ณ แดนสรวง [Boy's Love] = จบแล้ว =

ตอนที่ 32 : ตอนพิเศษ ชุดฉากที่หายไป 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 449
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 พ.ย. 57


            ตอนพิเศษ 4 ชุดเรื่องราวหลังจากนั้น 2 มังกรห่วงกระต่าย

           

            ยามเช้าของสวรรค์เป็นที่โจษขานกันมาตลอดถึงความงดงามอันหาใดเปรียบมิได้ ท้องฟ้าสีเงินในยามราตรีจะค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีทองเมื่อแสงอรุณอันอบอุ่นสาดส่องไปทั่วทุกสารทิศ มองเห็นก้อนเมฆสีขาวเป็นสีเหลืองนวลตา ตัดกับท้องฟ้าสีครามใสอย่างลงตัว ดอกไม้แดนสรวงจะผลิบานพร้อมกันส่งกลิ่นหอมขจรขจาย เหล่าปักษาสวรรค์หลากสีสันโบยบินจากรังรวงเพื่อหากินเลี้ยงปากท้อง บ้างก็มาเกาะหน้าต่างส่งเสียงประสานปลุกเทพที่ยังหลับให้ตื่นมารับเช้าวันใหม่ด้วยความสดใส

            พูดไปแล้ว มันก็เป็นรุ่งอรุณแสนธรรมดาสำหรับนครแห่งฟ้านี้ จะไม่มีอะไรผิดแปลกไปเลย หากคนที่รักสุดดวงใจไม่ตัวหดเล็กเท่ากับเด็กเจ็ดขวบ!

            ไคซัสนั่งมองเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ ไว้ผมหยักศกสีทองซอยเท้าไปทั่วทั้งห้อง เพื่อเตรียมของใช้ประจำวันให้กับเขา ฮาธอสวิ่งไปตรงนั้นทีตรงนี้ที พอได้ของก็จะเอาไปวางรวมกันไว้ที่โต๊ะทำงานซึ่งออบแบบให้มีขนาดพอดีตัวมหาเทพผุ้เป็นเจ้าของ มันสูงจนเขาต้องเขย่งยืนด้วยปลายเท้า แต่เทพรับใช้ตัวน้อยก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะยอมหยุดอยู่เฉย ๆ มองไปก็เหมือนกระรอกสีทองที่กำลังวิ่งรอกอาหารมากักตุนก่อนจะเข้าช่วงหน้าหนาว

            แค่เห็นก็เหนื่อยแทนแล้ว

            “ฮาธอสมานี่มา” มหาเทพสงครามออกปากเรียงหลังเห็นฮาธอสพยายามหอบหิ้วเสื้อโค้ตตัวยาวออกจากตู้ไม้มะฮอกกานี มันทั้งตัวใหญ่และหนักยากที่เทพรับใช้ตัวน้อยจะหอบออกมาได้โดยไม่ล้มหงายเก๋ง

            ฮาธอสได้ยินเสียงเรียกก็ชะงักฝีเท้า หน้าเจื่อนนิดหน่อยเมื่อหันมาเห็นสายตาเป็นกังวลของคนรัก เขายอมเก็บเสื้อโค้ตกลับเข้าที่เดิมแล้วเดินมาหาอย่างไม่ขัดขืน ด้วยตระหนักดีว่าอาการบาดเจ็บอันเป็นต้นเหตุให้เขาตัวหดเหลือเพียงเท่านี้ยังไม่หายดี แม้ว่าใจอยากจะทำอะไรสักอย่างเบื่อแบ่งเบาภาระให้กับไคซัสบ้างก็ตาม

            “ขออภัยขอรับ” เพราะความรู้สึกผิดที่ทำให้อีกฝ่ายเป็นห่วง ฮาธอสจึงเอ่ยคำนี้ออกไป

            “ขอโทษทำไม เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” มหาเทพสงครามหลับตาลงเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ ก่อนจะลูบผมคนรักด้วยมือที่ไร้กรงเล็บข้างหนึ่งอย่างเข้าใจความเจตนาของอีกคนดี “ถึงอย่างนั้นเจ้าก็ยังไม่หายดีเลย น่าจะพักผ่อนให้มากกว่านี้ งานเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้ ข้าให้เซบาสเตียนมาทำแทนก็ได้”  

            “ข้าน้อยเบื่อนี่ขอรับ” ฮาธอสประท้วงด้วยเสียงเล็ก ๆ ของตน คิ้วผูกโบพร้อมกับใบหน้าขัดอกขัดใจเวลาอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ที่ไม่กล้าขัดขืน ยกมือหนึ่งขึ้นวางตรงอกตำแหน่งที่เคยถูกพี่ชายแท้ ๆ ทะลวงจนทะลุ ภายใต้เนื้อผ้าที่ถักสานเป็นชุดมหาดเล็กยังมีรอยแผลครั้งนั้นปรากฏอย่างชัดเจน “ในร่างนี้ข้าไม่ค่อยเจ็บแผลเหมือนร่างโตเต็มวัยด้วย ให้ข้าทำอะไร...”

            “แต่-ก็-ยัง-ไม่-หาย!” ไคซัสเน้นเสียงทีละคำ ตอกย้ำความจริงที่อีกฝ่ายพยายามจะมองข้าม

            เด็กชายตัวน้อยเถียงไม่ออก ทำให้ได้แค่ก้มหน้างุดอยู่อย่างนั้น ไม่รู้ว่าจิตใจพลอยเป็นเด็กตามร่างกายไปด้วยหรือเปล่า เขาจึงรู้สึกว่าถ้อยคำเมื่อสักครู่นี้ช่างบาดใจเสียเหลือเกิน หยาดน้ำใสพานคลอหน่วยในดวงตาสีน้ำเงินคู่สวย จมูกน้อยบนใบหน้าขาวก็เปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างคนเตรียมจะร้องไห้ มหาเทพสงครามถึงกับผงะเมื่อเห็นแบบนั้น

            “เดี๋ยว ๆ นั่นเจ้ากำลังร้องไห้หรือ” คนตัวใหญ่คว้าเด็กน้อยมาใกล้ ๆ อีกฝ่ายรีบใช้แขนเสื้อปาดน้ำตาออกไปควัน

            “มิได้ ข้าน้อยไม่ได้ร้อง”

            ปฏิเสธไปอย่างหนักแน่น แต่มีหรือที่ไคซัสจะจับอาการสั่นเทาในเนื้อเสียงของคนรักไม่ได้ จึงเป็นคราวของมหาเทพสงครามบ้างที่ต้องหน้าเจื่อนอย่างอับจน เขาไม่ได้เจตนาจะทำให้คนรักต้อง...เสียน้ำตา เขาแค่เป็นห่วง กลัวว่าอาการป่วยของเจ้าตัวจะทรุดหนักพานให้หายช้ายิ่งกว่าเดิม เรื่องขี้ประติ๋วอย่างการช่วยแบ่งเบาภาระของเขา เอาไว้คืนร่างเดิมแล้วค่อยทำก็ยังไม่สาย ใครจะไปนึกว่าความหวังดีจะทำให้ฮาธอสเสียใจเช่นนี้

            ให้ตายเถิด สมัยเจอไคมีร่าแรก ๆ และทำให้เธอต้องร้องไห้ยังไม่รู้สึกผิดเท่ากับวันนี้เลย!

            ในขณะเทพอสูรร่างใหญ่นวดหัวตาอย่างคิดหนัก ฮาธอสก็พยายามห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาอีก เพราะไม่อยากให้คนรักต้องคิดมาก แต่ยิ่งทำ...หยาดน้ำใสเจ้ากรรมกลับยิ่งเอ่อล้นขึ้นมาจนภาพพื้นไม้สักทองที่มองอยู่พร่ามัวไปหมด ความน้อยเนื้อต่ำใจเพิ่มพูดขึ้นนับเท่าพันทวี ทั้งที่รู้ดีว่าไคซัสห้ามปรามด้วยความปรารถนาดี แต่ความรู้สึกแย่ ๆ นี้ก็ยังเกิดขึ้นมา!

            ต้องโทษร่างกายบ้า ๆ ที่ทำให้จิตใจของเขาอ่อนแอไปด้วย!

            “เอาอย่างนี้!” ในที่สุดไคซัสก็เอ่ยเสียงอ่อนแล้วถอดถอนใจอย่างยอมแพ้ มือหนายื่นมาเกลี่ยหยดน้ำที่เกาพราวบนแก้มบางของฮาธอส ทำให้คนที่เอาแต่ก้มหน้าเงยหน้าขึ้นมาสบนัยน์ตาสีส้มอันอ่อนโยนจนได้ “ข้าจะยอมให้ลงไปที่สวนก็ได้...”

            “จริงหรือขอรับ!” ฮาธอสร้องออกมา ใบหน้าหมองเศร้าพลันแย้มยิ้มสดใส นัยน์ตาสีน้ำเงินส่องประกายวิบวับ

            “ข้าพูดจริง” ไคซัสพยักหน้าก่อนจะรีบดักทางหลังเห็นอีกฝ่ายยิ้มดีใจจนออกนอกหน้า “แต่ห้ามทำงานเด็ดขาด เจ้าจะปลูกต้นไม้สักสองสามต้นก็ได้ แต่ต้องให้คนอื่นขุดดินให้ จำเอาไว้เสมอว่าแผลยังไม่หาย ห้ามทำอะไรที่ใช้แรงเด็ดขาด เข้าใจไหม! แล้วก็ต้องกินอาหารให้ตรงเวลา กินยาให้ครบด้วย!

            ครั้นสั่งจบมหาเทพสงครามก็ถอนใจอีกเฮือก เป็นเพราะฮาธอสตัวเล็กลงแท้ ๆ ที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังสั่งสอนน้องชาย...ไม่ก็ลูกชายวัยกำลังไร้เดียงสามากกว่าคุยกับคนรัก แต่จะให้ทำอย่างไรได้ คนมันเป็นห่วงนี่นา เมื่อไม่มีเวลาอยู่ดูแลด้วยตนเองก็ต้องกำชับด้วยคำพูดเท่านั้น

            “ทราบแล้วขอรับ!” เสียงใสแจ่วที่นั่งแจ้วขึ้นมาดึงความสนใจของเขากลับไปหาเจ้าของ แล้วก็ต้องนิ่งจังงันตอนฝ่ายตรงข้ามโผเข้ากอดเต็มอ้อมแขน เรือนร่างเล็กบางที่พร้อมจะแตกสลายแนบไปกับแผ่นแกร่งจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นบางเบาของชีวิตที่ซุกซ่อนอยู่ข้างใน “ข้าน้อยจะปฏิบัติตามที่มหาเทพสั่งทุกอย่างขอรับ ข้าน้อยขอสัญญา แค่ได้ออกจากห้องก็ดีใจแล้ว...ขอ...รับ...”

            ถ้อยคำในช่วงสุดท้ายขาดห้วงหายไป หลังจากคนพูดรู้สึกตัวว่าเพิ่งจะกระทำเรื่องเสียมารยาทที่สุดลงไปเสียแล้ว เทพรับใช้ในร่างเด็กผู้ชายรีบคลายอ้อมแขนออกพร้อมก้าวถอยหลังออกมา ทว่ายังไม่ทันจะหลุดออกไปได้ ไคซัสก็กระชับแขนรวบตัวเขากลับไปกอดไว้อีกครั้ง

            “ดีใจจัง” เสียงแหบต่ำเอ่ยข้างหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่สัมผัสผละแผ่วทำให้รู้สึกจักจี้ ฮาธอสเงยหน้ามองก็เห็นอีกฝ่ายกำลังยิ้มอย่างมีความสุข “เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่เจ้าเป็นฝ่ายมากอดข้า”

            คนฟังหน้าแดงซ่าน ถึงตัวจะเป็นเด็ก แต่ความคิดและความรู้สึกเหมือนเดิมทุกอย่าง เช่นตอนนี้หัวใจของเขากำลังเต้นแรงที่ถูกมหาเทพสงครามโอบกอดด้วยความรักใคร่ ใจสั่นระรั่วยามลลมหายใจของอีกฝ่ายลามเลียผิว ตัวร้อนผ่าวเมื่อเขาเคลื่อนริมฝีปากลงมาประทับบนแก้มนุ่มเนียนของตน

            อา...ความรักหนอความรัก ขนาดร่างเล็กจ๋อยเพียงนี้ ยังไม่ปรานีเลยหรือ...

            “ขอโทษที่เสียมารยาท...” ฮาธอสเอ่ยอ้อมแอ้มมา

            “เสียมารยาทที่ไหนกัน เป็นเรื่องที่ดีมากต่างหาก คนเรารักกันก็ต้องแสดงออกกันบ้าง แค่รักด้วยใจอย่างเดียว บางทีมันก็ไม่เพียงพอหรอก”

            ไคซัสกระชับวงแขนรอบตัวเด็กชายแน่นอีกนิด ถ่ายทอดทุกความรู้สึกให้อีกฝ่ายได้รับรู้ผ่านอ้อมแขนของตน ฮาธอสอิงแก้มกับบอกอุ่นพร้อมกับเงี้ยหูฟังเสียงหัวใจที่เต้นอยู่ข้างในนั้น ก่อนจะอมยิ้มมีความสุขเมื่อพบว่ามันเต้นเป็นจังหวะเดียวกับเขา นาทีนี้มันเหมือนโลกทั้งใบหยุดนิ่ง เวลาหยุดการเคลื่อนไหว มีเพียงพวกเขาที่นั่งกอดกันอยู่ท่ามกลางวงล้อมของอุ่นไอรัก

            “ถ้าเจ้ามากอดข้าแบบนี้บ่อย ๆ ก็ดีสิน้า” ไคซัสเปรยเบา ๆ

            “คงอีกนานทีเดียว กว่าข้าจะกล้าทำเช่นนั้นได้ หนนี้เพราะความรู้สึกพาไปขอรับ” ฮาธอสชี้แจงเสียงอ้อมแอ้ม

            “ก็ให้มันพาไปบ่อย ๆ” ไคซัสว่าพลางลูบผมคนรักอย่างอ่อนโยน “แต่ข้าอยากให้เจ้าทำตอนร่างโตมากกว่า แบบนั้นน่าทำอะไรต่อมิอะไรมากกว่าเยอะ”

            “อะ...อะไรต่อมิอะไรที่ท่านพูดถึงน่ะ มันคืออะไรขอรับ” ฮาธอสเด้งผึงออกมาถาม ใบหน้าแตกตื่นเปื้อนรอยแดงจากความเขินขาย ฝ่ายตรงข้ามเห็นแบบนั้นก็หัวเราะชอบใจใหญ่ เขาจึงรู้ในตอนนี้ว่าโดนหยอกอีกแล้ว “มหาเทพ...”

            “ฮ่า ๆ ขอโทษ ๆ” ไคซัสดึงอีกฝ่ายมากอดพร้อมลูบหลังปลอบให้หายเสียขวัญ ฮาธอสร่างเด็กช่างอ่อนไหวเสียเหลือเกิน แกล้งหยอกนิดเดียวก็น้ำตาคลอเสียแล้ว “ข้าไม่แกล้งแล้วล่ะ อย่าร้องไห้เลยนะ”

            “ข้า...ไม่ได้ร้อง” ฮาธอสปฏิเสธ แต่ก็รู้ว่าคนรักต้องจับแรงสั่นเครือในน้ำเสียงและเห็นตอนเขาใช้มือปาดน้ำตาออกจากหน้าแน่นอน “ใกล้ได้เวลาไปทำงานแล้วขอรับ วันนี้ท่านมีประชุมสำคัญมิใช่หรือ รีบไปเถิด”

            เทพอสูรกายสีแดงถอดถอนใจยืดยาวเป็นครั้งที่สาม คราวนี้เป็นไปด้วยความเสียดาย สองแขนตระกองกอดคนรักอย่างไม่อยากจากไปไหน ความหวั่นกลัวก่อตัวภายในใจของเขาเงียบ ๆ กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ชวนใจหายใจคว่ำแบบเมื่อวันก่อนที่โดนตามกลับมาเจอฮาธอสตัวเล็กลงกลางคันอีก ถ้าเป็นไปได้ เขาอยากอยู่ข้าง ๆ เด็กคนนี้จนกว่าจะหายดีมากกว่า หรือไม่...ถ้าทำได้ก็อยากจะหอบหิ้วเขาไปทำงานด้วยกันเสียเลย

            แต่เมื่อยังทำไม่ได้...ก็ได้แต่ถอนใจ...

            “ข้าจะให้อัลวินอยู่เป็นเพื่อน แบบนี้เจ้าน่าจะสบายใจมากกว่า” ไคซัสเอ่ยพลางลูบผมฮาธอสอย่างอ่อนโยน “อยากได้อะไรก็บอกเขา ไม่ต้องฝืน ตกลงไหม”

            “ขอรับ ข้าน้อยจะไม่ทำอะไรฝืนตัวเองเด็ดขาด” ฮาธอสยอมสัญญา แต่สายตาที่ช้อนมองใบหน้าฉายความกังวลของไคซัสมีแววลังเล แล้วเขาก็ตัดสินใจกอดร่างใหญ่ตรงหน้าอีกครั้ง...แน่นกว่าเก่า “มหาเทพไคซัสอย่างกังวลไปเลย ท่านเป็นคนบอกเองว่าการที่ข้าตัวหดเล็กเช่นนี้ก็เพราะร่างกายกำลังปรับสภาพและฟื้นตัวเองอยู่ รอยแผลตรงกลางอกนี่ก็ไม่เจ็บมากแล้ว ไม่มีอาการป่วยไข้เหมือนก่อนหน้านี้ด้วย พลังก็ไม่ปั่นป่วนอีกแล้ว ตรงกันข้ามข้ารู้สึกว่าพลังเสถียรมากกว่าเดิมซะอีก เพราะฉะนั้น...” เขาถอยหลังออกมาเล็กน้อยแล้วยิ้มอย่างเชื่อมั่นให้แก่ชายคนรัก “...ข้าเชื่อว่าตัวเองต้องหายแน่นอนขอรับ คงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้อีกแล้ว อ๋อ ยกเว้นเรื่องอารมณ์นะขอรับ ดูเหมือนว่ามันจะอ่อนไหวกว่าเดิมมากทีเดียว แฮะๆ”

            กล่าวจบก็ก้มหน้าหัวเราะเก้อเขิน เลยไม่ทันเห็นสีหน้าอัศจรรย์ใจของมหาเทพสงคราม ผู้เพิ่งรู้ตัวเดี๋ยวนั้นเองว่าเพิ่งจะได้รับคำปลอบโยนจากคนป่วย แม้ร่างกายจะเล็กลงเท่ากับเด็กเจ็ดขวบ ทว่าน้ำเสียงอ่อนละมุนเปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นในตัวเขานั้นยังทรงพลังไม่เสื่อมคลาย ความหวาดกลัวและหวั่นวิตกที่เกาะกุมจิตใจมอดมลายหายไปในพริบตา

            “ขอบใจที่ช่วยเตือนข้านะ ฮาธอส”

            เด็กชายเจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นไคซัสกำลังยิ้มอย่างอ่อนโยน เด็กชายก็คลี่ริมฝีปากกว้างด้วยความยินดีที่สามารถเป็นกำลัง ใจ ให้กับคนรักได้อีกครั้ง

            “เอาล่ะ ข้าไปทำงานล่ะนะ เจ้าก็อยู่ดีๆ ล่ะ ทำตามที่บอกด้วยนะ”

            ไคซัสก้มลงมาหอมแก้มฮาธอสทั้งซ้ายขวา ปิดท้ายด้วยจุ๊บที่ปากเบา ๆ อีกหนึ่งที ทำเอาอีกฝ่ายหน้าแดงเห่อด้วยความเขินอายอย่างที่สุด จากนั้นก็ลุกไปแต่งตัวในขั้นสุดท้ายเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ตอนเห็นคนรักตบหน้าเรียกสติตัวเองก่อนวิ่งมาช่วยหยิบจับของเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่งให้ เสร็จแล้วก็เดินตามไปที่หน้าประตูซึ่งเจ้าตัวคำนับส่งด้วยท้วงท่าชดช้อยงดงามเหมือนเช่นที่ผ่านมา

            “ขอให้มหาเทพเดินทางโดยปลอดภัยขอรับ”

            ไคซัสยืนนิ่งซึมซับคำอวยพรเปี่ยมความปรารถนาดีนั้นไว้ในหัวใจ และตอบแทนด้วยรอยยิ้มที่ส่งให้หลังจากฮาธอสเงยหน้ากลับขึ้นมาแล้ว

            รอยยิ้มบาง ๆ ซึ่งเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใยที่ทำให้ผู้รับหัวใจอุ่นซ่านด้วยความสุขล้น

 

            -----------------

           

            ทอล์กปิดท้ายตอนเล็กน้อย...

            ไม่ได้เขียนตอนพิเศษของไคซัสกับฮาธอสไปเสียนาน พอได้มาเขียนตอนไคซัสหลุดกังวลแล้วรู้สึกว่าบุคลิกของเจ้าตัวแอบเพี้ยนไปเบา ๆ ทำยังไงได้...คนมันห่วงนี่นา 5555+

            ตอนนี้มาสั้นๆ แต่แอบใช้เวลาในการเขียนค่อนข้างนานอยู่เหมือนกัน เพราะไม่ได้คิดพล็อตไว้ก่อน ปล่อยให้ตัวละครไหลไปเองล้วนๆ แถมเวลาทำงานก็ไม่เหมือนชาวบ้าน พานให้เวลาในการเขียนนิยายลดน้อยลงด้วย สำนงสำนวนฝืดไปหมด แย่จริงๆ

            กระนั้นก็ยังหวังว่าคนอ่านจะชอบกันนะครับ หวังว่าจะฟินไปกับความโชตะของพี่ไคซัส อิอิ

            อนึ่ง ตอนฮาธอสเป็นเด็กนี้คงจะมีไปอีกสักพัก สนองนี๊ดคนเขียนล้วนๆ จ้า 

:) Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. #122 Ice_Iris (@Ice_Iris) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 16:53

    ขอบคุณที่แบ่งปันขอรับ
    #122
    0
  2. #120 กุลิสรา อินวกูล (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:15
    อร๊ายย น่ารักอ่ะ ทำไมผมนึกถึงฟาเบียที่แอบปลื้มนิดๆ(?)ล่ะ เอาเถอะ ถึงจะมาหลังเขา แต่ชอบมากเลยครับ ถึงจะมัจัดพวกหญิงบ้างก็เถอะ555 แต่ก็นะ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ครับ
    #120
    0
  3. #116 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2557 / 06:51
    ชอบมากค๊าาาาาาาาาาาาาา


    อ๊ายยยยย  โชตะๆๆๆ
    #116
    0