ณ แดนสรวง [Boy's Love] = จบแล้ว =

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 มหาเทพสงครามองค์ใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1524
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 ก.ค. 56


บทที่ 1 มหาเทพสงครามองค์ใหม่

 

สวรรค์ ดินแดนแห่งความงดงามและบริสุทธิ์ผุดผ่อง มหานครอันยิ่งใหญ่ที่ตั้งบนแผ่นเมฆสีรุ้ง ซึ่งยามกลางวันจะเป็นสีขาวนวลตาด้วยแสงอาทิตย์ที่สาดส่องมาอ่อน ๆ ยามกลางคืนจะเปลี่ยนเป็นสีรุ้งพรายโดยแสงจันทร์ที่สวยงามจับใจ ทวยเทพทั้งหลายล้วนมีรูปลักษณ์งดงามซึ่งกล่าวกันว่าเป็นผลจากการทำกรรมดีจากในอดีต บ้างก็พำนักในวิมานที่เกิดขึ้นพร้อมกันเมื่อตนจุติ บ้างก็พำนักเป็นเทพทหารหรือเทพรับใช้ในตำหนักของเทพที่มีตำแหน่งเหนือกว่า สุดแต่ว่าอำนาจวาสนาจะนำพาพวกเขาไปอยู่กับใคร

 

ทว่าสวรรค์ที่เคยร่มเย็นมาตลอดกลับต้องประสบกับความวุ่นวาย หลังเกิดสงครามกับเผ่าปีศาจซึ่งกินเวลายาวนานตั้งแต่ก่อนอดีตมหาเทพจ้าวสวรรค์จะจุติมาจนถึงยุคของมหาเทพฟาเบียน ยิ่งวุ่นวายขึ้นหลังมหาเทพสงครามองค์ล่าสุดถูกปีศาจสังหารจุติกลางสนามรบ ทั้งที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ไม่กี่ปี แต่ความหวังอันเลือนรางก็ปรากฏขึ้นเมื่อว่าที่มหาเทพสงครามองค์ใหม่ตอบรับการเชิญของฟาเบียนแล้ว

 

ณ ตำหนักซิมโฟเนียอาเรีย ที่พำนักของจอมเทพีเรเทเชียแห่งคีตนาฏกรรม เหล่าเทพรับใช้และนางกำนัลกำลังตกแต่งตำหนักในขั้นสุดท้ายให้พร้อมสำหรับงานเลี้ยงใหญ่ที่จะมีขึ้นในคืนนี้ เนื่องจากฟาเบียนเลือกให้ตำหนักนี้เป็นสถานที่แต่งตั้งมหาเทพสงครามองค์ใหม่ แน่นอนว่าการแต่งตั้งในตำหนักมหาเทพจ้าวสวรรค์ย่อมเป็นเกียรติแก่ผู้เข้ารับตำแหน่งมากกว่า แต่งานคราวนี้กลับมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ต้องใช้สถานที่อื่นแทน

 

ในขณะที่ทุกคนกำลังช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อตกแต่งสถานที่ออกมาให้งดงามที่สุดและกำลังจะมาถึงช่วงสุดท้าย นางอัปสรผมสีเงินยวงนางหนึ่งกำลังวิ่งผ่านทางเดินชั้นนอก เพื่อนำผ้าแพรสีแดงสดในอ้อมแขนไปยังห้องโถงด้านใน เธอตะโกนขอทางจากคนอื่น ๆ มาตลอดทาง

 

ขอโทษเจ้าค่ะ ช่วยหลบหน่อยเจ้าค่ะพูดพร้อมผงกหัวประลก ๆ จนมาถึงทางเดินที่ต้องเลี้ยว แต่พอเหลือบเห็นเทพหลายองค์กำลังทำงานอยู่ในสวน ร่างแบบบางก็หมุนตัวขวับแล้ววิ่งตรงไปหาพวกเขาทันควัน

 

พวกเจ้าเห็นฮาธอสไหม ข้าตามหาเขามาตั้งแต่เช้าแล้วเธอรัวคำพูดออกไป

 

ฮาธอสเหรอ อยู่โน้นไง

 

ร่างบางหันมองตามมือผู้ตอบที่ชี้ไปยังแนวพุ่มไม้สีแดงที่ปลูกไว้ริมขอบสวนด้านในสุด เพียงครู่บุรุษรูปงามที่สุดเท่าที่เคยเห็นในตำหนักก็ปรากฏตัวจากพุ่มไม้ข้าง ๆ เขามีเรือนผมหยักศกเป็นลอนสีทองสุกปลั่ง ถูกรวบด้วยเชือกเส้นเล็ก ๆ ไว้ที่ท้ายทอย รูปร่างสูงโปร่งมีกล้ามเนื้อสมส่วน แต่งชุดทำสวนสีเหลืองเปรอะฝุ่นเหมือนกับถุงมือทั้งสองข้างของเขา ผิวขาวเนียนดุจน้ำนม ใบหน้าคมคายหล่อเหลาดั่งรูปสลัก ดวงตาสีน้ำเงินสดสวยราวกับอัญมณีเลอค่า

 

ฮาธอส คือนามของเขา เทพผู้ดูแลสวนประตำตำหนักซิมโฟเนียอาเรียแห่งนี้ เขาสามารถเนรมิตต้นไม้นานาชนิดที่ปลูกอยู่ที่นี่ให้เป็นไปตามที่ใจต้องการ ที่สำคัญยังเป็นหนึ่งในลูกศิษย์ของจอมเทพีแห่งคีตนาฏกรรมอีกด้วย เพราะเป็นคนนิสัยดีและมีน้ำใจ เขาจึงเป็นที่รักของคนในตำหนักพอสมควร โดยเฉพาะนางอัปสรน้อยผมสีเงินยวงนางนี้

 

ฮาธอส!เด็กสาวร้องเรียกพร้อมวิ่งไปหา ชายเจ้าของชื่อเงยหน้ามองด้วยความตกใจ

 

เจ้ามาทำอะไรที่นี่ นาซิลลา เถลไถลอย่างนี้ ประเดี๋ยวก็ถูกหัวหน้านางกำนัลดุเอาหรอกฮาธอสเตือน

 

อัปสรน้อยนาม นาซิลลายิ้มทะเล้น เธอเป็นเทพที่อุบัติขึ้นในตำหนักเทพจันทรา หนึ่งในเทพบรรพกาลที่ชนทั้งสวรรค์ต้องเคารพนับถือ โดยปกติแล้วเทวดาหรือเทพธิดาใหม่อุบัติขึ้นในตำหนักหรือวิมานของเทพองค์ใดจะถือว่าเป็นสมบัติของเทพองค์นั้น ๆ แต่นาซิลลามีความสามารถด้านการร่ายรำ มหาเทพีแห่งดวงจันทร์จึงส่งเธอมาเรียนรู้และฝึกฝนเพิ่มเติมที่ตำหนักนี้ และเพราะถูก ฝากมาเธอจึงได้บรรจุเป็นนางกำนัลของที่นี่ด้วย

 

แฮะ ๆ ไม่เป็นไร ข้าแวะมาครู่เดียวก็รีบไปแล้ว นางไม่ดุข้าหรอกนาซิลลายิ้มหวาน ก่อนจะทำท่าตื่นเต้นแบบกลั้นไม่อยู่ ดีใจจัง คืนนี้จะมีงานรื่นเริงกันสักที หกเดือนที่ผ่านมาตั้งแต่สงครามเทพกับปีศาจจบลง สวรรค์หดหู่จนข้าแทบจะเป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้ว ดีจังเลยเนอะ ที่มีมหาเทพสงครามองค์ใหม่เสียที

 

ถ้าองค์นี้อยู่ในตำแหน่งนานกว่าคนอื่น ๆ ก็ดีน่ะสิฮาธอสพูด สีหน้าเศร้าสร้อย ตั้งแต่ข้าอุบัติขึ้นมาเกือบหนึ่งศตวรรษได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมหาเทพสงครามมาแล้วถึงยี่สิบครั้ง ข้าไม่อยากเห็นอีกแล้วล่ะ

 

พอเห็นอีกฝ่ายหดหู่ นาซิลลาก็ลนลาน เทพสาวน้อยหันมองซ้ายมองขวา ดูจนแน่ใจว่าไม่ได้มีใครมองพวกตนอยู่ก็ดึงมือชายหนุ่มไปหลบหลังต้นไม้ เพื่อคุยกันให้สะดวกขึ้น

 

จริง ๆ นี่ไม่ใช่เรื่องที่ข้าควรจะพูด แต่ข้าก็อยากให้ฮาธอส เมื่อวานก่อนหัวหน้านางกำนัลที่นี่ให้ข้าไปขอยืมผ้าแพรมาเพิ่ม ได้ยินพวกพี่ ๆ พูดกันว่าเทพที่มารับตำแหน่งนี้ขึ้นสวรรค์มาหลายวันแล้ว แต่ยังไม่ตอบรับคำเชิญของใคร รวมถึงขององค์ฟาเบียนด้วย จนท่านจ้าวของเสด็จไปเยี่ยมเยียนถึงที่พัก พี่ ๆ ยังพูดกันด้วยว่าที่เปลี่ยนสถานที่ก็เพราะเทพองค์นั้นไม่อยากเข้าตำหนักใหญ่

 

ฮาธอสฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว แปลกจัง การได้รับเลือกเป็นมหาเทพถือว่าเป็นเกียรติมากแท้ ๆ ยิ่งได้รับการแต่งตั้งที่ตำหนักใหญ่ก็ยิ่งเป็นเกียรติของผู้เข้ารับตำแหน่งด้วย ทำไมเขาถึงไม่รับล่ะ

 

ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ได้ยินพี่เขาพูดกันมาแค่นี้แหละนาซิลลาว่า ท่าทางคิดไม่ตกเหมือนเทพหนุ่ม แต่เดี๋ยวเดียวก็นึกอะไรบางอย่างได้ อ๋อ! ยังมีอีกเรื่องนะ พวกพี่ ๆ ยังพูดด้วยเทพที่มาใหม่แข็งแกร่งมาก ขนาดองค์จ้าวฟาเบียนยังให้ความชื่นชมเลยล่ะ

 

ข้อมูลใหม่ที่ได้มายิ่งสร้างความประหลาดใจให้ฮาธอสยิ่งขึ้นไปอีก เขาอุบัติบนสวรรค์มาเกือบหนึ่งศตวรรษย่อมทราบดีว่ามหาเทพจ้าวสวรรค์องค์ปัจจุบันทรงโปรดผู้ใดบ้าง แต่เทพนักรบที่โปรดปรานที่สุดล้วนรับตำแหน่ง ขุนพลเทพซึ่งเป็นกองกำลังส่วนพระองค์ไปหมดแล้ว ส่วนที่ชื่นชมรองลงมาหากไม่ปฏิเสธเข้ารับตำแหน่งก็จุติในสงครามเทพ-ปีศาจทั้งสิ้น มีเทพคนอื่นที่มหาเทพเจ้าสวรรค์ทรงโปรดโดยที่เขาไม่รู้ด้วยหรือ?

 

...คิดมาถึงตรงนี้โสตประสาทของเทพทั้งสองก็สดับเสียงตวาดของสตรีผู้หนึ่งที่แผดขึ้นอย่างกราดเกรี้ยว

 

นาซิลลา ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ตรงนั้น อย่ามัวแต่เถลไถล เอาผ้าแพรมาเดี๋ยวนี้ จอมเทพีกำลังรออยู่!!!

 

ว้าย! ข้ากำลังจะไปเดี๋ยวเจ้าค่า หัวหน้านางกำนัลนาซิลลาขานอย่างตกใจกลัวก่อนจะหันไปรัวคำพูดใส่สหายอย่างรีบร้อน ฮาธอส งานเลี้ยงคืนนี้จะอยู่ถึงช่วงอิสระไหม...

 

ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน...

 

ถ้าอยู่ถึงช่วยเต้นรำกับข้าสักเพลงนะ

 

มาเดี๋ยวนี้ นาซิลลา!!

 

หัวหน้านางกำนัลแผดเสียงเร่งอีกครั้ง ดังยิ่งกว่าเมื่อครู่ถึงสามเท่า นาซิลลากลัวความผิดจึงรีบเผ่นไปหาทั้งที่ยังไม่ได้รับคำตอบจากสหาย ฮาธอสเดินตามออกมาก็เห็นเทพธิดาร่างท้วม ผมสีน้ำตาลอ่อนเท้าเอวคอยที่ทางเดินอยู่แล้วแล้ว นางจัดการเอ็ดนาซิลลาเสียยกหนึ่ง โดยไม่ลืมส่งสายตาตำหนิมาให้เทพผู้ดูแลสวนด้วย ซึ่งฮาธอสได้แต่ผงกศีรษะขอโทษแล้วมองดูจนหญิงทั้งสองรุดเข้าไปในตำหนักด้วยกัน

 

เมื่อพวกเธอลับสายตาไปแล้ว ฮาธอสก็หันกลับไปเก็บอุปกรณ์ทำสวนใส่กระบะที่เตรียมไว้ แต่คำบอกเล่าของนาซิลลายังคงติดอยู่ในความคิดของเขา มือที่ยื่นออกไปเพื่อหยิบส้อมพรวนดินซึ่งปักทิ้งไว้หยุดกลางทาง ลางสังหรณ์ของเขาบอกว่าเรื่องนี้มีความผิดปกติบางอย่าง ซึ่งตัวเขาเองก็ยังนึกไม่ออกว่ามันคืออะไร ถึงอย่างนั้นเทพหนุ่มก็รู้หนทางในการค้นหาคำตอบ

 

...ขอเพียงรู้ว่าใครได้เป็นมหาเทพสงครามองค์ใหม่ เขาก็จะได้คำตอบของทุกคำถาม...

 

 

-----------------

 

ราตรีกาลมาเยี่ยมเยือนพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของสวรรค์ ปุยเมฆที่เปรียบได้กับแผ่นดินของเมืองฟ้าเปลี่ยนจากสีขาวนวลตาเป็นสีรุ้งพรายยามเมื่อต้องแสงจันทร์ ตำหนักและวิมานทุกหลังต่างประดับประดาดวงไฟอย่างสวยงาม แต่ในค่ำคืนนี้คงไม่มีที่ใดงดงามไปกว่าตำหนักซิมโฟเนียอาเรียอีกแล้ว

 

งานเลี้ยงและงานแต่งตั้งมหาเทพสงครามองค์ใหม่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และสมเกียรติ เนื่องจากเป็นงานแบบพิธีการ แขกในงานซึ่งล้วนเป็นเทพที่มีตำแหน่งสำคัญบนสวรรค์จึงได้รับการจัดที่นั่งตามลำดับชั้น แถวที่นั่งจัดไว้ริมโถงทั้งซ้ายขวา เว้นที่ตรงกลางไว้สำหรับการแต่งตั้งและการแสดง ไล่จากแถวหน้าสุดทางขวาเป็นที่นั่งของขุนพลเทพทั้งสิบสองอันดับ ในวันนี้พวกเขาและเธอมาร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้า รวมถึงขุนพลเทพอันดับห้า เซย์เรียโน่ที่อายุน้อยที่สุดด้วย ถัดไปก็เป็นจอมเทพและขุนศึกในสายนักรบเรื่อยไปถึงนายกองที่ได้รับเชิญ

 

ส่วนแถวที่นั่งทางซ้าย ด้านหน้าสุดเป็นที่นั่งมหาเทพห้าตนอันได้แก่ มหาเทพอัคคี มหาเทพวารี มหาเทพวายุ มหาเทพพฤกษา และมหาเทพีแห่งโชคชะตา ต่อด้วยแถวเดียวกันเป็นจอมปราชญ์ทั้งแปดแห่งสวรรค์ แถวถัดไปก็เป็นจอมเทพในสายบู้ที่มีตำแหน่งรองลงมาเรื่อยลงไปถึงหัวหน้าเทพในสายงานต่าง ๆ ที่ได้รับเชิญตามพระบัญชาของมหาเทพจ้าวสวรรค์

 

ด้านในสุดของห้องโถงที่จัดงานเป็นแท่นยกพื้นเตี้ย ๆ ซึ่งประดิษฐานมหาบัลลังก์ทองคำแห่งสวรรค์ที่ถูกยกมาไว้ที่นี่เป็นกรณีพิเศษด้วย วงสังคีตบรรเลงเพลงหวานคลอเคล้า ตรงกลางทางโถงมีกลุ่มนางระบำซึ่งมีนาซิลลาเป็นหนึ่งในนั้นร่ายรำอ่อนช้อยสร้างความเพลิดเพลินให้ทุกคนขณะรอเวลาเริ่มงาน จอมเทพีเรเทเชียผู้เป็นเจ้าตำหนักออกต้อนรับทำคนอย่างเป็นกันเอง

 

ฮาธอสซึ่งรับผิดชอบการดูแลสถานที่ในคืนนี้เดินตรวจดูความเรียบร้อยของงานอย่างละเอียด มันเป็นงานที่สำคัญมาก เนื่องจากหากเกิดความผิดพลาดขึ้น ความผิดจะตกแก่จอมเทพีเรเทเชียผู้เป็นอาจารย์ของทั้งหมด

 

หลังตรวจดูจนแน่ใจแล้วและผงกศีรษะให้เซย์เรียโน่ในตอนที่อีกฝ่ายยกจอกสุราทักทาย ชายหนุ่มจึงกลับไปหาอาจารย์ของตนซึ่งกำลังดูแลจอมปราชญ์ทั้งแปดอยู่

 

ทุกอย่างเรียบร้อยดีขอรับ ยังไม่เกิดปัญหาอะไรขึ้นเขากระซิบบอกจากด้านหลังอย่างสุภาพ

 

ขอบใจมากจอมเทพีเอียงหน้ามาพูดด้วยเสียงแผ่วเบา แต่ใกล้เวลาเสด็จของท่านจ้าวแล้ว ช่วยไปกำชับทุกคนอีกทีว่าอย่าให้เกิดปัญหา ข้าไม่อยากให้องค์มหาเทพต้องเสื่อมเสียเกียรติ

 

ทราบแล้วขอรับ

 

แต่พอสิ้นเสียงของเทพหนุ่ม นายทวารที่เฝ้าประตูหน้าก็ลั่นระฆังเป็นสัญญาณเตือนพอดี จอมเทพีเรเทเชียรีบรุดไปยังที่นั่งของตน ฮาธอสก็ติดตามไปด้วยในฐานะผู้ช่วยของนาง วงดนตรีหยุดบรรเลง เหล่านางรำก็ถอยหลังกลับไปอย่างเงียบเชียบ ทุกคนในงานมีท่าทีจริงจังขึ้นทันใด ยกเว้นเพียงเซย์เรียโน่ที่อ้าปากหาววอดจนถูกเพื่อนเขกกะโหลกไปทีหนึ่ง

 

มหาเทพจ้าวสวรรค์เสด็จแล้ววววว!คำประกาศดังขึ้นในจังหวะเหมาะเจาะจนไม่น่าเชื่อ แขกเหรื่อรวมถึงผู้จัดงานลุกขึ้นถวายคำนับให้ผู้นำสูงสุดแห่งสวรรค์พร้อมกัน

 

องค์เจ้าฟาเบียนเสด็จเข้ามาภายในห้องโถงอย่างสง่างาม เบื้องหลังของเขาเทพรับใช้ทั้งสิบติดตามมาอย่างใกล้ชิด ราชาแห่งฟ้าทรงชุดขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายมหาหงส์ด้วยดิ้นทองอย่างสวยงาม สวมทับด้วยผ้าคลุมขนเฟอร์สีขาวที่เสริมให้บุคลิกของเขาสง่างามยิ่งขึ้น ศีรษะประดับมงกุฎทองคำตกแต่งด้วยอัญมณีอย่างงดงาม เครื่องประดับทองคำพร่างพรายขับเน้นให้องค์เทพจ้าวฟ้าดูงดงามยิ่งขึ้นไปอีก แต่สีหน้าของเขากลับดูเคร่งเครียดอย่างบอกไม่ถูก ราชาแห่งฟ้าพยายามกลบเกลื่อนด้วยการทำสีหน้านิ่งเฉยจนกระทั่งนั่งบนมหาบัลลังก์

 

การแต่งตั้งกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว...

 

เชิญทุกท่านตามสบายเขาสั่ง ทุกคนก็นั่งลงโดยพร้อมเพรียงกัน ข้าขอขอบคุณทุกท่านมากที่กรุณามาร่วมงานในวันนี้ นับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างเทพกับปีศาจก็กินเวลายาวนานกว่าสามศตวรรษ สูญเสียทหารและมหาเทพไปมากมาย พวกเราต่างกังวลว่าสงครามครั้งใหม่จะรุนแรงแค่ไหน จะเป็นครั้งสุดท้ายได้หรือไม่ และกังวลด้วยว่ามหาเทพสงครามองค์ใหม่จะอยู่ยืนยงเพียงใด

 

แต่ในค่ำคืนนี้ข้าขอกล่าวว่าทุกท่านจะไม่ต้องกังวลเรื่องนี้อีกแล้ว สหาย...เอ่อ เทพนักรบที่มีความสามารถสูงสุดผู้หนึ่งซึ่งข้าเคยทาบทามไปหลายครั้งได้ตอบรับคำเชิญมาเป็นมหาเทพสงครามแล้ว ข้าขอแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จัก ไคซัส เพนด์ดรากอน อานาเทเซียสแห่งมิติเฮมอส

 

มหาเทพจ้าวฟ้าผายมือไปยังประตูด้านหน้า บัดนี้มีร่างของใครบางคนยืนรออยู่ตั้งแต่เมื่อไรก็มิอาจทราบได้ ฮาธอมมองเห็นศีรษะที่มีบางสิ่งเหมือนกับเขาอย่างชัดเจน แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรจนกระทั่งอีกฝ่ายก้าวเข้ามา เมื่อนั้นเองที่ทวยเทพเกือบทุกคนในงานต้องตกตะลึง

 

บุรุษที่ย่างเท่าเข้ามานั้น ไม่มีเพียงร่างกายสูงใหญ่ดุจป้อมปราการอย่างเดียว เรือนผมของเขายังเป็นสีขาวอมเทาจาง ขณะผิวกายเป็นสีแดงเข้มดั่งเลือดนก ใบหน้าแบบมนุษย์คร้ามเข้มหล่อเหลาเสียจนผู้ชายด้วยกันเองยังหวั่นไหว ดวงตาสีส้มสว่างเป็นประกายคล้ายมีเกล็ดเล็ก ๆ กระจายอยู่ในนั้น จมูกโด่งเป็นสันทอดกลางวงหน้ารับกับริมฝีปากหนาได้รูปที่มีปลายเขี้ยวแหลมโผล่ตรงมุมปากขวา ทว่าสิ่งที่โดดเด่นที่สุดกลับเป็นเขาแหลมยาวที่งอกจากส่วนไรผมตรงกับแนวหางตาพอดี

 

อสูรนี่!ใครบางคนร้องมาจากที่นั่งแถวหลังพวกฮาธอส จากนั้นเสียงฮือฮาของทวยเทพก็ดังเซ็งแซ่ แม้แต่จอมเทพีเรเทเชียยังตกใจ

 

ทำไมอสูรถึงมาอยู่บนนี้ได้ล่ะ ไม่อยากเชื่อเลย ท่านจ้าวใช้ตำหนักของข้ารับรองอสูร...นางร้องออกมาเหมือนกับคนอื่น ๆ ฮาธอสกับผู้ช่วยอีกคนจึงรีบทรุดลงประคองตัวและปลอบโยนเบา ๆ

 

อสูรกับตำแหน่งมหาเทพรึ ไม่คู่ควรกันเลย!ฮาธอสได้ยินจอมปราชญ์คนหนึ่งพูดแบบนี้

 

ท่านจ้าวคิดอะไรอยู่ อยากให้สวรรค์ล่มจมหรือไง

 

ไม่เคยมีใครให้อสูรเป็นมหาเทพมาก่อน ไม่เคยมีเลย...

 

ใช่ ๆ ไม่เคยมี...

 

ท่ามกลางความตื่นตระหนกและหวาดวิตกที่กำลังกระจายออกไปราวกับพลุแตก ฮาธอสพยายามชะเง้อคอมองว่าที่มหาเทพสงครามตนใหม่ให้เต็มตา เขาเข้าใจแล้วว่าความผิดปกติที่รู้สึกได้ก่อนหน้านี้คืออะไร

 

แต่แล้วจู่ ๆ อสูรร่างใหญ่ตนนั้นก็หันหน้ามาหาฮาธอส วินาทีที่นัยน์ตาต่างสีทั้งสองคู่สบประสานกัน พลันเหมือนโลกของทั้งคู่ถูกตัดขาดจากรอบข้าง เทพหนุ่มรู้สึกเหมือนมีพลังบางอย่างแล่นผ่านอากาศมากระแทกตัวเขาอย่างจัง แล้วพลังนั้นก็ซึมซาบไปอยู่ที่ไหนสักแห่งในตัวของเขา ก่อนอสูรจะเป็นฝ่ายละสายตาไปก่อนแล้วไปยืนหน้ามหาบัลลังก์ของฟาเบีย ซึ่งตอนนี้นั่งหลับตานิ่ง จากนั้นเขาก็หันกลับมาหาทุกคนอีกครั้ง

 

ท่านจ้าวโปรดพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งหัวหน้าจอมปราชญ์ลุกขึ้นกราบทูลอย่างกล้าหาญ ถึงแม้ว่าอสูรจะเป็นนักรบที่เก่งกาจ แต่...พวกเขาก็ไม่เป็นที่ยอมรับของชาวสวรรค์ พระองค์จะมอบตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ให้เขามิได้เด็ดขาด

 

ท่านกำลังจะบอกข้าที่มหาเทพฟาเบียนส่งหมายไปทาบทามตัวถึงสองพันเจ็ดร้อยเก้าสิบเก้าครั้ง ไม่คู่ควรกับตำแหน่งมหาเทพสงครามอย่างนั้นหรือ

 

อสูรหนุ่มย้อนถามทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาทรงอำนาจยิ่ง เวลาที่เขาพูดเหมือนมีมนต์บางอย่างสะกดให้ทุกคนต้องตั้งใจฟัง แม้แต่เซย์เรียโน่ยังผิวปากอย่างนับถือ ฟาเบียนจึงฉวยโอกาสนี้พูดต่อทันที

 

ทุกท่านได้ยินไม่ผิดหรอก ข้าเป็นคนทาบทาม ไคซัสมารับตำแหน่งนี้เอง เขาไม่ใช่อสูรธรรมดาเสียงของเขากังวานไปทั่วทั้งสวรรค์ เพื่อประกาศให้ทุกคนได้รับรู้ แต่เป็น เทพอสูรที่สืบสายเลือดโดยตรงจากเทพมังกรลาเซียสกับเทพฟินิกซ์ดิอาน่า อดีตเทพคุ้มครองประจำทิศของมิติเอมมาลูน่า เทพอดีตมหาเทพจ้าวสวรรค์ให้ความเคารพในฐานะที่ปรึกษาอาวุโส ปัจจุบันเขาเป็น ราชาแห่งอสูรของมิติเฮมอสโลกาที่เรากำลังแย่งชิงกับปีศาจ ผู้ซึ่งทำให้กองทัพปีศาจไม่กล้ายุ่งกับดินแดนของตนอีกเลยนับตั้งแต่ขึ้นครองราชย์ ไม่ว่าจะมองด้านไหนเขาก็มีคุณสมบัติเพียบพร้อม

 

ราชาแห่งฟ้าเว้นช่วงกวาดสายตามองทุกคนในงานอย่างเฉียบขาด จังหวะเดียวกันนั้นนาซิลลาก็อัญเชิญรัดเกล้าทองคำประดับพลอยสีน้ำเงินออกมาทางประตูข้างมหาบัลลังก์ แต่พอเห็นไคซัส อัปสรสาวก็กลัวจนไม่กล้าขยับไปไหน ผู้ติดตามคนหนึ่งของฟาเบียนจึงมารับไปแทนแล้วไล่เด็กสาวกลับไป ฟาเบียนรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แต่เขาไม่สนใจแล้วใช้อำนาจในฐานะมหาเทพจ้าวสวรรค์อย่างเฉียบขาด

 

ข้าไม่ได้ ขอให้ทุกคนทำตามที่ข้าบอก แต่ สั่งให้ทุกคนทำตามและยอมรับให้ได้ นับจากนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไคซัส เพนด์ดรากอน อานาทาเซียสผู้นี้คือ มหาเทพสงครามแห่งสวรรค์แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น!

 

แล้วฟาเบียนก็ลุกขึ้นหยิบรัดเกล้าประจำตำแหน่งมหาเทพสงครามสวมให้แก่ไคซัส โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านของจอมปราชญ์กับเทพฝ่ายบุ๋นคนอื่น ๆ เลย

 

ฮาธอสพยายามจะชะเง้อดูการแต่งตั้ง แต่ได้เห็นถึงตอนมหาเทพสงครามองค์ใหม่หันไปคำนับให้ราชาแห่งฟ้าเท่านั้น ก่อนจอมเทพีเรเทเชียจะฟุบหมดสติทำให้เขากับผู้ช่วยอีกคนต้องรีบพาตัวไปปฐมพยาบาลที่ห้องนอน เสร็จแล้วเขาก็กลับออกมารับหน้าและส่งแขกทุกคนอย่างดีที่สุด ตระหนักได้ทันทีว่าความวุ่นวายของสวรรค์จะไม่ได้จบลงง่าย ๆ เสียแล้ว

 

-----------------

 

เพียงตะวันฉายแสง ข่าวของมหาเทพสงครามองค์ใหม่ก็กระจายไปทั่วทั้งสวรรค์ เทพทุกชนชั้นต่างล่วงรู้ ซึ่งบางส่วนวิตกกังวลเรื่องตัวตนของเขา เนื่องจากไม่เคยมีอสูร...หรือแม้แต่เทพอสูรตนใดได้รับตำแน่งยิ่งใหญ่ขนาดนี้มาก่อน การฉีกหน้าประวัติศาสตร์ในครั้งนี้สร้างความหวาดกลัวให้แก่ชาวเทพอย่างยิ่ง

 

สำหรับชาวสวรรค์ อสูรเป็นเผ่าพันธุ์อันตรายที่ไม่ควรคบหาอย่างเด็ดขาด

 

ฮาธอสถูกตามตัวไปพบจอมเทพีเรเทเชียแต่เช้า ทั้งที่เพิ่งเข้านอนได้เพียงสองชั่วโมงเศษ นางกำนัลที่มาตามแจ้งว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เทพหนุ่มจึงรีบลุกจากเตียงมาจัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วตามนางมาถึงศาลาพักกลางตำหนัก

 

ศาลาหลังน้อยตั้งอยู่กลางสระบัวสวรรค์ที่ผลิดอกบานตลอดทั้งปี เขาพบจอมเทพีเรเทเชียเหยียดตัวในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนบนแท่นกลางศาลา ใบหน้างามซีดเผือดฟุบกับท่อนแขน โดยมีนางกำนัลหน้าจิ้มลิ้มสองคนช่วยกันนวดให้ผ่อนคลาย หน้าแท่นของนางมีโต๊ะตัวเตี้ยวางต้นไม้เงินต้นทองที่ส่องประกายวาววับจับตาวางอยู่ด้วย ล้อมทับอีกชั้นด้วยกลุ่มนางกำนัลคนสนิท พวกนางขยับตัวเปิดทางให้ แต่ฮาธอสหยุดแค่ใต้ชายคา

 

ข้ามาแล้วขอรับ ท่านเรเทเชีย

 

จอมเทพีเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจและเพิ่งรู้ตัว พอเห็นว่าเป็นฮาธอสก็ถอนใจเฮือกแล้วรีบเก็บสีหน้า แต่เทพคนสวนบอกได้เลยว่านางวิตกจริตอย่างมาก

 

ยังรู้สึกแย่เรื่องเมื่อคืนนี้หรือขอรับเขาถามอย่างเป็นห่วง

 

แน่นอน ท่านจ้าวไม่ควรทำกับข้าอย่างนี้เลย ใช้ตำหนักของข้ารับรองเทพอสูรไม่พอ ยัง...เรเทเชียพูดอย่างอึดอัดใจ พวกนางในพยายามปลอบโยนให้หายเครียดเต็มที่ เรื่องเมื่อคืนนี้ ช่างมันเถอะ อย่างไรเสียมันก็เกิดขึ้นแล้ว สนใจเรื่องวันนี้ดีกว่า ข้าให้คนไปตามเจ้ามา เพราะทันทีที่ฟ้าสางคนจากตำหนักมหาเทพสงครามก็เอาของมาส่งให้

 

ต้นไม้เงินต้นไม้ทองคู่นี้สินะขอรับฮาธอสชี้ไปที่มันอย่างสุภาพ พอจะเข้าใจบางอย่างมากขึ้น

 

เรเทเชียพยักหน้า มือเอื้อมหยิบม้วนสารที่วางเคียงกันอยู่มากางอ่าน ของกำนัลเพื่อขอบคุณสำหรับสถานที่จัดงานแสนสวย และขอโทษที่ทำงานเลี้ยงของท่านล้มเหลว ลงชื่อ ไคซัส เพนด์ดรากอน อานาทาเซียสปลายน้ำเสียงของนางสั่น

 

ของขวัญนี่เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือขอรับ ท่านกังวลเรื่องอะไรกันแน่ฮาธอสพิจารณาอีกฝ่ายอย่างถ้วยถี่

 

ข้าไม่รู้เหมือนกัน ฮาธอส ทั้งที่เป็นของกำนัลธรรมดา แต่กลับทำให้ข้าคิดไม่ตกจอมเทพีเงยหน้ามองหัวหน้านางกำนัลที่อยู่ทางหัวแท่น อเดลบอกว่าข้าควรจะรับไว้โดยไม่ต้องตอบอะไรกลับไป แต่ข้าอยากจะฟังความเห็นในด้านของเจ้าบ้าง

 

แต่ข้าเป็นเพียงเทพชั้นผู้น้อยมิบังอาจให้คำแนะนำหรอกขอรับฮาธอสค้อมตัวลงอย่างมิอาจรับ บนสวรรค์มีการลำดับชั้นวรรณะอย่างชัดเจน เทพคนสวนอย่างเขาไม่มีสิทธิแนะนำหรือสอนเทพที่มีฐานะสูงกว่า

 

ข้ารู้ ฮาธอสเรเทเชียพยักหน้า แต่เจ้าถือเป็นศิษย์คนหนึ่งของข้าและอยู่กับข้ามานานพอ ๆ กับอเดล ข้าจึงขอสั่งให้เจ้าแสดงความเห็นเรื่องนี้ ข้าอยากได้มุมมองใหม่ ๆ

 

ฮาธอสประหลาดใจกับคำสั่งที่ได้รับมาไม่น้อย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ เทพหนุ่มพิจารณาต้นไม้เงินต้นไม้ทองตรงหน้า พวกมันทำมาจากคริสตัลสีเหลืองกับสีขาวเล็ก ๆ มากมายประกอบกันเป็นรูปร่าง คริสตัลแต่ละชิ้นถูกออกแบบมาเฉพาะทำให้สบมุมกันอย่างเหมาะเจาะ ไม่มีชิ้นไหนแทนที่ชิ้นไหนได้ มันเป็นผลงานที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก...ในสวรรค์ มีมูลค่าหาที่สุดมิได้

 

ในความเห็นของข้า ท่านเรเทเชียควรจะรับไว้ขอรับ ของกำนัลชิ้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงของกำนัลธรรมดาอย่างที่ข้อความอยากจะสื่อ แต่ของชิ้นนี้ถูกเลือกสรรมาเป็นอย่างดี ถูกสร้างอย่างตั้งใจ การที่มหาเทพสงครามมอบให้กับท่านหลังจากเรื่องวุ่นวายเมื่อคืนเป็นสัญลักษณ์ของการทอดสะพานไมตรี เขาอยากเป็นมิตรกับท่านและคนในตำหนักนี้ขอรับ

 

จอมเทพีจ้าวตำหนักผุดลุกขึ้นทันใด เทพอสูรผู้นั้นอยากเป็นมิตรกับเราหรือมุมมองใหม่ที่ได้รับทำให้นางอัศจรรย์ใจไม่น้อย เทพอสูรเนี่ยนะ อยากเป็นมิตรกับเราฮาธอสพยักหน้า ถ้าอย่างนั้นก็ต้องมีของขวัญตอบแทนน่ะสิ ข้าพอจะมีเครื่องดนตรีเหมาะ ๆ อยู่หรอกนะ แต่ไม่รู้ว่าทางนั้นเล่นดนตรีหรือเปล่า...

 

เอ้อ!อเดล หัวหน้านางกำนัลยกมือแทรกในจังหวะที่เหมาะเจาะ นอกจากเรื่องของขวัญที่ต้องกังวลแล้ว ยังมีเรื่องคนส่งของกำนัลด้วย ใครจะทำหน้าที่นี้กันล่ะ...

 

ความเงียบโถมเข้าปกคลุมศาลากลางสระบัวสวรรค์ในทันทีที่อเดลพูดจบ ฮาธอสเองก็ลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเสียสนิท การส่งของกำนัลระหว่างตำหนักนั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก ผู้ส่งต้องมีความรู้เกี่ยวกับธรรมเนียมและมีไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่การส่งของกำนัลให้มหาเทพสงครามที่เป็นเทพอสูร คงต้องเพิ่มความกล้าหาญเข้ามาด้วย ซึ่งเทพทุกองค์ในตำหนักนี้ไม่มีทางทำได้แน่นอน

 

...กว่าฮาธอสจะรู้ตัวอีกครั้ง ทุกคนในศาลา...รวมถึงจอมเทพีเรเทเชียก็จ้องมองเขาเป็นตาเดียวกัน ชายหนุ่มขมวดคิ้วตอบด้วยความสงสัย แต่ครู่เดียวก็คลายออกเมื่อเห็นแววตาของแต่ละคน เขาร้องออกมาอย่างตกใจ

 

ข้าหรือ!

 

-----------------

 

ชั่วชีวิตของฮาธอสไม่เคยประสบกับความหนักใจขนาดนี้มาก่อนเลย นับตั้งแต่อุบัติขึ้นในดินแดนรกร้างของสวรรค์ ซึ่งเขาต้องต่อสู้ดิ้นรนเต็มที่จนได้รับความเมตตาจากเรเทเชียรับมาเป็นเทพผู้ดูแลสวน อีกทั้งสอนให้เล่นเครื่องดนตรีนานาชนิดอย่างเต็มใจ เขายินดีรับใช้นางแบบถวายหัว ได้รับคำสั่งใด ๆ มาก็ปฏิบัติอย่างไม่เคยอิดออด แต่วันนี้...ขอแค่วันนี้เท่านั้นที่จะขอคิดบ่น

 

ข้าเกลียดคำสั่งของจอมเทพีที่สุดเลย!

 

ตอนนี้ฮาธอสอยู่ในชุดสุภาพสีเขียวอ่อนปักลายเถาไอวี่ตามขอบชาย ปกเสื้อทั้งสองข้างปักตราขลุ่ยล้อมด้วยเส้นกระแสเสียงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตำหนักซิมโฟเนียอาเรีย สองมือของเขาประคองกล่องไม้ทาสีทองใบใหญ่ไว้ด้วย

 

ร่างสูงโปร่งยืนอยู่หน้าประตูตำหนักพาเทร่าที่พำนักของมหาเทพสงครามทุกยุคทุกสมัย ประตูศิลาสีเทาสลักลายพยัคฆ์คาบดาบประสานกันสนิท เขาอยากให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปสักหลาย ๆ ชั่วโมง เพื่อเขาจะได้กลับไปรายงานว่ามหาเทพสงครามคนใหม่ไม่อยู่ในตำหนัก

 

แค่ก็ทำได้แค่คิด เพราะหลังยืนอยู่ไม่นาน ประตูหนักอึ้งคู่นั้นก็เปิดช้า ๆ สองร่างเดินออกมาพร้อมกัน คนหนึ่งแต่งเครื่องแบบทหารสีขาวขลิบขอบชายสีน้ำเงิน เกราะอ่อนที่บ่าซ้ายบอกว่าเป็นทหารของสวรรค์ ส่วนอีกคนนั้นสูงไล่เลี่ยกับฮาธอส แต่มีร่างกายกำยำกว่า ผมสีแดงเพลิงตัดสั้นเกือบถึงหนังศีรษะ ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงกับดวงตาสีม่วงคู่นั้นคุ้นเคยในความทรงจำของฮาธอสอย่างยิ่ง

 

อัลล์...เขาร้องอย่างประหลาดใจที่สุด รีบรุดขึ้นไปข้า อีกฝ่ายก็รีบก้าวยาว ๆ ลงมาจนพบกันกลางบันได

 

ไม่ได้พบกันนานเลยนะ ฮาธอส เจ้ายังสบายดีสินะอัลล์ถาม ใบหน้าบึ้ง ๆ มีรอยเป็นห่วงปรากฏ นาซิลลายังเกาะแจเหมือนเดิมหรือเปล่า

 

ฮาธอสยิ้มกว้าง เหมือนเดิม ตัวข้าก็สบายดี เจ้าเองก็เหมือนกันสินะ

 

อืม ถ้านับทางกายล่ะก็ใช่ บาดแผลจากสงครามหายไปหมดแล้วล่ะอัลล์พูดเรียบ ๆ

 

แล้วทางใจล่ะ

 

คนถูกถามนิ่งไปแล้วสบตาเขาตรง ๆ เจ้าลองนึกสภาพว่าตัวเองเป็นรองแม่ทัพที่ปกป้องกองทัพของตัวเองได้ แต่ไม่สามารถปกป้องแม่ทัพได้จนกระทั่งนายเหนือหัวไม่อยากแม้แต่จะมองหน้าดูสิ นั่นแหละ คือความรู้สึกของข้าในตอนนี้

 

อัลวิน มัวรีน หรือที่รู้จักกันในนามของ อัลล์เขาเป็นเพื่อนของฮาธอสและยังเป็นรองแม่ทัพที่พยายามทุ่มเทเพื่อพลิกสถานการณ์ในสงครามเมื่อหกเดือนก่อนด้วย เขาคือ คนเดียวในสนามรบที่สังเกตเห็นการใช้พลังของเซย์เรียโน่ ซึ่งนำไปสู่คำสั่งถอยทัพที่ช่วยชีวิตทหารนับหมื่นนายในวันนั้น หลังจากเหตุการณ์จบลง เขาได้รับรางวัลในฐานะทหารกล้า แต่เพราะไม่สามารถปกป้องชีวิตของอดีตมหาเทพสงครามได้ ฟาเบียนจึงไม่เคยเรียกใช้เขาอีกเลย

 

ฮาธอสสัมผัสได้ถึงความน้อยเนื้อต่ำในน้ำเสียงของเพื่อน อัลล์สมควรจะได้รับการยกย่องในฐานะวีรบุรุษ แต่ตอนนี้กลับเป็นเพียงทหารที่ถูกลืม เพราะองค์เหนือหัวไม่โปรดปราน ถึงจะไม่ได้เป็นทหารก็จินตนาการถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายได้

 

อดทนอีกหน่อยเถอะ อัลล์ ตอนนี้อาจจะยังไม่ใช่เวลาของเจ้า แต่สักวันเวลาของเจ้าต้องหวนกลับมาอีกครั้ง ทุกคนล้วนแต่มีช่วงเวลาที่ตัดขัดกันทั้งนั้น ขอแค่เจ้าทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีเยี่ยมที่สุดเหมือนเดิมก็พอ

 

ฮาธอสให้กำลังใจในแบบฉบับของเขา เคยมีคนบอกเขาว่าน้ำเสียงอันนุ่มนวลของเขาทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นของผู้อื่นสงบลงได้ซึ่ง...ได้ผล สหายของเขากระตุกยิ้มเล็กน้อย

 

ทำไมก่อนหน้านี้ข้าถึงไม่ไปหาเจ้านะ คำพูดของเจ้าช่วยข้าได้มากเลย

 

เพราะเจ้ามัวแต่รักษาตัวแล้วก็จมอยู่ในความหดหู่ไงล่ะ ข้าดีใจที่ช่วยเจ้าได้นะฮาธอยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายด้วยความยินดี ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ ว่าแต่เจ้ามาทำอะไรที่นี่ เจ้าควรจะอยู่ที่กองบัญชาการกองทัพหลวงไม่ใช่หรือ

 

อ๋อ ข้าถูกย้ายมาอยู่ในสังกัดมหาเทพสงครามน่ะอัลล์ทำหน้าบึ้งอีกครั้ง ฮาธอสคิดเอาเองว่าเพื่อนกำลังโทษฟาเบียน เพราะไปขวางหูขวางตาใครเข้า กอปรกับไม่เป็นที่โปรดปรานของท่านจ้าวก็เลยโดนย้ายมาอยู่ที่นี่ ข้างในไม่มีใครเลยล่ะ นอกจากข้ากับทหารที่ติดตามมาสิบกว่าคน

 

เทพคนสวนกำลังจะคิดว่า อย่างที่คาดจริงด้วยแต่ต้องชะงักกึกตอนได้ยินประโยคท้าย ๆ

 

เจ้ากำลังจะบอกข้าว่ามหาเทพสงครามอยู่ที่นี่คนเดียวหรืออัลล์พยักหน้ายืนยัน คิ้วคมของฮาธอสขมวดเข้าหากันทันที เขาไม่ได้พาคนของตัวเองมาด้วยหรือ มหาเทพคนอื่น ๆ ก็ทำแบบนั้น

 

คนอื่นอาจจะทำ แต่เขาไม่นายทหารหนุ่มยืนยัน เขามาคนเดียว ดูเหมือนจะอยู่เพียงลำพังมาตลอดสิบวันด้วย คนของตำหนักเทพจันทราคอยส่งสำรับมาให้ แต่ก็แค่ว่างไว้หน้าประตูเท่านั้น

 

ฮาธอสสดับเช่นนั้นก็ใจหายวาบ ไม่รู้ว่ามหาเทพสงครามองค์ใหม่กำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้มาตัวคนเดียวแบบนี้ ในดินแดนที่ไม่มีใครยอมรับตัวตนของเขา ตั้งใจจะท้าทายกับสิ่งแปลกใหม่หรือ?

 

...ฤาเสียสละเพื่อสิ่งใดกันแน่...?

 

เอ่อ ถ้าเจ้าไม่ว่าอะไรข้าต้องขอตัวก่อนแล้วกันนะเสียงอัลล์กระทบหูเทพคนสวนทำให้ตื่นจากภวังค์ เรื่องงานน่ะ มหาเทพไคซัสก็ร้ายเอาเรื่อง เข้างานวันแรกก็ถูกใช้งานซะแล้ว ส่วนเจ้า เขากำลังรออยู่

 

รอ?” เทพรับใช้แห่งตำหนักซิมโฟเนียอาเรียเอียงคอฉงน

 

ใช่ รออัลล์หันไปชี้คนของตัวเองที่รออยู่ข้างหลัง ดูเหมือนมหาเทพไคซัสจะรู้อยู่แล้วว่าเจ้าอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวเจ้าตามคนของข้าไป เขาจะนำทางเจ้าไปพบกับมหาเทพเอง

 

บอกแล้วอดีตรองแม่ทัพก็ตบบ่าเพื่อนดังป้าบสองสามที แล้วขอตัวเหาะหายไปด้วยความรวดเร็ว ทิ้งให้ฮาธอสยืนบิดตัวด้วยความเจ็บ เขาพยายามจะไม่ร้องออกมา เพราะอายทหารที่ยืนกลั้นหัวเราะอยู่ด้วยกัน ก่อนเขาจะรีบถลามารับของไป จากนั้นจึงนำทางผู้มาเยือนไปพบมหาเทพจ้าวตำหนักดั่งที่รับคำสั่งไว้

 

ตำหนักพาเทร่าถูกเนรมิตขึ้นโดยมหาเทพสงครามยุคแรก ลักษณะเหมือนกับป้อมปราการในยุคมืด ตัวตหนักถูกแบ่งออกเป็นสองชั้น ชั้นนอกเป็นลานฝึกซ้อมที่มีที่พักทหาร ที่พักองค์รักษ์ และคลังแสงเล็ก ๆ ล้อมรอบนิวาสสถานซึ่งเป็นปราสาทศิลาสูงตระหง่าน หอคอยสิบหลังสูงลดลั่นลงมาเหมือนบันไดเวียน หลังที่สูงที่สุดยื่นตระหง่านตัดแบ่งท้องฟ้าสีเหลืองนวลตาออกเป็นสองส่วน

 

สมัยก่อนฮาธอสเคยมาเยี่ยมเยือนสหายที่นี่บ่อยครั้ง เขายังจำได้ว่าสถานที่นี้เคยครึกครื้นขนาดไหนเมื่อมีคนอยู่ แต่วันนี้กลับเงียบเชียบและวังเวงเหมือนป่าช้า มีแต่คนของอัลล์ที่เขานับได้สิบเอ็ดคนคอยเฝ้าอยู่ตรงทางเข้า-ออกสำคัญ ได้พบกับคนที่สิบสองเมื่อผู้นำทางพามาถึงห้องแห่งหนึ่งบนชั้นสองของปราสาท เขาหันมาหาฮาธอสเพื่อขอคำอนุญาต ทันทีที่เทพคนสวนพยักหน้ายืนยัน ทหารหนุ่มก็หวดหมัดทุบประตู

 

เชิญเข้ามาได้

--------------------

:) Shalunla

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. #112 Kwang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2557 / 21:05
    ภาษาสวยมาก ชอบ อ่า ตั้งใจอ่านทุกบรรทัดอ่า เดี๋ยวงง 5555
    #112
    0
  2. #105 Magic Queen (@tequila-saint) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 เมษายน 2557 / 13:41
    ต้องขอโทษนะคะที่ข้ามมาอ่านบทแรก ไม่ได้อ่านปฐมบท  เพราะอ่านไปแล้วหนูไม่เค้าใจ  เพราะพึ่งเคยอ่านแนวนี้เป็นครั้งแรก   เนื้อเรื่องบท1 หน้าติดตามมาก  จะตามอ่านให้จบนะคะ
    #105
    0
  3. #27 คุณผู้หญิง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2556 / 20:51
    หวดหมัดกันเลยทีเดียว^^
    #27
    0