ณ แดนสรวง [Boy's Love] = จบแล้ว =

ตอนที่ 6 : บทที่ 4 การประชุมสภาสวรรค์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1000
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    16 ก.ค. 56


          

          คุยกันก่อน...

 

          วันนี้ไม่เมาส์มากครับ เนื่องจากใช้พลังหมดไปกับการเร่งจัดหน้ากระดาษนิยาย The Rhythm of Ocean ลำนำเหนือห้วงสมุทร จนหมดแล้ว ยังไม่ได้นอนเลยครับ = =” เคย์เซย์อัพเสร็จแล้วไปสลบเลยแล้วกันงิ

 

          ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการอ่าน อย่าลืม! ถูกใจหรือไม่ถูกใจตรงไหน บอกกันได้นะครับ >///////<

 

          Keisei

 

          ปล. จะตอบคอมเมนต์หลังกลับจากเรียนภาคค่ำแล้วนะครับ

 

          -------------

 

  บทที่ 4 การประชุมสภาสวรรค์  

 

เวลาเจ็ดวันที่ไคซัสกำหนดให้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว แต่ฮาธอสก็ใช้เวลานั้นอย่างมีประโยชน์สูงสุดครั้งหนึ่งในชีวิต เทพหนุ่มสามารถเกลี่ยกล่อมเพื่อนร่วมงานสองสามตน นางกำนัลอีกสิบตนย้ายไปด้วยกันได้ โดยไม่สนใจกระแสข่าวไคซัสกับเซย์เรียโน่วิวาทกันในตำหนักลาไซสิโอน่าจนเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ เป็นเหตุให้ขุนพลเทพอันดับห้าถูกกักบริเวณอยู่ในตำหนักมาเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว พร้อมกันนั้นเขาก็ตระเตรียมของที่จะนำไปใช้ในที่ทำงานใหม่ด้วย ส่วนใหญ่ก็เป็นต้นกล้าที่ตั้งใจจะนำไปปลูกที่ตำหนักใหม่นั่นเอง

 

ในที่สุดวันเดินทางก็มาถึง รถม้ากับเกวียนลอยฟ้าจากตำหนักพาเทร่ามารอรับตั้งแต่เช้า เทพคนสวนหนุ่มกับคนที่จะไปด้วยต่างตื่นมาเตรียมตัวแต่เช้า โดยมีเพื่อนร่วมตำหนักมาช่วยกันขนย้ายข้าวของให้ด้วย เช้านี้จึงค่อยข้างวุ่นวายพอสมควร และยิ่งโกลาหลขึ้นตอนใกล้ถึงเวลาเดินทาง เมื่อเหล่านางกำนัลในตำหนักล้อมวงกล่าวอำลาฮาธอสอย่างอาลัยอาวรณ์

 

จะไปจริง ๆ เหรอ ฮาธอส ที่นี่ขาดเจ้าสักคนก็เหมือนขาดฤดูใบไม้ผลิเลยนะหนึ่งในนั้นคร่ำครวญ

 

ใช่ ๆ หลายปีมานี้พวกเราอยู่กันอย่างอุ่นใจก็เพราะมีเจ้าอยู่ด้วย แบบนี้ถ้าเกิดเรื่องอะไรใครจะช่วยเหลือกันล่ะอีกคนสำทับขึ้นมา

 

ฮาธอสยิ้มอ่อนใจ พวกเจ้ากังวลเกินไปแล้ว ก่อนหน้าข้าจะมาตำหนักนี้ก็มาไม่เคยเกิดเรื่องร้ายนะเขาชี้แจง อีกอย่างเมื่อวานนี้ท่านจอมเทพีส่งหนังสือขอกำลังทหารเพิ่มเติมจากมหาเทพจ้าวสวรรค์แล้ว ตัวข้าเองก็ย้ายไปแค่ชั่วคราว เสร็จงานจากทางนั้นก็กลับมาแล้วล่ะ

 

แต่พวกเราไม่อยากให้ไปเลยนี่นา อย่าไปเลยนะ

 

แล้วเหล่านางกำนัลก็ส่งเสียงอ้อนวอนดังเซ็งแซ่ เทพคนสวนหนุ่มได้แต่ยิ้มแห้งอย่างทำอะไรไม่ถูก พวกผู้หญิงไม่ว่าจะเผ่าไหนก็เอาแต่ใจเหมือนกันหมดเลยน้า แต่จะว่าไปวันนี้ยังไม่เห็นเด็กเอาแต่ใจอีกคนเลยนี่นา

 

แต่ขณะรำพึงในใจ สายตาก็เหลือบเห็นเรือนผมสีเงินยวงเคลื่อนตัวผ่านไปข้าง ๆ ร่างสูงนิ่งงันแปบแล้วหมุนตัวขวับไปดูภาพน่าตกใจที่สุด นาซิลลากำลังเดินตรงไปยังประตู ที่บ่าข้างหนึ่งสะพายห่อผ้าสำหรับเดินทางไว้ด้วย สองแขนโอบอุ้มเครื่องดนตรีที่ห่อไว้ด้วยผ้าแพรสีน้ำเงิน ชายหนุ่มรีบฝ่าฝูงนางกำนัลไปคว้าบ่าเอาไว้ทันที

 

นาซิลลากำลังจะไปไหน!เขาหมุนตัวเธอกลับมาถาม

 

เอาของไปเก็บที่รถม้าน่ะสิ ข้าจะตามฮาธอสไปที่ตำหนักพาเทร่าด้วยนาซิลลาพูดพร้อมสะบัดตัวออกจากมือเขา ฮาธอสใจร้ายที่สุด ข้าอุตส่าห์รอ แต่เจ้ากลับไม่ชวนข้าเลย

 

เจ้าเป็นนางกำนัลของที่นี่นะ ข้าจะพาไปด้วยได้ยังไงฮาธอสแย้ง

 

แล้วพวกนั้นล่ะ!นาซิลลาชี้ไปที่กลุ่มนางกำนัลห้าคนหกที่ยืนสลอนรอขึ้นรถม้า แล้วหันกลับมามองชายหนุ่มอย่างคาดคั้น พวกนางก็เป็นนางกำนัลของตำหนักนี้ แต่ทำไมถึงไปได้ล่ะ

 

เทพคนสวนถอนใจด้วยสีหน้าหนักอึ้ง คนอื่น ๆ มองเขาอย่างกังวล แต่ไม่ได้เข้ามาช่วย

 

พวกนางเป็นนางกำนัลของตำหนักแน่มาตั้งแต่ต้นแล้วจึงสามารถย้ายตามข้าไปได้ แต่เจ้าเป็นเด็กที่ถูกส่งมาจากตำหนักอื่น ข้าจึงไม่สามารถพาไปได้จนว่าตำหนักต้นสังกัดของเจ้าจะอนุญาตฮาธอสชี้แจงเหตุผลตามความจริง เจ้าก็รู้ไม่ใช่หรือว่าบนสวรรค์มีกฎระเบียบอย่างไร ถึงเจ้าจะถูกส่งมาเรียนและได้เข้าสังกัดนางกำนัลของที่นี่ แต่ตัวเจ้าก็ยังอยู่ในการปกครองของตำหนักเก่า ถ้าต้นสังกัดของเจ้าไม่อนุญาตก็ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น

 

ไม่เป็นไรหรอก ฮาธอสเสียงนี้เป็นของจอมเทพีเรเทเชีย กลุ่มนางกำนัลที่ขวางทางอยู่รีบค้อมตัวหลบไปข้าง ๆ เปิดทางให้จอมนางจ้าวตำหนักเดินมาหาเทพรับใช้คนสนิท ฮาธอสกับนาซิลลาแสดงความเคารพพร้อมกัน ให้นาซิลลาไปด้วยเถอะนะ ไม่ต้องห่วงเรื่องต้นสังกัด ข้าจะให้คนนำสารไปแจ้งกับทางนั้นเอง แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหานะ

 

ท่านอนุญาตให้ข้าไปจริง ๆ เหรอคะ ท่านจอมเทพี!นาซิลลาถาม ใบหน้าเบิกบานทันตา

 

อื้ม! รีบเอาของไปเก็บที่เกวียนลอยฟ้าสิจ๊ะเรเทเชียบอก เด็กสาวไม่รอช้าถอนสายบัวให้ครั้งหนึ่งแล้วรีบวิ่งเอาของไปเก็บก่อนที่เกวียนซึ่งรออยู่ด้านนอกก่อนที่ฮาธอสจะเริ่มคัดค้านอีกครั้ง

 

เทพคนสวนมองนาซิลลาวิ่งจากไปแล้วขยับไปใกล้นายหญิง จะดีหรือขอรับ นาซิลลาน่ะ...

 

เราต่างรู้ว่านาซิลลาถูกส่งมาที่นี่ด้วยเหตุผลใดจอมเทพีลดเสียงลงพอได้ยินในกลุ่ม น้ำเสียงติดจะกังวลเล็กน้อย แต่ในสายตาข้ามันคงเป็นการดีกว่าที่ส่งนางไปอยู่ที่ตำหนักพาเทร่า อย่างน้อยมหาเทพสงครามก็มีศักยภาพในการดูแลนางมากกว่าพวกเรา

 

ฮาธอสสดับเช่นนั้นก็พ่นลมออกจากจมูกอย่างเงียบงัน หันมองนาซิลลาที่กลับเข้ามาคุยกับกลุ่มนางกำนัลที่จะย้ายไปพาเทร่าอย่างสนุกสนาน ดวงตาสีน้ำเงินมีรอยกังวลใจเล็กน้อย ทว่าผู้ใหญ่ได้ตัดสินใจไปแล้ว เทพชั้นผู้น้อยอย่างเขาก็ได้แต่ก้มหน้ารับเท่านั้น

 

ทุกท่านได้เวลาเดินทางแล้วขอรับ!

 

ทหารจากพาเทร่าตะโกนบอกจากประตูใหญ่ ฮาธอสกับเหล่าเทพรับใช้ที่จะย้ายไปด้วยกันจึงออกไปรวมกันที่ลานเมฆนอกด้านนอก จอมเทพีเรเทเชียกับเหล่านางกำนัลและเทพรับใช้ที่เหลือตามมาส่งถึงทวารา ซึ่งก่อนออกเดินทางนั้นนางได้ให้โอวาทแก่ทุกคนวัน

 

ตอนอยู่ในตำหนักนี้ พวกเจ้าทุกคนต่างทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ วันนี้พวกเจ้าจะย้ายไปทำงานกับเจ้านายคนใหม่ แม้จะแค่ชั่วคราว ข้าก็หวังว่าพวกเจ้าทุกคนจะทำหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเช่นกัน ฮาธอสจะเป็นหัวหน้ากลุ่มของพวกเจ้าเมื่ออยู่ในตำหนักพาเทร่า มหาเทพสงครามจะเป็นนายสูงสุดของพวกเจ้ายามอยู่ที่นั้น จงเคารพและปฏิบัติตามคำสั่งของพวกเขาเสมือนเป็นคำสั่งของข้า ขอให้พวกเจ้าทุกคนโชคดี

 

ฮาธอสกับเหล่าข้ารับใช้ที่จะย้ายไปด้วยกันน้อมรับโอวาทนั้นโอวาทนั้นด้วยความเคารพ จากนั้นก็แยกย้ายกันไปขึ้นรถม้าคันใหญ่สองคันที่จอดรออยู่แล้ว ซึ่งทหารที่มารับบอกให้ฮาธอสกับพวกผู้หญิงไปนั่งคันหน้าสุด ส่วนพวกผู้ชายไปอยู่คันหลัง มีเทพชายสองคนไปประจำเกวียนลอยฟ้าที่บรรทุกของเต็มเล่มด้วย

 

หลังจากทุกคนประจำที่กันหมดแล้ว ขบวนรถม้ากับเกวียนลอยฟ้าก็เคลื่อนตัวออกเดินทางทิ้งตำหนักซิมโฟเนียอาเรียกับผู้คนที่เคยรู้จักไว้เบื้องหลังนำสมาชิกกลุ่มใหม่สู่ตำหนักพาเทร่า บ้านหลังใหม่ของพวกเขา

 

---------------

 

รถม้าแล่นแหวกอากาศด้วยความเร็วสูงจนมองเห็นภาพนอกหน้าต่างเป็นเพียงเส้นแสงหลากสีวิ่งผ่านไปเท่านั้น ฮาธอสนั่งอยู่ในส่วนด้านหน้าข้างคนขับ ซึ่งแบ่งเป็นสัดส่วนจากประทุนรถข้างหลังอีกทีหนึ่ง เทพหนุ่มเหลียวมองนาซิลลาที่พูดคุยกับเพื่อนนางกำนัลอย่างสนุกสนานอีกทีค่อยหมุนตัวกลับมานั่งดี ๆ

 

เป็นห่วงนางหรือขอรับทหารพลขับถามขึ้นมา ฮาธอสจึงหันมองเขาอย่างแปลกใจ

 

เอ่อ...นิดหน่อยเทพคนสวนตอบอย่างไว้ที อีกฝ่ายคงเข้าใจจึงไม่ถามต่อ แต่เป็นเขาเองที่ยังเหลือเรื่องคาใจ ข้าได้ยินว่ามหาเทพสงครามวิวาทกับท่านขุนพลเทพอันดับห้า ไม่ทราบว่าเขาเป็นไรบ้าง

 

เรื่องนั้นเขาไม่เป็นอะไรมากหรอก ตอนกลับมาก็ดูปลอดภัยดี ไม่บาดเจ็บอะไรเลย มหาเทพจ้าวสวรรค์ก็เข้าใจจึงไม่ได้ลงโทษด้วย

 

ฮาธอสหันหน้าหลบไประบายลมหายใจอย่างโล่งอก วันที่ไคซัสลอบเข้าตำหนักมานั้นเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อได้ยินข่าวว่าเทพอสูรหนุ่มก่อเหตุวิวาทกับเทพมังกรไฟแห่งตำหนักตะวันออกจึงเป็นห่วง แต่เพราะไม่มีข่าวจากทางมหาเทพสงครามเลยถึงต้องถามจากคนในเองเช่นนี้ พอรู้แล้วก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

 

อันที่จริงพวกเราก็เป็นห่วงเขาขอรับทหารหนุ่มพูดต่อ มือบังคับบังเหียนรถม้าอย่างชำนาญ วันนั้นน่ะ ท่านอัลวินอาสาไปด้วยแล้ว แต่มหาเทพไคซัสยืนยันว่าจะไปคนเดียว ตอนกลับมาในสภาพชุดเกรียมหน้าเหี้ยม พวกเราก็ตกใจกันแทบแย่

 

ลำบากหน่อยนะฮาธอสเอ่ยอย่างเห็นใจ น้ำเสียงนุ่มนวลของเขาทำให้อีกฝ่ายผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว

 

ท่านอาจจะคิดว่าแปลก แต่เขาก็เป็นเจ้านายของเราจะไม่ห่วงเลยก็คงไม่ได้ขอรับทหารหนุ่มหันมายิ้มให้ ถ้าพวกท่านมองข้ามรูปลักษณ์น่ากลัวของเขาไปได้ก็ดีสินะ พอเห็นตัวตนที่แท้จริงของมหาเทพไคซัสแล้วจะได้ทำงานกับเขาอย่างมีความสุข อา...มองเห็นยอดปราสาทแล้วขอรับ

 

ฮาธอสเบือนหน้ากลับไปมองข้างหน้าอีกครั้ง สิ่งที่กำลังปรากฏตัวออกจากก้อนเมฆสีขาวใหญ่ยักษ์คือ ป้อมปราสาทสีเทาที่ตั้งเด่นกลางแผ่นเมฆสีเหลืองนวล ยอดหอคอยสูงตระหง่านตัดแบ่งท้องฟ้าออกเป็นสองส่วน ฝูงนกพิราบสีขาวเรียวแถวเป็นลูกศรสามเหลี่ยมบินผ่านไป ภาพนั้นงดงามราวกับภาพสีน้ำมันก็ไม่ปาน เทพหนุ่มจึงหมุนตัวไปดูสาว ๆ ที่ตื่นเต้นกับภาพเดียวกัน ก่อนจะพึมดำตอบทหารพลขับไปเบา ๆ

 

นั่นสินะ ข้าเองก็หวังแบบนั้นเหมือนกัน

 

--------------

 

อีกด้าน...ในลานฝึกชั้นนอกของตำหนักพาเทร่า อัลล์กับทหารสองนายมารอสมาชิกใหม่ที่ลานฝึกซ้อมด้านหน้าอยู่ก่อนแล้ว พวกเขารอจนกระทั่งรถม้ากับเกวียนลอยฟ้าทั้งสี่คันลอยลงมาจอดสนิทบนพื้นก่อนค่อยเข้าไปต้อนรับ ฮาธอนกระโดดลงจากรถม้าตรงมาหาเพื่อนสนิทของตนก่อนใคร

 

อัลล์เขาเรียกพร้อมจับมือทหารหนุ่ม ดีใจจริง ๆ ที่ได้พบกันอีก แล้วก็ขอบคุณที่ออกมารับด้วย

 

ด้วยความยินดี มันเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้วอัลล์ตอบพลางเขย่ามือเพื่อนอย่างยินดี แต่พูดตรงนะ ข้าดีใจที่พวกเจ้ามาช่วย พวกข้าเบื่ออาหารจืด ๆ จากตำหนักเทพจันทราจะแย่อยู่แล้ว นี่มีใครมากันบ้างล่ะ

 

ร่างสูงเงยหน้ามองข้ามหัวเพื่อนไปยังกลุ่มนางกำนัลกับเทพรับใช้ที่ทยอยลงมาจากรถ ซึ่งเขาประหลาดใจที่สุดเมื่อเห็นอัปสรสาวผมสีเงินลงจากรถเป็นตนสุดท้าย ตัวเธอเองก็มองเขาด้วยความแปลกใจไม่แพ้กัน

 

อัลล์!!เด็กสาววิ่งตัวปลิวมากระโดดกอดเขาอย่างดีใจ ดีใจจังเลยที่ได้เจอกันอีก

 

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ยายตัวเล็กไม่ได้เจอกันตั้งสี่ปี ตัวเล็กเหมือนเดิมเลยนะอัลล์กอดเธอแน่น ๆ ครั้งหนึ่งแล้วปล่อยตัวลงพื้น หันไปหาเพื่อน ไม่คิดเลยนะ ว่าเจ้าจะยอมให้นาซิลลาตามมาด้วย

 

นางดันทุรังจะมาด้วยให้ได้น่ะสิ ท่านจอมเทพีก็อนุญาตแล้วด้วยฮาธอสตอบเสียงอ่อน คนถูกพาดพิงค้อนขวับเข้าให้ ชายหนุ่มจึงเปลี่ยนไปเข้าเรื่องแทน ว่าแต่มหาเทพสงครามล่ะ อัลล์

 

หัวหน้าทหารหนุ่มทำหน้านึกได้ ท่านกำลังเตรียมตัวไปประชุมสภาสวรรค์อยู่ เดี๋ยวจะลงมาหาพวกเจ้าที่นี่เอง

 

แหม! ลงทุนจังเลยนะ อุตส่าห์จะลงมาพบด้วยตนเองเชียวนาซิลลาค่อนแคะ

 

เทพคนสวนดึงแขนเธอเข้ามาดุเบา ๆ นาซิลลาลืมแล้วโอวาทที่จอมเทพีให้ไว้แล้วรึ หากยังพูดจาไม่เคารพมหาเทพเช่นนั้นอีก ข้าจะส่งเจ้ากลับเดี๋ยวนี้เลยน้ำเสียงทุ้มนุ่มเฉียบขาด

 

เด็กสาวผมสีเงินช้อนหน้ามองเขาด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะเลือกมารยาททางสังคมมากกว่าตัวเองเช่นนี้ ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูเผยอออกหวังเถียงกลับ แต่สุดท้ายเธอก็เลือกกลืนถ้อยคำลงคอด้วยความขมขื่น เธอไม่เข้าใจเลยว่าเทพอสูรตนนั้นดีกว่าเธอตรงไหน ฮาธอสถึงได้เข้าข้าง แค่นินทานิด ๆ หน่อย ๆ ไม่เห็นต้องดุต้องขู่กันขนาดนี้เลย

 

เมื่อเห็นว่านาซิลลายอมสงบปากสงบคำแล้ว อาธอสจึงปล่อยมือจากเธอ ส่วนตัวเขาเองก็ใช่ว่าอยากจะดุเด็กสาวให้เสียน้ำใจ แต่เมื่อเธอหลงลืมสถานะของตนแล้วว่าร้ายเทพผู้สูงศักดิ์กว่าก็ต้องเตือนให้รู้ตัวเสียบ้าง แม้แต่อัลล์ยังส่ายศีรษะอย่างยอมรับพฤติกรรมของเทพจันทราน้อยไม่ได้เช่นกัน

 

นาซิลลา ถ้าเจ้ายังอยากอยู่กับฮาธอสที่นี่ก็ควรระวังปากไว้เขาเตือนตรงไปตรงมาตามประสาทหาร ที่นี่แตกต่างจากตำหนักที่เจ้าจากมามากนัก การปกครองก็ไม่เหมือนกันนะ อีกอย่าง...มหาเทพไคซัสมาถึงแล้ว

 

เสียงของเขาขาดห้วงในช่วงเดียวกับที่ทวารชั้นในของตำหนักเปิดออก อัลล์กับทหารผู้ติดตามจึงหลบไปอยู่ด้านข้าง แต่ร่างสูงสีแดงในชุดสีแดงขลิบขอบสีทองที่ก้าวออกมานั้นดูราวกับไม่ใช่ไคซัส ศีรษะของเขาปราศจากเขามังกรอันเป็นเอกลักษณ์ ผมหนาสีเทาจางถูกรวบไว้ที่ท้ายทอยอย่างเรียบร้อย หน้าตา ใบหู รวมถึงมือทั้งสองข้างที่หอบม้วนกระดาษมากมายเหมือนกับมนุษย์ทุกกระเบียดนิ้ว สิ่งเดียวที่หลงเหลือบ่งบอกว่าเป็นเจ้าตัวจริง ๆ คือดวงตาสีส้มสว่างที่มีประกายเกล็ดสีทองในแก้วตา ชาวตำหนักซิมโฟเนียอาเรีย...รวมถึงคนของเขาเองต่างมองเทพอสูรหนุ่มอย่างตกตะลึง

 

ขอโทษที่ทำให้พวกเรารอนานนะ ข้ากำลังเตรียมเอกสารไปประชุมพอดีไคซัสตอบพลางยื่นเอกสารให้อัลล์ถือ แต่พอหันมาหาฮาธอสก็เห็นสายตาตื่นตะลึงของอีกฝ่าย เขาจึงก้มมองตัวเองเกรงว่าจะมีอะไรผิดปกติ เมื่อไม่เจอก็เงยหน้าถาม เจ้ามองข้าแบบนั้นทำไมรึ ชุดข้ามีอะไรแปลกๆ รึ?

 

อ๊ะ! เอ่อ! ไม่มีอะไรแปลกขอรับฮาธอสรู้ตัวก็รีบก้มหน้ากลบเกลื่อนอาการตกใจ เพิ่งจะเคยเห็นเทพที่มีร่างมนุษย์งดงามขนาดนี้เป็นครั้งแรก ทำให้เผลอมองอีกฝ่ายนานไปหน่อย ขะ...ข้าเพิ่งเคยเห็นร่างมนุษย์ของท่านครั้งแรกก็เลยตกใจนะขอรับ

 

ไคซัสกระตุกยิ้ม แววตาแพรวราว เพราะต้องไปประชุมที่ตำหนักฟาเบียนก็เลยต้องอยู่ในร่างที่สุภาพหน่อยน่ะเขาบอก มือหนาลูบตรงที่เคยมีเขาอย่างไม่ชิน อันที่จริงข้าไม่ได้ใช้ร่างนี้มานานแล้ว ยังรู้สึกแปลก ๆ อยู่นิดหน่อย ยิ่งพอใส่กับชุดที่ออกแบบให้รับกับร่างกึ่งอสูรแล้วยิ่งรู้สึกว่ามันแปลก

 

ไม่เลยขอรับ ท่านดูดีมากเลยต่างหาก ข้าคิดว่าวันนี้เหล่าขุนนางจะต่อว่าท่านเรื่องเป็นอสูรไม่ได้แล้วฮาธอสปฏิเสธแล้วหันไปหาเพื่อน ๆ ซึ่งบางคนพยักหน้าสนับสนุน มีนาซิลลาคนเดียวที่ทำหน้างอง้ำ

 

ข้าภาวนาให้เป็นอย่างที่เจ้าพูดแล้วกันนะ

 

ไคซัสตบบ่าเทพคนสวนเบา ๆ ด้วยความชื่นชม ปากฉีกยิ้มไม่หุบ เขาอยากจะคุยกับฮาธอสต่ออีกนิด แต่ติดที่เวลาประชุมใกล้เข้ามาแล้ว

 

เข้าเรื่องกันเลยนะ ขอต้อนรับทุกคนสู่พาเทร่า ที่นี่อาจไม่ได้สวยงามและเงียบสงบอย่างซิมโฟเนียอาเรีย แต่ก็กว้างขวางสะดวกสบาย ข้าให้คนเตรียมเรือนที่พักไว้แล้ว เซบาสเตียนจะเป็นคนนำทางไปมือใหญ่หนาผายไปยังทหารหนุ่มผมสีม่วงอ่อนซึ่งผงกศีรษะให้ เขาจะเป็นคนแนะนำเรื่องควรรู้ของที่นี่กับพวกเจ้า ซึ่งข้าต้องขอให้พวกเจ้าปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ส่วนอื่น ๆ นอกเหนือจากนั้น หากอยากรู้เพิ่มเติมมาถามข้าหรืออัลวินก็ได้

 

อัลล์ผงกศีรษะบอกตัวตนกับชาวซิมโฟเนียอาเรีย เผื่อว่าบางคนจะยังไม่รู้จักเขา อาธอสยกมือขึ้น

 

เอ่อ...ข้าขออนุญาตถามเลยขอรับ ท่านจะให้พวกเราเริ่มงานเมื่อไหร่ขอรับและงานเร่งด่วนอะไรที่ต้องทำก่อนบ้าง

 

เทพอสูรหนุ่มกอดอกทำหน้าครุ่นคิด อันดับแรกก็เป็นงานห้องเครื่อง เพราะข้าแจ้งไปทางตำหนักเทพจันทราที่ดูแลเรื่องนี้แล้วว่าไม่ต้องส่งสำรับมาที่นี่แล้ว ต่อไปก็การทำความสะอาดปราสาทก็อยากให้เริ่มวันนี้เลย ทำได้ทุกห้อง ยกเว้นชั้นสามทั้งหมด ห้องบนหอคอยหลังที่สิบ ห้องทำงานส่วนตัวของข้าที่ชั้นสอง แล้วก็ห้องสมุดใหญ่ปีกตะวันออก ไม่ต้องจัดเวรประจำห้องอาบน้ำด้วย แค่เตรียมน้ำร้อนกับชุดใหม่ให้เสร็จก่อนข้าจะใช้ก็พอ งานสวนเริ่มตอนที่พวกเจ้าพร้อมก็ได้ ทำแค่รอบปราสาทของส่วนในนี่ เพราะลานข้างนอกนี้จะมีทหารมาเพิ่มเติมอีกร้อยกว่านาย ทำสวยงามไปอีกไม่นานก็คงจะเละ และฮาธอส ข้าอยากให้เจ้ามาช่วยข้าทำงานจิปาถะด้วย

 

เอ๋! ช่วยท่านหรือขอรับฮาธอสเบิกตากว้างอย่างไม่คาดฝัน

 

อืม หลัก ๆ แล้วก็เป็นเรื่องงานเอกสารกับการดูแลเพื่อนของเจ้าไคซัสบอก ดวงตาสีส้มสว่างกวาดมองชาวตำหนักซิมโฟเนียอาเรียที่ไม่มีใครยอมสบตาเขาเลยแม้แต่คนเดียว ธรรมเนียมสวรรค์จะให้หัวหน้าเทพรับใช้ประจำตำหนักเป็นคนดูแลใช่ไหม แต่อัลวินมีงานเต็มมือแล้ว พวกเจ้าก็ไม่ชินกับการปกครองแบบทหารด้วย ฉะนั้นให้ดูแลกันเองดีกว่า

 

ฮาธอสกับชาวตำหนักซิมโฟเนียอาเรียต่างประหลาดใจกับความคิดของไคซัสทั้งสิ้น เพราะปกติเทพรับใช้ไม่ว่าจะย้ายไปทำงานที่ไหนก็ต้องอยู่ภายในการดูแลของหัวหน้าเทพรับใช้ที่ใหม่เสมอ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและไม่เสียอำนาจควบคุม โดยไม่สนใจเลยว่าจะเกิดปัญหาอะไรกับคนใหม่หรือไม่ แต่มหาเทพสงครามกลับใช้วิธีปรับไปตามกลุ่มบุคคลโดยไม่สนใจธรรมเนียมปกติเลย

 

ข้าเข้าใจจุดประสงค์ของท่านแล้วขอรับ ข้ากับทุกคนจะทำงานอย่างเต็มที่ฮาธอสค้อมกายอย่างอ่อนน้อม

 

ไคซัสพยักหน้า ข้าก็หวังให้เป็นแบบนั้นนะเขาบอก อัลล์ก้าวมารายงานว่าถึงเวลาไปประชุมแล้ว ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็จัดการแบ่งงานแล้วเอารายงานมาให้ข้าตอนกลับมานะ ไปกันเถอะ อัลวิน

 

เรียกพลางเดินฝ่ากลางกลุ่มเทพรับใช้ชั่วคราวที่แหวกทางให้ไปขึ้นรถม้าคันแรกที่พวกฮาธอสใช้เดินทางมาที่นี่อย่างไม่รังเกียจ อัลล์กับทหารอีกคนตามขึ้นไปนั่งด้วยแล้วรถม้าก็เคลื่อนตัวสู่อากาศวิ่งหายไป ท่ามกลางสายตาอัศจรรย์ใจของเหล่าเทพจากซิมโฟเนียอาเรีย

 

อะไรกันเนี่ย มหาเทพอสูรตนนั้น ความคิดผิดกับชาวสวรรค์ทั่วไปเลยนะเทพรับใช้คนหนึ่งร้อง

 

ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนนาซิลลาแทรกเสียงดัง มหาเทพีบรรพกาลของตำหนักข้าก็คิดอย่างนี้นะ

 

แต่นางเคยทำอะไรใกล้ชิดกับพวกเราอย่างที่มหาเทพสงครามทำไหมล่ะเทพคนรับใช้คนแรกย้อนถาม

 

นั่นสิ แล้วร่างเมื่อกี้เป็นร่างจำแลงมนุษย์ใช่ไหม ออกจะดูดีขนาดนั้นแท้ ๆ ถ้าจำแลงมาแต่แรกพวกเราคงไม่กลัวกันหรอกอีกคนสำทับแล้วหันไปหาเทพคนสวน ฮาธอส! เจ้ารู้อยู่แล้วใช่ไหม ถึงได้กล้ามาทำงานที่นี่!

 

นาซิลลาก็มองสหายหนุ่มด้วยความสงสัยเช่นกัน ฮาธอสถึงกับถอนใจ

 

เรื่องนิสัยข้าพอรู้นิดหน่อย ส่วนร่างจำแลงเพิ่งเห็นวันนี้พร้อม ๆ กับพวกเจ้านั่นแหละเขาตอบตามตรง ไม่คิดปิดบัง เพราะไม่มีอะไรจะให้ปิด แต่ข้าว่าเลิกพูดเรื่องนี้แล้วย้ายของเข้าข้างในเถอะ จะได้เริ่มงานกันสักทีไงล่ะ ท่านเซบาสเตียนช่วยนำทางด้วยขอรับ แล้วก็...นาซิลลาอย่าขนแต่ของตัวเองนะ ช่วยคนอื่นด้วย

 

ชายหนุ่มสั่งเสร็จสรรพ โดยไม่ลืมสำทับเด็กสาวผมสีเงินยวงด้วย หลังจากนั้นเขาก็ช่วยเพื่อนคนของและแบ่งหน้าที่งานอย่างไม่สนใจเลยว่าการกระทำของตนจะทำให้นาซิลลาหน้าบึ้งไปทั้งวัน

 

--------------

 

ใจกลางมหานครแห่งฟ้านั้นเป็นที่ตั้ง มหาตำหนักเทพสวรรค์ซึ่งเปรียบเสมือนพระราชวังอันเป็นศูนย์กลางอำนาจของดินแดนแห่งนี้ ที่นี่ถูกแบ่งออกเป็นเก้าส่วน ประกอบส่วน ตำหนักในที่อยู่ตรงกลาง ล้อมกรอบด้วยเจ็ดหน่วยงานสำคัญอันได้แก่ กรมวังและพิธีการ กรมยุติธรรม กรมการศึกษา กรมการพลาธิการ กรมราชองครักษ์ กรมการปกครองและพลเรือน และกรมข้าหลวง ด้านหน้าตำหนักเป็นลานกว้างสำหรับจัดพิธีการสำคัญต่าง ๆ ของสวรรค์

 

สถานที่จัดการประชุมสภาคือ โดมทองรำไพในกรมการปกครองและพลเรือน ขุนนางเทพทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าประชุมต่างมารวมตัวกัน ณ ห้องประชุมทรงกลมที่สร้างอัฒจันทร์ที่นั่งสูงลดหลั่นกันลงมาเหมือนห้องประชุมรัฐสภา ซึ่งทั้งหมดตั้งล้อมแท่นยกพื้นติดผนังฝั่งเหนืออันเป็นที่ตั้งบัลลังก์ไม้แกะสลักลามังกรคำรามพยัคฆ์คำรณของมหาเทพจ้าวสวรรค์ไว้อีกที แน่นอนว่าหัวข้อสนทนาในวันนี้ยังเป็นเรื่องของไคซัสที่วิวาทขุนพลเทพอันดับห้าในสัปดาห์ที่แล้ว แต่เรื่องที่จะดังยิ่งกว่ากำลังจะเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้เอง

 

ไคซัสในร่างมนุษย์เดินเข้ามาในห้องประชุมอย่างสง่างาม ข้างหลังนั้นทหารเฝ้าประตูมองตามมาชนิดคอแทบหัก หลังขัดขวางเขากับผู้ติดตามไว้โดยไม่รู้ ทำให้เจ้าตัวต้องแสดงตราประจำตัวยืนยันจึงเข้ามาได้ และเมื่อเหล่าขุนนางเห็นเขาไปนั่งโต๊ะประจำตำแหน่งมหาเทพสงคราม ทุกตนพร้อมใจกันส่งเสียงฮือฮาด้วยความตกใจ

 

ชาวสวรรค์นี่ขี้ตกใจกว่าที่คิดนะเทพอสูรบ่นกับอัลล์ ชักรำคาญกับเสียงรอบข้างเสียแล้ว

 

เพราะไม่เคยมีใครเห็นท่านในร่างนี้มาก่อนน่ะสิขอรับ ดูสิ แม้แต่ขุนนางฝ่ายบู๊ที่เคยพบท่านมาแล้วยังตกใจกันเลยนายทหารหนุ่มชี้ให้ดูเทพนับรบแต่ละตนที่มองไคซัสตาโต

 

มหาเทพสงครามชักสีหน้าเบื่อหน่าย ทั้งที่ปฏิกิริยาของชาวเทพก็เหมือนกับที่ฮาธอสทำ แต่ไฉนความรู้สึกของเทพอสูรหนุ่มถึงแตกต่างกันสุดขั้วเช่นนี้

 

เออ ช่างมันเถอะ ทนมาถึงขั้นนี้แล้วก็จะทนต่อไปแล้วกัน ยังไงซะร่างนี้ก็เป็นร่างเดียวที่จะเข้ามาที่นี่ได้เขาพูดอย่างฉุนเฉียว

 

เพราะอะไรหรือขอรับอัลล์ถาม สีหน้าไม่เข้าใจทั้งปฏิกิริยาและคำถามของเจ้านาย แต่ไคซัสกลับไม่ตอบคำถาม หัวหน้าทหารสบตากับลูกน้องของตนแวบหนึ่งแล้วก็ยืนนิ่งให้มหาเทพสงครามอยู่เงียบ ๆ

 

หลังจากรออยู่ได้สักพัก มหาดเล็กก็ประกาศการเสด็จของมหาเทพจ้าวสวรรค์ ขุนนางเกือบทุกคนลุกขึ้นถวายบังคมแด่องค์ราชาด้วยความเคารพอย่างยิ่ง ฟาเบียนพร้อมผู้ติดตามทั้งสิบเดินมาที่บัลลังก์ไม้อย่างรวดเร็ว ก่อนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นไคซัสยืนตัวตรงอยู่คนเดียว ไม่รู้ว่าเพราะตกใจกับภาพลักษณ์ที่ผิดไปจากเดิม หรือการไม่ถวายความเคารพของอีกฝ่ายกันแน่ แต่ราชาแห่งฟ้าก็เลือกที่จะมองข้ามแล้วไปนั่งประจำที่ของตนเอง

 

เชิญทุกท่านตามสบายฟาเบียนสั่ง เสียงของเขาถูกขยายด้วยเวทมนต์ เพื่อให้ได้ยินทั้งห้องประชุม ทุกคนนั่งลงพร้อมเพรียงกัน มีแค่ผู้ติดตามเท่านั้นที่ยืนอยู่โดยไม่บังสายตาของขุนนางท่านอื่น ๆ วันนี้ทุกตนคงได้เห็นแล้วว่ามหาเทพสงครามมาร่วมการประชุมด้วย นี่ถือเป็นการประชุมครั้งแรกของเขา ฉะนั้นข้าขอให้ทุกคนรับฟังในสิ่งที่เขาเสนอด้วย

 

เรื่องของข้าเอาไว้ทีหลังก็ได้ ข้าอยากเห็นการประชุมของที่นี่ก่อนไคซัสพูด เสียงของเขาถูกขยายเช่นกัน

 

ถ้าเจ้าต้องการแบบนั้นล่ะก็...เปิดการประชุมได้

 

เพียงสิ้นเสียงของราชาแห่งฟ้า การประชุมสภาสวรรค์ก็เริ่มต้นขึ้น โดยหัวหน้าราชเลขากราบทูนหัวข้อฎีกาที่ต้องพิจารณาในวันนี้ก่อน จากนั้นขุนนางผู้รับผิดชอบหรือเป็นเจ้าของฎีกาจะลุกขึ้นอธิบายเนื้อหา ตลอดจนความคืบหน้าในเรื่องที่ปฏิบัติไปแล้วต่อที่ประชุมทีละคน แล้วขุนนางที่เหลือจะร่วมกันแสดงความคิดเห็น ซึ่งบางครั้งก็นำไปสู่การถกเถียง แต่ความทั้งหมดนั้นจะถูกฟาเบียนไปประกอบการพิจารณาและตัดสินปัญหาต่อไป เรื่องที่หยิบยกมาพูดเป็นอันดับต้น ๆ ก็คือ แผนการเยียวยาทหารเทพที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบกับกองทัพปีศาจ

 

ไคซัสนั่งดูการประชุมโดยไม่ปริปากพูดสักคำ สำหรับเขา บรรยากาศการประชุมของที่นี่ไม่ต่างจากดินแดนที่เขาจากมาเท่าไหร่นัก ผู้ทรงภูมิทั้งหลายต่างแสดงความเห็นของตนอย่างตรงไปตรงมา ต่างกันแค่เมื่อถึงคราวถกเถียงกัน ชาวสวรรค์จะเลือกหยิบเหตุผลมาก่อนอารมณ์ ในขณะที่สภาอสูรมักมีอารมณ์ร่วมด้วยจนเกือบเกิดจลาจลอยู่บ่อย ๆ เทพอสูรหนุ่มจึงมีโอกาสได้เห็นทัศนวิสัยอันกว้างไกลของผู้มีอารยะ โดยเฉพาะจอมปราชญ์ทั้งแปดแห่งสวรรค์อย่างเต็มที่

 

ยกเว้นเรื่องเดียวคือ สายตาที่พวกเขาใช้มองกองทัพปีศาจ...

 

ในที่สุดการถกเถียงฎีกาฉบับสุดท้ายอันเกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณส่วนกลางก็จบลง ถึงเวลาของมหาเทพสงครามตนใหม่แล้ว

 

เรื่องอื่น ๆ เราก็คุยกันหมดแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแต่เจ้าแล้วนะ มหาเทพสงครามฟาเบียนเบือนหน้ามาหาเทพอสูรหนุ่ม มีเรื่องอะไรอยากเสนอต่อที่ประชุมหรือ

 

เทพอสูรหนุ่มยืนขึ้นเต็มความสูง ซึ่งความน่าเกรงขามของเขาไม่ได้ลงลดลงจากเดิมเลย แม้จะอยู่ในร่างมนุษย์ก็ตาม

 

เรื่องที่ข้าอยากจะเสนอมีอยู่สี่เรื่องด้วยกันเขาเกริ่นพร้อมใช้เวทมนต์ส่งม้วนฎีกาของตนถึงมือของฟาเบียน เรื่องแรก ข้าต้องการให้เพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยบริเวณชายแดนมากขึ้น เรื่องที่สอง ข้าต้องการให้มีการเสริมสัตว์อสูรที่จะใช้ในการรบแนวหน้าให้มากกว่านี้ เรื่องที่สาม ข้าต้องการให้เปลี่ยนเสาเขตแดนที่เริ่มเสื่อมสภาพ และสุดท้ายเรื่องที่สี่ ข้าต้องการปรับวิธีการฝึกทหารสวรรค์ให้เหมือนกับการฝึกทหารอสูร

 

ยิ่งไคซัสบอก ความต้องการของตนเองออกไป เสียงฮือฮาในที่ประชุมก็ยิ่งดังขึ้นจนดังกระหึ่มเมื่อมาถึงเรื่องสุดท้าย หนึ่งในจอมปราชญ์ลุกพรวดขึ้นชี้หน้าเขา

 

เจ้าอสูรต่ำช้า เจ้าคิดจะเปลี่ยนสวรรค์ไปเป็นของตัวเองหรือไร!

 

ท่านผู้ทรงภูมิมีเหตุผลอันใดจึงกล่าวหาข้าเช่นนั้นไคซัสย้อนถาม น้ำเสียงเยียบเย็นและอำมหิตยิ่ง

 

มีแน่นอน เจ้าไม่รู้หรือว่าการเสาเขตแดนแต่ละต้นเป็นตัวกระจายพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้สร้างอาณาเขตคุ้มครองสวรรค์ หากขาดหายไปแม้แต่ต้นเดียวจะทำให้เขตอาคมอ่อนแอลงจนถูกบุกโจมตีได้ง่ายนะจอมปราชญ์ผู้นั้นกล่าว

 

เรื่องนั้นข้ารู้อยู่แล้ว จึงอยากเสนอให้ใช้เสาเขตแดนขนาดเล็กผูกรวมกันสามต้นขึ้นไปตั้งแทนในตอนที่ยกเสาเขตแดนต้นใหม่แทนที่ เพียงเท่านี้การกระจายพลังศักดิ์สิทธิ์ก็จะไม่ขาดตอนแล้วไคซัสอธิบาย แน่นอนว่าข้าไม่ได้ขอให้ทำตอนนี้ เพราะการสร้างเสาเขตแดนใหม่ใช่เรื่องงาน แต่ข้าเห็นสมควรว่าควรลงมือให้เร็วที่สุดจะดีกว่า

 

เจ้าจะบอกว่าแค่พลังศักดิสิทธิ์ไม่สามารถหยุดยั้งพวกปีศาจได้อย่างนั้นรึ!จอมปราชญ์ท่านที่สองช่วยเถียง ขุนนางฝ่ายบุ๋นต่างส่งเสียงสนับสนุนเต็มที่ ขณะฟาเบียนกับฝ่ายบู๊ยังนิ่งฟังเรื่องให้จบก่อน ที่สำคัญเสาแต่ละต้นล้วนเป็นเสาเก่าแก่ที่ลงอาคมขลังที่สุดที่เคยมีมา เจ้าคิดว่าจะมีใครทำได้อีก!

 

ดวงตาของไคซัสตวัดไปทางฟาเบียนโดยพลัน แต่ไหนแต่ไรมาผู้จะขึ้นเป็นมหาเทพจ้าวสวรรค์ได้นั้นจะต้องสามารถใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ได้เหนือกว่าเทพตนใด นั่นหมายความว่าฟาเบียนสามารถลงอาคมในเสากั้นเขตได้เฉกเช่นอดีตมหาเทพผู้สร้างเขตแดนนี้ มันเป็นความจริงที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้

 

ข้านั้นทราบดีว่าสวรรค์มีขนบธรรมเนียมในเชิงอนุรักษ์สิ่งที่เป็นอยู่มาตั้งแต่ในอดีต ทว่าการตรวจสอบของข้าก็เป็นความจริง เขตแดนบางส่วนเริ่มอ่อนกำลังลงตามสภาพเสาแล้ว ถ้าทิ้งไว้แบบนั้นสักวันต้องเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมาแน่

 

เจ้ามั่นใจได้ยังไง!คราวนี้เป็นหัวหน้าจอมปราชญ์ผู้มีเคราสีขาวถามบ้าง

 

เพราะเขาเป็นเทพอสูรไงล่ะคนที่ตอบไม่ใช่ไคซัส แต่เป็นฟาเบียนที่ควรจะเป็นกลางที่สุดสถานการณ์นี้ ในวันแรกที่ไคซัสเริ่มงาน เขาได้ทำการสำรวจเขตอาคมแล้ว พลังของเขาตรงกันข้ามกับพลังศักดิ์สิทธิ์ทำให้หาจุดอ่อนของเขตอาคมได้ไม่ยาก เรื่องนี้มีมูลเหตุมากพอ ฉะนั้นข้าจะรับไว้พิจารณา

 

จอมปราชญ์ทั้งแปดพร้อมด้วยขุนนางฝ่ายบุ๋นแสดงอาการไม่พอใจออกมาทันที แต่ไคซัสก็ใช่ว่าจะพึงพอใจกับผลที่เกิดขึ้นนั่น เพราะดวงตาสีเขียวมรกตของฟาเบียนยังจ้องมองเขาอย่างกังขา

 

แต่ที่ข้าไม่เข้าใจคือ ทำไมต้องปรับวิธีการฝึกทหารใหม่ การฝึกของสวรรค์มันไม่ดีตรงไหนน้ำเสียงแข็งกระด้างแฝงด้วยความไม่พอใจ

 

เมื่อนั้นเองที่ขุนนางฝ่ายบุ่นหันกลับมาสนับสนุนองค์เหนือหัวของตนเองอีกครั้ง น่าขำนัก อย่างกับกิ้งก่าเปลี่ยนสีก็ไม่ปาน

 

ช่วงสิบวันก่อนหน้าจะเข้ารับการแต่งตั้ง ข้าได้ดูจากฝึกทหารจากบันทึกเวทที่เก็บเอาไว้ในพาเทร่า สำหรับข้าการฝึกทหารของที่นี่ไร้ที่ติ แต่มันเป็นการฝึกสำรับรบในแดนสวรรค์เท่านั้น!ไคซัสกล่าว ใบหน้าคร้ามเข้มระบายด้วยความจริงจัง ตอนนี้แม้แต่อัลล์ก็มองเขาอย่างไม่เข้าใจ ทหารสวรรค์เอาแต่พึ่งพาสิ่งที่เรียกว่า พลังศักดิ์สิทธิ์กันจนเกินเหตุ ก่อนออกรบมักสะสมพลังนี้ไว้ในตัวสูงเสมอ แต่เมื่อออกสู่สนามรบในแดนมนุษย์ หากไม่ใช่พวกที่มีพลังเวทสูงส่งก็แล้วก็ไม่มีทางคงพลังนั้นได้ ด้วยสภาพแวดล้อมที่แตกต่างอย่างสุดขั้วและไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์หนุนตลอดเวลาทำให้พวกเขาเสียความสามารถในการรบอย่างรวดเร็วทุกครั้ง ตัวอย่างของคนที่พึ่งพาพลังศักดิ์สิทธิ์มาไปจนทำให้กองทัพเทพเสียทีครั้งใหญ่ก็คือ มหาเทพสงครามคนก่อนไงล่ะ! ถ้าตอนนั้นไม่ได้อัลวินกับเซย์เรียโน่พลิกสถานการณ์ก็คงแพ้ไปแล้ว!!

 

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมทันทีที่ไคซัสพูดจบ บรรดาขุนนางต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก สีหน้าท่าทางตกใจและไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน พลังศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองสวรรค์มาตั้งแต่สมัยบรรพกาลกลับกลายเป็นจุดอ่อนของกองทัพในการสู้รบ แถมมหาเทพสงครามคนก่อนก็พึ่งพามันมากเกินไปอีกด้วย อัลล์เบิกตากว้างคล้ายเข้าใจบางสิ่ง

 

มีหลักฐานอะไรถึงพูดแบบนี้หัวหน้าจอมปราชญ์ถาม น้ำเสียงสั่นจากความโกรธ อย่ามาดูถูกพลังของพวกเรานะ!

 

มีขอรับ!เสียงอัลล์ร้องขึ้นมา ทุกคนในที่ประชุมรวมถึงไคซัสหันขวับไปหาเขาอย่างไม่คาดฝัน ทหารหนุ่มละล้าละลังอยู่สักครู่ก็ตัดสินใจพูดออกไป ไม่ใช่หลักฐาน แต่เป็นพยานขอรับ ก่อนอดีตมหาเทพสงครามวางแผนใช้พลังศักดิสิทธิ์ต่อสู้กับกองทัพปีศาจ ซึ่งในสนามรบเขาก็ปฏิบัติตามแผนการนั้นอย่างเคร่งครัด ข้ากับลูกน้องในสังกัดรวมถึงหน่วยตะลุมบอนก็คอยสนับสนุนเขา แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งจู่ ๆ เขาก็ใช้พลังไม่ได้ ทำให้ถูก...

 

เสียงของลูกน้องขาดห้วงไป ไคซัสจึงพูดต่อ แต่ด้วยสีหน้าไม่แยแส “...ถูกจอมทัพของฝ่ายนั้นบั่นหัวกระเด็นมีเสียงกระแอมกระไอดังนั้นดั่งรับไม่ได้กับสิ่งที่เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบนั้น แต่ถ้าใช้การฝึกแบบอสูร ซึ่งเน้นให้พึ่งกำลังและความสามารถของตนเองเป็นหลักจะช่วยกลบจุดอ่อนข้อนี้ได้ในระดับหนึ่ง เพราะชาวเทพแม้จะอยู่ในโลกมนุษย์ แต่ก็ไม่ได้สูญเสียเรี่ยวแรงหรือพลังเวทส่วนตัวตามไปด้วย การเสริมสัตว์อสูรในแนวหน้า นอกจากจะเพิ่มกำลังในการรุกแล้วยังช่วยเสริมแรงในการป้องกันอีกด้วย ถ้าข้าอธิบายขนาดนี้แล้วยังไม่พอใจ จะหามหาเทพคนใหม่มาแทนก็ได้นะ ฟาเบียน

 

โอหัง!! เจ้ากล้าต่อรองท่านจ้าวอย่างนั้นเรอะ!!จอมปราชญ์ผู้กราดเกรี้ยวคนแรกชี้หน้าเทพอสูรหนุ่มอีกครั้ง ซึ่งเขาไม่สะทกสะท้านสักนิด

 

พอได้แล้ว!ฟาเบียนแผดเสียงลั่น กระจกที่บุรอบห้องนั้นถึงกับสั่นสะเทือน ความสงบพลันหวนคืนที่ประชุมในพริบตา มหาเทพจ้าวฟ้าจึงพูดกับไคซัสว่า มหาเทพสงคราม เรื่องที่เจ้าเสนอเป็นเรื่องใหญ่ ข้าจำเป็นต้องใช้เวลาทบทวนสักหน่อย หวังว่าเจ้าคงจะเข้าใจไคซัสค้อมศีรษะแทนการยอมรับ ข้ายังมีอีกเรื่องที่อยากจะคุยกับเจ้าด้วย ช่วยรออยู่ก่อน ส่วนท่านอื่น ๆ ไม่มีเรื่องอะไรแล้วเชิญออกไปได้

 

เมื่อเป็นพระบัญชาของมหาเทพจ้าวสวรรค์ เหล่าขุนนางทุกคนจึงลุกขึ้นถวายบังคมลาแล้วทยอยออกจากห้องประชุมอย่างรวดเร็ว ซึ่งเชื่อได้เลยว่าฎีกาที่ไคซัสเสนอในวันนี้จะเป็นหัวข้อสนทนาที่ดังที่สุดในหมู่ขุนนาง และหลังจากที่ทุกคนออกไปแล้วไคซัสก็ลุกจากที่นั่งนำผู้ติดตามทั้งสองไปเข้าเฝ้าราชาแห่งฟ้าใกล้ ๆ บุรุษผู้ยิ่งใหญ่ส่ายศีรษะอย่างยอมแพ้

 

ในวันแต่งตั้งจงใจบอกถึงสายเลือดของตนเองก่อนข้า วันต่อมาก็ตรวจสอบเขตแดนก่อนบอกข้าอีก หนำซ้ำยังวิวาทกับเซย์เรียโน่จนวุ่นวายไปหมด มาวันนี้ยังเสนอเรื่องคอขาดบาดตายกลางที่ประชุมอีก เจ้ากำลังทำให้ตัวเองเป็นตัวปัญหานะ

 

ตัวข้าเป็นตัวปัญหามาตั้งแต่ขึ้นสวรรค์แล้ว ฟาเบียนเทพอสูรหนุ่มตอบอย่างไม่ยี่หระ

 

ชายผมสีทองระบายลมหายใจหนักอึ้ง ถ้าเจ้าเป็นศัตรูกับขุนนางทั้งสภา ข้าจะไม่ว่าอะไรเจ้าสักคำ แต่นี่เจ้าจะทำให้จอมปราชญ์ทั้งแปดมองเจ้าเป็นศัตรู และพยายามหาทางกำจัดนะเขาพยายามเตือน

 

เรื่องนั้นข้ารู้ดีพอ ๆ กับที่รู้ว่าจอมปราชญ์พวกนั้นจะเห็นด้วยกับข้าในตอนสุดท้าย เพราะสิ่งที่ข้าเสนอไปนั้นได้ผ่านการพิจารณาและหาหลักฐานมาประกอบอย่างรอบคอบแล้วไคซัสบอก

 

คู่สนทนาของเขาถอนใจยืดยาว เขาลืมไปเสียแล้วว่าอีกฝ่ายคือ ไคซัสราชาแห่งอสูรที่มีความสามารถมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกเบื้องล่าง เทพอสูรที่สามารปราบปรามบรรดาอสุรกายที่ปกครองแดนเถื่อนแห่งนั้นได้อยู่หมัด ทำให้ประชาชนได้สัมผัสกับความสงบสุขที่โหยหามานานได้ และยังทำให้ดินแดนไร้อารยธรรมแห่งนั้นเจริญรุ่งเรืองไม่แพ้แดนยมโลกที่เป็นเพื่อนบ้าน สำคัญที่สุดเขาเป็นจอมทัพอสูรที่เอาชนะกองทัพปีศาจได้อย่างเด็ดขาด ทำให้ปัจจุบันนี้แทบจะปราศจากการศึกกีบประเทศเพื่อนบ้านเลยทีเดียว

 

ทุกเรื่องที่ไคซัสทำนั้น ล้วนแต่ผ่านการไตร่ตรองและศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดแล้วทั้งสิ้น เทพอสุรหนุ่มจึงมีความมั่นใจในตัวเองสูง ประกอบกับความดื้อรั้นอันเป็นนิสัยที่พื้นฐานของมังกรทำให้เขาไม่เคยเปลี่ยนความคิดในสิ่งที่ตัดสินใจลงไปแล้ว ข้อนี้ฟาเบียนจึงวางใจได้ว่าจนกว่าเขาจะเป็นผู้ปลดอีกฝ่ายออกจากตำแหน่ง ไคซัสก็จะยังทำหน้าที่ของตนเองต่อไปอย่างเต็มที่ ทว่าขณะเดียวกันมันก็ทำให้เขากังวลว่านิสัยนี้อาจจะเปลี่ยนเป็นดาบกลับมาแทงคอเทพอสูรหนุ่มเข้าสักวัน

 

มหาเทพสงครามพิจารณาท่าทีของอีกฝ่ายอย่างเงียบเชียบ เขาอ่านความคิดของอีกฝ่ายได้ไม่ยากเลย เพราะมันเป็นสิ่งเดียวกับที่เขาตระหนักอยู่ตลอดเวลา

 

อย่ากังวลไปเลย ฟาเบียน ข้าเจอปัญหาแบบนี้บ่อย ไม่ตกเป็นเหยื่อของพวกนั้นง่าย ๆ หรอกเขาบอก เจ้ากับข้าต่างคนต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองไป แค่อย่าลืม สัญญาที่ให้ไว้ก็พอ

 

ฟาเบียนหน้าเสียเล็กน้อย ด้วยไม่คิดว่าจะถูกอ่านใจง่ายขนาดนี้ รู้แล้วล่ะน่า ข้าไม่ลืมหรอก!ราชาแห่งสวรรค์พูดเสียงแข็งเล็กน้อย

 

เรื่องที่อยากจะพูดมีเท่านี้ใช่ไหม ข้าจะได้กลับไปทำงานต่อไคซัสถามพลางขยับเท่าเตรียมหันหลัง

 

อ๊ะ! เดี๋ยว!ฟาเบียนร้องรั้งตัวไว้ก่อน ร่างสูงจึงหยุดฟัง เมื่อกี้ไม่ใช่เรื่องที่ข้าอยากจะพูดหรอกนะ

 

อย่างนั้นก็พูดเรื่องที่อยากพูดมาสิ...

 

ยังไม่ทันขาดเสียงของไคซัสดีด้วยซ้ำ ฟาเบียนก็ตวัดมือเสกม้วนเอกสารสีทองปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา ห่างจากปลายจมูกไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คิ้วเข้มของมหาเทพสงครามจรดเข้าหากันทันใด

 

นี่คืออะไร

 

โองการของข้าฟาเบียนตอบสั้นๆ ขณะร่างสูงยังจ้องมองมันอยู่ อีกไม่ช้าโลกมนุษย์ก็จะเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ สวรรค์เองก็ด้วย ช่วงนั้นจะมีงานประลองสำคัญที่จะจัดขึ้นทุกสามร้อยปี ซึ่งช่วงเวลานั้นก็มาบรรจบในปีนี้พอดี เจ้าภาพมักเป็นแม่ทัพ ขุนพล หรือไม่ก็จอมเทพในสายนักรบโดยหมุนเวียนเปลี่ยนกันไป

 

ฟาเบียน...เทพอสูรหนุ่มกดเสียงขู่ ตาหรี่ลงส่อสัญญาณอันตราย อัลล์กับลูกน้องถอยไปก้าวหนึ่งทันใด

 

งานคราวนี้เป็นการประลองระหว่างตำหนักเทพต่าง ๆ รวมถึงระหว่างเผ่าพันธุ์ชาวเทพด้วยกันเอง ข้าจึงคิดว่านี่คงเป็นโอกาสเหมาะที่เจ้าจะได้ทำความรู้จักกับคนอื่น ๆ บ้างราชาแห่งฟ้าพูดต่อไปอย่างไม่สนใจ อีกอย่างเราเพิ่งผ่านสงครามครั้งใหญ่มาทำให้ทหารค่อนข้างอ่อนล้า ข้าอยากให้งานคราวนี้ปลุกขวัญกำลังใจของพวกเขากลับมาและยังเป็นงานฉลองรับตำแหน่งของเจ้าด้วยอย่างไรเล่า

 

ข้าไม่เห็นด้วย!ไคซัสแย้ง พวกทหารคงเสียกำลังใจมากกว่าถ้ารู้ว่าข้าเป็นคนจัด!

 

เจ้าดูถูกทหารสวรรค์เกินไปแล้ว นักรบทุกคนล้วนแต่มีจิตใจที่เข้มแข็งและทะเยอทะยานกันทั้งนั้น ยิ่งเจ้าเป็นอดีตราชาอสูรยิ่งมีคนอยากแสดงความสามารถให้เห็นราชาแห่งฟ้ากุมมือพลางวางท่าวางอำนาจ ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว มหาเทพสงครามต้องเป็นเจ้าภาพจัดประลองในคราวนี้ นี่เป็นคำสั่ง!

 

ไคซัสเม้มปากพร้อมบิดหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ เจ้าเด็กนี่เป็นอีกคนที่ประมาทไม่ได้ มิใช่ว่าน่ากลัว แต่เพราะไม่รู้ว่าจะใช้อำนาจที่มีอยู่สั่งให้เขาทำเรื่องแปลก ๆ แบบไม่ดูสถานการณ์อย่างคราวนี้ ซึ่งเมื่ออีกฝ่ายย้ำว่าเป็นคำสั่ง มหาเทพที่มีศักดิ์ต่ำกว่าอย่างเขาก็ได้แต่ก้มหน้ารับทำเท่านั้น

 

รับบัญชากล่าวแล้วก็คว้าม้วนเอกสารที่ลอยกลางอากาศมาถือไว้แล้วหันหลังนำคนของตนกลับออกมาจากห้องนั้น ทว่าเดินไปถึงกลางทางเสียงของฟาเบียนก็ดังขึ้นอีกที

 

อัลวิน เจ้ารออยู่ก่อน

 

อัลล์ช้อนตามองเจ้านายของตนทันที เกรงว่าเขาจะคิดว่าตนมีนอกมีในอันใดกับมหาเทพจ้าวสวรรค์ ทว่าเทพอสูรไม่ได้แสดงอาการอะไรนอกจากพยักหน้าให้ลูกน้องอีกคนตามออกไปเท่านั้น ทหารหนุ่มจึงหมุนตัวกลับไปทางองค์เหนือหัว ความปกคลุมระหว่างพวกเขาจนมีเสียงประตูปิดดังขึ้นเบา ๆ และยืดยาวออกไปอีกเล็กน้อยในตอนที่ฟาเบียนจ้องมองด้วยแววตาเฉียบคมประหนึ่งจะจ้องให้ทะลุไปถึงหัวใจ

 

เราไม่ได้เจอกันตั้งแต่ตอนนั้นสินะ เป็นอย่างไรบ้างคำถามไร้แววความรู้สึก

 

กระหม่อมสบายดีพ่ะย่ะค่ะอัลล์ตอบด้วยน้ำเสียงเดียวกัน

 

เจ้าคงไม่ตำหนิข้าที่ย้ายเจ้าไปอยู่กับไคซัสนะฟาเบียนลุกขึ้นมาหาอัลล์ช้า ๆ

 

ไม่ขอรับ ข้าเป็นทหารมีหน้าที่ทำตามคำสั่งอยู่แล้วนายทหารหนุ่มค้อมตัวเมื่อร่างโปร่งบางมายืนเอามือไผล่หลังข้างกาย

 

งั้นรึ ดีจริง ข้าจะได้รู้สึกสบายใจขึ้นถึงปากจะว่าแบบนั้น แต่น้ำเสียงก็เรียบจนเดาใจไม่ออก ที่ข้ารั้งเจ้าไว้เพราะมีเรื่องสำคัญอยากถาม เจ้าทำงานกับไคซัสมาสักพักแล้ว คิดว่าไคซัสเป็นคนอย่างไร

 

สมองของอัลล์ทำงานอย่างรวดเร็ว เพื่อตีความหมายในคำถามที่ฟาเบียนพูดมา น่าเสียดายที่คำตอบหลากหลายเกินกว่าเขาจะเจาะจงลงไปได้ ทหารเทพจึงเลือกตอบอย่างเป็นกลางที่สุด

 

เขาเป็นเจ้านายที่ดีสำหรับพวกเราขอรับ

 

นายทหารหนุ่มไม่รู้เหมือนกันว่าคำตอบของตนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเช่นไรบ้าง อัลล์เห็นอีกฝ่ายลูบคางด้วยสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะตบบ่าเขาดังปั่บ!

 

ขอบใจสำหรับคำตอบฟาเบียนพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วก็กลับออกไปพร้อมผู้ติดตาม ทิ้งให้อัลล์งุนงงกับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้คนเดียว

 

แต่ถ้าสัญชาตญาณนักรอบของชายหนุ่มถูกต้อง คำตอบที่เขาให้ไปเมื่อครู่นี้น่าจะมีความหมายมากกว่าที่คิดไว้ ซึ่งจะเป็นอะไรเขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน

 

อัลล์เอามือลูบหน้าด้วยความรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง สองเท้านำร่างออกไปหาอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกห้องอย่างเร่งด่วน ทว่าพอเปิดประตูออกไปก็ต้องประหลาดใจ หลังพบว่าลูกน้องที่มาด้วยกันรออยู่คนเดียวเท่านั้น

 

หัวหน้า!ทหารหนุ่มร้องพลางวิ่งมาใกล้ เอียงมองเข้าไปในห้องที่ว่างเปล่าก่อนค่อยเงยหน้ามาพูดด้วย ท่านจ้าวเรียกตัวไว้ด้วยเรื่องอะไรขอรับ

 

เรื่องเล็กน้อยน่ะ อย่าใส่ใจเลยอัลล์ตอบพลางมองซ้ายขวา มหาเทพไคซัสไปไหนแล้วล่ะ

 

ไปกองบัญชาการแล้วขอรับ สั่งให้ข้ารอตามไปพร้อมกันท่านนี่แหละทหารหนุ่มตอบ รีบเดินตามหัวหน้าไปติด ๆ เรื่องเมื่อกี้คงทำให้เขาหงุดหงิด ก่อนจะแยกกันเห็นเขากระฟัดกระเฟียดพอดู

 

ถ้าข้าเป็นเขาก็คงจะหงุดหงิดเหมือนกันแหละ รู้ทั้งรู้ว่าคนทั้งสวรรค์ไม่ชอบหน้า ยังจะสั่งทำอะไรแบบนี้อีกอัลล์ลูบหลังคออย่างตึงเครียดเช่นเดียวกับทหารของเขา

 

ท่านคิดว่าเรื่องคราวนี้จะมีเบื้องหลังอะไรหรือเปล่าทหารหนุ่มตั้งคำถามน่ากังวลขึ้นมา

 

“...อา ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันบุรุษผู้เป็นหัวหน้าตอบอย่างจนปัญญา แต่ถ้าสัญชาตญาณนักรบของชายหนุ่มถูกต้อง คำตอบของเขาก็น่าจะมีความหมายบางอย่างสำหรับมหาเทพจ้าวสวรรค์ แต่จะเป็นด้านไหน เขาเองก็ไม่รู้

 

----------------


:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 ตุลาคม 2556 / 09:08
    ชอบท่าน ไคซัส อะ ดุๆ น่ารัก
    #71
    0
  2. #17 Blue magic (@bloody-war) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 22:53
    ความคิดเห็นเเรก อ่า... ตอนนี้สอนให้รู้ว่า พ่อบ้าน หรือบุคคลผู้ทำหน้าทีเปรียบเสมือนพ่อบ้านของนิยายเเทบทุกเรื่องต้องมีชื่อว่าเซบาสเตียนจริงๆ =_=;; (คำว่าเซบาสเตียนนี่ คงประมาณนางเเจ๋วบ้านเราสินะคะ อาเมน...)

    เนื้อเรื่องตอนนี้สนุกมากๆเลยค่ะ ค่อยๆเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เเต่ละคนมีนอกมีใน ในใจกำลังคิดอะไรอยู่กันบ้างก็ไม่รู้ ส่วนปรนี่... น่าจะมีพวกมองการณ์ไกลบ้างสักคนสองคนนะคะ อ่านเเล้วอารมณ์ว่ามาเป็นปราชญ์ได้ยังไงเนี่ย หัวโบราณเเถมมองโลกเเคบกันขนาดนี้ คาดว่าอีกไม่นานปราชญ์พวกนี้พร้อมด้วยพวกขุนนางฝ่ายบุ๋นจะต้องหาเรื่องยุ่งๆมาโยนใส่หัวไคซัสเเน่ๆเลย ด้านไคซัสก็มั่นใจในตัวเองเกินไปนะ ความเเน่วเเน่มั่นคงมันก็ดีอ่ะ เเต่ในกรณีนี้มันเหมือ้างศัตรูหมู่ยังไงไม่รู้ เเต่เจ้าตัวเป็นคนผูกก็คงมีวิธีเเก้ไว้ในใจอยู่เเล้วมั้ง

    เอาใจช่วยนะคะ รอติดตามตอนต่อไปค่ะ ^ ^

    ปล. อย่าอัพเเต่เรื่องนี้จนลืมสมิงเคียงพรายซะนะคะ ติดตามอยู่เช่นกันค่ะ >W<
    #17
    0
  3. #16 เคย์เซย์ (Keisei) (@keisei) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 21:58
    @ ท่านเกม คำถามค่อนข้างเยอะครับ แต่จะค่อยๆ หายไปในตอนต่อๆ ไป ตอนนี้ต้องหลีกทางให้พระเอกเขานึดหนึ่ง เพื่อปูเรื่อง อิอิ 

    @ ท่านวินด์ (ขออนุญาตเรียกย่อ) เขียนนาซิลลาแล้วก็แอบหมันไส้เองเหมือนกันครับ สาวน้อยเอาแต่ใจแบบนี้น่าตีก้นที่สุด = =" 
    #16
    0
  4. #15 -เกม- (@-gem-) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 21:37
    นาซิลลานี่ยังไงกันน้า....
    บทนี้ฮาธอสแอบบทน้อยจัง -A-;
    รู้สึกเหมือนจะมีคำถามจำพวก เขาเป็นคนแบบไหน ใครเป็นคนยังไง อะไรแบบนี้เยอะนะ สังคมแบบนี้นี่นะ


    ไคซัสจ๋า รีบๆทำงานให้เสร็จแล้วกลับตำหนักไปให้ฮาธอสปลอบให้หายหงุดหงิดเร็ววว XP
    #15
    0
  5. #14 wind of forest (@w-of) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 21:30
    มาอ่านแล้วค่ะ :P
    อ่า ไม่ชอบคนแบบนาซิลล่าแฮะ
    บางทีไคซัสก็พูดห้วนๆ ไปนะ เหมือนจงใจหาเรื่องใส่ตัวจริงๆ แหละ
    รอตอนต่อไปค่ะ :D
    #14
    0