ณ แดนสรวง [Boy's Love] = จบแล้ว =

ตอนที่ 8 : บทที่ 6 ในสวนแห่งใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 971
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    16 ก.ค. 56


 

คุยกันก่อน...

 

 

ในที่สุดวันจันทร์ก็เวียนมาบรรจบอีกครั้ง ซึ่งก็ถึงคราวเคย์เซย์ต้องอัพนิยาย ณ แดนสรวงนั่นเอง XD ช่วงหลังๆ มานี้อาจจะมาช้างไปบ้างอะไรบ้าง ต้องขออภัยด้วยนะครับ พอดีว่าเคย์เซยืต้องเตรียมการสอบในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ต้องทบทวนสิ่งที่อยากมากในความรู้สึก เพราะงั้นเวลาจะหดหายตามไปด้วย เอิ๊ก

 

 

สัปดาห์หน้าเคย์เซย์ยังอัพนิยายอยู่นะครับ แต่วันจันทร์ที่ 29 นี้ไม่แน่ใจว่าจะไหวไหม เพราะต้องไปสอบถึงกทม.โน้นเลยกว่าจะกลับมาคงหมดแรงพอดี =w= ถ้าไหวจะอัพให้อ่านแน่นอนครับ

 

 

เอาล่ะ ไม่รบกวนเวลาการอ่านนิยายของทุกท่านแล้ว อ่านแล้วเป็นยังไง อย่าลืมคอมเมนต์เล่าสู่กันฟังนะค้าบบบบบบบ >/\<

 

 

Keisei

 

 

 

---------------------------------------------------------------------------

 

บทที่ 6 ในสวนแห่งใหม่

 

เช้าวันต่อมากิจกรรมในตำหนักพาเทร่าเริ่มต้นด้วยความวุ่นวายกว่าวันวานนี้มากนัก ส่วนหนึ่งอันเนื่องมาจากจำนวนทหารที่เพิ่มเข้ามาเมื่อวานกับเหตุการณ์ที่นาซิลลาต้องเผชิญ มหาเทพสงครามสั่งให้จัดกำลังคุ้มกันภายในตำหนัก โดยเฉพาะปีกปราสาทตะวันตกอันเป็นที่พักของพวกฮาธอสอย่างแน่นหนา ให้อัลล์ทำการสอบสวนหาเบาะแสที่มาของแมลงไสยเวทที่ลอบเข้าห้องของเทพจันทราน้อยด้วย

 

 

แต่การสืบหาเบาะแสก็พบทางตันเกือบจะทันที เพราะนอกจากร่องรอยของแมลงไสยเวทที่ลอบเข้ามาทางหน้าต่างห้องนอนของนาซิลลาแล้วก็ไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่เลย ทั้งนี้ส่วนหนึ่งก็เนื่องจากตัวแมลงไสยเวทตัวนั้นไม่ได้ผูกพลังอยู่กับผู้ใช้ กระทั่งพลังของไคซัสยังไม่อาจตรวจจับได้ สิ่งเดียวที่เขาทำเพื่อเทพจันทราน้อยได้มีเพียงให้เธอย้ายไปอยู่ในปราสาทประมุขของตำหนัก โดยมีทหารที่อัลล์จัดหามาคอยตามดูแลอย่างลับ ๆ

 

 

หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นเทพอสูรหนุ่มก็ต้องยุ่งกับงานราชการจนเรียกว่า งานล้นมือโดยเฉพาะเตรียมแผนปรับเปลี่ยนการฝึกทหารแบบใหม่เพิ่มเติม เพื่อนำไปเสนอในการประชุมสภาสวรรค์ครั้งต่อไป เขาทดลองให้พลทหารในสังกัดจำนวนหนึ่งรวมถึงอัลล์กับทหารในสังกัดฝึกด้วยวิธีการแบบอสูรสามวันต่อสัปดาห์ เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับการฝึกทหารสวรรค์ทั้งกองทัพในอนาคต แน่นอนว่าเขาลดระดับความยากและวิธีการต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับความสามารถขั้นพื้นฐานของทหารสวรรค์เรียบร้อยแล้ว แต่การฝึกนี้ยังคง หฤโหดอยู่ดี

 

 

ส่วนการเตรียมงานประลองรับฤดูใบไม้ผลิมีความคืบหน้าเป็นระยะ ฮาธอสรับหน้าที่ให้คำปรึกษาและจัดเตรียมสถานที่การประลอง ซึ่งเทพคนสวนทำหน้าที่ของตนเต็มที่ ดีใจที่ได้ช่วยแบ่งเบาภาระให้กับไคซัส เขาไม่เข้าใจหรอกว่าเหตุใดตนจึงรู้สึกเช่นนี้ รู้เพียงว่ามีความสุขกับการทำงานเพื่อใครสักคนอย่างมาก

 

 

สิบวันหลังแมลงไสยเวทลอบเข้าตำหนักพาเทร่า วันนี้ไม่มีการฝึกของไคซัส เนื่องจากเจ้าตัวติดประชุมที่กองบัญชาการกองทัพสวรรค์ ฮาธอสอยู่ใน สวนบริเวณปีกตะวันออก ซึ่งเขาเพิ่งเนรมิตต้นไม้กับดอกไม้ให้เติบโตขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติแบบสวนชนบทของอังกฤษ มีการคุมโทนสีแบบพาสเทลและเล่นระดับความสูงของต้นไม้กับดอกไม้ให้สูงลดหลั่นสลับกัน เทพคนสวนตั้งใจจะเก็บงานซึ่งก็คือการตัดเล็มกิ่งก้านต้นไม้ให้ดูสะอาดตาให้เสร็จก่อนจะไปจัดสวนในส่วนอื่นต่อไป

 

 

ฮาธอสมาพักก่อนเถอะเสียงหวานเล็กเอ่ยเรียกพร้อมกับนาซิลลาที่เดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม สองมือถือถาดของว่างที่มีฝาสีเงินครอบปิดไว้กับเหยือกแก้วใส่น้ำองุ่น เธอตรงไปยังม้านั่งยาวสีขาวที่ตั้งอยู่ริมสวน

 

 

ฮาธอสวางมือจากงานตามมาสมทบ ขอบใจมากนะ ถ้าไม่ได้เจ้าคอยเตือน ข้าคงลืมเวลาพักไปแล้ว

 

 

เด็กสาวยิ้มแป้น เพื่อฮาธอส ข้าเต็มใจทำอยู่แล้ว อีกอย่างหลายวันมานี้เจ้าก็งานยุ่งตลอด ข้าจะมีเวลาเจอเจ้าก็แค่เวลานี้ด้วย

 

 

โทษทีนะ ช่วงเตรียมงานใหญ่แบบนี้ แถมในปราสาทไม่มีอะไรเลย อะไร ๆ ก็เลยยุ่งไปหมดเทพหนุ่มว่าพลางถอดถุงมือแล้วล้างด้วยน้ำที่เสกขึ้นด้วยเวทมนต์

 

 

นั่นสิ เจ้าน่าจะหาใครมาช่วยนะ ทำคนเดียวแบบนี้เหนื่อยแย่นาซิลลานั่งลงที่ปลายด้านหนึ่งของม้านั่ง เอาถาดขนมวางตรงกลางแล้วช้อนหน้ามองเทพหนุ่ม แววตาเป็นห่วง

 

 

อย่ากังวลเลย สมัยก่อนข้าแต่งสวนคนเดียวประจำ แค่นี้ไม่เหนื่อยมากหรอก เจ้าเถอะ ยังฝันร้ายอยู่หรือเปล่าชายหนุ่มนั่งลงตรงข้ามกับอัปสรน้อย มองเธอด้วยสายตาห่วงใยเช่นกัน

 

 

อัปสรน้อยมีสีหน้าตกใจแล้วส่ายศีรษะเอียงอาย ไม่แล้วล่ะ ตั้งแต่มหาเทพสงครามช่วยไว้ ข้าก็ไม่ได้ฝันร้ายอีกเลยเธอพยายามเชิดหน้าหยิ่ง แต่บนแก้มมีรอยแดงจาง ๆ ข้าก็ขอบคุณเขาอยู่หรอกนะ ที่ช่วยทำให้ข้าหลับสบายได้สักที

 

 

ท่าทางปากไม่ตรงกับใจของเด็กสาวทำให้ฮาธอสหัวเราะ เขารู้ว่าอคติที่เธอมีต่อไคซัสหายไปมากหลังจากเหตุการณ์แมลงไสยเวท เพียงแต่นางอัปสรน้อยไม่อยากยอมรับเท่านั้น สาวเจ้าเห็นเข้าก็ค้อนวงงาม ๆ ให้ทีหนึ่ง

 

 

อะไรกันเล่า อย่าหัวเราะนะเธอพูดเสียงกระเง้ากระงอด เอ้า! ของว่าง ขนมมองบลังค์นี่ข้าทำเองนะ ฮาธอสจะได้รีบกลับไปทำงานสักทีไงล่ะ

 

 

เทพหนุ่มก้มลงมองก้อนขนมมองบลังค์สามชิ้นซึ่งนอนอยู่ในจานสีขาวสะอ้านตัดกับเนื้อแป้งเป็นสีน้ำตาลไหม้ ครีมที่ราดด้านบนก็เป็นสีน้ำตาลคล้ายกัน คิ้วขวาของฮาธอสยกตัวขึ้นสูงช้า ๆ มือชี้นิ้วไปที่ขนม ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย

 

 

เจ้าแน่ใจนะว่ามันกินได้ นาซิลลา

 

 

ขะ...ข้าแน่ใจสินาซิลลาพูดตะกุกตะกัก ดวงตาเสมองสิ่งอื่น

 

 

เจ้าลองกิน เองหรือยังฮาธอสซักไซ้ เน้นคำสำคัญอย่างชัดเจน

 

 

ก็บอกว่ากินได้กินได้สิ ฮาธอสล่ะก็! ข้าอุตส่าห์ทำมาให้เชียวนะเทพจันทราน้อยเริ่มเสียงดัง ทั้งด้วยความอับอายและไม่พอใจไปพร้อมกัน สุดท้ายเด็กสาวก็คว้าขนมขึ้นมาชิ้นหนึ่งยื่นไปที่ปากของอีกฝ่ายเป็นการแก้แค้น เอ้า! ข้าบอกให้ลองทานก็ลองเถอะน่า!

 

 

เฮ้ย! อย่านะ ข้าไม่กินชายหนุ่มร้องพลางปัดป้องตัวเองเป็นการใหญ่ ในขณะที่เด็กสาวพยายามจะรังแกเขาให้ได้ เสียงหัวเราะแว่วกังวานไปทั่วทั้งสวนอย่างสนุกสนาน

 

 

---------------

 

 

อีกด้านหนึ่ง เหล่าพลทหารที่อยู่ในลานฝึกซ้อมของตำหนักชั้นนอกต้องยืนตรง เพื่อทำความเคารพมหาเทพจ้าวตำหนักที่เพิ่งกลับมาถึงพร้อมกับเหล่าผู้ติดตาม เทพอสูรหนุ่มผงกศีรษะให้ทุกคนพอเป็นพิธีก่อนข้าวเข้าสู่ตำหนักชั้นในอย่างรวดเร็ว อัลล์เป็นคนเดียวที่ตามเขาเข้ามาด้วย

 

 

ประชุมที่กองบัญชาการกองทัพสวรรค์หนักหน่วงอย่างที่เขาคิดไว้ บรรดาขุนนางสายนักรบทั้งหลายต่างวิจารณ์ถึงวิธีการฝึกทหารแบบอสูรของเขาแบบสาดเสียเทเสีย รวมถึงเรื่องอื่น ๆ อีกมากมายที่ประดังเข้ามาในที่ประชุมนั้น ถึงผลจะออกมาอย่างที่เขาคาดการณ์เอาไว้ทั้งหมด ทว่าความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานก็เริ่มแสดงพิษร้ายของมัน ร่างสูงใหญ่หมุนไหล่ขวาไปมาอย่างอ่อนล้า

 

 

อัลวิน เจ้านำหน้าเอาเอกสารทั้งหมดไว้ที่ห้องทำงานของข้าก่อน เตรียมบันทึกการประชุมวันนี้ไว้ ข้าอยากจะอ่านมันอีกครั้ง แบบร่างสารเชิญร่วมการประลองที่ต้องส่งไปตำหนักต่าง ๆ ด้วย แล้วก็เอกสารขอเบิกงบประมาณจากหน่วยงานต่าง ๆ ในไตรมาสนี้ ข้าอยากให้เจ้าช่วยหารายงานเบิกจ่ายย้อนหลังสิบปีมาให้ข้าด้วย ข้าอยากจะใช้อ้างอิงในการพิจารณาเป็นรายกอง

 

 

ขอรับอัลล์จดจำคำสั่งทุกคำของเจ้านายไว้ในหัวสมอง แล้วก็เหลือบตามองแผ่นหลังอีกฝ่าย มหาเทพไคซัส ข้าน้อยคิดว่าท่านทำงานหนักเกินไปแล้ว

 

 

เพียงประโยคเดียวก็สามารถหยุดอสูรที่ตัวใหญ่กว่าได้อย่างชะงัด ไคซัสค่อยหมุนตัวมาหาหัวหน้าทหารของเขา แววตากังขายิ่งนัก

 

 

เจ้าคิดอย่างนั้นจริง ๆ หรือ

 

 

เอ่อ...ขอรับอัลล์ตัดสินใจพูดความจริง เพราะไม่อยากโกหก ตั้งแต่การประชุมสภาสวรรค์ มหาเทพไคซัสก็ทำงานดึกดื่นมากขึ้นทุกวัน ๆ ข้าน้อยเป็นห่วงว่าท่านจะล้มป่วยเสียก่อน ถ้าอย่างไรใช้เวลาก่อนจะถึงอาหารค่ำพักผ่อนสักหน่อยดีไหมขอรับ

 

 

ไคซัสค่อนข้างเห็นด้วยกับคำพูดของอัลล์ สมัยก่อนเขาเองก็ตรากตรำงานหนักแบบนี้จนเกือบล้มป่วยมาสองสามครั้ง ซึ่งทุกครั้งจะลงเอยด้วยการถูกเพื่อนสนิทที่ทำงานเป็นราชเลขาส่วนตัวของเขาเอ็ดยกใหญ่ แน่นอนเขารู้ว่าอัลล์ไม่เหมือนกับอดีตสหาย แต่เขาก็ไม่อยากจะป่วยจนเสียงานไปก่อนเช่นกัน

 

 

ตกลง แต่ถ้ากลับห้องก็คงไม่ได้พักเหมือนกันไคซัสเอามือลูบคอแกน ๆ

 

 

ไปที่สวนตรงปีกตะวันออกไหมขอรับ เมื่อวานฮาธอสบอกกับข้าว่าเขาเนรมิตสวนตรงนั้นเสร็จแล้ว ที่นั่นค่อนข้างเงียบและไม่มีคน ท่านจะได้พักผ่อนเงียบ ๆ ไงขอรับนายทหารหนุ่มลองเสนอดู

 

 

สวนเหรอ...เทพอสูรหนุ่มทวนคำอย่างไตร่ตรอง แบบนั้นก็ดีเหมือนกัน เจ้าช่วยให้คนมากันพื้นที่ไว้ด้วยนะ อ๋อ! แล้วก็ถ้าพบฮาธอสช่วยบอกด้วยว่าข้ารอรายงานของวันนี้อยู่

 

 

เมื่อหัวหน้าทหารของเขารับคำ มหาเทพสงครามก็บ่ายหน้าไปยังปีกตะวันออก ระหว่างทางก็ปัดเป่าเรื่องต่าง ๆ ที่รกสมองอยู่ออกไปให้หมด เพื่อจะได้พักผ่อนได้อย่างเต็มที่ เขาต้องการผ่อนคลายให้ได้มากที่สุดเมื่อได้นั่งพัก หรือดีที่สุดคือนอนเอกเขนกท่ามกลางแมกไม้ในสวนที่เทพหนุ่มน้อยรูปงามตนนั้นเป็นผู้เนรมิตขึ้นมา

 

 

ทว่าทันทีที่เลี้ยวผ่านหัวมุมทางเดินซึ่งเชื่อมต่อไปถึงสวนในปีกตะวันออก โสตประสาทของเทพอสูรพลันแว่วยินเสียงหัวเราะแผ่วเบาดังมาจากสุดปลายทางเดินที่อยู่ห่างไปเกือบห้าสิบหลา ความสงสัยก่อเกิดทำให้พลังที่ผูกไว้กับปราสาทฉายภาพฮาธอสกับนาซิลลากำลังหยอกล้อกันในสวนให้เขาเห็น ร่างสูงใหญ่ถึงกับชะงักเมื่อได้เห็นความสนิทสนมของเทพทั้งสองตน รวมถึงแววตารักใคร่ที่เด็กสาวมีต่อเทพหนุ่มตนนั้น

 

 

หากเป็นในอดีต เขาคงหันหลังจากไปอย่างเงียบ ๆ แต่วันนี้ไคซัสกลับทำในสิ่งที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง มหาเทพสงครามสาวเท้าไปที่สวนให้เร็วขึ้นด้วยหัวใจที่ว้าวุ้นและร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก ภาพนั้นยังคงฉายอยู่ในดวงตาข้างซ้าย เสียงหัวเราะในหูดังขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะทางที่ใกล้เข้าไป จนในที่สุดก็เกือบถึงปากทางพร้อมกับภาพที่จางหายไป แล้วเทพอสูรก็ได้ยินเสียงนาซิลลาอย่างแจ่มชัด

 

 

นี่ฮาธอสชอบผู้หญิงแบบไหนเหรอ

 

 

คำถามนั้นไม่เพียงแต่ทำให้ไคซัสจังงันไปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงฮาธอสที่กำลังเช็ดคราบครีมขนมมองบลังค์ที่เปื้อนแก้มด้วย เขาช้อนตามองเด็กสาวที่จ้องตอบกลับมาด้วยดวงตาสีฟ้าใสแจ๋ว แววตากระหายใคร่รู้แจ่มชัดจนบอกทุกอย่างที่ซ่อนไว้ในใจของเธอ เทพคนสวนอายุกว่าศตวรรษแล้ว ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไร

 

 

ข้าชอบผู้หญิงแบบไหนน่ะหรือเทพหนุ่มทวนคำถาม ท่าทางครุ่นคิด แบบจอมเทพีเรเทเชียไงล่ะ ไม่ใช่ที่รูปโฉม แต่เป็นอุปนิสัยน่ารัก อ่อนหวาน เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ใส่ใจผู้อื่น มีความเมตตาและอ่อนโยน เป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมทั้งจริยามารยาทจริง ๆ

 

 

นาซิลลาถึงกับหน้าถอดสี รู้ดีว่าตนไม่มีทางเป็นอย่างจอมเทพีผู้นั้นได้ และยิ่งไม่มีทางแข่งขันกับนางได้เลย ถ้าหากว่าฮาธอสหลงรักสตรีผู้นั้นจริง ๆ เทพคนสวนเห็นสีหน้านั้นแล้วก็ยิ้มบาง

 

 

แต่ว่านะ นาซิลลา ความรักเป็นเรื่องของความรู้สึกสามารถเกิดขึ้นกับใครเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคนในแบบที่ชอบเสมอไป ขอเพียงรักและมีใจตรงกันก็สามารถครองคู่กันได้ทั้งนั้น แต่ขณะเดียวกันก็ไม่มีใครสามารถบีบบังคับให้อีกฝ่ายตอบสนองต่อความรักของเราได้เช่นกัน

 

 

ฮาธอสสานต่อคำพูดของตนเนิบช้า น้ำเสียงละมุนนั้นซึมลึกลงไปถึงหัวใจของผู้ฟังที่คนหนึ่งนั่งอยู่ต่อหน้าเขา อีกคนซ่อนอยู่ในเงาทางเดินอย่างเงียบเชียบ ทั้งที่คำพูดของเขาคล้ายจะแฝงความหวังให้คนที่มีใจ แต่เทพจันทรากลับรู้สึกเหมือนถูกกรีดหัวใจด้วยมีดที่มองไม่เห็น เธอเผยอปากอยากพูดบางอย่างหลายครั้ง

 

 

ทว่าก่อนที่นาซิลลาจะได้เปล่งคำพูดอย่างตั้งใจ ไคซัสก็ปรากฏตัวออกไปอย่างคนที่เพิ่งมาถึง เขาแสดงสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยในตอนเห็นเทพชายหญิงทั้งสองอย่างแนบเนียน

 

 

อ้าว! ข้านึกว่าไม่มีใครอยู่เสียอีก มารบกวนหรือเปล่า

 

 

ไม่ขอรับฮาธอสรีบลุกขึ้นต้อนรับ นาซิลลาก็เช่นเดียวกัน ต่างกันแค่เด็กสาวก้มหน้างุดไม่ยอมสบตาด้วยเลย มหาเทพสงครามกลับมาตั้งแต่ตอนไหนขอรับ

 

 

เมื่อกี้นี้เอง อัลวินเห็นข้าเหนื่อย ๆ ก็เลยแนะนำให้มาพักที่นี่น่ะ ไม่รู้ว่าพวกเจ้าสองคนอยู่ด้วย รบกวนหรือเปล่าไคซัสถามเสียงเรียบแต่เจือด้วยความเกรงใจ

 

 

ไม่เลยขอรับ พวกข้าก็กำลังพักอยู่เหมือนกัน เชิญนั่งพักก่อนเพราะไม่ทราบว่าเทพอสูรหนุ่มแอบฟังอยู่นานแล้ว ฮาธอสจึงผายมือเชิญไปยังม้ายาวอย่างสุภาพ

 

 

ไคซัสไม่ได้ไปทันที แต่ดูท่าทีของนาซิลลาก่อน เด็กสาวถึงกับสะดุ้งเมื่อสบตาเขาตรง ๆ ก่อนจะเดินไปแอบหลังเทพคนสวน ใบหน้านวลโผล่มาให้เห็นแค่ดวงตาเท่านั้น

 

 

คารวะมหาเทพสงครามเจ้าค่ะเธอพูดพลางก้มศีรษะให้ทีหนึ่ง ท่าทางสับสนและอึดอัดใจ ไม่รู้จะปฏิบัติตัวอย่างไรดี เธอไม่ชอบเทพอสูรตนนี้ แต่เขาก็ช่วยเหลือเธอไว้ ถ้าเมินเฉยก็จะเป็นการเสียมารยาทอย่างมาก สุดท้ายจึงออกมาเป็นท่าทางเก้อเขินแปลก ๆ เช่นนี้ เอ่อ...วันนี้อากาศดีนะเจ้าคะ

 

 

อืม อากาศแถวนี้ดีมากเลยล่ะไคซัสตอบพลางกลั้นหัวเราะ เขาชินกับท่าทางของเด็กสาวแล้ว เนื่องจากเจอมาตลอดหลังจากวันที่ช่วยเธอไว้ ว่าแต่นี่อะไรเหรอชี้ไปที่ขานขนมที่เละเทะไปหมดแล้ว

 

 

เอ่อ...ฮาธอสกำลังจะตอบ แต่นาซิลลาร้องแทรกเสียก่อน

 

 

อ๊า! มะ...มันเป็นขนมที่ข้าทำเองเจ้าค่ะ มะ...ไม่อร่อยหรอกเจ้าค่ะ ข้าจะเอาไปเปลี่ยน

 

 

ว่าแล้วเด็กสาวก็ถลามาคว้าจานขนมมองบลังค์ไป ชะงักตอนเผลอสบตากับเทพอสูรหนุ่มอีกเล็กน้อย ก่อนจะวิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เทพหนุ่มทั้งสองมองตามด้วยความประหลาดใจ ก่อนไคซัสจะเปล่งเสียงหัวเราะเบา ๆ ออกมา

 

 

ฮึ ฮึ ฮึ เด็กคนนั้นขี้อายกว่าที่คิดนะเนี่ย ข้านึกว่านางจะเกลียดข้าเสียแล้ว

 

 

นาซิลลาอาจจะดื้อไปบ้าง แต่ไม่ใช่คนไร้เหตุผลหรอกขอรับฮาธอสตอบแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นมหาเทพสงครามรินน้ำองุ่นใส่แก้วของเขา เอ่อ...ข้าก่อนขอรับ นั่น...!

 

 

อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจไม่แพ้กัน ทำไมรึ หรือว่ามียาพิษ?” ถามหน้าเครียด

 

 

มะ...ไม่ใช่ขอรับเทพคนสวนยิ่งลนลานเมื่อได้ยินแบบนั้น มัน...แก้วที่ท่านกำลังรินน้ำใส่เป็นแก้วของข้าเองขอรับ

 

 

ใบหน้าซีดเผือดตื่นตกใจป่านสวรรค์ถล่มนั้น ทำให้มหาเทพสงครามระเบิดเสียงหัวเราะจนได้ อีกฝ่ายมองเขาด้วยความงุนงง แต่ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าตัวเองถูกเทพอสูรที่คนทั้งสวรรค์กลัวหนักหนาหลอกแกล้งเสียแล้ว

 

 

มหาเทพ...เขาพูด เสียงแทบสำลัก สีหน้าไม่อยากจะเชื่อ

 

 

ฮะ ๆ ขอโทษที ข้าไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งเจ้าจริง ๆ นะไคซัสแก้ตัวแล้วหยิบแก้วน้ำองุ่นใบนั้นขึ้นดื่มจนหมด โดยไม่สนใจสายตาตกตะลึงของฮาธอสเลย

 

 

มหาเทพสงคราม ท่านไม่ควร...!

 

 

ฮ้า! สดชื่นดีจังมหาเทพอสูรครางหลังดื่มหมดแก้วแล้ว นัยน์ตาสีส้มสว่างหลิวมองคนที่กำลังอึ้ง ฮาธอสอยู่ในสังคมสวรรค์ที่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ แบ่งแยกกระทั่งของใช้สำหรับมหาเทพกับเทพรับใช้อาจจะคิดว่าการกระทำของข้ามันไม่เหมาะไม่ควร แต่นี่คือตัวตนของข้าที่เป็นมาตั้งแต่ก่อนจะเป็นราชาแห่งอสูรเสียอีก ข้าดื่มกินกับสหายและข้าราชบริพารแบบนี้ บางคนคุยเล่นหัวกันอย่างเท่าเทียมเสียด้วยซ้ำ ข้ารู้ว่าข้าเอาสิ่งเหล่านั้นมาใช้บนสวรรค์ไม่ได้ทั้งหมด แต่ขอแค่เวลาส่วนตัวได้ไหม ขอให้ข้าได้เป็นตัวของข้าเอง

 

 

ฮาธอสนิ่งหลังสัมผัสได้ถึงความเดี่ยวดายที่แฝงเร้นอยู่ในน้ำเสียงของเขา เทพหนุ่มเผลอลืมไปเสียแล้วว่าอีกฝ่ายมาจากดินแดนเบื้องล่าง ซึ่งแตกต่างกันทั้งด้านวัฒนธรรม สังคม และความเป็นอยู่ เมื่อต้องมาอยู่บนสวรรค์ที่มีกฎระเบียบมากกว่าอดีตอาณาจักรถึงสองเท่า ไคซัสคงจะรู้สึกอึดอัดไม่น้อยทีเดียว ในฐานะของเทพรับใช้ก็ควรจะทำให้เจ้านายมีความสุขมิใช่หรือ

 

 

ทราบแล้วขอรับ ข้าจะทำตามที่ท่านบอกเขากล่าวออกไป แม้จะยังรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้างก็ตาม

 

 

ไคซัสยิ้มบาง พึงพอใจที่อีกฝ่ายยอมตามใจเขาอีกครั้ง น่าประหลาดนัก ทั้งที่เป็นแค่ความสุขเพียงเล็กน้อย แต่กลับทำให้อบอุ่นไปทั้งหัวใจ นางสนมนับร้อยพันที่เคยมี มิอาจเทียบกับหนึ่งบุรุษที่อยู่ตรงนี้ได้เลย

 

 

ขอบใจนะ ถึงจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ข้าก็มีความสุขจริง ๆ อา...พูดแล้วก็หงายศีรษะไปด้านหลัง เหยียดแขนพาดไปกับพนักเก้าอี้ เจ้าเตรียมงานของวันนี้ไปถึงไหนแล้ว

 

 

เทพคนสวนกระตุกยิ้มขำทันทีที่ได้ยินคำถาม ส่วนของวันนี้ใกล้เก็บรายละเอียดเสร็จแล้วขอรับ วันพรุ่งนี้กับมะรืนนี้ข้าจะเริ่มทำสวนทีปีกตะวันตกแล้วก็ส่วนย่อมริมลานฝึกซ้อมเขาตอบ มหาเทพสงคราม...

 

 

ไคซัส...มหาเทพไคซัสไคซัสเอ่ยแทรกขึ้น ลืมไปเลยว่าตัวเองยังไม่ได้อนุญาตให้อีกฝ่ายเรียกเหมือนพวกอัลล์ หรือจะเรียก ไคซัสเฉยๆ ก็ได้

 

 

มิบังอาจ ข้าเรียกเหมือนกับพวกอัลล์ดีกว่าขอรับฮาธอสรีบเลือกทางที่เหมาะกับตัวเอง ทางที่ดูอ่อนโยนอย่างยิ่งในสายตาเจ้าของชื่อ มหาเทพไคซัส ท่านกำลังอยู่ในช่วงพักผ่อนอย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องงานดีกว่าขอรับ พักผ่อนให้สมองปลอดโปร่งก่อนเกิด

 

 

อืม ข้าตั้งใจจะทำแบบนั้นเหมือนกัน แต่พอเห็นเจ้าแล้วก็อดถามไม่ได้ไคซัสยืดตัวขึ้นบิดคอไปมาอย่างล้า ๆ อีกครั้ง สงสัยเพราะไม่ชินกับบรรยากาศของสวรรค์ พอทำงานหนักเข้าหน่อยก็ล้าเสียซะแล้ว

 

 

“...ให้ข้าลองนวดดูไหมขอรับเทพคนสวนถามหลังจากนิ่งคิดสักครู่ ถึงแม้ว่าข้าจะเป็นคนสวน แต่ก็พอจะนวดเป็นบ้าง เมื่อก่อนนวดให้หัวหน้านางกำนัลของซิมโฟเนียอาเรียเป็นประจำขอรับ

 

 

เอาสิ ลองดูหน่อยก็ได้ เผื่อว่าจะดีขึ้นบ้าง

 

 

ว่าแล้วคนตัวใหญ่ก็ขยับนั่งเอนหลังกับพนักสบาย ๆ หลับตารอ ฮาธอสเอาน้ำดื่มที่นาซิลลานำมาล้างมือให้สะอาดจริง ๆ ก่อนเดิมอ้อมไปข้างหลังไคซัส เสียงย้ำเท้าหนัก ๆ ที่เขาจงใจทำนั้นบอกให้รู้ว่าเทพหนุ่มยังไม่ลืมเหตุการณ์ในห้องนอน มหาเทพสงครามกระตุกยิ้มขันเล็กน้อย สักครู่ก็คลายสีหน้า เมื่อฮาธอสมายืนอยู่ข้างหลังกล่าวขออนุญาตเบา ๆ แล้วเริ่มนวด

 

 

ปลายนิ้วที่เรียวเล็กกว่าไม่มาก แต่หยาบกร้านจากการทำงานพอ ๆ กันกดนวดกดจุดที่ท้ายทอยของไคซัสเป็นที่แรก ฮาธอสใช้เวลาสักครู่ในการหาแรงที่พอเหมาะ โดยสังเกตจากสีหน้าและท่าทางของเทพอสูรหนุ่ม เมื่อพบแล้วเทพคนสวนก็ไล่ไปยังจุดอื่น ๆ อย่างแม่นยำ วนปลายนิ้วบางครั้งเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่แข็งเกร็ง จากนั้นก็ไล้เรื่อยลงไปถึงช่วงบ่าหนาเตอะด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัด

 

 

รู้สึกอย่างไรบ้างขอรับฮาธอสตัดสินใจถาม หลังอีกฝ่ายเอาแต่เงียบ

 

 

อืม...กำลังสบาย...มหาเทพสงครามหมายความตามนั้น ความสบายแล่นริ้วขึ้นมาตามลำคอ ขจัดความเหนื่อยอ่อนที่ถ่วงศีรษะของเขาไว้ได้มากทีเดียว เรื่องราวที่รกสมองอยู่ก็หายไปเหลือแต่ภาพสีขาวโพลน นานทีเดียวที่หัวของเขาไม่ได้โล่งขนาดนี้ และมันทำให้เขารู้สึกปลอดโปร่งอย่างยิ่ง เจ้าเก่งจริง ๆ ฮาธอส

 

 

เทพคนสวนยิ้มกว้างหลังสดับคำชมจากอีกฝ่าย ประหนึ่งว่าอยากได้ยินคำนี้จากปากของไคซัสมานานแล้วเช่นนั้น แต่ฮาธอสรู้ว่าตนรู้สึกดีก็เพราะมหาเทพสงครามรู้สึกดี เขาจึงนวดต่อไปเรื่อย ๆ หวังเพียงช่วยให้อสุรกายสีแดงตนนี้หายเหนื่อยโดยเร็วที่สุด พร้อมกับเรียนรู้ว่าร่างกายที่ซ่อนอยู่ใต้อาภรณ์หรูที่เห็นนี้แข็งแกร่งกว่าที่เขาคิด กล้ามเนื้อเต่งตึงทรงพลังไม่ได้มีไว้ดูเล่น แต่น่าจะผ่านการใช้งานมานับครั้งไม่ถ้วน ความคิดของเทพหนุ่มเตลิดไปถึงขั้นที่ไคซัสเคยใช้ร่างกายนี้กอดสตรีมาแล้วกี่ครั้ง มันเป็นความคิดประหลาดที่เขาสลัดออกจากหัวแทบไม่ทันเลยทีเดียว

 

 

เฮ้อ...พอแล้วล่ะ ฮาธอสมือใหญ่หนาเอื้อมมาวางบนมือของเทพคนสวน ใบหน้าคร้ามคมยังหลับนิ่ง แต่ก่อนข้ามีคนเคยนวดให้มากมาย ทั้งสนม สหาย แม้กระทั่ง คนคนนั้นยังไม่มีใครนวดได้ดีเท่ากับเจ้าเลย

 

 

คน...คนนั้นหรือขอรับฮาธอสถามเสียงแผ่ว ท่านทิ้งใครบางคนไว้ข้างหลังหรือ แล้วก็มีสนมด้วย

 

 

ทำไม...เจ้าหึงข้าหรือเสียงเนิบยานตอบกลับมา

 

 

ไม่ใช่ขอรับเทพรับใช้สำลักคำแก้ตัวออกมาแทบไม่ทัน บ้าชะมัด! ถามออกไปได้อย่างไรกันนี่ มหาเทพสงครามเคยเห็นราชาแห่งอสูรมาก่อน สมควรจะมีสนมอยู่แล้วไม่ใช่หรือ!

 

 

ทันใดนั้นแรงบีบที่มือก็เพิ่มมากขึ้น ศีรษะของไคซัสก็เอนหงายมาข้างหลัง นัยน์ตาสีส้มสว่างเบิกขึ้นมองใบหน้าอ่อนเยาว์ของฮาธอสด้วยแววตามุ่งมาด ความร้อนแรงที่เจืออยู่ในนั้นทำให้อีกฝ่ายหายใจสะดุด รีบหลบตาก่อนจะเห็นแววหลุกหลิกในนั้น พยายามสงบใจก่อนคนตัวใหญ่จะรับรู้ถึงหัวใจที่โครมครามในอก

 

 

ข้าเป็นราชาองค์แรกที่เป็นราชาจริง ๆ การรับสนมเป็นไปเพื่อทำให้ฐานอำนาจมั่นคงในอนาคต ไม่ใช่ทุกคนที่ข้าจะมีสัมพันธ์ด้วย บางคนถูกเลี้ยงดูอย่างน้องสาวและลูกหลาน แม้จะมีสนมที่รู้ใจ แต่ข้าก็ไม่ได้รักใคร่พวกนางในแบบนั้นเลยเสียงทุ้มต่ำมั่นคงราวกับให้ความมั่นใจกับอีกฝ่าย แต่เพื่ออะไรกันล่ะ!? “ส่วน คนคนนั้นก็ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดด้วย ฉะนั้นสบายใจได้เลย

 

 

มหาเทพไคซัส...มันไม่ใช่...แบบนั้น...ฮาธอสปฏิเสธอย่างตะกุกตะกัก สับสนและตกใจกับความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น เขาไม่ได้เจตนาจะสื่อความหมายเช่นนั้นจริง ๆ

 

 

ฮาธอส ข้า...

 

 

แต่ก่อนที่ไคซัสจะทันได้พูดอะไรต่อ จู่ ๆ แผ่นเมฆที่ตั้งอยู่ก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว มหาเทพสงครามกระโดดข้ามไปประคองตัวฮาธอสไว้ ไคซัสสาบานกับตัวเองในวินาทีนี้เลยว่าได้ยินเสียงบางสิ่งถล่มทลายมาจากที่ไกล ๆ อีกด้วย ก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ส่องแสงวูบวาบ สายฟ้าหลากสีสันแล่นมาจากทางทิศใต้ ตามมาด้วยเสียงหวัดแหลมประหลาดบาดประสาทของพวกเขา พลังศักดิ์ศิทธิ์ผันผวนก่อสายลมกระโชกพัดเมฆสีทองลอยไปอย่างรวดเร็ว แต่เพียงไม่นานทุกอย่างก็สงบลง ยกเว้นฟากฟ้าที่ยังปรากฏแสงวูบวาบอยู่!

 

 

เกิดอะไรขึ้นน่ะฮาธอสร้องออกมาอย่างตกใจ ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลย

 

 

ยังไม่รู้ แต่ เสียงบอกว่ามาจากทางใต้ มีใครบางคนยุ่งกับเขตอาคมไคซัสบอกแล้วยืนขึ้น อัลวิน!!

 

 

สิ้นเสียงคำรามที่ถูกขยายให้ดังไปทั่วตำหนัก ร่างของอัลล์กับทหารในสังกัดสามนายก็ปรากฏในสภาพสวมเกราะและติดอาวุธพร้อมรบ เทพในสายนักรบมักสวมเกราะด้วยเวทมนต์ยามเกิดเหตุฉุกเฉิน เขาต้องตกใจทีเดียวที่เห็นสหายอยู่ในอ้อมกอดของมหาเทพสงคราม แต่เลือกที่จะเมินไปก่อนในวินาทีนี้

 

 

เรายังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ต้นเหตุมาจากชายแดนทางใต้แน่นอน ทหารในสังกัดของข้าแบ่งกำลังไปเฝ้าที่ประตูทางเข้าออกทั้งหมดแล้วขอรับ พลทหารเองก็กระจายกำลังเฝ้าดูแลทุกตึกแล้วด้วย เทพรับใช้จากซิมโฟเนียอาเรียกำลังถูกพากลับที่พักขอรับเขารายงานรวดเร็ว

 

 

ดีมาก! ต่อไปก็งานของข้าสินะ

 

 

ไคซัสว่าแล้วก็ปล่อยตัวฮาธอสออกจากอ้อมแขน ก่อนยกมือขึ้นเหนือศีรษะ กระแสเวทอันทรงอานุภาพไหลไปรวมที่มือข้างนั้นเกิดเป็นออร่าสีเหลืองทอง ก่อนถูกยิงขึ้นฟ้าแล้วแตกออกเป็นเจ็ดเสียงกระจายไปตกลงยังจุดต่าง ๆ เจ็ดจุดรอบตำหนักพาเทร่า ก่อนพลังทั้งเจ็ดเชื่อมโยงกันเป็นวงกลมในพริบตา ก่อนจะเกิดเป็นโดมเวทคุ้มกันขนาดใหญ่ครอบคลุมตำหนักแห่งนี้ไว้ภายในเวลาไม่กี่นาที ทั้งฮาธอสและอัลล์ต่างอัศจรรย์ใจกับพลังของเขาอย่างยิ่งยวด

 

 

ฮาธอสกลับที่พักเดี๋ยวนี้ อัลวินกับทหารอีกสองคนตามข้าไป ที่เหลืออีกคนไปบอกคนอื่น ๆ ว่าห้ามออกไปไหนทั้งนั้น เขตอาคมจะทำงานทันทีที่พวกข้าออกไปและจะคงอยู่จนกว่าข้าจะกลับมา ตราบเท่าที่ยังไม่ถูกทำลายทุกสวนก็จะไม่หายไป ยกเว้นข้าจะตายแล้วเท่านั้น!

 

 

ฮาธอสไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองสะดุ้งผวาในตอนได้ยินคำพูดสุดท้ายของมหาเทพสงคราม ความวุ่นวายรอบข้างเหมือนฉายช้าลงในชั่วขณะนั้น เขาได้แต่มองไคซัสเรียกสร้อยทองที่มีจี้รูปตรีศูลมาสวมคอ จากนั้นมหาเทพสงครามก็เหาะจากไปพร้อมกับผู้ติดตามทั้งสามนาย กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนทหารคนสุดท้ายตะโกนเรียกเขา

 

 

ฮาธอส ที่พัก!!

 

 

อ๊ะ! จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ

 

 

ถึงปากจะว่าแบบนั้น แต่เทพคนสวนยังละล้าละลังดูทิศทางที่พวกไคซัสจากไปอีกเล็กน้อย ก่อนจะใช้แรงใจทั้งหมดที่มีบังคับตัวเองให้วิ่งตามทหารคนนั้นกลับไปสมทบกับคนอื่น ๆ

 

 

---------------

 

 

มหาเทพสงครามกับนายทหารผู้ติดตามทั้งสามพุ่งผ่านอากาศไปราวกับดาวหาง พวกเขายังไม่รู้ว่าที่เกิดเหตุจริง ๆ อยู่ตรงไหน เพียงแต่ตามทิศทางที่พลังศักดิ์สิทธิ์ไหลไปทางใต้เท่านั้น การถ่ายอำนาจแห่งสวรรค์นี้เป็นเรื่องที่ผิดปกติและไม่ควรเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด!

 

 

ไม่ช้าแนวเขตแดนก็ปรากฏแก่สายตาของเทพทั้งสาม ซึ่งสิ่งผิดปกติปรากฏให้เห็นเกือบจะในทันที หนึ่งในเสาเขตแดนของแถบนี้ถูกบางสิ่งถล่มย่อยยับ เขตอาคมแห่งแดนฟ้าเกิดช่องโหว่อย่างเห็นชัด ทหารประจำชายแดนมากกว่ายี่สิบนายและทยอยมาเรื่อย ๆ ช่วยกันใช้พลังเวทสกัดมิให้เขตแดนขยายใหญ่ไปมากกว่านี้ ขณะที่บางส่วนจำคนเจ็บออกจากสถานที่เป้นการด่วน แต่ช่องโหว่นั้นกำลังขยายใหญ่ขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ไคซัสนำผู้ติดตามไปที่นั่นโดยพลัน

 

 

เป็นยังไงบ้างไคซัสไม่รอช้าไปหาหนึ่งใจคนเจ็บที่ยังมีสติดีอยู่ เขาได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่

 

 

ข้า...ยังไหวขอรับเขาตอบเสียงสั่น ทั้งที่เจ็บมากทีเดียว มหาเทพสงครามตรวจบาดแผลก็เห็นเป็นรอยเล็บขนาดใหญ่ เรียนมหาเทพ มีอสูรขนาดใหญ่บุกเข้ามาขอรับ เราพยายามต่อต้านแล้ว แต่มันทรงพลังมากจนฝ่าเข้ามาในเขตแดนได้แล้วก็ทำให้เสาเขตแดนล้มลงมาขอรับ

 

 

แผลของเจ้ามีพลังมืดแฝงอยู่ ข้าจะเอาออกให้เขาว่าพลางถามต่อ เจ้าเห็นไหมว่าอสูรตอนนั้นลักษณะ ยังไง และหนีไปทางไหนแล้วมหาเทพสงครามต้องการข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพื่อจัดการปัญหาอื่น ๆ ที่จะตามมา

 

 

ข้า...ไม่ทันเห็นขอรับ มันเกิดขึ้นเร็วมากทหารหนุ่มสูดลมหายใจลึก แล้วก็...ตอนที่มันบุกเข้ามาได้...ข้าได้ยินเสียงหวีดแหลมด้วยด้วย...เห็นใครสักคนเหาะตามมันไป อ๊าก!ทหารหนุ่มดิ้นพราดด้วยความทรมาน

 

 

พอแล้ว ขอบใจมากน่ะเทพอสูรหนุ่มวางมือเหนือบาดแผลของนายทหารหนุ่มแล้วดึงกลุ่มก้อนพลังที่แฝงอยู่ในนั้นออกมา พลทหารแผดเสียงร้องด้วยความเจ็บ

 

 

มหาเทพไคซัส พลังมืดแผ่เข้ามาแล้วขอรับ!!

 

 

คำเตือนจากอัลล์ทำให้เขาตัดสินใจกระชากพลังส่วนที่เหลืออกมาจากแผลสดนั่นในครั้งเดียว ทหารหนุ่มแผดเสียงร้องด้วยความเจ็บครั้งหนึ่งแล้วหมดสติไปเกือบจะทันที หากไม่มีเวลาให้ไคซัสสนใจเขามากหนัก เทพหนุ่มหมุนตัวไปยังช่องโหว่ซึ่งกลุ่มควันสีดำขนาดมหึมากำลังไหลเข้ามาเขตสวรรค์ พลังด้านมืออันทรงฤทธานุภาพปะทะกับพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงมหิธรานุภาพไม่แพ้กัน บังเกิดสายฟาดฟ้าไปทั่วทุกสารทิศ เหล่าทหารสวรรค์ถึงกับหนีกระเจิงไปอยู่นอกรัศมี เหลือเพียงมหาเทพสงครามเท่านั้น ร่างสูงใหญ่กระตุกจี้ที่ห้อยคอยื่นออกไปข้างหน้า

 

 

ด้วยสายเลือดแห่งราชามังกร ข้าขอสั่งให้เจ้าแสดงร่างที่แท้จริงต่อหน้า อัลเจอร์!!

 

 

ฉับพลันจี้รูปตรีศูลก็เปล่งแสงแล้วแปรเปลี่ยนเป็นหอกที่มีสามแฉกขนาดใหญ่ ใบหอกทั้งสามเป็นสีเงินยวงวาววับ ด้ามจับเป็นสีดำสนิท ส่วนปลายเป็นลวดลายนูนต่ำคล้ายเปลวไฟสีเงินที่ลุกลามเป็นเกลียวมาทางหัวหอก ไคซัสตั้งมันกับพื้นแล้วรวบรวมพลังเวทให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ กระแสมนตราอันแน่นในร่างเขาจนมองเห็นเป็นรัศมีสีส้มสว่าง มันเข้มขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบกลายเป็นสีน้ำตาลในตอนที่เขาระเบิดพลังออกไป!

 

 

เสียงคล้ายระเบิดดังกระหึ่มพร้อมสายลมที่พัดกระโชกอีกครั้ง มีเสียงอัลล์สั่งให้ทุกคนถอยขณะอำนาจของไคซัสกับพลังศักดิ์สิทธิ์ผลักดันกลุ่มควันแห่งความมืดนั้นออกไป เกือบทุกสรรพสิ่งยกเว้นซากเสาเขตแดนกับไคซัสที่อยู่ในเขตคุ้มกันถูกดูดออกไปประหนึ่งหลุมดำก็ไม่ปาน เหล่าทหารต้องหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่มหาเทพสงครามทำได้แค่นี้ เขาต้องการคนที่ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ได้มาอุดช่องโหว่นี้ซะ

 

 

ใครก็ได้ไปตามหาเทพจ้าวสวรรค์มาเร็วเข้า!

 

 

โว๊ว! นี่มันอะไรกันเนี่ยเสียงเล็กที่ดังแทรกท่ามกลางสรรพเสียงที่กระหึ่มก้องนั้นเป็นของคนที่เทพอสูรหนุ่มไม่อยากได้ยินที่สุด เจ้าของร่างมีเขาหมุนตัวไปพบกับเซย์เรียโน่กับหญิงสาวผมสั้นสีขาวในชุดทะมัดทะแมง ซึ่งถ้าเขาจำไม่ผิดน่าจะเป็นขุนพลเทพอันดับสองนามว่า เรซิสทั้งสองตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างยิ่งยวด

 

 

มีอสูรพังเขตแดนเข้ามา ข้าต้องการคนอุดช่องโหว่นี่!มหาเทพสงครามก้าวถอยหลังช้า ๆ โดยคงเขตอาคมไว้ด้วย ข้าต้องไปตามจับอสูรที่หนีไปได้ ไม่อย่างนั้นเป็นเรื่องแน่!

 

 

มหาเทพไปเถอะ พวกเราจะจัดการทางนี้เองเรซิสบอกแล้วหันไปหาเด็กหนุ่ม เซย์เรียโน่!

 

 

รู้แล้วน่า มหาเทพไคซัสจับตัวก่อเรื่องให้ได้นะ!เซย์เรียโน่ร้องบอกไคซัสที่วิ่งกลับออกไป

 

 

ไม่ต้องบอกก็รู้น่า!

 

 

เจ้าของร่างสีแดงกระโจนขึ้นกลางอากาศไปสั่งให้ทหารประจำชายแดนตรึงกำลังห่างจากจุดที่เกิดช่องโหว่หนึ่งไมล์ครึ่งซึ่งเป็นระยะที่ปลอดภัยที่สด เมื่อเสร็จสิ้นทุกอย่างมหาเทพสงครามก็แผ่จิตออกไปตามหาสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้ามา ในอดีตมันเป็นเรื่องยากสำหรับเขา เพราะทุกอย่างข้างล่างถูกปกคลุมด้วยพลังที่ใกล้เคียงกับของเขา แต่ที่นี่เขาสามารถพบผู้บุกรุกได้ภายห้านาทีเท่านั้น

 

 

ตามข้ามา!

 

 

อดีตราชาอสูรเรียกทหารของตนเสียงดังฟังชัด หลังจากนั้นก็เหาะนำอัลล์กับผู้ติดตามไปไล่จับผู้บุกรุกอย่างรวดเร็ว พลังของเขาส่งภาพของมันผู้นั้นมาปรากฏในดวงตาข้างซ้าย จากเลือนรางเป็นชัดเจนจนเห็นว่ามันคนนั้นมีรูปร่างเล็ก ใส่ชุดคลุมทั้งตัวจนมองไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิง แต่นั่นยังไม่อันตรายเท่ากับการที่มันยังเหาะได้เร็วทั้งที่ปกปิดพลังอย่างมิดชิด!

 

 

มันรู้ตัวแล้วขอรับ!จู่ ๆ อัลล์ก็ตะโกนออกมา พริบตานั้นผู้บุกรุกก็เปลี่ยนทิศเหาะหลบเพื่อหลบหนี

 

 

แต่ฝันไปเถอะ ไคซัสเป็นเทพอสูรซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดของเผ่านักล่า เมื่อเขาเล็งเป้าหมายแล้วไม่มีทางยอมให้หลุดมือไปง่าย ๆ แน่ เขาเร่งความเร็วจนเกือบถึงขีดสุด เร็วเสียจนพวกอัลล์ไม่สามารถเหาะตามทันอีกต่อไป ฝ่ายศัตรูก็พยายามเร่งหนีอย่างสุดชีวิต ทว่าไม่นานมหาเทพสงครามก็ตามมาจนเห็นตัวอีกฝ่ายด้วยตาของตนเอง และใกล้เข้าไปเรื่อย ๆ ในที่สุดก็อยู่ในรัศมีการได้ยิน

 

 

ผู้บุกรุก หยุดให้จับกุมเสียดี ๆ มิเช่นนั้นชีวิตของเจ้าจะหาไม่!เขาตะโกนออกไป น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นบ่งชัดว่าเอาจริง

 

 

ไร้การตอบสนองในด้านบวก มีแต่ลบคือ อีกฝ่ายเร่งความเร็วหนีไปจากเขาให้เร็วขึ้นอีก ช่างเปล่าประโยชน์สิ้นดี คิดปรามาสแล้วมหาเทพสงครามก็ทะยานออกไปเหมือนลูกกระสุนปืนใหญ่ มือหนายื่นไปไขว่คว้าหลังเสื้อผู้บุกรุกได้แล้ว แต่แรงรั้งทำให้มันขาดหลุดออกมา ไคซัสคำรามก่อนพุ่งเข้าไปคว้าสิ่งที่น่าจะเป็นแขนแล้วเหนี่ยวรั้งกลับมา อีกมือเสือกหอกไปที่คอของอีกฝ่าย พริบตานั้นเองที่มันกรีดร้อง

 

 

เดี๋ยวก่อน ๆ ข้าเอง ไคซัส!!

 

 

ไคซัสตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินเสียงหวานใสดั่งกังสดาลที่เต็มไปด้วยความร้อนรนนั้น มือหนาคว้าชิ้นส่วนเสื้อคลุมที่สวมศีรษะอีกฝ่ายออกเผยใบหน้าอ่อนเยาว์ล้อมกรอบด้วยเส้นผมสีดำเหลือบแดงของเด็กสาว ซึ่งดูภายนอกแล้วอายุไม่น่าจะเกินสิบสี่ให้เห็น ดวงตากลมโตสีพริมโรสมองตรงมาที่เขาอย่างตกใจ ตื่นตระหนก และลนลานใกล้จะสติแตก...เหมือนกับเขาในวินาทีนี้

 

 

ไคมีร่า!!เขาคำรามเสียงดังกึกก้องทำเอาเด็กสาวอุดหูแทบไม่ทัน

 

 

ขะ...ข้าเอง ข้าอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นได้นะไคมีร่าพูดเร็วรี่ เต้นไปมาอย่างกลัวความผิด

 

 

แน่นอน ข้าอยากจะฟังคำอธิบาย ดาเรียนรู้ไหมว่าเจ้ามาที่นี่!มหาเทพสงครามปล่อยมือจากหอกให้มันลอยด้วยตัวเองแล้วกอดอกจ้องคนตรงหน้าอย่างจับผิด เจ้ารู้ตัวไหมว่าสิ่งที่เจ้าทำสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นขนาดไหน!!

 

 

เด็กสาวห่อตัวเล็กลีบพอดีพวกอัลล์มาถึง แต่พวกเขาไม่ทันได้พูดอะไร ไคซัสก็ยกมือห้ามไว้ก่อน ทุกคนจึงลอยตัวมองเหตุการณ์อย่างไม่เข้าใจ

 

 

ดาเรียนไม่รู้หรอกว่าข้ามา...เธอสะดุ้งยามไคซัสถลึงตาใส่ แต่ข้าไม่ได้ทำลายเสาเขตแดนนะ ข้าคิดถึงท่านก็เลยขี่พัมกิ้นซ์มาแถวนี้ เผื่อเจอท่านบ้าง...

 

 

เดี๋ยวก่อนนะไคซัสร้องแทรกขึ้นมา หน้าตาไม่อยากเชื่อ เจ้าเอาพัมกินซ์มาหรือ!?”

 

 

เรื่องดุข้าเอาไว้ทีหลัง ฟังก่อน!ไคมีร่าแทบกรี๊ดใส่ด้วยความร้อนใจ ข้าเอาพัมกินซ์มา เพราะมันรู้ทางมาสวรรค์ ข้ากำลังคิดว่าจะลองขอเข้าแดนสวรรค์เพื่อมาพบท่านที่ทวารดินด้วยซ้ำ! แต่พอพัมกินซ์บินมาถึงเสาเขตแดนต้นนั้น จู่ ๆ ก็มีบางอย่างพุ่งใส่มันทำให้มันเกิดคลั่งขึ้นมา สะบัดข้าตกจากหลัง แล้วฝ่าเข้ามาชนเสาเขตแดนจนถล่มลงมา ข้าพยายามจะหยุดมันแล้ว แต่มันไม่ฟังข้าเลย ข้าก็เลยตามเข้ามาเพื่อจับมันออกไป!

 

 

เทพอสูรคว้าแขนเธอไปใกล้ทันทีที่เล่าจบ เจ้าแน่ใจนะว่ามีบางอย่างวิ่งใส่มันเขาคาดคั้น

 

 

แน่นอน ไคซัส ข้าไม่เคยโกหกท่านนะ!ไคมีร่ายืนยันอย่างหนักแน่น

 

 

เอ่อ...มหาเทพไคซัส สตรีผู้นี้...อัลล์พยายามลองแทรก ซึ่งไม่เป็นผล

 

 

เงียบก่อน อัลวิน นี่เป็นเรื่องสำคัญ!เขาตัดบทแล้วจับบ่าเด็กสาว ตั้งคำถามที่กลัวที่สุดออกไป เจ้าเห็นไหมว่าพัมกินซ์ไปทางไหน

 

 

ไคมีร่าสูดลมหายใจลึกแล้วชี้ไปทางเหนือค่อนตะวันออกเล็กน้อย ไคซัสกับทหารในสังกัดมองตามไปแล้วหน้าถอดสีกันอย่างตกตะลึงกันทั้ง คำสบถอย่างหยาบคายที่สุดในแดนสวรรค์ก็หลุดจากปากมหาเทพผู้สูงส่ง!

 

 

ฉิบหายแล้ว! มันกำลังมุ่งไปที่พาเทร่า!!

 

 

----------------

 

:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 19:28
    ตอนนี้ท่านมหาเทพปล่อยช็อตเด็ดมาเยอะเหมือนกันนะครับ กร๊าก

    เริ่มได้กลิ่นน้ำตาลลอยมาเบาๆ

    #42
    0
  2. #22 เคย์เซย์ (Keisei) (@keisei) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 / 17:59
    @ 21 คุณเกม ถ้าได้เขียนเรื่องสมัยเขาอยู่ในแดนอสูรจะมีคำหยาบหลุดมากกว่านี้อีกนิดหน่อยครับ XD ฉิบหายเนี่ยเบาสำหรับตาคนนี้

    ขอบคุณที่ตามอ่านครับ >/\< 
    #22
    0
  3. #21 -เกม- (@-gem-) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 / 17:42
    แอบเชียร์ให้นวดในใจตั้งนาน นวดซะที♥
    อยากแซวพ่อสองหนุ่ม(?)นี่ แต่ไม่รู้คำแซวไม่ออก orz เอาเป็นว่าหวานกันจังนะ ปิ๊งกันเร็วจังนะ ฮึ่ยย =A= *หมั่นไส้เบาๆ*

    แต่ท่านมหาเทพสงคราม...มาดท่านไม่เหลือเพราะประโยคเด็ดสุดท้ายนี่ล่ะ orz รักษามาดหน่อยพ่อคุ๊ณณ
    #21
    0