ณ แดนสรวง [Boy's Love] = จบแล้ว =

ตอนที่ 5 : บทที่ 3 เสียงเพลงนำพา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1077
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 ก.ค. 56


 

 คุยกันก่อน....

 

อา...ในที่สุดก็ได้อัพตอนสามแล้ว >w< คาดหวังว่าจะมีคอมเมนต์มาเรื่อยๆ

 

Keisei 

 

 

--------------

 

 

บทที่ 3 เสียงเพลงนำพา

 

บริเวณขอบชายทางตะวันออกของมหานครแห่งสวรรค์ ยังมีตำหนักลาไซสิโอน่าของขุนพลอันดับห้าอยู่บนภูเขาสูงสลับซับซ้อน หมู่อาคารที่เนรมิตตามแบบบ้านจีนโบราณกระจัดกระจายตามยอดผ้าลดลั่นกันลงไป เชื่อมโยงด้วยทางเดินกับสะพานสายรุ้งที่เสกขึ้นจากไม้ลงรักสีแดงอย่างสวยงาม ตัวเรือนหลักอยู่บนยอดสิงขรสูงที่สุด ซึ่งบัดนี้เปิดไฟสว่างไสว มีเสียงเพลงบรรเลงกระหึ่ม พร้อมต้อนรับแขกทุกคนที่มาร่วมงานเลี้ยงในคืนนี้

 

...ทว่าแทนที่บรรดาแขกจะได้สนุกสนานกับการดื่มสุราเคล้าชมการแสดงที่เซย์เรียโน่จัดหามา ทุกคนกลับเอาแต่จ้องมองแขกคนหนึ่งที่ไม่น่าจะมาร่วมงานด้วยเป็นตาเดียวกัน

 

ไคซัสซึ่งแต่งชุดเต็มยศสีดำสนิทขลิบขอบสีแดงสดนั่งอยู่ในมุมสงบของห้องจัดเลี้ยง บนโต๊ะของเขาเต็มไปด้วยสำรับอาหารคาวหวานและสุราชั้นเลิศที่เทพรับใช้ของตำหนักนี้จัดมารับรองอย่างสมเกียรติ ขาดแต่เพียงผู้ร่วมโต๊ะด้วย แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ปรารถนาเชิญใครมาร่วมด้วย แม้ว่าตอนนี้จะอึดอัดกับสายตารังเกียจที่ทิ่มแทงมาจากรอบข้างอย่างมากก็ตาม

 

ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ใครเป็นคนเชิญมาเสียงซุบซิบแว่วมาจากที่ไหนสักแห่งด้านข้าง

 

นั่นน่ะสิ ได้ยินว่าอสูรไม่คบเทพ เหมือนที่เราไม่คบหาอสูรไม่ใช่เหรอเสียงนี้สนับสนุนมา

 

หรือเห็นว่าเป็นมหาเทพสงครามแล้ว จะทำอะไรก็ได้!

 

ไม่หรอก ข้าได้ยินว่าเซย์เรียโน่เชิญมา

 

ต๊าย! เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนั่นน่ะเหรอ บ้าจริงเชียว ทำอะไรไม่รู้จักคิดเลย!

 

มหาเทพสงครามแค่นเสียงเฮอะในคอเมื่อได้ยินประโยคนั้น ดูเอาเถิด ขนาดพวกเดียวกันยังไม่ยอมรับกันเอง เพียงเพราะเขาเป็นเด็กที่ไม่ควรเกิดมา นับประสาอะไรกับอสูรอย่างเขา นี่หากไม่ติดว่าเขาต้องการพบกับเจ้าของงานเลี้ยงด้วยเรื่องสำคัญ เขาจะไม่มีวันมานั่งดื่มเหล้ารอคนท่ามกลางสายตาทิ่มแทงแบบนี้แน่!

 

ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น ยิ่งแค้นก็ยิ่งน้อยใจ!

 

ท่านขุนพลเทพอันดับห้ากลับมาถึงแล้ว!

 

นายทวารประกาศมาจากประตูหน้าทำให้ทุกสรรพเสียงเงียบลงทันใด เหล่าแขกที่มีสีหน้าปั้นปึ่งเมื่อครู่ต่างฉีกยิ้มปรี่ไปยังทิศทางนั้น มหาเทพสงครามส่ายหน้าอย่างเวทนา พวกที่ชอบสอพลอคนอื่นมีอยู่ทุกหนแห่งจริง ๆ แม้แต่สวรรค์ยังไม่เว้น

 

ขอบคุณทุกท่านที่มาตามคำเชิญ ตอนนี้หลีกทางให้ข้าก่อน!เซย์เรียโน่แผดเสียงอย่างทรงอำนาจ ฝูงแขกที่รายล้อมอยู่พลันแหวกเป็นทาง เด็กหนุ่มในชุดคอจีนสีแดงสดจึงเดินมาหาไคซัสได้อย่างสะดวก เจ้าตัวดูจะแปลกใจมากทีเดียวที่ได้เห็นหน้าเขาอีกครั้งเร็วขนาดนี้ ยินดีต้อนรับ ขออภัยด้วยที่ปล่อยให้มหาเทพสงครามต้องรอนาน ข้าเพิ่งเสร็จธุระจากตำหนักมหาเทพจ้าวสวรรค์พอดี

 

ข้าไม่รังเกียจการรออยู่แล้ว ถึงไม่ค่อยชอบสายตาไร้มารยาทของคนรอบข้างก็ตามเทพอสูรหนุ่มอดใจไม่ไหวขบพฤติกรรมของชาวเทพเสียคำหนึ่ง

 

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ชาวเทพก็แบบนี้แหละ แค่อยู่บนฟ้าสูงกว่าคนอื่นนิดหน่อยก็คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่เสียเต็มประดา จะลิขิตชีวิตของคนที่อยู่ในโลกต่ำกว่าเยี่ยงไรก็ได้ บ้าบอสิ้นดีเลยเนอะ

 

มหาเทพสงครามหันมองหน้าคนพูดที่กำลังหัวเราะอย่างตกใจ ขณะแขกที่ได้ยินพากันหน้าเสีย เจ้าเด็กนี่จะบอกว่าใจกล้าหรือบ้าบิ่นดีล่ะ ถึงจะมีพลังอำนาจและความสามารถสูงส่ง แต่อายุจริงก็แค่สองพันกว่าปีกลับกล้าพูดหักหน้าชาวเทพคนอื่นอย่างง่ายดาย อันตราย...ฟาเบียนกล้าให้เขารับตำแหน่งขุนพลเทพได้ยังไงนะ

 

อ๊ะ! ดูเหมือนข้าจะพูดมากไปหน่อย เชิญทุกท่านสนุกกับงานต่อเถอะเซย์เรียโน่หมุนตัวไปพูดกับแขกในงาน ใบหน้าชื่นมื่นคล้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดนตรีเริ่มบรรเลง การแสดงเริ่มเริงระบำ เทพรับใช้หนุ่มสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเป็นกองทัพยกอาหารกับสุรากลิ่นหอมละมุนออกมารับรองเพิ่มเติม บางคนเข้าควงแขนแขกหญิงแขกชายด้วยรอยยิ้มหวาน ฉอเลาะให้พวกเขากลับไปอารมณ์ดีอีกครั้ง ไคซัสเห็นกระบวนการแก้ปัญหาแล้วนับถือ

 

ครั้นบรรยากาศของความสนุกสนานกลับมาแล้ว เซย์เรียโน่ก็ย้ายตัวเองมานั่งข้าง ๆ ไคซัส เทพรับใช้หญิงนางหนึ่งยกกาสุรากระเบื้องเขียนลายมังกรแดงอย่างสวยงามมาให้ที่โต๊ะ ขุนพลอันดับห้าจัดการรินให้แขกคนสำคัญที่สุดของตนทันที

 

เชิญดื่ม สุรากานี้ข้าบ่มด้วยตัวเอง หวังอย่างยิ่งว่าท่านจะชอบ

 

ไคซัสยกจอกของตนขึ้นดมกลิ่นแล้วดื่ม ของเหลวรสร้อนผ่าวไหลลื่นลงคอจนต้องรีบกลืนลงไป สักครู่กลิ่นดอกเบญจมาศก็ซ่านขึ้นมาที่จมูกสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ดื่มอย่างยิ่ง

 

สุราดีเขาชมอย่างไม่ปิดบัง แต่เสียดายที่ข้าไม่มีเวลามากนัก ข้ามาที่นี่ด้วยเรื่องสำคัญ

 

ใบหน้าพริ้มเพลาของคู่สนทนาปรากฏรอยเข้าใจทันใด อ๋อ เรื่องนั้นเอง งั้นเราไปหาที่สงบคุยกันเถอะสิ้นเสียงแช่มชื่น เจ้าตัวหยิบจอกสองใบกับกาสุราลุกนำไปก่อน แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมาถามไคซัส ว่าแต่ท่านพาใครมาด้วยหรือเปล่า ถ้าพามาก็ให้ตามไปด้วยกันเลย

 

ไม่ ข้ามาที่นี่คนเดียว

 

คำตอบทำให้เซย์เรียโน่ทั้งตกใจและประหลาดใจไปพร้อมกัน แล้วเขาก็ยิ้มกว้างด้วยความชื่นชม

 

แจ๋ว ใจถึงแบบนี้สิดี ข้าชักจะชอบท่านซะแล้ว!พูดทิ้งท้ายอย่างอารมณ์ดีเสร็จก็พาแขกออกจากงาน

 

---------------------------

 

สถานที่เงียบสงบของเซย์เรียโน่ก็คือ เรือนเล็กที่อยู่ด้านหลัง ริมสระน้ำที่มีฝูงปลาคราฟหลากสีแหวกว่ายอย่างเพลิดเพลิน ห่างจากตัวเรือนใหญ่พอได้ยินเสียงเพลงจากงานเลี้ยงคลอเบา ๆ บังตาอีกชั้นด้วยแนวต้นไผ่สีเงินที่ส่องแสงนวลตา

 

ไคซัสได้รับเชิญให้นั่งรออยู่ในห้องโถงใหญ่ระหว่างเซย์เรียโน่ไปเปลี่ยนชุด เทพรับใช้หญิงจัดสำรับให้พร้อมสรรพ กาสุราใบเดิมถูกจัดให้วางอยู่ข้างมือเขา นางกลับออกไปในตอนที่เซย์เรียโน่ในชุดสีขาวกลับมาพร้อมหนังสือปกดำเล่มหนึ่ง

 

นี่เป็น ของที่ข้าคิดว่าท่านกำลังอยากได้ มหาเทพไคซัสขุนพลเทพอันดับห้าวางมันลงบนโต๊ะแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ใกล้ตัวแขกคนสำคัญ

 

เจ้ารู้หรือว่าข้ากำลังหาสิ่งใดอยู่ไคซัสย้อนถามทันที เนื่องจากตนยังไม่ได้บอกเลยว่าต้องการสิ่งใด

 

หึ! ข้าเป็นขุนพลอันดับห้าเชียวนะ เรื่องแค่นี้ทำไมจะไม่รู้เด็กหนุ่มยิ้มแป้นแล้วก็อธิบายเสริมเมื่อไคซัสหรี่ตาคาดคั้น ในบรรดาทหารที่ท่านเจอวันนี้ มีกลุ่มหนึ่งอยู่ในสังกัดของข้า ตัวหัวหน้ามาบอกว่าเจอท่านระหว่างทาง แถมวันนี้ท่านตรวจสอบสภาพเขตอาคมของสวรรค์ด้วย ขุนพลเทพที่เหลือตกใจกันใหญ่ ท่านรู้ไหมคนที่จะแตะต้องเขตอาคมได้มีแต่พวกเราเท่านั้น

 

ข้าได้รับอนุญาตจากฟาเบียนแล้วไคซัสตอบ น้ำเสียงราบเรียบ ไม่เปิดช่องใด ๆ

 

แน่นอนว่าท่านต้องได้รับอนุญาตอยู่แล้ว...ก็เจ้านั่นเคยไปพบท่านก่อนแต่งตั้งเป็นมหาเทพนี่นา ช่วยเล่าหน่อยได้ไหมว่า พวกท่านคุยอะไรกันบ้างเซย์เรียโน่หย่อนระเบิดลูกโต ดวงตาสีโลหิตฉายแววใคร่รู้

 

นั่นเป็นเรื่องส่วนตัวของข้ากับฟาเบียนเทพอสูรหนุ่มตอบเป็นกลาง เรื่องอะไรจะยอมให้ล้วงความลับง่าย ๆ อาจจะดูเห็นแก่ตัวที่เขามุ่งเอาประโยชน์ฝ่ายเดียว แต่มันก็เป็นวิธีป้องกันตัวเขากับฟาเบียนที่ดีที่สุด

 

แต่ถ้ามหาเทพไคซัสไม่ตอบ ข้าจะไม่มอบ ของให้นะขุนพลเทพอันดับห้าตั้งเงื่อนไข เขายิ้มมุมปากอย่างท้าทาย ขณะมือรินเหล้าใส่จอกของตนจนเต็ม

 

มหาเทพสงครามมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเลือดคู่นั้นก็บอกได้ว่าเด็กหนุ่มเอาจริง ข้าเป็นมหาเทพสงครามนะ...

 

ส่วนข้าก็เป็นขุนพลเทพในสังกัดของฟาเบียน ถ้าเทียบกันแล้วเราสองคนมีฐานะเท่าเทียมกันนะเทพมังกรไฟย้อนคำกลับมา ใบหน้าพริ้มเพลายิ้มหวาน ไม่หวาดกลัวกันสักนิด

 

หาเรื่องกันชัด ๆ! ไคซัสรำพึงในใจแล้วพูดออกไป ข้าไม่อยากมีปัญหานะ

 

แต่ข้าอยากมี! อยากจะรู้สึกว่าราชาแห่งอสูรที่เขาลื่อว่าเก่งนักหนาจะแน่สักแค่ไหน!

 

สิ้นเสียงขุนพลเทพน้อยก็ตวัดมือที่เปลี่ยนสภาพเป็นกรงเล็บมาที่คอของไคซัส เทพอสูรหนุ่มยกแขนขึ้นสกัดไว้พร้อมสะบัดมือไปเพื่อชิงหนังสือเล่มนั้นมา แต่เซย์เรียโน่ก็เร็วกว่า เขาถีบเก้าอี้ให้มหาเทพสงครามเสียหลักก่อนคว้าหนังสือถอยไปหลายก้าว จากนั้นก็วาดมือขึ้นแล้วซัดพลังเวทใส่อีกฝ่ายตรง ๆ ทว่าไคซัสก็ทำลายมันได้ด้วยการตบด้วยกรงเล็บเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

 

เลิกเล่นเดี๋ยวนี้นะ!เขาคำราม

 

ใครบอกว่าข้าเล่นกันล่ะ ข้ากำลังเอาจริงต่างหาก!

 

เซย์เรียโน่เรียกดาบเล่มหนึ่งมาอยู่ในมือแล้วพุ่งใส่ไคซัสอย่างเร็ว ดาบเพรียวบางผกพลิ้วผ่านอากาศราวกับนก ฉกไปยังช่องว่างของเทพอสูรหนุ่มอย่างแม่นยำเหมือนกับงู มหาเทพสงครามไม่อยากมีปัญหาจึงเอาแต่หลบเลี่ยง อีกฝ่ายก็พยายามบีบเขาด้วยการเพิ่มความเร็วขึ้นจนมองไม่เห็นดาบอีกแล้ว มีเพียงสัญชาตญาณเท่านั้นที่บอกให้เขารู้ว่าการโจมตีมาจากตรงไหน เห็นดังนั้นร่างเพรียวบางจึงกระโจนใส่ตรง ๆ มือเปื้อนอำนาจสะบัดมาที่ใบหน้าของเขา

 

อย่าเอาแต่หลบ ตอบโต้ข้าบ้าง!!

 

เสียงระเบิดดังกึกก้องพร้อมผนังเรือนเล็กที่กระจุยตามแรง ต้นไผ่บังตาถูกสายลมพัดล้มระเนระนาดไปทั้งแถว แขกเหรื่อในงานต่างวิ่งออกมาดูด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะต้องตกใจเมื่อร่างของไคซัสลอยละลิ่วไปตกในส่วนหินข้าง ๆ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากปีกเหนือของเรือนใหญ่พอดี เทพอสูรหนุ่มคำรามในคออย่างหงุดหงิดพลางยืนขึ้นเต็มความสูง

 

ทว่าก่อนที่เทพอสูรหนุ่มจะทันได้ทำอะไร เซย์เรียโน่ก็ยิงพลังเวทสีขาวอันทรงอานุภาพมาจากเรือนเล็กอีกครั้ง ไคซัสแทบไม่มีเวลาแม้แต่จะคิด เขาวาดมือสร้างเกราะอาคมขึ้นรับมันไว้ก่อนจะกระแทกตัวเพียงนิดเดียวเท่านั้น แรงปะทะที่เกิดขึ้นดันตัวไคซัสถอยไปหลายก้าว พลังสองสายต่อต้านกันอย่างรุนแรงจนเกิดสายไฟปะทุออกมาเป็นระยะ เนื่องจากดวงเวทนี้แฝงพลังศักดิ์สิทธิ์อันเป็นปรปักษ์กับอสูรเอาไว้ด้วย มหาเทพสงครามจึงต้องปลดปล่อยพลังบางส่วนมาทานไว้ ส่งผลให้ร่างของเขาแปรเปลี่ยนไปทีละน้อย ก่อนเทพอสูรหนุ่มปัดพลังนั้นทิ้งไปด้านข้างด้วยกำลังทั้งหมดของตน

 

แต่เพราะมัวแต่ติดพันกับการป้องกันตันเอง ไคซัสจึงไม่ทันสังเกตว่าตนปัดมันไปทางไหน ดวงเวทที่ยังเหลือพลังทำลายลอยไปชนกับชั้นสองของเรือนใหญ่อย่างจัง เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้งแล้วซากอาคารก็ปลิวทั่ว แขกเหรื่อในงานต่างวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น ท่ามกลางความตื่นตกใจของไคซัสกับเซย์เรียโน่ แล้วเทพอสูรหนุ่มก็เหลือบเห็นเสาต้นใหญ่กำลังล้มไปยังเทพสาวสองคนที่วิ่งหนีออกมาไม่ทัน

 

อันตราย!!

 

เทพอสูรหนุ่มกระโจนออกไปด้วยความเร็วแสงในเสี้ยวนาทีเดียวกับที่เสาล้มครืนลงมา แขกในงานต่างกรีดร้องและมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เซย์เรียโน่จึงรีบมาแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วน เด็กหนุ่มร่ายมนต์เพียงครั้งเดียว ไฟที่ลุกโชนช่วงก็ดับมอดทุกจุด เหล่าเทพรับใช้ก็ไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปค้นหาพวกไคซัสอย่างเร่งด่วน ขณะความวุ่นวายเริ่มแพร่กระจายออกไป

 

ทว่าหลังเริ่มไปได้ไม่นาน เสาต้นเขื่องที่ล้มลงมาก็เริ่มขยับจากข้างใต้แล้วก็ถูกผลักหลบออกไปโดยน้ำมือของมหาเทพสงครามนั่นเอง

 

ทุกคนเป็นอะไรไหม!เซย์เรียโน่วิ่งตะลุยมาถามด้วยความเป็นห่วงแล้วก็ต้องชะงัก

 

ไคซัสไม่ได้ตอบ แต่ประคองตัวเทพธิดาที่ตนช่วยไว้ขึ้นมาอย่างระมัดระวัง หญิงทั้งสองนางก็เงยหน้าขึ้นเพื่อจะกล่าวขอบคุณ ทว่าพวกนางก็ต้องนิ่งหลังได้เห็นวงหน้ากึ่งอสูรที่เต็มไปด้วยเกล็ดอัปลักษณ์และดวงตาสีส้มที่เต็มไปด้วยเกล็ดสีขาวเล็กมากมายดูน่าสะพรึง ความตกใจกลัวทำให้พวกนางเผลอกรีดร้องออกมา

 

กรี๊ดดด..........ปีศาจ!!

 

มหาเทพสงครามถึงกับสถานเมื่อได้ยินแบบนั้น รู้ตัวแล้วว่าตนเองอยู่ในสภาพใด ร่างสูงเอามือปิดหน้าแล้วข่มพลังทั้งหมดกลับเข้ามาในตัว เมื่อร่างกายกลับคืนสู่สภาพเดิมแล้วค่อยถอยออกมาห่าง ๆ จากพวกผู้หญิง ซึ่งทำให้พวกนางรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป ทั้งสองตนจึงรีบคุกเข่าคำนับให้อย่างสำนึกผิดทันที

 

ขะ...ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ ท่านมหาเทพสงคราม พวกเรา...

 

ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น แค่พวกเจ้าไม่ตายก็พอแล้วไคซัสตัดบทอย่างเย็นชา เทพรับใช้รีบมาพาตัวพวกนางออกไป ขณะเจ้าของร่างสูงสีแดงหันไปหาคู่กรณีของเขา ส่วนเจ้า...เซย์เรียโน่ ข้าไม่รู้ว่าเจ้ามีจุดประสงค์อะไรถึงหาเรื่องข้าแบบนี้ แต่พอเท่านี้เถอะ ไม่อย่างนั้นข้าจะอัญเชิญป้ายทอง!

 

ขุนพลเทพน้อยสดับเช่นนั้นก็หน้าเสีย รู้แล้ว ๆ ข้าเลิกก็ได้!พูดอย่างเอาแต่ใจพร้อมโยนหนังสือปกดำเล่มนั้นมาให้ ถือว่าแทนคำขอโทษจากข้าก็แล้วกัน ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าเสียหาย ในเมื่อข้าเป็นคนก่อเรื่องก็จะรับผิดชอบและชี้แจงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเองว่าพลางเดินข้ามซากปรักหักพังไปดูอาการของเทพธิดาทั้งสอง ซึ่งตอนนี้เองที่เสียงของเด็กหนุ่มดังขึ้นในหัวเขา

 

สวรรค์เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยเทพทั่วไปไม่รู้มาสักพักหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่มีใครรู้สาเหตุ ข้าหวังว่าท่านจะพบในสิ่งที่ตามหานะ

 

เซย์เรียโน่หันมาส่งยิ้มท้าทายให้มหาเทพสงครามเป็นครั้งสุดท้ายแล้วหันไปเจรจากับฝูงแขกผู้ไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนไคซัสก็กลับออกมาด้วยสภาพอารมณ์แบบเดียวกัน เขาเหาะขึ้นฟ้าไปจากตำหนักลาไซสิโอน่าให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะความโกรธและชิงชังกำลังล้นทะลักจนเต็มหัวใจของเขา

 

เจ้าเด็กนั่น! เซย์เรียโน่จงใจหาเรื่องกันชัด ๆ ...จงใจใส่พลังศักดิ์สิทธิ์ใส่ดวงเวทที่ยิงใส่ในตอนสุดท้ายด้วย อีกฝ่ายเป็นเทพมังกรย่อมรู้อยู่แล้วว่าพลังนั้นเป็นปรปักษ์กับอสูรที่เกิดในดินแดนเบื้องล่าง ที่สำคัญไคซัสมั่นใจว่าตนกับเซย์เรียโน่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางต่อกัน เขาจึงไม่เข้าใจเลยว่าเด็กคนนั้นก่อเรื่องแบบนี้ได้ยังไง เพื่อทดสอบความสามารถของเขาหรือ?..ฤาเพื่อบีบให้เขาแสดงร่างจริงต่อหน้าทวยเทพทั้งหลาย

 

ปีศาจ...คำนั้นก้องสะท้อนอยู่ในหัวของไคซัสซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาจใช่ที่อสูรกับปีศาจคล้ายกันในหลายบริบท แต่เขาแตกต่างจากอสูรที่เคยปกครองอย่างสิ้นเชิง บิดามารดาของเขาเป็นเทพอสูรจากสวรรค์ เลือดเนื้อในตัวของเขาเป็นของเทพ ผิดแค่ไม่ได้เกิดในเมืองฟ้าจึงได้ถูกเหยียดหยาม

 

พี่ชาย ข้าเตือนท่านแล้วนะ ขึ้นสวรรค์ไปก็ไม่มีความสุขหรอก!

 

จริงอย่างที่เจ้าของคำพูดนั้นว่าไว้ ต่อให้มหาเทพจ้าวสวรรค์รับรองฐานะ แสดงจุดยืนกับเทพรับใช้และเหล่าทหาร แต่ก็ไม่อาจปรับเปลี่ยนความคิดของคนทั้งสวรรค์ได้ นี่แค่วันแรกของการทำงานยังทำให้เขารู้สึกแย่และเหนื่อยล้าขนาดนี้ แล้ววันข้างหน้าจะไม่เลวร้ายกว่านี้หรือ เขาจะทนอยู่ท่ามกลางผู้คนที่จงเกลียดจงชังเขาไปได้อีกนานแค่ไหน จะไม่มีที่ใดให้เขาได้พักใดได้เลยกระนั้นหรือ

 

เทพอสูรหนุ่มเหินขึ้นเพื่อจะเร้นกายกับปุยเมฆด้านบน ทันใดนั้นโสตประสาทพลันแว่วยินเสียงดนตรีลอยมากับลม ไคซัสจึงหยุดเพื่อฟังเสียง มันเป็นเสียงของขลุ่ยที่แผ่วเบาจนแทบขาดหาด แต่ยังพอจับท่วงทำนองอ่อนหวานละมุนละไมได้บ้าง บทเพลงนั้นทำให้จิตใจของเขาคลายความว้าวุ่นคล้ายได้รับการเยียวยา

 

ใครกันมาเป่าขลุ่ยเอาดึกดื่นป่านนี้ ไพเราะเหลือเกิน...

 

มหาเทพกายสีแดงเริ่มเหาะอีกครั้ง คราวนี้มิใช่เพื่อซ่อนเร้นตัวที่ไหน แต่เพื่อตามหาที่มาของเสียงเพลงเสนาะหูนั้น

 

---------------------------

 

อีกฝากหนึ่งของมหานครแห่งสวรรค์อันเกรียงไกร ตำหนักซิมโฟเนียอาเรียในค่ำคืนนี้เงียบเหงาผิดกับคืนที่ผ่านมาอย่างมาก จอมเทพีจ้าวตำหนักกับเหล่านางกำนัลและลูกศิษย์ต่างเข้านอนกันตั้งแต่หัวค่ำ หลังจากที่วุ่นวายกับการจัดเก็บสถานที่มาตลอดทั้งวัน

 

อาธอสยังไม่ได้กลับที่พัก เนื่องจากเป็นเวรยามดูแลสวนในคืนนี้ เทพหนุ่มนั่งเป่าขลุ่ยอยู่ในส่วนชั้นนอกของตำหนักหลังจากเดินตรวจตราเสร็จไปรอบหนึ่ง เสียงเพลงในท่วงทำนองอ่อนโยนกังวานไปทั่วขับกล่อมเหล่าเทพทั้งหลายในตำหนักให้หลับฝันดี แต่เป่าไปได้สามเพลงเทพหนุ่มก็หยุดคิดถึงเรื่องวันนี้

 

หลังออกมาจากตำหนักพาเทร่า ฮาธอสก็กลับมารายงานผล รวมถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่ได้เจอให้จอมเทพีเรเทเชียได้ทราบอย่างละเอียด

 

อย่างนั้นรึ ถ้าเขาไม่อยากให้เรายุ่งด้วยก็อย่าไปยุ่งเลยนะนางกล่าวเช่นนั้นในตอนที่เขาเล่าถึงคำพูดเรื่อง มิตรของมหาเทพสงคราม แล้วนางก็ไล่เขาออกจากห้องเพื่อพักผ่อนต่อ

 

ทว่าเทพหนุ่มก็ไม่สามารถสลัดคำพูดนั้นออกจากหัวไปได้ เขาจึงเก็บเรื่องนี้มาครุ่นคิดตลอดทั้งวัน กระนั้นต่อให้เปลี่ยนมุมมองใหม่สักแค่ไหน ฮาธอสก็ไม่อาจเข้าใจเจตนาของมหาเทพสงครามผู้นั้นได้อยู่ดี

 

...และในขณะที่กำลังใคร่ครวญอีกครั้งนั่นเอง ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่หางตา

 

นาซิลลาเทพหนุ่มหันมองแล้วร้องอย่างประหลาดใจ

 

เทพจันทราน้อยอยู่ในชุดนอนสีขาวคลุมด้วยเสื้อคลุมขนกว้างแบบจีนสีน้ำเงินเข้ม เรือนผมสีเงินปล่อยยายปรกบ่าดูน่ารักราวกับตุ๊กตา จะมีตำหนิก็แต่ใบหน้าที่ฉายความทุกข์ เด็กสาวย้ายตัวเองไปนั่งข้างตัวชายหนุ่มแล้วก็เอนหัวพิงบ่าของเขา

 

ข้านอนไม่หลับ...นาซิลลาบอกอย่างน่าสงสาร

 

ทำไมล่ะฮาธอสถามอย่างใคร่รู้แล้วก็นึกได้ หรือว่าเจ้าฝันร้ายอีกแล้ว

 

อัปสรน้อยพนักหน้า มันน่ากลัวมากเลย ฮาธอสเด็กสาวช้อนตามองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ความฝันคราวนี้ชัดกว่าคราวก่อนมากเลย ข้าเห็นตัวเองอยู่ในความมืด ตอนพยายามหาทางออกก็ได้ยินเสียงคนเพรียกหา เสียงนั้นบอกกับข้าว่าจะให้ข้าทุกอย่าง ขอแค่ให้ข้าตามไปเท่านั้น แต่ข้ากลัวก็เลยปฏิเสธ ปีศาจมีเขาน่าเกลียดน่ากลัวก็เลยพุ่งออกมาจะฆ่าข้า ข้าพยายามหนีแล้วก็ตื่น

 

ร่างเล็กผวากอดแขนเขาแน่น ตัวสั่นดั่งลูกสัตว์ตัวน้อย เทพคนสวนลูบผมปลอบโยนเธออย่างสงสาร เนื่องจากนาซิลลาอุบัติในตำหนักเทพจันทรา เธอจึงมีความสามารถด้านการทำนายเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดตัวมาด้วย แต่เมื่อใดก็ตามที่จิตของเด็กสาวบังเอิญสื่อกับพลังด้านมืดได้ เธอก็จะฝันร้ายจนสะดุ้งตื่นกลางดึกแบบนี้เสมอ

 

พักหลังมานี่เจ้าฝันบ่อยนะฮาธอสพูดสีหน้าเครียด ตอนเจ้ากลับตำหนักเทพจันทราได้รายงานเรื่องนี้ให้มหาเทพีบรรพกาลทรงทราบบ้างไหม

 

ข้ารายงานให้หัวหน้านางในของตำหนักนั้นรู้แล้ว แต่มหาเทพีบรรพกาลยังไม่ตื่นจากจำศีล ส่วนหัวหน้านักบวชประจำตำหนักก็หาสาเหตุไม่ได้ ข้าก็เลยต้องอยู่แบบนี้ไปก่อนนาซิลลาเบียดตัวชิดชายหนุ่มอีกนิด เพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องของตัวเองจึงไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าลำบากใจของเขา แต่พอลองคิด ๆ ดูแล้ว ช่วงที่ข้าเริ่มฝันร้ายบ่อยขึ้นเป็นช่วงเดียวกับที่มหาเทพสงครามขึ้นสวรรค์พอดี บางทีเขาอาจจะเป็นคนนำพลังด้านลบเข้ามา

 

เหลวไหลใหญ่แล้ว อย่าเอาอคติของตัวเองไปตัดสินคนอื่นโดยที่ไม่รู้จักสิฮาธอสแย้งเสียงอ่อน หากเขาเป็นผู้นำพลังด้านลบเข้ามาจริง เขาก็ไม่มีทางต้านทานพลังด้านลบได้หรอกนะ ที่สำคัญเขาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเทพอสูรจากสวรรค์ ไม่มีทางเกี่ยวข้องกับพลังด้านลบได้อยู่แล้ว

 

แต่ว่าเขาเกิดในดินแดนเบื้องล่างไม่ใช่เหรอ อีกทั้งยังเป็นราชาแห่งอสูรมาตั้งหลายพันปี คลุกคลีกับพลังด้านมืดมาตั้งนาน อย่างไรเสียก็ต้องติดตัวมาบ้างสินาซิลลาเถียงเสียงแข็ง ข้ารู้นะ วันนี้เจ้าไปพบกับเขามา ยอมรับเถอะว่าเขาเป็นคนน่ากลัว

 

เทพคนสวยถอนใจเฮือก ใช่! เขาเป็นคนน่ากลัว แต่มันก็แค่รูปร่างหน้าตาภายนอกเท่านั้น เนื้อแท้แล้วเขาเป็นคนเฉลียวฉลาด มีความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งแล้วฮาธอสช้อนคางเด็กสาวขึ้นมองตา อย่าเพิ่งคิดมาก นาซิลลา เรื่องอาจจะไม่ได้เห็นอย่างที่เจ้ากังวลก็ได้ มา! ข้าจะเป่าขลุ่ยให้ฟัง เจ้าจะได้อารมณ์ดีขึ้นไงล่ะ

 

นาซิลลาได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มหน้าบาน จริงเหรอเทพหนุ่มพยักหน้า อื้ม! ข้าจะตั้งใจฟังเลยล่ะ

 

ฮาธอสหัวเราะในลำคอเบา ๆ แล้วเอาขลุ่ยจรดกับริมฝีปากอีกครั้ง เพียงครู่มันก็เปล่งเสียงเพลงหวานซึ้งทำลายความสงัดของสวน ท่วงทำนองอ่อนช้อยเรียบลื่นดุจสายน้ำที่ไหลชโลมจิตใจของผู้ฟัง มนตราที่แฝงอยู่ในบทเพลงนั้นช่วยคลายความว้าวุ่นในใจของเด็กสาวได้ยังดี ใบหน้างอ ๆ ของนาซิลลาแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม แต่เจ้าตัวยังคงซบอิงเขาอยู่ ไม่ยอมขยับไปไหน รู้จักกันมาตั้งสิบกว่าปีไม่เคยแก้ไขนิสัยนี้ของเจ้าหล่อนได้เลย กระนั้นจะดันตัวออกไปตอนนี้ก็น่าสงสาร

 

แต่ตอนที่กำลังจะขึ้นเพลงที่สามนั่นเอง เทพหนุ่มรู้สึกถึงบางอย่างตรงหางตาซ้าย ต้นสนแดงที่เขาแต่งเป็นพุ่มไหวขยับไหวทั้งที่ไม่มีลมพัดผ่าน มีบางอย่างซ่อนอยู่ตรงนั้น ฮาธอสรีบลุกขึ้นเอาตัวบังนาซิลลาไว้ทันใด

 

ใครน่ะ!เขาตะโกนออกไป ส่วนนาซิลลาลุกมาเกาะหลังเขาอย่างตกใจ ออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะเรียกทหาร!

 

เดี๋ยวก่อน!เสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่ตอบกลับมานั้นทำให้ฮาธอสนิ่งงัน ร่างสูงใหญ่ที่มีเรือนผมสีเทาจางกับเขาสีดำยาวโง้งค่อย ๆ เดินออกมาโดยยกมือให้เห็นว่าไม่มีอาวุธอื่นใด นอกจากหนังสือปกดำที่ถือติดมาด้วยเท่านั้น เทพคนสวนกับอัปสรจันทรามองเขาด้วยความตกใจสุดขีด

 

กรี๊ดดด...!!เด็กสาวพยายามกรีดร้อง แต่ฮาธอสรีบปิดปากของเธอไว้ก่อน ขณะไคซัสยืนตัวแข็งอยู่ที่เดิม บุรุษเทพทั้งสองมองซ้ายมองขวาจนแน่ใจว่าไม่มีใครมาก่อนชายผมทองจะปล่อยมือจากนาซิลลา

 

อย่าเสียงดัง นาซิลลา เจ้ารู้ไหมว่าถ้ามีใครมาเห็นเข้าจะเสียหายกันทั้งสองตำหนักนะฮาธอสเตือน เทพจันทราสาวเอามือปิดปากด้วยความตกใจ ชายหนุ่มจึงเหลียวไปหาแขกไม่ได้รับเชิญบ้าง ท่านมหาเทพสงครามมาทำอะไรที่นี่ขอรับ

 

ขอโทษที่ทำให้พวกเจ้าตกใจ แต่ระหว่างทางกลับตำหนักบังเอิญได้ยินเสียงขลุ่ยที่เพราะมาก ข้าก็เลยลองตามเสียงมาจนถึงที่นี่ไคซัสตอบ ค่อนข้างตกใจที่ตัวเองทำให้เทพทั้งสองตนนี้ตื่นตระหนก

 

ตามเพลงมาหรือ มีเรื่องประหลาดแบบนี้ด้วยรึนาซิลลาที่แอบอยู่ข้างหลังฮาธอสพูดขึ้นมา เธอโผล่ศีรษะมาดูเขาแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น

 

นาซิลลา ระวังหน่อย ตรงหน้าของเจ้าคือเทพระดับสูงนะฮาธอสเตือนเสียงอ่อน

 

ไม่เป็นไร ข้าไม่ถือสาหรอก เพียงแต่...ไคซัสจ้องมองแต่ฮาธอส ดวงตาสีส้มฉายแววครุ่นคิด เจ้า...ฮาธอส เพลงที่เจ้าเป่าเมื่อกี้ชื่ออะไรหรือ

 

เรียนท่านมหาเทพสงคราม เพลงเมื่อครู่นี้อยู่ในชุดเพลงกล่อมเด็กช่วงฤดูใบไม้ผลิขอรับ ที่ตำหนักนี้มักบรรเลงในตอนกลางคืน เพื่อให้ทุกคนในตำหนักหลับสบายฮาธอสอธิบายด้วยท่าทางอ่อนน้อมเหมือนเคย อ๋อ ความจริงคนที่จะบรรเลงเพลงตอนกลางคืนจะเป็นจอมเทพีเรเทเชียขอรับ แต่คืนนี้นางเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ข้าที่อยู่ยามเฝ้าสวนจึงต้องรับหน้าที่แทน

 

อ๋อ...ไคซัสร้องออกมาด้วยความเข้าใจแล้วหมุนตัวมองสถานที่รอบกาย จึงได้เห็นความงามของสวนแห่งนี้ชัด ๆ เป็นครั้งแรก ต้นไม้แต่ละต้นได้รับการคัดเลือกมาปลูกรวมกันอย่างเหมาะเจาะ โดยจัดกลุ่มให้มีการเล่นสีและแสงของแต่ละชนิดได้อย่างลงตัว บุปผชาติราตรีเบ่งบานส่งกลิ่นหอมละเอียดกำจายไปทั่วบริเวณ แม้แต่เขาที่มิได้ชอบดอกไม้เป็นพิเศษยังรู้สึกดีเมื่อได้กลิ่น ส่วนพื้นมีการเล่นสีทางเดินอิฐอย่างมีศิลปะ ประติมากรรมต่าง ๆ ทั้งโคมหินตั้ง รูปปั้น บ่อน้ำพุได้รับการจัดวางอย่างกลมกลืนไปกับต้นไม้ ไม่มีตรงไหนเลยที่ดูขัดหูขัดตา สวนแห่งนี้แสดงถึงศักยภาพของผู้สร้างได้ดีที่สุด

 

ในขณะที่ไคซัสกำลังกวาดตามองพื้นที่นั้น นาซิลลาก็ดึงแขนเสื้อฮาธอสให้ก้มลงมากใกล้ ๆ ซึ่งเด็กสาวกระซิบถามว่า

 

เจ้าไม่กลัวเหรอ

 

เทพหนุ่มหันมองอย่างแปลกใจ ทำไมต้องกลัวด้วยล่ะ มหาเทพสงครามไม่ใช่คนน่ากลัวสักหน่อย เจ้าก็เห็นแล้ว

 

น่ากลัวสิ หน้าตาแบบนี้ น่ากลัวจะตายไปนาซิลลาตอบตื่น ๆ ไม่กล้ามองหน้าไคซัสตรง ๆ ด้วยซ้ำ

 

เทพหนุ่มมองหน้าเด็กสาวแล้วนึกอยากสอนอะไรเธอสักอย่าง แต่ก่อนจะทันได้ทำก็มีเสียงฝีเท้าจำนวนมากดังมาจากทางเดินที่ทอดสู่ตำหนักชั้นใน เทพทั้งสามจึงหันไปมองพร้อมกัน จอมเทพีเรเทเชียกับนางกำนัลกลุ่มใหญ่เดินออกมาด้วยท่าทางตื่นตกใจอย่างมากทีเดียว

 

มีเรื่องอะไรกันหรือ สาวใช้ไปบอกข้าว่าได้ยินเสียงนาซิลลาร้องจอมนางจ้าวตำนักถามอย่างอกสั่นขวัญแขน เทพหนุ่มกำลังจะตอบ แต่ไคซัสมาจับบ่าห้ามเขาไว้ก่อนก้างออกไปรับหน้านางด้วยตนเอง

 

ข้าต้องขออภัยด้วยที่มาเยี่ยมเยือนกลางดึกโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้าและยังทำให้จอมเทพีกับบ่าวไพร่ต้องตื่นตกใจกันอีกด้วย ข้าจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ทราบ พร้อมกันนี้ข้ามีเรื่องสำคัญอยากได้ความช่วยเหลือจากท่านด้วย

 

เพื่อเป็นการยืนยันเจตนาบริสุทธิ์ของตนเอง เทพอสูรหนุ่มยอมลงทุนก้มหัวให้สตรีที่มียศต่ำกว่าตนเองเลยทีเดียว ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึงกับภาพนั้นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะจอมเทพีที่ตกใจจนลนลานเลยทีเดียว

 

เอ่อ! ได้เจ้าค่ะ เชิญตามข้าไปข้างในเลยเจ้าค่ะ

 

หญิงสาวผายมือเชิญอย่างร้อนรน ซึ่งเทพอสูรหนุ่มแสร้งทำเป็นไม่เห็นแล้วตามนางเข้าไป ปิดท้ายด้วยกลุ่มนางกำนัลที่ตามนางออกมาด้วย ส่วนเอเดลถลาลงมาคว้าแขนฮาธอสกับนาซิลลาหมับ ใบหน้าอวบขึงขังยื่นเข้ามาเกือบชิดทั้งสอง

 

พวกเจ้าสองคนก็มาด้วย เผื่อท่านจอมเทพีจะมีเรื่องต้องถาม!พูดจบนางก็ดึงตัวทั้งสองคนไปด้วยกัน

 

---------------------------

 

แสงไฟภายในห้องฉายเงาสามร่างขึ้นประตูบานคู่บุกระดาษสีขาว นาซิลลาจ้องมองมันประหนึ่งต้องการให้เงานั้นพูดอะไรสักอย่าง แต่เมื่อมันขยับไหวโดยไร้คำพูด เทพจันทราคนงามก็ถอนใจแล้วย้ำเท้าตึง ๆ กลับมานั่งข้างฮาธอสที่พิงเสาดูอยู่เงียบ ๆ

 

เฮ้อ! จะให้รอไปถึงไหนเนี่ย ข้าง่วงแล้วนะเจ้าของเสียงหวานบ่นกระปอดกระแปด

 

ถ้าง่วงก็ไปนอนก่อนสิ ข้าจะอยู่ที่นี่เอง อย่างไรเสียนางก็ฟังคำพูดของข้าอยู่แล้วอาธอสบอกพลางคิดต่อว่าจอมเทพีรับมือได้ง่ายว่าเด็กสาวหัวดื้อคนนี้เป็นไหน ๆ

 

ไม่เอา...นั่นประไรล่ะ เทพหนุ่มถอนใจยืดยาว ขณะเด็กสาวทิ้งตัวพิงบ่าเขา หน้าเง้างอ เขาคนนั้นบุกรุกเข้ามาตำหนักยามวิกาล ถ้าว่ากันตามกฎฮาธอสจะถูกทำโทษฐานบกพร่องในหน้าที่ ข้ายอมไม่ได้หรอก

 

ชายหนุ่มพ่นลมเฮือก ไม่หรอก ท่านจอมเทพีไม่ใช่คนไร้เหตุผลเช่นนั้นเขาลูบผมปลอบเด็กสาว น้ำเสียงอ่อนโยนประโลมจิตใจเธอให้คลายความกังวล เจ้าปล่อยให้จิตใจของตัวเองว้าวุ่นเกินไปแล้ว ผ่อนคลายลงบ้าง

 

แต่ดูเหมือนน้ำเสียงที่เคยใช้ปลอบโยนใครต่อใครจะใช้ไม่ได้อีกแล้ว นาซิลลายังคงทำหน้างอและกอดแขนเขาแน่น ชายหนุ่มส่ายหัวนึกระอาใจกับความดื้อรั้นของเด็กสาวนัก เพราะอย่างนี้แหละตำหนักเทพจันทราถึงไม่ยอมรับตัวกลับไปเสียที พวกนางกำนัลรุ่นพี่คงไม่ค่อยชอบความรั้นของเธอนัก

 

ขณะนั้นเองที่เงาสองจากสามร่างทำท่าลุกขึ้นแล้วมุ่งตรงมาทางประตู ฮาธอสจึงรีบสะกิดนาซิลลาให้ยืนขึ้นพร้อมกัน เมื่อประตูเปิดเรเทเชียก็ก้าวนำออกมาก่อนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแตกต่างจากตอนที่เข้าไปอย่างสิ้นเชิง แล้วนางก็ต้องประหลาดใจหลังพบว่าเทพรับใช้ทั้งสองตนรออยู่

 

อ้าว! ยังไม่ได้ไปนอนอีกหรือจ๊ะ ทั้งสองคนคำถามของนางไม่เพียงเรียกความสนใจจากพวกฮาธอสเท่านั้น แต่รวมถึงไคซัสที่ก้มหัวออกประตูมาด้วย

 

ขอรับ ท่านเอเดลให้พวกเรามาเตรียมตัวไว้ เผื่อว่าท่านจอมเทพีจะมีคำถามเพิ่มเติมขอรับเทพคนสวนแจ้ง หัวหน้านางกำนัลพยักหน้ายืนยันกับนายหญิง

 

ท่านจอมเทพีจะลงโทษฮาธอสเรื่องตำหนักถูกบุกรุกตอนเขาอยู่เวรไหมคะนาซิลลาโพล่งออกมา ฮาธอสหลับตาด้วยความรู้สึกสิ้นหวังอย่างบอกไม่ถูก

 

ทำไมข้าต้องลงโทษฮาธอสด้วยล่ะจ้ะ เขาเป็นแค่เทพผู้ดูแลสวน ไม่ใช่ทหารเสียหน่อยเรเทเชียยิ้มอย่างอบอุ่นดุจมารดาพลางช้อนหน้าสบตาไคซัส ข้าฟังเรื่องทั้งหมดจากมหาเทพสงครามแล้ว เขาใช้ความสามารถของตนหลบเลี่ยงสายตาทหารมาถึงในสวน เพื่อฟังเพลงของฮาธอสและได้กล่าวขอโทษในเรื่องนี้แล้วด้วย

 

ฝ่ายข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณท่านที่ไม่ถือสากับเรื่องนี้และยังรับฟังคำขอร้องของข้าอีกไคซัสค้อมศีรษะให้หญิงสาวอีกครั้ง คำพูดที่สุดภาพกับมารยาทอันดีงามที่ไม่น่ามีในเทพอสูรทำให้เรเทเชียอ่อนเป็นขี้ผึ้ง

 

พูดอะไรเช่นนั้นคะ สองตำหนักผูกมิตรกันแล้ว เรื่องแค่นี้ย่อมช่วยเหลือกันได้อยู่แล้วค่ะจอมเทพีตอบด้วยรอยยิ้มหวานแล้วเหลียวมาหาฮาธอส ซึ่งเหลือบมองใบหน้ายิ้มกริ่มของไคซัสก่อนสบตานายหญิง ฮาธอส ข้ามีงานใหญ่ที่สำคัญมากอยากให้เจ้าทำ

 

งานอันใดหรือขอรับเทพคนสวนถาม

 

ข้าอยากให้เจ้าไปช่วยงานที่ตำหนักพาเทร่าสักพักจ้ะเรเทเชียตอบด้วยรอยยิ้มหวาน

 

เอ๋! ทำไมล่ะเจ้าคะเป็นนาซิลลาที่ร้องหน้าตาตื่น หรือว่านี่เป็นการลงโทษแบบหนึ่ง

 

เลิกพูดจาเหลวไหลได้แล้ว นาซิลลา! ท่านจอมเทพีบอกว่าไม่มีการลงโทษก็คือไม่มีสิ!เอเดลดุเสียงดังทำให้เด็กสาวเงียบจนได้

 

ข้าขึ้นสวรรค์มาคนเดียว ข้ารับใช้ในตอนนี้ก็มีแค่อัลวินกับทหารในสังกัดที่เพิ่งย้ายมาวันนี้เท่านั้นไคซัสอธิบาย ตอนนี้ยังขาดคนดูแลเรื่องอาหารการกินกับที่อยู่ รวมถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อยอื่น ๆ ในตำหนักด้วย จะรบกวนคนจากตำหนักเทพจันทราตลอดก็ไม่ไหว ข้าจึงอยากขอแรงฮาธอสกับคนในตำหนักนี้ไปชั่วสักระยะจนกว่าฟาเบียนจะคัดคนมาให้เพิ่มเติมน่ะ อ๋อ! งานนี้ข้ามีที่พักให้แล้วก็จ่ายเบี้ยวัตรตามระเบียบสวรรค์ แต่ถ้าเจ้าทำงานได้ดีก็จะเพิ่มให้เป็นสองเท่า สนใจไหมล่ะ

 

แต่นี่เป็นงานสำคัญจะให้ข้าที่เป็นแค่เทพเล็ก ๆ รับผิดชอบจะดีหรือฮาธอสถาม แววตากังวล

 

พูดอะไรอย่างนั้นจ๊ะ ฮาธอสจอมเทพีจ้าวตำหนักก้าวไปจับมือเขาราวกับฝากความหวังทั้งหมดไว้กับชายหนุ่ม ถึงเจ้าจะเป็นเทพเล็ก ๆ แต่ก็มีความกล้าและความสามารถยิ่งกว่าเทพรับใช้ทุกตนในตำหนักนี้ ที่สำคัญนี่เป็นโอกาสอันดีที่เจ้าจะได้สร้างผลงานไว้สำหรับเลื่อนขั้นในอนาคตนะ

 

แต่ข้า...ฮาธอสอยากปฏิเสธด้วยไม่ปรารถนาไปจากตำหนักนี้

 

เรเทเชียกระชับมือเขาแน่นแล้วสบตาจริงจัง ถือว่าข้าขอร้อง ฮาธอส ทำเพื่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองตำหนักเถอะนะ

 

ข้าไม่ได้ให้เจ้าเริ่มงานทันทีหรอก ฮาธอสไคซัสบอก ทุกคนจึงหันมองเขา ข้าจะให้เวลาเจ้าเตรียมตัวเจ็ดวัน เมื่อถึงวันที่แปดข้าจะให้คนมารับ ตกลงไหม

 

ถึงจะตบท้ายประโยคมาด้วยคำถาม แต่ในความรู้สึกของฮาธอสกลับฟังดูเหมือนคำสั่งมากกว่า ซึ่งเมื่อคิดแบบนั้นเทพหนุ่มจึงค้อมตัวลงอย่างไม่มีทางเลือก

 

ทราบแล้วขอรับ ข้าน้อยจะทำตามที่ท่านสั่งเทพหนุ่มตอบโดยไม่สนใจเสียงร้องตกใจของนาซิลลาเลย

 

โดยที่ไม่มีใครรู้นั้น ในอกของไคซัสอุ่นวาบเมื่อได้ยินคำตอบรับของเทพคนสวน เขาต้องพยายามควบคุมตัวเองอย่างมาก เพื่อไม่ให้ความยินดีปรีดาแสดงออกทางสีหน้ามากนัก

 

ขอบใจมากเขากล่าวเสียงนุ่มที่สะเทือนไปถึงหัวใจของคนฟังอีกครั้ง ฮาธอสช้อนตามองหน้าเขา ทว่าเทพอสูรหันไปหาจอมเทพีเรเทเชียพอดี ขอบคุณท่านด้วยที่กรุณาสนับสนุน ข้ามารบกวนนานเกินไปแล้วคงต้องขอตัวกลับเสียที

 

ถ้าอย่างนั้น...

 

ไม่ต้องขอรับ ข้าจะไปส่งท่านมหาเทพสงครามเอง

 

ฮาธอสแทรกก่อนที่จอมเทพีจะขันอาสาตามมารยาทอันดี ซึ่งนายหญิงพยักหน้าให้อย่างตามใจ เทพคนสวนจึงผายมือเชิญมหาเทพสงครามก่อนเดินนำหน้าไปก่อน ชายทั้งสองมุ่งหน้าไปตามทางเดินโดยไม่พูดอะไรกันเลยจนกระทั่งออกมาถึงสวนที่ฮาธอสพบตัวไคซัส คนสวนผมสีทองจึงหมุนตัวกลับมาหาเขาด้วยแววตาจริงจัง

 

ข้าต้องขออภัยอย่างยิ่งที่เสียมารยาท แต่ข้าจะต้องทำงานให้ท่านแล้วจึงอยากรู้เรื่องนี้ให้ได้เสียงของเขากระด้างหูนัก ท่านมหาเทพสงครามเลือกข้าด้วยเหตุผลใดขอรับ

 

หึ! ที่แท้ก็เรื่องนี้เองไคซัสกระตุกยิ้มอย่างไม่แปลกใจแม้แต่น้อย ใบหน้าคร้ามเข้มปรากฏแววลับลมคมในชวนให้ค้นหาอีกครา ข้ามีเหตุผลมากมาย ฮาธอส แต่วันนี้จะบอกแค่ข้อเดียวเท่านั้นก็คือ เจ้าไม่กลัวข้า ไม่กลัวที่จะมองหน้า ไม่กลัวที่จะสบสายตา สำคัญที่สุด...ไม่กลัวที่จะพูดคุยกับข้าอย่างตรงไปตรงมาด้วย

 

ระหว่างที่พูดร่างสูงใหญ่ก็ย่างเท้าเข้าใกล้ฮาธอสช้า ๆ ดวงตาสีส้มมองตรงไปที่คนตรงหน้า ซึ่งฮาธอสไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตนถึงไม่ถอยหนี ตรงกันข้ามกลับสบสายตาเขานิ่งประหนึ่งต้องมนต์สะกด ในที่สุดเทพอสูรตัวโตก็มาอยู่ต่อหน้าเขา...ห่างไปแค่คืบเดียวเท่านั้น มือที่ไว้เล็บแหลมยาวยกขึ้นมาด้วยความปรารถนาบางอย่าง แต่เจ้าตัวกลับหยุดกลางทางเสียก่อน

 

ตั้งแต่ข้าขึ้นสวรรค์มาไม่มีใครทำสิ่งเดียวกับเจ้า ข้าจึงเลือกเจ้าด้วยเหตุผลนั้นเป็นส่วนหนึ่ง

 

ฮาธอสมองหน้าผู้พูดอยู่นานคล้ายต้องการค้นหาความหมายอื่นที่ซ่อนอยู่ ความหมายที่ทำให้ช่องอกข้างซ้ายที่เย็นชืดมานานอบอุ่นขึ้นมาได้ แต่เมื่อไม่พบเขาก็หลุบตาลงพร้อมคำนับให้ไคซัสอย่างอ่อนน้อม

 

เข้าใจแล้วขอรับ ขอบพระคุณสำหรับคำตอบ

 

ถ้าอย่างนั้นอีกเจ็ดวันเจอกันที่ตำหนักพาเทร่านะไคซัสยิ้มอย่างมีหวัง

 

ขอรับเทพคนสวนหนุ่มน้อมศีรษะรับคำเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนำทางมหาเทพสงครามไปส่งที่ประตูหน้าตามระเบียบ

 

แต่ทั้งสองคนกลับไม่รู้เลยว่าในเงามืดตรงทางเดินด้านหลังนั้นมีใครบางคนได้เห็นการกระทำของพวกเขาทั้งหมดแล้ว...

 

---------------------------




:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. #123 PPoly (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:32
    ไม่รุ้จะพูดยังไง แต่เขียนดีและน่าติดตามมาก ๆ เลยอะ สู้ ๆ น้าาาาาาาาาาา
    #123
    0
  2. #76 MoPorY (@mopory) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 04:25
    ความรู้สึกหลังจากอ่านจบคือ อื้อหือนี่มันคือการยำวัฒนธรรมระหว่างฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกชัดๆ บางฉากนี่คือให้อารมณ์กรีก โรมันมากๆ บางฉากนี่แบบอื้อหือ จีนจ๋าไปเลย ยิ่งตอนเซย์เรียโน่กับไคซัสสู้กันนี่คือภาพจั่นเจาตามจับคนร้ายลอยมาทันที 5555555555 แอบเขินกับพระนาย(?) เบาๆ แต่ไม่รู้ทำไม๊ทำไมถึงตัดใจจากเซย์เรียโน่ไม่ได้สักที อยากเขาให้มีคู่ อยากให้ sm //ผิด 
    นิยายเรื่องนี้ทำเราคลั่ง เม้นท์เยอะแยะ เวิ่นเว้ออย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน แต่เราจะเวิ่นต่อไปให้ผู้เขียนรำคาญ //โดนตบ 55555555
    #76
    0
  3. วันที่ 14 ตุลาคม 2556 / 08:18
    อ่านแล้ว ฟินมากๆเลย ท่านไคซัส
    #70
    0
  4. #9 -เกม- (@-gem-) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2556 / 21:43
    อั้ยย่ะ เพลงสื่อรัก! ฟังเพลงเขาทีเดียวแล้วปิ๊งเลยเหรอพ่อเทพอสูร รุกไวซะด้วยสิ ฮ่าๆ =w=

    เป็นกำลังใจให้ค่ะ รออ่านอยู่เน้อ :D
    #9
    0
  5. #8 เคย์เซย์ (Keisei) (@keisei) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2556 / 20:26
    มันขึ้นซ้ำจริงๆ นั่นแหละครับ เพราะเมื่อคืนมีปัญหาเรื่องวางโค้ดนิดหน่อย ทำให้เผลอวางต่อกัน ขอบคุณที่ช่วยบอกครับ 

    ตอนนี้แอบจีนจริงๆ นั่นล่ะครับ ฮ่าๆๆๆ 

    ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ คุณ wind of forest
    #8
    0
  6. #7 wind of forest (@w-of) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2556 / 19:58
    เอ้อ ไม่รู้ว่าเป็นเฉพาะคอมเราหรือเปล่า เราเห็นมันซ้ำกันสองรอบนะคะ
    รู้สึกอ่านไปเรื่อยๆ ได้ฟีลคล้ายหนังจีนเล็กน้อย ฮะๆ ตั้งแต่ ขุนพลอันดับห้า ป้ายทอง ตำหนัก
    ไคซัสยังเท่อยู่ดีๆ เซย์เรียโน่น่ารักแฮะ
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ :)
    #7
    0