี่ย์สินะ แต่โทษทีจะมาทำดีแล้วลูบหลังมันใช้ไม่ได้กับฉันหรอกนะพ่อคุณ


ลุกเองได้ฉันปัดมือเขาทิ้งก่อนจะจัดการดึงตัวเองขึ้นมายืนได้ปกติ ลมหายใจฉันตอนนี้เรียกได้ว่าแรงจนพ่นคนตรงหน้าให้กระเด็นกระดอนเลยก็ยังได้ ออกไปจากที่ทำงานฉันซะ


ไล่ได้ไงวะ คนมากินข้าวไม่ได้มานั่งฟรีปิงไหวไหล่ไม่แยแส ตอนนี้หน้าฉันชาจนอยากซัดคนตรงหน้าเพื่อระบายความโกรธตัวเองมาก


งั้นก็จ่ายค่าเสียหายทั้งหมดมาสิ


คู่ปรับตัวดียังคงลอยหน้าลอยตาไม่สนคำพูดเมื่อกี้เลยสักนิด


แกทำอะไรของแกเนี่ยยัยฟรัง


ป้าเจ้าของร้านที่เห็นว่าเหตุการณ์เริ่มไม่ดี รีบดึงแขนฉันถอยออกห่างจากโต๊ะนายปิงเพื่อมาคุยอะไรบางอย่าง นี่ฉันคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีกว่าแต่ก่อนแล้วนะ


ป้านายนั่นขัดขาแกล้งหนูอะ แล้วค่าข้าวใครจะรับผิดชอบอะ


ฉันเห็นแกนั่นล่ะเดินไปชนขาเขาเอง ทำไมไปโทษลูกค้าแบบนั้น


อ้าวป้า!” ฉันอ้าปากค้าง แทนที่ป้าจะเข้าข้างลูกจ้างแบบฉัน ทำไมถึงไปเอาความดีใส่ตัวปิงเสียได้อะ ป้าจะให้หนูรับผิดชอบความเสียหายทั้งที่หนูไม่ได้ทำเนี่ยนะ


แกทำเองนะยัยฟรังอย่าเถียงฉัน


ป้า!”


ไปขอโทษเขาซะ ดูท่าจะรวยอย่าไปมีเรื่องเข้าใจไหม" ป้าตีไหล่ฉันเบาๆ พร้อมกับกระซิบเหือนว่าเกรงปิงจริงจัง "แล้วเงินจ้างวันนี้แกก็ไม่ต้องเอาถือเสียว่าชดใช้ความซุ่มซ่ามของแก


ป้าพูดจบเพียงแค่นั้นก่อนจะผลักให้ฉันมายืนประจันหน้าปิงที่ทำท่าจะควักเงินจ่ายค่าข้าวของตัวเอง ฉันพยายามอดกลั้นและไม่เผยด้านอ่อนแอของตัวเองออกมา ใช่สิคนรวยทำอะไรก็ถูก ฉันมันคนจนที่พ่วงฐานะเป็นโจรที่อีตานี่เอาแต่ยัดเยียดให้อย่างไม่ต้องการด้วย ฉันผิดหมดแหละ ยืนเฉยๆ ยังผิดเลย


เท่าไรครับป้าปิงกลับเสมองไปทางป้าแทนที่จะสนใจฉันที่ยืนจ่อหน้าเขาถึงขนาดนี้


สามสิบฉันตอบแทนป้าที่ยุ่งวุ่นวายกับการทำอาหารให้ลูกค้าที่เหลือ


ถามป้า


มันก็เหมือนกันแหละ!” ฉันเผลอโวยวายออกไปอีกครั้งเพราะลืมไปเลยว่าควรกดน้ำเสียงให้นิ่งกว่านี้


จะตะโกนทำไม เป็นอะไรของเธอ


น้ำเสียงหงุดหงิดของปิงยิ่งทำเอาฉันหงุดหงิดเพิ่มอีกสามเท่า น้ำอุ่นๆ เริ่มคลอเบ้าตาบวกกับใบหน้าร้อนผ่าว นี่เป็นการโกรธที่คุมความโมโหไว้ไม่อยู่จริงๆ


ทำไมต้องแพ้เพียงเพราะเขาดูรวยด้วยวะ! แม่งไม่ยุติธรรมไรเลย!


จ่ายมาสามสิบ ถ้าให้ดีก็จ่ายค่าเสียหายทั้งหมดด้วย


จำเป็นไหมละปิงยื่นเงินมาที่ฉันสามสิบถ้วน เขาไม่คิดจะจ่ายค่าเสียหายอะไรเลย ทั้งที่ฉันก็ไม่ผิด ตั้งใจทำงานนะครับ


ร่างสูงตรงหน้าขยี้หัวฉันเบาๆ ดูเหมือนจะเอ็นดูนะ แต่นี่มันคือการจงใจยั่วประสาทและกวนตีนมากกว่า ฉันจะกลับบ้านทั้งที่ไม่ได้เงินสักบาทไม่ได้หรอกนะ


จ่ายค่าเสียหายมาฉันพูดในขณะที่เขาเตรียมหันหลังจะเดินออกนอกร้าน แต่แล้วปิงก็ต้องชะงักและหันมามองหน้าฉันเหมือนไม่ได้ยินในสิ่งที่ฉันพูด


ว่าไงนะ


จ่ายค่าเสียหายมา


ดูปากพี่นะครับปิงยื่นหน้ามาก่อนจะกระตุกยิ้มให้หนึ่งที ไม่-จ่าย!”


สองมือกำแน่น ลมหายใจเริ่มร้อนผ่าว ใบหน้าของฉันถ้าเป็นตอนนี้คงเลือดขึ้นหน้าไปหมดแล้วล่ะ ได้...ไม่จ่ายใช่ไหม...


พลั่ก!


โครม!


กรี๊ดดดด


เสียงตื่นตระหนกตกใจดั่งกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง ผู้คนต่างพากันเบิกตากว้างและอึ้งกับสถานการณ์ตรงหน้า ลมหายใจของตัวเองถี่ขึ้นจนฉันเริ่มเหนื่อยเพราะคุมอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่จริงๆ มันเหลืออดกับคนแบบเขามามากพอแล้ว


ปิงแสดงสีหน้าเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อตัวเองถูกผลักไปชนเข้ากับโต๊ะอย่างเต็มแรง แถมยังล้มลงไปด้วยสภาพที่ดูไม่จืด ฉันถอดผ้ากันเปื้อนออกก่อนจะปาใส่เขาอย่างไม่พอใจ ฉันไม่สนว่านี่จะเป็นการกระทำที่แย่มากแค่ไหน แต่ที่รู้ๆ การกระทำที่เขาทำกับฉันวันนี้มันแย่กว่าอีก


สนุกกับความลำบากคนอื่นน่ะมันเท่นักเหรอวะ!


ป้าหนูขอลาออก! ค่าจ้างทั้งหมดวันนี้ถือว่าเป็นค่าเสียหายไปแล้วกัน


ฉันพูดกับป้าที่ยังอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่ฉันจะชายตามองปิงที่มองมาด้วยสายตาที่ไม่อยากจะนึกหรอกว่าเขาจะสนใจความรู้สึกอะไรฉันไหม


นี่เธอ!...”


ต่อไปนี้ก็ต่างคนต่างอยู่แล้วกัน


“…”


ไม่มีต่อไปแล้วลูกจ้างกับนายจ้างระหว่างนายกับฉัน


“…”


ไปไหนก็ไป






-100%-

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ b.i ikon gif
"..."

ไม่เถียงนี่คงรู้ตัวแน่ๆว่าต้องเสียทรัพย์
ช่วงนี้ดวงตกนะคะทั้งสองเลย ไปล้างบาปกันหน่อยไหม5555555555
ขอโทษที่มาต่อช้าค่า พอดีว่าป่วยบวกกะช่วงนี้งานเยอะ
และสิ้นเดือนจะสอบไฟนอลแล้ว
โห ไฟรนก้นสุดๆ T^T
แต่พยายามจะเจียดมาอัพทีละนิดละหน่อยเนาะ
เม้นๆ กันด้วยนะค่าาา เงียบเลย5555555555





ถ้าชอบกดโหวต+เม้นด้วยน้า
#พี่ปิงสายเปย์
ADD FAV.



ฝากเรื่องใหม่ไว้ในอ้อมกอดหน่อยค่าาาาา
ใครที่ชอบแนวๆ แปลกๆ ก็แวะไปได้นะ55555555555555555
ll EROTIC GORILL ll
NOW I'M BANGING ON MY BANGING ON MY CHEST!

ADD FAV.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

182 ความคิดเห็น

  1. #151 Nut'reeeee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 23:24
    นางเอกมีความหัวร้อนง่าย ดูจากนิสัยและสไตล์การใช้ชีวิตที่เคยเป็นมา เหมือนเป็นคุณหนูเก่า หรือไม่ก็พอมีจะกินไม่เดือดร้อน แต่ไปติดหนี้อะไรไว้แบบกะทันหันสินะ

    แต่บอกตรงๆคนอย่างนางเอกดูไม่ค่อยสู้งานหนัก หวังทางลัดพอตัว เอะอะก็บอกคนนั้นรวยคนนี้รวย นิสัยไม่น่ารักเลย ดูชอบแดกดันว่าคนอื่นรวยแล้วจะทำยังไงก็ได้ทั้งๆที่ไม่เกี่ยวเท่าไร อยู่ที่การปฏิบัติตัวของแต่ละคนมากกว่า
    #151
    1
    • #151-1 น้ำหยดดด(จากตอนที่ 6)
      30 มีนาคม 2560 / 12:45
      แต่เราว่าไม่ใช่น่ะน่าจะแม่นางเอกป่วยมากกว่าและต้องหาเงินใน1เดือนมากกว่า
      #151-1
  2. #120 fairy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 19:25
    อยากจะร้องงงง น้ำตาคบอเลยจ้าาาา สงสารฟรังอ่าาาาา
    #120
    0
  3. #109 ★the_pine★ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 22:19
    สมควรค่ะ????????????
    #109
    0
  4. #102 jajanejujube (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 23:33
    สมน้ำหน้าอีปิง แกต้องง้อฟรังแน่นอน ฮร่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #102
    1
    • #102-1 เช็ค'บิล(จากตอนที่ 6)
      10 พฤศจิกายน 2559 / 23:36
      โอ้ยย สัมผัสถึงความซาดิสของเม้นนี้55555555555555555555555
      #102-1
  5. #91 skynbsn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 05:53
    โมโหรุนเเรงงงงง จะดราม่าไหมเนี้ยยยยย
    #91
    0
  6. #90 honey_jackjin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 / 00:01
    โห้ โมโหน่ากลัวนะเนี่ย
    #90
    0
  7. #88 skynbsn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 21:34
    โหหหหหหหหหห กราบกูเลยทีเดียว555555555555
    #88
    0
  8. #87 Fougerefurn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 00:06
    เจิมจ้า
    #87
    0
  9. #86 skynbsn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 21:22
    เจิมมมมมมมมม
    #86
    0
  10. #85 skynbsn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 21:22
    เจิมมมมมมมมม
    #85
    0
  11. #84 skynbsn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 21:22
    เจิมมมมมมมมม
    #84
    0
  12. #83 skynbsn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 21:22
    เจิมมมมมมมมม
    #83
    0
  13. #82 skynbsn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 21:22
    เจิมมมมมมมมม
    #82
    0
  14. #81 pattyyx (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 17:47
    เจิมค่าาาาา
    #81
    0
  15. #80 Miang Jinnaphat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 17:39
    เจิม
    #80
    0
  16. #79 [Hatsune Miku] (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 / 16:56
    รอออค่ะะ
    #79
    0